กฏหมายใหม่บังคับให้ธนาคารส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากรแบบนี้จะทำยังไงกันดีล่ะ ?
มีประกาศที่กำลังจะผ่านออกมาเป็นกฏหมายเกี่ยวกับการกรองชื่อและยอดเงินพร้อมทั้งจำนวนครั้งของการรับเงินโอน (หรือฝากเงินผ่านเคาเตอร์) โดยถ้าหากว่าบุคคลธรรมดาคนไหนก็ตามที่เป็นคนไทยทั้งหมด ที่มีพฤติกรรมการรับเงินโอนเข้าบัญชีตรงตามเงื่อนไขต่อไปนี้ ทางธนาคารจะมีหน้าที่ต้องนำส่ง ชื่อสกุล ยอดเงินรวมที่รับโอนเงิน และจำนวนครั้งที่ได้รับโอนเงินเข้าบัญชี ไปยังกรมสรรพากร เพื่อให้ทางกรมสรรพากรทำการเอาชื่อไปตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมการจ่ายภาษีแบบใดอยู่หรือไม่อย่างไร และ ถือได้ว่า มีความสุ่มเสี่ยงในการเลี่ยงภาษีหรือเปล่า ซึ่งทางกรมสรรพากรจะทำหน้าที่คัดกรองว่าจะมีการกระทำอะไรต่อไปหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ตรรกะที่ทางกรมได้ออกแบบเอาไว้ เงื่อนไขที่ว่าจะมีอยู่สองเกณฑ์ด้วยกันก็คือ เงื่อนไขหนึ่ง : หากคนหนึ่งๆมีข้อมูลเปิดบัญชีกับธนาคารหนึ่งๆแล้วได้รับเงินโอนจากคนอื่นหรือนิติบุคคลอื่นๆหรือแม้กระทั่งตัวเองก็ตาม (ไม่สนว่าเป็นใครอะไรทั้งสิ้น!) หากนับจำนวนครั้งรับโอนเงินได้ทั้งหมดเกินกว่า 3,000 ครั้งในรอบปีปฏิทินก็ถือได้ว่าจะต้องส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากร เงื่อนไขสอง : หากคนหนึ่งๆเมื่อจำนวนครั้งการรับโอนเงินจากใครก็ตามรวมทั้งตัวเองมากกว่า 400 ครั้งและ พบว่ามียอดการรับโอนเงินมากกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาท .-) ถือว่าเป็นเงื่อนไขที่ธนาคารก็ต้องส่งชื่อข้อมูลให้กับกรมสรรพากรเหมือนกัน โดยการนับนี้จะกระทำเป็นรายธนาคารไป ย้ำอีกหน่อยน่ะครับว่า การนับไม่ว่าจะเป็นครั้งหรือยอดการรับโอนเงินนั้นจะมีการรวมกันเฉพาะในธนาคารเดียวกันทั้งหมดเท่านั้นทุกบัญชีที่เปิดในธนาคารเดียวกันก็จะถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่นับรวมกันหมด แปลความอีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าหากว่าคุณรับโอนเงิน 2,900 ครั้ง…