กระจกตาถลอกง่าย โรคประหลาดที่เพิ่งรู้ว่าคนก็เป็นกัน

ไม่น่าเชื่อว่านี่จะมีโอกาสได้กลับมาพิมพ์เนื้อหาใน blog content ส่วนตัวเหมือนเดิมอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้พิมพ์อะไรมาสักพัก เนื่องจาก ส่วนตัวแล้วมีปัญหากับสายตาข้างซ้ายที่เรียกได้ว่า ไม่อยากจะให้เราพิมพ์อะไรหรือมองอะไรหน้าคอมฯสักเท่าไหร่เพราะ เห็นอะไรก็เป็นเหลื่อมเป็นเบลอกันหมด แม้ว่าตาขวาจะมองได้เหมือนปกติก็ตาม แต่รู้หรือเปล่าว่า เราต้องการภาพทั้งสองตาเหมือนคนปกติคนอื่นๆทั่วไป

ภาพทั้งสองตามันเอาไว้เพื่อทำให้เราเห็นภาพชัดได้ทุกระยะทุกมิติ เข้าใจว่า อะไรใกล้อะไรไกล และ นั่นเองทำให้ถ้าหากว่าตาข้างหนึ่งมีปัญหา คิดว่า เราจะเห็นภาพปกติอย่างงั้นหรือ เฉลย คือ เปล่า มันไม่ปกติสุขอย่างแน่นอน! สมองจะใช้กำลังมากกว่าปกติเพื่อประมวลภาพและ ออกแรงมากกว่าเดิมเพื่อเห็นอะไรที่ทำให้เราเข้าใจได้เหมือนเดิม เหนื่อยและเหน่ื่อยมาก

สำหรับโรคที่เกิดขึ้นกับตาซ้ายคือ กระจกตาถลอก(ง่าย) และเหลุผลหลักได้ความว่า เป็นเพราะ ตาเรานั้นแห้งกว่าปกติมาก เรียกได้ว่า แห้งรุนแรงเลยก็ว่าได้ ทำให้เมื่อสภาพกระจกตาแห้ง และ ติดต่อกันนานๆ ทำให้กระตาด้านนอกนั้นถลอกแบบไร้สาเหตุ

และปกติแล้วอาการนี้จะเกิดขึ้นตอนนอนหลับกลางคืน เรียกได้ว่า ตอนนอนทุกครั้ง เราจะกลัวกันเลยทีเดียว เราจะปวดตาขึ้นมาหรือไม่ (อาการปวดที่ว่านั้นคือ การที่ตานั้นเกิดการถลอกแล้วนั่นเอง) โดยตอนที่เรานอน เราจะทำอะไรไม่ได้ เราไม่ได้สติอะไรทั้งนั้น จนกว่า สภาพตาเราจะแห้งเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ และ กระตาก็ถลอก เราจะรู้ตัวอีกทีก็ .. ถลอกแล้วเพราะตกใจตื่นกลางดึกนั่นเอง !

อาการนี้จะเกิดเป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้นว่ากระจกตาใช้เวลาสัปดาห์กว่าๆเพื่อที่มันจะมีสภาพที่ recovery หรือฟื้นคืนมาได้ แต่ทุกคืนระหว่างนั้นก็ต้องลุ้นว่า จะกลับมา reset 0 ใหม่อีกหรือเปล่าต่างหาก และ นั่นทำให้มันเป็นซ้ำเป็นซ้อนกว่าสี่เดือนกว่าแล้วที่สภาพเป็นแบบนี้ อย่างเสียไม่ได้

เดือนนี้เป็นเดือนที่ห้า โดยตาชุดหลักที่เราจะใช้อยู่คือ น้ำตาเทียมหยอดทุกชั่วโมงที่มีสติ แล ะก่อนนอนก็จะหยอดน้ำเกลือ (จะมีอาการแสบใช้ได้) ก่อนตามด้วยการป้ายขี้ผึ้งทั้งหมดนี้ คือ ทำต่อเนื่องกว่าสองเดือนกว่า เพื่อคงสภาพนี้เอาไว้ โดยอย่าลืมว่าทุกคืินจะต้องใส่ครอบตาเอาไว้ด้วย เพื่อป้องกันเราไปขยี้ตากลางคืน หรือ นอนกดทับตาด้านที่มีปัญหา เพราะ ทั้งหมดนั้นคือความเสี่ยงการ set 0 ได้นั่นเอง อะไรเลี่ยงได้ก็ทำมันทั้งหมดแหละ

ส่วนตัวแล้ว กลัว option ทางเลือกที่หมอเสนอมาก็คือ ให้ขัดกระจกตาซะ แล้วให้มันปลูกกระจกตาใหม่ออกมา เรียกได้ว่า ฟังดูแล้วมันน่าจะเสี่ยงมากกว่าเดิม แต่หมอก็บอกว่า ใครๆก็ทำกัน แหม … หมอก็ทำกันทุกวันอยู่แล้วแต่เราสิ เราต้องอยู่กับมัน ถ้าหากว่าเลี่ยงได้ตอนนี้เลือกที่จะเลี่ยงเสียมากกว่า

เอาเป็นว่า ตา นั้นรู้หรอกว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญ และ เราใช้มันหนักมากกว่า สำหรับคนยุคนี้ เราประเมินไม่ได้หรอกว่า มันมากเกินไปหรือเปล่า แต่ขอให้รู้แล้วกันว่า มันจะมีโรคตาประหลาดๆอะไรแบบนี้ให้ลุ้นเข้ามาเรื่อยๆ เมื่อร่างกายเราใช้ไปเรื่อยๆทุกวัน และนั้นก็เป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้หากเราไม่รู้มันซะก่อนว่า เราต้องรักษาและถนอมร่างกายของเราได้ดีทุกๆส่วนตั้งแต่วันนี้

Submit your comment

Please enter your name

Your name is required

Please enter a valid email address

An email address is required

Please enter your message

rackmanagerpro.com © 2021 All Rights Reserved

Rackmanagerpro.com all right reserved 2007 - 2019

Copyright by Rackmanagerpro.com

Content Creted by Rackmanagerpro.com