ห้าแพร่ง : เรื่องสยองๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับ internet user มือใหม่

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่เพิ่งใช้งาน internet ได้ไม่นานนัก (ไม่รู้จะมีเหรอป่าวน่ะครับ) มันจะต้องมีเรื่องให้ระวังตัวอยู่หลายเรื่องอยู่เหมือนกันนะครับแต่ว่าเรื่องพวกนี้เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้มีความระวังตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่ารู้ทันครับ เรื่องที่ผมเอามาเล่าเนี่ยะเป็นประสบการณ์จากเรื่องที่เจอตรงๆกันเรื่องที่คนอื่นเค้าเล่าให้ฟังอีกทีน่ะครับ ยังไงก็ลองอ่านดูแล้วกันครับผม

แพร่งแรก email spam หลอกเอาเงิน : สำหรับผมเริ่มเล่นใหม่ๆมักจะสร้าง email เป็นงานแรกๆที่จะต้องมี แล้วไม่นานนักหากว่าคุณ post email ไปตามที่ต่างๆก็จะเริ่มได้รับ spam หรือว่าคุณเริ่มแจกนามบัตรให้กับคนที่ไม่น่าไว้ใจ เค้าเหล่านั้นก็อาจจะเอา email คุณไปเข้าเป็นฐานข้อมูลอีเมล์เพื่อการ spam ได้น่ะครับ คุณจะได้รับ email ขายของไม่ว่าจะเป็นยาไวอาก้าหรือว่าตัวเพิ่มขนาดเจ้าโลก หรือแม้กระทั่ง email ที่บอกว่าคุณโชคดีเหลือเกินกำลังจะได้โชคหรือได้เงินด้วยวิธีการใดก็สุดแล้วแต่ ถ้าหากว่าโอนเงินอะไรไปตามเมล์ทีว่านั่นหรือว่าซื้อของอะไรทำนองนี้ไปอาจจะออกแนวขนลุกเล็กน้อยเพราะเงินจะหายไปในกลีบเมฆเป็นแน่แท้

แพร่งที่สอง email forward สยองแสดงภาพติดตา :  ส่วนมากแล้วจะเป็นเมล์ที่ได้รับจากเพื่อนๆที่เราไม่ได้รู้จักสักเท่าไหร่ เนื้อความจะเกลื่อนไปด้วยภาพสยอง กองศพ หรือว่าภาพอุบัติประมาณว่าเอาไว้ให้พวกที่จิตๆดู จริงๆแล้วผมเข้าใจว่าต้องการที่เตือนสติว่าอย่าทำอะไรประมาณเพราะว่ามันอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ หรือว่าเป้าหมายก็เพื่ออาจจะต้องการให้ผู้รับเกิดอการปลงสังขาร ไม่ว่า case ไหนก็แล้วแต่สำหรับผมแล้วมันสยองมากครับ

แพร่งที่สาม phishing กับดัง password : phishing ก็คือ password + fishing เหมือนกับเป็นการตกปลาเพื่อหลอกเอา usename หรือว่าหลอกเอา password ของการเข้าเว็ปใดๆหรือว่าเพื่อการเข้าสู่ email ก็ได้ครับ วิธีการสร้างกับดักหลอกคนก็ไม่ยากครับ ก็แค่ copy หน้าเว็ปที่อยากจะทำเหมือนแล้วก็มี textbox สักกะหน่อยสองชื่อคือ usename และ password ทำหน้าตาเหมือนกับ website ปัจจุบันก็ได้จะยิ่งทำให้คนหลงและเผลอกรอกข้อมูลได้มากกว่าเดิมครับ

แพร่งที่สี่ เว็ปแคมหลอกสาว(แพร่งนี้สำหรับผู้หญิงครับ) : ถ้าหากว่าเป็นคนที่ไม่เคยเล่น skype หรือพวก msn อาจจะมีการ add อย่างสุ่มผ่าน program skype หรือ chat program ใดๆ จากคนนอกประเทศ (ถ้าหากว่าอยากฝึกภาษาก็อาจจะคิดว่าเอ้อดีเอาไว้คุยกันจะได้เก่งภาษา) แต่ว่าเมื่อคุยได้ไม่นานนัก คนเหล่านี้ก็จะเริ่มทำน้ำเสียงประหลาดๆออกมาครับ หรือแม้กระทั่งออกแรงโชว์ของลับกันไปเลยก็มีเหมือนกัน เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เคยเกิดขึ้นกับผมหรอกครับ(แน่นอนว่าผมไม่ได้เคยปลอมตัวเป็นหญิงเพื่อที่จะได้รับประสบการณ์พวกนี้ ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นอย่างงั้น) แต่ว่ามีน้องหลายๆคนเค้าก็เล่าให้ฟังว่าพวกที่ add มามั่วๆผ่าน skype เนียะเค้ามักจะทำตัวแนวนี้กัน แน่นอนว่า สยอง เป็นที่สุดสำหรับสาวๆครับผม เฮอะๆ

แพร่งที่ห้า profile บอกว่าเป็นผู้หญิงแต่ว่าจริงๆแล้วเป็นกระเทยควาย (แพร่งนี้สำหรับหนุ่มๆครับ) : อันนี้ผมไม่ได้เจอมานานแล้วน่ะครับ (ประมาณว่าเคยเจอน่ะหละ) ตั้งแต่ตอนที่เริ่มเล่น msn หรือว่าโปรแกรม chat ใดๆช่วงแรกๆ แน่นอนว่าไม่รู้ว่าจะคุยกะใครทำให้ต้องแอดคนไปทั่วๆดูก่อน แน่นอนว่าเพื่อนต่างเพศน่าจะมีโอกาสคุยด้วยมากกว่าเพื่อนๆที่เป็นผู้ชายน่ะครับ ทีนี้มีบางคนบอกว่าเป็น ญ ก็ทำเอาหนุ่มๆเคลิ้มได้ครับ แต่ว่าจริงๆ บอกตอนหลังว่าเป็นเกย์ หรือเป็นกระเทยควายก็สุดแล้วแต่ นั่นหละคร

Ashampoo ClipFinder HD ค้นหา clip แล้วแสดงผลแบบหรูเริดอลังการงานสร้าง

สุดยอดจริงๆกับโปรแกรมนี้ Ashampoo ClipFinder HD แต่ผมก็คิดไม่ออกเท่าไหร่ว่ามันได้ประโยชน์อะไรมากมายเหรอป่าวกับการค้นหา clip จากเยอะแหล่งมากๆมาแสดงผลไว้แบบหรูเลิดอลังการงานสร้าง นอกจากดูได้เฉยๆยังจะดาวน์โหลดคลิปออกมาได้ด้วยครับ (ผมก็คิดไม่ออกอยู่ดีน่ะหละว่า คนอื่นเค้าจะโหลดเอาไปทำอะไร ถ้าไม่ได้เป็นพวกที่ชอบตัดต่อ clip ) โดดไปลองโหลดไปใช้ดูกันแล้วกันนะครับ

รู้เหรอป่าวว่าเดี๋ยวนี้มันเป็นกันอย่างนี้แล้ว

เรื่องแบบนี้แทบไม่ต้องบอกเราก็รับรู้ได้จากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้งานอุปกรณ์และ social network เหล่านี้อยู่แล้วคุณจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรที่มันเกิดขึ้น  ณ ตอนนี้ครับ ยังไงซะผมเอา post ปะไว้ที่ตรงนี้อีกครั้งเพื่อให้มั่นได้เลยว่า แนวโน้มนี้จะเป็นแนวโน้มเเห่งอนาคตต่อไปครับผม

ก่อนเข้ากล้องระวังให้จงดีเพื่อนๆใน facebook จะ tag ตัวคุณแล้วก็บอกอีกด้วยว่า "คุณทำอะไรมั่งในงานpartyส่วนตัว"

ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่า ผมเป็นคนที่อยากจะทำตัว low profile (เป็นความลับไม่สนคนอื่นแล้วอยากจะบอกคนทั้งโลกเท่าไหร่ว่า ผมทำอะไรอยู่ตอนนี้) แต่เนื่องจากต้องการทดสอบ tools ต่างๆที่อยู่บนโลก Online แน่นอนว่า privacy อาจจะต้องเสียไปบ้างไม่มากก็น้อยเพราะว่า ระบบ social networking สมัยนี้มีการออกแบบเพื่อทำให้ข้อมูลใดๆของคุณนั้นมัน private น้อยลงไปทุกทีๆ

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่เข้าสังคมแล้วมีเพื่อนที่พกกล้องไปด้วย (แน่หละก็ต้องมีอยู่แล้วน่ะครับ คนที่จะพกกล้องเนี่ยะ ) แล้วก็ถ่ายรูปหมู่หรือว่าภาพไม่หมู่ก็แล้วแต่ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า เค้าอาจจะเอาภาพจาก album นั้นๆไปปะไว้ที ่Facebook เพื่อโชว์เพื่อน (แท้ หรือ เทียม) ของเค้าที่วง Facebook ได้ไม่ยากเลย คนที่เรียกว่าเพื่อนใน Facebook ของเค้าเหล่านั้นแน่นอนว่าเค้าจะเห็นภาพแต่ก็เป็นไปได้ว่าจะไม่เห็นคนถ่ายแต่ว่าจะเห็นแต่คนอื่นๆที่เข้าร่วมงาน party ในครั้งนั้นๆน่ะครับ

ลองคิดดูบนโลกจริง คุณจะ printout ภาพหรือว่าล้างภาพออกมาเพื่อเก็บไว้ดูคนเดียว หรือว่าอย่างน้อยที่สุดก็เอาไปให้เพื่อนๆที่สนิทๆกันดู หรือว่าถ้าหากว่าอยากจะโชว์ญาติๆก็พอทำได้ แต่ว่าทั้งหมดนั้นทำได้อยู่ในวงจำกัด แต่ว่าสำหรับกรณีนี้ถ้าหากว่า เอาขึ้น Facebook แปลว่า เพื่อนของเพื่อนของคุณจะภาพคุณนั้นอยู่ใน Party

นอกจากนั้นถ้าหากว่า เพื่อนของเพื่อนของคุณกด share แล้วพิมพ์อะไร comment ก็จะไปอยู่ที่หน้า home หรือ Profile ของเค้าคนนั้นต่ออีกครั้ง album นี้ก็จะโดน share ต่อไปยังเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนต่อๆไป เหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่รู้จบนั้นก็แปลว่า "คุณจะโดนเห็น มากกว่าที่คุณคิด!" และแน่นอนว่าจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อนคุณเท่านั้นที่จะเห็นคุณในงาน Party นั้นครับ

ยังมีอีกประเด็นก็คือภาพจาก Facebook ถ้าหากว่าเพื่อนๆคุณ tag ตัวคุณเข้าไป ภาพนั้นจะปรากฏเป็นภาพหนึ่งใน Profile ของคุณเอง ซึ่งตามระบบแล้วเค้าต้องการจะบอกว่าภาพนี้มีคุณอยู่ในนั้นครับ ซึ่งถ้าหากว่าคุณไม่อยากจะให้เพื่อนที่ connect อยู่ใน Facebook ของคุณเห็นภาพๆนี้ก็ต้องมานั่ง remove tag ออกไปซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นงานเลยทีเดียวครับ จะมีเพื่อนคุณ tag คุณเมื่อไหร่แล้วคุณคิดว่าภาพนั้นไม่เหมาะสมที่จะมาเผยแพร่ให้กับเพื่อนคุณเองก็ต้องมา un tag มันทุกครั้งไป แต่ว่าการ remove tag นี้ไม่ได้แปลว่ามันจะลบ แต่ประการใดน่ะครับ ภาพนั้นจะฝังอยู่ใน album ของเพื่อนคุณอยู่ดี ! นั้นก็หมายความได้ว่า คุณลบภาพของตัวคุณเอง "ไม่ได้!" ถ้าหากว่าไม่ได้ติดต่อเพื่อนของคุณคนที่เอาภาพ post ขึ้นไปน่ะครับ

สรุปเป็นว่าถ้าหากว่าคุณไม่ได้ setting อะไรเป็นพิเศษ (ปล่อยทุกอย่างเป็นค่า default)แล้วล่ะก็.. ขอให้คิดเอาไว้ก่อนได้เลยว่า ภาพของคุณจะไม่ได้ส่วนตัวอีกต่อไป ถึงแม้ว่า "party จะเป็น party ส่วนตัวก็ตาม" ภาพถ่ายแต่ละครั้งให้คิดเอาไว้เลยว่า มันกำลังจะออกสู่สายตาประชาชี หรือว่าสาธารณขนในที่สุด ถ้าหากว่าคุณอยากดังก็เป็นการโปรโมตตัวเองที่ดี แต่ว่าถ้าหากว่าอยากอยู่แบบ low profile แล้วล่ะก็ระวังตัวกันเอาเองจากหน้ากล้องได้เลย ..

ไว้คราวหน้าฟ้าใหม่แล้วผมจะลองหาดูว่า น่าจะ setting ความเป็นส่วนตัวอย่างไรถึงจะ make sense สำหรับคนไทยทั่วไปอย่างเราๆท่านๆแล้วกันนะครับ (แต่ว่าผมคงต้องหาเวลามาทำการบ้านก่อน่นะครับ)

ระวัง url ที๋โดนย่อมาแล้วผ่าน Twitter อาจจะเป็น link ไปหาไวรัสดีๆนี่เอง ก็เป็นได้

ถ้าหากว่าคุณได้รับ link ที่เป็นแบบย่อมาแล้ว ไม่ว่าจะได้จาก Twitter หรือว่าได้จาก ที่อื่นๆก็ตามจะเห็นได้ว่าเราสามารถที่จะโดน virus เข้าเล่นงานเอาได้ง่ายๆ ดังนั้นก็เหมือนเดิมวิธีการป้องกันก็คือ ถ้าหากว่าคุณใช้เป็น Twitter อยู่แล้วก็ให้ระวังหนักกว่าเดิมถ้าหากว่าเพื่อนคุณอยู่ๆส่ง link เป็นภาษาปะกิตทั้งๆที่เค้าเป็นคนพูดไทยมาแค่ไหนแต่ไรก็อย่าได้กดเข้าไป เนื้อหาอาจจะเกิดการทางเพศบ้างหรือว่ามองๆดูออกว่า link นี้ไม่ได้เขียนจากเพื่อนเราแต่ว่าเป็นหุ่นหรือว่า bot ที่แอบฝังตัวอยู่แล้วส่งต่อไปเรื่อยๆก็ต้องแยกแยะกันให้ดีน่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วทางที่ดีควรมีโปรแกรมป้องกันไวรัสฝังเอาไว้ที่เครื่อง update เอาไว้เป็นประจำ ไม่เลือกเปิด link จากเพื่อนๆถ้าหากว่าดูแปลกๆ แต่ว่าก็ต้องมีสักวันอยู่เหมือนกันที่คุณจะเผลอเปิดเข้าไป อย่างน้อยก็ต้องมี antivirus ฝังตัวเอาไว้เป็นปราการด่านสุดท้ายเพื่อป้องกันไวรัสกินเครื่องน่ะครับ

tips เล็กๆเพื่อให้ใช้ Google Calendar เร็วได้อีก!


สำหรับคนที่ใช้ Google Calendar มาแล้วตอนนี้ผมอยากจะแนะนำเพิ่มเติมต่อไปอีกหน่อยว่า เรามาทำตัวให้ใช้มันได้คล่องกว่าเดิมกันดีกว่าน่ะครับ จะได้ใช้งานได้เร็วแล้วก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ Google Calendar ได้อีกด้วย หลักๆแล้วถ้าหากว่าจะใช้งาน Google Calendar ได้คล่องก็แบ่งเป็นประเด็นๆที่จะต้องฝึกนิดหน่อยแค่สองประเด็นดังต่อไปนี้น่ะครับ

QUCIK ADD  : เริ่มจากการใช้ Quick Add กันให้เป็นน่ะครับ วิธีการใช้ Quick Adds แย่หน่อยที่ต้องพิมพ์วันเวลาเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ (ผมลองไทยแล้วมันไม่รู้เรื่องหรือว่ามันยังงงๆอยู่อะไรสักอย่างน่ะครับ ไม่แนะนำเท่าไหร่ ) แต่ว่าสำหรับภาษาอังกฤษแล้วนั้นใช้ได้ผลดีทีเดียวครับ เช่นผมจะพิมพ์ว่า
"นัดคุณนก 13:00 on 12/3" โดยการกด "Q" ปั้บแล้วก็พิมพ์เนื้อความนัดหมายไปได้เลย เมื่อพิมพ์แล้วกด enter ปุ้บมันจะ add event นั้นๆไปที่วันที่ 12 เดือน สามกันเลย แล้วก็เนื้อหาของ event ก็จะเป็น "นัดคุณนก" พร้อมทั้งเวลาเริ่มคือ บ่ายโมงนั่นเอง แล้วมันก็จะจบเป็นค่าเบื้องต้นเอาไว้อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นน่ะครับ

Keyboard shortcuts : ผมใช้ Keyboard shortcuts มาได้สักพักไม่นานมานี้เพราะว่า เพิ่งเห็นอยู่เหมือนกันว่ามันมี ! แล้วมันซอ่นเอาไว้ทีไหนน่ะเหรอครับ อืม .. ถ้าหากว่าไม่บอกเนี่ยะก็ไม่รู้หรอกน่ะครับว่ามันกดยังไง ถ้าหากว่าอยากรู้ว่าจะกดอะไรทีไหนเพื่ออะไรแล้วล่ะก็ ให้กด "?" ที่หน้า Google calendar ครับ มันจะบอกว่า keyอะไรทำอะไรครับ ซึ่งผมก็เอามา post ปะไว้ที่นี่ด้วยเหมือนกันน่ะครับ

รายการ keyboard shortcut ที่ใช้กับ Google calendar มีดังต่อไปนี้ครับ

Navigation
k / j :    Previous/next period
t :    Today
Views เป็นการปรับเปลี่ยนมุมมอง ผมว่า short cut พวกนี้สำคัญมากน่ะครับจำเอาไว้เลยดีกยว่าครับ
a :    Agenda view
d :    Day view
w :    Week view
m :    Month view
x :    Custom view
Actions
c :    Create event
e :    Event details
delete :    Delete event
z :    Undo last action (if possible) (อันนี้เป็นปุ่มที่คนนิยมใช้กันอยู่แล้ว แล้วมันก็เป็นตัว z เหมือนกับ program อื่นๆซะด้วยซิดีเลยไม่ต้องจำอะไรใหม่)
Application
/ :    Search (จริงแล้วมันมีช่อง search อยู่แล้วอันนี้ก็จะไม่ได้ใช้สักเท่าไหร่อีกเหมือนกัน)
+ :    Focus on add a friend’s calendar (ส่วนตัวแล้วผม note เพื่อตัวเองซะมากก็ไม่ได้แอดเพื่อนหรอก)
q :    Quick add (อันนี้จะใช้บ่อยเอามากๆน่ะครับ ต้องฝึกเพื่อที่จะใช้งานได้คล่องครับผม)
Ctrl+p :    Print (ผมก็ไม่ได้พิมพ์ด้วย แต่ว่ารู้ไว้แล้วกันว่ามันพิมพ์ได้)
s :    Settings (ไม่ได้กดเท่าไหร่เพราะว่าปกติแล้วเราจะ setting กันแค่ครั้งเดียว)
? :    Open shortcut help (กดมือจำไม่ได้ว่าปุ่มอะไรทำอะไรมั่งน่ะครับ)

Google Adwords แจกเงิน 2500 บาทเอาไปเผาเล่นในการโฆษณากับ Google กันได้เลย (เฉพาะคนไม่เคยใช้เท่านั้น)

Google Adwords มีโครงการแจก credit สำหรับการทำ Adwords เอาไว้ 2500 บาทต่อ account คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กันก็เลยเอามาบอกต่อไว้ที่หน้าเว็ปน่ะครับ เพราะว่า เค้าให้เฉพาะคนที่ยังไม่เคยเปิดเป็น account เท่านั้น (ผมเปิดไปแล้วแล้วก็ทำการ promote website ของบริษัทที่ผมดูแลเรื่อง online marketing ไปแล้วน่ะครับ นานแล้วด้วยก็คิดว่าผมก็ไม่ได้สิทธิในการเข้าโครงการนี้น่ะครับ) ยังไงซะ ผมเป็นเรื่องที่จะทำให้คนที่มี website แต่ว่าไม่เคยแม้แต่ว่าจะ promote มันได้ลอง Google Adwords สักหน่อยน่ะครับเพราะว่าผมใช้แล้ว ก็ได้ผลเป็นอย่างดีสำหรับ website เปิดใหม่ทั้งหลายแหล่ หรือว่า website ร้านค้า หรือ เว็ปไซท์ประเภท brochure website (ไม่ได้มีการซื้อขายเกิดขึ้น ณ ตอนนั้นแต่ว่าอยากจะเสนอตัวเองเมื่อมีการค้นหาคำใดๆที่เกี่ยวข้อง หรือน่าจะเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือผลิตถัณฑ์ของตัวเอง)

adwords คืออะไรผมบอกสั้นๆดีกว่าเพราะว่า ผมคิดว่าคงจะ Google อ่านกันได้ไม่ยากน่ะครับ มันก็คือ การโฆษณาผ่าน Google เมื่อมีคนค้นหาคำใดๆในช่อง search เช่นว่าถ้าหากวาคุณขายน้ำจิ้มไก่ ทั้งวันคุณผลิตแต่น้ำจิ้มไก่อย่างเดียว แล้วคุณคิดว่าถ้าหากว่ามีคนค้นหาคำว่า "น้ำจิ้มไก่" แล้วมาเจอ website คุณก็น่าจะดี นั่นน่ะหละครับ Google Adwords จะทำหน้าที่ตรงนี้ก็คือ เมื่อคนค้นหาคำใดๆที่คุณอยากจะให้แสดง link เพื่อต่อไปยังหน้า website ของคุณแล้ว ถ้าหากว่าคุณคิดว่าคนที่เข้ามาแล้วจะมี action คุ้มค่ามากกว่า branding เฉยๆ ผมว่าคุ้มค่าเอามากๆน่ะครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว ผมว่า adwords จะเหมาะกับองค์กรประเภทที่ไม่มีคนรู้จักเท่าไหร่ หรืออยากจะ promote โชว์ตัวเองว่า "ชั้นก็ขายสินค้าประเภทนั้นๆอยู่" เพื่อให้คนที่ค้นหาคำนั้นๆมาเจอเว็ปคุณหรือว่าเจอคุณ แล้วติดต่อเข้ามาทำอะไรสักอย่างต่อไปในที่สุด เว็ปไซท์ที่เหมาะก็จะเป็นเว็ปที่เกิดใหม่หรือว่าเว็ปที่ไม่ได้ทำ SEO เอาไว้ (แปลว่า Google ค้นหาแล้วก็ไม่ได้เจอเว็๋ปคุณเอาซะเลย หรือว่า ค้นหาด้วยคำที่คุณคิดว่า มันน่าจะเจอแต่ก็ไม่เจอน่ะครับ)

ตำแหน่ง ads ที่แสดงมันจะอยู่ที่ด้านขวาของหน้าจอ Google ในหน้าผลการค้นหา หรือว่าอาจจะอยูที่ด้านบนก็ได้จะเป็น link ของผู้สนับสนุน เมื่อมีคนกด link ผ่าน ads ที่แสดง Google จะคิดเงินคุณ ! (แต่ว่าโครงการนี้คุณได้เงินจาก Google มาแล้ว 2500 บาทนี่กลัวอะไรว่าปะ …)

ยังไงซะเข้าไปสมัครเพื่อเอาเงิน 2500 THB เพื่อการโปรโมตเว็ปไซท์ตัวเองกันได้ฟรีๆสำหรับคนที่ไม่เคยใช้มาก่อนเท่านั้น ผมว่าคนไม่เคยทำก็ลองทำดูไม่จำเป็นต้องไปจ้างใครเค้ามาทำหรอกมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเท่าไหร่ แค่ว่าศึกษามันนิดหน่อยก็รู้เรื่องแล้วน่ะครับ หมดอายุวันที่ 31 ตุลาคม 52 นี้น่ะครับ

โดดเข้าไปที่หน้าสมัครกันเลยดีกว่าครับผม

ฝากไฟล์ภาพไว้ post ในเว็ปกับ ImageShack เร็วขึ้นด้วย ImageShack uploader

image shack uploading screen
ตอนนี้ imageShack ที่เป็นเว็ปสำหรับให้ upload file ภาพเพื่อเอาไว้แสดงไว้ที่ website เป็น direct link หรือว่าเอาไว้ปะ post ตาม forum หรือว่าภาพเพื่อการประกาศขายสินค้าใดๆ สามารถที่จะ upload files ภาพได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมากด้วย การใช้ software uploader ของ imageShack เองน่ะครับ อันนี้ผมลองดูแล้วเร็วกว่าเดิมมากๆ มากกว่าการที่จะต้องไป upload file ภาพผ่านหน้าเว็ป (แหงล่ะ drag and drop file ได้มันก็เร็วกว่าเห็นๆ ) ยังไงซะถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ต้อง Post ภาพ หรือว่าจะภาพไปปะไว้ในเว็ปตัวเองหรือว่าเว็ปอื่นๆแล้วล่ะก็ upload file ภาพจาก imageShack ผ่าน software เล็กๆตัวนี้เร็วกว่าเป็นไหนๆ แนะนำน่ะครับ

โดดไปโหลด ImageShack uploader ได้จากที่นี่เลยดีกว่าครับ

แนะนำว่าให้เพิ่มข้อมูลตำแหน่งร้านค้าของคุณที่ Google Local business center ซะก่อนที่ลูกค้าคุณจะหลงทาง..

เดี๋ยวนี้คนหันมาเล่น GPS กับมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก เพราะมีการ promote จากทางผู้ผลิตสินค้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทเครื่องนำทาง (navigator) หรือแม้กระทั่ง Smart Phone ที่มีตัวรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อใช้เป็น GPS บนเครื่องมือถือเลยก็เยอะ ผมมองว่าคนพวกนี้จะเน้นตลาดเป็นคนที่ไม่ค่อยเดินทางซะมาก ไม่ใช่พวกที่เดินทางเป็นประจำ เพราะพวกที่เดินทางเยอะๆ เค้ารู้จักถนนหนทางไปหมดแล้วไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องใช้ระบบนำทางบนท้องถนนอย่างนี้ คนที่จะเล่น GPS มักจะเป็นคนที่ไม่กลัวเทคโนโลยี แล้วก็มองว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเจ๋งจริง แม้กระทั่งรู้อยู่แล้วว่าสถานที่เราจะไปยังอยู่ตรงไหนแต่ว่าถ้าหากว่ามีระบุตำแหน่งที่ชัดๆกว่านั้นเค้าก็จะแอดสถานที่นั่นเข้าไปที่เครื่องเพื่อที่จะให้เครื่องนำทางไปอยู่ดี ถีงแม้ว่ามันจะไปไม่ยากก็ตามที

ในทางตรงกันข้ามผู้ประกอบการร้านค้าหรือร้านอะไรก็แล้วแต่ที่ต้องการให้ลูกค้ามาที่ร้านให้มากที่สุด อาจจะเดินแจกใบปลิวบริเวณร้าน หรือทำการ promote ผ่าน website แต่ที่ผมจะเล่าให้ฟังยังมีการ promote ร้านค้าอีกแบบหนึ่งที่ผมมองว่า เดี๋ยวนี้จำเป็นเอามากๆน่ะครับ คือ การ promote ร้านผ้าผ่านแผนที่ Google Maps ที่เรียกว่า Google Local Business Center ความคิดเบื้องหลังก็คือ ถ้าหากว่าคนที่อยากซื้อหาอะไร แล้วไม่อยากจะเดินทางไปไกลๆ เค้าจะค้นหาจากแผนที่ว่าร้านใดๆที่มีขายของที่ต้องการ ร้านไหนอยู่ใกล้มากที่สุดครับ ที่อเมริกาผมเข้าใจว่าใช้กันมาก เพราะว่ากว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนมันไกลเหลือเกินมันไม่ได้มีความเจริญกระจุกตัวเหมือนกับกรุงเทพมหานคร หรือ เมืองแบบเมืองไทยเรา แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า พฤติกรรมของคนไทยจะไม่เหมือนกับคนทีอเมริการนะครับ ผมมองว่า ก็มีคนค้นหาร้านค้าหรือสินค้าผ่านหน้า Google maps อยู่ดีนะครับ

โดยเฉพาะว่าถ้าหากว่าร้านคุณเป็นร้านที่มีคนพูดถึงอยู่แล้วใน Blog หรือ website ต่างๆอยู่แล้ว แล้วมีการกล่าวอ้างถึงชื่อร้านอยู่แล้ว ข้อมูลที่ขาดไปบนหน้า website เหล่านั้นก็คือ ไม่มีแผนที่ ! ไม่รู้ว่าร้านมันอยู่ที่ไหน หรือว่าถ้าหากว่ามันมีภาพแผนที่ร้านก็จริง มันเป็นแผนที่ร้านแบบคร่าวๆ ดังนั้นแล้ว สำหรับคนที่มี GPS หรือระบบเครื่องนำทางแล้วล่ะก็ คนพวกนี้ต้องการตำแหน่งที่แน่นอนเพื่อที่จะทำการ add ร้านของคุณเข้าไปที่มือถือหรือเครื่องนำทางให้เครื่องพาไปน่ะครับ Continue reading

วิธีฝึกอ่านคำให้เร็วขึ้นอธิบายได้อย่างสั้นแค่ห้านาทีเอง..


More DIY videos at 5min.com

ผมก็เพิ่งจะเห็นวิธีฝึกการเพิ่มความเร็วในการอ่านที่ง่ายที่สุด เท่าที่คนเคยมีการอธิบายมาก็วันนี้เองน่ะครับ ปกติแล้วคนเราจะอ่านแล้วคิดเป็นเสียงออกมา แม้ว่าเราจะไม่ได้ส่งเสียงออกมาจริงๆก็ตามทีแต่ว่าในหัวเราก็คิดให้ในคอเราส่งเสียงออกมาในใจอยู่ดี แต่ว่าถ้าหากว่าดู vdo clip นี้แล้วเค้าจะอธิบายว่าถ้าหากว่าอยากจะอ่านอะไรให้เร็วขึ้นแล้วต้องทำการฝึกให้อ่านแล้วข้ามกับแปลงเป็นเสียงออกไปเลย แล้วให้เป็นภาพที่สมองไปแทนเลย เช่นเห็น "หมา" แล้วเห็นหมาที่หัวไปเลย ไม่ใช่ต้องมาแปลงเป็นคำว่า "หมา" แล้วสมองคิดหมาอีกที

วิธีการที่จะฝึกก็คือ "ให้เราพูดหนึ่งสองสามสี่ห้าออกมาจริงๆด้วยตอนที่อ่านบทความอะไรก็ได้" ผมลองแล้วน่ะครับ ก็ยากอยู่เหมือนกันเพราะว่าผมก็ไม่เคยฝึกที่จะอ่านให้ได้เร็วขึ้นแต่อย่างใด (ปกติแล้วจะอ่านเพื่อความเพลินซะมากกว่าน่ะครับ)

ยังไงซะถ้าหากว่ามีลูกมีหลานก็สอนให้ฝึกอย่างงี้ซะตั้งแต่เด็กๆก็น่าจะดีเพราะว่าดูท่าทาแล้วไม่คิดว่าจะฝึกกันเร็วๆสักเท่าไหร่น่ะครับ ลองดูเองแล้วกันนะครับผม

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...