ภาคผลิตง่ายกว่างานขายเป็นไหนๆ เมื่อรู้แบบนี้แล้วจะทำยังไงให้เกิด โอกาสขายกันล่ะ ?

  เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปที่โรงงานผลิตสินค้าประเภทเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง (ไกลจากบ้านผมประมาณ 1 ชั่วโมงเดินทางครับ) แล้วโรงงานนี้ผมเคยได้เข้าไปดูกระบวนการผลิตมาแล้วอีกต่างหาก โรงงานแห่งนี้จัดได้ว่าเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องสำอางให้กับ Brand (หรือใครก็ตามที่ว่าจ้าง) โดยไม่ได้ทำการตลาดสินค้านั้นให้แต่อย่างใด ศัพท์ที่ใช้เรียกโรงงานประเภทนี้ ก็จะเรียกว่า OEM ครับ ซึ่งโรงงานผู้ผลิตเยอะโรงมากในไทยก็จะเป็นโรงงานแบบนี้ครับ ไม่มีการ Design สินค้าเพื่อทำสินค้าตรงไปยังผู้บริโภคเอง แม้ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตเพื่อขายยัง Consumer โดยตรงก็ตามที เมื่อตอนที่เดินโรงงาน ผมก็เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วโรงงานที่ทำเครื่องสำอางจะใช้คนงานใน Line การผลิตค่อนข้างมาก แม้ว่าจะมีเครื่องจักรบ้าง ก็ทำได้แค่ในส่วนของการกวน ผสม ต้มให้ความร้อน ใส่เคมี เหมือนกับเป็นกระบวนการเพื่อทำให้ได้สารเคมีรวม (เครื่องสำอาง) ในรูปแบบต่างๆกัน แล้วก็เข้าสู่กระบวนการเอาสารเคมีนั้นอัดเข้าไปในหลอดหรือกล่อง อย่างไรก็ดี สุดท้ายตอนที่ทำการ packing ก็จะให้คนทำอยู่ดี เพราะ การ…

เหตุผลทีว่า ทำไมองค์กร มันต้องเป็นระดับชั้น เป็นหัวหน้าแล้วก็เป็นลูกน้องกัน?

เหตุผลนี่ผมเหมือนว่าจะเคยได้ยินมาก่อนหน้า เกี่ยวกับเรื่องการทดสอบเรื่องของ การปัดความรับผิดชอบ โดยอาศัย หลักการของการตั้งลำดับ เพื่อสั่งการณ์ หรือสั่งงาน หรือถ้าหากว่ามองโดยรวมก็คือ ผังองค์กร โดยถ้าหากว่าสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่า ทุกคนจะมีหน้าที่ ตำแหน่งเฉพาะอะไรบางอย่าง และ ที่สำคัญที่สุดที่ผังองค์กรจะแสดงเอาไว้ก็คือ ความเป็นหัวหน้า ลูกน้อง ปะเอาไว้หลาที่ข้างฝาของห้องที่มีพนักงานาเหล่านั้นทำงานอยู่ การที่ต้องมีการกำหนดความเป็นหัวหน้าลูกน้อง นอกจากจะทำให้การรายงานผล หรืออำนาจหน้าที่ โดยกระจายออกไปได้อย่างทั่วถึง และ ทำให้ดูเหมือนว่าทุกคนจะ "รู้งาน" ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรอย่างไร และมีอำนาจมากน้อยแค่ไหน ในการจัดการงานต่างๆ มันยังมีอีกเหตุผล ที่ผมว่า เป็นเหตุผลแอบแฝงอยู่ที่เรามองไม่ค่อยจะเห็นกัน นั่นก็คือ "ความรู้สึกปัดความรับผิดชอบได้" ในสภาวะของลูกน้อง และ อีกอย่างก็คือ "ความกล้าในการทำงานตามหน้าที่ ที่ปกติจะทำไม่ได้" ผมจะลองเล่าออกมาเป็นประเด็นๆแล้วกันนะครับ ว่าที่ผมอยากจะบอกนี่มันคืออะไร…

SugarCRM Community Version ฟรี ผลการทดสอบบน Sales Team จริง!

พักนี้ได้มีโอกาสลองศึกษา โปรแกรมจัดการ “ความสัมพันธ์กับลูกค้า” หรือที่เห็นเยอะคนเรียกมันว่า “CRM” (customer relationship management) ตัวที่ผมเลือกเอามาเล่นก็คือ SugerCRM เพราะว่า เป็นตัวที่มีการ install ผ่านทาง Webhosting พวกเมืองนอกทั่วไปผ่าน SimpleScript ได้ครับ เช่น ที่ iPage.com นี่ก็ถ้าหากว่าเข้าไปที่ Control panel แล้วก็มองหา Simple Script > SugerCRM จะอยู่ใน List ที่ให้คุณกดเพื่อ install ได้ทันทีครับ เรียกว่า ขั้นตอนการ install CRM ตัวนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาวิธีการ install…

TIPS การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศเพื่อการสื่อสารที่มีประหยัดเงินฉบับ RackTIPS การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศเพื่อการสื่อสารที่คุ้มค่าและประหยัดเงิน

ไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปเดินทางไปทำงานทำการที่ประเทศจีน ณ เมืองฮังโจ่ว และ เมืองเซี่ยงไฮ้ ครับก็เลยอยากจะเอาเรื่องที่เกี่ยวข้องแนวๆ Tech ๆ นิดหน่อยที่เกี่ยวกับการเดินทางนี้มาเล่าให้ฟังซักนิดน่ะครับ โดยเรื่องที่อยากจะเอามาเล่าให้ฟัง หรือพิมพ์เก็บเอาไว้ที่ blog นี้จะเป็นประเด็นหรือ List รายการที่จะเอาไว้เตือนตัวเองว่า ถ้าหากว่าจะไปเมืองนอก จะต้องเตรียมตัวอะไรอย่างไรบ้าง ในมุมมองของการใช้อุปกรณ์สื่อสารและ การใช้งาน computer และ internet หรือ พวก Gadget ในต่างประเทศครับผม โดยผมจะเล่าเป็นประเด็นๆไปก็แล้วกันนะครับ check ดูก่อนเลยว่าตัวแปลงหัวปลั้ก เราได้เอาไปแล้วหรือไม่? ผมเคยแล้วน่ะครับที่ว่าผมเอา computer Notebook หรือแม้กระทั่งพวกอุปกรณ์ charger เพื่อเอาไปไปชาร์ค computer หรือ mobile phone…

การขายของได้เพียงครั้งเดียวแบบ One-Time-Sell แค่นี้ก็พอแล้ว !

เรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่แปลกเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ และมันก็จะขัดกับความคิดพื้นฐานที่เราๆท่านๆรู้กันว่า สินค้าต้องมีคุณภาพ เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ เพราะ ต้นทุนของการหาลูกค้าใหม่จะสูงกว่าการหาลูกค้าเก่าเป็นอันมาก ลองคิดให้ดีๆ สินค้าก็มีตั้งเยอะแยะ ที่มีข้อจำกัดว่าเราจะซื้อหาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องของการที่ลูกค้าจะมาซื้อซ้ำ หรือ จะทำอะไรต่อมิอะไรเพื่อให้ลูกค้ามาซื้อซ้ำนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะต้องคิดกันเลยก็ว่าได้ สิ่งที่ต้องคิดและต้องทำก็คือ ขอให้มีการซื้อขายเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ นี่น่ะหละ แนวคิดการขายของแบบ “ขอขายหนเดียวพอ” (อาการแบบขายแล้วทิ้งเหมือนกับฟันแล้วทิ้ง ตีหัวเข้าบ้านอะไรประมาณนั้นน่ะครับ) หรือ ONE-TIME-SELL CONCEPT แนวคิด OTS แบบนี้อยู่บนพื้นฐานว่า ลูกค้าหน้าใหม่หาได้ง่ายหรือลูกค้ามีอยู่ดาษดื่นเหลือเฟือ และ สินค้าไม่ค่อยจะได้มีการซื้อซ้ำ หรือซื้อซ้ำได้ก็โอกาสน้อยเอามากๆ หรือแม้กระทั่งคุณเป็นช่องทางเดียวของการขายสินค้าหรือบริการประเภทนั้นแนวแบบ monopoly ก็ได้เช่นเดียวกัน เอาล่ะครับ สินค้าแนวนี้ก็เช่นสินค้าขายเป็นสินค้าที่ระลึกตามสถานที่ท่องเที่ยว สินค้าที่หน้าร้านคุณเจอได้แค่ครั้งเดียวครับ สินค้าใดๆที่ไม่รู้แหล่งที่มาที่ไปแน่ชัด ไม่มีแบรนด์และตราสัญลักษณ์ใดๆให้จดจำทั้งนั้น และสินค้าไร้สาระที่ไม่ซื้อก็ได้ เอาราคาเข้าล่อซื้อ…

ฉุกคิดสักนิดปรับปรุงความเข้ากันได้ของหน้าร้านจริงและหน้าร้าน online ให้ไปทางเดียวกัน

  เนื่องจากผมมีดูแลเว็ปอยู่แห่งหนึ่งที่โดยมีวัตถุประสงค์ของ website เพื่อทำให้เกิดโอกาสการขายผ่านทาง online หรือผ่านทางหน้าร้านจริงให้มากที่สุด โดยการทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าที่หลงเข้ามาผ่านการ promote ผ่านทาง website แล้วสุดท้ายมีการเดินทางแวะเวียนมาที่ร้านค้า offline (หรือร้านค้าจริงๆ) ทั้งนี้วัตถุประสงค์ที่ว่า "เพื่อให้คนมาหน้าร้านนั้น มี assumption อยู่อย่างหนึ่งว่า สิ่งของนั้นๆน่าจะต้องเห็นด้วยตา หรือ ต้องมีการสัมผัสถึงจะมีการสั่งซื้อได้อย่างมีจำนวน" อย่างว่าที่ผมบอกว่าเป็นสมมุติฐานแบบนี้ไว้ก่อนเพราะว่ายังไม่ได้ออกแรงเพื่อที่จะแกะหรือทดสอบแก้ปมว่าสินค้านั้นๆต้องให้คนมาที่ร้านเพื่อสัมผัสจริงๆหรือไม่ หรือแท้ที่จริงแล้ว จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรถ้าหากว่าการสัมผัส หรือเห็นด้วยตาจริงๆนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งก็มีแนวทางที่ผมเห็นเป็นตัวอย่างแล้ว เช่น ร้านค้าที่ขายรองเท้า จำเป็นต้องส่งรองเท้าให้มากคู่ไปยังลูกค้าแทนที่จะให้ลูกค้าเดินทางมาหาที่ร้านค้า โดยมีการ promote การขายในลักษณะของการส่ง shipping Free แบบสองทาง คือ ค่าส่งกลับนั้นก็ถือว่า ฟรีด้วยเพราะว่า ถ้าหากว่าคุณเป็นร้านรองเท้าแล้วมีหน้าร้านไกลออกไป โดยไม่อยากจะต้องให้ลูกค้าคุณเดินทางมาแล้วต้องลองใส่ดูอีกตะหาก…

update แนวคิดในการทำงานและการจัดการงานในที่ทำงาน

ถ้าหากว่าคุณทำงาน office หรือทำงานโรงงานที่พบปะหรือสื่อสารผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ สิ่งหนึ่งที่คุณจะเริ่มเรียนรู้ได้ที่จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงาน และจัดการเวลา หรือ งานที่คุณจะต้องทำ ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิผล คุณอาจจะต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ให้เป็นนิสัยกันหน่อยก็ดีน่ะครับ 1. อย่าพยายามทำงานทุกอย่างที่ไหลผ่านเข้ามา คุณไม่ได้มีเวลาเหลือเยอะแยะอย่างงั้นถ้าหากว่าคุณไม่ได้มีทีมเพื่อเอางานบางส่วนออกจากตัวคุณแล้วล่ะก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย สิ่งที่จะทำให้งานออกมาได้คุณค่ามากต่อเวลา เป็นไปได้สองทาง คือ การเพิ่มคนเข้ามาทำเพิ่ม โดยที่คุณเป็นคนกำกับงานเท่านั้น และให้คนที่เข้ามาใหม่ เรียนรู้ และเอาแนวคิดและวิธีการทำงานกับงานประเภทนั้นๆให้ได้ดี หรือ ถ้าเป็นไปได้ เอาคนที่มีความรู้ความคิดความอ่านเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ หรือ งานนั้นๆมาเลย เรื่องก็เดินได้เร็วขึ้น และได้ผลงานออกมาที่มีคุณภาพมากขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าหากว่าคุณไม่มีศักยภาพใดๆที่จะแพร่งานให้คนอื่นได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือการ "ลำดับความสำคัญงาน" โดยใช้กฏ 80/20 หรือกฏของพาเรโต้ ที่บอกว่า งานได้ให้ผลลัพธ์ประมาณ 80%ของทั้งหมด จะเกิดจากงานจำนวนแค่ไม่เกิน 20%ของงานทั้งหมด…

QR CODE คืออะไรและแนวคิดในการใช้งาน QR CODE เป็นอย่างไร?

  QR code เป็นเรื่องใหม่ๆ และกำลังน่าจะฮิตที่จะใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ครับ  เมื่อไหร่ก็ตามที่คนส่วนใหญ่หรือทุกคนมีมือถือที่มีกล้อง การต่อเข้า internet ผ่านมือถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทุกคนหรืออย่างน้อยที่สุดก็ในกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายสำหรับการตลาดผ่าน QR code ครับ ประเทศที่น่าจะเป็นแบบอย่างได้เป้นอย่างดี คือประเทศญีปุ่นที่เกือบจะทุกที่ ก็จะเห็น QR code ให้เราใช้งานกันครับผม เมื่อประมาณไม่เกินปีมานี้ผมได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่นมาครับก็จะเห็นคนฯญี่ปุ่นเกือบทุกคนจะมีมือถือและใช้งานมือถือเมื่อมีเวลาว่างใดๆแม้ว่าระยะเวลาจะว่างไม่มากก็ตามที (ผมเข้าใจว่าน่าจะทุกคนมากกว่าแค่ว่าเค้าไม่ได้ควักมือถือออกมาพร้อมกัน) ปรากฏว่า ผมก็ชะเง้อมองไปมองมาเหมือนกับว่าคนเหล่านนั้นจะดูทีวีหรือว่าเล่น internet หน้าตาเหมือนกับ WAP ครับ แต่ว่าสำหรับคนที่เค้าดูทีวีปรากฏว่า จะมี ads ไหลผ่านด้านล่างด้านตลอดเวลา เข้าใจว่า TV นั่นน่าจะผ่านระบบ 3G มาน่ะครับ (ซึ่งประเทศเราก็ยังไม่มีให้ใช้ ณ เวลานี้อยู๋ดีน่ะครับ น่าเศรี้าเนาะ ) …