วิธีลดน้ำหนักง่ายเกิ้นด้วย Intermittent Fasting

ในบทความนี้ผมจะเล่าประสบการณ์และเหตุผลว่าทำไมผมถึงเลือกวิธีการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting เข้ามาใช้ในชีวิตครับ เรามาเริ่มจากเหตุผลของการลดน้ำหนักกันก่อนก็ได้ .. เนื่องด้วยเหตุผลว่าเราเริ่มมีน้ำนักตัวมากขึ้นเรื่อยๆแบบที่ไม่เห็นแนวโน้มว่าจะทำยังไงให้ลดน้ำหนักลงได้ทำให้เริ่มค้นหาและออกแบบวิธีการว่าเราเองน่าจะเอาวิธีการอะไรมาใข้เพื่อการลดน้ำหนักลงตามเป้าหมายในระยะเวลาไม่นานนักถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างเราจะต้องอ้วนขึ้นและอ้วนขึ้นอย่างแน่นอนที่สุดหากไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายใดๆ



ต้องบอกก่อนว่า แต่เดิมนั้นก็ไม่ได้ถึงกับว่าไม่ได้ออกกำลังกายเลย มองตัวเองว่า เราก็ออกกำลังกายประมาณหนึ่งเหมือนกัน คือประมาณสัปดาห์ละสามครั้ง (เรียกง่ายๆคือวันเว้นวันจะเห็นภาพได้มากกว่า)​แต่ก็อีกเราไม่ได้ทำการควบคุมการกินสักเท่าไหร่ (ไม่ควบคุมเลยก็ว่าได้) และก็รู้อยู่แก่ใจหรอกว่า ถ้าหากว่าเราเน้นที่การออกกำลังกายอย่างเดียว มันก็ได้แค่ระบบอื่นๆหัวใจ การไหลเวียนเลือด อะไรพวกนี้นั้น แต่น้ำหนัก ถ้าหากว่า ยังคงกินอะไรที่เป็นพลังงานมากกว่าที่เราเอาออกหรือใช้ไป มันก็จะไม่มีทางลดน้ำหนักได้อย่างแน่นอน ในสภาวการณ์ที่คงตัวอยู่แบบนี้

เหมือนอย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ จุดหลักของการลดน้ำหนัก คือ พลังงานเข้าต้องนอกว่าพลังงานที่ใช้ออกไปให้ได้ ซึ่งพลังงานขาเข้า เราสามารถรับพลังงานได้วิธีการเดียวก็ คือ การกินดื่มเข้าไปในร่างกายคนปกติ และ พลังงานขาออกก็คือ พลังงานที่ร่างกายใช้เพื่อทำกิจกรรมทุกอย่างทั้งในส่วนของกิจกรรมร่างกายไร้สติ (เช่น พลังงานของการเต้นของหัวใจเป็นต้น) และส่วนที่เราควบคุมด้วยสติได้ (เช่น การเดินวิ่งออกกำลังกายและทำงานทั่วไป) ในเมื่อตอนนี้เราบอกว่าเราไม่น่าจะเพิ่มกิจกรรมทางกายได้แล้วโดยการออกกำลังกายและเราก็ไม่สามารถเพิ่มกิจกรรมทางกายในการทำงานได้เช่นกันก็จะเหลือทางออกแค่เพียงทางเดียวเท่านั้นมันก็คือการลดรับพลังงานขาเข้าให้น้อยลงไปอีก

แล้วถ้าหากว่าเราอยากจะลดรับพลังงานขาเข้าเราจะเลือกทำอะไรได้บ้าง ? แนวคิดปกติ เราจะรู้วิธีการนี้ว่า ถ้าหากว่าเรารู้ว่าอะไรมีพลังงานเท่าไหร่ แล้วนับพลังงานสะสมที่เราทานถ้าหากว่ามันเกินเมื่อไหร่ก็ให้รู้ว่ามันเกิน และ ไม่ต้องรับพลังงานไปมากกว่านั้นแล้ว ฟังดูเหมือนว่ามันมีหลักการที่ดีแต่ จริงๆ แล้วมันทำได้ยาก และ เราเองก็รู้อยู่ว่ามันเออเร่อได้มาก ไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ สำหรับข้อมูลพลังงานที่เรานับเองกับบ้าน โดยที่ไม่รู้เรื่องสักเท่าไหร่นักว่าอะไรมันจะประเมินพลังงานเป็นเท่าไหร่ มันยากต่อการปฏิบัติว่าอย่างงั้นเถอะ !  ทำให้สำหรับผมแล้วแนวทางนี้ไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่

แต่แล้วเราก็มาเจอกับวิธีการที่ฟังดูดีและง่ายต่อการเริ่มใช้วิธีการนี้กับชีวิตคนทำงานได้จริงๆก็คือ แนวคิดชอง Intermittent Fasting ซึ่งมันก็คือ การกำหนดช่วงระยะเวลาการอดอาหารให้กับตัวเราเอง และ อันที่เริ่มง่ายสุดๆสำหรับคนทุกคนที่มีสุขภาพดีเป็นปรกติก็คือ การกำหนดระยะเวลาไร้อาหาร (Fasting Period) เท่ากับ 16 ชั่วโมง และ ระยะเวลาที่ทานอะไรก็ได้ที่ทานเป็นปรกติอีก 8 ชั่วโมง หรือเรียกสูตร intermittent fasting แบบนี้ว่า IF16:8

แล้วมันง่ายยังไงน่ะเหรอ? มันง่ายๆจริงก็เพราะว่า ระยะเวลาที่อดนั้นที่บอกว่า 16 ชั่วโมงเนี่ยะมันรวมระยะเวลานอนเข้าไปแล้วไงยังล่ะ !  ก็คิดอย่างงี้ถ้าหากว่า คุณนอนปกติที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน  แปลว่า คุณเหลือเวลาที่คุณมีสติหายใจเข้าออกรู้เนื้อรู้ตัวอีกแค่ 8 ชั่วโมงเท่านั้นที่ต้องจัดการต่อกับชั่วที่คุณนอนหลับ

มาลองกำหนดกันดูซิว่า ถ้าหากว่าผมจะทำ intermittent fasting จะเอาแบบไหนดี ? ถ้าหากว่าคุณลอง Google หาคำแนะนำทั่วไปจากหน้า internet จะพบได้ว่า คนจะแนะนำให้ลดอาหารเช้ามันจะง่ายที่สุดๆ ซึ่งผมก็ว่าง่ายจริงๆน่ะแหละ เพราะ สังคมเมืองส่วนใหญ่ จะทำตัวเองให้งดอาหารเช้าได้สะดวกอยู่แล้ว แล้วไปเริ่มกินกันจริงๆก็เป็นแค่สองมื้อนั่นก็คือ มื้อเที่ยง 12:00 . และเมื่อเย็นหรือคำไม่เกิน 20:00 .​(ไม่เกินช่วงระยะเวลากินได้ 8 ชั่วโมง) แต่​…​สำหรับผมแล้ว มองคิดเดาเอาเองว่า ไหนๆด้วยเทคนิค IF 16:8 แล้วล่ะก็ผมเลือกที่จะไปยกเลิกการกินอาหารมื้อเย็นไปเลยดีกว่ามันจะได้ประโยชน์สามเด้งด้วยกันเลยก็คือ

ประเด็นเด้งที่หนึ่ง ผมอยากจะกินข้าวเช้าเพื่อให้มีพลังงานเพียงพอต่อการทำงานทั่วไป โดยเราสามารถเพิ่มการกินได้ไม่ต้องแคร์อะไรมาก (เพราะเราเคารพกฎ IF16:8 นี่หน่า งั้นก็กินอะไรก็ได้ว่าอย่างงั้น) และกินหนักได้อีกก็เป็นมื้อเที่ยงกว่าๆบ่ายๆก็ได้เหมือนกันไม่ต้องแคร์ว่าเที่ยงต้องกินเที่ยงให้ตรงเวลาทำให้ลดความเครียดจากการกำหนดเวลาตัวเองว่าต้อวกินเที่ยงหรือเช้าตรงเวลามากๆ

ประเด็นเด้งที่สอง ประหยัดเงินมื้อเย็นได้หากว่าเราไม่ต้องทำอะไรทานมื้อเย็น เราก็ไม่ต้องหาซื้อจัดหาหรือไม่ร้านอาหารเพื่อหาอะไรทาน แล้วยังแถมท้ายด้วยว่า เราก็จะไม่ได้กิน Snack อะไรแล้วหลังจากการกินเที่ยง ทำให้โดยรวมแล้วพลังงานที่เราเอาเข้านั้นมันจะน้อยกว่าพฤติกรรมเดิมๆเป็นอย่างมาก !

ประเด็นเด้งที่สามมันทำให้มีเวลามากขึ้นในเมื่อผมงดมื้อเย็นมันก็แปลว่าเราไม่ต้องจัดสรรเวลาเพื่อเตรียมอาหารเดินทางหรือไปทานข้าวนอกบ้านทำให้ได้เวลาส่วนนี้กลับมาเพิ่มเติมเพื่อทำกิจกรรมอื่นๆได้อิสระเช่นเล่นกับลูกๆหรือทำกิจกรรมออกกำลังกายแบบไม่ต้องแคร์ว่าจะต้องกลับมาบ้านเพื่อกินข้าวไม่ต้องแคร์ว่าถ้าหากว่าเหนื่อยเกินไปแล้วเราจะกินข้าวเย็นกกว่าเดิมเพราะตามกฏแล้วเราจะกินอะไรไม่ได้แล้วสำหรับมื้อเย็นนี้

ประเด็นเด้งสี่เป็นของแถมนั่นก็คือ ถ้าหากว่าคุณทำ Intermittent Fasting แบบนี้มันจะงดมื้ออาหารไปมื้อหนึ่งแปลว่า มื้ออื่นๆ ก็จะกินอะไรก็กิน มันไม่ทางเป็นไปได้หรอกว่า มื้ออีกสองมื้อที่เหลือของคุณจะกินได้มากกว่าเดิมเป็นมื้อละสองเท่า ! อย่างมากที่สุดคุณจะกินมื้อบ่ายได้ให้มากกว่าปกติก็มันก็ได้แค่เหมือนกับมื้อครึ่งแค่นั้นเอง แปลว่า คุณได้ลดปริมาณแคลอรี่ขาเข้าได้อย่างน้อยก็ 500 Kcal แบบสบายๆและอื่นมากกว่าปกติในมื้อบ่ายของคุณได้อีกด้วย ดีหรือเปล่าล่ะ ที่คุณจะกินอะไรก็ได้ไม่ต้องกลัวว่ามันจะต้องควบคุมอาหารน่ะ !

ถ้าหากว่าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว การทำ Intermittent Fasting อะไรเนี่ยะ ! มันก็แปลความหมายให้เป็นกิจกรรมที่นำไปปฏิบัติได้ง่ายๆก็ แปลว่างดมื้อเย็นซะ!” ก็เท่านั้นเอง ลองดูกันเลยคิดว่าไม่น่าจะเกินกว่า 4 สัปดาห์น่าจะเห็นผลชัดเจนเพราะนี่ผ่านไปแค่สัปดาห์เดิมทิศทางของน้ำหนักก็มีแต่ลดลงลดลงแล้วก็ลดลงเท่านั้นไม่มีการเพิ่มอีกแล้วยังไงก็ลองกันดูเอาเองแล้วกันนะครับสำหรับคนที่อยากจะเริ่มลดน้ำหนักแบบง่ายๆที่สุดเท่าที่จะมีในโลกนี้แบบไม่ต้องพึงพาตัวช่วยใดๆ

ปล. หากคุณอยากจะกินอกไก่เป็นอาหารหลักอีกเพื่อ Lean และ Clean จริงสำหรับสองมื้ออาหารที่เหลือของคุณ คุณอาจจะเลือกเครื่องซูวีเอาไปทำอกไก่นุ่มก็ได่อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำอกไก่นุ่มได้ที่ Sousvidemax.com

rackmanagerpro.com © 2018 All Rights Reserved

Rackmanagerpro.com all right reserved 2007 - 2018

Copyright by Rackmanagerpro.com

Content Creted by Rackmanagerpro.com