update เรื่องราวทั้ง Twitter และ Facebook พร้อมกัน

facebook-vs-twitter

คนที่ใช้ Twitter โดยมากแล้วจะมีอุปกรณ์ที่เป็นมือถือที่สามารถลง application ของ Twitter ได้ส่วนตัวผมเองนั้นเนื่องจากไม่ได้ติดตามการใช้มือถือรุ่นอื่นๆมากนัก ก็มีอยู๋ในมือแค่เครื่องเดียวคือ เครื่อง HTC DIAMOND แบบเก่าครับ ที่ซื้อเอาไว้มาได้สักเป็นปีแล้วน่ะครับ (หมดอายุประกันไปแล้วครับผม)

โปรแกรมเพื่อการ upload เนื้อหาเข้า Twitter นั้นผมจะใช้ application ที่ชื่อว่า Pocket Twit ซึ่งมันใช้งานได้เหมาะเจาะกับความสามารถของเครื่องดีน่ะครับ สิ่งที่ทำได้ก็คือ ดูว่าเพื่อนๆเขียนอะไรใน Twitter หรือว่าทำการ POST ภาพและ text โดยมันจะ upload เข้า Twitpic.com ให้เองเลย ทั้งนี้อาจจะเป็นการใส่ภาพโดยการถ่ายภาพเข้าไปใหม่ หรือว่าการใส่ภาพจากคลังภาพที่เราถ่ายเอาไว้แล้วก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ถ้าหากว่ามือถือของคุณเป็นรุ่นที่มี GPS ในตัว (พวกรุ่นที่บอกพิกัดได้) คุณยังจะสามารถแสดงพิกัด ณ เวลาที่กำลัง Tweet ได้ครับผม (เครื่องผมมี GPS ครับทำได้ทั้งหมดอย่างที่ว่ามาครับผม)

นอกจากนี้ผมยังเชื่อม Twitter กับ Facebook เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นแบบ one way ครับ คือ เมื่อทำการ  update ใดๆก็แล้วแต่ที่ Twitter ให้เอาเนื้อความพร้อม Link นั้นไปแสดงที่ Facebook ด้วยก็จะทำให้ไม่ต้อง update อะไรให้มากมาย ก็ up มันซะแค่ที่เดียวก็โอเคแล้วน่ะครับ ซึ่ง Twitter จะให้ความถี่ในการ update ได้เยอะกว่ามากๆ (เพราะว่าเนื้อความมันน้อยกว่าครับ มันเป็นแค่คัวหนังสือไม่เกิน 140 characters เท่านั้นเอง) อย่างไรก็ดีสำหรับการ update แบบนี้จะเหมาะกับแค่บางคนนั้นครับ เพราะ หลายคน update Twitter บ่อยอย่างบ้าระห่ำ ก็อาจจะมองว่ามันอาจจะทำให้รกเนื้อหาใน wall ของ Facebook ของคุณได้ แต่สำหรับตัวผมนั้นไม่ได้ทำการ update Twitter เยอะเท่าไหร่นัก เรียกว่า วันๆก็แค่ไม่กี่ข้อความเท่านั้น ในใจผมรู้ว่าผมอยากจะ update เพื่อให้เนื้อความเหล่านั้นเข้าไปที่ Facebook อยู๋แล้ว แล้วก็อยากจะ share กับ user ใน Twitter ด้วยก็เลยต้อง update ่ผ่าน Twitter ยังไงล่ะครับ ก็อย่างน่ะหละ ข้อมูลมันไหลได้ทางเดียวคือ จาก Twitter ไป Facebook เท่านั้น จะให้เนื้อความมันไหลจาก Facebook แล้วออกไปที่ Twitter ณ เวลานี้ผมยังไม่เห็นว่าจะมีทางทำได้น่ะครับ (ถ้าหากว่ามีทางทำได้ยังไงก็บอกผมใน comment ด้วยแล้วกันนะครับ)

ถ้าหากว่าคุณทำตามที่ผมว่านี้ คือ มี account Twitter และ Facebook แล้วทำการเชื่อมต่อกันแล้วแบบ one way จาก Twitter ไป Facebook เป้าหมายของคุณอาจจะเป็นการ update เรื่องราวต่างๆให้กับเพื่อนๆของคุณที่อยู่ใน Facebook ก็ได้ครับ แล้วมันก็เริ่มเป็นการสร้าง Tweet ใน Twitter account ของคุณได้อีกทางหนึ่ง ทีนี้คุณก็อาจจะเริ่มมีคนติดตามคุณผ่านทาง Twitter เป็นของแถมก็เป็นได้น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • twitter facebook พร้อมกัน
  • อัพเดทข้อความใน Wall ของ Facebook จาก Twitter
  • อัพเดท Twitter จาก Facebook

แนะนำ Facebook Enhancer สำหรับ Google Chrome

bit ตอนนี้หลายๆคนอาจจะรู้ว่าผมย้ายมาใช้ Google Chrome แทนการใช้ Firefox มาได้พักใหญ่ๆแล้ว เหตุผลก็คงไม่มีอะไรเพราะว่ามันให้พื้นที่การแสดงเนื้อหาได้เยอะกว่า แล้วก็มันดู Zen กว่าน่ะครับ (แปลว่ามันเรียบร้อย เบาสบาย ไร้ความซับซ้อน น่ากลุ้มใจ)

อีกปัจจัยที่ย้ายมาใช้ Chrome ก็เพราะว่ามันก็มี add on หรือว่า extension ออกมาให้เราใช้งานกันแล้วตั้งแต่มัน update version เป็น version 4 ครับ

add on ของ Chrome ที่ผมใช้อยู่ก็ไม่เยอะตัวมากมายอะไรครับ แต่ว่าที่จะเอามาแนะนำวันนี้ก็คือ ตัว Alwittizer Facebook Enhancer เจ้า add on ของ Chrome ตัวนี้มันจะทำหน้าที่ในการปรับแปลงหน้าการแสดงผลของ Facebook ให้ make sense กว่าเดิม ถ้าหากว่า install แล้วเล่นดูจะรู้ว่า Make sense กว่ามันเป็นยังไง นอกจากนี้ที่สำคัญเลยก็คือ เมื่อคุณเอา mouse ไปวางไว้เหนือภาพใดๆก็ตามที่อยู่ใน facebook มันจะขยายภาพออกมาทันทีโดยไม่ต้องกดเข้าไปดูภาพนั้นเลยครับ เรียกได้ว่าดูภาพเพื่อนๆเราได้เร็วกว่าเดิมโขครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ผมประทับใจกับ add on นี้น่ะครับ ภาพที่มันขยายนี้มันจะไปโหลดภาพใหญ่มาครับเพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากว่ารูปเพื่อนๆของคุณมันเล็กเหลือเกินตอนที่มันแสดงที่หน้า wall แค่เอา mouse ไปวางไว้เหนือภาพมันก็จะโหลดภาพใหญ่มาแสดงทันทีครับทำให้เห็นได้ว่าใครเป็นใครโดยไม่ต้อง click mouse ลงไปเลยครับ

ยังไงซะถ้าหากว่าผมมีเวลาวันหลังผมจะแนะนำการใช้งาน add on ตัวอื่นๆที่ผมใช้งานอยู่แม้ว่ามันจะมีแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้นแต่ว่ามันก็เป็น high light จริงๆน่ะครับ

สรุปว่าลองใช้ Chrome แล้วก็หา Add on หรือ extension ลองเล่นเพิ่มเติมได้จากที่นี่น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • facebook chrome
  • facebook google chrome
  • chrome facebook
  • Facebook for Google Chrome
  • google chrome facebook
  • facebook for chrome
  • add on chrome facebook
  • add-onของchrome

ก่อนเข้ากล้องระวังให้จงดีเพื่อนๆใน facebook จะ tag ตัวคุณแล้วก็บอกอีกด้วยว่า "คุณทำอะไรมั่งในงานpartyส่วนตัว"

ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่า ผมเป็นคนที่อยากจะทำตัว low profile (เป็นความลับไม่สนคนอื่นแล้วอยากจะบอกคนทั้งโลกเท่าไหร่ว่า ผมทำอะไรอยู่ตอนนี้) แต่เนื่องจากต้องการทดสอบ tools ต่างๆที่อยู่บนโลก Online แน่นอนว่า privacy อาจจะต้องเสียไปบ้างไม่มากก็น้อยเพราะว่า ระบบ social networking สมัยนี้มีการออกแบบเพื่อทำให้ข้อมูลใดๆของคุณนั้นมัน private น้อยลงไปทุกทีๆ

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่เข้าสังคมแล้วมีเพื่อนที่พกกล้องไปด้วย (แน่หละก็ต้องมีอยู่แล้วน่ะครับ คนที่จะพกกล้องเนี่ยะ ) แล้วก็ถ่ายรูปหมู่หรือว่าภาพไม่หมู่ก็แล้วแต่ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า เค้าอาจจะเอาภาพจาก album นั้นๆไปปะไว้ที ่Facebook เพื่อโชว์เพื่อน (แท้ หรือ เทียม) ของเค้าที่วง Facebook ได้ไม่ยากเลย คนที่เรียกว่าเพื่อนใน Facebook ของเค้าเหล่านั้นแน่นอนว่าเค้าจะเห็นภาพแต่ก็เป็นไปได้ว่าจะไม่เห็นคนถ่ายแต่ว่าจะเห็นแต่คนอื่นๆที่เข้าร่วมงาน party ในครั้งนั้นๆน่ะครับ

ลองคิดดูบนโลกจริง คุณจะ printout ภาพหรือว่าล้างภาพออกมาเพื่อเก็บไว้ดูคนเดียว หรือว่าอย่างน้อยที่สุดก็เอาไปให้เพื่อนๆที่สนิทๆกันดู หรือว่าถ้าหากว่าอยากจะโชว์ญาติๆก็พอทำได้ แต่ว่าทั้งหมดนั้นทำได้อยู่ในวงจำกัด แต่ว่าสำหรับกรณีนี้ถ้าหากว่า เอาขึ้น Facebook แปลว่า เพื่อนของเพื่อนของคุณจะภาพคุณนั้นอยู่ใน Party

นอกจากนั้นถ้าหากว่า เพื่อนของเพื่อนของคุณกด share แล้วพิมพ์อะไร comment ก็จะไปอยู่ที่หน้า home หรือ Profile ของเค้าคนนั้นต่ออีกครั้ง album นี้ก็จะโดน share ต่อไปยังเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนต่อๆไป เหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่รู้จบนั้นก็แปลว่า "คุณจะโดนเห็น มากกว่าที่คุณคิด!" และแน่นอนว่าจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อนคุณเท่านั้นที่จะเห็นคุณในงาน Party นั้นครับ

ยังมีอีกประเด็นก็คือภาพจาก Facebook ถ้าหากว่าเพื่อนๆคุณ tag ตัวคุณเข้าไป ภาพนั้นจะปรากฏเป็นภาพหนึ่งใน Profile ของคุณเอง ซึ่งตามระบบแล้วเค้าต้องการจะบอกว่าภาพนี้มีคุณอยู่ในนั้นครับ ซึ่งถ้าหากว่าคุณไม่อยากจะให้เพื่อนที่ connect อยู่ใน Facebook ของคุณเห็นภาพๆนี้ก็ต้องมานั่ง remove tag ออกไปซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นงานเลยทีเดียวครับ จะมีเพื่อนคุณ tag คุณเมื่อไหร่แล้วคุณคิดว่าภาพนั้นไม่เหมาะสมที่จะมาเผยแพร่ให้กับเพื่อนคุณเองก็ต้องมา un tag มันทุกครั้งไป แต่ว่าการ remove tag นี้ไม่ได้แปลว่ามันจะลบ แต่ประการใดน่ะครับ ภาพนั้นจะฝังอยู่ใน album ของเพื่อนคุณอยู่ดี ! นั้นก็หมายความได้ว่า คุณลบภาพของตัวคุณเอง "ไม่ได้!" ถ้าหากว่าไม่ได้ติดต่อเพื่อนของคุณคนที่เอาภาพ post ขึ้นไปน่ะครับ

สรุปเป็นว่าถ้าหากว่าคุณไม่ได้ setting อะไรเป็นพิเศษ (ปล่อยทุกอย่างเป็นค่า default)แล้วล่ะก็.. ขอให้คิดเอาไว้ก่อนได้เลยว่า ภาพของคุณจะไม่ได้ส่วนตัวอีกต่อไป ถึงแม้ว่า "party จะเป็น party ส่วนตัวก็ตาม" ภาพถ่ายแต่ละครั้งให้คิดเอาไว้เลยว่า มันกำลังจะออกสู่สายตาประชาชี หรือว่าสาธารณขนในที่สุด ถ้าหากว่าคุณอยากดังก็เป็นการโปรโมตตัวเองที่ดี แต่ว่าถ้าหากว่าอยากอยู่แบบ low profile แล้วล่ะก็ระวังตัวกันเอาเองจากหน้ากล้องได้เลย ..

ไว้คราวหน้าฟ้าใหม่แล้วผมจะลองหาดูว่า น่าจะ setting ความเป็นส่วนตัวอย่างไรถึงจะ make sense สำหรับคนไทยทั่วไปอย่างเราๆท่านๆแล้วกันนะครับ (แต่ว่าผมคงต้องหาเวลามาทำการบ้านก่อน่นะครับ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • กล้องใน facebook
  • facebook กล้อง
  • tag facebook คือ
  • tag facebook คืออะไร
  • tag คืออะไร facebook
  • กล้องในfacebook
  • tag ใน facebook คืออะไร
  • ไม่ให้เห็นเพื่อน facebook
  • tag คือ facebook
  • tagged facebook คือ

ข้อมูลที่แสดงบน Social Network ผมว่าโอกาสที่ไม่เป็นจริงนั้นจะเริ่มน้อยลงไปทุกทีๆ….

ถ้าหากว่าคุณมีสังคมหรือรู้คนอยู่รอบๆตัวคุณอยู่จริงแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่มีรูปภาพของตัวคุณเองอยู่ใน internet ใน วงของ Facebook ผมเป็นคนนึงที่พยายามหลีกเลี่ยงการแสดงใบหน้าตัวเองหรือภาพของตัวเองใน Internet ที่เป็น Public แท้ๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ครับ (ไม่ได้มีอะไรลับลมคมในหรอกครับ แค่ว่าอยากจะลองว่าทำได้อย่างงั้นเหรอ่ปาวเท่านั้นเองถ้าหากว่าเราจำเป็นต้องใช้ internet เพื่อการ social network และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน)

เหตุผลนั้นมีอยู่ก็คือ ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ต้องการเอารูปของตัวคุณเองลงใน facebook หรือหน้ากระดานตัวเองก็ตาม เพื่อนๆของคุณก็จะเอาภาพที่ถ่ายตอนที่ไปเที่ยวหรือถ่ายตอนที่มีกิจกรรมสังสรรค์หมู่ขึ้นให้แทน ่คุณเหมือนจะไม่มีสิทธิที่จะไปควบคุมเพื่อนๆของคุณทั้งหมดว่า "ถ้าหากว่ามีรูปคุณกรุณาอย่าเอามา upload เพื่อโชว์เพื่อนๆของเค้าเหล่านั้นใน Internet ได้ไม่ว่าจะเป็น facebook หรือว่าที่ Multiply.com ก็ตามแต่" คุณไม่สามารถที่จะ track ติดตามไปได้ทั้งหมดว่าภาพของคุณได้เอาขึ้นแสดงไว้ที่ไหนในโลก internet บ้าง แต่สำหรับ Facebook แล้วมีการอ้างอิงด้วยว่าคนในภาพมีใครและชื่ออะไรเพื่อให้มีการเชื่อมต่อขอคนอื่นๆที่อยู่ในภาพ (หรือไม่อยู่ในภาพแต่ว่าเป็นเพื่อนของคนที่เอาภาพไป post ในหน้ากระดานตัวเอง) ต่อไปอีก

โดยสรุปนั้นจะเรียกว่าได้ว่าการเลี่ยงการแสดงภาพของตนไม่สามารถกระทำได้โดยสมบูรณ์ ถ้าจะทำให้ได้โดยสมบูรณ์นั้นคุณจะต้องไม่มีภาพที่ถ่ายโดยกล้อง digital เครื่องอื่นๆของเพือ่นๆคุณเลยแม้แต่ใบเดียว หรือต้องกำชับกับเพื่อนของคุณเองว่าอย่าเอาภาพไป Post ใน Internet ไม่ว่าเว็ปหรือ social network วงใดๆก็ตาม ซึ่งเหตุผลหลังนี้ก็เป็นตัวแปรที่คุณควบคุมไม่ได้อยู่ดีถึงแม้ว่าคุณจะได้กำชับแล้วก็ตามที (บอกอะไรไปไม่ใช่คนๆนั้นจะตามที่ไหนกันล่ะครับ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เจอๆอยู่ หรือว่าที่เราทำเอง มีคนบอกอะไรมาเราก็ไม่ได้ทำตามเค้าบอกซะทุกเรื่องหรอกจริงเหรอป่าวล่ะครับ)

เพราะฉะนั้นแล้วภาพลักษณ์ที่แสดงที่หน้า internet พึงสังวรณ์ไว้ว่า เพื่อให้ภาพออกมาดีจะเป็นที่จะต้องระวัง หรือแค่ว่าอย่าให้ภาพเหล่านั้นแสดงอาการอะไรที่ไม่เหมาะสมมากนักเพราะเราก็เคยได้ยินข่าวมาแล้วว่าครูอาจารย์มีการไล่ออกมาเพราะปรากฏภาพที่ไม่เหมาะสมใน facebook หรือ social network หรือก็แล้วแต่ หรือในทางตรงกันข้ามก็แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเวลาสังสรรค์กับสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคนอื่นๆเป็นภาพเดียวกันครับ ซึ่งแบบนี้จะทำได้ไม่ยากเรียกว่าไม่ Fake ก็เท่านั้นเองครับ

แค่เงื่อนไขที่ผมเล่ามาเพียงเงื่อนไขเดียวก็ทำให้เกิดการ verify ข้อมูลกันเองระหว่างเพือ่นๆ online ที่คุณเจอบนโลกจริงแล้ว เพราะเค้ารู้จักหน้าตาคุณ เค้ารู้จักว่าคุณทำอะไรทีไหนอย่างไรในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น คนที่แสดงข้อมูลบน Facebook ก็จะต้องตระหนักเหมือนกันว่า สิ่งที่แสดงไม่ได้แสดงแค่เพื่อนๆที่เราไมได้เคยเจอกันเท่านั้น (เพื่อน online) แต่ว่ามันจะแสดงกับวงเพื่อนๆจริงที่มาใน Social Network Tools online แบบนี้อีกตะหาก ลองคิดดูนะครับถ้าหากว่า คุณมีแฟน แล้ว แฟนคุณก็มี Facebook เหมือนกัน แล้วก็ทำการ connect เชื่อมแสดงข้อมูลกันเอาไว้ แล้วคุณปรับสถานะตัวเองเอาไว้ว่า "โสด" เพื่อจะหลอกล่อสาวอื่นๆให้มาสนใจคุณ แฟนตัวเป็นๆบนโลกจริงๆของคุณนั้นจะคิดยังไง? เหตุการณ์แบบนี้ผมเคยได้ยินว่าแล้วว่าความสัมพันธ์ต้องมีอันเป็นไปอันเนื่องมาจากการปรับสถานะ หรือการแสดงข้อมูลที่ไม่จริ

งกับโลกจริงที่ verify กันได้ยังไงอย่างงั้นเลยน่ะครับ นี่หละครับ โลกใบใหม่ของเราที่ข้อมูลของเราทุกคน (ที่ใช้ social network แบบ online) มีความเป็นไปได้สูงว่ามันจะต้องเป็นความจริงนั่นเอง

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • อย่าเอาข้อมูลตัวเองลงอินเตอร์เนต
  • การสมัครfacebook