ผมมีโอกาสได้เดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อประมาณเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2025 ที่ผ่านมา และได้ลองทำเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนเกี่ยวกับการ “ทำให้โทรศัพท์เบอร์ที่ใช้ประจำปกติสามารถรับสายเบอร์ไทยและโทรออกเบอร์ไทยปกติได้โดยไม่เกิดค่าใช้จ่ายระหว่างต่างประเทศใดๆเลย” เรียกง่ายๆว่า ไม่เสียเงินค่าโทรระหว่างประเทศแบบแพงๆ เหมือนกับทื่ทุกคนจะเข้าใจไปเองว่า ถ้าหากว่ารับสายหรือโทรไปเบอร์ไทยระหว่างอยู่ต่างประเทศ จะทำให้เกิด “ค่าใช้จ่ายที่ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะเรียกเก็บเป็นค่าโทรระหว่างประเทศ” และขอย้ำอีกครั้งว่า มันมีวิธีการดังกล่าวนี้จริงๆและส่วนตัวกระผมเองก็ลองมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรับสายไร้สาระ เช่น ผู้ให้บริการขนส่งโทรเข้ามาเพื่อบอกว่า ของมาส่งหน้าบ้านแล้วนะ ! หรือโทรคุยกับคนที่ทำงานได้เป็นปกติได้แบบไม่ต้องสนเวลาการโทรราวกับว่า เรานั้นยังอยู่เมืองไทยอะไรแบบนั้นเลย
เราเรียกฟังก์ชั่นโทรแบบนี้ว่า WIFI CALLING (ที่คุณไม่ต้องใช้ WIFI ก็ได้ด้วยเหมือนกัน)
หากคุณค้นหาคำว่า WIFI Calling จะเป็นบริการที่ทุกค่ายมือถือเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วบอกว่า เขาสามารถทำให้คุณเหมือนใช้เครือข่ายในประเทศเพื่อรับสายและโทรออก เหมือนกับคุณอยู่ประเทศไทยปกติได้ โดยการที่เพียงคุณต่อ โทรศัพท์มือถือของคุณเข้าไปยัง WIFI network (สัญญาณ WIFI ของร้านค้า โรงแรม หรือ WIFI 4G/5G mobile device อุปกรณ์ใดๆที่ส่งสัญญาณ WIFI ออกมา) แล้วก็คุณก็จะรับสายและโทรออกได้แบบไม่เกิดค่าใช้จ่ายระหว่างประเทศแล้ว ใช่ ! นั่นคือ วิธีการดั้งเดิมที่สุด สำหรับโทรศัพท์ทึ่รองรับซิมเพียงซิมเดียว แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ที่ว่า ตอนนี้โทรศัพท์ของคุณที่ใหม่ๆนั้นน่าจะใช้ SIM card ได้สองซิม หรือแย่ที่สุดก็จะใช้ SIM card ปกติที่เป็นแผ่นได้หนึ่งซิมและอีกซิมเป็น electronic sim card หรือ เรียกว่า e-SIM (อีซิม) ได้ ถ้าหากว่า โทรศัพท์ smart phone ของคุณเข้าเงื่อนไขนี้ก็แปลว่า คุณจะทำเหมือนกับที่ผมทำได้ คือ
“เรากำลังจะให้ซิมหลัก เป็นแค่ซิมการ์ดที่ไม่มี Data Roaming และไม่มี Call Roaming ใดๆ และ ให้ eSim ที่สองทำหน้าที่เป็น sim ที่ต่ออินเตอร์เน็ต”
ปกติแล้วถ้าหากว่าเรามีซิมใบเดียวเป็นซิมหลัก และ หากเราไม่ได้เป็น Call Roaming (โรมมิ่งเพื่อให้เบอร์ได้รับการติดต่อได้หรือโทรออกได้) มันก็จะทำตัวเหมือนซิมการ์ดที่ไม่มีสัญญาณใดๆ เพราะ มันจะไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์มือถือท้องถิ่นในต่างประเทศได้เลย กล่าวคือ ถ้าหากว่ามีคนโทรมาก็จะโทรไม่ติด เมื่อโทรไม่ติดเราก็ไม่มีอะไรให้รับสาย หรือ กลับทางกัน เราก็กดโทรออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะ ซิมมันไม่มีเครือข่ายมือถืออะไรให้จับสัญญาณทั้งสิ้น
แต่ทว่า ถ้าหากว่าคุณกำหนดให้ซิมที่สอง (ซิมรองไม่ว่าเป็นซิมจริงและ ซิมประเภท eSIM ก็ตาม) ให้เปิดให้มันใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเอาไว้ได้ โดยการเปิดการใช้ internet data ให้ไหลผ่านซิมนี้เสีย ซิมหลักของคุณก็จะเอาข้อมูลสัญญาณรับสายเข้าออก เพื่อการโทรศัพท์ปกติไหลผ่าน data ของซิมที่สองนี้ เหมือนกับว่า มันต่อ WIFI และ มันก็จะกลับไปที่โหมด ฟังก์ชั่น WIFI Calling แบบเดียวกันเลยทุกประการ แต่แค่ว่าที่หน้าจอมือถือของคุณจะไม่แสดงเป็น WIFI Calling แต่จะแสดงชื่อ ผู้ให้บริการซิมหลักของคุณลงท้ายด้วยคำว่า “โดยใช้ข้อมูลเซลลูลาร์” เช่น สำหรับกระผมใช้ Dtac มันจะขึ้นประมาณว่า “Dtac Together โดยใช้ข้อมูลเซลลูลาร์” แสดงเอาไว้เป็นสถานะของซิมการ์ดของดีแท็คอันนั้นๆ และ เพียงเท่านี้คุณก็จะทำให้โทรศัพท์เบอร์หลักของคุณ ทำตัวเหมือนกับอยู่เมืองไทย 100% ยังไงอย่างงั้นเลย รับสายก็ไม่เสียเงินอะไร โทรออกก็คิดตามแพ็คเกจการโทรออกจากผู้ให้บริการมือถือปกติของคุณเหมือนอยู่ในไทยปกติไม่ว่าจะเป็น AIS TRUE หรือ DTAC ก็สุดแล้วแต่
ด้านบนนี้ เป็นภาพตัวอย่างให้คุณเห็นสำหรับโทรศัพท์ iPhone 16e ที่กระผมใช้อยู่เป็นปกติโดย ผมไม่ได้สมัคร package data roaming ของ DTAC ใดๆไปทั้งนั้นแต่ซื้อ eSim แบบอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้เป็น internet sim สำหรับซิมที่สอง เพื่อให้ข้อมูลโทรไหลเข้าออกผ่าน internet sim 2 ที่ว่านี้แทน โดยบรรทัดแรก คือ internet sime card ที่ผมซื้อผ่านระบบออนไลน์ทั่วไปเป็น esim (เพราะมันประหยัดกว่าและไม่ต้องรอซิมกายภาพจริงๆมาใส่ที่เครื่องก็เพราะว่า iPhone มันใส่ซิมกายภาพการ์ดจริงได้แค่ใบเดียวถ้าหากว่าจะใช้สองใบพร้อมกันอีกใบหนึ่งจะเป็น eSIM เท่านั้น) ที่บรรทัดแรก มันขึ้นสัญญาณ 4 ขีดตามด้วย กรอบที่มี “สระเอ” แสดงด้านใน พร้อม au5G เพื่อบอกว่า มันต่ออินเตอร์สัญญาณระดับ 5G ด้วยความแรงสัญญาณระดับสี่ขีดเต็ม ส่วนบรรทัดที่สอง คือซิมหลักของผมเอง คือ Dtac Sim ที่ใส่เอาไว้อยู่แล้วเป็นปกติ เป็นซิมขนาด Nano Sim ธรรมดาเสียบไว้ตั้งแต่อยู่เมืองไทยอยู่แล้ว แต่มันจะไม่มี “ขีดสัญญาณ” ใดๆแสดงเอาไว้เลย ก็เพราะว่าผมปิด Roaming ใบ Dtac เอาไว้คือง่ายๆ ถ้าหากว่าไม่มีซิม “สระเอ” ด้านบน ก็จะเหมือนกับว่าไม่มีซิมดีแท็คนี้ใช้งานอยู่ยังไงอย่างงั้น แต่อย่างว่า บรรทัดที่สองตอนนี้คือ Dtac ที่สามารถใช้งานได้ เพราะมันขึ้นคำว่า “โดยใช้ข้อมูลเซลลูลาร์” ต่อท้ายด้านหลังนั่นเอง
ทีนี้ผมขอสรุปสั้นๆอีกรอบว่าเราทำยังไงเพื่อให้ได้ภาพออกมาเป็นแบบนี้แล้วกัน
หนึ่ง : ตรวจสอบว่าโทรศัพท์รุ่นที่คุณใช้มันจะต้องใช้งานได้ 2 SIM พร้อมกัน
สอง : ให้ปิด Roaming service สำหรับซิมหลักที่คุณใช้อยู่ปกติ โดยติดต่อไปที่ผู้ให้บริการของคุณ (หรือมันจะมีให้กดรหัสพิเศษเพื่อยกเลิกการ Roaming) การทำนี้จะต้องทำตั้งแต่เมืองไทยเท่านั้น เพราะ หากเราอยู่ต่างประเทศแล้ว เราจะกดพวก ดอกจัน ตามด้วยหมายเลขแล้วส่ง SMS ออกไปไม่ได้แล้ว
สาม : หาซื้อ internet sim ใบที่สอง (หรือเป็น eSIM ก็ได้สำหรับ iPhone)
สี่ : ทำการตั้งค่าใช้เครื่องโทรศัพท์ของคุณให้ SIM 2 ของคุณเป็นช่องทางสำหรับการไหลข้อมูลอินเตอร์เน็ตเท่านั้น และ ปิดไม่ให้ซิมการ์ดหลักของคุณไหลข้อมูลอินเตอร์เน็ตใดๆได้
ห้า : ให้เปิดฟังก์ชั่น “การโทรผ่าน WIFI หรือ WIFI Calling” ในมือถือของคุณ ตอนที่คุณอยู่เมืองไทยเท่านั้น ทำกระบวนการนี้หลังจากที่อยู่ต่างประเทศแล้วจะทำไม่ได้ การเปิดใช้งานนี้ “ต้องทำระหว่างที่คุณอยู่ไทยเท่านั้น!” ทำล่วงหน้าได้ทันที เปิดเอาไว้ ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น หรือจะเปิดทิ้งไว้เลยก็สุดแล้วแต่คุณเอง
ถ้าหากว่าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากจะทำได้จริงๆ แนะนำ ทำตามข้อ หนึ่ง ถึง ห้าทั้งหมดโดยไม่พลาดอะไรทั้งนั้น และ ทำให้แน่ใจได้ว่า สุดท้ายแล้ว ซิมทั้งสองจะแสดงสถานะและสัญญาณเหมือนกับที่แสดงในภาพด้านบนเท่านั้น ที่เหลือก็แค่ลองให้คนอื่นโทรเข้ามาดูเท่านั้นเอง !
ทั้งนี้หากคุณอยากซื้อ eSIM สำหรับการเดินทางต่างประเทศโดยเน้นไปที่เพื่อให้โทรศัพท์ใช้งานรับสายโทรออกได้แค่นั้นเป็นหลัก และ ไม่ได้อินเตอร์เน็ตเยอะมาก เราแนะนำให้คุณใช้ตามผมก็ได้ที่ OrbitMobile จะมีอีซิมประเภทที่แค่ประมาณ 100 บาทสามารถใช้ได้ 30 วันแล้วได้อินเตอร์เน็ต 1 GB (แค่นั้น) ซึ่งปริมาณขนาดนี้ เพื่อการใช้รับสายโทรเข้าออกนั้นมากเหลือเฟือมากๆแล้ว และนั่นจะทำให้คุณประหยัดสุดๆสำหรับการเอาเบอร์หลักคุณเพื่อโทรออกรับสายปกติ กดซื้อ eSIM จาก OrbitMobile ได้จากที่นี่