จักรยานทรงตัวสำหรับเด็ก อุปกรณ์เพื่อการก้าวข้ามการเจ็บตัวในการฝึกปั่นจักรยานสองล้อ

จักรยานทรงตัวสำหรับเด็ก : อุปกรณ์ที่ทำให้ก้าวข้ามการเจ็บตัวในการฝึกฝนปั่นจักรยานสองล้อของเด็กยุคใหม่ ผมถือว่าเด็นรุ่นใหม่นี้ โชคดีมากที่มีคนคิดจักรยานทรงตัวที่ออกแบบมาเพื่อไม่ให้เด็กกลัวการล้มจากการปั่นจักรยานในอนาคต และไม่ต้องล้มในการฝึกจักรยานสองล้อแบบปั่นอีกด้วย เพราะ น้องได้มีการเรียนรู้เรื่องการทรงตัวบนจักรยานแล้วตั้งแต่วัยเด็ก จากข้อสังเกตของผมการที่เด็กได้ฝึกปั่นจักรยานสองตัวตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้เด็กไม่กลัวที่จะกล้าฝึกปั่นจักรยานสองล้อในอนาคตอันใกล้นี้ มาดูเหตุผลก่อนว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

จักรยานทรงตัวที่ใช้อยู่ตอนนี้ และ เป็นตัวที่น้องที่บ้านใช้งานอยู่จนถึงทุกวันนี้ คือ จักรยานทรงตัว STRIDER Balance Bike

เหตุผลว่าทำไมต้องรีบฝึกจักรยานทรงตัวตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก

ความสูงของเด็กยังน้อยอยู่ระหว่างการฝึกจักรยานทรงตัว ซึ่งจักรยานทรงตัวถูกออกแบบมาสำหรับเด็กตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปจนถึงอายุสองขวบกว่าในการเริ่มฝึกจะสังเกตได้ว่าเด็กช่วงอายุนี้ความสูงยังไม่มากนักนั่นแปลว่า จุดศูนย์ถ่วงของเด็กเล็กนั้นต่ำใกล้พื้นมากกว่าเด็กโต หากล้มก็ไม่ค่อยเจ็บนัก ลองคิดเล่นๆดูว่า ถ้าหากว่าผู้ใหญ่คนหนึ่งอยากจะฝึกจักรยานสองล้อและผู้ใหญ่คนนั้นมีความสุข 170 เซนติเมตรแล้วและเกิดล้มจักรยานจะต้องเจ็บหนักกว่าเด็กเล็กล้มเป็นมากนัก นี่คือธรรมชาติของการเป็นเด็กอยู่แล้วในสารระบบของโลกเรา คือ เด็กจะกล้าเสี่ยงในเรื่องของการทรงตัวมากกว่าผู้ใหญ่เพราะว่าโอกาสเจ็บตัวจะน้อยกว่าผู้ใหญ่มากนัก ถือได้ว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะทำให้เด็กกล้าฝึกการทรงตัวในทุกรูปแบบ รวมทั้งการเริ่มใช้จักรยานสองล้ออีกด้วย

เมื่อเด็กมีความคุ้นชินกับจักรยานทรงตัวและสามารถไถจนสามารถยกขาสองขาแล้วไถจักรยานไปข้างหน้าได้อย่างแคล่วคล่อง สุดท้ายแล้วเมื่อถึงวัยหกขวบเกิดน้องอยากจะปั่นจักรยานสองล้อจริงๆก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพราะการทรงตัวนั้นได้ถูกฝึกมาแล้วตั้งแต่ช่วงอายุเล็กๆแล้วนั่นเอง

การออกแบบจักรยานทรงตัวที่ดีนั้นมีผลต่อโอกาสบาดเจ็บของเด็กอยู่ระดับหนึ่ง ผมจึงขออนุญาตบอกเล่าให้ท่านได้ฟังบ้างในบางประเด็นเพื่อให้คุณได้เห็นว่าจักรยานทรงตัวนั้นถูกออกแบบมาเพื่อสำหรับเด็กเล็กจริงๆเพื่อที่น้องๆจะได้รับการพัฒนาโอกาสในการปั่นจักรยาน2ล้อถีบตัวจริงในอนาคต

ที่จับมีหัวกันปลาย | ติดสติ้กเกอร์ | ที่วางขา | แกนปรับระดับอาน | ปรับความสูงแฮนจับ |

น้ำหนักของจักรยานทรงตัว : จักรยานทรงตัวจะมีน้ำหนักไม่มากส่วนใหญ่แล้วมีน้ำหนักอยู่ช่วงตั้งแต่ 1.5 ถึง 2.2 กิโลกรัมแล้วแต่วัสดุที่นำมาใช้ในการสร้างโครงสร้างของจักรยานโดยมากแล้วจะเลือกที่วัสดุตั้งแต่ เหล็ก ไม้ พลาสติก หรือ อลูมิเนียม (แพงสุด) หากคุณต้องการน้ำหนักเบาไว้ก่อนคุณควรเลือกวัสดุเป็นแบบอลูมิเนียม แต่หากคุณต้องการความคงทนวัสดุ คุณอาจจะเลือกโครงสร้างเหล็กก็ได้ แล้วแต่สีที่ทาเคลือบไว้ว่าเป็นสีเคลือบเหล็กที่มีคุณภาพดีแค่ไหน แน่นอนว่า สำหรับเด็กแล้วจักรยานที่เบาจะทำให้รู้สึกว่าสามารถฝึกฝนได้ง่ายกว่าและเคลื่อนที่ได้สะดวกกว่าจักรยานทรงตัวที่มีน้ำหนักมากแต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ไม่ได้มีผลนักต่อการฝึกของเด็กแต่อย่างใดในความเห็นส่วนตัว เพราะเด็กเองถ้าหากว่าได้จักรยานน้ำหนักเท่าไหร่มา ก็จะฝึกจากจักรยานตัวนั้นอย่างไม่มีทางเลือก และเชื่อว่าท้ายที่สุดก็สามารถพัฒนาการให้สามารถใช้จักรยานทรงตัวตัวนั้นๆได้ในที่สุดอยู่ดี เหตุปัจจัยในการเลือกเรื่องของน้ำหนักนั้นเป็นวิจารณญาณของคุณผู้ปกครองเป็นหลักว่า สามารถจะจ่ายเงินกับวัสดุประเภทไหนได้เป็นประเด็นเสียมากกว่า

สาธิตการวางเท้าในตำแหน่งที่วางเท้าของเด็ก

การออกแบบในเรื่องของการปรับความสูงของอานและแฮนจับ(ด้านจับจักระยานทรงตัว) : เพื่อให้ครอบคลุมความสูงของเด็กตั้งแต่อายุหกเดือนถึงสี่ขวบคุณอาจจะต้องเลือกจักรยานที่มีการปรับระยะอาน เพื่อให้ครอบคลุมความสูงของเด็กตั้งแต่อายุหกเดือนถึงสี่ขวบ คุณอาจจะต้องเลือกจักรยานที่มีการปรับระยะอานและระยะของแกนจับ ให้สามารถรองรับระยะที่สูงขึ้นได้มากจนถึงระดับหนึ่ง  ในบางยี่ห้อแล้วอาจจะมีตัวแกนสำรองให้ด้วยเพื่อรองรับเรื่องความสูงของการปรับระดับให้ครอบคลุมความสูงของน้องในแต่ละวัยอีกด้วย

มีตัวกันกระแทกที่ปลายสุดของด้ามจับทั้งสองฝั่ง : คุณลองพิจารณาดูว่าถ้าหากว่าเด็กล้มมือที่จับอยู่บนด้ามจับจะต้องจับอยู่บริเวณส่วนกลางของด้ามจับ  ที่ปลายสุดของด้ามจับจึงควรมีตัวป้องกันไม่ให้เด็กจับที่ปลายสุดของตัวดำจับได้นั่นเอง

ทำไมผมไม่แนะนำให้คุณเลือกให้เด็กปั่นจักรยานสามล้อ ?

มันอาจจะดูแปลกๆที่ว่า เราเอาเด็กขึ้นไปยืนเดินบนจักรยานทรงตัว Balance Bike แล้วเด็กก็แค่เดินไปเดินมาเท่านั้นเอง ใช่แล้ว เราอาจจะดูแล้วไม่ได้รู้สึกสนุกไปด้วยซักเท่าไหร่ เพราะ เราคาดหวังภาพปลายทางว่าเด็กจะไถยกขาเอาไว้ทำให้เมื่อเทียบกันแล้ว ตัวเราเองขณะที่ดูเด็กเล่น(จะเรียกว่าฝึกน่าจะเหมาะกว่า) จะไม่รู้สึกว่ามันสนุกนัก ผิดกับการที่เด็กได้นั่งจักรยานสามล้อแล้ว ออกแบบแรงปั่น แล้วเด็กและตัวเราพบว่า มันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เกือบทันทีที่เด็กออกแรงปั่นขาถีบ มันทำให้เรารู้สึกภูมิใจอย่างแปลกประหลาดว่าเด็กสามารถขับจักรยาน(สามล้อ)ได้แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน เรากำลังให้เด็กเรียนรู้ผิดๆ ในการปั่นจักรยานต่างหาก !

น้องที่บ้านผมก็เคยปั่นจักรยานสามล้อ และ ปรากฏว่าล้ม แล้วยังเียนรู้การทรงตัวที่ผิดอีกต่างหาก ! เวลาน้องเลี้ยวจะเห็นได้ว่า เมื่อเลี้ยวขวา น้องเค้าจะเอี้ยวตัวไปทางซ้ายซึ่ง แน่นอนว่า มันจะทำให้ล้มได้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ สำหรับจักรยานสองล้อแล้ว สิ่งที่ควรจะเป็นคือ เมื่อเลี้ยวขวา น้องควรเอี้ยวตัวไปทางขวาด้วย เพื่อถ่วงกับแรงหนีศูนย์กลางทางฟิสิกส์ถึงจะทำให้ไม่ล้ม การที่เด็กเลือกที่จะเอี้ยวตัวไปด้านตรงข้ามกับสิ่งที่มันควรจะเป็นเพราะว่า ร่างกายเค้าสะดวกแบบนั้น และไม่มีสัญญาณอะไรบอกถึงเค้าได้เลยว่า เอี้ยวตัวด้านนั้นมันหนีศูนย์กลางรัศมีความโค้ง และทำให้ทรงตัวไม่ได้ ซึ่งขณะที่น้องใช้จักรยานสามล้อนั้น ล้อด้านหลังทั้งสองล้อมันจะออกแรงกระทำ เพื่อต้านแรงหนีศูนย์เอาไว้ให้แทน น้องเลยไม่รู้ว่ามันจะทำให้ล้อได้นั่นเอง และ นี่คือปัญหาที่ต้องมา เรียนรู้ใหม่ เมื่อน้องจะต้องขี่จักรยายแบบสองล้อ เพื่อการทรงตัวอีกรอบหนึ่ง

ทำไมไม่รอให้โตก่อนแล้วไปปั่นจักรยานสองล้อจริงเลยล่ะ !?

ปัญหาของการฝึกปั่นจักรยานสองล้อแบบมีที่ถีบ คือ “มันมีที่ถีบทำให้ไม่สามารถค่อยๆเดินด้วยเท้าเพื่อการทรงตัวได้สะดวก” และ อีกประการก็คือ การที่จะเริ่มทรงตัวได้นั้น แรงจากการถีบของเด็กจะยังไม่เพียงพอเพื่อทำให้จักรยานเคลื่อนที่ได้เร็วพอ พอที่จะทำให้จักรยานทรงตัวได้ ลองคิดดูแล้วกันว่า ถ้าหากว่าน้องโตขึ้นมาหน่อยแล้วพบว่า ต้องมาฝึกด้วยการปั่นจักรยานสองล้อแบบ Balance Bike เค้าจะมีความคาดหวังในเรื่อง การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็ว และ เราเองก็รู้ว่า ถ้าหากว่ามันเคลื่อนที่ช้าๆ มันไม่ได้สนุกอะไร เมื่อเทียบกับภาพในความหวังของเราและตัวน้องเอง (เด็กโต) มีความเสี่ยงที่น้องอาจจะเบื่อและ หมดความพยายามก็ได้ และนั่นเป็นโอกาสเดียวที่น้องจะเลือกที่จะขี่หรือไม่ขี่จักรยานสองล้อไปตลอดชีวิต

วิธีการฝึกเด็กให้เริ่มใช้จักรยานทรงตัวทำได้ไม่ยากโดยผมเองของแนะนำเทคนิคและประสบการณ์ในการที่ให้น้องที่บ้านฝึกใช้งานจักรยานทรงตัวมาเล่าสู่กันฟังเป็นประเด็นๆไปดังต่อไปนี้

  • คุณสามารถที่จะให้เด็กดูวิดีโอในการขับจักรยานทรงตัวก่อนที่จะมีจักรยานทรงตัวเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ โดยการเปิด YouTube หรือแม้กระทั่งการพาน้องๆไปเดินห้างที่มีการจัดงานปั่นจักรยานประเภทนี้อยู่สม่ำเสมอ  ทำให้ตัวเด็กเองมีความต้องการจะเลียนแบบในการปั่นจักรยานทรงตัวแล้วจึงพาไปทดลองหรือเลือกจักรยานทรงตัวเป็นของตัวเองซักคัน การทำแบบนี้จะทำให้ตัวเด็กเองมีพฤติกรรมเลียนแบบหรืออยากจะเลียนแบบตามคนอื่นในวัยเดียวกันนั่นเองซึ่งเป็นแรงจูงใจง่ายที่ทำให้เด็กอยากจะใช้จักรยานทรงตัวนี้
  • เลือกจักรยานทรงตัวที่ มีสีตามที่น้องชอบ เด็กในวัยนี้เริ่มรู้จักสีแล้วและเริ่มมีสิ่งที่ชอบสีที่โปรดมาตั้งแต่วัยเยาว์การที่เขาได้ใช้อุปกรณ์หรือแม้แต่ตัวจักรยานเองก็ควรเลือกให้มีสีที่ตัวเด็กชอบด้วย
  • ในช่วงแรกๆเราไม่ต้องคาดหวังให้น้องเข้าไปใช้ตัวจักรยานมากนักก็ได้เพียงแต่ตัวจักรยานเพิ่งอยู่ในสถานที่น้องสามารถเดินไปหยิบจับและทำความคุ้นเคยได้สะดวก เพียงแค่เราบอกให้ลองขี่ดูหรือว่าชมไปด้วยเวลาที่เขาได้เดินของบนจักรยานทรงตัว
  • ลักษณะการฝึกก็ไม่ยากเรียกว่าไม่ต้องทำอะไรเลยมากกว่า พยายามให้น้องขึ้นไปขี่จักรยานไถๆเดินเดินอยู่บนจักรยาน  เท่านั้นก็ถือว่าเป็นการเริ่มฝึกที่ดีแล้วที่เหลือเป็นเรื่องของเวลาโดยมากแล้วจะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งถึงสองเดือนก็สามารถที่จะเริ่มปั่นได้เร็วและยกขาได้  โดยมากแล้วเด็กผู้หญิงอาจจะมีการฝึกฝนในเรื่องนี้ได้ช้ากว่าเด็กผู้ชายซึ่งหลักความผาดโผนมากกว่า
  • เพื่อให้น้องรู้สึกรัก จักรยานทรงตัวของตัวเองให้มากขึ้นคุณอาจจะนำสติ๊กเกอร์ลายการ์ตูนที่น้องชอบมาแปะที่ตัวจักรยานทรงตัวด้วยจะดีมาก

สำหรับร้านค้าโดยมากแล้วเมื่อคนอยู่ที่ร้านคุณอาจจะโดนอัพเซลโดยการเสนอให้ซื้อหมวกกันน็อกหรือสนับศอกหรือสนับเข่า  ในความเห็นของผมแล้วถ้าหากว่าคุณจะฝึกในพื้นที่บ้านซึ่งปูพื้นเรียบอยู่แล้วไม่ได้ฝึกในลานพื้นคอนกรีตที่มีความอยากคุณไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เหล่านั้นมากนัก อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเรานั้นถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายนอกอาคารที่มีความเสี่ยงในการล้มมาก และอาจทำให้น้องเกิดแผลจากการล้มได้ จะสังเกตได้ว่าเป็นการป้องกันส่วนหัวเข่าและข้อศอกซึ่งอาจมีโอกาสในการลากคลุดกับพื้นระหว่างล้มได้ แน่นอนว่า เพื่อโอกาสในการลดความเสี่ยงจากการล้มและโอกาสอันตรายจากการถลอกจากขนมเหล่านี้ผมแนะนำให้คุณเลือกที่ทำการฝึก ขับจักรยานทรงตัว ในบ้านถ้าคุณมีพื้นที่เพียงพอ ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งก็คือคุณควรให้น้องเริ่มฝึกใช้จักรยานทรงตัวนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยมากๆ เพราะเด็กจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วอยู่แล้ว การไถหรือเดินอยู่บนจักรยานนั้นก็ถือเป็นความตื่นเต้นที่แปลกใหม่สำหรับน้องน้องอยู่เช่นเดียวกัน ทำให้น้องน้องยังมีความสนุกตื่นเต้นกับการใช้จักรยานทรงตัวนี้ระหว่างการฝึก ในช่วงแรกๆ ได้เป็นอย่างดี

มุมมองของคนสมัยก่อนต่อการใช้งานจักรยานทรงตัวเมื่อเทียบกับสามล้อถีบ

หากคุณซื้อจักรยานทรงตัวสองล้อนี้มาใช้งานแล้ว  ที่บ้านคุณอาจจะมีผู้ใหญ่หลายคนไม่เห็นด้วยกับการใช้จักรยานประเภทนี้นัก และแปลกใจว่าทำไมถึงให้เด็กเล็กขนาดนี้ใช้จักรยายสองล้อกันล่ะ เพราะเนื่องด้วยสมัยก่อน จักรยานคันแรกแรกของเด็กในยุคนั้น มักจะเป็นจักรยานสามล้อที่ไม่มีความจำเป็นในเรื่องของการทรงตัวอยู่บนตัวจักรยานแต่อย่างใดก็สามารถขับขี่ได้ทันที แต่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์หลักของจักรยานทรงตัวประเภทนี้ในปัจจุบัน จักรยานทรงตัวไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสนุกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ขึ้นคร่อมมัน และมันเองก็ไม่ได้ง่ายสำหรับการใช้งานหรือฝึกฝนให้ใช้งานได้คล่องตัวในเบื้องต้น ในมุมมองของผู้ใหญ่แล้วเราจะยังไม่เห็นว่าน้องใช้งานได้อย่างสนุกสนานแต่อย่างใด  แต่ในทางกลับกันแล้วน้องได้ขึ้นใช้จักรยานทรงตัวถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขาแล้ว แต่ประโยชน์หลักที่ผู้เลือกซื้อจักรยานทรงตัวใช้งานก็คือ  เค้าจะสามารถใช้จักรยานสองล้อได้เกือบจะทันทีเมื่อเปลี่ยนจักรยานเป็นจักรยานสองล้อทั่วไปในอนาคตอันใกล้ โดยที่น้องจะไม่ต้องเจ็บตัวล้มฝึกอีกต่อไป ประเด็นนี้ต่างหากล่ะ ที่เป็นเรื่องที่สำคัญกว่า และเป็นเหตุผลหลักที่สำคัญในการใช้งาน “จักรยานทรงตัว” หรือ Balance Bike ของเด็กเล็กที่ผู้ใหญ่ควรทราบและรู้ไว้ว่า มันมีประโยชน์มากถึงเพียงนี้

คุณสามารถเข้าไปเลือกรุ่นของจักรยานทรงตัวได้จากที่นี่ (แนะนำเลือกรุ่นที่เป็นยี่ห้อจะได้ขายต่อได้ราคา)



Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ขั้นตอนสมัครขับรถ UBER และ UBERX ในประเทศไทย © 2017 All Rights Reserved

Rackmanagerpro.com all right reserved 2007 - 2017

Designed by WPSHOWER

Powered by WordPress