วิธีการเลือกเครื่อง Sous Vide สำหรับใช้ในบ้านเรือน

แชร์ประสบการณ์การเลือกเครื่อง Sous Vide กันต่อเนื่องกับเนื้อหาในหมวดการปรุงอาหารที่หน้าเว็ปของผมเอง ตอนนี้เป็นตอนที่สามแล้ว สำหรับการเล่าเรื่องประสบการณ์ต่างๆในการทำครัวโดยเฉพาะการใช้เครื่อง Sous Vide ในการทำอาหาร แต่ว่า วันนี้จะมาบันทึกวิธีการเลือกเครื่อง Sous Vide เอาไว้เสียหน่อย เผื่อว่าเพื่อนๆคนไหนทำการค้นหาด้วยคำว่า “วิธีการเลือกเครื่องซูวี” ก็น่าจะมาเจอเนื้อหานี้และ คิดว่าจะทำให้คนอ่านสามารถเลือกซื้อเครื่อง Sous vide ได้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้นได้ด้วย

สำหรับคนที่ไม่รู้เลยว่าเครื่องซูวี ( Sous Vide ) คืออะไร ก็เล่าสั้นๆนิดหน่อยแล้วกันนะครับว่า มันคือ เครื่องทำอาหารประเภท Slow Cooker หรือ ค่อยๆสุกทีละน้อยๆ เพื่อให้เนื้อหรืออาหารมีความสุกได้ทั่วถึงกัน โดย ตอนกระบวนการซูวี Sous Vide นั้นจะใช้น้ำเป็นพาหะในการนำความร้อนแบบ Conductive (การนำความร้อน) เป็นหลัก เพราะว่า เครื่อง Sous Vide จะมีตัววัดความร้อน ปั้ม และ แน่นอนที่สุดระบบคอยร้อน เพื่อสร้างความร้อน โดยการแปลงไฟฟ้าเป็นความร้อนนั่นเอง การทำแบบนี้ จะทำให้เครื่อง Sous Vide สามารถควบคุมความร้อนของอาหารได้อย่างแม่นยำ และ ความร้อนที่ได้นั้นมีความทั่วถึงทั้งชิ้นตั้งแต่ด้านนอกสุดของอาหาร ถึง ในสุดของชิ้นอาหาร แบบช้าๆ ไม่มีเปลวไฟ หรือความร้อนสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เครื่องยังควบคุมอุณหภูมิของน้ำ (และของอาหารที่กำลังปรุง) ได้แม่นยำมาก

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อเครื่อง Sous Vide สำหรับครัวก็คือ 

  1. ราคา : แน่นอนว่า ราคาเป็นปัจจัยหลักสำหรับการใช้ในบ้านเรือน เพราะ เราคงไม่ได้ใช้บ่อยมากสักเท่าไหร่ สำหรับเจ้าเครื่องนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ราคาของมันก็ต้องไม่น่าจะแพงมากมายนัก โดยปกติแล้ว เครื่องจะมีราคาตั้งแต่ไม่กี่พันบาทไปถึงหมื่นหรือเกือบหมื่นบาทขึ้นอยู่กับ การออกแบบ และ ฟังก์ชั่นการใช้งานของเครื่องว่ามีมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ ถ้าหากว่ามีมากเกินไปก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีสักเท่าไหร่ เพราะ เครื่อง  Sous Vide แก่นการทำงานของเครื่อง คือ ระบบปั้มน้ำ และ ระบบให้ความร้อน และ ควบคุมความร้อนของน้ำ เท่านั้นเอง หากว่า มีอะไรเพิ่มเยอะไปกว่านี้ถือได้ว่าเป็น options เสริมที่ไม่ได้ถึงกับจำเป็นนัก
  2. การออกแบบ และลักษณะการใช้งาน : เครื่อง Sous Vide จะมีทั้งแบบเป็นอ่างสำเร็จรูปมาเลย ซึ่งถ้าหากว่าเป็นแบบนี้ส่วนมากแล้ว จะเรียกได้ว่าเป็นระดับมืออาชีพใช้กันเลย เพราะ อ่างพวกนี้ถือว่าต้องอุทิศพื้นที่ตั้งให้กับมันเลย เหมือนกับเตาไมโครเวฟ ที่เราจะไม่เคลื่อนที่มันอีก เพราะ มันหนัก และไม่ค่อยสะดวกในการเคลื่อนที่มากนัก แต่แน่นอนว่า มันจะทนทานกว่า sous vide อีกประเภทหนึ่งที่เป็นแบบจุ่ม อย่างงั้น Sous Vide แบบจุ่มนั้นมันเป็นยังไงกันล่ะ ? ต้องขอบอกก่อนว่า ผมใช้เป็น Sous Vide แบบ immertion (แบบจุ่ม) เนื่องด้วยมันประหยัดเงินกว่าแบบซื้อเป็นอ่างเป็นอย่างมาก เพราะ เราที่ผมเลือกแบบนี้ก็ด้วยคิดว่า เรามีอ่างอยู่แล้ว หรือภาชนะเพื่อใช้แทนอ่างซูวีอยู่แล้วนั่นเอง ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนเพื่อซื้ออ่าง และ การใช้งานของผม คือ เมื่อมีอารมณ์อยากจะทำอาหารถึงจะเอาออกมาทำแค่นั้นเอง
  3. ความสะดวกในการเคลื่อนย้าย : หากคุณเลือกเครื่อง  Sous Vide แบบ immertion หรือแบบจุ่มนั้น จะทำให้คุณสามารถยกเครื่องไปที่อื่นๆได้สะดวก สามารถนำมันออกไปทำอาหารนอกบ้าน หรือบ้านเพื่อนคนอื่นก็ได้ เพราะ สิ่งที่คุณต้องขนย้ายนั้น มันก็แค่ตัวเครื่อง Sous Vide แค่นั้นเอง ไม่ใช่ต้องเอาทั้งอ่างไป ( ผมคิดว่า ครัวบ้านเพื่อนคุณก็น่าจะมีหม้อ เพื่อใช้แทนอ่างซูวีได้อยู่แล้ว)​
  4. คุณมีพื้นที่ในครัวแค่ไหน : ถ้าหากว่าคุณมีพื้นที่มาก และไมได้แคร์เรื่องงบประมาณ การใช้เครื่องประเภทจำหน่ายพร้อมอ่างซูวีเป็นชิ้นเดียวกันนั้น ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่คุณจะเลือกซื้อเครื่องซูวีมาใช้ได้ อย่างไรก็ดี สำหรับบ้านเรือนที่ประหยัดพื้นที่ อาจจะด้วยขนาดไม่ใหญ่นัก หรือ ต้องการพื้นที่ให้มันใช้สอยได้ประโยชน์สูงสุด การเลือกเครื่องซูวี ประเภทจุ่มน้ำนั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก
  5. แม้จะเป็นระบบจุ่ม การออกแบบเพื่อความปลอดภัยก็มีความสำคัญ ผมเห็นเครื่องซูวีบางรุ่นที่เป็นเครื่องซูวีแบบจุ่มอ่างนั้น มีการออกแบบให้ด้านหน้าเพื่อควบคุมหันหน้าเข้าในอ่างซูวี ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าการออกแบบลักษณะดังกล่าว ไม่น่าจะเหมาะสมสักเท่าไหร่นัก เพราะ ถ้าหากว่า คุณตั้งให้เครื่องทำงาน ณ​ ความร้อนระดับ 70-90’c แล้วแน่นอนว่า อาจจะมีการระเหยของไอน้ำ (จริงๆแล้วทุกค่าความร้อนที่ผิวหน้าของระดับน้ำก็จะมีการระเหยได้อยู่แล้ว) ทำให้ไอน้ำเหล่านั้น อาจจะมีการไหลระเหยเข้าไปยังเครื่อง หรือ หน้าเครื่องที่เป็นชิ้นส่วนที่มีความอ่อนไหว (หรือสุ่มเสี่ยง) กับความชื้นได้ เช่น หน้าจอที่ด้านในปุ่มจะมีวงจรอิเล็คทรอนิกส์ในการควบคุม เป็นต้น ถ้าหากว่าหันหน้าเข้าอ่างซูวี แล้ว โอกาสในการเกิดความเสียหายจากความชื้น ของไอน้ำที่ระเหย หรือ แม้กระทั่งความร้อนของไอน้ำ ระหว่างการทำกระบวนการปรุงอาหารด้วยวิธีการซูวี นั้นก็น่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เครื่องซูวีแบบจุ่มเสียได้ง่ายกว่าเดิมมากขึ้นไปด้วย ส่วนตัวแล้ว แนะนำให้เลือกรุ่นหรือเครื่องซูวี ที่หันหน้าออกจากอ่าง และมีระยะแป้นกดให้หันออก ไกลออกจากผิวน้ำให้ได้มากที่สุด ก็จะเป็นเพิ่มโอกาสที่อายุของเครื่องจะยาวนานขึ้นไปได้ด้วย
  6. อย่าให้มันต้องต่อ Internet เช่นจะดีกว่ามั้ย ? ผมแปลกใจเป็นอย่างมากที่มีเครื่อง Sous Vide แบบจุ่ม บางรุ่นเลือกที่จะให้คนครัวเหมือนอย่างเราๆท่านๆ จะต้องต่อ internet หรือ bluetooth เพื่อควบคุมการทำงานของเจ้าเครื่อง Sous Vide เพราะ แท้ที่จริงแล้วการเพิ่มฟังกชัน่เหล่านี้เข้าไปโดยปกติในเชิงต้นทุนอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์เหล่านี้จะเสียเงินเพิ่มประมาณ 3 – 4 พันบาท เพื่อทำเป็นสินค้าสำเร็จรูปชิ้นหนึ่งๆ เช่น ถ้าหากว่า TV LED ธรรมดา จะถูกว่า TV LED แบบต่อ internet smart TV ประมาณเดียวกันนี้เป็นต้น ทำให้ผมมองว่าเพิ่มอะไรที่ไม่ได้แก่นของอุปกรณ์ และ ทำให้สินค้ามันแพงไปด้วยโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน แต่สำหรับผมแล้ว ที่เป็นพวก Geek ประมาณหนึ่งก็มองว่า การทำครัวหรืออุปกรณ์แค่ Sous Vide แค่นี้ไม่ต้องมาให้เราเอามือถือมากดๆ เพื่อควบคุมมันในห้องครัวน่าจะดีกว่า
  7. กำลังวัตต์ของตัวเครื่อง Sous Vide : ในตลาดส่วนมากจะมีค่ากำลังไฟฟ้าสำหรับเครื่องทำ Sous Vide ถ้าหากว่าเป็นรุ่น immertion แบบจุ่มจะมีค่ากำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 800 – 900 Watt ถือได้ว่า มันจะรองรับปริมาณน้ำสำหรับภาชนะตามบ้านทั่วไปได้อยู่แล้ว คือ ประมาณ​ 15 – 25 liters และ กำลังของปั้มก็จะมีผมต่อกำลังวัตต์ที่ว่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าเครื่องกำลังวัตต์สูงแปลว่า มันสามารถทำความร้อนได้เร็วกว่าเครื่องที่กำลังไฟฟ้าวัตต์ต่ำกว่า

ทั้งนี้ การเลือกใช้ Sous Vide โดยสรุปแล้ว ผมแนะนำว่าเลือกเป็นเครื่องประเภทจุ่มจะดีกว่า เพราะ มันให้พืนที่ใช้สอยในครัวตามบ้านเรือนได้มีประสิทธิภาพมากกว่า (ครัวเล็กหรือใหญ่ก็ใช้ได้) และ มันสามารถขนเครื่องไปทำที่อื่นๆได้สะดวก และ ที่สำคัญ คือ มันประหยัดเงินกว่าแบบซื้อเป็นอ่างอลูมีเนียมทั้งอัน กำลังไฟฟ้าพวกนี้ 800 Watt + ก็ใช้ได้แล้วสำหรับอ่างหม้อทั่วไป เพื่อรองรับปริมาณน้ำตั้งแต่ 15 – 25 ลิตรได้สบายๆ ลองไปดูสินค้าที่ lazada ได้เลย ส่วนตัวที่ผมใช้ราคาประมาณสามสี่พันบาทเท่านั้นเอง เข้าไปตรงๆเพื่อดูสินค้าตัวที่ผมใช้อยู่ได้ที่นี่ >> ซื้อเคtรื่องซูวีที่ลาซาด้า



Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ขั้นตอนสมัครขับรถ UBER และ UBERX ในประเทศไทย © 2017 All Rights Reserved

Rackmanagerpro.com all right reserved 2007 - 2017

Designed by WPSHOWER

Powered by WordPress