Latest Posts

เก็บเสียงที่ออกจาก speaker ด้วย PCWin Speaker Record

เก็บเสียงที่ออกจาก speaker ด้วย PCWin Speaker Record โปรแกรมนี้สามารถที่จะทำการบันทึกเสียงที่เราได้ยินผ่านทาง speaker ออกมาให้เป็น format ของ mp3 หรือว่า wav ได้โดยคุณภาพเสียงอยู่ที่ระดับ 128 Kbps หรือคุณภาพเสียงระดับ CD กันเลยก็ว่าได้ แล้วจะเอาไปใช้ทำอะไรได้มั่ง? – คุณอาจจะทำการอัดเสียงจากสิ่งใดๆก็ตามที่เอามาไม่ได้ด้วยวิธีการปกติ เช่น อยากจะได้เสียง ringtone จังแล้วคุณคิดว่าเอาแค่สั้นๆเท่าที่เค้าเปิดให้ฟังก็พอแล้วก็. อัดเสียงมาเลยก็แล้วกันนะครับ – ทำการบันทึกเสียงรายการวิทยุ หรือพวก podcast : สำหรับกรณีนี้คิดว่าคนน่าจะทำน้อยเพราะตอนที่จะกดอัด เราก็ฟังไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะฟังซ้ำไปทำไม ยกเว้นจะเป็นรายการที่ต้องการแอบเผยแพร่ต่อให้คนอื่นได้รู้หรือได้ฟังต่อๆไปครับ – เอาไปอัดเสียงตอนที่คุยผ่าน msn…

ฟังเพลงพร้อมกับคนอีกซีกโลกด้วย radiobeta.com

ช่วงนี้เป็นช่วงคริสต์มาสถ้าเป็นวิทยุของประเทศนอกที่เค้านับถือคริสต์กับซะมาก ที่หน้าปัดวิทยุไม่ว่าจะเปิดที่คลื่นไหนๆ ก็มักจะได้เจอกับแนวเพลงที่เกี่ยวกับเรื่องคริสต์มาส เรียกได้ว่าเปิดเกือบตลอดเวลา แล้วก็เปิดเกือบทุกช่องคลื่นกันก็ว่าได้ แต่ว่าฟังแล้วไม่เบื่ออะไรหรอกครับ เพราะ ภาพของเทศกาลนี้ มันให้อารมณ์ของการให้สิ่งดีๆแก่กันและกัน แล้วก็เป็นเทศกาลของการที่คนในครอบครัวจะได้พบเจอกันอีกครั้ง (เหมือนกับงานไหว้จ้าวเคารพบรรพบุรุษของคนจีนยังไงอย่างงั้นที่ คนในครอบครัวจะต้องมารวมตัวกัน เพื่อทำอะไรบางอย่าง แต่ว่าที่ต่างกันก็ตรงที่ .. เพื่อทำอะไรบางอย่างนั่นน่ะหละครับ แตกต่างราวฟ้ากะดิน เพราะวัฒนธรรมมันต่างน่ะครับ)  เอาเป็นว่าบรรยากาศช่วงเดือนธันวาคมจะให้อารมณ์หนาวๆแล้วก็มอบความรักให้แก่กันครับ ตามห้างใหญ่ๆก็จะเปิดเพลงแนวนี้เหมือนกันเพราะว่ามันฟังดูแล้วสบายใจดี เหมาะกับการซื้อของให้คนอื่นเป็นที่สุด  แต่ว่าตอนนี้เราก็สามารถที่จะฟังเพลงหรือสร้างบรรยากาศโดยการเปิดวิทยุของต่างประเทศได้โดยฟังผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงนี่หละครับ ง่ายๆแค่เข้าไปที่ http://radiobeta.com ถ้าอยากจะฟังแนวคริสต์มาสเหมือนกะที่ผมว่าตะกี้นี้ก็แค่เลือกไปที่ประเทศ North America เท่านั้นก็จะมีให้เลือกอีกเยอะช่องเลย ก็ต้องลองดูว่าชอบคลื่นไหนก็ฟังคลื่นนั้นก็แล้วกันนะครับ อ้อ..เว็ปนี้เปิดเพลงฟังได้เฉพาะ Internet Explorer หรือว่าเป็น Firefox เท่านั้นน่ะครับ

อย่าเอามือถือจ่อหัวเด็ก..

เคยสังเกตกันเหรอป่าวครับว่า ตอนที่โทรศัพท์มือถือจะดัง ถ้าหากว่ามือถือนั้นโดนวางไว้ที่ข้างคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอไม่ว่าจะเป็นแบบ LCD หรือ CRT หน้าจอจะสั่นสะท้านราวกับมีจ้าวจะเข้าทรงที่หน้าจอเรา อาการนี้จะเป็นมากกับจอ CRT หรือจอแบบไม่แบนแบบเก่าๆ แสดงว่าตอนที่มีคนเรียกเข้า มันต้องมีการส่งผ่านสัญญาณอะไรบางที่มันระบบกวนกับระบบไฟฟ้าที่หน้าจออย่างแนวนอนไม่ด้วยวิธีการใดก็วิธีการหนึ่ง ลองคิดอีกทางหากว่าเราเอามือถือผูกไว้กะหัวเด็กแล้วโทรศัพท์คุยกัน เด็กนั้นก็น่าจะได้รับคลื่นแบบเดียวกับที่เข้าไปรบกวนการทำงานของหน้าจอคอม (ก็มันมือถือตัวเดิมนี่เนาะ) เราไม่รู้หรอกว่าคลื่นนั้นมันทำงานอย่างไร มันจะมีผลอะไรต่อหัวหรือสมองเราหรือไม่ หรือแม้แต่สมองเด็ก แต่ผมเคยรู้มา สมองเราก็เป็นแค่เนื้อเยื่อที่เวลาบันทึกก็มีการเชื่อมต่อของโครงข่ายประสาทแล้วติดต่อกับด้วยอะไรบางอย่าง แต่ไม่นานมานี้คนเราเริ่มมีการศึกษาพบว่า มันมีผลกระทบต่อความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสมองหากว่าให้เด็กใช้มือถือ มันแค่เพิ่มความเสี่ยง แต่ไม่ได้บอกว่าจะเป็นน่ะครับ ดูๆแค่นี้ก็น่ากลัวอยู่น่ะครับ ทางที่ดีแล้วเด็กๆลูกเล็กๆ ไม่น่าจะเอามือถือไปปะไว้ที่หัวเด็กแล้วคุยเล่นกัน ไม่รู้ซิครับว่าผมต้องคิดแบบนี้กับการที่เอามือถือมาปะคุยกับหัวผมเองด้วยเหรอป่าว แต่ว่า ฟังๆดูมันก็น่ากลัวใช้ได้น่ะครับ เพราะมันใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่นานมานี้ผมก็มีอ่านเจอบทความเกี่ยวกับการทดสอบเอาคลื่นที่ไหลผ่านโทรศัพท์ตอนที่มีคนโทรไปฉายใส่ตัวอสุจิ อาการของเจ้าหนอนน้อยพวกนี้ดูเหมือนกับว่ามันจะอ่อนกำลังลงไปและลดความกระตือรือร้นลงไปบ้าง นั้นก็แปลว่า มันน่าจะทำให้เพิ่มโอกาสก็เป็นหมันหรือการมีบุตรยากได้น่ะครับ เพราะฉะนั้นพฤติกรรมการที่เอามือถือวางไว้ในกางเกง แนบเอว แล้วคุย bluetooth คลื่นมือถือก็จะผ่านบริเวณนั้น…

โดนเข้าให้เนื้อความพิมพ์ๆแล้วหายคิดว่าชาตินี้ไม่อยากจะเจออีกแล้วน่ะครับอาการนี้..พลาดอย่างแรง..

พักนี้ไม่ได้ทำการ update blog สักเท่าไหร่ ไม่ได้เป็นเพราะว่าไม่มีเวลาหรอกนะครับแต่ว่า เป็นเพราะว่า ยังไม่ได้เจอปัญหาหรือว่ายังไม่ได้เกิดความคิดอะไรแปลกใหม่ ที่จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการใช้งาน computer ให้มันมีความสุขสบายมากกว่าเดิมสักเท่าไหร่นัก แต่แล้วเมื่อไม่นานมานี้ก็เจอเรื่องจนได้เลยต้องเอามาเล่าเขียนให้ฟัง คนอื่นจะได้ไม่พลาดเหมือนกับตัวผมอีกน่ะครับ ปกติผมเป็นคนที่พิมพ์งานด้วย Notepad เชื่อเหรอป่าวครับ ว่ามันเป็น Program ที่ผมใช้งานมากที่สุดรองลงมาจาก firefox หรือ chome เลยทีเดียว เรียกงานๆว่าหากว่าไม่ได้อ่านก็ต้องพิมพ์อะไรสักอย่างทำอย่างเท่านั้นที่หน้าคอมพิวเตอร์ครับ ส่วนใหญ่ที่พิมพ์ไม่พิมพ์เพื่อการ blogging ก็เป็นการพิมพ์เพื่อตอบคำถามที่ http://th.answers.yahoo.com ครับเพราะเหมือนว่าผมได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมที่นั่น เหมือนกับว่ารู้ได้ว่าเป็นคนที่มี community เล็กๆอยู่ที่นั่นอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ทำตัวเหมือนกับตอนที่ผมอยู่ offline เนี่ยะหละครับ คือ มีสังคม แต่ว่าปลีกๆออกมาไม่ได้ร่วมก้วนอะไรมากมายนัก (พักหลังก็ไม่ได้ตอบอะไรเท่าไหร่ เหมือนกับว่าคำถามไม่โดนใจก็ไม่ตอบน่ะครับ ไม่เหมือนแต่ก่อน…

อยากนอนตอนกลางวันเอานี่ไปฟังซะ

ผมเป็นคนที่นอนกลางวันอยู่แล้ว เพราะ รู้ว่าหากว่าเรานอนกลางวันจะเป็นผลดีต่อตัวเองและก็ต่อการทำงานในภาคบ่าย ตอนที่ผมนอน ผมจะนอนได้ไม่เกินประมาณ 30 นาที หรือควรจะน้อยกว่านั้น แต่ขอให้ได้หลับลงไปลึกสักพักหนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องกินระยะเวลานอนที่นานมากครับ เพราะมันจะทำให้เพลียมากกว่าที่จะเป็นการเอาพลังกลับคืนมาเพื่อออกไปคิดงานอื่นๆต่อไปได้ ตอนนอนผมก็แค่เปิดพัดลมแล้วก็เป่าไปกลายๆที่ตัวผม ไม่ต้องเปิดแอร์อะไรเพราะกว่าจะเย็นคงอีกนาน มันจะนานกว่าที่ผมจะนอนซะอีกก็การใช้พัดลมก็เป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่ง นอกจากจะรู้ว่ามันเย็นทันทีแล้ว ผมยังรู้สึกอีกอย่างก็คือ เหมือนกับว่าได้รักษาภาวะโลกร้อนอีกต่อหนึ่ง (ก็เล่นเอาไปเทียบกับการนอนแอร์นี่เนาะ) แล้วมันเกี่ยวอะไรกะเว็ปๆเหรอ ? เกี่ยวซิครับ เพราะว่าถ้าหากว่าคุณนอนไม่หลับบริเวณที่คุณนอนอยู่แถวๆคอมพิวเตอร์ หรือว่าคุณมี mp3 player คุณสามารถที่จะเข้าไปโหลด Napsoundshome ได้ครับ มันเป็นไฟล์เสียงที่กระทบต่ออาการง่วงนอนและรู้สึกพักผ่อนได้อย่างดีทีเดียว ตะกี้ผมลองเปิดฟังดู ขนาดว่า นี่ผมเพิ่งจะตื่นจากเช้าอันสดใสมานะเนี่ยะ ฟังแล้วยังเคลิ้มจะหลับอยู่เลย อะไรจะขนาดนั้นลองฟังดูเองแล้วกันนะครับ ถ้าหากว่ากะว่าจะเอาไปใช้แบบ portable เพื่อเอาไปฟังให้ตัวเองหลับตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนตอนกลางวันหรือว่าที่มหาลัยบนโต้ะที่คนพลุกพล่าน หรือว่าแม้กระทั่งที่ office…

Check รอบหนังโรงที่ฉายอยู่ตอนนี้ผ่านหน้า Google.co.th

หลายต่อหลายครั้งทีเดียวที่ผมอยากดูหนังแล้วผมก็ต้องออกแรงค้นหาว่า ที่ไหน มันมีอะไรฉายอยู่ หรือว่าอาจจะเริ่มจากเรื่องว่า ผมอยากดูเรื่องอะไรก็ทำการค้นหาเรื่องๆนั้นโดยการ search จาก Google.com นี่น่ะหละครับ แต่ว่า กว่าจะรู้เรื่องรู้ราวว่ามีที่ไหนเมื่อไหร่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่ว่า ตอนนี้คงไม่ต้องแล้วหละเพราะว่า คุณ WebM0nSter มีการแนะนำการใช้งานค้นหา รอบหนังผ่าน Google.co.th ย้ำนะครับว่าต้อง .co.th เท่านั้นครับ ซึ่งจะแสดงรอบหนังทุกรอบทุกเรื่อง รอบบ้านหรือเขตที่เราอยู่น่ะครับ วิธีการก็ไม่ยากครับ เริ่มต้นเข้าไปที่ www.google.co.th ก่อน แล้วก็พิมพ์ว่า"ฉายวันนี้" ต้องใส่ฟันหนูด้วยน่ะครับถ้าหากว่าไม่ใส่จะไม่ได้ผลที่อยากจะให้เป็นน่ะครับ ใส่ซะก่อนที่จะลืม  ..  ทีนี้ก็กดค้นหาครั้งแรก .. อืม หน้าตามันจะเหมือนกับการค้นหาปกติแต่ว่ามันจะมีช่องใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโผล่ออกมาน่ะครับ ก็คือ ช่องให้ใส่ สถานที่ว่าอยากจะแสดงรอบฉายของโรงหนังที่ไหนมั่ง หรือว่า คิดทางกลับกันก็คือ…

ความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปกับการใช้บริการนกๆ [NokNok.in.th]

เมื่อนานมาแล้วผมเห็นพวกคนประเทศนอกเค้าเล่น  Twitter กันปุ้บผมก็ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรผมก็สมัครปั้บเพื่อที่จะได้ทดลองดูว่า ทำไม้ทำไมคนเค้าถึงต้องเล่นกันด้วย Twitter ตอนแรกที่อ่านๆ มันไม่ได้มีวัตถุประสงค์อะไรนอกจากจะบอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" เท่านั้นเองหรอกเหรอ แถมยังมีเงื่อนไขอีกตะหากว่ามันต้องไม่เกิน 140 ตัวอักษร ผมก็งงๆสมัครไปแล้วก็คิดไม่ออกว่า จะทำไปเพื่ออะไรเนียะ .. และแล้วเวลาก็ผ่านเลยไป .. จนไม่นานนี้น่าจะสักไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบริการที่เหมือนกับ Twitter ที่สร้างเพือคนไทยก็ปรากฏออกมา ผมว่าน่าจะมาแนวคิดและแนวทางของทีมงานสนุกเพื่อที่จะให้คนไทย Twitter ใช้กัน พอมีปั้บผมก็สมัครปุ้บเหมือนเดิม เพราะ อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมการใช้งานของผมก็ได้เพราะว่าผมไม่ได้อยากมีเพื่อนเป็นฝรั่งมังค่าสักเท่าไหร่นัก ประมาณว่าไม่ได้เป็นคนที่ international สักเท่าไหร่ ขนาดคนไทยพูดภาษาไทยด้วยกันยังไม่ได้สื่อสารกันเท่าไหร่นัก จะเอาอะไรกะภาษาต่างด้าวล่ะครับ ทีนี้พอสมัครปุ้บเงื่อนไขที่ผมเห็นก็เหมือนเดิม ก็คือการทำ micro blogging พิมพ์อะไรก็ได้เพื่อบอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ภายเนื้อความสั้นๆไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง เหมือนกับแป้ะราวกับแกะระหว่างบริการนกๆกับบริการของ Twitter…

RBTray หุบๆอะไรที่มันเกะกะออกไปจากหน้าจอ

หลายๆครั้งที่เราโหลดอะไรอยู่แล้วอยากหุบหน้าต่างนั้นให้หลุดออกไปจากสายตา เรียกว่าไม่อยู่แม้กระทั่งที่ taskbar ด้านล่างเพราะว่ามันรอนาน หรือว่า มันไม่จำเป็นต้องเปิดขึ้นมาอีก ผมก็เจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำน่ะครับ ทำให้ผมคิดว่าหากว่าหุบไปที่ icontray ด้านล่างขวาได้เลยนี่จะดีมากเพราะว่ามันไม่เกะกะเลยแม้แต่น้อย มันเหลือแค่ icon ตัวเล็กที่ด้านล่างขวาเท่านั้นเอง ครั้งก่อนๆผมอาจจะเคยแนะนำโปรแกรม trayeveything มาแล้ว แต่ว่าพอผมใช้งานจริงๆผมว่ามันไม่สะดวกสักเท่าไหร่เพราะว่า มันต้องมาเปิดโปรแกรมมันทีหนึ่ง แล้วก็เข้ามาแล้วก็ต้องหา List ว่าเราต้องการจะ Minimized to tray ตัวไหน ดูมันวุ่นๆไปนิดผมอยากจะได้แค่ว่า click ชวาที่ title bar ด้านบน ของหน้าต่างที่อยากจะหุบไป แล้วก็กด Minimize to tray เท่านั้นเอง ก็.. โปรแกรมตัวใหม่ที่ผมแนะนำตัวนี้มันทำงานอย่างที่ผมคิดเอาไว้เลยน่ะครับ เลยเอามาแนะนำกันอีกครั้งครับผม…

คนใช้วินโดว์จะโหลด Itune มาทำอะไรดีเนียะ?

itune เป็น software เพื่อเอาไว้ผูกตลาด สินค้าของตระกูล mac หรือว่า ipod , iphone ไม่ว่าจะเป็นการ download application ต่างๆ หรือว่าแม้กระทั่งการ download files เพลง หนัง หรือ file ใดๆเพื่อเอาไปใช้งานกับของเล่นแบบ apple ๆนั่นเอง แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้งานของเล่นตระกูล apple เลยก็ยังโหลดมาเพื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์อื่นๆที่ยังไม่ได้กล่าวไปตะกี้ก็ได้น่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการเพลง เพราะมันก็มีระบบการจัดการเพลงที่ดูดี มีชาติตระกูลครับ นอกเหนือไปจากนั้นเนี่ยะ ผมจะใช้ itune ก็เพื่อเปิด radio หรือว่าวิทยุที่เป็นการ stream มาคับ พวกนี้จะไม่มีโฆษณาสักเท่าไหร่ หรือถ้ามีก็มีน้อยมาก…

Google Calendar ผมใช้ทำอะไรมั่ง ?

Google Calendar ก็เหมือนกับเป็นปฏิทินที่เราใช้งานตั้งโต้ะ ที่เป็นของจริงนั่นน่ะหละครับ แต่ว่ามันดีกว่าตรงที่ว่า มันสามารถแสดงข้อมูลที่ละเอียดลงไปกว่านั้นมากๆ เพราะปกติแล้วปฏิทินที่ เราๆท่านๆวางไว้ที่โต้ะทำงานหรือว่าแขวนเอาไว้ที่ห้อง มันเขียนอะไรไมได้มาก อย่างน้อยเราก็ได้แต่กรอกข้อมูลว่า วันนี้ๆทำอะไร หรือว่ามีนัดอะไรกะใครที่ไหนเท่านั้นครับ แต่สำหรับคนที่ใช้ PDA หรือว่าพวกมือถือที่มีการตั้ง reminder หรือมีปฏิทินในตัว เราก็มักจะหันไปใช้ปฏิทินที่อยู่ในมือถือเราแทนมากกว่าเพราะ มันติดตัวเราไปได้ตลอดเวลา เหมือนกับว่ามันเป็นผู้ช่วยส่วนตัวอีกอย่างหนึ่ง สำหรับคนที่ busy ๆ หรือว่าเป็นคนที่อยากจะทำตัวให้ดูยุ่งๆตลอดทั้งวัน ผมก็เป็นอีกคนที่ใช้งาน Smart phone เพื่อการบันทึกตารางเวลาต่างๆบนมือถือครับ แล้ว ทำไมผมยังใช้ Google calendar อีกล่ะครับ ? เหตุผลไม่ยากครับ เพราะว่าผมพิมพ์ด้วย keyboard สะดวกกว่าการนั่นจิ้มด้วยแท่งจิ้มเล็กๆนะหละครับ แล้วอีกอย่างก็คือ ความสำคัญของเนื้อความที่ผมเขียนบนมือถือกับที่ผมเขียนบน…