โรคหลอดเลือดสมองในไทย: อัปเดตสถิติ Stroke ล่าสุด และสัญญาณเตือนที่ต้องรีบโทร 1669

อัปเดตล่าสุด: โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทยแล้ว เพราะข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (HDC) ปี 2567 พบผู้ป่วยสะสมโรคหลอดเลือดสมอง 363,688 คน และรายงานสถิติสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขปี 2566 พบผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดในสมอง 37,947 คน

ถ้าคิดเป็นภาพง่าย ๆ นี่คือโรคที่ไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เกี่ยวกับคนวัยทำงาน คนมีครอบครัว และคนที่ยังต้องรับผิดชอบชีวิตของอีกหลายคน โดยเฉพาะคนที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ อ้วนลงพุง นอนน้อย หรือไม่ค่อยได้ตรวจสุขภาพ

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนไม่มีเวลา

  • ปี 2567 ไทยมีผู้ป่วยสะสมโรคหลอดเลือดสมอง 363,688 คน จากข้อมูล HDC กระทรวงสาธารณสุข
  • ปี 2566 ไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดในสมอง 37,947 คน จากรายงานสถิติสาธารณสุข
  • องค์การโรคหลอดเลือดสมองโลกเคยสรุปว่า ผู้ใหญ่โดยเฉลี่ย 1 ใน 4 คน มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
  • อาการสำคัญต้องจำคือ B.E.F.A.S.T. หรืออย่างน้อย FAST: หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดผิดปกติ ต้องรีบโทร 1669
  • เวลาสำคัญมาก ถ้าสงสัย Stroke ควรไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยกรอบเวลาสำคัญที่มักพูดถึงคือภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที
  • ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก และมักไม่มีอาการ การวัดความดันที่บ้านจึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรทำจริง

ทำไมสถิติใหม่ถึงน่ากังวลกว่าเดิม

ตัวเลขเดิมที่หลายคนเคยเห็น เช่น ผู้เสียชีวิตปีละประมาณ 30,000-35,000 คน หรือผู้ป่วยในไทยราว 350,000 คน ยังพอใช้อธิบายภาพรวมได้ แต่ตอนนี้ควรอัปเดตเป็นตัวเลขใหม่กว่า เพราะข้อมูลทางการล่าสุดที่กรมควบคุมโรคนำมาใช้สื่อสารในวันหลอดเลือดสมองโลก ระบุว่า ปี 2567 มีผู้ป่วยสะสม 363,688 คน และปี 2566 มีผู้เสียชีวิต 37,947 คน

ความหมายของตัวเลขนี้คือ Stroke ไม่ใช่เหตุการณ์หายาก และไม่ใช่โรคที่รอให้มีอาการแล้วค่อยจัดการได้สบาย ๆ เพราะเมื่อเกิดแล้ว ผลลัพธ์อาจเป็นได้ตั้งแต่เสียชีวิต อัมพฤกษ์ อัมพาต พูดไม่ชัด กลืนลำบาก เดินไม่ได้ ทำงานไม่ได้ หรือกลายเป็นภาระระยะยาวของครอบครัว

เส้นเลือดในสมองแตกกับ Stroke ต่างกันไหม

คำว่า Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง แบ่งง่าย ๆ ได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่

  • หลอดเลือดสมองตีบหรือตัน เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ มักเกี่ยวกับลิ่มเลือด หลอดเลือดแข็ง ความดัน เบาหวาน ไขมัน และหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด
  • หลอดเลือดสมองแตก เกิดจากเลือดออกในสมองหรือรอบสมอง มักเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ดี หรือเส้นเลือดสมองโป่งพองในบางราย

คนทั่วไปมักพูดรวม ๆ ว่า “เส้นเลือดในสมองแตก” แต่ในทางปฏิบัติ ถ้ามีอาการหน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นผิดปกติ หรือปวดศีรษะรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน อย่าพยายามแยกเองว่าเป็นแบบตีบหรือแตก ให้คิดว่าเป็นภาวะฉุกเฉินก่อน

สัญญาณเตือนที่ควรจำ: B.E.F.A.S.T.

กรมควบคุมโรคแนะนำให้สังเกตอาการตามหลัก B.E.F.A.S.T. เพราะช่วยให้คนรอบข้างตัดสินใจเร็วขึ้น

  • B – Balance: เสียการทรงตัว วิงเวียน เดินเซแบบเฉียบพลัน
  • E – Eye: มองไม่เห็น มองเห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นเปลี่ยนทันที
  • F – Face: หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว หนังตาตก หรือชาครึ่งหน้า
  • A – Arms: แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก ยกแขนสองข้างแล้วข้างหนึ่งตก
  • S – Speech: พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ หรือสับสนทันที
  • T – Time: เวลาเป็นตัวตัดสิน รีบโทร 1669 หรือพาไปโรงพยาบาลที่พร้อมรักษา Stroke ทันที

สิ่งที่ไม่ควรทำคือให้นอนรอดูอาการเอง ให้กินยาเอง หรือรอให้ญาติคนอื่นมาดูก่อน เพราะถ้าเป็นหลอดเลือดสมองตีบ บางการรักษามีกรอบเวลาจำกัด ยิ่งถึงโรงพยาบาลเร็ว โอกาสลดความพิการยิ่งดีขึ้น

ความดันโลหิตสูง: ตัวการใหญ่ที่เงียบมาก

ประเด็นที่ควรเน้นที่สุดคือความดันโลหิตสูง เพราะคนจำนวนมากไม่มีอาการ ไม่ปวดหัว ไม่เวียนหัว และใช้ชีวิตปกติได้ ทั้งที่ค่าความดันสูงมานานแล้ว บางคนมารู้เมื่อเส้นเลือดสมองแตกหรือมีอัมพาตไปแล้ว

ถ้ามีเครื่องวัดความดันที่บ้าน ควรวัดอย่างถูกวิธีเป็นระยะ โดยเฉพาะคนที่อายุเริ่มมากขึ้น น้ำหนักเกิน มีประวัติครอบครัวเป็นความดัน เบาหวาน ไขมันสูง โรคไต หรือมีพฤติกรรมกินเค็ม นอนน้อย เครียด สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์

อ่านต่อเรื่องนี้ได้ที่บทความ ทำไมควรมีเครื่องวัดความดันที่บ้าน เพราะการรู้ค่าความดันของตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่าย แต่ช่วยป้องกันโรคใหญ่ได้มาก

ใครบ้างที่ควรจริงจังกับ Stroke เป็นพิเศษ

  • คนที่มีความดันโลหิตสูง หรือเคยวัดได้สูงแต่ยังไม่ติดตามต่อ
  • คนเป็นเบาหวาน ภาวะก่อนเบาหวาน หรือดื้อต่ออินซูลิน
  • คนที่มี LDL หรือไขมันในเลือดสูง
  • คนสูบบุหรี่ หรืออยู่กับควันบุหรี่บ่อย
  • คนอ้วนลงพุง รอบเอวเกิน นอนกรน หรือสงสัยหยุดหายใจขณะหลับ
  • คนที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะ ใจสั่นบ่อย หรือเคยมีภาวะ atrial fibrillation
  • คนที่เคยมีอาการชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด ตามัว หรืออ่อนแรงชั่วคราวแล้วหายเอง
  • คนที่มีประวัติครอบครัวเป็น Stroke หรือหัวใจหลอดเลือดตั้งแต่อายุไม่มาก

ถ้าอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรคุยกับแพทย์เรื่องความดัน น้ำตาลสะสม ไขมัน LDL การทำงานของไต น้ำหนัก รอบเอว การนอน และความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ป้องกันได้แค่ไหน

กรมควบคุมโรคระบุว่าโรคหลอดเลือดสมองจำนวนมากสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและคุมโรคประจำตัว สิ่งที่ควรทำแบบจับต้องได้คือ

  • วัดความดันอย่างสม่ำเสมอ และรักษาตามแพทย์สั่งถ้าความดันสูง
  • ลดเค็ม ลดหวาน ลดมัน โดยเฉพาะอาหารแปรรูป น้ำจิ้ม ของทอด และเครื่องดื่มหวาน
  • ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเริ่มจากเดินเร็ววันละ 20-30 นาที
  • ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน โดยเน้นรอบเอวและไขมันช่องท้อง
  • เลิกบุหรี่ และลดหรือเลิกแอลกอฮอล์
  • นอนให้พอ และตรวจเรื่องนอนกรน/หยุดหายใจถ้ามีอาการ
  • ตรวจน้ำตาล ไขมัน ไต และหัวใจตามความเสี่ยงของแต่ละคน
  • กินยาความดัน เบาหวาน ไขมัน หรือยาละลายลิ่มเลือดตามแพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเอง

ถ้าต้องการดูภาพรวมสุขภาพเชิงป้องกันเพิ่มเติม แนะนำอ่าน HOMA-IR เพื่อดูภาวะดื้อต่ออินซูลิน และ แนวคิดลด LDL และเพิ่ม health span เพราะโรคหลอดเลือดสมองมักไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากความเสี่ยงหลายอย่างสะสมกันนาน ๆ

มุมที่อยากฝาก: อย่ารอให้เกิดกับคนในบ้านก่อน

สิ่งที่น่ากลัวของ Stroke คือหลายครั้งครอบครัวรู้ตัวช้า เพราะผู้ป่วยอาจไม่ได้ร้องเจ็บ ไม่ได้บอกว่าปวดหัว แต่เริ่มพูดแปลก เดินเซ หน้าเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรง ถ้าคนในบ้านไม่รู้สัญญาณเตือน ก็อาจเสียเวลาสำคัญไปกับการรอดูอาการ

ผมมองว่าเรื่องนี้ควรเป็นความรู้พื้นฐานของทุกบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีพ่อแม่สูงอายุ คนมีความดัน หรือคนที่ทำงานหนักจนไม่ค่อยตรวจสุขภาพ แค่จำ B.E.F.A.S.T. วัดความดันเป็น และรู้ว่าต้องโทร 1669 เมื่อสงสัย ก็อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ของทั้งครอบครัวได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข: ข่าวรณรงค์วันหลอดเลือดสมองโลก 2568 และข้อมูล HDC ปี 2567
  • รายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ปี 2566/2567
  • World Stroke Organization: Global Stroke Fact Sheet และข้อมูลรณรงค์ World Stroke Day
  • Health System Intelligent Unit (HSIU): Dashboard สถานการณ์ NCDs จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

อีกมุมที่ควรดู: ความเสี่ยงจากยีนของครอบครัว

Stroke ส่วนใหญ่เกี่ยวกับปัจจัยที่จัดการได้ เช่น ความดัน เบาหวาน ไขมัน บุหรี่ น้ำหนัก และหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ถ้าครอบครัวมีประวัติ Stroke, หัวใจวาย, ไขมันสูงมาก หรือเสียชีวิตกะทันหันตั้งแต่อายุไม่มาก เรื่องพันธุกรรมควรถูกนำมาคิดร่วมด้วย

DNA test ไม่ได้บอกว่าใครจะเป็น Stroke แน่นอน และผลลบก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย แต่บางผลอาจช่วยชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่ควรตรวจต่อ เช่น ไขมันสูงจากพันธุกรรม หรือการตอบสนองต่อยาบางชนิด ผมสรุปเรื่องนี้ไว้ใน บทความตรวจ DNA สำหรับครอบครัว

สำหรับพ่อแม่ที่อยากรู้ข้อมูลสุขภาพของบ้านตัวเองเร็วขึ้น Geneus DNA PREMIUM x 3 เป็นทางเลือกหนึ่งในการเริ่มคุยเรื่องความเสี่ยงของครอบครัวอย่างจริงจัง แล้วนำผลไปปรึกษาแพทย์เมื่อจำเป็น

ดู Geneus DNA PREMIUM x 3 บน Shopee

Disclosure: ลิงก์ Shopee ในส่วนนี้เป็นลิงก์ Affiliate หากผู้อ่านซื้อผ่านลิงก์นี้ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชั่น โดยไม่มีผลต่อราคาที่ผู้อ่านจ่าย

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีอาการสงสัยโรคหลอดเลือดสมอง เช่น หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ หรือมองเห็นผิดปกติแบบเฉียบพลัน ควรโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที

อ่านต่อในชุดบทความสุขภาพเชิงป้องกัน

การป้องกัน stroke ไม่ได้พึ่งการจำสัญญาณเตือนอย่างเดียว แต่ต้องลดความเสี่ยงสะสมก่อนถึงวันฉุกเฉิน:

  • เครื่องวัดความดันที่บ้าน – เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สุดสำหรับความเสี่ยง stroke
  • HOMA-IR – ช่วยดูความเสี่ยงดื้อต่ออินซูลินและเบาหวานที่กระทบหลอดเลือด
  • LDL และ health span – เพื่อจัดการไขมันและสุขภาพหลอดเลือดในระยะยาว
  • อุปกรณ์ track สุขภาพ – ช่วยทำให้การติดตามความดัน การนอน และกิจกรรมต่อเนื่องขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *