Latest Posts

สรุปภาพรวมใช้คอมยังไงให้เร็ว

ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามการใช้งานคอมพิวเตอร์เราควรจะใช้ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเราต้องทำงานกับมันอยู่ซ้ำๆ การทำงานให้เร็วนั้นไม่ได้แปลว่าต้องทำลวกๆหรือว่าทำแบบมั่วๆไป แต่ว่าหมายความว่าเราต้องลดการเคลื่อนที่ของ mouse ให้น้อยลงครับ โดยหันมาใช้ short cut มากขึ้น และต้องหาโปรแกรมสนับสนุนการใช้งานที่เร็วมากขึ้นครับ ภาพโดยรวมเพื่อการใช้งานคอมให้ได้ไว้อาจจะแบ่งเป็นประเด็นๆได้ดังต่อไปนี้ครับ คอมนั้นก็ต้องไว : หากว่าคอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่นั้นรู้สึกว่าอะไรๆมันก็เดินช้าๆหน่วงเป็นไปได้ว่าติด spyware หรือ virus ก็ได้ทำให้การทำงานอะไรทีมันก็ดึงๆดูด ดูเหมือนว่ามันช้าๆยังไงพิกล หากว่าแก้แบบโหดร้ายหน่อยก็คือการลง windows เข้าไปใหม่เพราะเราจะได้เครื่องที่สุดแสนจะสะอาดและเร็วที่สุดเท่าที่เครื่องจะทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการ Boot เครือ่งหรือว่า การวิ่งโปรแกรมต่างๆครับ คอมนั้นต้องแรง : คำว่าแรงในที่นี้ไม่ต้องแรงถึงระดับเล่นเกมส์สามมิติโหดๆอย่าง Devil May Cry4 ได้ที่ computer น่ะครับเพราะว่ามันกินทรัพยากรสูงเกินไป คำว่าแรงของผมนิยมตอนนี้ก็แค่เอาแรมใส่เข้าไปเยอะๆแล้วก็ CPU ก็เป็นพวกราคาปกติๆเนี่ยะหละครับ แค่นี้ก็แรงแล้ว สำหรับแรมนะครับ…

ปวดคอนี่ต้องระวังเอาไว้เลยครับว่า เล่นคอมด้วยท่าทางไม่เหมาะสมเหรอป่าว?

ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายด้วยการ "วิ่ง" มาได้พักใหญ่ๆ แล้วแต่ก็ทำตัวกระป้อกระแป้เหมือนเดิม เหมือนกับว่าไม่ได้เป็นคนที่ออกกำลังเป็นประจำ ปรากฏว่า แค่การวิ่งแค่นี้ยังไม่พอ สำหรับคนที่ทำงานหน้าคอม ที่ออกแรงน้อย แต่ว่าออกแรงสมองเยอะหน่อยครับ เพราะ คนทีทำงานหน้าคอม แรงที่ออกทางกายภาพกลับกลายเป็นเรื่องของการประคองน้ำหนักแขนทั้งสองข้างเอาไว้ หากว่าเก้าอี้ไม่มี แขน ที่มีระดับเหมาะสมกับ keyboard ครับ ซึ่งโอกาสแบบนี้คิดว่าน่าจะหาได้ยากเพราะ คนที่เค้าทำงานคอม เค้าก็ไม่ได้เป็นคนลงทุนซื้อโต้ะ หรือว่าซื้อเก้าอี้แบบเหมาะกับการยศาตร์สักเท่าไหร่ ต่อให้รู้ว่าต้องปรับให้มันเหมาะ ก็ปรับได้จากการอื่นๆ เท่านั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนเก้าอี้หรือว่าเปลี่ยนโต้ะ เพื่อให้ระดับเหมาะกันที่สุด นอกจากนี้ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ระดับของจอมันไม่ได้เหมาะกับระดับหัวของคนใช้งานเอาซะเลย ไม่ว่าด้งยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น เค้าไม่ได้ใช้ monitor ทีมันปรับเงยได้ หรือว่าจอมันตั้งเอาไว้ไกลเกินไปติดปลั้กไฟ เอามาใกล้ให้เหมาะหรือถนัดเราไม่ได้ หรือว่าเป็น Monitor ทีมีการออกแบบมาให้ฝังไว้ใต้โต้ะเพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ก็ตามที จะเห็นได้ว่าตัวแปรพวกนี้เป็นตัวแปรที่เราควบคุมและปรับเปลี่บนมันไม่ได้เอาซะเลยครับ…

สร้างภาพให้เก่าได้ทันที ด้วย "lab.wanokoto.jp/ods"

ไม่มีอะไรมากน่ะครับแค่ว่า Browse ภาพที่เราอยากจะทำให้มันเก่าเข้าไปแปล้วก็กดปุ่มสีฟ้า เป็นการกด upload น่ะหละครับเจ้าเว็ปนี้มันก็จะแปลงไฟล์ที่ถ่ายมาใหม่ๆ ให้เป็นเหมือนกับภาพเก่าๆ โบราณคร่ำคลึได้ในทันที ไม่ต้องลงแรงทำเป็น photoshop อะไรเล้ยแหม..สบายมากครับ .. (แต่ว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่ ทำเล่นๆได้เท่านั้นเองครับ) โดดไปที่นี่เพื่อไปทำให้ภาพเรามันเก่าได้เลยครับผม

ดุภาพผ่านโปรแกรม FastViewer ดูได้เร็วมากกว่าเดิมจริง

ผมปกติจะเปิดดูรูปผ่านโปรแกรมดูภาพของ Window XP ที่มันมีอยู่แล้ว ผมว่ามันก็ดีแล้วนะไม่จำเป็นต้องลงเป็น AcDsee อะไรหรอกมันทำให้โหลดได้ช้ากว่าเดิม แต่หากว่า ยังไม่พอใจแล้วล่ะ ก็.. ผมเพิ่งเจอ Software เพือ่การดูภาพที่มันจะแสดงผลภาพต่อไปได้เร็วเอามากๆเลยเหมือนแทบไม่ต้องโหลดอะไรเลยครับ อีกอย่างเหมือนว่า โปรแกรมนี้จะออกแบบมาเพื่อการ rating สำหรับ Photographer หรือช่างภาพอย่างแท้จริงครับ มีการแสดงผลของกราฟสี (ซึ่งผมดูไม่ออกหรอกว่ามันแปลว่าอะไร แล้วเอาไปใช้ยังไงได้ ) หรือว่ามีระบบ quick rating เพื่อระบุว่าภาพไหนมันดีไม่ดียังไง (แค่ว่าให้คะแนนเฉยๆนะครับไม่ได้ถึงกับ comment ซะแบบนั้น )  ค่า Default ทีมีการตั้งเอาไว้หลังจากลงโปรแกรม คือ การ Zoom จะมีสองระดับโดย Zoom ระดับแรก…

แบ่งหน้าจอแสดงผลออกเป็นส่วนๆง่ายๆด้วย WInsplit Revolution

หากว่าคุณๆ ทำงานแบบที่มีหน้าจอเดียวแล้วล่ะก็.. แต่ว่าอยากทำงานได้เหมือนมีการมากหนึ่งหน้าจอ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องจัดหน้าต่างให้เป็นระเบียบ เหมือนว่าหน้าต่างหนึ่งก็เพื่อแสดงไฟล์ pdf อ่าน แล้วอีกหน้าต่างหนึ่งก็เอาไว้ทำตามไปด้วยเป็นต้น การจัดหน้าจอหากว่าไม่มีโปรแกรมอะไรมาช่วยแล้วล่ะก็ เราก็ต้องมานั่งจัดเองครับ ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก  แค่ว่ามันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น แล้วก็ให้ผลการจัดหน้าต่างออกมาแบบหลายๆหน้าต่างได้ด้วยเวลาที่สั้นมากๆ ทำแล้วเหมือนมืออาชีพจริงๆครับ โหลดโปรแกรมไปลองใช้ดูดีกว่าครับ

เรื่องดีๆเกี่ยวกับ Yahoo รู้รอบประเทศไทย

หลังจากที่ได้แวะเวียนไปที่ Yahoo รู้รอบได้สักพัก (มันก็ตั้งแต่วันแรกที่เว็ปเิปิดเลยน่ะครับ) ผมก็ถามๆตอบๆอยู่ในนั้นอยู่บ้างไม่มากมายอะไรนัก แต่่ว่าส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่ามันเป็นทางออกหนึ่งสำหรับการสร้างเนื้อหาที่แตกต่างออกไปจากการแสดงความเห็นรูปแบบเก่าๆไม่ว่าจะเป็น webboard หรือ รูปแบบใหม่ๆ ที่เรียกว่า Blog แล้วมันก็แตกต่างออกไปจาก search engine อีกด้วย เรียกได้ว่าการถามตอบมันอีกกระบวนการหนึ่งที่ทำให้โลก online มี content ที่มากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง (แม้ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าอาจจะรองๆลงมาจาก Blogging อยู่บ้าง) โดยรวมแล้วไม่ว่า การพิมพ์เนื้อความขึ้นไปเพื่อให้เก็บเอาไว้ในโลก online ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามทำให้ชาวโลกมีข้อมูลที่ค้นหา (ผ่าน search engine ) ได้มากขึ้นร้อยเท่าพันทวี การสร้างเว็ปไซท์จะทำได้ง่ายขึ้น ราวกับไม่ต้องมีความรู้อะไรนอกจากเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ต่ออินเตอร์เน็ตและใช้ mouse กับ keyboard เป็น อย่างน้อยที่สุด…

ข้อมูลบนเน็ตเชื่อได้อย่างงั้นหรือ?

ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย หรืออ้างว่าเป็นงานวิจัย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับอาหาร โรค และการลดน้ำหนัก ที่เห็นในเน็ตจะไม่ได้มีการรองรับว่ามันมีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด มันเป็นเพียงแต่การแต่งเรื่องขึ้นมาก็ทำได้ หรือแม้ว่ามันจะเป็นความจริง เราก็แทบไม่รู้หรอกว่ามันเป็นความจริง งานวิจัยใดๆหากว่าเป็นงานวิจัยจริง มันจะมีเหตุผลต่อคนๆหนึ่งได้สองทางด้วยกัน คือ เป็นไปตามที่คนอ่านคิดไว้ หรืออีกกรณี คือ ขัดกับความคิดเห็นของคนอ่านนั้น หากตกกรณีที่งานวิจัยหรือบทความนั้นเหมือนหรือสอดคล้องกับความคิดของคนอ่าน เค้าก็ย่อมมั่นใจกับแนวคิดนั้นมากยิ่งขึ้น โดยสามารถบอกคนอื่นต่อไปได้อีกว่า อืม.. ผมเคยเจอเรื่องนี้จากที่อ่านมา ..(ที่ไหนก็ว่าไป.. ) แล้วก็บอกให้คนอื่นเชื่อหรือทำตาม มากไปกว่านั้นความคิดแบบนั้นก็ส่งผ่านไปหาคนอื่นต่อไปอีกได้ แล้วถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่น่าเชื่อถือเข้าไปอีก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ มันก็จะทำให้เนื้อความที่คุณบอกต่อคนอื่นเค้านั้น ยิ่งดูน่าเชื่อและน่าเป็นไปได้ขึ้นไปมากๆกว่าเดิมเป็นอันมากครับ หรือพิจารณาในทางกลับกัน หากว่าเราได้ยินมาแล้วมันไม่ตรงกับความคิดของคนฟัง คนที่รับข้อมูลจะคิดได้สองทางคือ กลับความเชื่อเดิมแล้วเชื่อสิ่งใหม่ที่ได้ยินได้ฟังได้อ่าน หรืออีกกรณีก็คือ คนๆนั้นไม่เชื่อและพยายามหาข้อมูลเพื่อยืนยันความเชื่อของตนต่อไป แหล่งที่มาของข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือหรือดูน่าเชื่อถือ หรือ .. แทบดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย ..ทั้งหลายทั้งปวง…

present powerpoint online ได้ด้วย AutorPoint Lite (Freeware อีกแล้วครับท่าน)

Uploaded on authorSTREAM by rackmanager เดี๋ยวนี้โลกเราแคบและแบนราบจนแทบไม่น่าเชื่อว่า การนำเสนอ (presentation) ผ่านโปรแกรม Powerpoint จะสามารถที่ได้ถึงขนาดนี้ครับ (ดูตัวอย่างด้านบนได้) มีการอัดเสียงเข้าไป แล้วก็บันทึกเก็บเอาไว้ นอกจากนี้แล้วยังสามารถที่จะ convert ผ่าน Freeware authorPOINT Lite เพื่อทำการ convert file จาก PPT เป็น Flash แล้วก็ในนั้นมี ปุ่มให้กด upload ได้ด้วย โดยมันจะเชื่อมต่อข้อมูลไปยัง website : http://www.authorstream.com หลังจากที่เรา upload เราก็ set ได้ว่า…

update wordpress ไปเป็น version 2.6 แล้วครับ

ไม่รู้ว่าทำไม wordpress ต้องมา update version กันบ่อยๆด้วย แต่สำหรับตัว 2.5 นั้นมัน work กับ Windows Live writer ไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ใช้งานเหมือนกับผมล่ะก็ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง update version ครับ การ Update นั้นผมทำครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ไม่ต้องอ่านคู่มือแล้วครับ เพราะว่าเคยทำมาแล้วหนหนึ่งปรากฏว่ามันง่ายเอามากๆซะด้วยซิครับ สิ่งที่ผมทำทำเป็นขั้นๆมั่วๆได้ดังนี้ครับ – โหลด wordpress 2.6 แล้ว unzip ไว้ที่ desktop ที่คอมตัวเองครับ – เข้า FTP program (Filezilla) …

Statpress แสดงข้อมูลสถิติคนเข้า blog แบบ real-time

ถ้านับตั้งแต่เปิด rackmanagerpro.com มาได้ก็หลายเดือนแล้ว บอกตรงๆว่าผมยังไม่ได้ทำการเก็บข้อมูลสถิติแต่อย่างใดครับ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าหากว่าเพิ่งเปิดเว็ป blog ใหม่ได้ไม่นานมากแล้วก็ยังไม่ทำการ promote อะไรอย่างจริงจังคนเข้าก็ยังไม่เยอะหรอก แต่วันนี้ผมเพิ่งจะเริ่มลง plug-in ของ wordpress ที่ชื่อว่า “Statpress” เพื่อเอาไว้ติดตามการเข้ามาของ visitor และเพื่อดูว่าวันๆหนึ่งมีคนเข้ามาดูหรือเปิดหน้าเว็ปจาก rackmanagerpro.com มากน้อยแค่ไหน แล้วเค้าเหล่านั้นหลงเข้ามาแล้วดูอะไรกันครับ จาก Overview ที่แสดงอยู่นี้ มันสามารถบอกได้ว่า Visitors เข้ามากี่คน แล้ว Pageviews ที่มีคนเปิดมาทั้งหมดมีการเปิดกี่ครั้ง และที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็คือว่า มี “ แมงมุม” มาคลานดูเว็ปเราทั้งหมดกี่ตัวครับ การแสดงผลแบบข้อมูลรายวันนี้มีข้อดีทีว่า เราสามารถดูกราฟเทียบกับระหว่างจำนวน visitors , Pageviews…