สำหรับคนที่รักสุขภาพ คุณอาจจะพอรู้ว่า เรากำหนดให้มาตราฐานความดันเลือดสำหรับบุคคลทุกเพศที่เป็นผู้ใหญ่โดยไม่สนอายุจะต้องมีความดันตัวบนและตัวล่างนั้นต่ำกว่า 120/80 ตามลำดับเมื่อ “วัดค่าตอนที่ร่างกายเพิ่งได้พักผ่อนมา หรือ วัดเพิ่งตอนนอนได้ไม่นานในเวลาเช้า” ความดันเป็นตัวสุดท้ายที่รวมผลของปัญหาต่างๆในระบบหลอดเลือดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความหนืดของเลือด ความผิดปกติของหลอดเลือด ความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือด หรือ การตีบหรือหลอดเลือด โดยรวมๆ กล่าวคือ ถ้าหากว่าผลออกมาดี ก็มีแนวโน้มว่ามันจะมีโอกาสเป็นปกติ หรือกลับทางกัน ถ้าหากว่า ความดันสูงกว่าปกติ มันจะประเมินได้คร่าวๆ ปัญหาในระบบหลอดเลือดมันเกิดขึ้นได้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างพร้อมๆกัน
ความดันสูงเราไม่สามารถรู้สึกได้เท่าใดนัก ราวกับว่า มันเป็นปัญหาแบบเงียบๆ แต่มันอันตรายเอามาก ๆ หากว่า มันเกิดปัญหา ความดันสูงโดยไม่รู้ตัว การที่มีเครื่องวัดความดันสักเครื่องดูเหมือนว่า มันจะทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลลึกลับนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อด้วยต้นทุนที่ถูกมากๆ หากคิดว่ามันคือ อุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างหนึ่ง
ความดันเลือดเป็นตัวที่เราสามารถวัดเองได้ และ บอกอะไรได้หลายอย่างเอามากๆ ดังนั้นแล้ว ความดันเลือดเป็นสิ่งที่พึงควบคุมเอาไว้ให้เหมาะสมตลอดเวลาในเช้าทุกๆวัน และ ควรวัดด้วยความถี่ประมาณวันเว้นวันหรือ สำหรับคนปกติแล้ว การวัดสัปดาห์ละคร้ังก็ยังดีกว่า ไม่วัดเลยเป็นอย่างมาก เพราะ การเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตมันจะเป็นเรื่องของการสะสมและ จะกินเวลาที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งทางบวก และ ทางลบ หากคุณออกกำลังกายหนักมากขึ้น เราก็หวังว่าน้ำหนักลด และความดันก็จะลดไปอีกสักประมาณ 5-10 มิลลิเมตรปรอท หรือ หากคุณนอนได้ดี ความมันจะเฉลี่ยลดลงด้วยเช่นเดียวกัน
เทคนิคการวัดความดันที่ใช้อยู่ส่วนตัวคือ
1.การวัดครั้งแรกมักจะใช้ไม่ได้ : ทิ้งไปเลยก็ได้ เพราะ โดยมาก มันจะสูงกว่าปกติประมาณหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่า เราเพิ่งเดินมาถึงตำแหน่งที่เราจะวัดค่าความดัน และ การเดินและนั่งหรือทำกิจกรรมใดๆระหว่างตื่นนอนแล้วมานั่งๆแบบนี้ อาจจะทำให้ความดันในร่างกายเพิ่มขึ้นก็ราวๆ 5-10 mmHg ได้ไม่ยาก แต่กลับทางกัน ถ้าหากว่าอ่านค่าแล้วมันต่ำกว่า 120/80 คุณสามารถจดค่านั้นๆเป็นข้อมูลไปได้เลย มันอาจจะดูว่าเป็น Bias แต่นั่นไม่ได้เป็น Bias อย่างแน่นอน เพราะปกติแล้ว เราจะไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆเพื่อให้ความดันมาต่ำลงได้ด้วยกิจกรรมใดๆที่บ้านสักอย่าง ดังนั้นแล้วหากว่าได้ค่าไม่เกิน 120/80 ก็แปลว่า แม้นว่าคุณจะทำกิจกรรมอะไรแล้วมันเกิดกว่าค่าที่ดีนี้แล้วแปลว่าจริงๆแล้วความดันเราต่ำกว่านั้นอยู่แล้วนั่นเอง
2.การวัดควรวัด 2 ครั้งต่อเนื่องกัน อาจจะเว้นเวลาหรือไม่เว้นเวลาก็ได้ โดยเราวัดไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ความต่ำกว่า 120/80 ที่เราพอใจเป็นสำคัญ ถ้าหากว่า คุณอ่านค่าแล้ววัดแล้ววัดอีกแล้วพบว่ามันก็เยอะกว่านั้น ก็แนะนำให้จำใจบันทึกค่านั้นๆเอาไว้ไปเลย เพราะ แปลว่า คุณไม่สามารถนั่งพัก รอหรืออะไรทำอะไรให้มันต่ำลงได้อีกแล้ว แปลว่า คุณอาจจะเกิดปัญหาจากการนอนไม่เต็มอิ่ม หรือ การตื่นเต้น เครียดอะไรสักอย่างก็เป็นไปได้ แต่ ถ้าหากว่าข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลประจำวัน วันเดียวก็ไม่ต้องคิดมากอะไรเท่าใดนัก เพียงแค่หวังว่า วันพรุ่งนี้ คุณอาจจะต้องกลับมาวัดอีกครั้งในเวลาเดิม
3.การวัดควรวัดนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม และอุปกรณ์วัดความดันตั้งไว้ที่เดิมทุกประการ : การวัดความดันนั้นค่อนข้าง sensitive กับเรื่องตำแหน่ง ลักษณะท่าทางการนั่ง การยกแขนขาและอื่นๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้นแล้ว แนะนำแบบนี้ คือ เรากำหนดท่าทาง ตำแหน่งการนั่ง เท้าวางเอาไว้กับพื้นเรียบๆ หายใจปกติ และ ไม่คิดมาก เรื่องอะไร อาจจะฟังเพลงเบาๆเพื่อผ่อนคลายไปด้วย เพราะ เราคาดหวังว่า อยากจะให้ค่าออกมาต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสะท้อน “resting heart rate” ความดันขณะพักได้จริงๆ โดยไม่มี Noise อื่นๆเข้ามารบกวน
4.เน้นการหายใจที่ดูสบายๆและอยู่ในอารมณ์สงบนิ่ง : การหายใจ ความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถเห็นค่าวัดความดันที่แน่นอนและถูกต้องเป็นสำคัญ การกำหนดจิตระหว่างการวัดความดันเป็นเรื่องที่พึงกระทำ และ คุณอาจจะต้องฝึกเอาไว้ในทุกๆวันเท่าที่ทำได้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้วัดความดันอะไรก็ตาม เพราะ มันทำให้สภาพความดันโลหิตเป็นปกตินิ่งและวัดค่าได้เป็นปกติแน่นอน
ถ้าหากว่าคุณอ่านถึงตรงนี้ คุณอาจจะคิดออกว่า ถ้าหากว่าเรื่องเยอะแบบนี้โอกาสที่จะวัดค่าได้แม่นยำถูกต้องเป็นตัวแทนของคำว่า ความดันขณะพัก นั้นแทบจะทำไม่ได้ที่โรงพยาบาล หรือคลินิกเลยก็ว่าได้ เพราะงั้นถ้าหากว่าคุณวัดที่สถานพยาบาลเหล่านั้น คุณอาจจะคิดเอาไว้ว่าถ้าหากว่าค่าได้เท่าใด จริงๆแล้ว ค่าจริงๆมันอาจจะตำ่กว่านั้นประมาณสัก 10 มิลลิเมตรปรอทก็เป็นไปได้ และ ไม่แปลกอะไรที่มันจะเป็นแบบนั้น ศัพท์ทั่วไป
