ความเป็นส่วนตัวบน Facebook ? ฝันไปเถอะไม่มีหรอกครับ ลอง Check ด้วย Privacy Scanner กันดีกว่า

facebook
Facebook ชอบมั่วนิ่มเกี่ยวกับ Privacy ที่ตัวเองเป็นคนกำหนด โดยการเอาเนื้อหาหรือข้อมูลที่ user ไม่คิดว่ามัน Public เอาไปแสดงมันให้หลาทุกทีไปน่ะครับ เพราะงั้นแล้ว แนวคิดในการ post content หรือเนื้อหาอะไรก็สุดแล้วแต่ที่หน้า Facebook ผมจะคิดแบบนี้คือ "ทุกเนื้อความ ทุกถ้อยคำ ทุกรูปภาพ และ Link จะต้องบอกต่อไปยังสาธารณะได้"

ต้องทำใจเอาไว้ก่อนเลยว่า เมื่อเราเอาภาพขึ้น Facebook ทุกภาพ ถือเป็นของ Facebook ครับไม่ใช่ของเราอีกต่อไป คุณอาจจะคิดถูกว่า คนที่เห็นก็จะเป็นแค่เพื่อนของคุณ มันก็จริงแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณแค่ตั้งว่า เพื่อนของเพื่อนคุณสามารถเห็นได้ แปลว่า คุณเอาภาพไปให้คนแปลกหน้าดูแล้วยังไงล่ะครับ (คุณคิดเหรอครับว่า เพื่อนของเพื่อนคุณจะเป็นเพื่อนคุณในทุกกรณี ไม่จริงหรอกครับ ผมว่าร้อยละ 99 เพื่อนของเพื่อนคุณไม่ได้เป็นเพื่อนคุณที่คุณรู้จักอยู่แล้วหรอกนะครับ คิดผิดคิดใหม่ได้น่ะครับ )

โดย default แล้วถ้าหากว่าคุณไม่ได้ทำการ setting อะไรกับ privacy setting ของคุณเลย มันจะทำให้เนื้อความ หรือภาพนั้นๆ สามารถเห็นได้ด้วย เพื่อนของเพื่อน ได้ครับ เพราะ ทาง Facebook ก็ต้องการที่จะขยายคนที่เข้ามาเชื่อมต่อกันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ มีระบบ suggest friends เพื่อให้คนที่คาดว่าอาจจะรู้จักกันอยู่ สามารถที่จะ connect เป็น "เพื่อน" กันได้ไม่ยากครับ

ถ้าหากว่าคุณยังไม่มี idea ว่าจะปิด Privacy ให้เหมาะสมได้ยังไงแนะนำว่า ลองเอา Privacy Scanner ไปลองใช้ดูครับ มันจะทำหน้าที่ check Facebook settings ของคุณ โดยแนะนำ level ที่มีความปลอดภัยที่สุดที่เท่า Facebook จะให้คุณได้ (แต่ก็ไม่ได้100%อยู่ดีน่ะครับ) เพราะยังไงซะผมก็ขอให้คิดว่าไม่ว่าคุณจะ Post อะไรที่ Facebook มันจะโดน Public ออกได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งครับ

ลองใช้ Privacy Scanner ดูหน่อยแล้วกันนะครับไม่งั้นคุณได้รับการติดต่อจากคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนคุณได้ครับ ถ้าหากว่าคุณพอใจอย่างงั้นก็ไม่ว่ากันน่ะครับ แต่ว่าผมเคยมีคนติดต่อ มาด้วยถ้อยคำทีไม่ดีสักเท่าไหร่แล้วน่ะครับผ่าน Facebook นี่น่ะหละ จริงๆถ้าหาก่วาผม Tighten privacy กว่านี้อีกหน่อยการติดต่อนั้นก็จะทำไม่ได้น่ะครับ ลองดูเองแล้วกันน่ะครับว่า Privacy ScannerFacebook มันจะแนะนำให้คุณทำอะไรกับการตั้งค่าของคุณกันมั่ง ?

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ดู facebook ที่ไม่ใช่เพื่อน
  • ความเป็นส่วนตัว facebook
  • ดู facebook ที่ไม่ได้เป็นเพื่อน
  • ดูfacebookที่ไม่ได้เป็นเพื่อน
  • facebook ความเป็นส่วนตัว
  • ดูรูป facebook ไม่ใช่เพื่อน
  • ภาพส่วนตัว facebook
  • ดูว่าไม่ได้เป็นเพื่อน ออนไลน์ facebook
  • ดู facebook ไม่ได้เป็นเพื่อน
  • facebook ไม่ส่วนตัว

ข้อมูลที่แสดงบน Social Network ผมว่าโอกาสที่ไม่เป็นจริงนั้นจะเริ่มน้อยลงไปทุกทีๆ….

ถ้าหากว่าคุณมีสังคมหรือรู้คนอยู่รอบๆตัวคุณอยู่จริงแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่มีรูปภาพของตัวคุณเองอยู่ใน internet ใน วงของ Facebook ผมเป็นคนนึงที่พยายามหลีกเลี่ยงการแสดงใบหน้าตัวเองหรือภาพของตัวเองใน Internet ที่เป็น Public แท้ๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ครับ (ไม่ได้มีอะไรลับลมคมในหรอกครับ แค่ว่าอยากจะลองว่าทำได้อย่างงั้นเหรอ่ปาวเท่านั้นเองถ้าหากว่าเราจำเป็นต้องใช้ internet เพื่อการ social network และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน)

เหตุผลนั้นมีอยู่ก็คือ ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ต้องการเอารูปของตัวคุณเองลงใน facebook หรือหน้ากระดานตัวเองก็ตาม เพื่อนๆของคุณก็จะเอาภาพที่ถ่ายตอนที่ไปเที่ยวหรือถ่ายตอนที่มีกิจกรรมสังสรรค์หมู่ขึ้นให้แทน ่คุณเหมือนจะไม่มีสิทธิที่จะไปควบคุมเพื่อนๆของคุณทั้งหมดว่า "ถ้าหากว่ามีรูปคุณกรุณาอย่าเอามา upload เพื่อโชว์เพื่อนๆของเค้าเหล่านั้นใน Internet ได้ไม่ว่าจะเป็น facebook หรือว่าที่ Multiply.com ก็ตามแต่" คุณไม่สามารถที่จะ track ติดตามไปได้ทั้งหมดว่าภาพของคุณได้เอาขึ้นแสดงไว้ที่ไหนในโลก internet บ้าง แต่สำหรับ Facebook แล้วมีการอ้างอิงด้วยว่าคนในภาพมีใครและชื่ออะไรเพื่อให้มีการเชื่อมต่อขอคนอื่นๆที่อยู่ในภาพ (หรือไม่อยู่ในภาพแต่ว่าเป็นเพื่อนของคนที่เอาภาพไป post ในหน้ากระดานตัวเอง) ต่อไปอีก

โดยสรุปนั้นจะเรียกว่าได้ว่าการเลี่ยงการแสดงภาพของตนไม่สามารถกระทำได้โดยสมบูรณ์ ถ้าจะทำให้ได้โดยสมบูรณ์นั้นคุณจะต้องไม่มีภาพที่ถ่ายโดยกล้อง digital เครื่องอื่นๆของเพือ่นๆคุณเลยแม้แต่ใบเดียว หรือต้องกำชับกับเพื่อนของคุณเองว่าอย่าเอาภาพไป Post ใน Internet ไม่ว่าเว็ปหรือ social network วงใดๆก็ตาม ซึ่งเหตุผลหลังนี้ก็เป็นตัวแปรที่คุณควบคุมไม่ได้อยู่ดีถึงแม้ว่าคุณจะได้กำชับแล้วก็ตามที (บอกอะไรไปไม่ใช่คนๆนั้นจะตามที่ไหนกันล่ะครับ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เจอๆอยู่ หรือว่าที่เราทำเอง มีคนบอกอะไรมาเราก็ไม่ได้ทำตามเค้าบอกซะทุกเรื่องหรอกจริงเหรอป่าวล่ะครับ)

เพราะฉะนั้นแล้วภาพลักษณ์ที่แสดงที่หน้า internet พึงสังวรณ์ไว้ว่า เพื่อให้ภาพออกมาดีจะเป็นที่จะต้องระวัง หรือแค่ว่าอย่าให้ภาพเหล่านั้นแสดงอาการอะไรที่ไม่เหมาะสมมากนักเพราะเราก็เคยได้ยินข่าวมาแล้วว่าครูอาจารย์มีการไล่ออกมาเพราะปรากฏภาพที่ไม่เหมาะสมใน facebook หรือ social network หรือก็แล้วแต่ หรือในทางตรงกันข้ามก็แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเวลาสังสรรค์กับสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคนอื่นๆเป็นภาพเดียวกันครับ ซึ่งแบบนี้จะทำได้ไม่ยากเรียกว่าไม่ Fake ก็เท่านั้นเองครับ

แค่เงื่อนไขที่ผมเล่ามาเพียงเงื่อนไขเดียวก็ทำให้เกิดการ verify ข้อมูลกันเองระหว่างเพือ่นๆ online ที่คุณเจอบนโลกจริงแล้ว เพราะเค้ารู้จักหน้าตาคุณ เค้ารู้จักว่าคุณทำอะไรทีไหนอย่างไรในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น คนที่แสดงข้อมูลบน Facebook ก็จะต้องตระหนักเหมือนกันว่า สิ่งที่แสดงไม่ได้แสดงแค่เพื่อนๆที่เราไมได้เคยเจอกันเท่านั้น (เพื่อน online) แต่ว่ามันจะแสดงกับวงเพื่อนๆจริงที่มาใน Social Network Tools online แบบนี้อีกตะหาก ลองคิดดูนะครับถ้าหากว่า คุณมีแฟน แล้ว แฟนคุณก็มี Facebook เหมือนกัน แล้วก็ทำการ connect เชื่อมแสดงข้อมูลกันเอาไว้ แล้วคุณปรับสถานะตัวเองเอาไว้ว่า "โสด" เพื่อจะหลอกล่อสาวอื่นๆให้มาสนใจคุณ แฟนตัวเป็นๆบนโลกจริงๆของคุณนั้นจะคิดยังไง? เหตุการณ์แบบนี้ผมเคยได้ยินว่าแล้วว่าความสัมพันธ์ต้องมีอันเป็นไปอันเนื่องมาจากการปรับสถานะ หรือการแสดงข้อมูลที่ไม่จริ

งกับโลกจริงที่ verify กันได้ยังไงอย่างงั้นเลยน่ะครับ นี่หละครับ โลกใบใหม่ของเราที่ข้อมูลของเราทุกคน (ที่ใช้ social network แบบ online) มีความเป็นไปได้สูงว่ามันจะต้องเป็นความจริงนั่นเอง

ความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปกับการใช้บริการนกๆ [NokNok.in.th]

เมื่อนานมาแล้วผมเห็นพวกคนประเทศนอกเค้าเล่น  Twitter กันปุ้บผมก็ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรผมก็สมัครปั้บเพื่อที่จะได้ทดลองดูว่า ทำไม้ทำไมคนเค้าถึงต้องเล่นกันด้วย Twitter ตอนแรกที่อ่านๆ มันไม่ได้มีวัตถุประสงค์อะไรนอกจากจะบอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" เท่านั้นเองหรอกเหรอ แถมยังมีเงื่อนไขอีกตะหากว่ามันต้องไม่เกิน 140 ตัวอักษร ผมก็งงๆสมัครไปแล้วก็คิดไม่ออกว่า จะทำไปเพื่ออะไรเนียะ .. และแล้วเวลาก็ผ่านเลยไป .. จนไม่นานนี้น่าจะสักไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบริการที่เหมือนกับ Twitter ที่สร้างเพือคนไทยก็ปรากฏออกมา ผมว่าน่าจะมาแนวคิดและแนวทางของทีมงานสนุกเพื่อที่จะให้คนไทย Twitter ใช้กัน พอมีปั้บผมก็สมัครปุ้บเหมือนเดิม เพราะ อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมการใช้งานของผมก็ได้เพราะว่าผมไม่ได้อยากมีเพื่อนเป็นฝรั่งมังค่าสักเท่าไหร่นัก ประมาณว่าไม่ได้เป็นคนที่ international สักเท่าไหร่ ขนาดคนไทยพูดภาษาไทยด้วยกันยังไม่ได้สื่อสารกันเท่าไหร่นัก จะเอาอะไรกะภาษาต่างด้าวล่ะครับ ทีนี้พอสมัครปุ้บเงื่อนไขที่ผมเห็นก็เหมือนเดิม ก็คือการทำ micro blogging พิมพ์อะไรก็ได้เพื่อบอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ภายเนื้อความสั้นๆไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง เหมือนกับแป้ะราวกับแกะระหว่างบริการนกๆกับบริการของ Twitter และแล้วความเปลี่ยนแปลงทางความคิดก็เกิดขึ้นว่า เหตุใด ทำไมคนถึงเล่น่ Twitter หรือ นกๆกันเยอะครับ หลังจากนั้นไม่นานผมก็เรียกกุ้ชชี่ ที่ปกติผมจะมีอะไรที่เกี่ยวกับ internet ๆ สักหน่อยผมก็จะบอกเค้าเพราะว่า ผมบอกอะไรเค้าก็เชื่อเหมือนกะว่าเป็นคนว่าง่ายว่าอย่างงั้น ทีนี้ผมก็ลองตั้งค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลทาง sms หลังจากที่มีคนที่เรา’ติดตาม’พิมพ์ปะอะไรเอาไว้ มันก็จะไปแสดงที่มือถือเรา หรือว่าล่าสุดการส่งข้อความตรงก็สามารถที่จะทำได้ผ่าน sms ทาง นกๆ นี่ด้วยเหมือนกันครับ

การใช้งาน sms ตอนนีเหมือนว่าจะไม่มีคนใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นการส่ง code เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของมือถือเท่านั้นครับ ก็อย่างมากก็ สามบาทไทยไม่ขาดไม่เกิน แล้วก็จะได้รับสิทธิเพื่อรับ sms ผ่านทางมือถือที่เป็นข้อมูลที่พิมพ์ผ่าน นกๆ มาอีกต่อหนึ่งครับ

พอผมเปิดเพื่อที่จะรับ sms แบบนี้นั้นก็แปลว่า ผมก็ไม่จำเป็นต้องส่ง sms เหมือนกับปกติแล้วซิ หากว่าคนๆนั้นไม่ได้รับข้อความจากคนอื่นมากนัก (ที่ผมบอกว่าเค้าต้องไม่รับข้อความจากคนอื่นเพื่อให้เข้า sms มากนักเพราะมันมี Limit มีการรับข้อความต่อเดือน 250 sms ครับ นั้นก็แปลว่า วันละแค่ 8 ข้อความเศษเท่านั้น หารดูแบบนีแล้วมันก็ไมได้มากมายอะไรน่ะครับ)

การพิมพ์เพื่อบอกว่า "ตอนนี้ผมทำอะไรอยู่นั้น" มันเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับคนที่เค้าอยากรู้อยากติดตามเรา เช่น หากว่าคุณเป็นแฟนกันหรือหากว่าคุณแค่เป็นกิ้กกันหรืออยากจะเป็นคนพิเศษอะไรกันแล้วหรือว่า คุณกะคนทีติดตามคุณเป็นคนที่พิเศษกันอยู๋แล้ว อาจจะเป็นกรณีบุคคลในครอบครัวก็ได้ เช่น หากว่า ลูกสาวสุดหวงของคุณแม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเป็นเดือนๆ แล้วอยากจะติดตามกันไว้ โดยที่มี internet ใช้ไม่ว่าจะเป็น wifi หรือว่าจะเป็น edge , GPRS แบบเหมาจ่ายหรือแบบสี่ชั่วโมงก็แล้วแต่ ก็จะเป็นการบอก "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" อยากมีคุณค่ามากกว่าการบอกกันระหว่างคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนครับ

อาจจะดูกรณีที่การบอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" แบบที่ออกแนวตลาดนิดนึงก็เช่นว่า หากว่าผมเป็นกอร์ฟไมท์แล้วมีแฟนคลั

บเป็นโขยงๆ ผมอยากจะโปรโมตตัวเองเหลือกันครับ จำเป็นต้องเปิด นกๆ account เอาไว้สักอันเพื่อที่จะให้แฟนได้ติดตามอย่างน้อย พอผมที่เป็นกอร์ฟไมท์พิรมพรพิมพ์อะไรออกไปแล้ว แฟนคลับของผมก็จะได้รับทราบเรื่องราวนั้นผ่านทาง sms เหมือนกับที่คุณๆท่านๆ น้องๆหนูๆสมัครรับข่าวผ่านทาง sms ยังไงอย่างงั้นน่ะหละครับ

เรียกง่ายๆว่าหากว่ามองเป็นการตลาดแล้ว การที่บอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" มันมีความหมายมากกว่านั้น ผมยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งแล้วกันนะครับ เท่าที่เห็นชัดๆก็คือ ทางสนุกเองก็ได้มีการสร้าง account เพื่อให้คนติดตามเพื่อรับข้อมูล เช่นดวงวันนี้ หรือ ข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าทางสนุกเองจะใช้ ความหมายหรือแนวคิดเชิงนี้เพื่อบริการให้คนที่ติดตามเค้าให้ดีที่สุดและมากที่สุดเพื่อที่จะดึงดูดคนให้ใช้กันมากขึ้นครับ

ลองจินตนาการอย่างนี้ดีกว่า หากว่า มีคนติดตามผม(ซึ่งเป็นกอร์ฟไมท์ เฮอะๆ จะได้ฟังดูว่าน่าจะมีคนติดตามเยอะสักหน่อย) ติดตามกันมากกว่า 1000 คน การที่ผมพิมพ์ออกไปแค่ว่า ผมจะออกคอนเสริ์ตวันที่ 19 นี้ตอนสี่ทุ่มที่ไหนๆก็ว่าไป ก็จะทำให้คนอย่างน้อยพันคนนั้นรู้ทันทีเมื่อมือถือครับ การรับรู้ได้แบบนี้มันเป็นการบังคับรู้เพราะมันมี sms อะไรมาก็ต้องอ่าน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อคัดกรองว่าอันนี้มันคือ sms อะไรกันอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับกรณีนี้เค้าเหล่านั้นที่ติดตาม เค้ายินดีที่จะรับรู้ครับ โอ้ว .. เป็นการแจ้งข่าวกันได้อย่างรุนแรงทันทีทันตาเอาการครับ

ย้อนกลับมา utility ของการใช้ micro blogging กันอีกแบบดีกว่าว่าเอ.. จะเอาไปทำอะไรอย่างอื่นได้อีกมั้ยน้อ หากคิดกรณีที่เป็นคนธรรมดาสักหน่อยอาจจะแอบเอาไปลักไก่ใช้ในทางที่ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของ Twitter หรือว่าของ นกๆ เองก็ได้เช่น เพื่อการส่ง sms ให้กับบุคคลจำนวนหนึ่งกันฟรีๆ เหมือนกับที่ผมเคยเล่าให้ฟังครั้งนึงแล้วว่าเราสามารถให้คนในองค์กรบอกรับ sms แบบ นกๆ เพื่อให้เค้าเหล่านั้นได้รับข่าวสารจากเจ้าของกิจกรรมพร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นผมเล่าไปจะมีใครได้เอาใข้เหรอป่าวน่ะครับ เพราะว่าเงื่อนไขก็เยอะอยู่เช่น คนที่เป็นลูกน้องเราเค้าจะโดน เราเอา มือถือเค้า register กับนกๆเป็นทีเรียบร้อยแล้ว เค้าก็จะไม่มีอำนาจเหนือเบอร์มือถือตัวเองไปได้ ครับ เรียกได้ว่า เค้าจะบอกเลิกการรับข่าว sms จากเจ้านายไม่ได้ครับผม อ้อมไปซะไกลกลับมาการใช้งานอย่างคนธรรมดาดีกว่า การลักไก่ใข้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ที่ทำได้ก็เช่นว่า อยากจะใช้เป็น sms ฟรีๆ เดือนละ 250 ข้อความ วิธีการก็ไม่ยากครับ หากว่าคุณมีพ่อมีแม่ที่ไม่ได้ใช้งาน internet เพื่อ social networking อะไรแล้วเนี่ยะ (ซึ่งส่วนใหญ่เค้าไมได้เล่นหรอกนะครับผมรู้ เพราะผมไม่ค่อยได้เห็นคนอายุเยอะเล่น internet อย่างเอาเป็นเอาตายสักเท่าไหร่น่ะครับ) ก็จัดแจงเอามือถือเค้ามาสมัคร account นกๆ แล้วก็ส่งรหัสเพื่อยืนยันจากมือถือคุณพ่อคุณแม่ซะ แล้วก็ทำการค้นหาติดตามระหว่างกัน หมายความว่า เราก็ติดตามพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ติดตามเรา ทีนี้เราก็จะทำการส่ง"ข้อความตรง" เพื่อให้มันไปแสดงบนมือถือได้แล้วน่ะครับ แอ้ะ แค่นี้เอง ทีนี้ก็ไม่ต้องเสียเงินสองบาทเพื่อส่ง sms จากมือถือไปหามือถือของญาติสนิทมิตรสหายอีกต่อไปครับ

การส่ง sms ทางนี้มันดีอย่างที่ว่า เราไม่ต้องคิดมากเรื่องพิมพ์ไทยให้ได้ข้อความน้อยกว่า 70 ตัวอักษร ปกติผมเป็นคนที่ส่ง sms เพื่อบอกคนอื่นอยู่แล้วว่า ตอนนี้ผมทำอะไรหรือว่าผมจะทำอะไร แล้วดันมาเจอ นกๆ นี่ ทำให้เข]]
>

ส่ง SMS ให้คนในองค์กรหรือลูกค้าด้วย NokNok.in.th

ผมเล่นนกๆได้สักพักแล้วก็พอจะรู้ได้ว่า มันเอาไว้ทำอะไรบ้าง และ อีกส่วนผมก็หาอ่านจากบล็อคที่มีการเขียนเกี่ยวกับ Twitter (เพราะว่า NokNok ก็เห็น copy concept มาโจ้งๆครับ แต่ว่ามันไม่มี Tools มากมายให้เล่นและใช้งานได้เหมือน Twitter เท่านั้นเอง) โดยมากแล้วการใช้งานจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆด้วยกันก็คือ
ประเภทแรก เพื่อเป็นการบอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ก็เป็นวิธีการใช้งานตรงๆสำหรับเว็ปประเภทนี้ครับ คนพวกนี้อยากจะบอกเพื่อนๆ(หรือว่าไม่ได้เป็นเพื่อนก็ตาม แต่ว่าอยากจะบอก)ว่าวันนี้ไปไหนมา เช่น ตอนนี้อยู่บิ้กซี ตอนนี้จะไปกินข้าวเที่ยง หรือบอกว่า ตอนนี้หิวแล้วเป็นต้นผมก็เป็นคนประเภทนี้อยู่เหมือนกัน เพราะแค่คิดว่าบางคนอาจจะตามผมจากระบบ SMS ทำให้ต้องบอกด้วยความระมัดระวังว่ามันจะกวนเค้าหรือเปล่า หากว่าส่งเยอะเกินไปหรือถี่เกินไปมันก็น่ารำคาญแล้วก็ ทำให้คนที่ติดตามระดับที่ว่าติดตามด้วย SMS เค้าจะเลิกรับข่าวจากเราไปซะก่อนได้ครับ
ประเภทที่สอง คือ พวกที่คาดหวังว่าจะนกๆหรือ Twitter จะถูกใช้ไปเพื่อการโปรโมตเว็ปครับ มันมีความเป็นไปได้สูงมากว่าถ้าหากคนที่ใช้งานนกๆแล้วหาเพื่อนๆที่มีความสนใจแนวเดียวกันได้จริงๆแล้วล่ะก็.. เค้าก็สามารถที่จะทำการโปรโมตเว็ปของเค้าเองได้ไม่ยาก ทั้งนี้เว็ปของเค้าก็ต้องพูดถึงเนื้อหาที่คนอื่นๆที่อยู่ในวงที่ติดตามกันสนใจด้วยครับ นอกจากนี้คนประเภทนี้อาจจะคิดได้อีกแบบว่าถ้าเค้าทำธุรกิจหรือขายอะไรออนไลน์เช่น ขายอาหารแมว หรือว่าเป็นหมอหมา เค้าก็ต้องหาคนที่เลี้ยงสัตว์ แมวหรือหมา แล้วก็ต้อง Continue reading

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...