update เรื่องราวทั้ง Twitter และ Facebook พร้อมกัน

facebook-vs-twitter

คนที่ใช้ Twitter โดยมากแล้วจะมีอุปกรณ์ที่เป็นมือถือที่สามารถลง application ของ Twitter ได้ส่วนตัวผมเองนั้นเนื่องจากไม่ได้ติดตามการใช้มือถือรุ่นอื่นๆมากนัก ก็มีอยู๋ในมือแค่เครื่องเดียวคือ เครื่อง HTC DIAMOND แบบเก่าครับ ที่ซื้อเอาไว้มาได้สักเป็นปีแล้วน่ะครับ (หมดอายุประกันไปแล้วครับผม)

โปรแกรมเพื่อการ upload เนื้อหาเข้า Twitter นั้นผมจะใช้ application ที่ชื่อว่า Pocket Twit ซึ่งมันใช้งานได้เหมาะเจาะกับความสามารถของเครื่องดีน่ะครับ สิ่งที่ทำได้ก็คือ ดูว่าเพื่อนๆเขียนอะไรใน Twitter หรือว่าทำการ POST ภาพและ text โดยมันจะ upload เข้า Twitpic.com ให้เองเลย ทั้งนี้อาจจะเป็นการใส่ภาพโดยการถ่ายภาพเข้าไปใหม่ หรือว่าการใส่ภาพจากคลังภาพที่เราถ่ายเอาไว้แล้วก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ถ้าหากว่ามือถือของคุณเป็นรุ่นที่มี GPS ในตัว (พวกรุ่นที่บอกพิกัดได้) คุณยังจะสามารถแสดงพิกัด ณ เวลาที่กำลัง Tweet ได้ครับผม (เครื่องผมมี GPS ครับทำได้ทั้งหมดอย่างที่ว่ามาครับผม)

นอกจากนี้ผมยังเชื่อม Twitter กับ Facebook เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นแบบ one way ครับ คือ เมื่อทำการ  update ใดๆก็แล้วแต่ที่ Twitter ให้เอาเนื้อความพร้อม Link นั้นไปแสดงที่ Facebook ด้วยก็จะทำให้ไม่ต้อง update อะไรให้มากมาย ก็ up มันซะแค่ที่เดียวก็โอเคแล้วน่ะครับ ซึ่ง Twitter จะให้ความถี่ในการ update ได้เยอะกว่ามากๆ (เพราะว่าเนื้อความมันน้อยกว่าครับ มันเป็นแค่คัวหนังสือไม่เกิน 140 characters เท่านั้นเอง) อย่างไรก็ดีสำหรับการ update แบบนี้จะเหมาะกับแค่บางคนนั้นครับ เพราะ หลายคน update Twitter บ่อยอย่างบ้าระห่ำ ก็อาจจะมองว่ามันอาจจะทำให้รกเนื้อหาใน wall ของ Facebook ของคุณได้ แต่สำหรับตัวผมนั้นไม่ได้ทำการ update Twitter เยอะเท่าไหร่นัก เรียกว่า วันๆก็แค่ไม่กี่ข้อความเท่านั้น ในใจผมรู้ว่าผมอยากจะ update เพื่อให้เนื้อความเหล่านั้นเข้าไปที่ Facebook อยู๋แล้ว แล้วก็อยากจะ share กับ user ใน Twitter ด้วยก็เลยต้อง update ่ผ่าน Twitter ยังไงล่ะครับ ก็อย่างน่ะหละ ข้อมูลมันไหลได้ทางเดียวคือ จาก Twitter ไป Facebook เท่านั้น จะให้เนื้อความมันไหลจาก Facebook แล้วออกไปที่ Twitter ณ เวลานี้ผมยังไม่เห็นว่าจะมีทางทำได้น่ะครับ (ถ้าหากว่ามีทางทำได้ยังไงก็บอกผมใน comment ด้วยแล้วกันนะครับ)

ถ้าหากว่าคุณทำตามที่ผมว่านี้ คือ มี account Twitter และ Facebook แล้วทำการเชื่อมต่อกันแล้วแบบ one way จาก Twitter ไป Facebook เป้าหมายของคุณอาจจะเป็นการ update เรื่องราวต่างๆให้กับเพื่อนๆของคุณที่อยู่ใน Facebook ก็ได้ครับ แล้วมันก็เริ่มเป็นการสร้าง Tweet ใน Twitter account ของคุณได้อีกทางหนึ่ง ทีนี้คุณก็อาจจะเริ่มมีคนติดตามคุณผ่านทาง Twitter เป็นของแถมก็เป็นได้น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • twitter facebook พร้อมกัน
  • อัพเดทข้อความใน Wall ของ Facebook จาก Twitter
  • วิธีโพส ทวิตเตอร์ ผ่านทาง skype

ร้อยแปดหตุผล ทำไมคนถึงใช้ Twitter ?

ผมได้เป็นคนแรกๆของโลกที่สงสัยว่า Twitter มันจะเอาไว้ใช้ทำอะไรกัน เพราะผมได้เข้าไปเห็นเว็ปเค้าเมื่อนานมากแล้ว ที่ตอนนั้นคนที่ใช้งาน Twitter ก็ไม่ได้มากมายอะไร ไม่มีคนพูดถึงในไทยเลยแม้แต่คนเดียวด้วยซ้ำ ไม่มีแม้กระทั่งคนไทยใช้งานอยู่ (มั้ง) มันเพิ่งเปิดตัวแล้วมันก็เพิ่งจะ promote ด้วยตัวของมันเองผ่าน Blog ที่ผ่านอ่านอยู่เป็นประจำครับ

แน่นอนว่าสิ่งแรกๆเมื่อคนเข้าไปเห็น Twitter จะต้องสงสัยคือ จะเขียนหรือพิมพ์อะไรเข้าไปในช่องที่มีตัวอักษรให้พิมพ์ได้แค่ 140 ตัวอักษรต่อข้อความ ผมก็แอบเหลือบไปข้อความว่า "คุณทำอะไรอยู่?" แล้วก็มีหน้าต่าง Youtube เล็กที่พยายามจะบอกเป็นภาพอย่างง่ายๆว่าคุณจะใช้ Twitter ทำอะไรได้ครับ

วันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลาที่ไม่ได้นานมากมายอะไรนัก ตอนนี้คนไทยบ้า com บ้า social network แม้ว่าจะไม่เข้าใจมากนักว่ามันคืออะไรกันแน่ ก็หันมาใช้ Twitter จนเยอะคนเลือกที่จะซื้อมือถือใหม่เพื่อให้ใช้ Facebook หรือ Twitter ได้ผ่านมือถือกันเลยด้วยเหตุผลที่ไม่แน่นอนด้วยซ้ำว่ามันจะเอาไว้ทำอะไรได้ครับ

จากแนวคิดแค่ว่า "บอกหน่อยว่าคุณทำอะไรอยู่?" มาจนถึงวันนี้ที่มีการเอาไปใช้งานในระดับเพื่อการตลาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของ Brand มันช่างแตกต่างกับ concept แต่แรกที่ผมได้รู้มาก่อนมากมายเหลือครานัก จนอยากจะพิมพ์เก็บเอาไว้เสียเหลือเกินว่า ทำไม้ ทำไม คนถึงใช้ Twitter ?

คนบนโลกนี้ใช้ Twitter ไปทำอะไรกัน ?

ก่อนอื่นต้องขอบอกเอาไว้ก่อนว่า function การใช้งาน Twitter ของเมืองไทยจะไม่เหมือนกับประเทศนอกที่เมื่อมีการ update แล้วจะมีการส่ง sms หรือเตือนเข้ามือถือแม้ว่าจะไมได้ใช้ promotion แบบ internet unlimited ก็ตาม แต่ว่าก็จะมีการจำกัดต่อเดือนว่าส่งได้มากสุดเท่าไหร่ ลองคิดดูน่ะครับถ้าหากว่าข้อความที่ Twitter เข้ามือถือที่รับ sms ได้แล้วคุณจะได้รับการ update จากเพื่อนๆที่คุณสนใจติดตามอย่างแน่นอนไม่พลาดแล้วแต่ว่าเราจะเลือกติดตามในผ่านมือถือครับ แต่คนไทยถ้าหากว่าจะได้อารมณ์เดียวกันนี้ก็จำเป็นที่จะต้องมี internet เพื่อการ access ถึงข้อมูลได้น่ะครับ

อยากรู้ว่าเพื่อนเราทำอะไรอยู่ : วัตถุประสงค์หลักสำหรับการติดตาม ก็เป็นไปตามเหตุผลตอนแรกที่มีการสร้าง Twitter ออกมาน่ะหละครับก็คือ เค้าอยากให้บอกว่าตัวเองทำอะไร ก็จะมีคนที่แคร์หรือสนใจเราอยากรู้เช่นเดียวกันว่าตอนนั้นคุณทำอะไรอยู่ เหตุผลทั้งสองทางนี้ต้องดำเนินไปอย่างสัมพันธ์กันครับ ถ้าหากว่าคุณเข้ามาใช้ Twitter ใหม่ๆ แน่นอนว่าคุณจะไม่มีคนตามเลยแม้แต่คนเดียว แล้วคุณก็จะคิดไม่ออกว่าจะ update บอกว่าตัวเองทำอะไรไปทำซากอะไรรึ … เพราะฉะนั้นแล้วถ้าอยากจะ in อารมณ์ของการใช้งาน Twitter อย่างรวดเร็วแล้วควรเริ่มต้นด้วยกันอย่างต่ำสองคนครับ คือ คุณอาจจะให้แฟนคุณติดตามคุณแล้ว คุณก็ติดตามแฟนคุณซะก็ได้ มีอะไรก็ update ผ่าน Twitter ครับ แล้วในทางตรงกันข้ามคุณอยากจะบอกอะไรแฟนคุณ คุณก็ update ผ่าน Twitter ยังไงล่ะครับ มันเป็นคำถาม basic มากๆสำหรับคนที่แคร์กันครับ สังเกตซิครับถ้าหากว่าคนเคยมีแฟนมาแล้ว(แต่ว่ายังไม่ได้อยู่ในสถานะสามีภรรยา) คุณจะรู้ได้เลยว่า สิ่งแรกๆที่โทรถามกันก็คือ "อยู่ที่ไหน" หรือ "ทำอะไรอยู่" ยังไงล่ะครับ นั้นแหละครับ มูลค่าพื้นฐานของการใช้งาน Twitter มันเป็นข้อความหรือข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับคนบางที่สนใจคุณ (ถ้าหากว่าคนไม่สนใจกันมันก็ไม่ได้อยากจะรู้อยู่แล้ว หรือในทางตรงข้าม ก็คุณก็ไม่ได้สนใจอยากจะบอกอะไรอยู่แล้วถูกเหรอป่าวล่ะครับ .. )

>อยากรู้ว่าคนอื่นทำอะไรกันอยู่ : ถ้าหากว่าคุณมีคนให้ติดตามไม่มากนัก คุณจะเริ่มมองหา "คนอื่น" ที่อยากจะติดตาม คุณจะเริ่มมีเหตุผลร้อยแปดว่า ทำไมคุณอยากจะติดตามเค้าเหล่านั้น โดยแนวคิดแบบเดียวกันก็คือ คุณสนใจคนๆนั้นหรือ คุณสนใจเนื้อหาที่เค้า Twit บอกออกมาน่ะครับ เช่น ถ้าหากว่าคุณสนใจเรื่องการใช้งาน internet หรือ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องคอมๆและอินเตอร์เน็ตแล้วล่ะก็คุณก็อาจจะติดตามผมก็ได้ เพราะผมก็จะเอาเนื้อหาของ Blog นี้ไป Twit ต่ออีกที ก็ไม่ต้อง update ผ่านทางอื่น แค่รอ Twit จากผมเท่านั้นเองครับ หรือถ้าหากว่าคุณสนใจดาราคนไหนว่า เค้าจะไปทำอะไรทีไหนหรือว่าจะไปออก concert อะไรที่ไหนเมื่อไหร่ คุณก็อาจจะหาทาง follow Twitter ของดารา ศิลปินคนนั้นได้น่ะครับ

อยากรู้ว่าวงการธุรกิจของคุณเกิดอะไรขึ้นบ้าง : ถ้าหากว่าคุณอยู่วงการธุรกิจใดๆ คุณอาจจะอยากรู้ว่าเพื่อนๆในแวดวง(หรือไม่ไดเป็นเพื่อนก็ได้น่ะครับเป็นคู่แข่งก็ได้เหมือนกัน ) ทำอะไรกันอยู่ หรือจะออกสินค้าอะไรใหม่ หรือเค้า promote สินค้าอะไรใหม่หรือเปล่า วิธีการก็ไม่ยากครับ มันก็แปลว่า คุณสนใจเนื้อหาของคนในวงธุรกิจของคุณครับ คุณก็ค้นหาและติดตามเค้าเหล่านั้นซะก็หมดเรื่อง มีอะไรมันก็ update ผ่าน Twitter เค้าเท่านั้นเองครับ

ใช้ Twitter เพื่อหวังผลทางธุรกิจ : คุณไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่คนติดตามคนอื่นเท่านั้น ถ้าหากว่าคุณอยู่ในวงการใดวงการหนึ่งทางธุรกิจคุณสามารถติดต่อคนอื่นๆผ่านทาง Twitter ได้เช่นเดียวกัน เค้าอาจจะเป็นแค่คนคุยเล่นของคุณในตอนนี้ แต่ว่าเค้าก็อาจจะแปลงตัวมาเป็นลูกค้าของคุณในอนาคตก็ได้ถ้าหากว่าเค้ารู้ว่าคุณทำธุรกิจอะไรครับ นั้นก็แปลว่าถ้าหากว่าคุณผลิตสินค้าที่เป็น consumer product สิ่งที่คุณอยากจะทำก็คือ ให้มีคนรู้เนื้อความเกี่ยวกับสินค้าของคุณให้ได้มากที่สุดเพือ่ทำให้เกิดยอดขายได้ในภายหลังก็เป็นได้น่ะครับ

แค่เหงาๆอยากจะได้เพื่อนใหม่เพิ่ม : Twitter เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้คุณได้ติดต่อผู้คนเพิ่มเติม เพราะคุณเลือกที่ติดตามใครก็ได้ แต่ว่าเค้าจะติดตามคุณกลับมาหรือไม่นั้นมันก็แล้วแต่เค้าน่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว เนื้อความที่คุณพิมพ์เอาไว้ในเนื้อหาที่คุณ update ควรจะเป็นเรื่องดีๆที่อยากจะ share คนอื่นๆอยู่แล้ว โดยปกติแล้วเมื่อคุณติดตามใครก็ตามจะมี email ไปหาคนที่ถูกติดตามคนนั้น แล้วโดยมากก็จะกดมาดูว่าใครนะที่มาติดตามเรา อิอิ แล้วก็ไปดูซะหน่อยว่า คนๆนั้น update อะไรที่น่าสนใจเหรอป่าว ถ้าหากว่าไม่น่าสนใจก็ไม่ติดตามกลับก็เท่านั้นเองอ่ะครับ แต่ว่าที่แน่ๆกระบวนแบบนี้จะเกิดขึ้น แม้เค้าคนนั้นจะไม่ติดตามคุณ คุณก็จะอ้างอิง Twitter account ได้เช่น @rackmanager เป็นต้น ถ้าหากว่าผมเห็นแบบนี้ว่ามีการอ้างอิงผม ผมก็จะดูอยู่ดีน่ะครับ (แค่นี้ผมก็เรียกว่าการติดต่อแล้วครับ)

ทำให้รู้จักคนที่สนใจเรื่องเดียวกันมากขึ้น : ถ้าหากว่าติดตามใครสักคนที่ update เนื้อหาของตัวเองอย่างที่ทิศทางที่แน่นอน เช่น ถ้าหากว่า ผมพูดเรื่องทอง ค้าทอง เล่นหุ้นอย่างเดียววันๆไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นเท่าไหร่ คนที่ติดตามผม ก็แปลว่าอะไรน่ะเหรอครับ ? คนพวกนี้ก็สนใจเรื่องทองๆแบบเดียวกับคุณยังไงล่ะครับ นั่นก็แปลว่า นอกจากคุณจะติดตามผมแล้ว คุณก็ไปติดตามคนอื่นๆที่ติดตามผมได้ยังไงล่ะครับ ยิ่งเดี๋ยวนี้มี function การแยกแยะ กลุ่มคนเป็น List ได้ด้วยก็ทำให้คุณเลือกที่จะติดตามได้ที่สนมใจเรื่องเดียวกันเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเหมือนแต่ก่อนอีกตะหากครับ

เอาไว้ทำการตลาด
: คุณอาจจะทำการ update ข้อมูลสินค้า update promotion ต่างๆของสินค้าของคุณได้เป็นเรื่องแฝงๆ น่ะครับไม่อยากจะให้ update เรื่องพวกนี้เป็นหลัก เพราะก็อีก ถ้าหากว่าคนอื่นไม่ได้สนใจเรื่องอะไรที่ update แล้วล่ะก็เค้าก็ไม่ได้อยากติดตามคุณอยู่ดี แล้วคุณจะ update อะไรไปเพื่อใครล่ะครับ จริงเหรอป่าวล่ะ

เอาไว้แก้ต่างหรือแทรกตัวเองเข้าไปในบทสนทนา : Twitter มีการค้นหาแบบหนึ่งที่ฝรั่งมักจะใช้กันก็คือ การค้นหาคำ (ที่ผมบอกว่าฝรั่งเพราะว่าถ้าหากว่าพิมพ์ไทยติดๆกันแบบนี้แล้วไซร้มันก็ไม่รู้ว่าคำไหนเป็นคำไหนใน Twitter น่ะครับ เรียกว่ายังไม่ฉลาดมากนัก เค้าอาจจะทำการปรับปรุงต่อไปในอนาคตครับ) เช่น ถ้าหากว่ามีคนพูดถึง bbq ปั้บก็ให้แสดง มันเหมือนกับเป็นการค้นหาคำพูดยังไงอย่างงั้น ถ้าหากว่าเค้าบ่นเรื่องสินค้าหรือบริการของคุณ คุณก็จะได้แก้ต่างได้ยังไงล่ะครับ หรือว่าถ้าหากว่าเค้าสงสัยพูดถึงก็เป็นไปได้ที่เค้าอาจจะเป็นลูกค้าเราก็ได้น่ะครับ

เอาไว้ศึกษาการตลาดผ่าน Twitter : สื่อ Twitter นี้เป็นสื่อใหม่ถ้าหากว่าคุณเป็นพวกที่อยากรุ้ว่าโลกนี้เค้าทำตลาดสินค้าอะไรกันอย่างไรแล้วด้วย Twitter แล้วคุณไม่ได้เข้าไปใช้ คุณคิดเหรอครับว่าคุณจะรู้เรื่อง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ใครใช้ Twitter ทำตลาดได้อย่างไร คุณไม่ได้มีแม้กระทั่ง account คุณไม่รุ้ว่ามัน update ยังไง มันใช้กับ device อะไรได้บ้างแล้ว คนมันติดได้ยังไง คุณจะถึงกึ๋นได้อย่างไรล่ะครับ อืม .. น่าคิดเนาะ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • clockingit ใช้
  • ตัวอย่าง Gantt chart เปิดร้าน
  • pdf to kindle ใช้อะไร
  • ทำไม คนไทย social network บนมือถือ
  • ทําไม twitter เปิดไม่ได้

รู้เหรอป่าวว่าเดี๋ยวนี้มันเป็นกันอย่างนี้แล้ว

เรื่องแบบนี้แทบไม่ต้องบอกเราก็รับรู้ได้จากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้งานอุปกรณ์และ social network เหล่านี้อยู่แล้วคุณจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรที่มันเกิดขึ้น  ณ ตอนนี้ครับ ยังไงซะผมเอา post ปะไว้ที่ตรงนี้อีกครั้งเพื่อให้มั่นได้เลยว่า แนวโน้มนี้จะเป็นแนวโน้มเเห่งอนาคตต่อไปครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • socialbox เสียเงินไหม
  • skype credit is low ทำอย่างไร

แล้วคุณจะรู้ว่าถ้าแม่คุณเข้ามาในวง social network ด้วยแล้วจะเป็นยังไง !


Facebook, Twitter Revolutionizing How Parents Stalk Their College-Aged Kids

ผมแปลกใจอยู่อย่างที่ว่าทำไมน้องสาวผมไม่ add ผมเข้าไปที่ facebook เพื่อเป็นเพื่อนกัน นั่นน่ะซิครับเพราะว่า ผมไม่ได้เป็นเพื่อนน้องผมเหรอ หรือว่าเค้าเห็นผมเป็นพี่ แล้วเป็นพี่มันต่างอะไรกะเป็นเพื่อนเหรอป่าวน้า  อันนี้ผมว่าไม่ต้องคิดมากมายอะไรน่ะครับ แต่ว่ามันจะเห็นภาพได้ชัดกว่านั้นถ้าหากว่า ผู้ปกครอง หรือ คุณแม่ ใช้ Tools พวก social network เป็นอย่างชำชอง ! ประหนึ่งว่า แม่คุณ คือ เพื่อนคุณ ยังไงอย่างงั้นเลย

สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ฉลาดพอก็คือ ถ้าหากว่าเค้ารู้ว่าคนที่กำลังจะแอดเพื่อ connect เป็นเพื่อนกันนั้นเป็นแม่หรือว่าเป็นพ่อตัวเองแล้วล่ะก็ ถ้าเค้าไม่ได้รู้สึกว่าพ่อหรือว่าแม่เป็น "เพื่อน" กันได้จริงๆที่จะบอกได้ทุกอย่างแล้วล่ะก็ เด็กคนนั้นจะ ignore (ปฏิเสธ) การตอบรับไปใน Facebook น่ะครับ แต่สำหรับ Twitter หรือ NokNok (สำหรับของไทยที่นิยมประมาณนึง) นั่นการติดตามโดยคนอื่นจะปฏิเสธการติดตามนั้นไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วเด็กเองซะยังไงแล้วระบบแบบ Twitter เนี่ยะถ้าหากว่าเค้าใช้ post ความคิดกิจกรรม ด่าเพื่อน หรือว่านัดพ้องเพื่อนไปที่ไหน ทำอะไรแล้วมา update บ่อยๆ แน่นอนว่าผู้ปกครองจะรู้อย่างเห็นไส้เห็นพุงเหมือนกับที่คนอื่นๆเห็นน่ะครับ จริงๆแล้วความรู้สึกมันต่างกันน่ะครับ ระหว่างคนที่รู้จักตัวคุณจริงๆ เช่น พ่อแม่พี่น้องญาติสนิทมิตรสหาย กับ "คนอื่นๆ" ที่ไม่ได้รู้จักกันบนโลกจริง (เป็นพวก รู้จัก online อย่างเดียว) เพราะถ้าเป็นคนที่เจอคุณอยู่ทุกวี่วันรู้ว่าคุณทำอะไรทีไหนอย่างไร มันก็ทำให้รู้สึกแปลกๆไปได้มากทีเดียวโดยเฉพาะสำหรับคนที่คุณไม่ต้องการให้รู้ไปหมดแบบนั้น (แต่ช่วยไม่ได้เพราะมันห้ามกันไม่ได้นี่หน่า)

เพราะฉะนั้นแล้วเกมส์มันก็จะเป็นแบบนี้ครับ คือ ฝ่ายเด็ก วัยรุ่น วัยทำงานหรือสามีก็สุดแล้วแต่น่าจะมีแนวโน้มความคิดที่จะหลีกเลี่ยงคนที่รู้จักบนโลกจริงๆ(ที่ไม่อยากให้รู้ข้อมูลใดๆ)เข้ามาติดตามผ่าน social network รูปแบบต่างๆ เด็กเองจะต้องคัดกรองคน รู้จักปฏิเสธเสียบ้างบน facebook ถ้าหากว่าพอจะดูออกมาบ้างว่าใครเป็นใคร ผมถึงว่าฝ่ายนี้เป็นแนวรับซึ่งเสียเปรียบกว่ามาก เพราะเราไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะปลอมตัวเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าหากว่าขยันจริงๆ หรือว่าต้องการจะ connect เป็นเพื่อนให้ได้จริงๆ การปลอมตัวนั้นย่อมเกิดขึ้นได้อยู่แล้วน่ะครับ ข้อแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับฝ่ายนี้ก็คือ คุณไม่ควรจะ post อะไรที่คุณคิดว่า เพื่อน(ที่เป็นแม่คุณเอง) ไม่น่าจะได้เห็น พยายามใช้เป็น private message ส่งข้อความส่วนตัวอะไรไปแทนการเขียนแบบ wall-to-wall ใน facebook แล้วถ่ายรูปตาม party ไม่ว่ากล้องใดๆก็ต้องระวังให้มาก แล้วแต่ว่าผู้ปกครองคุณๆนั้นเข้มงวดมากแค่ไหนครับ เอาเถอะครับผมมองว่า ฝ่ายตั้งรับเสียเปรียบมากจริงๆน่ะครับ

สำหรับฝ่ายผู้ปกครองแล้วถ้าอยากรู้ว่าผู้อยู่ภายใต้การปกครอง (สามี ลูกๆ หรือใครก็สุดแล้วแต่) ทำอะไรที่ไหนอย่างไร แล้วรู้ด้วยอีกว่าเป็นพวกบ้า update ผ่าน social network ทั้งหลาย แนะนำว่าไป register แล้วก็ add ลูกคุณเองเป็น

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • social box เล่นยังไง
  • ยกเลิกการติดตั้ง socialbox ทำยังไง
  • social box ใช้ยังไง
  • โหลด socialbox ไม่ได้
  • วิธีสมัคร mail skype
  • การใช้ socialbox บนเฟสบุ๊ก
  • การใช้ socialbox
  • สมัครsocialbox
  • เข้า skype แล้วเด้ง
  • ใช้ socialbox ไม่ได้

ข้อมูลที่แสดงบน Social Network ผมว่าโอกาสที่ไม่เป็นจริงนั้นจะเริ่มน้อยลงไปทุกทีๆ….

ถ้าหากว่าคุณมีสังคมหรือรู้คนอยู่รอบๆตัวคุณอยู่จริงแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่มีรูปภาพของตัวคุณเองอยู่ใน internet ใน วงของ Facebook ผมเป็นคนนึงที่พยายามหลีกเลี่ยงการแสดงใบหน้าตัวเองหรือภาพของตัวเองใน Internet ที่เป็น Public แท้ๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ครับ (ไม่ได้มีอะไรลับลมคมในหรอกครับ แค่ว่าอยากจะลองว่าทำได้อย่างงั้นเหรอ่ปาวเท่านั้นเองถ้าหากว่าเราจำเป็นต้องใช้ internet เพื่อการ social network และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน)

เหตุผลนั้นมีอยู่ก็คือ ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ต้องการเอารูปของตัวคุณเองลงใน facebook หรือหน้ากระดานตัวเองก็ตาม เพื่อนๆของคุณก็จะเอาภาพที่ถ่ายตอนที่ไปเที่ยวหรือถ่ายตอนที่มีกิจกรรมสังสรรค์หมู่ขึ้นให้แทน ่คุณเหมือนจะไม่มีสิทธิที่จะไปควบคุมเพื่อนๆของคุณทั้งหมดว่า "ถ้าหากว่ามีรูปคุณกรุณาอย่าเอามา upload เพื่อโชว์เพื่อนๆของเค้าเหล่านั้นใน Internet ได้ไม่ว่าจะเป็น facebook หรือว่าที่ Multiply.com ก็ตามแต่" คุณไม่สามารถที่จะ track ติดตามไปได้ทั้งหมดว่าภาพของคุณได้เอาขึ้นแสดงไว้ที่ไหนในโลก internet บ้าง แต่สำหรับ Facebook แล้วมีการอ้างอิงด้วยว่าคนในภาพมีใครและชื่ออะไรเพื่อให้มีการเชื่อมต่อขอคนอื่นๆที่อยู่ในภาพ (หรือไม่อยู่ในภาพแต่ว่าเป็นเพื่อนของคนที่เอาภาพไป post ในหน้ากระดานตัวเอง) ต่อไปอีก

โดยสรุปนั้นจะเรียกว่าได้ว่าการเลี่ยงการแสดงภาพของตนไม่สามารถกระทำได้โดยสมบูรณ์ ถ้าจะทำให้ได้โดยสมบูรณ์นั้นคุณจะต้องไม่มีภาพที่ถ่ายโดยกล้อง digital เครื่องอื่นๆของเพือ่นๆคุณเลยแม้แต่ใบเดียว หรือต้องกำชับกับเพื่อนของคุณเองว่าอย่าเอาภาพไป Post ใน Internet ไม่ว่าเว็ปหรือ social network วงใดๆก็ตาม ซึ่งเหตุผลหลังนี้ก็เป็นตัวแปรที่คุณควบคุมไม่ได้อยู่ดีถึงแม้ว่าคุณจะได้กำชับแล้วก็ตามที (บอกอะไรไปไม่ใช่คนๆนั้นจะตามที่ไหนกันล่ะครับ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เจอๆอยู่ หรือว่าที่เราทำเอง มีคนบอกอะไรมาเราก็ไม่ได้ทำตามเค้าบอกซะทุกเรื่องหรอกจริงเหรอป่าวล่ะครับ)

เพราะฉะนั้นแล้วภาพลักษณ์ที่แสดงที่หน้า internet พึงสังวรณ์ไว้ว่า เพื่อให้ภาพออกมาดีจะเป็นที่จะต้องระวัง หรือแค่ว่าอย่าให้ภาพเหล่านั้นแสดงอาการอะไรที่ไม่เหมาะสมมากนักเพราะเราก็เคยได้ยินข่าวมาแล้วว่าครูอาจารย์มีการไล่ออกมาเพราะปรากฏภาพที่ไม่เหมาะสมใน facebook หรือ social network หรือก็แล้วแต่ หรือในทางตรงกันข้ามก็แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเวลาสังสรรค์กับสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคนอื่นๆเป็นภาพเดียวกันครับ ซึ่งแบบนี้จะทำได้ไม่ยากเรียกว่าไม่ Fake ก็เท่านั้นเองครับ

แค่เงื่อนไขที่ผมเล่ามาเพียงเงื่อนไขเดียวก็ทำให้เกิดการ verify ข้อมูลกันเองระหว่างเพือ่นๆ online ที่คุณเจอบนโลกจริงแล้ว เพราะเค้ารู้จักหน้าตาคุณ เค้ารู้จักว่าคุณทำอะไรทีไหนอย่างไรในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น คนที่แสดงข้อมูลบน Facebook ก็จะต้องตระหนักเหมือนกันว่า สิ่งที่แสดงไม่ได้แสดงแค่เพื่อนๆที่เราไมได้เคยเจอกันเท่านั้น (เพื่อน online) แต่ว่ามันจะแสดงกับวงเพื่อนๆจริงที่มาใน Social Network Tools online แบบนี้อีกตะหาก ลองคิดดูนะครับถ้าหากว่า คุณมีแฟน แล้ว แฟนคุณก็มี Facebook เหมือนกัน แล้วก็ทำการ connect เชื่อมแสดงข้อมูลกันเอาไว้ แล้วคุณปรับสถานะตัวเองเอาไว้ว่า "โสด" เพื่อจะหลอกล่อสาวอื่นๆให้มาสนใจคุณ แฟนตัวเป็นๆบนโลกจริงๆของคุณนั้นจะคิดยังไง? เหตุการณ์แบบนี้ผมเคยได้ยินว่าแล้วว่าความสัมพันธ์ต้องมีอันเป็นไปอันเนื่องมาจากการปรับสถานะ หรือการแสดงข้อมูลที่ไม่จริ

งกับโลกจริงที่ verify กันได้ยังไงอย่างงั้นเลยน่ะครับ นี่หละครับ โลกใบใหม่ของเราที่ข้อมูลของเราทุกคน (ที่ใช้ social network แบบ online) มีความเป็นไปได้สูงว่ามันจะต้องเป็นความจริงนั่นเอง

ความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปกับการใช้บริการนกๆ [NokNok.in.th]

เมื่อนานมาแล้วผมเห็นพวกคนประเทศนอกเค้าเล่น  Twitter กันปุ้บผมก็ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรผมก็สมัครปั้บเพื่อที่จะได้ทดลองดูว่า ทำไม้ทำไมคนเค้าถึงต้องเล่นกันด้วย Twitter ตอนแรกที่อ่านๆ มันไม่ได้มีวัตถุประสงค์อะไรนอกจากจะบอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" เท่านั้นเองหรอกเหรอ แถมยังมีเงื่อนไขอีกตะหากว่ามันต้องไม่เกิน 140 ตัวอักษร ผมก็งงๆสมัครไปแล้วก็คิดไม่ออกว่า จะทำไปเพื่ออะไรเนียะ .. และแล้วเวลาก็ผ่านเลยไป .. จนไม่นานนี้น่าจะสักไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบริการที่เหมือนกับ Twitter ที่สร้างเพือคนไทยก็ปรากฏออกมา ผมว่าน่าจะมาแนวคิดและแนวทางของทีมงานสนุกเพื่อที่จะให้คนไทย Twitter ใช้กัน พอมีปั้บผมก็สมัครปุ้บเหมือนเดิม เพราะ อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมการใช้งานของผมก็ได้เพราะว่าผมไม่ได้อยากมีเพื่อนเป็นฝรั่งมังค่าสักเท่าไหร่นัก ประมาณว่าไม่ได้เป็นคนที่ international สักเท่าไหร่ ขนาดคนไทยพูดภาษาไทยด้วยกันยังไม่ได้สื่อสารกันเท่าไหร่นัก จะเอาอะไรกะภาษาต่างด้าวล่ะครับ ทีนี้พอสมัครปุ้บเงื่อนไขที่ผมเห็นก็เหมือนเดิม ก็คือการทำ micro blogging พิมพ์อะไรก็ได้เพื่อบอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ภายเนื้อความสั้นๆไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง เหมือนกับแป้ะราวกับแกะระหว่างบริการนกๆกับบริการของ Twitter และแล้วความเปลี่ยนแปลงทางความคิดก็เกิดขึ้นว่า เหตุใด ทำไมคนถึงเล่น่ Twitter หรือ นกๆกันเยอะครับ หลังจากนั้นไม่นานผมก็เรียกกุ้ชชี่ ที่ปกติผมจะมีอะไรที่เกี่ยวกับ internet ๆ สักหน่อยผมก็จะบอกเค้าเพราะว่า ผมบอกอะไรเค้าก็เชื่อเหมือนกะว่าเป็นคนว่าง่ายว่าอย่างงั้น ทีนี้ผมก็ลองตั้งค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลทาง sms หลังจากที่มีคนที่เรา’ติดตาม’พิมพ์ปะอะไรเอาไว้ มันก็จะไปแสดงที่มือถือเรา หรือว่าล่าสุดการส่งข้อความตรงก็สามารถที่จะทำได้ผ่าน sms ทาง นกๆ นี่ด้วยเหมือนกันครับ

การใช้งาน sms ตอนนีเหมือนว่าจะไม่มีคนใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นการส่ง code เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของมือถือเท่านั้นครับ ก็อย่างมากก็ สามบาทไทยไม่ขาดไม่เกิน แล้วก็จะได้รับสิทธิเพื่อรับ sms ผ่านทางมือถือที่เป็นข้อมูลที่พิมพ์ผ่าน นกๆ มาอีกต่อหนึ่งครับ

พอผมเปิดเพื่อที่จะรับ sms แบบนี้นั้นก็แปลว่า ผมก็ไม่จำเป็นต้องส่ง sms เหมือนกับปกติแล้วซิ หากว่าคนๆนั้นไม่ได้รับข้อความจากคนอื่นมากนัก (ที่ผมบอกว่าเค้าต้องไม่รับข้อความจากคนอื่นเพื่อให้เข้า sms มากนักเพราะมันมี Limit มีการรับข้อความต่อเดือน 250 sms ครับ นั้นก็แปลว่า วันละแค่ 8 ข้อความเศษเท่านั้น หารดูแบบนีแล้วมันก็ไมได้มากมายอะไรน่ะครับ)

การพิมพ์เพื่อบอกว่า "ตอนนี้ผมทำอะไรอยู่นั้น" มันเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับคนที่เค้าอยากรู้อยากติดตามเรา เช่น หากว่าคุณเป็นแฟนกันหรือหากว่าคุณแค่เป็นกิ้กกันหรืออยากจะเป็นคนพิเศษอะไรกันแล้วหรือว่า คุณกะคนทีติดตามคุณเป็นคนที่พิเศษกันอยู๋แล้ว อาจจะเป็นกรณีบุคคลในครอบครัวก็ได้ เช่น หากว่า ลูกสาวสุดหวงของคุณแม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเป็นเดือนๆ แล้วอยากจะติดตามกันไว้ โดยที่มี internet ใช้ไม่ว่าจะเป็น wifi หรือว่าจะเป็น edge , GPRS แบบเหมาจ่ายหรือแบบสี่ชั่วโมงก็แล้วแต่ ก็จะเป็นการบอก "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" อยากมีคุณค่ามากกว่าการบอกกันระหว่างคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนครับ

อาจจะดูกรณีที่การบอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" แบบที่ออกแนวตลาดนิดนึงก็เช่นว่า หากว่าผมเป็นกอร์ฟไมท์แล้วมีแฟนคลั

บเป็นโขยงๆ ผมอยากจะโปรโมตตัวเองเหลือกันครับ จำเป็นต้องเปิด นกๆ account เอาไว้สักอันเพื่อที่จะให้แฟนได้ติดตามอย่างน้อย พอผมที่เป็นกอร์ฟไมท์พิรมพรพิมพ์อะไรออกไปแล้ว แฟนคลับของผมก็จะได้รับทราบเรื่องราวนั้นผ่านทาง sms เหมือนกับที่คุณๆท่านๆ น้องๆหนูๆสมัครรับข่าวผ่านทาง sms ยังไงอย่างงั้นน่ะหละครับ

เรียกง่ายๆว่าหากว่ามองเป็นการตลาดแล้ว การที่บอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" มันมีความหมายมากกว่านั้น ผมยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งแล้วกันนะครับ เท่าที่เห็นชัดๆก็คือ ทางสนุกเองก็ได้มีการสร้าง account เพื่อให้คนติดตามเพื่อรับข้อมูล เช่นดวงวันนี้ หรือ ข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าทางสนุกเองจะใช้ ความหมายหรือแนวคิดเชิงนี้เพื่อบริการให้คนที่ติดตามเค้าให้ดีที่สุดและมากที่สุดเพื่อที่จะดึงดูดคนให้ใช้กันมากขึ้นครับ

ลองจินตนาการอย่างนี้ดีกว่า หากว่า มีคนติดตามผม(ซึ่งเป็นกอร์ฟไมท์ เฮอะๆ จะได้ฟังดูว่าน่าจะมีคนติดตามเยอะสักหน่อย) ติดตามกันมากกว่า 1000 คน การที่ผมพิมพ์ออกไปแค่ว่า ผมจะออกคอนเสริ์ตวันที่ 19 นี้ตอนสี่ทุ่มที่ไหนๆก็ว่าไป ก็จะทำให้คนอย่างน้อยพันคนนั้นรู้ทันทีเมื่อมือถือครับ การรับรู้ได้แบบนี้มันเป็นการบังคับรู้เพราะมันมี sms อะไรมาก็ต้องอ่าน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อคัดกรองว่าอันนี้มันคือ sms อะไรกันอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับกรณีนี้เค้าเหล่านั้นที่ติดตาม เค้ายินดีที่จะรับรู้ครับ โอ้ว .. เป็นการแจ้งข่าวกันได้อย่างรุนแรงทันทีทันตาเอาการครับ

ย้อนกลับมา utility ของการใช้ micro blogging กันอีกแบบดีกว่าว่าเอ.. จะเอาไปทำอะไรอย่างอื่นได้อีกมั้ยน้อ หากคิดกรณีที่เป็นคนธรรมดาสักหน่อยอาจจะแอบเอาไปลักไก่ใช้ในทางที่ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของ Twitter หรือว่าของ นกๆ เองก็ได้เช่น เพื่อการส่ง sms ให้กับบุคคลจำนวนหนึ่งกันฟรีๆ เหมือนกับที่ผมเคยเล่าให้ฟังครั้งนึงแล้วว่าเราสามารถให้คนในองค์กรบอกรับ sms แบบ นกๆ เพื่อให้เค้าเหล่านั้นได้รับข่าวสารจากเจ้าของกิจกรรมพร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นผมเล่าไปจะมีใครได้เอาใข้เหรอป่าวน่ะครับ เพราะว่าเงื่อนไขก็เยอะอยู่เช่น คนที่เป็นลูกน้องเราเค้าจะโดน เราเอา มือถือเค้า register กับนกๆเป็นทีเรียบร้อยแล้ว เค้าก็จะไม่มีอำนาจเหนือเบอร์มือถือตัวเองไปได้ ครับ เรียกได้ว่า เค้าจะบอกเลิกการรับข่าว sms จากเจ้านายไม่ได้ครับผม อ้อมไปซะไกลกลับมาการใช้งานอย่างคนธรรมดาดีกว่า การลักไก่ใข้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ที่ทำได้ก็เช่นว่า อยากจะใช้เป็น sms ฟรีๆ เดือนละ 250 ข้อความ วิธีการก็ไม่ยากครับ หากว่าคุณมีพ่อมีแม่ที่ไม่ได้ใช้งาน internet เพื่อ social networking อะไรแล้วเนี่ยะ (ซึ่งส่วนใหญ่เค้าไมได้เล่นหรอกนะครับผมรู้ เพราะผมไม่ค่อยได้เห็นคนอายุเยอะเล่น internet อย่างเอาเป็นเอาตายสักเท่าไหร่น่ะครับ) ก็จัดแจงเอามือถือเค้ามาสมัคร account นกๆ แล้วก็ส่งรหัสเพื่อยืนยันจากมือถือคุณพ่อคุณแม่ซะ แล้วก็ทำการค้นหาติดตามระหว่างกัน หมายความว่า เราก็ติดตามพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ติดตามเรา ทีนี้เราก็จะทำการส่ง"ข้อความตรง" เพื่อให้มันไปแสดงบนมือถือได้แล้วน่ะครับ แอ้ะ แค่นี้เอง ทีนี้ก็ไม่ต้องเสียเงินสองบาทเพื่อส่ง sms จากมือถือไปหามือถือของญาติสนิทมิตรสหายอีกต่อไปครับ

การส่ง sms ทางนี้มันดีอย่างที่ว่า เราไม่ต้องคิดมากเรื่องพิมพ์ไทยให้ได้ข้อความน้อยกว่า 70 ตัวอักษร ปกติผมเป็นคนที่ส่ง sms เพื่อบอกคนอื่นอยู่แล้วว่า ตอนนี้ผมทำอะไรหรือว่าผมจะทำอะไร แล้วดันมาเจอ นกๆ นี่ ทำให้เข]]
>

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...