ข้อมูลที่แสดงบน Social Network ผมว่าโอกาสที่ไม่เป็นจริงนั้นจะเริ่มน้อยลงไปทุกทีๆ….

ถ้าหากว่าคุณมีสังคมหรือรู้คนอยู่รอบๆตัวคุณอยู่จริงแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่มีรูปภาพของตัวคุณเองอยู่ใน internet ใน วงของ Facebook ผมเป็นคนนึงที่พยายามหลีกเลี่ยงการแสดงใบหน้าตัวเองหรือภาพของตัวเองใน Internet ที่เป็น Public แท้ๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ครับ (ไม่ได้มีอะไรลับลมคมในหรอกครับ แค่ว่าอยากจะลองว่าทำได้อย่างงั้นเหรอ่ปาวเท่านั้นเองถ้าหากว่าเราจำเป็นต้องใช้ internet เพื่อการ social network และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน)

เหตุผลนั้นมีอยู่ก็คือ ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ต้องการเอารูปของตัวคุณเองลงใน facebook หรือหน้ากระดานตัวเองก็ตาม เพื่อนๆของคุณก็จะเอาภาพที่ถ่ายตอนที่ไปเที่ยวหรือถ่ายตอนที่มีกิจกรรมสังสรรค์หมู่ขึ้นให้แทน ่คุณเหมือนจะไม่มีสิทธิที่จะไปควบคุมเพื่อนๆของคุณทั้งหมดว่า "ถ้าหากว่ามีรูปคุณกรุณาอย่าเอามา upload เพื่อโชว์เพื่อนๆของเค้าเหล่านั้นใน Internet ได้ไม่ว่าจะเป็น facebook หรือว่าที่ Multiply.com ก็ตามแต่" คุณไม่สามารถที่จะ track ติดตามไปได้ทั้งหมดว่าภาพของคุณได้เอาขึ้นแสดงไว้ที่ไหนในโลก internet บ้าง แต่สำหรับ Facebook แล้วมีการอ้างอิงด้วยว่าคนในภาพมีใครและชื่ออะไรเพื่อให้มีการเชื่อมต่อขอคนอื่นๆที่อยู่ในภาพ (หรือไม่อยู่ในภาพแต่ว่าเป็นเพื่อนของคนที่เอาภาพไป post ในหน้ากระดานตัวเอง) ต่อไปอีก

โดยสรุปนั้นจะเรียกว่าได้ว่าการเลี่ยงการแสดงภาพของตนไม่สามารถกระทำได้โดยสมบูรณ์ ถ้าจะทำให้ได้โดยสมบูรณ์นั้นคุณจะต้องไม่มีภาพที่ถ่ายโดยกล้อง digital เครื่องอื่นๆของเพือ่นๆคุณเลยแม้แต่ใบเดียว หรือต้องกำชับกับเพื่อนของคุณเองว่าอย่าเอาภาพไป Post ใน Internet ไม่ว่าเว็ปหรือ social network วงใดๆก็ตาม ซึ่งเหตุผลหลังนี้ก็เป็นตัวแปรที่คุณควบคุมไม่ได้อยู่ดีถึงแม้ว่าคุณจะได้กำชับแล้วก็ตามที (บอกอะไรไปไม่ใช่คนๆนั้นจะตามที่ไหนกันล่ะครับ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เจอๆอยู่ หรือว่าที่เราทำเอง มีคนบอกอะไรมาเราก็ไม่ได้ทำตามเค้าบอกซะทุกเรื่องหรอกจริงเหรอป่าวล่ะครับ)

เพราะฉะนั้นแล้วภาพลักษณ์ที่แสดงที่หน้า internet พึงสังวรณ์ไว้ว่า เพื่อให้ภาพออกมาดีจะเป็นที่จะต้องระวัง หรือแค่ว่าอย่าให้ภาพเหล่านั้นแสดงอาการอะไรที่ไม่เหมาะสมมากนักเพราะเราก็เคยได้ยินข่าวมาแล้วว่าครูอาจารย์มีการไล่ออกมาเพราะปรากฏภาพที่ไม่เหมาะสมใน facebook หรือ social network หรือก็แล้วแต่ หรือในทางตรงกันข้ามก็แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วเวลาสังสรรค์กับสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคนอื่นๆเป็นภาพเดียวกันครับ ซึ่งแบบนี้จะทำได้ไม่ยากเรียกว่าไม่ Fake ก็เท่านั้นเองครับ

แค่เงื่อนไขที่ผมเล่ามาเพียงเงื่อนไขเดียวก็ทำให้เกิดการ verify ข้อมูลกันเองระหว่างเพือ่นๆ online ที่คุณเจอบนโลกจริงแล้ว เพราะเค้ารู้จักหน้าตาคุณ เค้ารู้จักว่าคุณทำอะไรทีไหนอย่างไรในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น คนที่แสดงข้อมูลบน Facebook ก็จะต้องตระหนักเหมือนกันว่า สิ่งที่แสดงไม่ได้แสดงแค่เพื่อนๆที่เราไมได้เคยเจอกันเท่านั้น (เพื่อน online) แต่ว่ามันจะแสดงกับวงเพื่อนๆจริงที่มาใน Social Network Tools online แบบนี้อีกตะหาก ลองคิดดูนะครับถ้าหากว่า คุณมีแฟน แล้ว แฟนคุณก็มี Facebook เหมือนกัน แล้วก็ทำการ connect เชื่อมแสดงข้อมูลกันเอาไว้ แล้วคุณปรับสถานะตัวเองเอาไว้ว่า "โสด" เพื่อจะหลอกล่อสาวอื่นๆให้มาสนใจคุณ แฟนตัวเป็นๆบนโลกจริงๆของคุณนั้นจะคิดยังไง? เหตุการณ์แบบนี้ผมเคยได้ยินว่าแล้วว่าความสัมพันธ์ต้องมีอันเป็นไปอันเนื่องมาจากการปรับสถานะ หรือการแสดงข้อมูลที่ไม่จริ

งกับโลกจริงที่ verify กันได้ยังไงอย่างงั้นเลยน่ะครับ นี่หละครับ โลกใบใหม่ของเราที่ข้อมูลของเราทุกคน (ที่ใช้ social network แบบ online) มีความเป็นไปได้สูงว่ามันจะต้องเป็นความจริงนั่นเอง

Vloud.com ผมก็เพิ่งเห็นประโยชน์ก็วันนี้น่ะหละ


ผมรู้จัก Vloud.com มาก็นานแล้วแต่ว่าคิดไม่ออกว่ามันจะทำอะไรได้น่ะครับ Vloud.com เป็นเว็ป application ที่ทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวก็คือ ทำให้ไฟล์เสียงมันมีความดังที่มากขึ้นกว่าที่มันเป็นอยู่ ทำได้แบบเร็วมากๆ โดยการ upload file เสียงใดๆเข้าไปที่หน้าเว็ปแล้วก็เลือกระดับว่าต้องการให้มันดังกว่าเดิมประมาณไหน ดังกว่าเดิม ดังกว่ามากๆ ดังกว่าสุดๆ ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นต้น (แต่ว่ามันเป็นภาษาอังกฤษหรอกครับ ก็ไม่เป็นไรเนาะผมแปลให้ได้ประมาณนี้น่ะหละ เฮอะๆ) ปรากฏว่า สิ่งที่ผมใช้ก็คือ การเอาไฟล์เสียงใดๆ มาทำเป็น Ringtone ครับ ประมาณสัปดาห์ที่แล้วผมอยากได้ Ringtone ที่เป็นเสียงเดียวกับ Skype ตอนที่มีสายเข้าเป็นเสียง Ringtone Modern ฟังดูดีแล้วก็ให้เสียงที่ไม่แจ๋นเกินไป ผมโหลดมาจากh ttp://www.mobango.com ครับแนะนำๆเพราะว่าที่นี่มันจะมีเสียงพวก effect เยอะอยู่ครับ แต่ว่าผมโหลดมาแล้วพอเอาไปใส่ที่เครื่องปรากฏว่าเสียงที่มันเปล่งออกมาจากมือถือมันเบาไปนิ้ดนึง ทำให้คิดออกว่า อืม .. ต้องเพิ่ง Vloud แล้วล่ะทีนี้ ผมก็จัดแจง upload เข้าไปแล้วก็ download ไฟล์ที่มีการขยายเสียงออกมาแล้วอีกครั้งครับ อ้อ .. ต้องใช้ IE น่ะครับอย่าเอา Firefox ไป upload download เพราะมันไม่รองรับ (ตอนแรกผมก็พยายามทำแต่ว่ามันไม่รับไฟล์ยังไงแปลกๆแฮะ) เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยน Ringtone เป็น File อะไรเจ๋งๆแล้วพบว่าดังไม่พอแล้ล่ะก็ คิดว่าก็น่าจะได้พึ่ง Vloud ครับลอใช้ดูแล้วกันนะครับผม

ดารานักร้อง(ที่ไม่ได้อยู่ในวงการไอที)คนแรกมาใช้นกๆและ


มีเพื่อน(รัก)ผมคนนึงเค้าเป็นคนชอบเพลงโต๋วมาก เคยคิดว่าจะซื้อแผ่นซีดีไปให้เค้า สุดท้ายผมก็ไม่ได้ซื้อ(แอ้ะหรือว่าได้ซื้อจำไม่ได้คุ้นๆอยู่เหมือนกันน่ะนะ แต่ว่า สมัยก่อนไม่ได้ทำการบันทึกอะไรเอาไว้งง .. คิดว่าน่าจะได้ซื้อหรือป่าวน้า แต่ว่า ไม่เป็นไรคิดไปคิด น่าจะโทรไปถามเอาจะดีกว่า คุ้นๆว่ามีส่งไปให้น่ะครับ)

แอ้ะ .. หลังจากที่คิดสับสนมาได้สักพักก็ช่างมันเถอะครับผมเคยบอกให้เค้าใช้ นกๆ เอาไว้จะได้ติดต่อ update กันได้ตลอดเวลากะผม แต่ว่า เค้าก็ไม่ได้คราวนี้ผมจะบอกเค้าใหม่อีกครั้งแต่เอา "โต๋ว" มาเป็นเหยื่อล่อก็แล้วกัน คิดว่า โอกาสที่เค้าจะลองใช้งาน นกๆ ก็น่าจะมากกว่าเดิมน่ะครับ

วิธีการแอด "โต๋ว" เป็นเพื่อนเอาไว้ก็คือ สมัครนกๆครับ แล้วก็ค้นหารายชื่อ พิมพ์ไปว่า "torkrab" อ่านแล้วเหมือนกับคำว่า ต่อครับ มากกว่า แต่ว่าไม่เป็นประเด็นน่ะครับ ว่า คุณโต๋วเค้าจะสะกดชื่อเค้าว่ายังไงก็สุดแล้วแต่ …  ค้นหาด้วยคำนี้แล้วก็จะเจอเค้าครับ

ทีนี้แอดเค้าไว้เป็นเพื่อน เท่านั้นก็จะได้การ update จาก "โต๋ว" แบบส่วนตัว(มั้ง) น่ะครับ ยังไงก็แอดผมด้วยน่ะครับ "rackmanager" ครับผม เฮอะๆ .. ผม update บ่อยกว่า "โต๋ว" เยอะน้า

อ่านเกี่ยวกับการ promote ตัวเอง หรือ เรื่องเกี่ยวกับ นกๆที่ผมเคยพิมพ์เอาไว้ที่นี่น่ะครับ (ผมก็จำไม่ได้อีกว่าผมพิมพ์อะไรไปน่ะ แต่ว่าเป็นเรื่องนกๆน่ะนะ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • skype ดารา
  • skypeดารา
  • skype ของดารา
  • ดารา ไอที
  • หาskype ดารา
  • สไกด์ ดารา
  • ดาราในวงการไอที
  • ชื่อสไกด์ดารา
  • ชื่อ skypeของดารา
  • ชื่อ skype ดารา

virus โหลดแล้วก็กดเอากับมือ .. ไม่น่าพลาดได้เล้ย อะไรกันเนี่ยะระดับนี้แล้ว ..ไม่ไหวๆ เลยเรา

ไม่น่าเชื่อว่าผมจะโดนหลอกให้กด setup.exe เพื่อให้เครื่องผมติดไวรัสได้ แต่ว่าดีนะที่ว่า มี Nod เอาไว้กันเครือ่งอยู่ไม่อย่างงั้นคงโดนเข้าอย่างจังแล้วซะแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าผมเปิดหน้าเว็ปที่มันแสดงเหมือนกับว่า ให้โหลด flash player ทำเหมือนมากครับ มากระดับที่ว่าผมยังเผลอรับ file นี้เอาไว้ที่เครื่องแล้วก็กด double click เข้าไปด้วย mouse ของผมเอง เอาไวรัสลงเครื่องกับมืออะไรกันเนี่ยะคิดว่าเราก็ระวังตัวมากพอแล้วแต่ว่ามันก็หลุดเผลอไผลไปได้น่ะครับ จะผมได้ file มาผมก็ทำการ click ขวาแล้วก็ scan file นั้นที่โหลดมาด้วย Nod ก่อนที่จะเปิด แต่แปลกใจว่าทำไมมันไม่ได้ฟ้องอะไรให้ผมก่อนเลยเนียะ .. แปลกมากน่ะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าทุกตัวที่เป็น file Nod จะ scan ฟ้องผมก่อนที่ผมจะกดมัน แต่มันไม่ได้เป็นอย่างงั้นซะทั้งหมดน่ะครับ นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นว่ามันไม่ฟ้องแต่ว่าเห็นคาตาเหมือนกับว่า มันเป็น virus หลังจากกดมันมาแล้ว ทั้งๆนี้ Nod นั่นหละที่ฟ้องผมตอนหลังว่า เจ้าตัวนี้นี่มันเป็นไวรัสนะ เฮ้อ .. เอาล่ะถึงแม้ว่า Nod จะกันได้แต่เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้อีกต่อไปครับ ผมว่าถ้าหากว่าดูๆแล้ว ไฟล์ที่โหลดมาน่าสงสัยคงต้องมีมาตราฐานการป้องกันที่รุนแรงกว่านี้เพิ่มเติมเข้าไปอีกน่ะครับ

งั้นเอาเป็นแบบนี้ดีกว่า ผมว่านะ เมื่อโหลดไฟล์อะไรก็ตามที่คิดว่าน่าสงสัยมาแล้ว ไม่ว่าเพราะว่าเว็ปที่ให้ไฟล์เรามามันดูไม่น่าไว้วางใจ หรือว่า มันเป็นไฟล์อะไรสั้นง่ายๆโหลดมาเร็วมากแล้วก็มันมีนามสกุลว่า exe หรือว่าชื่อ setup.exe ให้เห็นกันจะๆเหมือนกับที่ผมโดนมานี่แล้วล่ะก็.. โหลดมันแต่ว่าอย่าเพิ่งไป run มันหรือ double click อะไรมันน่ะครับเก็บเอาไว้ก่อนแล้วก็ upload เข้าไปที่ http://www.virustotal.com/ เพื่อให้ระบบของเว็ปนี้ทำการ scan โดยใช้ฐานข้อมูลของ antivirus มากกว่า 20 ยี่ห้อรุมตรวจสอบมันครับ แต่เท่านั้นไม่เพียงพอครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเว็ปที่ไม่น่าไว้ใจนั้นเป็นเว็ปไทยที่ไม่ inter มากนัก ไวรัสมันมาเป็นรูปแบบ local หรือแบบไทยๆกันเองได้ซึ่งพวกนี้ก็จะไม่รู้จักอยู่ดีนั่นเอง (เพราะว่าพวกนี้เหมือนจะรู้จักก็ต้องเป็น virus inter ๆ สักกะหน่อยมั้งครับ) สุดท้ายสำหรับคนที่ใช้ Windows อย่างเราๆท่านๆก็ต้องระมัดระวังกับการ surf website กันให้มากแล้วก็ไฟล์สำคัญต่างๆให้เก็บแยกตัวเอาไว้ครับ หา Nod มาลงอย่างน้อยมันก็ช่วยป้องกันเราได้ระดับหนึ่งเท่าที่มันพอจะทำได้ครับ สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือ ต้องเพิ่มความระวังให้มากแล้วก็เตรียมใจไว้ดว้ยว่า สักวันเว็ปแพร่ไวรัสพวกนี้จะมาในรูปแบบอื่นๆที่ผมก็คงเผลอกดเข้าไปได้อีกน่ะหละครับ ทำใจให้ว่างทำเครื่องให้ว่างพร้อมที่จะเป็นคนใหม่เครื่องใหม่เสมอแล้วกันนะครับ

มาใช้ Picasa เป็นที่เก็บภาพเอาไว้โชว์เพื่อนๆจะดีกว่ามั้ย?

ผมเห็นน้องผม ผมเห็นเพื่อนบางคนของผม upload ภาพเพื่อเอาไว้โชว์กันโดย multiply.com แต่ว่าผมว่ามันดูไม่สะดวกเท่าไหร่นัก( แต่ว่าผมก็พูดไม่ได้เต็มปากนักหรอกว่ามันไม่สะดวกเพราะว่าผมก็ไม่ได้ใช้งานมันอย่างจริงๆสักที ) แต่ว่าผมรู้อยู่อย่างหนึ่งน่ะครับ ว่า ตอนนี้ผมใช้ Picasa แล้วมันสะดวกมากเลยอยากจะแนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนสักหน่อยเพื่อ ให้คนอื่นที่ไม่เคยเห็นไมเคยรู้จักได้ใช้งานกันได้จริงๆจังๆสักกะที

ทำไมต้อง Picasa ?

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพราะว่าผมรู้ว่า Picasa เป็นโปรแกรม หนึ่งที่โดนซ้ำไปโดย Google Inc ด้วยราคาระดับหนึ่ง ซึ่งผมก็เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกๆแล้วว่า Google ซื้อไป แล้วก็ซื้อไปนานมากแล้วด้วย ผมว่า Google เองก็คงเห็นว่ามันดียังไงเหมือนกับที่ผมเห็นอยู่ ณ เวลานั้นเหมือนกัน เพราะว่านจะทำการ scan ภาพทั้งหมดที่เราจัดเก็บสะเปะสะปะไม่ระเบียบทำให้มันมีระเบียบมากขึ้น แล้วเอามาแสดงที่หน้าจอในโปรแกรมออกมาได้อย่างสวยงามแล้วเคลื่อนไหวพริ้วไหวดั่งสายน้ำ ตั้งแต่ version แรกสุดที่ Google ซื้อไปแล้วน่ะครับ แล้วเมื่อ Google ซื้อไปก็เอาไปพัฒนาเป็น Picasa version 2 และออกมาเป็น 3 ณ เวลานี้ซึ่งมีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเรื่องที่นี่สนใจสำหรับคนสมัยนี้ก็คือการ Blogging out ภาพที่เราได้ถ่ายเก็บเอาไว้ออกผ่านสู่สายตาคนทั่วโลก(แหมแต่ว่าคนทั่วโลกเค้าก็ไม่ได้ดู blog เราหรอกเนาะ ก็มีแต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเราเนียะหละนะที่เค้าดูเค้าอ่านกัน เฮอะๆ)

Picasa ทำการ edit ภาพได้อย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Blur หรือ Focus ภาพบางส่วนปรับแต่งสีภาพให้มี contrast สูงหรือต่ำได้ตามต้องการ และมี effect เล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นลูกเล่น(ที่ไม่สำคัญ) เพื่อเป็นให้เป็นที่ดึงดูดคนมาใช้งานได้มากขึ้น และที่สำคัณอย่างที่ได้บอกเอาไว้แล้ว มีการ เพิ่ม ปุ่ม BLog ของ Blogspot.com เข้าไปด้วยใน version 2 แล้ว ทำให้คนที่ไม่เคยมี Blog เป็นของตัวเอง แล้วอยากประกาศ หรือเขียนเรื่องราวให้กับคนอื่นได้รู้ผ่านทาง Picasa ร่วมกับ BLogspot.com ได้ไม่ยากนัก .. เรียกได้ว่า ลองดูแล้วก็จะรู้ว่ามันไม่ยากจริงๆครับ เพราะไม่ต้อง hosting อะไรไม่ต้องรู้เรื่อง wordpress แล้วก็ไม่ต้องคิดมากกับ back office ที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกว่าอะไรเป็นอะไร เพราะมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนหรือจากการลองผิดลองถูกด้วยเวลาอันน้อยนิดเท่านั้นเองครับ ดูตัวอย่างของผมก็ได้ http://rackmanager.blogspot.com แหมแต่ว่าอายไม่อยากจะเอามาโชว์ เท่าไหร่เนาะ (แต่ก็อีกล่ะ ไม่มีคนเข้ามาดูสักเท่าไหร่น่ะครับ อิอิ .. ดีแล้วไม่อยากให้คนดูเยอะอาย น่ะนะ )

เริ่มต้นจากใช้งานต้องทำอะไรยังไงเหรอ ?

เอา GMAIL มาเป็นของตัวเองสักรหัส : ผมแนะนำก่อนว่า เริ่มต้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี email ของ Google ที่เรียกว่า Gmail ครับมันจะเป็นตัวแทน account ที่เราตั้งมาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน product ใดๆก็ตามที่เป็นของ Google ไม่ว่าจะเป็น Picasa หรือว่า Blogspot ก็ตาม ดังนั้น เริ่มต้นประการแรก สมัคร Gmail ด้วยชื่อจริงสกุลจริงเอาไว้สักอันน่ะครับ เพราะว่าที่ผมบอกว่าข้อมูลจริงนั้น หากว่าอีกหน่อยคุณอยากจะทำอะไรเกี่ยวกับการใช้ advertising ผ่านระบบ Google แล้วล่ะก็ชื่อจริงนามสกุลจริงเป็นสิ่งที่เอาไว้อ้างอิงได้ในที่สุดครับ ไปที่ http://mail.google.com แล้วกดสมัครกันเลยดีกว่าครับ บทความนี้ผมจะไม่บอกหรอกว่า gmail มันดียังไง เพราะว่าผมก็เคยเขียนเอาไว้แล้วที่ blog แห่งนี้ครับ ลอง search site นี้ดูว่า gmail ก็จะเจอครับ

โหลด Picasa : เมื่อได้ gmail account มาแล้วก็ให้ไปโหลด picasa ที่

>http://picasa.google.com/ กันเลยดีกว่า โหลดมาแล้วลงที่เครื่อง มันก็จะทำการ scan ภาพจาก คอมพิวเตอร์ตำแหน่งใดๆที่เราระบุเอาไว้ว่าให้เครื่อง scan ดูว่ามีภาพอะไรบ้างครับ สำหรับคนที่สะสมภาพศิลป์ แม้ว่าคุณจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนก็ตาม scan ภาพของ Picasa ก็จะเห็นแล้วเอามาเรียงไว้หลาเลยล่ะครับ ระวังไว้ด้วยแล้วกันนะครับ แต่เมื่อ scan แล้วเราก็เลือกออกได้ว่าจะไม่ให้แสดง Folder นั้นที่ Picasa อีกได้น่ะครับ ไม่ต้องกลัวซะอย่างงั้นครับผม

ทีนี้เราก็จะมี program Picasa installed อยู่ที่เครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ทำอะไรต่อกันดีล่ะ .. สำหรับผมนั้นผมใช้ Picasa ทำอยู่สองอย่างครับ คือ

1. ทำการ upload ภาพที่ผมไปเที่ยวมาไม่ว่าจะเป็นเที่ยวในประเทศ ต่างประเทศ หรือว่ากิจกรรมอะไรๆพิเศษที่ผมถ่ายภาพเอาไว้ (แต่ว่าผมไม่ได้งาน motor expo น่ะครับ) เอาเป็นว่าส่วนมากจะเป็นเรื่องเที่ยวซะมากกว่าน่ะครับ ที่จะ upload ภาพขึ้นไปที่ Picasa online web album วิธีการก็ไม่ยาก แค่เลือกภาพโดยการกด ctrl แล้วเอา mouse แตะภาพที่เราอยากจะทำการ upload ไปเรื่อยๆ หรือว่าถ้าเลือกเป็น album ก็เอา mouse แตะที่ folder นั้นที่ผมพูดนี่คือเปิด Picasa อยู่น่ะครับ ภาพใดๆหรือว่า Folder ใดๆที่เราเลือกเอาไว้จะต้องแสดงไว้ที่ด้านขวาล่าง เพื่อบอกว่า เราได้เลือกภาพอะไรไปแล้วบ้างสำหรับการที่จะ upload มันหรือว่า email มันหรือว่า Blog มันน่ะครับ สำหรับกรณีที่จะทำการ upload ก็กดที่ “Upload” ที่เป็นลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นฟ้าเท่านั้นเองครับ แล้วก็พิมพ์ชื่ออัลบั้มซะหน่อยครับ ถ้าหากว่าเรายังไม่เคย login Picasa web album ระบบโปรแกรมก็จะถามว่า เรา gmail อะไรหรือ account อะไรก็ให้พิมพ์ mail เราแบบเต็มๆแล้วก็รหัส mail นั้นด้วย มันก็จะ login ได้แล้วน่ะครับ การโหลดภาพขึ้นไปนั้น จะกินพื้นที่ของเราเองแต่ว่าไม่เกี่ยวกับบริการอื่นๆ ของ Google ไม่ว่าจะเป็น gmail หรืออะไรก็แล้วแต่เหมือนว่าจะมี limit ว่าภาพทั้งหมดที่ upload ไปโดยอ้างอิง account หนึ่งๆจะได้อยู่หลายกิ้กอยู่ แต่ผมไม่คิดอะไรมากเรื่องนี้เพราะว่าผมก็แค่ create gmail account อันอื่นมากอีกถ้าหากว่ามันเต็มครับ แล้วก็หาดูว่าภาพอะไรอยู่ทีไหน หรืออยากจะเสียเงินก็ไม่ยากครับ เค้าเก็บเงินเรา 25 เหรียญสหรัฐ เราก็จะได้ พื้นที่เพื่อการเก็บภาพเพิ่มเติมอีกเยอะอยู่ครับ แต่ว่าผมเลือก create new account แล้วก็แบ่งเก็บน่ะครับ ไม่อยากเสียเงินเท่าไหร่ โดยเฉพาะการเสียเงินเป็นแบบต่อเวลานี่ไม่ชอบเลยครับ

2. การ blogging ด้วย Blogspot.com ที่ปุ่มด้านล่างจะมีปุ่มที่เป็นสีส้มตัว B ใหญ่ๆ แล้วเขียนเอาไว้ว่า Blog this นั่นก็แปลว่าแค่เราเลือกภาพแล้วก็กดปุ่ม Blog This เท่านั้น มันก็จะเปิดหน้าต่างเพื่อถาม Gmail account เราก็กรอกเข้าไปแล้วมันก็พาเราไปหน้าปัดแผงควบคุมการ Blog แบบฟรีๆของเราแล้วน่ะครับ

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะใช้ Picasa หันมาใช้กันบ้างไม่มากก็น้อย(แน่หละซิไม่มากก็ต้องน้อยอยู่แล้วน่ะครับ) ไม่หรอกอีกอย่างก็คือว่า อยากจะเห็นภาพคนอื่นๆที่เดินทางไปที่ต่างๆทั่วโลกเค้าทำการ upload ภาพมาโชว์ให้ดูซะหน่อยน่ะครับ ก็เท่านั้นเอง ลองดูแล้วกันนะครับ สำหรับผมแล้ว Picasa Highly recommended เลยครับผม..

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • picasa คือ
  • picasa คืออะไร
  • สมัคร picasa
  • วิธีใช้ picasa
  • สมัครpicasa
  • picasa web albums คืออะไร
  • การใช้ picasa
  • การใช้งาน picasa
  • Picasa Web Album คืออะไร
  • วิธีใช้picasa