คุณจะเพิ่ม productivity ในที่่ทำงานของคุณเองได้อย่างไร ?

tomato-pomodoro

ถ้าหากว่าคุณต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการคิด อย่างเป็นขั้นเป็นตอน การคิดสร้างสรรค์และ การออกแบบ หรือแม้กระทั่งงานที่ทำอยู่เป็นประจำที่โต๊ะทำงานของคุณเอง จำเป็นจะต้องใช้ “สมาธิ” เพื่อที่จะทำให้งานของคุณนั้นทำเสร็จออกไปได้ แต่เนื่องด้วยสภาพการทำงานปัจจุบัน คุณจะต้องอยู่ต่อหน้า computer ทำให้คุณอาจจะต้องโดน “ตัดสมาธิ” อยู่เป็นประจำ ผมเคยอ่านบทความที่เล่าเกี่ยวกับเรื่องความยาวของสมาธินั้นปรากฏว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ควบคุมเงื่อนไขใดๆเพื่อให้คุณมีสมาธิต่อการทำงาน 1 งานอย่างต่อเนื่องแล้วล่ะก็ คุณมีค่าเฉลี่ยของการมีสมาธิต่อการทำงานอย่างต่อเนื่องแค่ 3 นาทีเท่านั้น (แค่ระยะเวลาที่ต้มมาม่าสุกได้ 1 ห่อเท่านั้นเอง) และ ถ้าหากว่า คุณอยู่ในสภาวะที่ควบคุมเพื่อให้คุณมีสมาธิได้ดีมากที่สุด เช่นไม่มีการติดต่อรบกวนจากเครื่องมือสื่อสารใดๆ ไม่มีบุคคลอื่นๆอยู่รอบตัว และ ไม่มี internet Email เพื่อมารบกวนคุณ (รวมทั้ง Facebook , Twitter และ Social Network ในรูปแบบใดๆ) ปกติแล้ว คนทำงานบน task หนึ่งๆได้อย่างมีสมาธต่อเนื่อง และไม่คิดย้ายตัวเองไปทำงานอื่น สูงสุดก็ทำได้ประมาณ 30 – 60 นาที

Continue reading

แนวคิดการจัดการ task ด้วย todolist บน application WunderList ในองค์กร

wunderlist

มีครั้งหนึ่งผมอยากจะพิมพ์ หรือทำเป็น VDO เพื่อ capture การใช้งานเกี่ยวกับ TODO LIST และอธิบายแนวคิดการใช้ TODO LIST แต่ว่าไปๆมาๆก็ยังไม่ได้ทำสักกะที แต่ว่าวันนี้ ดันไปเจอ Wunderlist ที่เป็นอีกโปรแกรมที่ โดนใจผมมาก เพราะว่า..

WunderList มันเป็น TODO list ที่มีครบทุกสิ่งที่ผมต้องการก็คือ

ต้องเป็น TODO LIST ที่ SYNC ผ่าน online ได้ และ ต้องเป็น TODO LIST ที่มีครบทุก platform หรือเรียกง่ายๆก็แปลว่า มันมีอยู่ได้บนทุกอุปกรณ์ที่ผมมีทั้งหมด คือ Windows 7 ที่เป็น program เพื่อ install ไว้ใช้ที่เครื่อง Computer office และเครื่องที่บ้าน , ต้อง install บน iMac หรือ MAC OS ได้ (ตอนนี้เป็น OS X Lion แล้วน่ะครับ) , และยังต้อง install มี Application ให้ download ได้ฟรี ผ่าน iPhone , iPad ที่ต้องเป็น HD และเผื่อกับพวก Smart Phone ระบบ Andriod ได้อีกต่างหาก

นอกจากนี้ web application ก็จะมีด้วยเช่นเดียวกัน นั้นก็คือ ผมก็ติดตั้งผ่าน Google Chrome เอาปุ่มมา show เป็นเว็แอปแล้วก็จะใช้ผ่าน internet Browser ที่ไหน เครื่องไหนก็ได้ เหมือนกันหมด !

เรียกง่ายๆว่า แม้ว่าผมจะมี อุปกรณ์ที่ run OS ทั้ง mobile และ computer ก็จะมี Program WunderList เพื่อรองรับ todo list ตัวเดียวกันผ่านการ Login เพียงครั้งเดียว แปลว่า ผมจะเห็น todo list เหมือนกันไปทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าผมจะควักเอา iphone ออกมา หรือว่าผมจะกดผ่าน iPad หรือผมจะกดผ่าน website ที่เป็น web application ครับ  การ Sync กันได้กับทุกอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผม เป็นเรื่องที่ผม serious มากน่ะครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคณใช้ todo list อย่างจริงจังแล้ว คุณต้องการ todo list แค่มีข้อมูลชุดเดียวไม่ต้องโอนถ่าย task ด้วย manual แต่ประการใดอีกต่อไป และ WunderList นี่ก็ตอบโจทย์นี้ได้แล้วจริงกันแบบ Free ๆ เสียด้วยซิครับนั่น โอ้ว !

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • wunderlist คือ
  • wunderlist
  • todolist แนวคิด
  • การใช้ wunderlist
  • app wunderlist คือ
  • รีวิว wunderlist iphone app
  • wunderlist รีวิว
  • หลักการเขียน task list
  • การใช้ to do list online
  • วิธีใช้งาน wunderlist

ใช้ BB ไม่ก็ใช้ iphone เพื่อหาประโยชน์จากเวลาส่วนเกินสั้นๆที่สมัยก่อนไม่สามารถทำอะไรได้

time-slug

อย่างที่เราๆท่านๆรู้กันว่า mobile device ที่เป็นรุ่นใหม่ๆ จะต้องต่อ internet เล่น facebook และใช้งาน email ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เรียกว่าอยากจะใช้ตอนไหนเมื่อไหร่ก็ต้องทำได้ในทันที และไม่กินเวลาเพื่อที่ เปิด program มากมายเกินไปนัก (โหลดนานมากๆก็ไม่ไหวน่ะครับ) อุปกรณ์พวกนี้จะทำให้การใช้เวลาส่วนเกิน หรือ ส่วนตัวผมจะเรียกว่าเป็น time slug โดนใช้ไปในการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งได้ และ ทำให้เกิดความคุ้มค่าของเวลา

concept ของ Time Slug หรือเวลาส่วนเกินที่ผมว่านี้ เป็นแนวคิดส่วนตัวของผมเอง ซึ่งผมก็ขออธิบายเอาไว้ให้ฟังสักหน่อย เพื่อที่จะเข้าใจว่าผมกำลังหมายถึงอะไรก็แล้วกันน่ะครับ ?

Time Slug หรือ เวลาส่วนเกินนั้นก็คือ เวลาช่วงสั้นๆที่คุณไม่ได้ใช้มันเพื่อทำอะไรให้เกิดคุณค่าได้เลยอันเนื่องมาจากเวลานั้นสั้นเกินไป หรือ อยู่ในสภาวการณ์ หรือ สถานที่ที่ไม่เหมาะสมที่จะกระทำการอะไรได้เลย ฟังแบบนี้อาจจะไม่ get ภาพว่า มันเป็นยังไง ผมเล่าเป็นตัวอย่างก็ เช่น เวลาที่คุณกำลังรอคนเพื่อเข้าห้องน้ำ เวลาที่คุณต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วหนัง เวลาที่คุณกำลังเดินเพื่อเข้าบ้าน หรือแม้กระทั่งเวลาที่คุณกำลังนั่งถ่ายอยู่ในห้องน้ำ เป้นต้น

สังเกตได้ว่า เวลาพวกนี้ ถ้าหากว่าด้วยเครื่องมือเก่าๆ เราสามารถที่จะควักหนังสือเล่มเล็กๆออกมาได้ แต่จะใช้ได้กับสถานการณ์ที่ต้องเป็นเวลามากกว่า 1 นาที (โดยประมาณการอ่านถึงจะเกิดขึ้นได้อย่างจริงจัง หรือรับรู้เนื้อความได้เพิ่มเติม หรืออ่านผ่านไปอีกสักหน่อยก็ยังดี) แต่แท้ที่จริงแล้ว เวลา time slug ที่เป็นก้อนใหญ่แบบนี้ก็ไม่ได้มีเยอะมากตลอดทั้งวัน แต่ เวลาส่วนเกินที่เล้กกว่านั้น (micro time slug) จะมีอยู่ทั่ววันอย่างไม่น่าเชื่อ (ถ้าหากว่าคุณสังเกตดีๆน่ะครับ)

ด้วยอุปกรณ์และแนวคิดในการสื่อสารในโลกปัจจุบันทำให้เราใช้ time slug แบบเล็กระดับน้อยกว่า 30 วินาทีได้อย่างคุ้มค่ากว่าเดิมและเป็นไปได้ต่อการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่างห่าง เรียกว่า ตอนนี้โลกเราพร้อมแล้วที่จะทำให้เวลาส่วนเกินเหล่านี้สามารถเกิดงานอย่างใดอย่างหนึ่งได้ขึ้นมานั่นเอง

Twitter กับ Time slug แบบ Micro เรื่องราวการใช้เวลาส่วนเกินได้ลงตัว

เรื่องแรกอยากจะกล่าวถึงการ update ข่าวสารจากคนที่เราสนใจ หรือ เรื่องราวที่เราสนใจผ่าน Twitter ครับเพราะมันสะท้อนการ “รับข่าวสาร” เพื่อใช้เวลากับ Micro time slug ได้อย่างเหมาะสมมากที่สุดน่ะครั บ เนื่องด้วย content ที่เป็น Blog แบบ Micro Blogging ทำให้ text ที่แต่ละเนื้อความนั้นจะต้องสื่อให้เราเข้าใจและรับรุ้ได้ด้วยการอ่านเนื้อความที่เคาะแป้นพิมพ์ไม่ถึง 140 ตัวอักษรครับ ทำให้เรารับรู้เรื่องราวจากคนที่เราติดตามได้ในเวลาที่น้อยมากๆ เราไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด เราแค่รับรู้มัน แต่ถ้าหากว่าเราสนใจเรื่องไหนมันจริงๆ ก็ค่อยกลับมาอ่านอีกครั้งเมื่อเรามีเวลาเป็น time ก้อนโตก็ย่อมได้น่ะครับ โดยการทำให้มันเป็น favorite แล้วก็กลับมาได้ในภายหลัง

RSS FEED กับ Time Slug ขนาดกลาง อ่านแต่หัวเรื่องก่อนแล้วอ่านเรื่องทั้งหมดที่สนใจภายหลัง

เวลาอันน้อยนิดระดับที่มากกว่า 1 นาที เราสามารถที่จะโหลด header ของ Feed จาก Blog เรื่องที่เราได้ทำการสมัครเอาไว้แล้ว มาอ่านๆคร่าวๆก่อน แล้วก็คัดกรองเรื่องที่เราไม่สนใจออกไปจากสารระบบ และถ้าหากว่ามีเรื่องราวที่เราอยากจะรู้อ่านต่อเพิ่มเติมเหมือนกับว่ามันน่าสนใจดี เราก็จัดการใส่ดาวให้มันซะ เพื่อให้ตัวเองกลับมาดูได้ในภายหลังน่ะครับ (เมื่อมี time เวลาที่เป็นก้อนโตน่ะครับ)

Update ข่าวสารจะเพื่อนฝูงผ่าน Facebook

แน่นอนว่าถ้าหากว่าผมไม่พูดถึง facebook ก็คงไม่ครบองค์ประกอบในการใช้ time slug เพื่อติดตามเรื่องราวของเพื่อนๆกันน่ะครับ ผมก็เป็นคนใช้ time slug ไปกับเรื่อง update content ที่สร้างจากเพื่อนๆใน Facebook มากกว่าเรื่องอื่นๆครับ เพราะผมเองก็คิดว่า เวลาส่วนนี้ (เช่นนั่งอึ) คุณไม่ได้มองขอบประตู เอาเวลาไป comment เพื่อนๆให้เค้าได้มี connection กับเราไว้มันก็มีประโยชน์กว่ามหาศาลอย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้อยู่แล้วน่ะครับ (หรือว่าไม่จริง หรือคุณคิดว่ามองขอบประตูแล้วนั่งคิดอะไรเหม่อไปเรื่อยคุ้มกว่าก็แล้วแต่น่ะครับอันนี้ไม่ได้บังคับ)

สั่งงานทันทีเมื่อรับรู้ผ่าน email หรือ SMS

เนื่องจากผมเป็นคนใช้ iPhone (3GS) แล้วเมื่องานใดๆที่ผมต้องบอกต่อกับคนที่เกี่ยวข้องผมจะส่ง email สั้นๆไปหาเค้าคนนั้นทันที แม้ว่า เค้าจะได้รับหรือได้อ่านเมื่อผ่านไปแล้วหนึ่งวันแต่ว่าผมก็ไม่ได้ลืมที่จะบอกเค้าแน่นอน เพราะ ถ้าหากว่าลองคิดว่า ถ้าเนื้อหาที่จะสั่งงานหรือบอกต่อเรื่องราวนั้นๆมันสั้นมากๆ คุณพิมพ์เป็น email ไปเลย มันจะดีกว่า การที่คุณพิมพ์ note เรื่องเพื่อเป็นการกันลืมแล้วบอกต่อกับคนที่เกี่ยวข้องกับคุณอีกครั้ง (มันก็กินเวลาเท่ากันแล้วใช่มั้ยล่ะครับนั่น?) นั้นแปลว่า ถ้าหากว่าคุณคิดว่า เวลาที่คุณจะ note และเวลาที่คุณพิมพ์งานเพื่อสั่งงานไปเลยมันจะเท่ากันอยู่แล้ว ก็เลือกที่จะพิมพ์สั่งงานผ่าน email ไปก็จะดีกว่าน่ะครับ คุณไม่ลืมที่จะสั่ง (เพราะสั่งไปแล้ว) และ no action required ต่อเนื่องสำหรับตัวคุณน่ะครับ แต่ ! อย่างไรก็ดี แนะนำว่า คุณต้องเข้าไปดู sent email อีกครั้งเพื่อที่จะติดตามงานหรือ Follow up เรื่องราวได้อีกครั้งเมื่อมีเวลาก้อนโตในที่ทำงาน (ไม่ใช่ที่บ้านน่ะครับงานก็ทำที่ทำงานจริงมั้ยล่ะครับ อิอิ ..)

อย่าเพิ่งแปลกใจว่า แล้วคุยกัน มันจะไม่ดีกว่าหรือ ? แน่นอนน่ะครับ คุณต้องคิดเอาเองก่อนน่ะครับว่า การสั่งงานนั้นเป็นแบบ one way หรือไม่ถ้าหากว่าเป็น one way และลูกน้องหรือคนร่วมงานคุณมีความรับผิดชอบเพียงพอ การสั่งงาน one way จะเป็นเรื่องที่กระทำได้ แต่ถ้าหากว่าเค้ามีข้อสงสัยใดๆ เค้าก็ต้องโทรกลับมาหาเพื่อทำการ confirm ความเข้าใจจากเนื้อความสั้นๆที่คุณ email หรือ SMS บอกไปน่ะครับ  การใช้ โทรศัพท์นั้นเป็นการเสียเวลากว่ามาก ถ้าหากว่าคุณสั่งงานด้วย email หรือ SMS สั้นๆไปได้น่ะครับ เพราะแค่กดโทรออกแล้วรอ … รอ … แล้วก็รอ .. และมีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับสายขึ้นมาก็ ทำให้กินเวลาไปมากต่อมาก อย่างไม่ได้เกิดประโยชน์ และ task นั้นๆก็ไม่จบอีกต่างหาก ก็ลองคิดดูเองแล้วกันน่ะครับ ว่าจะโทรไป .. หรือว่า email ไป น่ะครับ

ข้อสำคัญอีกอย่างคุณต้องรู้พฤติกรรมของ user หรือลูกน้อง หรือ เพื่อนร่วมงานของคุณว่า เค้าเหล่านั้นรับ email และ SMS ของคุณและอ่านจริงทุกครั้ง ไม่มีการตกหล่นแต่อย่างใด เรื่องนี้ถ้าหากว่าจะทำให้ได้เหมือนกับที่ผมบอกก็ต้องเตี้ยมกันเอาไว้ หรือไม่ก็สอนพฤติกรรที่เหมาะสมเพื่อที่จะรับ SMS และ email คำสั่งหรือว่าการติดต่อจากเราได้อย่าง มั่นใจได้ว่าไม่หลุด เพราะว่าไม่ได้อ่าน หรือว่าไม่ได้ใส่ใจกับ SMS หรือ email ครับผม

โดยรวมแล้วไม่ว่า การใช้เวลาแบบ micro time slug หรือเวลา time slug ส่วนเกินขนาดปกติ เพื่อทำอะไรสักอยางผ่านมือถือนั้น คุณไม่ใช้ BB ก็ใช้เป็น iphone หรือ smartphone ใดๆที่คุณใช้งานได้อย่างคล่องตัวมากๆ ในการหยิบจับและใช้งานมันได้ในทันที  (เรียกว่าไม่เกิน 5 วินาทีเพื่อที่จะเอาออกจากกระเป๋าแล้วเริ่มพิมพ์อะไรสักอย่าง หรือ update เนื้อหาอะไรสักอย่าง) ก็จะเป็นการเพิ่ม productivity (เพื่อทำงานหรือว่าเพื่อ social networking ) ได้เป็นอย่างดี และ ยังไงก็คุ้มค่ากว่าการเหม่อมองฟ้าหรือเดินไปเดินมาโดยไม่ได้ใช้สมองเพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งน่ะครับ หรือว่าไม่จริง comment กันได้น่ะครับ ^^

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ทำให้ iphone ขึ้นรอสาย
  • ประโยชน์ bb
  • bb ประโยชน์
  • i want to add your birthday to mycalendar แปลว่า
  • iphone ไม่ขึ้นรอสาย
  • บีบีรอสายทำยังไง
  • ทําไม ไอโฟน ไม่ขึ้นรอสาย
  • ทําให้ bb ขึ้นรอสาย
  • ทำไงไม่ให้ขึ้นรอสายbb
  • ทำให้iphoneเห็นรอสาย

การประยุกต์ใช้ Gmail กับ Get Things Done. GTD

คงจะเป็นเรื่องแปลกมากๆถ้าหากว่าคนที่อ่าน web ผมเป็นประจำแล้วยังไม่ได้งาน Google mail หรือว่า Gmail ครับ เพราะว่า มันมี function การใช้งานที่ เรื่ยกว่า ฉลาด กว่า web mail จ้าวอื่นๆมากโขครับ หลักๆที่ผมเห็นว่ามันมีประโยชน์มากจริงๆก็จะเป็นพวก basic concept ที่มีมาตั้งแต่แรกของ Gmail แล้วน่ะล่ะครับ ก็คือพวก filter แล้วก็ label ทีเอาไว้แตกต่างว่า mail ไหนเข้าหมวดไหน ล่าสุด Gmail ก็ออกมาประกาศอีกครั้งว่า ถ้าหากว่าคนทีใช้ Gmail อยู่แล้วยังไม่รู้ว่า Gmail มีอะไรน่าใช้บ้าง ก็เข้าไปดูได้จาก

http://www.google.com/mail/help/tips.html#white

เค้าแบ่งความเชี่ยวชาญออกมาเป็นสายๆเหมือนกับยูโด หรือพวกนินจาว่าถ้าหากว่าโปรมากๆก็จะเป็นสายดำเป็นต้น ผมเข้าไปอ่านแล้วก็เพิ่งจะสังเกตว่าผมก็ยังไม่รู้อยู่บางประเด็นครับ หรือเพิ่งรู้ไม่นานมานี้ ก็เช่น ถ้าหากว่าคุณอยากจะ attach files มากกว่า 1 file คุณก็สามารถกด ctrl แล้วเลือก ไฟล์นั้นๆได้เลย ไม่เหมือนกับ จ้าวอื่นๆที่ต้องเลือก Browse ทีละ file แล้วก็กด attach ทีละครั้ง (อันนี้น้องผมเป็นคนบอกผมครับ แอบเห็นเค้าทำ ไม่ได้บอกผมตรงๆด้วยเน่ยะถ้าหากว่าไม่ได้แอบเห็นนี่ก็คงจะกดทีละไฟล์ไปเรื่อยๆต่อไป) แล้วก็อีกตัวที่เพิ่งรู้ว่าแต่ว่ายังไม่เคยใช้ก็คือ การ search super star คือ เราบอกว่าได้ให้ค้นหาเฉพาะพวกที่ติดดาวสีแดง สีเหลือง อะไรก็สุดแล้วแต่น่ะครับ นั่นก็แปลว่า ก่อนที่คุณจะใช้งานได้จริงๆ คุณก็ต้องกำหนดกับตัวเองอยู่เหมอืนกันน่ะครับว่า ความหมายของดาวหรือสัญลักษณ์แต่ละแบบมันหมายความว่าอย่างไร ของผมจะมีความหมายโดยเอาแบบ Get things done เป็นตัวกำหนดน่ะครับ ก็เช่น ถ้าหากว่าเป็นลูกศรไปทางขวาแปลว่า delegate to others แปลว่าให้คนอื่นทำ หรือว่า ถ้าหากว่าอยากรอไว้ก่อน ไม่ได้ทำตอนนี้ Defer เอาไว้ ก็จะเป็นอีกรูปนึง ส่วนงานที่ไม่ทำแน่ๆเพราะว่าไม่ worth doing ไม่คุ้มกับการออกแรงออกเวลาไปทำมันก็ delete มันซะก็จะไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ไม่ลบไปก็ archive ไปน่ะครับ

ถ้าหากว่าคนที่ไม่เคยรู้เรื่อง GTD  มาก่อนผมเล่าให้ฟังคร่าวๆได้น่ะครับ ก็คือ

งานใดๆ (task) เราสามารถที่จะมี action กับมันได้แค่สี่อย่างเท่านั้นเอง คือ

1. ทำมันซะ (do it)

2. ไม่ทำมันลบมันไปเลย (ไม่คุ้มกับเวลาที่จะทำ)

3. เอาไปให้คนอื่นทำ (Delegate to others)

4. รอไปก่อนแต่ว่าจะกลับมาคิดใหม่ว่าจะทำ 1 หรือ 2 หรือ 3 (Defer งานครับ)

ผมก็คิดๆดูแล้ว มันก็ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้จริงๆน่ะหละ ไมว่าคุณจะขยันหรือขี้เกียจมากเพียงใด คุณก็ต้องกระทำกับงานใดๆภายในสี่อย่างนี้เท่านั้นครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว Gmail Super star  เป็นอีก function หนึ่งสำหรับคนที่อยากจัดการกับงานที่ไหลเข้ามาทาง inbox  Gmail อย่างเป็นระบบจริงๆอาจจะเอาไปประยุกต์ใช้ได้แบบที่ผมเล่าให้ฟังนี่ก็ได้น่ะครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • gtd คือ
  • getting things done thai
  • getting things done ฉบับแปลไทย
  • gtd แปลไทย
  • GTDหมายถึง
  • การใช้ gtd
  • ขอ gtd ใช้กับเมล์

จัดการ project ให้เรื่องมันเดินด้วย Project Management Online ClockingIt.com

ไม่นานมานี้มี request มาถามว่าอยากจะได้ software ใดเพื่อที่จะเอาไว้ใช้งาน เพื่อติดตามงานตามแผนงานที่ได้สั่งเอาไว้ได้ง่ายๆ ดูว่าใครทำอะไรเมื่อไหร่แล้วก็เสร็จแล้วหรือยัง ? ตอนแรกผมก็จะนึก software as service ของทาง 34Signal ที่เรียกว่า Basecamp ครับแต่ว่าพอเข้าไปดูแล้วก็พบว่าเดี๋ยวนี้เค้าคิดเงินเป็นรายหัวสำหรับการใช้งานครับ แต่ถ้าหากว่าจะใช้แค่ project เดียวก็มีให้ใช้ฟรีอยู่เหมือนเดิม แต่ก็อีกใครจะใช้งานแค่ project เดียวล่ะครับ มันเหมือนกับเป็นการลองซะมากกว่า แน่นอนพบเห็นราคาแบบนี้ผมก็เริ่มคำนวณแล้วก็ส่ายหัวบอกว่า "ไม่เอาดีกว่า" หาอะไรที่มันเป็นของฟรีใช้ดีกว่ามั้ย ตอน concept ของเว็ปนี้น่ะครับ

ผมก็ไปนั่งขุดๆคุ้ยๆเรื่องเก่าๆที่เคยดูๆว่า (ประมาณว่าเรื่องผมพยายามที่จะเอามาทำครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามงานคนในองค์กรแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะว่า คนอื่นๆไม่อยากเล่นด้วยเท่าไหร่ มันอยู่หน้าคอมซะเยอะน่ะครับ) สุดท้ายแล้วก็ไปเจอเว็ปของเก่าที่เคยใช้มาแล้วก็คือ "CLOCKINGIT.com" ครับ

Clockingit.com เป็นบริการฟรีโดยไม่คิดตังค์อะไรแอบแฝงอีกแล้ว (มีปุ่ม Donate ด้วยที่ด้านล่างของ website ถ้าหากว่าอยากสงเคราะห์ก็ซะหน่อยแล้วกันนะครับ) แล้วก็ถ้าหากว่าจะใช้ผ่าน internet ก็ไม่ต้องไปมี Host อะไรเป็นของตัวเอง เพราะข้อมูลต่างๆจะ Host เอาไว้ที่ Sever ของ Clockingit เองเลยน่ะครับ (แปลว่าไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วให้เหนี่อยยังไงล่ะครับ)

การงานแบบ ClockingIt วัตถุประสงค์หลักจะเป็นการติดตามงานคนอื่น รวมทั้งตัวเอง โดยอาจจะ create ให้ลูกค้าเข้ามาดูได้ด้วยว่า งานที่ตัวลูกค้าได้สั่งเอาไว้ มีงานย่อยอะไรแล้ว ใครดำเนินการไปถึงไหนแล้วก็ได้เช่นกัน มันไม่ได้เอาไว้ดูกันเองเฉพาะกลุ่มทีมงานตัวเอง แต่ว่าจะให้หัวหน้าขั้นพระเจ้า (ก็คือลูกค้าน่ะหละ) มีโอกาสได้เข้ามาติดตามเห็นผลงานหรือการดำเนินการของทีมงานที่ว่าจ้างก็ได้เช่นเดียวกัน ก็แค่ create account ให้ลูกค้าไปแล้วก็ set ให้เค้า edit ไม่ได้เท่านั้นเองครับ เห็นอย่างเดียวก็พอจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกะงานเรามากเกินครับ

Feature ที่ project management ตัวนี้มีก็คือ มันแสดงการติดตามงานเป็น Gantt Chart ได้ หรือว่ามันดูงานต่างๆและ due date ในรูปแบบของ calendar ก็ได้ดว้ย มันดูเป็นภาพรวมได้ไม่ยากน่ะครับสำหรับการแสดงผลทั้งสองแบบ ทั้งนี้ของย้ำว่า เป็นแบบ Online ทั้งหมดไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียวเพื่อที่จะใช้งาน Feature เหล่านี้ครับ

 

 

ลักษณะของงานที่เหมาะกับการใช้งาน Clockingit ก็คือ

- คุณไม่ได้ทำงานคนเดียว เพราะ ถ้าหากว่าคุณทำคนเดียวคุณไปใช้ Todo List ส่วนตัวของคุณเองก็ทำได้แล้วน่ะครับไม่ต้องมาลำบากใช้แบบ online ก็ยังได้
- นั้นก็แปลว่าคุณต้องทำงานเป็นทีมงาน (ทำงานแบบ collaborate กัน) เพื่อติดตาม assign งานหากันแล้วก็ดูว่างานมันเดินไปได้มากน้อยแค่ไหนแล้วแบบ online
- ทีมงานของคุณทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดจะต้อง access internet ได้ทุกทีหรือเป็นส่วนใหญ่ของเวลาในการทำงาน ก็อีกน่ะครับ เพราะว่าระบบนี้มันอยู่ใน internet online ถ้าหากว่าอยู่บ้านแล้วไม่มี net แล้วก็จะ update task อะไรยังไงน่ะครับ
- ทีมงานของคุณต้องเป็นพวกอยู่หน้าคอมทั้งหมดตอนทำงาน เพราะถ้าหากว่าคุณจะทำการ tracking time ในการทำงานแต่ละ task ได้จริงๆ จะต้องมีการกดปุ่ม start / pause ในแต่ละ task เพื่อจับเวลา (เอาขนาดนั้นเลยน่ะครับ) เวลาในที่นี่ก็จะเป็นเวลา Operation time ของคนๆนั้นบนงานนั้นจริงๆได้น่ะครับ

ส่วนตัวแล้วผมอยากจะให้ทีมงานที่ผ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • project management online
  • gantt chart ตัวอย่าง
  • online project management
  • ตัวอย่าง gantt chart
  • gantt chart ตัวอย่าง Website
  • project management ตัวอย่าง
  • Gantt Chart spa
  • project management online freeware
  • gantt chart กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  • software Project Management online อะไรดี

tips เล็กๆเพื่อให้ใช้ Google Calendar เร็วได้อีก!


สำหรับคนที่ใช้ Google Calendar มาแล้วตอนนี้ผมอยากจะแนะนำเพิ่มเติมต่อไปอีกหน่อยว่า เรามาทำตัวให้ใช้มันได้คล่องกว่าเดิมกันดีกว่าน่ะครับ จะได้ใช้งานได้เร็วแล้วก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ Google Calendar ได้อีกด้วย หลักๆแล้วถ้าหากว่าจะใช้งาน Google Calendar ได้คล่องก็แบ่งเป็นประเด็นๆที่จะต้องฝึกนิดหน่อยแค่สองประเด็นดังต่อไปนี้น่ะครับ

QUCIK ADD  : เริ่มจากการใช้ Quick Add กันให้เป็นน่ะครับ วิธีการใช้ Quick Adds แย่หน่อยที่ต้องพิมพ์วันเวลาเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ (ผมลองไทยแล้วมันไม่รู้เรื่องหรือว่ามันยังงงๆอยู่อะไรสักอย่างน่ะครับ ไม่แนะนำเท่าไหร่ ) แต่ว่าสำหรับภาษาอังกฤษแล้วนั้นใช้ได้ผลดีทีเดียวครับ เช่นผมจะพิมพ์ว่า
"นัดคุณนก 13:00 on 12/3" โดยการกด "Q" ปั้บแล้วก็พิมพ์เนื้อความนัดหมายไปได้เลย เมื่อพิมพ์แล้วกด enter ปุ้บมันจะ add event นั้นๆไปที่วันที่ 12 เดือน สามกันเลย แล้วก็เนื้อหาของ event ก็จะเป็น "นัดคุณนก" พร้อมทั้งเวลาเริ่มคือ บ่ายโมงนั่นเอง แล้วมันก็จะจบเป็นค่าเบื้องต้นเอาไว้อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นน่ะครับ

Keyboard shortcuts : ผมใช้ Keyboard shortcuts มาได้สักพักไม่นานมานี้เพราะว่า เพิ่งเห็นอยู่เหมือนกันว่ามันมี ! แล้วมันซอ่นเอาไว้ทีไหนน่ะเหรอครับ อืม .. ถ้าหากว่าไม่บอกเนี่ยะก็ไม่รู้หรอกน่ะครับว่ามันกดยังไง ถ้าหากว่าอยากรู้ว่าจะกดอะไรทีไหนเพื่ออะไรแล้วล่ะก็ ให้กด "?" ที่หน้า Google calendar ครับ มันจะบอกว่า keyอะไรทำอะไรครับ ซึ่งผมก็เอามา post ปะไว้ที่นี่ด้วยเหมือนกันน่ะครับ

รายการ keyboard shortcut ที่ใช้กับ Google calendar มีดังต่อไปนี้ครับ

Navigation
k / j :    Previous/next period
t :    Today
Views เป็นการปรับเปลี่ยนมุมมอง ผมว่า short cut พวกนี้สำคัญมากน่ะครับจำเอาไว้เลยดีกยว่าครับ
a :    Agenda view
d :    Day view
w :    Week view
m :    Month view
x :    Custom view
Actions
c :    Create event
e :    Event details
delete :    Delete event
z :    Undo last action (if possible) (อันนี้เป็นปุ่มที่คนนิยมใช้กันอยู่แล้ว แล้วมันก็เป็นตัว z เหมือนกับ program อื่นๆซะด้วยซิดีเลยไม่ต้องจำอะไรใหม่)
Application
/ :    Search (จริงแล้วมันมีช่อง search อยู่แล้วอันนี้ก็จะไม่ได้ใช้สักเท่าไหร่อีกเหมือนกัน)
+ :    Focus on add a friend’s calendar (ส่วนตัวแล้วผม note เพื่อตัวเองซะมากก็ไม่ได้แอดเพื่อนหรอก)
q :    Quick add (อันนี้จะใช้บ่อยเอามากๆน่ะครับ ต้องฝึกเพื่อที่จะใช้งานได้คล่องครับผม)
Ctrl+p :    Print (ผมก็ไม่ได้พิมพ์ด้วย แต่ว่ารู้ไว้แล้วกันว่ามันพิมพ์ได้)
s :    Settings (ไม่ได้กดเท่าไหร่เพราะว่าปกติแล้วเราจะ setting กันแค่ครั้งเดียว)
? :    Open shortcut help (กดมือจำไม่ได้ว่าปุ่มอะไรทำอะไรมั่งน่ะครับ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • calendar
  • calendar png
  • calendar picture
  • เพิ่ม icon ที่ google calendar
  • คู่มือการใช้งาน google calendar

Get things done : แนวคิดกับการประยุกต์ใช้งานจริง ถึงเวลายกโลกออกจากหัวแล้ว

Get things done : แนวคิดกับการประยุกต์ใช้งานจริง

Get Things done (โดย David Allen) เป็น concept เพื่อการบริหารงาน (task) เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็น project จนสำเร็จได้อย่างเป็นระบบ (systematic approach) ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนี่เอาไว้นานแล้วเมื่อปีกลาย (แปลว่าปีที่แล้วน่ะครับสำหรับคนที่ไม่รู้ศัพท์โบราณหน่อย) โดยหนังสือที่ว่านี่ผมได้สั่งซื้อมาจาก amazon.com แล้วก็ ณ เวลานี้ก็ไม่มีคนแปลมันอยู่ดี (หรือว่ามีแล้วไม่รู้ แอ้ะชักไม่แน่ใจแต่ว่าผมก็เดินตามแผงหนังสือออกจากบ่อยอยู่เหมือนกันน่ะครับ ก็ไม่เห็นนะ) วิธีการเพื่อการเอามาประยุกต์ใช้ก็ไม่ยากอะไรแต่ที่พิมพ์ออกมาได้เป็นเล่มเลยก็เพราะว่าเค้าอธิบายให้ละเอียด แล้วก็ประยุกค์ใช้ในระดับ "การดำรงชีวิตอย่างมีเป้าหมาย" กันเลยก็ว่าได้ แต่ผมจะไม่พูดอะไรถึงตรงนั้นน่ะครับ เพราะว่า น้อยคนนักที่จะดำรงชีวิตอย่างมีเป้าหมาย หรือ แค่ออกตัวก็ไม่คิดกันแล้วเพราะซะนั้นพิมพ์ไปก็ได้แค่อ่านเท่านั้นครับ (ฟังดูน่าเศร้าเนาะ แต่ว่าไม่อยากจะโม้เยอะเก็บเอาไว้โม้วันหลังจะดีกว่าน่ะครับ)

ผมคงเล่าให้ฟังประมาณนี้ก่อนดีกว่าว่า แนวคิดนั้นเริ่มต้นด้วยการที่ คนอยากทำงานหรือเดินเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ (produtivity สูงกว่าคนปกติ หรือ ตัวเองที่ไม่ได้จัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้) แน่นอนว่าเราต้องรู้ตัวซะก่อนว่าเราจะทำอะไรแล้วอยากทำอะไรหรือว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วกลั่นออกมาทั้งหมด จากหัว มาเป็น text หรือข้อความพิมพ์เก็บเอาไว้ครับ เพื่ออะไรเพื่อที่จะไม่ทำให้หัวเรา "รก" คนที่คิดว่าเรางานเยอะทำอะไรก็ดูเหมือนกะเหนื่อยหน่ายทำแล้วไม่มีที่สิ้นสุดหรือว่าทำอะไรไม่จบสักที ไม่ done สักทีแล้วรู้สึกว่า "มันเยอะ!" ก็เพราะว่าไม่มีอออกมาจากหัวเราไงล่ะครับ หัวเราก็เหมือนกะคอมพิวเตอร์น่ะหละ ถ้าหากว่าจำไว้ชั่วคราวแบบนี้มันกิน ram ครับเพราะเรื่องพวกนี้เราอยากจะจำได้นึกได้เมื่อถึงเวลาและมันก็สำคัญซะด้วยทำให้เราจำเป็นต้องจำให้ได้ นึกให้ออกแต่กลับไม่จดออกมา ผมคิดไม่ออกจริงๆถ้าหากว่าผมไม่จดออกมาผมคงหัวโตไปแล้วน่ะครับ เพราะมีช่วงหนึ่งที่ผมรู้สึกหนักหัวเพราะมันต้องประมวล ram เก็บเรื่องเอาไว้ แต่ผมผ่านเรื่องแบบนั้นมาแล้ว และตอนนี้ก็มีแนวคิดในการจัดการกับ task และ project และ note ได้อย่างเป็นระบบจนทำให้เหมือนกะว่าไม่ต้องทำอะไรเลยวันๆ เบาๆ ไม่หนักหัว เอาหัวไปคิดเรื่องที่มันมีประโยชน์กะตัวเองและคนอื่นๆทั้งโลกจะดีกว่าครับ ไม่ต้องเอาคลุกกะเรื่องเล็กๆแต่เยอะๆเหมือนที่เคยเป็นมา

รวมๆแล้วเรื่องที่เราอยากจะทำหรืออยากจะจำมันมีอยู่ สอง แบบคือ เรื่องที่เป็น project และเรื่องที่เตือนเมื่อถึงเวลา (แต่จริงๆแล้วยังมีอีกแบบก็คือ เรื่องที่อยากจะโดนเตือนเมื่อถึงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งบนโลก)

ผมขอพูดเรื่องที่สองก่อนแล้วกันนะครับคือเรื่องงานเมื่อถึงเวลา เพราะว่ามันอธิบายได้ง่ายและจัดการมันได้ง่ายๆด้วยครับ งานหรือสิ่งที่ต้องจำแบบนี้ หรือเป็นพวกนัดหมาย tools หลักเพื่อการจดบันทึกเรื่องนี้ก็คือ calendar หรือ ปฏิทินธรรมดานี่เองครับ (หรือถ้าหากว่าคุณเป็นคนใช้ชีวิต online หรือเปิดคอมมากกว่า 80% ของเวลาที่คุณลืมตาตื่นแล้วล่ะก็ .. Google Calendar น่าจะเหมาะกว่าน่ะครับ)  วิธีการก็คือ ให้เราจดเนื้อความว่าจะทำอะไรไว้ที่ปฏิทินก็เท่านั้นเอง เมื่อถึงเวลาใดเวลาหนึ่งเราก็ดูเนื้อความนัน้เพื่อเตือนความจำว่า นี่หละคือ action ที่เราจะกระทำหรือกำลังจะต้องทำ ณ เวลานั้นๆครับ ผ]]
>

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • get it done แปลว่า
  • get done แปลว่า
  • getting thing done คือ
  • getting done แปลว่า
  • gtd (get things done) concept
  • getting things done แปลไทย
  • getting things done ไทยGetting Things Done (GTD) by David Allen
  • have something past participleหมายถึง
  • it get shit done แปลวา
  • the things that get rewarded get done หมายถึง

msn emotion icon ใช้กันได้แต่ต้องควบคุมได้ด้วยนะ


มีน้องสาวผมคนนึงเค้าเล่นเอ็มกับผมแต่ว่าก็ไม่ได้เล่นประจำอะไรแต่ว่าเค้ามีพฤติกรรมในการเล่นเอ็มที่แปลกกว่าคนอื่นจนผมต้องเอามาเล่าครับ เวลาที่ผมเจอน้องคนนี้เนียะ เค้าก็ไม่ได้ทักทายผมเท่าไหร่หรอกแต่ว่าพอผมคุยด้วย เค้าก็มักไม่พิมพ์คุยกะผม สิ่งที่เค้าส่งมาหาผมส่วนใหญ่จะเป็นภาพ emotion icon ครับ แต่ว่าที่แย่ไปกว่านั้นก็คือว่า ถ้าเค้าพยายามที่จะพิมพ์อะไรขึ้นมาเพื่อที่จะสื่อสารกับผม เช่น แค่จะบอกว่า “ไปกินข้าวมา” ตัวอักษรทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดจะโดนแปลงเป็นภาพ emotion icon ทำให้อ่านไม่ออกครับ เรียกง่ายๆว่า แทนที่จะเป็นภาษาพิมพ์เหมือนคนอื่นปกติเค้า แต่ว่านี่มันเป็นภาษาภาพไปแล้วน่ะครับ ผมก็เคยถามเค้าเหมือนกันว่า เอ้ะ ทำไมเอา icon อะไรมาเยอะแยะแบบนี้แล้ว อย่างงี้คุยกะคนอื่นรู้เรื่องกันเหรอป่าวเนี่ยะ เค้าก็บอกผมว่า เค้าอ่ะเป็นพวกที่สะสม icon พวกนี้แล้วก็ชอบที่จะใช้มัน เค้าใช้มันเยอะเกินไปน่ะครับผมว่านะ .. เพราะเช่นตัวอย่างที่ผมบอกตะกี้คือแค่คำว่า “ไปกินข้าวมา” ไป ก็จะโดนแปลงเป็นรูป ลิงขี่มอเตอร์ไซด์ แปลว่าไป … อืม ดีมาก .. แล้วก็กิน ก็จะโดนแปลงเป็นรูปลิงกินข้าวกินบะหมี่อยู่ แต่ว่าคำว่ามาเนี่ยะไม่ได้มีการบันทึกเป็น icon เอาไว้

“แล้วนี่ไม่คิดจะแก้อะไรมั่งเหรอครับ” ผมก็คิดอยู่ในใจแต่ว่าผมก็ถามโพล่งออกไปด้วยความเคยชินว่า คนคิดกับการพิมพ์มันพรั่งพลูไหลออกมาได้อย่างรวดเร็วเหมือนสายน้ำ เค้าก็ไม่ได้บอกอะไรผม แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำสำหรับคนที่มีอาการแบบนี้ (ผมเดาเอาว่าไม่ได้มีแค่น้องคนนี้ที่เป็นพวกติด emo icon อย่างงี้อย่างแรง) ว่า ถ้าหากว่า อยากจะใช้ให้อย่าตั้ง เป็นคำธรรมดา เพราะว่า หากว่าเราต้องการจะพิมพ์อย่างงั้นจริงๆบางทีมันก็สื่อสารไม่ได้ เอาซะเลยครับ ยกตัวอย่างให้งงกว่านั้น กรณีที่ผมเคยเจอมาก็เช่น หากว่าเค้าตั้ง emotion icon มาจากคำว่า “มา” แล้วล่ะก็ . นั่นแปลว่าถ้าหากว่าเค้าพิมพ์ว่า “มาก” มันก็กลายเป็นว่า มีรูป ลิงเดินมา แล้วก็ตามดว้ย ก.ไก่ เอ้ย.. แล้วมันจะอ่านเข้าใจกันได้ยังไงล่ะนั่น แย่กว่านั้นก็คือภาพก็ไม่ได้สื่อสารเลยว่า นี่กำลังพิมพ์บอกว่า “มาก” แต่อย่างใด

ประเด็นก็คือว่า หากว่าต้องการใช้ emotion icon พวกนี้ แนะนำอย่างแรงกล้าว่า เราต้องควบคุมมันครับ เราควรจะใช้เมื่ออยากจะใช้เท่านั้น วิธีการที่ผมใช้ในการกำกับ emotion icon เหล่านี้ คือ การใส่เครื่องหมายประหลาดๆที่ไม่ได้ใช้งานกัน ที่เป็นอยู่ในชุดแป้นพิมพ์ภาษไทย เช่น กรณีของผมผมจะใช้ “ๆ” นำหน้าเสมอ เช่น หากว่าผมจะแอดรูป emotion icon รูปหัวใจ ผมไม่อยากจะพิมพ์ว่า “หัวใจ” แล้วให้มันขึ้นเป็นรูปหัวใจหรอกนะครับ ผมจะตั้ง key หรือคำที่เป็นตัวแทนของรูปหัวใจว่า “ๆหัวใจ” นั้นก็แปลว่าถ้าหากว่าผมต้องการที่จะ ให้แสดงเป็นภาพเพื่อสื่อสารความในใจแล้วล่ะก็.. ผมก็จะพิมพ์ ไม้ยมก นำหน้า แต่ว่าถ้าหากว่าต้องพิมพ์ว่า “หัวใจ” ผมก็พิมพ์ไปได้เลยเหมือนกับการพิมพ์ปกติครับ นี่อาจจะเป็นแค่อะไรง่ายๆสั้นๆ แต่มันมีผลกระทบต่อการสื่อสารผ่านระบบ msn กันอย่างแท้จริง ที่เป็นปัญหาของโลกเรา ณ ปัจจุบันที่มองข้ามไปไม่ได้น่ะครับ

การที่ใช้ emotion icon มันดีตรงที่ว่า .. มันสื่อสารเป็นภาพได้ แล้วก็ถ้าหากว่าคุณมีชุด emotion icon ที่มันดูน่ารักแล้วล่ะก็.. ผมก็คนที่ได้รับ ก็จะรู้สึกว่า แหม .. ทำไมคุณๆทำตัวได้น่ารักแบบนี้นะ .. ซึ่งผมรู้สึกอย่างงั้นจริงๆน่ะครับ แล้วก็คนที่คุยกะผมเค้าก็เหมือนว่าจะรู้อย่างงั้นด้วย

Download Emoicon  ได้จากที่นี่ครับ (อย่าลืมว่าอย่างใช้พร่ำเพรือแล้วกันนะครับ)

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • emotion
  • emotion icon
  • emotion msn
  • icon msn
  • ไอคอนแสดงอารมณ์
  • ไอคอน msn
  • ไอคอนแสดงอารมณ์ msn
  • emotion ลิง
  • icon emotion
  • msn emotion