วิธีการโฆษณาโดยใช้ Viral Marketing ที่เข้าเนื้อคนไทยโดยแท้ หลอกกันซะ ให้ Brand เสียกันไปข้าง

Note: ถ้าหากว่าคุณกด play แล้วไม่ไปแสดงว่าเค้า remove โฆษณาตัวนี้ออกไปแล้ว และไม่อยากจะแสดงตัวตนว่า "ผมเป็นคนหลอกคุณครับ”

ผมไม่ได้ดู clip ที่คุณครูเค้าเอา BB นักเรียนขว้างลงพื้น แต่ก็เห็นคน Post ไว้ที่ facebook สองครั้ง (จากเพื่อนคนละคนกันน่ะครับ) แล้วก็รับรู้อีกครั้งผ่าน TV  (จำได้คุ้นๆว่าน่าจะเป็นรายการ TV ข่าวสามร้อยหกสิบองศาตอนกลางวันมั้ง ถ้าหากว่าจำไม่ผิดน่ะครับ แต่ว่าก็มีโอกาสจำผิดได้มากครับ) และก็อีกครั้ง คือ กระทู้ หรือ post ที่อยู่ในเว็ป portal ชื่อดังของ sanook ครับ นั้นก็แปลว่า การรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ Clip นี้มีทั้งหมด สี่ ครั้งด้วยกันในระยะเวลาประมาณ 2 weeks ที่ผ่านมา

ตอนที่ผมดูที่ sanook.com นั้นก็จะมีคน comment ไปต่างๆนานา ว่าจะการที่นักศึกษาถ่ายออกมาได้แบบนี้ และ คุณครูแสดงความโกรธได้ระดับนี้ รวมทั้งการวิเคราะห์ได้ว่า นักเรียน (นักศึกษา) ชายก็ทำเกินกว่าเหตุเหมือนกับเป็นเหตุจงใจเพื่อทำให้เกิดอาการโกรธของคุณครู รวมทั้งการตั้งใจถ่ายจากคนหลังห้อง ถ้าหากว่าไม่ได้เตี้ยมกันเอาไว้ก็ต้องจะทำตัวเองให้ดัง เพื่ออะไรสักอย่างแต่ผลลัพธ์ ที่ปรากฏก็คือ นักเรียนไม่ได้ต้องการดัง ! แต่เป็นความต่อเนื่องของเรื่องราว และเนื้อหาเกี่ยวกับการ promote สินค้าแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งแม้กระทั่งตัวผม ยังต้องเอาเวลามานั่งพิมพ์บอกต่อให้กับเพื่อนๆได้รู้กันอีกทอดหนึ่ง (และแน่นอนว่าถ้าหากว่าผมเจอน้องผม ผมก็ต้องบอกเค้าอีกว่า เนี่ยะ มันเป็นเหตุการณ์ตั้งใจจริงๆด้วยน่ะครับ)

แม้ว่าเยอะคน(หรือเปล่า)จะดูออกว่าเป็นการตั้งใจ แต่ก็คิดไม่ถึงว่า จะเป็นการว่าจ้างกลุ่ม market บางกลุ่ม หรือบางคน กับ creative ในการสร้าง ads เพื่อจงใจสร้าง viral clip ขึ้นมาจริงๆ แต่ปรากฏว่า เรื่องราวการใช้ความรุนแรง เพื่อให้เกิดความสะเทือนใจ และเกิดข้อสงสัยนั้น ไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำ viral สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ต่อสินค้าที่ไม่ได้เกี่ยวกันมากนัก (แค่ทำ campaign ที่พยายามจะสร้างให้เกี่ยวเท่านั้น) คาดว่าผลลัพธ์ที่ได้น่าจะมีผลลบต่อ Brand ไปอีกนาน ด้วยเหตุผลที่ผมคาดเดาไม่ยากว่า สังคม น่าจะรับกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้ด้วยเหตุผลมากมายหลายประการ อันได้แก่

- เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของครูอาจารย์ที่ไม่ดีเอามากๆเลย สำหรับคนที่มีวุฒิภาวะเพียงพอ อาจจะพอประเมินได้ว่า ครูที่อยู่ในภาพนั้นไม่น่าจะเป็นครูจริงๆได้เพราะถ้าหากว่าเป็นครูจริงๆแล้วการเก็บอารมณ์ได้นั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นในการสอนลูกศิษย์ แม้ว่าจะถูกกวนเอามากๆก็ตามครับ แต่แน่นอนว่า คนที่เหลือไม่ได้คิดอย่างงั้น อาจจะพาลคิดไปได้ว่า "ครูอาจารย์" ไม่ได้เป็นบุคคลที่น่าเคารพสักเท่าไหร่ เพราะมีภาพการใช้ความรุนแรงอยู่ใน class อย่างที่เห็นๆ เหมือนกับว่า เก็บอารมณ์โกรธแค้นเอาไว้ไม่อยู่เสียอย่างงั้นครับ

- ทำให้คนดูและเชื่อหรือส่งต่อบอกต่อ รู้สึกว่าตัวเองโดนหลอกเป็นเหยื่อสำหรับนักการตลาดสมัยใหม่ ผมไม่ได้บอกว่า การทำตลาดด้วย viral marketing clip แบบนี้ไม่ดีน่ะครับ แค่ว่า ถ้าหากว่าสร้างเนื้อหาออกมาเป็นลักษณะที่ดูเหมือนกับ "ความรุนแรง" หรือ "การยุยงเรื่องเพศ" (ผมเคยเห็นหลายจ้าวพยายามทำครับ) ก็จะต้องโดนเสียงวิจารณ์ออกมาอย่างไม่ดีเอามากๆครับ ถ้าหากว่า product คุณไม่ได้เกี่ยวกับ การใช้ความรุนแรง หรือ ไม่ได้เกี่ยวกับ เพศ หรืออารมณ์เพศแล้ว เมื่อ "เฉลย" ออกมา แล้วคนที่ได้ส่งต่อ หรือบอกต่อเกี่ยวกับ clip นั้นๆจะได้อารมณ์เหมือนกับโดนตีแสกหน้า แล้วเค้าจะจำ Brand คุณครับ ! แต่ไม่ได้เป็นเรื่องดีที่จะโดนจำว่า "คุณเคยให้นักการตลาดมาหลอกกัน และ ทำให้คนส่งเนื้อความต่อ หรือ clip ต่อนั้น ตกเป็นแค่เครื่องมือของการตลาดแบบ viral นี้เท่านั้น !"

อย่างน้อยผมว่าผม case นี้เป็นกรณีที่น่าสนใจอย่างยิ่งกับการใช้งาน viral content ใดๆไม่ว่าจะเป็นการสร้าง clip upload เข้า youtube.com หรือ การสร้าง Game หรือเนื้อหาใดๆที่ต้องส่งต่อ ๆ กันเพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างเกิดขึ้น แล้ว ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเอามากๆต่อ product  และ สำหรับคนบริโภคสื่อ online ผมก็จะพูดเหมือนเดิมน่ะครับ ว่าจงอย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณเห็น เพราะ ใครๆก็สร้างเรื่องราว หรือ พิมพ์เรื่องราว ให้คุณได้รู้ได้อ่านกันได้อย่างอิสระ ได้อย่างไม่มีคนมากำกับดูแล หรือ มาบอกคุณว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่ ! ครับผม …

แถวท้ายด้วยภาพด้านล่าง คือ screenshot ของหน้า youtube ตอน 9:51 ของวันที่ 20 กันยายน 2553 ณ ตอนนี้มีคนดูแค่ 300 คนเท่านั้น แต่จะดูต่อไปว่าจะมีคนเข้าไปดูทั้งหมดกี่คน ..
bb youtube

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • โหลดโปรแกรมsocialbox
  • viral marketing clip
  • ขั้นตอนการทำ viral marketing
  • คนไทย viral
  • ตัวอย่างโฆษณา viral personal ประเทศไทย
  • โฆษณา viral marketing

อยากแนะนำว่าร้านอาหารหรือ Shop offline ขายของควรมี Wifi Free ไว้สร้าง WOM

free-wifi เขียนหัวเรื่องแบบนี้อาจจะคิดแค่ว่า เอา Wifi มาปะไว้หน้าร้าน เพื่อให้คนเข้าร้านมาใช้ มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมด ผมคิดว่า ประเด็นอีกเรื่องที่คุณๆอาจจะยังไม่คิดหรือคิดไม่ถึงนั้นก็คือ โลกของเราเป็นโลกของการ share ข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือกันแล้วครับ

ตอนนี้อย่างที่คุณๆรู้กันว่าผมเปลี่ยนจาก Windows Mobile Phone (HTC Diamond) มาเป็น iPhone 3GS ตัว TOP สุดเท่าที่มันจะมีได้ คือ 32 GB (ไม่รู้ทำไมมันพื้นที่เยอะอย่างงั้น แล้วก็คิดไม่ออกอีกต่างหากว่าจะเอาพื้นที่เยอะๆไปทำไมเพราะเนื้อหาทั้งหมดผมอยู่บน internet อยู่แล้ว) แล้วก็มาสังเกต พฤติกรรมตัวเองว่า ผมใช้มันเพื่ออะไร ทำอะไรกับมันบ้าง

มีข้อสังเกตประการหนึ่งก็คือ ถ้าหากว่าผมเดินทางไปร้านอาหารหรือว่าร้านค้า ถ้าหากว่าเค้าบอกว่า Free Wifi ก็จะควัด iPhone ออกมาแล้วถ่ายภาพ ร้านค้า ร้านอาหารไว้ แล้วก็จัดการ update Twitter + Facebook เพื่อ Share Location บอกพิกัดว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน บอกว่าร้านค้าร้านอาหารนี้อยู่ทีไหน แล้วก็ ถ่ายภาพอาหารหรือของที่คิดว่าน่าสนใจ น่ารักอยากจะบอกคนอื่นครับ

นั้นแปลว่า " นี่เป็นโอกาสทางการตลาดอย่างแรง ! " ว่าคนที่จะทำหน้าที่ในการโปรโมตร้านค้า สินค้า หรือ ร้านอาหารของคุณ คือ คนที่ควัก iPhone ออกมานั่นเองครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ ถ้าหากว่ามี Wifi Free กับไม่มี พฤติกรรมผมจะแตกต่างกันออกไป คือ ถ้าหากว่าไม่ Wifi ผมจะรู้อยู่แก่ใจว่า ผมต้องเปิด EDGE เสียก่อนแล้วก็อยากจะ share อาหารที่ผมกินเพื่อเอาไปอวดคนอื่นเค้า ที่เป็นเพื่อนฝูงใน Facebook หรือ Twitter เพราะว่าอาหารมันน่ากินเหลือเกินหรือว่าของหรือสินค้ามันน่ารักอยากให้คนอื่นได้ซื้อเหลือเกิน  แต่ว่า มัน connect เป็น EDGE แปลว่ากระบวนการ upload file ต่อ EDGE จะเริ่มเป็นอุปสรรคกับผม หรือ เค้าเหล่านั้นที่ชอบมีอาการเหมือนกับผม (sharaholics) แล้วก็อาจจะตัดสินใจไม่กระทำการอะไรก็ได้ครับ นั้นก็แปลว่า อดที่จะ promote ร้านค้าของคุณนั่นเอง (เสียใจด้วยน่ะครับ)

ผมว่าเหตุผลของการได้ promote สินค้าหรือบริการด้วยคนอื่น เหมือนกับที่เป็นลักษณะการบอกต่อ ผ่าน Gadget ปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และ ถ้าหากว่าคุณเห็นโอกาสนี้ แน่นอนว่า อยากจะเปิด Wifi ให้กันแบบไม่ต้อง Lock password กันเลยก็่ว่าได้ลองเอาไปคิดดูเองแล้วกันน่ะครับ

ถ้าหากว่าคุณๆเห็นด้วยกับผมรบกวน share Twitter หรือแม้กระทั่ง Copy เนื้อความนี้ไปเผยแพร่กันได้เลยน่ะครับผมไม่หวงห่วง content แต่ประการใดครับ กะว่าเอาให้พวกร้านอาหาร ผู้ประกอบ ห้างร้านรู้เรื่องนี้ เราจะได้มี Wifi ใช้มันทุกที่ที่เราไปเลยดีกว่าน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ร้านอาหารมีไวไฟ
  • ขอwifiใช้ร้านอาหาร
  • ร้านนั่งเล่น wifi
  • ร้านอาหาร wifi

ส่ง SMS ให้คนในองค์กรหรือลูกค้าด้วย NokNok.in.th

ผมเล่นนกๆได้สักพักแล้วก็พอจะรู้ได้ว่า มันเอาไว้ทำอะไรบ้าง และ อีกส่วนผมก็หาอ่านจากบล็อคที่มีการเขียนเกี่ยวกับ Twitter (เพราะว่า NokNok ก็เห็น copy concept มาโจ้งๆครับ แต่ว่ามันไม่มี Tools มากมายให้เล่นและใช้งานได้เหมือน Twitter เท่านั้นเอง) โดยมากแล้วการใช้งานจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆด้วยกันก็คือ
ประเภทแรก เพื่อเป็นการบอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ก็เป็นวิธีการใช้งานตรงๆสำหรับเว็ปประเภทนี้ครับ คนพวกนี้อยากจะบอกเพื่อนๆ(หรือว่าไม่ได้เป็นเพื่อนก็ตาม แต่ว่าอยากจะบอก)ว่าวันนี้ไปไหนมา เช่น ตอนนี้อยู่บิ้กซี ตอนนี้จะไปกินข้าวเที่ยง หรือบอกว่า ตอนนี้หิวแล้วเป็นต้นผมก็เป็นคนประเภทนี้อยู่เหมือนกัน เพราะแค่คิดว่าบางคนอาจจะตามผมจากระบบ SMS ทำให้ต้องบอกด้วยความระมัดระวังว่ามันจะกวนเค้าหรือเปล่า หากว่าส่งเยอะเกินไปหรือถี่เกินไปมันก็น่ารำคาญแล้วก็ ทำให้คนที่ติดตามระดับที่ว่าติดตามด้วย SMS เค้าจะเลิกรับข่าวจากเราไปซะก่อนได้ครับ
ประเภทที่สอง คือ พวกที่คาดหวังว่าจะนกๆหรือ Twitter จะถูกใช้ไปเพื่อการโปรโมตเว็ปครับ มันมีความเป็นไปได้สูงมากว่าถ้าหากคนที่ใช้งานนกๆแล้วหาเพื่อนๆที่มีความสนใจแนวเดียวกันได้จริงๆแล้วล่ะก็.. เค้าก็สามารถที่จะทำการโปรโมตเว็ปของเค้าเองได้ไม่ยาก ทั้งนี้เว็ปของเค้าก็ต้องพูดถึงเนื้อหาที่คนอื่นๆที่อยู่ในวงที่ติดตามกันสนใจด้วยครับ นอกจากนี้คนประเภทนี้อาจจะคิดได้อีกแบบว่าถ้าเค้าทำธุรกิจหรือขายอะไรออนไลน์เช่น ขายอาหารแมว หรือว่าเป็นหมอหมา เค้าก็ต้องหาคนที่เลี้ยงสัตว์ แมวหรือหมา แล้วก็ต้อง Continue reading

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...