ขั้นตอนการ update iOS 5.0.0 เป็น iOS 5.0.1 แบบไม่ต้องต่อคอม

 

หน้าจอการ update IOS 5
iOS 5.0.0 ทาง Apple ก็ยอมรับออกมาว่า มันทำให้เครื่อง iPhone ของคุณกินถ่านมากกว่าเดิมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเตือน ตามสถานที่ (ที่ผมคิดว่ามันจะเป็นการเปิด Location GPS เพื่อตรวจดูว่า เราอยู่ที่ไหนตลอดเวลา ซึ่งผมว่าถ้าหากว่ามันกินถ่านขนาดนี้ก็ไม่คุ้มกับการใช้งานแต่อย่างใด ) แต่แล้วก็เป็นว่า Apple ก็ออกมาปล่อย iOS 5.0.1 เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน Batter หรืออายุแบท ให้ใช้ได้นานกว่าเดิม (แต่ว่าก็ไม่รู้อยู่ดี เค้าแก้อะไรทีไหนอย่างไร) เอาเป็นว่า ก็ต้องลอง update version กันดูครับ

แต่ว่างวดนี้ การ update หลังจาก iPhone เป็น version 5.0 แล้วก็จะสามารถที่จะ update ผ่าน wifi ได้ทันที โดยไม่ต้องต่อเข้ากับ iTunes ก็ทำได้ ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสลองซึ่ง มันก็ควรจะทำอย่างงี้ได้ตั้งนานแล้ว (เฮ้อ..)

วิธีการนี้ เราเรียกกับว่า เป็นการ update version กลางอากาศกันเลยก็ว่าได้ โดย wifi นั้นไม่จำเป็นต้อง wifi จากบ้านคุณ จะเป็น wifi ทีไหนก็ได้ขอแค่เป็น internet connection แบบ wifi เท่านั้นเองครับ

วิธีการ update กลางอากาศจาก iOS 5.0.0 เป็น iOS 5.0.1 ก็มีวิธีการต่อไปนี้

1. ต่อสัญญาณวายฟาย (ที่ไหนก็ได้)
2. Settings > generals > software update > download & install > agree
3. รอเครื่องมันจะดาวน์โหลดใช้เวลา และ มันจะติดตั้งตัวเอง
อาจกินเวลาทั้งหมด 15 นาที ระหว่างนั้นอาจจะใช้เครื่องไม่ได้
4. เครื่องเมื่อติดตั้งเลร็จมันจะรีเซ็ทเครื่องตัวเอง 1 ครั้ง และทุกอย่างจะกลับมาหน้าตาเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด

แน่นอนว่าหลังจากนี้เราจะไม่ต้องพึ่งพา computer เพื่อการ update กันอีกแล้ว และการ update ก็ไม่ได้จำเป็นต้อง backup อะไรครับ  …  อืมก็เป็นการแอบเสี่ยงนิดหน่อยแต่ก็ไม่มากน่ะครับ เพราะว่า ส่วนตัวแล้ว ภาพทั้งหมดผมก็ backup ขึ้น Picasa เอาไว้ถ้าหากว่ามันเป็น Trip เดินทางต่างประเทศที่ควรค่าแก่การเก็บเอาไว้ และ พวก contact list ผมก็เก็บเข้าไป Google Gmail กันหมดแล้วน่ะครับ ทำให้เครื่องผมไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ครับ เอาเป็นว่าถ้าหากว่า Apple เค้าให้ทำแบบนี้ได้แล้วแสดงว่าต้องมั่นใจในขั้นตอนว่า มันจะไม่ทำให้ file ต่างๆเจ้งแล้วล่ะครับ ลองกันเอาเองแล้วกัน

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ios 5 0 0 download
  • ios 5 0 0
  • วิธีโหลด iso 5
  • การอัพเดท iphone iso 5
  • อัพเดทไอโฟน4 เป็นiso 5 0
  • อัพเดท iso 5
  • อัพเดท iso 5 ไม่ได้
  • วิธีลง iso 5
  • iso 5 iphone มีอะไรใหม่
  • อัพเดทiso5

กระจายสัญญาณ internet จาก iPhone ไม่ต้องซื้อแอร์การ์ดให้เปลืองเงิน

personal-hotspot

ไม่น่าเชื่อว่า Function หนึ่งที่คนใช้ iPhoneไม่รู้ว่ามี และมันก็มีประโยชน์มากเสียด้วยสิเวลาที่เราต้องเดินทางไปยังต่างประเทศ กันเป็นหมู่คณะ นั่นก็คือ การ share internet มือถือ โดยการกระจาย wifi ออกไปครับ มันคือ การที่ทำให้ iPhone ของคุณเหมือนเป็นตัวปล่อย wifi แล้วก็ให้คนอื่นจับ wifi นั้น เพื่อที่จะเล่น internet ได้ครับ

สถานการณ์ที่ผมใช้ก็คือ ผมไปเมืองจีนมาล่าสุดแล้วก็ซื้อเป็น SIM 3G ประเทศจีนมาแค่ 1 SIM เท่านั้น แต่คนที่ไปกับผมด้วยกันทั้งหมดมี 3 คนนะครับ คนที่เหลือจำเป็นต้องการใช้งาน internet ด้วยเช่นเดียวกัน แต่คนที่เหลือไม่ได้มี SIM  3G เหมือนกับผม และเค้าก็ไม่ได้ซื้อ package data roaming มาเสียด้วย (เพราะว่ามันแพงน่ะครับ) สิ่งที่ผมทำได้จาก iPhone นั่นก็คือ share internet ให้คนอื่นใช้งานได้โดยการกระจาย wifi ส่วนตัววงเล็กๆออกไปครับ ทำให้ smartphone ของเพื่อนร่วมเดินทางของผม ก็จะเห็น wifi ชื่อใหม่ของผม แล้วก็ให้เค้ากรอกรหัสผ่านที่เราตั้งขึ้นมาครับ คนที่เหลือเหล่านั้นก็จะเล่น internet ได้แล้วโดยการใช้ internet ใน SIM มือถือที่ผมซื้อที่เมืองจีนด้วยความเร็ว 3G ทั้งหมดครับ แต่ว่าเป็นความเร็วแบบแบ่งกันๆไปน่ะครับ  แต่ว่าแค่เอาไว้เพื่ออ่านข่าว check email หรือว่าคุย chat ก็สามารถทำได้แบบไม่มีปัญหาอะไรเลยครับผม

วิธีการทำให้ iPhone share วายฟายออกไปเพื่อให้คนอื่นใช้งาน internet ผ่าน SIM ของเรานั้นก็ทำได้ไม่ยากเล่นครับ แต่คุณต้องเป็น iPhone3GS ขึ้นหรือว่าเป็น iPhone 4เท่านั้น ที่มี iOS เวอร์ชั่นปัจจุบันเท่านั้นน่ะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเก่ากว่านั้น ใน settings จะไม่มีเหมือนกับที่ผมอธิบายไปครับ

การตั้งค่าก็แค่เข้าไปที่ settings > Personal Hotspot > ปรับ Personal Hotspot ให้เป็น ON และที่ Wi-Fi Password เราก็ใส่รหัสผ่านอะไรก็ได้ที่เราอยากให้คนอื่นกรอกเมื่อรับสัญญาณ wifi ของ iPhone ของเราได้แล้ว

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ipad กระจาย wifi
  • iphone กระจายสัญญาณ wifi
  • iphone 3gs กระจายสัญญาณ wifi
  • กระจาย wifi iphone
  • iphone 4s กระจาย wifi
  • app กระจาย wifi iphone
  • iphone 4 กระจาย wifi
  • ทำไอโฟน4กระจายWifi
  • วิธีการแชร์internetจากiphoneกับiPad
  • ไอโฟนกระจายสัญญาณ

Facebook ประทะ Google plus คู่แข่งทางอ้อมแต่อยากหาเรื่องให้มาตรงกัน ลองกันดูสักตั้งแล้วกันเนาะ

facebook-google-plus

หลักจากที่วันนี้ผมได้มีโอกาสรับ invite ของน้องผมเพื่อให้ผมได้ทดสอบทดลองเล่น Google Plus ทำให้เห็นภาพสงครามระหว่าง website ใหญ่ๆอยู่เยอะเลยครับ ผมไม่อยากจะบอกหรอกว่า ตอนนี้เหมือนจะเกิดสงครามระหว่าง facebook และ Google เข้าแล้วเหมือนกับเป็นสามก๊กยังไงอย่างงั้นเพราะว่า ความสามารถและ function ของแต่ละ website นั้นมันก็แตกต่างกันมาก แต่สุดท้ายทุกคนอยากกินรวบ คือ ทำสิ่งที่คนอื่นทำ แล้วเห็นว่าเค้าเหล่านั้นประสบความสำเร็จ

Google เองเน้นได้รายได้จากระบบการค้นหา โดยได้เงินจากการ advertising ผ่านคำค้นหาที่เรียกกันว่า adwords เป็นหลักเกือบทั้งหมด แต่ตอนนี้คนที่เข้ามาใช้เวลาเพื่อใช้งาน internet ไม่ได้กลับใช้เพื่อการค้นหาแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อน แต่เป็นการพิมพ์เนื้อหา แล้วก็บอกต่อเนื้อหาอย่างใดอย่างหนึ่งกับเพื่อนๆผ่าน website เครือข่ายสังคม (online) ครับ โดยหลักๆ แล้วนั่นก็คือ Facebook นั้นเอง

ทีนี้ที่ผมว่ามันออกแนวตีกันก็เพราะว่า Google เองก็อยากจะทำตัวเองให้เป็น Facebook บ้าง โดยที่ Google ก็ออก product หน้าตาเหมือนกับ Facebook ทุกประการยังอย่างงั้น แค่ว่าทุกอย่างใช้เป็น product เก่าของ Google เอาทั้งหมดนั่นเอง เช่น Google มีการปรับให้สามารถ upload ภาพถ่าย digital ของตัวเองผ่าน Picasa แน่นอนว่าต้องปรับให้เหมือนกับ Facebook ด้วยก็คือว่า ไม่อั้น ! คุณจะ uploading ภาพขึ้นไปได้มากแค่ไหนก็แล้วแต่ความสามารถของคุณเอง (แค่ว่ามีการจำกัดขนาด file ไว้เท่านั้นเอง) ทำให้ Picasa นั้นกลับเป็น product ของ Google ที่น่าสนใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าภาพเหล่านั้นจะโดนแสดงผ่าน Google Plus ด้วยทั้งหมด แล้วแต่ว่าเราจะตั้งเอาไว้ว่าอย่างไร

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google plus เล่นยังไง
  • google hangout
  • google เล่นยังไง
  • google ที่เหมือน facebook
  • google plus ดีไหม
  • chrome plus ดีไหม
  • google plus chat ยังไง
  • google plus แชทยังไง
  • ทำไม google plus ไม่ดัง
  • เข้าfacebook ทางอ้อม

TIPS การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศเพื่อการสื่อสารที่มีประหยัดเงินฉบับ RackTIPS การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศเพื่อการสื่อสารที่คุ้มค่าและประหยัดเงิน

ไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปเดินทางไปทำงานทำการที่ประเทศจีน ณ เมืองฮังโจ่ว และ เมืองเซี่ยงไฮ้ ครับก็เลยอยากจะเอาเรื่องที่เกี่ยวข้องแนวๆ Tech ๆ นิดหน่อยที่เกี่ยวกับการเดินทางนี้มาเล่าให้ฟังซักนิดน่ะครับ โดยเรื่องที่อยากจะเอามาเล่าให้ฟัง หรือพิมพ์เก็บเอาไว้ที่ blog นี้จะเป็นประเด็นหรือ List รายการที่จะเอาไว้เตือนตัวเองว่า ถ้าหากว่าจะไปเมืองนอก จะต้องเตรียมตัวอะไรอย่างไรบ้าง ในมุมมองของการใช้อุปกรณ์สื่อสารและ การใช้งาน computer และ internet หรือ พวก Gadget ในต่างประเทศครับผม โดยผมจะเล่าเป็นประเด็นๆไปก็แล้วกันนะครับ

check ดูก่อนเลยว่าตัวแปลงหัวปลั้ก เราได้เอาไปแล้วหรือไม่?

ผมเคยแล้วน่ะครับที่ว่าผมเอา computer Notebook หรือแม้กระทั่งพวกอุปกรณ์ charger เพื่อเอาไปไปชาร์ค computer หรือ mobile phone ทั้งหลายแหล่แต่ว่า เมื่อไปถึงประเทศนั้นๆแล้วก็พบว่าหัวปลั้กเนี่ยะมันรูคนละรูปแบบกับที่เรามีจริงๆเล้ย ไปเห็นอย่างงั้นแล้วก็จะเศร้าใจมากครับ ประมาณว่า เราขนอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อที่จะมาใช้งาน แต่ดันไม่มีไฟใช้เพราะว่า charge ไฟไม่ได้ ทำให้ "ปลั้กหัวแปลง" เป็นเรื่องสำคัญสุดๆ และ ลืมไม่ได้กันเลยก็ว่าได้ แล้วก็จริงๆแล้ว สำหรับพวกอุปกรณ์การ charge ไฟฟ้า  Notebook หรือ mobile phone นั้นเราไม่ต้องห่วงเรื่อง Volt สักเท่าไหร่เพราะว่า มันจะ cover ตั้งแต่ไฟฟ้า 110 V ยัง 220 V อยู่แล้วเสียบได้น่ะครับไม่ต้องคิดมากว่าแต่ละประเทศจะเป็นไฟฟ้าแรงดันอะไรครับ เอาเป็นว่า ปลั้กหัวแปลงเนียะ ลืมไม่ได้น่ะครับไม่อย่างงั้นการเดินทางจะกลายมาเป็นต้องเดินทางหาหัวปลั้กกันเลย (ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ในเมืองอีกด้วยแล้วล่ะก็ อย่าคิดว่าจะหาซื้อกันได้ง่ายๆน่ะครับนั่น โอ้ว … ขนของไปแล้วไม่ได้ใช้เพราะว่าเรื่องแค่นี้มันก็น่าจะน่าเศร้าอีกนักครับผม )

สำหรับหัวปลั้กแนะนำว่าอยากจะให้ซื้อเป็นชุด Universal เอาไว้เลยก็เป็นดีน่ะครับ แล้วก็ใส่เป็นซองกำมะหยี่หรือเป็นถุงแยกเอาไว้อย่าเอาไปเป็นชิ้นๆน่ะครับเพราะว่าเราไม่รู้หรอกว่าประเทศไหนจะหัวปลั้กมันเป็นแบบไหน ทางที่ดีเพื่อเป็นการประหยัดเวลา เราก็ขนมันไปทั้งห่อน่ะครับ เรื่องว่าไม่ต้องเสียเวลามา check ข้อมูลใน internet ว่าหัวประเทศไหนใช้ยังไงกันหรอกน่ะครับ (แต่ก่อนผมทำน่ะครับแต่ว่าเดี๋ยวนี้ผมก็เอาไปหมดเลยน่ะครับ มันก็ไม่ได้หนักอะไรหรอกเนาะ แล้วก็มันจะได้ไม่หายด้วยเพราะ เราไม่ได้แยกชิ้นมันออกเป็นชิ้นๆ มันก็จะอยู่ครบเป็นกลุ่มก้อนไม่หายไปไหนน่ะครับ)

นอกจากหัวปลั้กแล้วเอาหัวเพิ่มรูเสียบไฟไปด้วยครับ !

เพราะว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่รู้หรอกว่าโรงแรมที่เรากำลังจะได้เข้าไปพักนั้นมันมีรูให้เสียบเยอะแยะแค่ไหน บางโรงแรมมีรูให้เสียบแค่รูเดียวหรือสองรูเท่านั้น หรือว่า ก็ต้องไปถอดปลั้กพวก lighting ในห้องเพื่อเอาอุปกรณ์ charger ของเราเสียบเข้าไปแทนที่ต้องมีการอาการมุดโต๊ะเข้าออก ผมว่ามันไม่สะดวกเอามากๆน่ะครับ ยังไงซะ ให้หาซื้อหัวแยกจ่ายไฟอันเล็กๆไปด้วยเอาที่ดูดีนิดหน่อยแล้วก็สายยาวนิดนึงประมาณว่าสามารถลากสายมาจากที่ไกลๆด้วยสักหน่อยก็ดีน่ะครับ เพราะผมเองจริงๆแล้วก็มีอุปกรณ์ที่จะต้อง charge ไฟมากกว่า 2 อุปกรณ์ด้วยซ้ำ หรือว่าถ้าหากว่ามีเพื่อนหรือพ่อแม่พี่น้องไปด้วยใน Trip เดียวกัน เป็นเพื่อนร่วมห้องหรือ roommate แล้วนี่ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ความต้องการรูปลั้กจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณขึ้นกับความเป็น Geek ของเพื่อนร่วมห้องนั้นด้วยน่ะครับว่าเค้าจะต้องมา jam เพื่อ charge อุปกรณ์อีกกี่อุปกรณ์กันน่ะครับนั่น

ติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์ว่าเครื่องจะ ROAMING หรือไม่ ?

เหตุผลในการ Roaming เบอร์ไทยของผมก็ไม่มีอะไรมากน่ะครับแค่ว่าอยากรู้ว่าใครโทรมาเท่านั้นเอง การรับโทรศัพท์ตอนที่อยู่เมืองนอกจะโดน charge rate แพงกว่าปกติมากครับ แล้วก็การรับโทรศัพท์แบบ Roaming จะมีแนวโน้มแพงกว่าการโทรกลับมาด้วยซ้ำเรียกได้ว่า การ reject call ใดๆที่โทรเข้ามานั้นเป็นเรื่องที่ผมทำอย่างไม่ต้องแยแส หรือ ไม่ได้รู้สึกแล้งน้ำใจที่ไม่ได้รับโทรศัพท์แตอย่างใดน่ะครับ  สำหรับคนที่คุณคิดว่า เค้าอาจจะต้องมีการติดต่อเข้ามา ให้บอกเค้าไว้ว่า ถ้าหากว่ามีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ให้ทำการ SMS มาที่เบอร์มือถือ (ที่เปิด Roaming เอาไว้) แทนเพื่อจะได้รู้เรื่องก่อนว่ามันจะต้องคุยกันหรือเปล่า หรือว่า ผมแค่ส่ง SMS ตอบกลับไปก็หมดเรื่องแล้วหรือไม่ นอกนั้นถ้าหากว่าคุณมี POLICY รับหมด พวกขายประกันและ ขายบัตร credit ก็จะตามคุณไปถึงเมืองนอกเมืองนาด้วยน่ะหละ แต่ว่าคุณจะมี cost หรือต้นทุนเพิ่มเพื่อที่จะรับขาย cold call เหล่านี้ซะด้วยน่ะครับ

นอกจากนี้การเมมเบอร์ในมือถือถ้าหากว่าเป็นไปได้แล้ว การ mem เบอร์ด้วยแบบมีรหัสประเทศนำหน้าทั้งหมดเช่นเบอร์มือถือ +66811234567 ก็ให้เม็มเอาไว้แบบนี้น่ะครับ เวลาที่มันแสดง call in number เข้ามามันก็จะแสดงชื่อคนที่เราเม็มเอาไว้ได้น่ะครับ หรือว่าคุณดันไม่ได้เม็มเอาไว้แบบนี้ล่ะก็ ก็ให้ reject call ซะแล้วก็มากดเบอร์ดูว่าเป็นของใครก็ได้น่ะครับ ถ้าหากว่าเป็นคนที่คุณรู้จัก ก็อาจจะโทรกลับด้วย skype (เมื่ออยู่โรงแรมที่มี wifi ) ได้ครับผม

ขอให้เม็มเบอร์ call center ในรูปแบบ 02 ไว้ครับเผื่อว่ามีอะไรโทรก็จะได้ติดต่อได้

บังเอิญว่าผมใช้ AIS เป็น carrier มือถือของผมครับ เมื่อคุณอยู่เมืองนอกคุณจะใช้แค่กดเลขสั้นๆสี่หลักแล้วมันติด AIS นี่มันเป็นไปไม่ได้น่ะครับ นั่นก็แปลว่า คุณต้องขอเบอร์ 02 เอาไว้เพื่อให้ติดต่อกลับไปยัง call center ได้ถ้าหากว่าคุณต้องมีการสอบถามอะไรก็สุดแล้วแต่ (แน่นอนว่าผมก็ใช้ skype unlimited call นั้นน่ะหละโทรกลับไปหา AIS ไม่จำเป็นต้องใช้มือถือโทรหรอกน่ะครับ) ถ้าหากว่าคุณเป็น serenade อยู่แล้ว คุณก็โทรแบบ 02 กลับไปหา call center AIS ได้เลยน่ะครับ เบอร์ call center AIS แบบเบอร์บ้าน คือ 022719000

ให้ศึกษาเรื่องของ promotion internet แบบเหมาจ่าย ณ ประเทศนั้นๆก่อนไปก่อนเดินทาง

สำหรับกรณีฉุกเฉินแล้วจริงๆ คุณอาจจะไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรือที่พักใดๆที่จะมี internet ให้ใช้เลย (ประมาณว่าไปแบบกันดาลมากไม่ได้แตะเมืองกะเค้าเลย) ก็ผมก็จะแนะนำว่าให้ติดต่อกับผู้ให้บริการมือถือซะก่อนว่า ถ้าหากว่าคุณจะต้องใช้ promotion หรือต่อ INTERNET GPRS หรือ EDGE แบบโรมมิ่งแล้วเนี่ยะ จะคิด rate แบบใด แล้วมี promotion เหมาจ่ายหรือคิดเป็น MB หรือไม่ ? แล้วกด activate ด้วยเบอรือะไรเพื่อที่จะทำให้มันใช้การได้ทันทีหรือไม่ เป็นต้น เพราะขอข้อมูลเอาไว้ก่อนไม่แน่น่ะครับ คุณอาจจะได้ใช้หรือจำเป็นต้องใช้ internet ผ่านมือถือก็ได้น่ะครับ

อีกประเด็นสำหรับเรื่องของ promotion Unlimited ของการใช้ EDGE/GPRS แบบ roaming มันจะมีเงื่อนไขแปลกๆอย่างหนึ่งคือ อาจจะมีการกำหนด carrier หรือระบบสัญญาณโทรศัพท์ตอนที่เราอยู่เมืองนอกด้วยว่า ถ้าหากว่าคุณจะใช้ internet แบบไม่อั้นจะต้องใช้เชื่อมต่อกับ carrier รายใดเท่านั้น ถ้าหากว่าเป็นรายอื่นจะไม่ได้ cover อยู่ในส่วน Unlimited นั้นก็แปลว่า ถ้าหากว่า บางเมืองมันหาสัญญาณของ carrier ผู้ให้บริการรายนั้นๆไม่เจอ ก็จงอย่าคิดว่ามัน unlimited น่ะครับเพราะว่า คุณจะ โดน charge ค่า internet อย่างไม่เป็นธรรมกันอย่างเห็นๆน่ะครับ แล้วเค้าก็จะคิดว่า "เราบอกคุณแล้ว >< " อะไรทำนองนี้ (ผมโดนเองกะตัวเลยเรื่องนี้น่ะครับ)

เพื่อการติดต่อกันได้แบบชิวๆให้หา SIM ของประเทศนั้นๆติดตัวเอาไว้ในในมือถือ low cost ไว้

ตอนที่เดินทางผมจะเอามือถือไปสองเครื่องน่ะครับเพราะว่า อีกเครื่องผมจะเอา SIM ประเทศนั้นๆใส่เข้าไป เหมือนกับเป็นพวกเติมเงินน่ะครับ อย่างประเทศจีนจะมีขายพวก ร้อยหยวน ก็ซื้อมาใส่ถ้าหากว่า คุณอยู่หลายวันมันก็จะคุ้มน่ะครับ แล้วก็ให้พนักงานหรือคนที่จะต้องติดต่อกับคุณโทรเข้ามาหาคุณเป็นระยะๆ เพราะว่า คุณอาจจะมีอะไรอยากบอกพวกเค้ากลับไปทางกรุงเทพก็ได้แต่ว่าคุณไม่ได้อยู่ใน เขต wifi ตลอดเวลา เพราะว่า Skype มันโทรเข้าประเทศจีน ทั้งเบอร์บ้าน แล้วก็เบอร์มือถือได้อย่างไม่อั้น ผมก็สั่งพนักงานเอาไว้ (หรือผมก็โดนสั่งเอาไว้เหมือนกัน) ว่าให้ติดต่อเบอร์จีน SIM ใหม่ที่เพิ่งซื้อมาทุกๆสองชั่วโมงตอนกลางวัน เผื่อว่ามีข่าวสาร update อะไรก็จะได้บอกกันได้ อย่างไม่มีต้นทุนเพิ่มเลยแม้แต่บาทเดียวน่ะครับ (ประเทศจีนนี่ชิวเลยน่ะครับ ดีๆ ..)

จริงแล้ว เมื่อคุณได้ SIM ประเทศนั้นๆมาแล้ว คุณก็แค่เอามือถือที่คุณเปิด ROAMING ยิง SMS ไปบอกหรือว่า email ไปบอกก็ได้น่ะครับ เท่านี้การติดต่อระหว่างคุณที่อยู่เมืองนอกเมืองนากับ office หรือคนที่จะต้องติดต่อตลอดเวลาก็กระทำได้อย่างไม่มีต้นทุนเพิ่มแล้วล่ะครับ

smart phone โดยเฉพาะ iPhone ถ้าคุณไม่ใช้ GPRS ROAMING ให้ปิดมันซะ !

เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะป้องกันการใช้งาน data transfer ของ iPhone ได้อย่างสมบูรณ์ หรือถ้าหากว่าได้จริงๆ แล้วมันก็ยุ่งยาก สำหรับ AIS (เครือข่ายที่ผมใช้) มันจะมีปุ่มรหัสตัวเลขเพื่อกด แล้วเป็นการกำหนดไปยังระบบเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือ ทำการ block GPRS โดยสมบูรณ์ (เราไม่ได้มาทำการ block ที่เครื่องนะครับ เรา block กันที่ระบบเลย !) แบบนี้จะ sure มากๆว่าเมื่อคุณเปิด iPhone เพื่อรอรับสายโทรศัพท์แบบ Roaming ต่างประเทศแล้ว เจ้า iPhone มันไม่ได้สะเออะไปต่อ internet ยิงข้อมูล (ราคาแพง) เป็นว่าเล่นน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศ
  • ais roaming rate
  • เปิด roaming ais จีน
  • เตรียมตัวไปเซี่ยงไฮ้
  • เตรียมตัว ก่อน ไป เซี่ยงไฮ้
  • จะไปเซี่ยงไฮ้เปิดroaming หรือซื้อซิมเปลี่ยนไปดี
  • การเปิด roaming ais iphone
  • เปิด roaming iphone
  • เอามือถือไปเกาหลี แต่ไม่ roming
  • โทรหาหมายเลข ais ในต่างประเทศราคาถูก

มีคนถามว่าถ้าหากว่าเลือกใช้โทรศัพท์ แนะนำใช้ตัวไหน ผมก็ตอบได้แค่ว่าเลือก iPhone เท่านั้นน่ะครับ

ผมใช้งาน smartphone มาแล้วมากกว่า 4 เครื่องตลอดชีวิตไม่รวมกับเครื่องโทรศัพท์แบบเก่าๆตั้งแต่ ป สามน่ะครับแต่ว่าตอนนี้ต้องบอกได้ว่าโทรศัพท์มันก้าวกระโดดมากควบคู่กับ internet mobile ทำให้ความสามารถและการใช้งาน กว้างออกไปกว่าเดิมเอามากๆ มากแบบเทียบกันไม่ได้ และ มันจะต้องไม่ได้เรียกได้แค่โทรศัพท์อีกต่อไปก็ว่าได้น่ะครับ ยังไงซะ สำหรับคนที่เป็นคน IT สักหน่อย และ กล้าที่จะใช้งานได้กว้างๆ แล้วล่ะก็ ผมก็แนะนำคนอื่นให้ใช้ iPhone อย่างน้อยก็ต้องเป็น iPhone 3GS เพื่อที่จะทำให้มีระบบพิกัดรวมด้วยในการใช้งานบางโปรแกรมน่ะครับ

มุมมองของโทรศัพท์ได้เปลี่ยนไปแล้วสักพักผมว่าไม่เกินสามปีนี้เท่านั้นเองน่ะครับ ตั้งแต่เรื่องความการต่อ internet ผ่าน mobile phone ด้วยระบบ GPRS / EDGE มีราคาต่ำลงทำให้มีการใช้งานโทรศัพท์พวกนี้มากขึ้น (หรือว่าเพราะว่ามีคนใช้พวกนี้มากขึ้นทำให้มีการจัด promotion แบบเหมาะสมกว่าเดิมด้วยต้นทุนที่เก็บกับลูกค้าต่ำกว่าเดิม  อันนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผลน่ะครับ) เอาเป็นว่ายังไงก็แล้วแต่ ผมอยากจะมาโม้ให้ฟังสักหน่อยว่าผมใช้งาน iPhone เพื่ออะไรกันบ้าง อ่อ … ตอนนี้ผมใช้ iPhone 3GS น่ะครับ update กันนิดหน่อยครับ

IPHONE 3GS ผมเอาไปทำอะไรบ้าง ?

- เอาไว้ติดต่อคนอื่นผ่านทาง email อันนี้เป็นพื้นฐานสำหรับคนที่ใช้งาน smartphone ครับผม

- update facebook Twitter และ Fourquare พวกนี้เป็น iPhone app ที่ให้โหลดใช้งานได้ Free อยู่แล้วล่ะครับ

- ฟังเพลงได้แต่ว่าผมก็ไม่ได้มีเพลงในเครื่องแม้แต่เพลงเดียว จะว่าไม่ได้ฟังเลยก็ว่าได้น่ะครับ แหม ขนาด computer ผมยังไม่มีลำโพงเลย ..

- แล้วก็เอาไว้ดู Google Analytics หรือเป็น stats ของคนเข้า website เพราะว่าผมมี website ที่ต้องคอยดูด้วยครับ ทำให้ app นี้มีความจำเป็นสำหรับผม (ไม่ก็ต้องมาดูที่หน้าของ Google Analytics เอง คิดว่าน่าจะมี inferface สำหรับ Mobile ที่ดีแล้วก็เป็นไปได้น่ะครับ ไม่แน่ใจเพราะผมเองก็ไม่ได้เข้าไปดูซะนานแล้ว)

- เอาโทรออกผ่าน Skype โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเมือ่ผมอยู่ในเขตที่เป็น wifi (ก็คือบ้านและ office และโรงงานครับ) ผมจะเปิด Skype app ขึ้นมาแล้วโทรออกได้ไม่อั้นเพราะว่าผมใช้ Unlimited call โทรออกไปยังประเทศ 42 ประเทศทั่วโลกแบบเหมาจ่ายเดือนละไม่เกิน 300 บาทเองน่ะครับ (อ่านได้จากวิธีการสมัคร skype โทรไม่อั้น )

- เอาไว้เล่น internet Google อะไรก็แล้วแต่ที่อยากจะรู้ตอนนั้น หรือว่า ตอนที่ว่างๆครับผม

- เอาไว้อ่าน Feed จาก iPhone app ชื่อ Reeder ก็เพราะว่าผมใช้ Google reader เอาไว้รับข่าวสารผ่านระบบ RSS FEED ก็จะไม่ต้องเข้าเว็ปคนอื่นเข้าไปเข้ามาให้เหนื่อยทุกวันจะส่ง news update มาหาผมเอง แลว้ผมก็อ่านเมื่อวางๆ หรือว่าเดินทางหรือว่ามีเวลาเล็กน้อยนิดหน่อยก็เปิดออกมาอ่านได้ทันที

- เอาไว้ฟัง iPodcast หรือพวก วิทยุ online ของ iTune ในนั้นจะมีเหมือนกับรายกวิทยุ จะว่าอย่างงั้นก็ได้เพราะว่ามันมีแต่เสียง แต่ว่าตอนนี้ก็มี text แสดงเอาไว้ให้ดูด้วยถ้าหากว่าไม่อยากจะฟังเป็นเสียงเราก็อ่านมันก่อนก็ได้เหมือนกัน รายการพวกนี้จะเป็นรายการที่คนอเมริกันฟังส่วนมาก คนไทยจะต้องฟังอังกฤษออกเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์กับสิ่งนี้น่ะครับ

- เอาไว้ track ระยะทางวิ่งด้วย GPS ด้วย RunKeeper App เป็น software หรือ application สำหรับนักวิ่งเท่านั้นเพราะว่ามันจะแสดงระยะทางความเร็วและบันทึกเมื่อจบการวิ่ง ออกกำลังกายหรือว่าแข่งขันจบ ครับ พร้อมทั้งยัง Twitter ออกไปให้คนอื่นรู้ได้อีกตะหาก ว่าเราเจ๋งแค่ไหน (ถ้าหากว่าเราวิ่งเจ๋งๆ เราก็ค่อยบอกน่ะครับ ถ้าหากว่าวิ่งช้าๆก็ไม่ต้องบอกก็ได้หรืออยากจะเก็บเป็นข้อมูลสถิติเฉยๆก็ไม่ได้มีคนว่าอะไรน่ะครับ)

- เอาไว้ถ่ายภาพแล้ว show คนอื่นได้ทันที เพราะว่า icon อัลบั้มภาพอยู่หน้าแรก และเปิดแสดงให้คนอื่นดูได้สะดวกครับ ถ่ายภาพกระดานดำ หรือ whiteboard หลังจบการประชุมเพื่อบันทึกไว้แล้วดูว่าเราคุยอะไรกันไว้

- เอาไว้เป็น calendar หรือปฏิทืนที่ sync ข้อมูล เหมือนกับ Google Calendar อันนี้ปฏิทินที่ผมเปิดผ่านทาง online website ของ Google Calendar จะเหมืนอนกับข้อมูลที่อยู่ใน iPhone ผมทุกประการ และนอกจากนี้ผมยัง Public เวลาว่างหรือไม่ว่างของผมผ่านทาง website เพื่อให้คนที่จะนัดผมเข้ามาคุยดูได้ก่อนแล้วค่อยโทรมานัดผมอีกครั้งผมจะได้ไม่ต้องดูว่าว่างหรือไม่ว่าง (ให้คนที่จะนัดเป็นคนดูเองผมจะได้ไม่เสียเวลา มาทำเรื่องไร้สาระพวกนี้น่ะครับ)

- เอาไว้เล่นเกมส์ Doodle Jump ยามว่าง แล้วไม่อยากจะอ่านอะไร หรือว่ารออะไรอยู่ ก็เล่นเกมส์ไปพลางๆก่อนก็ได้น่ะครับ

- เอาไว้แอบถ่ายภาพเมื่อไปสถานที่ห้ามถ่ายภาพเพราะว่ามัน app ที่ทำให้หน้าจอดำสนิทแต่ว่าเอานิ้วกดที่หน้าจอแล้วมันก็จะถ่ายภาพเอาไว้ (แน่นอนว่ามันจะต้องไม่มีเสียงครับผม)

- เอาบอกพิกัดเพื่อนๆพี่ๆน้องว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ถ้าหากว่าอยากจะบอก ่เช่น ตอนนี้นัดเจอคนอื่น เราบอกคนอื่นได้ก่อนล่วงหน้าครับ หรือว่าจะให้เค้า tracking ตำแหน่งผมเลยก็ทำได้น่ะครับ

- เอา email ภาพที่เพิ่งถ่ายไปยังคนอื่น ที่ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเสียเงินผ่าน MMS เพราะว่มันเป็นแค่ email ปกติที่แนบภาพได้ทันที ทำไมต้องใช้ MMS ด้วยล่ะครับ

- เพื่อเอาไว้ส่ง SMS Free หาคนอื่นผ่าน Textie แต่ว่าอันนี้ต้องลงโปรแกรมนี้ให้กับคนอื่นด้วยน่ะครับ คำว่าคนอื่นก็คือเพื่อนพี่น้องพ่อและแม่ ผมใช้เหมือนกันหมดคือ iPhone ทำให้ใช้ app นี้ได้น่ะครับ ส่งไปเรื่อยฟรีน่ะครับ

- เอาไว้เล่นกล เพราะว่าก็มี app สำหรับเล่นกลหลอกสาวๆได้ดว้ยน่ะครับ อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนตัว ครับผม แน่นอนว่าผมเป็นคนชอบกลน่ะครับ

- เอาไว้ดูเวลา

- เอาไว้ดูตารางนัดหมายมันจะแสดงไว้ที่หน้าแรกเลยไม่ต้องกดอะไรเราก้เห็นว่านัดอะไรกะใครไว้เมื่อไหร่เรื่องอะไร

- เอาไว้อ่านข่าว CNN เพราะว่าเค้าก็มี app ของเค้าเฉพาะเลย

- เอาไว้บันทึกเสียงสำหรับการคุยอะไรก็ตามที่อยากจะบันทึก กด record แล้วเอาใส่กระเป๋าเสื้อไว้เท่านั้นก็บันทึกได้แล้วล่ะครับ

- เอาไว้เป็น Todo List แน่นอนว่า app todolist เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนที่มีกิจจะต้องทำเยอะแยะหลายอย่างอยากจะบอกตัวเองจะต้องทำอะไรบ้างหรือเหลืองานอะไรที่จะต้องทำบ้างแบบง่ายๆ

- เอาไว้บันทึกค่าใช้จ่ายภายในสามสิบวินาที ผมจะทำการบันทึกทุกครั้งเมื่อผมจ่ายออกด้วย moneybook app ครับผม เราจะรู้และมีข้อมูลว่าเราจ่ายค่าอะไรบ้าง จ่ายเงินเพื่อซื้อของให้แฟนหรือว่ากินข้าวกะคนอื่นอะไรยังไงเมื่อไหร่ไปเท่าไหร่ สรุปยอดรายง่ายเป็นเดือนๆได้ และ ผมก็ตั้งงบเอาไว้ได้ด้วยครับผม

- เอาไว้ดูพยากรณ์อากาศผ่าน weather Pro

- เอาไว้ดูสภาพจราจรผ่าน Trafft app คนไทยทำ คนไทยใช้ครับผม

- เอาไว้ดูข้อมูลของตัวเองที่บันทึกไว้ทั้งหมดผ่าน evernote ไมว่าจะเป็นภาพเสียง text ใดๆ เราค้นหาข้อมูลของตัวเองได้ครับผม evernote เป็น app แล้วก้เป็น program ที่ install ได้ใน computer ข้อมูลทั้งหมดจะ เหมือนกัน ค้นหาได้ทุกที่ทั้งตอนอยู่หน้าคอมและ ตอนที่คุณอยู่กับ iPhone เช่น ถ้าหากว่าคุณจำที่อยู่ office ตัวเองไม่ได้ก็มาค้นหาเอาที่นี่น่ะครับ

- เอาไว้บันทึกน้ำหนัก weight Bot

- เอาไว้ดูท่าตอนเล่น Fitness ถ้าหากว่าเบื่อท่าเดิมๆน่ะครับ iFitness

- เอาไว้ upload files ภาพที่เราถ่ายจากมือถือ iPhone ไปยัง Picasa web จะได้ส่งต่อให้คนอื่นดูทั้ง album ได้ทั้งแบบ Public หรือ Private แล้วแต่ครับ

เอาง่ายๆดีกว่าคือว่าอย่าถามว่าใช้โทรศัพท์รุ่นอะไร แต่ว่าถ้าหากว่าคุณจะใช้ computer แบบพกพาที่สะดวกที่สุดเท่าที่โลกนี้จะทำได้ ณ เวลานี้ก็คือ iPhone ครับผมไม่ได้เป็นสาวก mac แต่ประการใดครับ แล้วผมก็ไม่ได้มีเครื่อง mac อะไรสักเครื่องด้วยแต่ว่า โทรศัพท์ที่ใช้งานได้เชิง smartphone นี้ผมเคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว 3 เครือ่งด้วยกัน ( iPhone เป็นตัวที่สี่) แล้วก็เรียกได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้น่ะครับ ยังไงซะหามือสอง 3GS มาใช้ก็ยังดีน่ะครับ มันก็ใช้งานได้เหมือนกันน่ะคับผม หรือว่าผมก็มีเหลืออยู่น่ะครับ ติดต่อผ่าน email มาได้น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • moneybook app
  • moneybook
  • moneybook app iphone รีวิว
  • moneybook app ฟรี
  • แนะนำเลือกโทรศัพท์บ้าน

รายงานผลหลังจากที่ผมไปทำการเปลี่ยนแบท iPhone 3GS มา

iphone batteryเมื่อสัปดาห์ก่อนนู้นผมเอา iPhone ไปทำการเปลี่ยน Battery จากของเก่าที่คาดว่าน่าจะเป็นถ่านที่ติดมากับตัวเครื่องตั้งแต่ซื้อ iPhone แล้ว (อ่อ ผมซื้อ iPhone มาเป็นมือสองน่ะครับ แล้วผมก็ไม่คิดมากด้วยว่ามันจะเป็นมิอสองหรือเปล่า คนใช้คนก่อนเลิกใช้เพราะอะไร และเป็นเครื่องบ้านเหรอป่าว) ทั้งนี้ อาการที่ผมเจอก็คือ iPhone มีอาการแสดงพลังงานที่หน้าจอแบบลดและเพิ่มแบบก้าวกระโดด คือ ถ้าหากว่าผมปล่อยไว้ไม่ได้เสียบ charger เข้าไป มันแสดงพลังงาน 40% แต่พอใส่สายชาร์คเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับมัน พอเสียบปั้มมันก็พลังงานเป็น 60% ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในกับการแค่เสียบเอาไว้เข้าไปแค่เสี้ยววินาที นั้นแปลว่า ถ่านมันไม่ดีทำให้เครื่องรับรู้ข้อมูลพลังงานได้อย่างไม่ถูกต้องนัก คุณอาจจะคิดว่า เอ แค่นี้ทำไมต้องเปลี่ยนด้วยล่ะ มันต้องเปลี่ยนเพราะว่า ถ้าหากว่าพลังงานมันเริ่มเหลือน้อยมันจะดับไปเองครับ เราเครื่องมันก็รับรู้ด้วยว่าพลังงานมันเหลือน้อย ไม่ว่ามันจะเหลือน้อยจริงๆหรือว่ามันจะเหลือน้อยปลอมๆก็แล้วแต่ มันไม่รู้หรอกครับว่าจริงหรือปลอม ผมก็เช่นกันผมก็ไม่รู้หรอกครับ ว่ามันแสดงพลังงานเป็นเปอร์เซนต์จริงหรือปลอม ทำให้เครื่องดูเหมือนกับว่าต้องทำการ charge อยู่เกือบตลอดเวลา เพราะเราเดาว่ามันมีพลังงานเท่าไหร่ไมได้เลยครับ

ทีนี้ไม่ยากผมก็เจียดเงินสัก 1000 บาทเพื่อไปเปลี่ยนถ่าน ที่ Fortune Town ชั้นสี่ร้านหน้าร้าน Apple ด้านในสุดๆฝั่งโลตัสครับ แล้วผมก็เอามาลอง พบว่า ปัญหาเรื่องดังกล่าวได้หายไปทันที หลังจากทำการเปลี่ยน battery และ การใช้งานเหมือนว่าจะใช้พลังงานต่อเวลาน้อยลงอีกด้วย แต่ที่แน่ๆ มีผลต่อความรู้สึกอย่างเห็นได้ชัดคือ ไม่ต้องรู้สึกว่าต้องเอามันไป charge ไฟอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ต้องเป็นอันกินอันนอน หรือคิดเรื่องอื่นๆ เหมือนที่ผ่านมา  แหม … คนเรารู้อย่างงี้ผมก็ไปเปลี่ยน Battery ซะนานแล้วก็ดีหรอกครับ ก็แค่อยากจะบอกว่า ถ้าหากว่าคุณมีอาการประมาณนี้ก็เอาไปเปลี่ยนซะดีกว่าครับ

อ้อแถมอีกหน่อย คือ ผมเอาเครื่อง iPhone ไปถามอาการที่ร้านที่ MBK แต่คนพวกนั้นที่ทำตัวเป็นช่าง เค้าก็บอกว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ เพราะมันจะแสดงข้อมูลพลังงานได้อย่างไม่แน่นอนอยู่แล้ว ผมฟังแล้วก็แปลว่า เค้าไม่อยากจะให้เปลี่ยนว่าอย่างงั้น แต่นะ นั่นก็แปลได้อีกอย่างว่า พวกนี้เป็นคนดีไม่อยากจะได้เงินสักเท่าไหร่ หรือ ไม่ก็เดามั่วๆว่ามันไม่ได้เป็นอาการผิดปกติ ทั้งๆที่มันผิดปกติน่ะครับ !

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เปลี่ยนแบต iphone 3gs
  • เปลี่ยนแบต iphone
  • เปลี่ยนถ่าน IPhone
  • เปลี่ยนแบต 3gs
  • เปลี่ยนถ่านiphone
  • เปลี่ยนแบต iphone 3gs ฟอร์จูน
  • แบต iphone ฟอร์จูน
  • เปลี่ยน แบต iphone fortune
  • วิธีเปลี่ยนถ่านไอโฟน
  • เปลี่ยนแบตไอโฟน ฟอร์จูน

หากว่าคุณใช้ iPhone หรือพวก Smart Phone เลือก pro มือถือเป็น MB คุ้มกว่าครับ

smart plan for iphone connect all time
เท่าที่ผมใช้งาน iPhone มาได้พักใหญ่ๆแล้วข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ การใช้งาน internet และ application ที่มีการต่อใช้เชื่อมข้อมูล internet มากกว่าแต่ก่อนมากครับ แต่ก่อนมือถือเครื่องที่ผมใช้งานเป็น HTC ที่ run windows Mobile ธรรมดาตัวหนึ่ง หลังๆที่ผมจะใช้ก็จะเป็นเพื่อการอ่าน reader RSS อ่านเป็น feed เข้ามาเท่านั้น ผ่านทาง Google reader (ด้วยหน้า internet browser ที่มีอยู่ใน WM ครับ) เท่านั้นเอง อย่างเดียว นอกนั้นถ้าหากว่าจะ search อะไรก็จะเปิด Google อ่านดูก็จะใช้เท่านั้น ทำให้ผมเลือกที่จะใช้เป็น Promotion มือถือให้เป็นแบบคิดเป็นรายนาที เพราะว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องเปิด แล้วก็เลือกเป็นแบบ 20 hrs ก็คุ้มค่าดีอยู่ครับ
แต่หลังจากนั้นเมื่อผมย้ายเครื่อง migration ขึ้นใหญ่บนใช้งานบน iPhone แล้วทำให้มีการขยายการใช้งานเยอะมากกว่าไปกว่าเดิมมาก เช่น ผมใช้ app ที่บอกตำแหน่งพิกัดผมอยู่ตลอดเวลา (เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ซึ่งได้ข้อมูลสรุปแล้ว มันสามารถบอกได้ตลอดเวลาจริง ) หรือว่าเป็นพวกการใช้งาน Twitter เพื่อให้ alert เวลาที่มี Direct Link และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การรับข้อมูล email ผ่านระบบ PUSH (ซึ่งแต่ก่อนผมไม่รู้หรอกว่า PUSH มันคืออะไรสมัยแรกๆที่ AIS เอามือถือ BB เข้ามาขายเป็น enterprise สมัยก่อนนู้น ผมจำได้ว่าผมยังต้องเดินไปถาม pretty AIS ที่อยู่ตามงานออกบู้ทให้เค้าอธิบายมาเป็นฉากๆว่ามันคืออะไรแล้ว Pretty เหล่านั้นก็ทำงานได้ดีมากน่ะครับ คืออธิบายให้ผมฟังก็ไม่เข้าใจอยู่ดี … )
Application หรือการใช้งานพวกนี้จะใช้งานเรียก internet ตลอดเวลา หรือ ราวๆ ทุกๆ 10 นาทีสำหรับ app. ที่บอกตำแหน่งพิกัดของผม แล้วต่อครั้งละ 6 นาทีต่อเนื่อง ทำให้เรียกได้ว่าเกือบจะเหมือนกับการต่อ internet ตลอดเวลาอยู่ดี ทำให้ผมมีความจำเป็นต้องปรับเป็นระบบนับเม็กแทนครับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผมคิดว่า make sense และดีมากจริงๆ เพราะ จะเป็นการเปิดโลกให้กับการใช้งานเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ได้อย่างเต็มที่จริงๆ เพราะผมก็รู้ว่าการดูดหรือเชื่อมต่อเพื่อเอาข้อมูลเรียกมาจาก internet แต่ละครั้งก็ไม่ได้มากมายอะไรนักครับ
ถ้าหากว่าคุณมีเครื่องเป็นพวก Smart Phone ที่ดูสมัยใหม่หน่อยการเลือกใช้งาน promotion กับผู้ให้บริการ แล้วให้เหมาจ่ายเป็น MB ถือได้ว่าเป็นการเปิดโลกการใช้งานมือถือ Utilize มันได้อย่างมากโขกว่าเดิมมากทีเดียวครับ ลองดูเองแล้วกันครับผม

หากว่าคุณใช้ iPhone หรือพวก Smart Phone เลือก pro มือถือเป็น MB คุ้มกว่าครับ
เท่าที่ผมใช้งาน iPhone มาได้พักใหญ่ๆแล้วข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ การใช้งาน internet และ application ที่มีการต่อใช้เชื่อมข้อมูล internet มากกว่าแต่ก่อนมากครับ แต่ก่อนมือถือเครื่องที่ผมใช้งานเป็น HTC ที่ run windows Mobile ธรรมดาตัวหนึ่ง หลังๆที่ผมจะใช้ก็จะเป็นเพื่อการอ่าน reader RSS อ่านเป็น feed เข้ามาเท่านั้น ผ่านทาง Google reader (ด้วยหน้า internet browser ที่มีอยู่ใน WM ครับ) เท่านั้นเอง อย่างเดียว นอกนั้นถ้าหากว่าจะ search อะไรก็จะเปิด Google อ่านดูก็จะใช้เท่านั้น ทำให้ผมเลือกที่จะใช้เป็น Promotion มือถือให้เป็นแบบคิดเป็นรายนาที เพราะว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องเปิด แล้วก็เลือกเป็นแบบ 20 hrs ก็คุ้มค่าดีอยู่ครับ
แต่หลังจากนั้นเมื่อผมย้ายเครื่อง migration ขึ้นใหญ่บนใช้งานบน iPhone แล้วทำให้มีการขยายการใช้งานเยอะมากกว่าไปกว่าเดิมมาก เช่น ผมใช้ app ที่บอกตำแหน่งพิกัดผมอยู่ตลอดเวลา (เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ซึ่งได้ข้อมูลสรุปแล้ว มันสามารถบอกได้ตลอดเวลาจริง ) หรือว่าเป็นพวกการใช้งาน Twitter เพื่อให้ alert เวลาที่มี Direct Link และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การรับข้อมูล email ผ่านระบบ PUSH (ซึ่งแต่ก่อนผมไม่รู้หรอกว่า PUSH มันคืออะไรสมัยแรกๆที่ AIS เอามือถือ BB เข้ามาขายเป็น enterprise สมัยก่อนนู้น ผมจำได้ว่าผมยังต้องเดินไปถาม pretty AIS ที่อยู่ตามงานออกบู้ทให้เค้าอธิบายมาเป็นฉากๆว่ามันคืออะไรแล้ว Pretty เหล่านั้นก็ทำงานได้ดีมากน่ะครับ คืออธิบายให้ผมฟังก็ไม่เข้าใจอยู่ดี … )
Application หรือการใช้งานพวกนี้จะใช้งานเรียก internet ตลอดเวลา หรือ ราวๆ ทุกๆ 10 นาทีสำหรับ app. ที่บอกตำแหน่งพิกัดของผม แล้วต่อครั้งละ 6 นาทีต่อเนื่อง ทำให้เรียกได้ว่าเกือบจะเหมือนกับการต่อ internet ตลอดเวลาอยู่ดี ทำให้ผมมีความจำเป็นต้องปรับเป็นระบบนับเม็กแทนครับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผมคิดว่า make sense และดีมากจริงๆ เพราะ จะเป็นการเปิดโลกให้กับการใช้งานเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ได้อย่างเต็มที่จริงๆ เพราะผมก็รู้ว่าการดูดหรือเชื่อมต่อเพื่อเอาข้อมูลเรียกมาจาก internet แต่ละครั้งก็ไม่ได้มากมายอะไรนักครับ
ถ้าหากว่าคุณมีเครื่องเป็นพวก Smart Phone ที่ดูสมัยใหม่หน่อยการเลือกใช้งาน promotion กับผู้ให้บริการ แล้วให้เหมาจ่ายเป็น MB ถือได้ว่าเป็นการเปิดโลกการใช้งานมือถือ Utilize มันได้อย่างมากโขกว่าเดิมมากทีเดียวครับ ลองดูเองแล้วกันครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • หาตําแหน่งมือถือ iphone
  • หาตําแหน่ง iphone
  • app ค้นหาตําแหน่ง มือถือ
  • วิธีหาตําแหน่ง iphone
  • เช็คตําแหน่งมือถือ iphone
  • app iphone หาตําแหน่ง
  • app หาตําแหน่งมือถือ
  • หาตําแหน่งมือถือiPhone
  • หาตําแหน่งมือถือ bb
  • วิธีหาตําแหน่งมือถือiphone

ผลสรุปออกมาว่า iPhone application ตัวที่ผมใช้มากที่สุด ณ ตอนนี้คือ Skype !

skype-iphone-3.0 ผมใช้ iPhone App อะไรเยอะที่สุด ก็อาจจะไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะใช้อันนั้นเยอะสุดครับ อันนี้แล้วแต่ พฤติกรรมของแต่ละคน และ ลักษณะการทำงานของแต่ละคนเช่นเดียวกันน่ะครับ เพราะด้วยผมจะปรากฏตัวอยู่แต่ตำแหน่งที่เป็น wifi zone เท่านั้น (ส่วนใหญ่ยกเว้นตอนอยู่บนถนนซึ่งผมก็ไม่ได้โทรศัพท์ตอนขับรถมากนัก ) ก็จะทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดของผมจะโดนรังสี wifi อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ ่เอาเถอะครับ บทความนี้ไม่ได้อยากจะบอกว่า มันมีความเสี่ยง wifi ทำให้เป็นหมัน หรือว่ามันมีผลกระทบต่อสมองหรือไม่นั้น ผมไม่รู้แล้ว พวกที่เค้า research กันเค้าก็อนุญาตมันให้ใช้กันโดยทั่วไปมานานมากแล้วน่ะครับ ถ้าหากว่ามันเป็นภัย เราก็คงต้องโดนอะไรกันมามั่งแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอกันตอนนี้เท่านั้นครับ

ตอนนี้ผม assume ว่า Wifi เป็นสิ่งปลอดภัยในการใช้งานแล้วกันนะครับ เพราะไม่อยากจะคุยผิดประเด็น(แต่ก็ซัดไปแล้วสามสี่ห้าบรรทัด) เอ .. เอาเถอะครับ เพราะ ผมอยู่ในเขตที่เป็น Wifi อยู่ตลอดเวลา และจะต้องโทรศัพท์เพื่อติดต่อไปยังโรงงานหรือติดต่อกับ supplier เพื่อคุยเรื่องซื้อของอะไรก็สุดแล้วแต่ และ เนื่องด้วยตอนนี้ผมใช้เป็น iPhone 3GS ผมจะเปิด โหลด program (หรือที่เรียกว่า app ) กันได้เร็วมากมาย ก็ทำให้ผมเลือกที่โทรศัพท์ผ่าน Skype call (ผ่าน wifi) ทุกครั้งที่ผมโทรเลยก็ว่าได้

ไม่ใช่ว่าผมไม่มีโทรศัพท์มือถือธรรมดาน่ะครับ แท้ที่จริงแล้ว ผมก็มี โทรศัพท์เครื่องที่ทาง office ออกค่าโทรศัพท์ให้ แต่ดูๆแล้ว มันเริ่มไม่เหมาะกับผมแล้วล่ะเพราะว่า ที่ๆผมอาศัยอยู่ไม่ว่าจะเป็นบ้าน office โรงงานและห้องนอน ก็มี wifi ทั้งนั้น ไม่มีเหตุอะไรที่ตจะต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อการ โทรศัพท์ผ่านระบบสัญญาณปกติแม้แต่น้อย

ที่ Skype iPhone app คุณไม่ต้องทำการใส่ชื่อ skype แล้วกรอกเบอร์โทรของคนที่อยู่ใน sim ของคุณแต่อย่างใด เพราะว่า มันจะมีปุ่มให้กด เพื่อเข้าไปเลือก ค้นหา ชื่อคนที่อยู่ใน contact list ใน iPhone ของคุณอยู่แล้ว แล้วก็มี History ที่เก็บ recent call หรือ เบอร์โทรล่าสุดเอาไว้ยังไงล่ะครับ มันก็เหมือนกับการจัดการเรื่องเบอร์โทรศัพท์ของมือถือธรรมดายังไงอย่างงั้นครับ แค่ต่างกันที่ว่า ถ้าหากว่าคุณออก program ไปแล้ว คุณก็ต้องเปิด Skype เพื่อโหลด iPhone Skype Application ออกมาใหม่อีกรอบประมาณ 4 -5 วินาทีน่ะครับ เพื่อที่มันจะ sign in แล้ว พร้อมให้เราโทรออกครับผม

ลักษณะ promotion ที่ผมใช้เป็น account ของ office น่ะครับ คือ ปกติแล้วพวกพนักงานแผนกต่างประเทศจะใช้ Skype account ที่จ่ายเงินเป็นแบบ unlimited World อยู่แล้ว (แปลว่า โทรเข้าประเทศไทยเราก็ไม่มีการ charge เงินเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งเบอร์บ้านและเบอร์มือถือ ) ผมก็ sign in account นั้นน่ะครับ แล้วก็ พวก chat ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะผมก็จะใช้เพื่อการโทรออกเท่านั้นน่ะครับ

ทั้งนี้ถ้าหากว่าผมทำแบบนี้ไปเรื่อยๆแน่นอนว่า AIS จะต้องรู้ตัวว่า ทำไมการโทรของผมมันตกต่ำกว่าเดิมมากนัก ถ้าหากว่าเค้าใจดี อยากจะปรับให้ pro ให้เหมาะสมกับเราเค้าก็จะโทรมาหาเราน่ะครับ ว่าอยากจะปรับโปรเหรอเปล่าเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานโทรออกที่น้อยลงไปเหมือนกับไม่ได้ใช้งานกันเลยก็ว่าได้ แต่ว่า ผมว่านโยบายของค่ายมือถือ นี่ผมว่าเค้าจะไม่ทำ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • app iphone แนะนำ
  • app iphone ที่ควรมี
  • app iphone เช็คเบอร์โทร ค่ายไหน
  • app ไอโฟน ฟรี
  • www socialbox com สำหรับไอโฟน
  • app iphone เบอร์โทร ฉุกเฉิน
  • iphone app เบอร์โทรฉุกเฉิน
  • iphone app แนะนำ
  • iPhone คุย socialbox กับ notebook

ได้ iPhone 3GS เอามาเล่นแล้วล่ะครับ app อะไรใช้งานดีก็จะเอามาบอกต่อแล้วกันครับ

iphone3gs ตอนนี้ผมได้ iPhone ใหม่มาเครื่องนึงน่ะครับ เข้าใจว่าเป็นเครื่องมือสองแม้ว่าดูภายนอกจะเหมือนใหม่มากๆก็เถอะครับ เพราะใช้ๆแล้วเหมือนกับว่ามันก็มีอาการอะไรแปลกๆหน่อย เช่น มีการค้าง หรือว่า มีอาการเครื่องดับ ราวกับว่าถ่านหมดแต่ว่ามันก็ไม่ได้หมดอะไร(นี่หน่า) แสดงว่า เครื่องที่ใช้อยู่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อยสักเท่าไหร่ เอาเถอะครับ ผมก็จะใช้กันไปเพราะว่า ดูๆแล้วมันก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะอยู่ครับไม่ว่าจะเป็น application ที่แปลกๆ ไม่เคยเห็นว่ามันจะมี (เพราะว่าแต่ก่อนผมก็ไม่ได้อ่านอะไรเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนี่ ก็ผมไม่มี iPhone นี่หน่า) หรือว่า เป็น app อะไรนี่เจอแล้ว น่าสนใจแนะนำก็อาจจะเอามา post กันในหน้า rackmanagerpro.com ครับผม

เครื่องโทรศัพท์ iPhone เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่คนไหนใช้คนนั้นก็ชอบครับ แต่ว่าสำหรับผมแล้ว มันก็เป็นอีกเครื่องหนึ่งทีมีแล้วก็ต้องปรับตัว ปรับการทำงาน และ ต้องมาศึกษาลองดูว่า มันทำอะไรยังไงได้บ้าง เรียกได้ว่า เมื่อวานนี้ แล้วก็เมื่อวานก่อนก็เอามือจิ้มมือถือ iPhone ตัวนี้กันทั้งวี่วัน ต้องเอาแท่น charge ติดไว้กะตัว แล้วก็เอาเดินทางในรถด้วยน่ะครับเพราะว่า "ถ่านมันหมดเร็วเอามากๆ!" 

ที่ถ่านมันหมดเร็วอาจจะเป็นเพราะว่า เราใช้งาน wifi และก็เปิด on Bluetooth เอาไว้ก็เป็นไปได้ มีคนบอกว่า อุปกรณ์พวกนี้ถ้าหากว่าเปิดไว้ จะทำให้กินถ่านอย่างรุนแรง หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเครื่องผมมีปัญหาก็ได้น่ะคัรบ (อันนี้ไม่แน่ใจ) เพราะว่าผมเองก็ไม่เคยใช้เครื่องอื่นที่เป็นเครื่องปกติมือหนึ่งที่ไม่มีอะไรเสื่อมเลยครับ

สำหรับคนที่ใช้ Windows Mobile ก็อย่างเพิ่งตกใจว่าผมจะไม่เอาเรื่องนั้นมาเล่าแล้ว เพราะผมก็ไม่ได้ทิ้งเครื่อง WM ไปซะเฉยๆหรอกครับก็เก็บเอาไว้ แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะต้องเอามาใช้อีกต่างหาก เพราะผมเองก็มี Mobile number 2 เบอร์น่ะครับ แล้วก็ยังอยากใช้งาน WM เพื่อต่อ internet กับ Netbook อยู่ซึ่ง iPhone เองก็ยังหาวิธีการทำไม่ได้ครับ ไว้ถ้าหากว่าหาได้แล้วก็จะเอา post ไว้ให้ก็แล้วกันนะครับ

เอาล่ะครับไม่ว่า iPhone จะอยู่ในสภาพอะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับผมแล้วมันก็ถือได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ และเป็นเรื่องใหม่ที่ผมใส่ใจ สนใจที่จะทำอะไรกับมันให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณว่างกหน่อยน่ะครับ) ไว้มีอะไรที่น่าสนใจก็จะบอกต่อในเว็ป rackmanagerpro.com แห่งนี้ไว้แล้วกันเนาะ ^^

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • app iphone น่าสนใจ
  • app iphone 3gs แนะนํา
  • app iphone แนะนํา
  • app iphone 3gs
  • iphone 3gs app แนะนํา
  • iphone app แนะนํา
  • iphone 3gs app
  • app iphone3 แนะนํา
  • iphone3GS ทำอะไรได้บ้าง
  • แนะนำ app iphone 3gs

ทำไมผมยังติดที่จะใช้ Windows Mobile อยู่ แม้ว่าอย่างอื่นจะดูเจ๋งกว่าก็ตามที ?

Skype-windows-mobile ผมไม่ได้งกอะไรหรอกครับ ไม่ได้ไม่อยากเปลี่ยนมือถือ แล้วก็ไม่ได้คิดมากเรื่องยว่าจะต้องเป็น microsoft เพื่อที่จะทำให้ดู Geek (หรือ nerd ก็สุดแล้วแต่จะเรียก) แต่ว่าที่ไม่อยากจะไปใช้อย่างอื่นเพราะมีปัจจัยอะไรต่อมิอะไรที่คนอื่นๆอาจจะมองข้าม แต่ผมไม่ได้มองอย่างคนอื่นเค้าซะด้วยซิ ว่ากันเป็นเรื่อยๆกันเลยดีกว่า ทำไม้ ทำไมยังติดอยู่กับ HTC Diamond ตัวเก่าของผม หรือถ้าหากว่าผมจะเปลี่ยนอย่างมากก็จะเปลี่ยน เป็น Windows Mobile Version 6.5

เหตุผลหลักๆ แล้วที่ไม่ได้ใช้เครื่องอื่น หรือ ไมมีแนวโน้มที่จะย้ายค่าย OS เพราะ ผมบางครั้งใช้ Garmin Mobile XT version ปัจจุบันครับ แล้วคุณอาจจะถาม ก็ Android มันก็มี maps นี่ หรือว่า iPhone มันก็มี maps นี่หน่าทำไมจะใช้แทนกันไม่ได้  …. เหตุผลก็คือว่า …มันใช้แทนกันไม่ได้ยังไงล่ะครับ ตรงๆเลย คืออย่างนี้น่ะครับ Garmin ที่ผมใช้อยู่ในเครื่องจะเป็น version ที่มีคน update กันได้ครับ หลายความว่าถ้าหากว่าคุณไม่ได้ update เอง คุณก็เอาไปที่หน้าร้าน update ให้ได้ หรือถ้าหากว่าพูดกันจริงๆแล้ว คุณสามารถที่จะให้ศูนย์ของ Garmin เอง update version ได้อีกครับ อย่าเพิ่งคิดว่าการ update ไม่สำคัญนะครับ เพราะส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการ update เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียวครับ เพราะ การ update แต่ละครั้งแปลว่า คุณจะได้ข้อมูลของถนนที่แตกต่างออกไปจากเดิมที่คุณเองก็ไม่รู้หรอกครับว่าถนนมันไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างดีกว่า เช่น version ก่อนหน้า และ version ปัจจุบันชื่อ ห้างร้าน มันก็แตกต่างออกไปจากเดิม ร้านอาหารเปลี่ยนเจ้าของ สะพานใหม่เปิดใช้บริการ อย่างเช่นวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นต้น หรือแม้กระทั่ง version ก่อนหน้าที่ผมเคยใช้งานมันยังไม่มี สนามบินสุวรรณภูมิเลยครับ (ผมเคยใช้บน Garmin c320 เป็นเครื่องติดตั้งในรถน่ะครับ แต่นั่นน่ะหละแค่อยากจะเล่าว่า มันแตกต่างกันได้มากมายถึงเพียงนี้ครับ) การที่ถนนหนทางมันแตกต่างออกไป แล้วคุณไม่ได้ update แปลว่าคุณอาจจะพลาดที่จะ optimize เส้นทางของคุณยังไงอย่างงั้นครับ

เรื่อง GPS นำทางเป็นเรื่องที่ผมคิดมากครับ ><

แน่นอนว่าถ้าหากว่าคิดแบบที่ว่า "การ update ได้เป็นเรื่องสำคัญ" Andriod มันไม่ต้อง update กันเลยเพราะว่าทุกอย่างโหลดจาก Google maps ทำให้มันใช้งานเมื่อไทยไม่ได้ครับ ! ในเรื่องของแผนที่เนี่ยะ เรื่องแรกต้องขอบอกก่อนว่า การโหลดทุกอย่างผ่าน Internet ไม่ว่าจะเป็นการคิด การประเมินผล และ การแสดงแผนที่ที่หน้าจอ Andriod มันกินอัตราการไหลผ่านข้อมูลผ่าน EDGE ได้เท่านั้น ณ เวลานี้ (ตอนที่เสื้อแดงบุก กทม เพื่อให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี .. อืมไม่เกี่ยวกันน่ะครับ แค่อยากจะอ้างอิงเรื่องเวลาเท่านั้นเอง) Google maps ถ้าหากว่าโอนข้อมูลผ่าน internet แบบความเร็วต่ำ (ช้า) แบบนั้นจะทำให้คุณอยู่รอดในถนนที่คุณไม่เคยไปได้ครับ มันออกแบบสำหรับระบบ 3G น้าครับ (ประเทศที่เค้าพัฒนาแล้วจะได้ใช้ครับ) แล้วก็ 3G นี่ก็มีค่าบริการรายเดือนแล้วที่ผมยังหนักใจที่จะใช้อยู่น่ะครับ ต้องรออีกนานแค่ไหนก็ว่าจะได้ใช้ก็ไม่รู้ครับ คุณเลือกซื้อ Android เพื่อการนี้ โดยที่ระบบ 3G ยังงูๆปลาๆ หรือว่าเป็นเด็กหัดเดินอยู่ไม่ได้แน่นอนครับ มันไม่ make sense ที่จะกระทำ เพราะ 3G เป็นตัวแปรที่เราควบคุมไม่ได้ครับ (คุณไปประท้วงให้เกิดมันก็ไม่ได้เกิดทันทีหรอกครับ)

นอกจากเรื่อง 3G แล้วยังมีอีกเรื่องว่า ทำไมมันใช้งานกันไม่ได้ ก็คือ คุณพึ่งข้อมูลตำแหน่งพิกัดจาก Google maps ทันท
ีไม่ได้ครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ ? ถ้าหากว่าคุณสงสัยแบบนี้แสดงว่าคุณยังไม่เคยวางแผนท่องเที่ยวโดยใช้ Google maps ครับ แผนที่ของกูเกิ้ลนี่มันบอกตำแหน่งพิกัดได้อย่างต้องใช้วิจารญาณอย่างสูงครับ ต้องดูว่า จุด หรือ ตำแหน่งที่แสดงนั้นมันเป็นไปได้เหรอป่าว หรือว่ามันมีมากกว่า 1 ที่เหรอป่าว ? เพราะว่าเยอะครั้งเลยน่ะคัรบที่ผมพิมพ์หาตำแหน่งร้านอาหารร้านใดสักร้านแล้วมันมีมากกว่า 1 ที่ (ซึ่งมันควรจะมีที่เดียวซิ) แต่ว่าดั้นมีคนไม่หวังดี หรือหวังดีแต่ว่าบอกพิกัดผิดพลาดครับ แม้ว่าจะพลาดไปซอยเดียวก็ตาม มันทำให้คุณไปไม่ถึงครับ ! ดังนั้นแล้วคุณต้องการข้อมูลประกอบการตัดสินใจอีกหลายเรื่องอยู่ครับ ไม่เหมือนกับข้อมูล POI ที่ทำการค้นหาจาก Garmin POI น่ะครับ เพราะว่าพวกนี้ตำแหน่งแน่นอนแล้วก็ไปถึงครับ ถ้าหากว่าค้นไม่เจอก็คุณก็ไม่ได้ครับ (ได้อย่างเสียอย่างยังไงล่ะครับ)  เรื่องนี้ทาง Google maps เองผมเห็น (แอบเห็น) พัฒนาการว่าจะมีให้ user บอกว่าตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็นตำหแน่งพิกัดจริงเพื่อที่จะเอาข้อมูลนั้นๆออก คนจะไม่ได้สับสนครับ ก็พยายามกันต่อไป ถ้าหากว่าข้อมูล %แม่นยำมีเยอะๆแล้ว เรื่องนี้ผมอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้น่ะครับ

เอ่อ .. เรื่องขนาดเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณผู้ชาย ..

.
iPhone เป็นเครื่องที่ถูกคิดมาเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายครับ ซึ่งดีมากครับ แล้วมันก็ต้องทำให้หน้าจอใหญ่ (ตัวเครื่องใหญ่) แม้ว่ามันไม่ได้หนาอะไรเลย แต่มันใหญ่ครับ ผมก็โดนคนอื่นบ่นว่า ทำไมไม่ใช้ iPhone ล่ะ ผมก็มักจะบอกเหตุผลง่ายนี้ไปว่า "ก็มันใหญ่น่ะครับ" เท่านั้นเอง

ใหญ่แล้วไม่ดียังไง ใครๆก็ชอบของใหญ่ไม่ใช่เหรอ แต่ว่าถ้าหากว่าคุณไปถามจริงๆแล้ว คุณจะรู้ได้ว่าความใหญ่ไม่ผลต่อความรู้สึกของคุณผู้หญิงมากเท่าไหร่ เค้าไปตระหนักคิดมากเรื่องลีลาซะมากกว่า (เกี่ยวตรงไหน) คืออย่างนี้ครับ คือผมเป็นพวก optimal น่ะครับ ถ้าหากว่าลดอะไรก็ลดครับ มือถือผมมีสองเครื่องครับแล้วก็ไม่อยากลดด้วย เพราะไม่อยากจะใช้พวกมือถือ 2 sims ที่น้องปอยเค้าใช้อยู่ครับ ทำให้ผมคิดมากเรื่องขนาดยังไงล่ะครับ เล็กไว้ก่อนพกพาง่าย เอาเข้าออกได้สะดวก ไม่หนักอีกตะหากเนาะ ถ้าหากว่า iPhone ทำแบบเล็กหน่อย ผมว่าน่าสนใจอยู่น่ะครับ แต่ว่าผมไม่ได้โทรไปบอกว่าจ๊อบได้นี่ครับว่าผมอยากจะได้โทรศัพท์ iPhone mini หรือ iPhone nano (ซึ่ง version จีนจะมีทำออกมาแล้วน่ะครับ หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นอนาคตของ iPhone กันเลย เมืองจีนมี เทคโนโลยีที่ทาง Apple ไม่มีอะไรอย่างงั้นน่ะครับ … )

โม้มาเยอะแล้ว เพราะว่าวันนี้ตื่นเช้าไปหน่อยก็เลยมีเวลามาทีมานั่งพิมพ์อะไรเรื่อยเปื่อย  .. แล้วไว้โม้ให้ฟังเรื่องอื่นๆต่อวันหลังน่ะครับ สำหรับวันนี้เอาแค่ก่อน กลับไปนอนต่อได้อีกหน่อยนึงไปและครับ ^_^

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • garmin xt windows 6 5 ได้มั้ย
  • google chrome for windows mobile
  • google chrome ใช้กับ window mobile 6 5 ได้หรือไม่
  • skype for wm ใช้ยังไง
  • windows mobile อัพเดทยังไง
  • ก windows mobile
  • ฮั้วโภชนา เบอร์โทร พุทธบูชา
  • เบอร์โทรฮั้วโภชนาพุทธบูชา