พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อคุณมี iPad และใช้มันอย่างจริงจัง

หลังจากที่ผมใช้งาน iPad มาได้สักพัก ก็จะทำให้การใช้ชีวิตเพื่อเข้าถึงข้อมูล online ทั้งหมดแตกต่างออกไปจากเดิมครับ โดยเฉพาะการใช้งาน Facebook , Twitter และ Google Reader ที่ผมปกติจะอ่านผ่านทาง computer หรือ iPhone เท่านั้น แต่ตอนนี้ผมกลับหันไปอ่านบน iPad เมื่อมันมีอยู่ใกล้ตัวแทนน่ะครับ นอกจากนี้มันทำให้การใช้ชีวิตแตกต่างออกไปเป็นประเด็นๆข้อๆต่อไปนี้ครับผม

ใช้คอมน้อยลง ยามว่าง

ปกติแล้วผมจะเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อบริโภคข้อมูลจาก Google reader ไม่ก็ Twitter ไม่ก็ Facebook น่ะครับ แล้วก็อีกส่วนก็คือ ทำการ upload เนื้อหา Blog ใหม่ๆ (พิมพ์เนื้อหาใหม่ใส่เข้า website แห่งนี้น่ะหละครับ) หลักๆ ก็ประมาณนี้น่ะครับ ทีนี้เจ้า iPad มันก็ cover กิจกรรม online เกือบทั้งหมดแล้วนั่นก็คือ การอ่าน Feed ผ่าน Google reader ,Twitter แล้วก็ Facebook โดยผ่าน Application iPad ที่ผมว่ามันเจ๋งเอามากๆ (ฟรี) ก็ครือ Flipboard น่ะครับ มันเอาเนื้อหาทั้งหมดมาแสดงภาพ แล้วก็โหลด link ตัวหนังสือจาก link Twitter หรือ Facebook นั้นๆมาแสดงอีกต่างหาก ทำให้ไม่ต้องกด link เข้าไปต่ออีกทอดเพื่อดูเนื้อหาเพิ่มเติมอีกแต่ประการใดน่ะครับ ดีเล้ยครับผม ชอบเป็นที่สุด ยังไงนะครับ Flipboard นี่สำหรับคนที่มี iPad App ตัวนี้ครับ

ระหว่างตอน Boot computer จะเปิด iPad

ตอนที่ Boot computer แม้ว่าผมจะทำเป็น Sleep mode ก็ตามมันก็ยังต้องเรียก โหลดนู้นนี่กว่าจะได้เข้าหน้า Desktop ก็สักพักใหญ่ๆ ทำให้เกิดอาการว่างครับ ก็คว้า iPad เอามาอ่าน email ไม่ก็อ่าน Feed reader ครับ เรียกว่าเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เท่าที่จะทำได้น่ะครับ

เดินทางจะมี iPad ติดตัวไปด้วย

อย่างว่าล่ะครับ ตอนเดินทาง หรือว่านั่งรถนั่งเรือ เราไม่อยากจะพิมพ์อะไรสักเท่าไหร่ แล้วถ้าหากว่าเอา Notebook มากางมันก็ดูเป็นการเป็นงานเกินไปอายคนอื่นเค้าว่า จะทำอะไรนักหนาในรถ ? แต่ว่าพอเป็น iPad แล้วเราก็กางออกมา (ผมมีเหมือนกับหน้าปก ทำให้เหมือนกับเป็นสมุดธรรมดาเล่มนึงน่ะครับ) ก็จะเปิดเล่นได้ไม่อายใคร อีกอย่างน่ะครับ Bat. มันอยู่ได้อึดเอามากๆทำให้ไม่ต้องคิดมากเรื่องพลังงานว่ามันจะหมด ระหว่างเดินทางหรือว่าหมดเมื่อจำเป็นต้องใช้งานน่ะครับ

สิ่งที่เพิ่งรู้เกี่ยวกับ iPad เมื่อมี iPad

ตัว iPad 3G ที่ซื้อมามีตัวรับสัญญาณ GPS ด้วย

ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดหรอกว่า e-book reader จะต้องใช้ GPS ด้วยแต่ว่า ก็อีก ตอนแรกผมมองแค่ว่า อยากจะได้ e-book reader เท่านั้น แต่ว่าก็ซื้อมาเป็น iPad ซึ่งเข้าใจว่ามันใช้งานได้มากกว่านั้น ทำให้ต้องมี GPS เพื่อเอาไปใช้กับ application อื่นๆน่ะครับ แต่ก็ดีน่ะครับ GPS ผมก็จะได้ใช้กับ MAPS ที่เป็น application ที่มีอยู่ใน iPad มันก็บอกทิศบอกทางอะไรได้สะดวกดีอยู่น่ะครับ

iPad มีรูรับเสียงที่หัวด้านบนด้วย

อย่างทีบอกผมคิดว่ามันเป็นแค่ ebook reader ธรรมดาทำให้ผมคิดว่ามันจะไม่มีอุปกรณ์เพื่อการรับเสียง หรือ mic เข้า แต่สุดท้ายมันก็มีน่ะครับ

iPad มีปุ่มเพื่อ Mute เสียงเหมือน iPhone แค่อยู่คนละฝั่งกัน

iPad จะทำตัวเหมือนกับว่าตัวเองเป็นโทรศัพท์ครับ ทำให้มันปรับเป็น silent mode เหมือนกับ iPhone เป้ะเลย แต่มันสั่นไม่ได้ครับ (ถ้าหากว่ามันสั่นได้ผมว่ามันก็น่าจะประหลาดหน่อยน่ะครับ)

ถ่าน iPad อยู่อึดมากเมื่อเทียบกับ iPhone

คือว่ามันอยู่ได้ข้ามวันข้ามคืนหลายคืนอีกต่างหากว่าแม้ว่า ผมจะเอามาเล่นแล้วเล่นอีกก็ดูเหมือนว่ามันไม่ค่อยจะมีการลดระดับพลังานถ่านลงไปสักเท่าไหร่ ผมเข้าใจเอาเองน่ะครับ ที่มันหนักๆแบบนี้เพราะว่าถ่านมันน่าจะก้อนโตแน่ๆเลยครับ ทำให้มันอยู่กันได้นานขนาดนี้น่ะครับ

case และ ฟิล์มกันรอยเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น

เพื่อเป็นการป้องกันตัวเครื่องให้ดีที่สุด อุปกรณ์ป้องกันไม่ว่าจะเป็น case ปกหนังสือ สำหรับ iPad (เพื่อปลอมตัวมันเป็นเหมือนกับหนังสือธรรมดา) และ film กันรอยต้องติดน่ะครับ  การติดอุปกรณ์พวกนี้ เมื่อเราจะขายต่อ มันก็จะได้ราคาดี เพราะมันจะไม่มีรอยข่วนขนแมว แม้สักเล็กน้อยก็ไม่มี ทำให้ตัว iPad เหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลาน่ะครับ

iPad มันก็ลง App iPhone ได้ด้วย !

ถ้าหากว่าเข้าที่ app store แล้ว search app ใดๆ นอกจากมันจะแสดง app iPad แล้ว มันมีการแสดง app iPhone เพื่อ install ได้อีกด้วย ถ้าหากว่าคุณทำการ install App ของ iPhone เข้าเครื่อง iPad มันก็จะใช้งานได้เหมือนกันเลยน่ะครับ โดยหน้าจอแสดงผลจะมีขนาดเหมือนกับ iPhone อยู่กลางหน้าจอ iPad เท่านั้น แล้วก็จะมีปุ่มเพื่อ x2 ทำให้การแสดงผลหน้าจอ เหมือนกับเป็นการ zoom in เพื่อให้ภาพมันใหญ่ขึ้นมา โดยที่ดูแล้วเหมือนกับภาพจะแตกๆน่ะครับ

iPad เอาหัวฟัง (ที่มันมีไมท์ในตัว) ของ iPhone ไปเสียบได้

ถ้าหากว่าคุณเอาหูฟังของ iPhoneซึ่ง มันจะมีรูรับไมท์ด้วยนั้นไปเสียบกับรูหูฟังของ iPad มันก็จะทำตัวเหมือนกับ iPhone เป้ะครับ ไม่มีอะไรแตกต่างแม้แต่น้อย เพราะงั้นแล้ว สำหรับสายหูฟัง ถ้าหากว่าคุณมีของ iPhone แล้วก็ลองเอามาเสียบฟังเพลง ได้บน iPad เช่นเดียวกัน

iPad ใช้ Skype เพื่อโทรออกได้เหมือนกับ iPhone และ computer

อย่างที่ผมบอกไปว่า iPad มันลง application ของ iPhone ได้ทำให้ผมก็ลองใช้เป็น Skype Application ของ iPhone ดูว่ามันจะทำหน้าที่เป็น Skype ได้ครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนกับ iPhone หรือไม่ ปรากฏว่า มันทำตัวเหมือนกับ Skype iPhone ได้ทุกประการครับ คือ โทรออกได้แล้วก็คุยผ่าน iPad ผ่านหูฟังหรือว่าคุยแบบ Speaker ได้ (แน่นอนว่าการเอา iPad มาแนบหูเพื่อฟังเหมือนโทรศัพท์มือถือปกตินี่ มันไม่เท่ห์ที่จะทำสักเท่าไหร่นะครับ)

iPad มีเข็มทิศในตัวกับเค้าด้วยเหมือนกัน

มันมีเข็มทิศเพื่อเอาไว้บอกทิศทางได้ใน Google maps ได้เหมือนกับ iPhone 3GS ครับ อย่างว่าล่ะครับ ถ้าหากว่าคิดว่าเป็นแค่ ebook reader เนี่ยะมันก็ไม่น่าจะมีเข็มทิศได้ แต่ว่า มันเกินความคาดหมายจริงๆนั่นเอง

iPad เป็นของใช้ส่วนตัวแบ่งคนอื่นใช้ไม่ค่อยจะได้

เพราะว่าการ log in email ค้างเอาไว้เพื่อรับเมล์ตลอดเวลาหรือการ sign up Google reader , Twitter account และ Facebook ล้วนเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น เพราะงั้นแล้ว การเอา iPad ไป share ใช้กับคนอื่นทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสักเท่าไหร่ ผมว่าคุณคงไม่อยากจะต้อง login Logout ทุกๆ โปรแกรมที่มีการแสดงเนื้อหา Facebook หรือ email ใน เครื่อง iPad สักเท่าไหร่ ถูกมั้ยล่ะครับ

พิมพ์ด้วยแป้นพิมพ์บน iPad ได้ช้ากว่า iPhone

จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาบผมไปสักเท่าไหร่เพราะว่ามันเป็น touch screen ที่มันเหมือนกับว่าปุ่มการพิมพ์หรือแป้มพิมพ์ใหญ่ขึ้น ทำให้เราไม่สามารถที่จะใช้แค่นิ้วโป้งนิ้วเดียวพิมพ์ได้ แล้วปุ่มต่างๆก็ดูเหมือนกับว่ามันจะไกลจากกกันมาก การวาง iPad ลงไปกับพื้นราบแล้วพิมพ์ ก็จะไม่ได้เป็นพิมพ์เป็นแบบสัมผัสได้น่ะครับ เพราะ มันไม่ได้มีอะไรให้สัมผัสรู้ได้ว่าตอนนี้เราวางนิ้ว ณ ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ทำให้การพิมพ์จะเป็นเหมือนกับการพิมพ์แบบจิ้มๆ (เหมือนกับคนพิมพ์สัมผัสไม่เป็น)

ถ้าหากว่าจะนอนอ่าน iPad ต้องมีหนอนหนุน iPad ไว้เป็นดี

เนื่องจากน้ำหนักของตัว iPad มันหนักกว่าที่คาดคิดเอาไว้ โดยเฉพาะเมื่อเอา case ปกหนังสือใส่เข้าไป ทำให้น้ำหนักมันหนักขึ้นมาอีกเป็นกอง ถ้าหากว่าคุณไม่ได้เล่นกล้ามเพื่อให้ได้รับโหลดจากยก iPad ในระยะเวลานาน คุณจำเป็นต้องเอาอะไรมาหนุนเพื่อที่จะนอนเล่นมันครับ มันจะทำให้ไม่ต้องออกแรงยกเลยครับ แล้วคุณก็จะเล่น iPad อ่านเนื้อหาต่างๆได้สะดวกมากขึ้นทีเดียว

ใช้ไปสักพักมันก็ไม่ได้รู้สึกเบาขึ้นแต่ประการใด (เพิ่งรู้ว่ามันก็หนักครับ)

ต่อจากข้อที่แล้ว เมื่อคุณใช้งานมันชินแล้วกับน้ำหนักที่คุณต้องถือ มันจะเป็นการปรับความคิดและร่างกายของคุณ ทำให้คุณรู้สึก iPad มันเบาและสามารถใช้งานได้จริง ในทุกสถานการณ์ครับผม

iPad กว่าจะชาร์ทไฟได้เต็มจริงๆก็นานโขอยู่

เนื่องจาก Battery มันก้อนโต คุณจะคาดหวังให้มัน charge ไฟเข้าไปเร็วๆ แบบเต็มๆ นั้นก็ทำได้ยากหน่อยน่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วการ charge ไฟเข้า iPad จะกระทำเหมือนกับเป็นการใส่ไฟค้างคืนเอาไว้ ไม่ว่าจะใช้หมดหรือไม่หมด ยังไงซะระยะเวลา 8 ชั่วโมงตอนที่หลับนอนนั้นก็ทำให้ไฟฟ้าโดนเก็บเอาไปที่แบตตารี่ได้จนเต็มเปี่ยมล้นอยู่ดีน่ะครับ

ตัวหนังสือมันไม่ได้ใหญ่กว่า iPhone เลย (เยอะแบบ font เล็กเท่าเดิม)

มันมีเยอะ application ที่ออกแบบไม่ฉลาดสักเท่าไหร่ ทำให้ font ที่คาดว่าจะต้องใหญ่ขึ้นมาเพราะว่า iPad มีหน้าจอใหญ่กว่า ไม่ได้ทำให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้นตามที่คาดคิดเอาไว้ครับ

ถ้าเอา iPad ไป Jail Break แล้วประกันจะขาดทันที

การ Jail Break เหมือนกับเป็นการทำให้ข้อผูกพันเรื่องประกันขาดไปทันทีน่ะครับเพราะงั้นแล้ว ถ้าหากว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง Jail Break iPad น่ะครับ ผมคิดว่าผมจะไม่ Jail Break iPad น่ะครับเพราะมองไม่ออกว่าจะต้องทำการ jail break iPad ไปเพื่ออะไรไม่เหมือนกับเหตุผลแต่ก่อนว่า เพราะว่ามันไม่มีแป้นพิมพ์ไทย (ก็ตอนนี้มันมีอยู่แล้วโดยไม่ต้องเจลน่ะครับ)

app แท้ลงได้สูงสุดห้าเครื่อง โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแต่ประการใด

อันนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่ผมเพิ่งทราบว่าถ้าหากว่าคุณซื้อ application แบบเสียเงินแล้ว คุณใช้ iTune account ที่คุณซื้อ app เอาไว้แล้วไป Sign in กับ อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iPad , iPod touch หรือว่า iPhone มันก็จะทำการลง app แท้ที่ซื้อมานั้นได้สูงสุด 5 เครื่องโดยไม่ต้องซื้อซ้ำแต่ประการใดน่ะครับ

เอาลงครับผม หลังจากที่ผมใช้งาน iPad มาได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้วทำให้มีพฤติกรรมการบริโภคข้อมูล online แตกต่างไปจากเดิมคือ ทำได้ทุกที่ ทุกที และ ทันทีโดยไม่ต้องเปิด computer เพื่อ Boot เครื่องครับ เป็นการประหยัดระยะเวลาระหว่างความต้องการ และ การเข้าถึงข้อมูลได้ดีทีเดียวครับ สำหรับคนที่ยังไม่มี iPad หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • วิธีเล่น skype บน ipad
  • skype ipad
  • วิธีเล่นskypeบนipad
  • วิธีเล่นskype ipad
  • สมัคร skype ใน ipad
  • ipad เล่น skype ได้ไหม
  • วิธีใช้ skype for ipad
  • logout twitter ipad ยังไง
  • ชาร์จ ipad ค้างคืน
  • เล่นskypeบนไอโฟนเสียเงินไหม

ใช้ Sim AIS กับ iPad หรือพวก Netbook แบบ Multi-Sim ประหยัดค่า internet ไปได้เยอะ

ipad
ตอนนี้ผมได้ iPad มาเครื่องนึงเป็นเครื่อง 3G/WIFI ครับ นั้นก็แปลว่า มันมีช่องเอาไว้ใส่ SIM ได้ด้วยซึ่งคิดไปคิดมาก็คิดว่าน่าจะซื้อเป็น version ของแบบที่ใส่ SIM นีได้เลยเพราะว่า มีต้นทุนเพิ่มแค่ 20 บาทต่อเดือนเท่านั้นเอง เพราะ ปกติแล้ว ผมก็ใช้ promotion ของ AIS ที่คิดค่า internet เป็น MB อยู่แล้วประมาณไม่เกินเดือนละ 250 MB ซึ่งผมก็ใช้ไม่เกินบน iPhone ครับ แต่ว่าตอนนี้ถ้าหากว่าผมเอา iPad ไปเดินทางแล้ว เกิดเปิดนู้นนี่นั่น เหมือนกับว่าจะใช้แบบ wifi มันจะมีการกิน MB ที่เยอะกว่าปกติมาก เยอะกว่าการที่ผมดูข้อมูล Facebook และ Twitter ผ่าน iPhone มากอยู่ ผมเดาเอาน่ะครับว่า เพราะวาผมเปิดผ่าน app iPad ที่มีการโหลด file ภาพมาแสดงผล ทำให้มีการใช้ data tranaction มากกว่า iPhone มากนัก

ที่ผมบอกว่าต้นทุนเพิ่ม 20 บาท นั้นเป็น function ที่เค้าเรียกว่า multi-SIM (เมาติซิม) คือ เป็น SIM อีกซิมที่ออกแบบเพื่อเอาไว้ใส่ไว้โทรศัพท์ได้หลายเครื่อง โดยทุกเบอร์ เป็นเบอร์เดียวกันทั้งหมดครับ ถ้าหากว่าเราเลือกที่จะใช้เครื่องโทรศัพท์มือถือตัวไหน เราก็แค่กด อะไรสักอย่างเพื่อบอก AIS เค้าไปว่า นี่ ตอนนี้เราต้องการให้ SIM ตัวที่เราเพิ่งกดเป็นตัวที่รับสาย ทั้งนี้ การโทรเข้าจากคนอื่น เข้าโทรศัพท์มันจะดังแค่เครื่องเดียวเท่านั้นครับ แม้ว่าเราจะมีหลาย SIM ก็ตามทีครับ แต่สำหรับกรณีที่ผมเอามาใช้งานไม่ได้ใช้เพื่อการนี้ครับ

ผมใช้ Multi-SIM เพื่อใช้ internet เสมือนว่าเป็นเบอร์เดียวกันครับ อย่างที่ผมบอกไปคือผมซื้อเป็นรายเดือน promotion ใช้ internet ผ่านมือถือ 250 MB ต่อเดือน ซึ่งผมก็ใช้ได้ไม่หมดอยู่แล้ว (เพราะวันๆผมก็อยู่แต่ wifi zone) แต่จะใช้ก็ต่อเมื่อเดินทาง หรืออยู่นอกบ้านเท่านั้นครับ ทีนี้ ก็แปลว่าผมมี 2 SIMS อันนึงใส่เอาไว้ใน iPhone (แน่นอนว่าผมไม่ถอดออกมาจากเครื่องหรอกครับเพราะว่ากว่าจะถอดก็ต้องเอา clip มาแยกดันรูเพื่อให้ซิมหลุด ไม่สามารถถอดได้ด้วยมือเปล่าได้) แล้วก็อีก SIM มันก็จะเป็น SIM แบบเล็กที่เป็น multi-sim ใส่เข้าไปใส่ iPad ครับ แน่นอนว่าผมไม่ได้เอา iPad มาโทรศัพท์ครับ เพราะงั้นผมก็จะใส่ SIM เล็กๆตัวนี้เข้าไปก็เพื่อให้เล่น internet ไร้สายนอกบ้านได้ ผ่านระบบ GPRS/EDGE ผ่านเครือข่าย AIS ครับผม

แต่ที่เจ๋งกว่านั้นก็คือ “ตอนนี้ AIS อนุญาตให้คุณมี Multi-SIM ได้มากกว่า 2 SIMs โดยไม่ได้ติดเงินเพิ่มนอกจาก 20 บาทแรกครับ” นั้นก็แปลว่า ถ้าหากว่ากรณีของผมแล้ว คุณแม่ผมเค้าก็มี iPad แล้วถ้าหากว่าเค้าสมัครเป็น GPRS/EDGE แบบ internet UNLIMITED สามกิ๊กต่อเดือน แล้วล่ะก็ ผมก็ต้องไปบอกคุณแม่ว่าให้เค้าเอา Sim มาให้ผมนึงอัน เพื่อเอามาใส่ ipad ผมน่ะครับ เท่านั้น iPad ผมก็จะ connect internet ผ่าน EDGE/GPRS ได้แบบไม่อั้นโดยไม่กังวลเรื่องของปริมาณ transaction data ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหนอีกต่อไปน่ะครับ (เพราะว่ามันเยอะเหลือเกินครับ) แล้วผมก็ทำการยกเลิก 20 บาทที่ผมต้องจ่ายต่อเดือนออกไปเสียน่ะครับ นั่นก็จริงๆแล้ว ถ้าหากว่าใครสักคนที่เป็น Unlimited internet plan GPRS เยอะๆ (สูงสุดคือ 3 GB ต่อเดือน) ของ AIS แล้วของ Multi-Sim เค้ามาอันนึงน่ะครับ แล้วเอาใช้อย่างผมนี่รับรองว่าคุ้มเกินคุ้มแน่นอนน่ะครับ ลองดูแล้วกันนะครับ อ้อ .. อย่างว่าตอนนี้ผมมี iPad แล้วไม่แน่วันหลังผมจะมาโม้ว่ามันทำให้ชีวิตแตกต่างจากเดิมยังไงมั่งน่ะครับ

นอกจากนี้เรื่องของ Multi SIM จะขอได้ทั้งหมด 5 SIM รวม SIM หลักด้วยน่ะครับ นั่นก็แปลว่า ถ้าหากว่าคุณมีอุปกรณ์ไม่เกิน 5 SIM ก็จะเอา SIM ไปเสียบเพื่อใช้งาน internet พร้อมกันได้หมดน่ะครับ

update เกี่ยวกับ promotion internet ครับ สำหรับ concept เรื่องของ Multi SIM จะไม่สามารถใช้กับ Unlimited ได้ครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณเลือกเป็น Unlimited ขึ้นมาเมื่อไหร่ ทุก SIM จะโดน charge แยกกันหมดครับ นั่นก็แปลว่า คุณต้องเลือกเป็นแบบ ที่มี Limit ครับแต่ก็เลือกให้เยอะที่สุดก็คือประมาณ 3 GB ครับแล้วก็อาจจะเฝ้าระวังการใช้งานนิดหน่อยว่า ถ้าหากว่าคุณใช้งาน internet ไร้สายผ่าน GPRS ต่อวันมันใช้ไป กี่ เม็ก มากน้อยแค่ไหน เราก็จะรู้พฤติกรรมการใช้งานทุกอุปกรณ์ของเราครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ais ipad
  • sim ipad
  • ipad ais
  • ipad sim
  • ais ipad package
  • multi sim ais
  • ซิม ipad
  • sim ipad ais
  • ais ipad sim
  • ipad ใส่ซิมได้ไหม

iPad น่าจะเหมาะกับคนไม่เคยใช้งาน computer อีกตลาดที่ NetBook เข้าไม่ถึง?


ผมได้คุยกะคนนู้นคนนี้เกี่ยวกับเรื่อง ipad ว่าอยากจะได้เหรอป่าว ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าหากว่าเป็นที่ไม่ได้ใช้ computer หนักเหมือนกับพวก Geek ตัวจริงแล้ว  และได้สัมผัสหรือได้ใช้ iPhone มาก่อนแล้ว จะมีแนวโน้มว่า เมื่อ iPad ออกมาเค้าเหล่านั้น จะซื้อ iPad มาใช้ครับ

แท้ที่จริงแล้ว การใช้ iPad ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เครื่องมืออื่นๆเอามาทดแทนการใช้งานได้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น computer Netbook , Notebook หรือ Desktop PC ครับ แต่ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า iPad ใช้ช่องว่างของตลาดคือ กลุ่มคนที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้สักเท่าไหร่ ต่างหาก ก็จะเป็นผู้ใช้งานหลักๆของ iPad  อย่างคนรุ่นแม่ ที่ไม่ได้มี computer เป็นของตัวเอง เพราะว่าเอาให้ลูกๆใช้เสียมาก (คุณแม่ก็อยากจะใช้บ้าง แต่ก็ไม่กล้าเปิดคอมขึ้นมาสักเท่าไหร่ ) หรือว่าอาจจะเป็นอากงอาม่าเห็นแล้วก็อยากจะได้เหมือนกันเพราะว่ามันดูใช้งานง่ายกว่า computer ตั้งเยอะแยะ

กลุ่มตลาดนี้ผมก็ว่าเค้าก็ไม่ได้เอาไปใช้อะไรพิศดารมากนักหรอก สิ่งที่เค้าอาจะใช้ก็แค่ เอาไว้ดูหุ้น หรือว่าเอาไว้อ่านข่าวเท่านั้นเอง อืม .. ก็หลักๆแล้ว iPad จะทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน แต่ว่าจะไม่มี Flash ก็ตามที (ซึ่งคุณแม่ อาม่า อากงก็คงไม่ Get หรอกว่า แล้วมันยังไง ถ้าหากว่ามันไม่มี แล้วเค้าเหล่านั้นก็ไม่ได้อ่าน review อะไรเหมือนกับที่ผมอ่านหรอก ถ้าหากว่าอ่านแล้วจะรู้ว่า มันขาดอะไรไปบ้างหรือว่ามันน่าจะมีอะไรเพิ่มเติมครับผม) แล้วที่แน่ๆคนไทยเองรุ่นนี้ก็จะไม่ได้รู้จัก Kindle สักเท่าไหร่ หรือไม่รู้จักเลยว่ามันคืออะไร ก็บ้านเรามันไม่ได้มีการซื้อขายๆอะไรผ่าน Amazon เอาเลยนี่ครับ แล้วเค้าจะรู้จักกันได้ยังไงล่ะ ดังนั้นก็จะไม่ต้องคิดมากเรื่องการเปรียบกับในเรื่องการอ่าน eBook ครับ (ก็อีกน่ะหละครับ คนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้คิดจะอ่าน eBook อยู่แล้ว รู้แค่ว่าอ่านข่าวจาก internet ได้ก็พอแล้วครับ)

สำหรับ iPad ตอนนี้มี Version เพื่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยน่ะครับ สำหรับเอาไปเผาส่งไปยังโลกสวรรค์ออกมาเป็น version แรกก่อนคนบนโลกเราจะได้ใช้กันแล้วน่ะครับถ้าหากว่าจะโหลดก็เข้าไปโหลดได้จากที่นี่เลยครับผม สำหรับรุ่นนี้ผมว่าก็น่าจะทำงานบนสวรรค์ได้กับเหมือน iPad ที่อยู่บนโลกมนุษย์ครับแต่ว่าอาจจะวื้บๆมากหน่อยเท่านั้นเอง แล้วแต่จินตนาการ การใช้งาน iPad version พิเศษนี้น่ะครับ

Download iPad เวอร์ชั่นเชงเม็งที่นี่เลยดีกว่าครับ (pdf file 5.2 MB)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ipad ใช้งานอย่างไร
  • ใช้งาน ipad

นั่งคิดเรื่อยเปื่อย : iPad จะแทรกเข้ามาในการชีวิตผมได้เหรอป่าวน้า ?

ผมเห็นคนพูดถึง iPad เยอะมากๆพักนี้เพราะว่า มันเพิ่งได้รับการ promote และ present อย่างเป็นทางการจาก Website Apple ซึ่งผมก็เริ่มเอามาคิดน่ะครับว่าถ้าหากว่าผมมี iPad เนี่ยะมันจะโดนใช้กับสถานการณ์อะไรในชีวิตผมมั่ง ลองอ่านที่ผมคิดๆออกมาเป็นประเด็นไปต่อไปเลยน่ะครับ

Notebook หรือ Computer Desktop ชนะ iPad ตอนที่คุณอยู่บ้าน

ตอนนี้ถ้าหากว่าคุณจะใช้งาน internet แบบอยู่บ้าน แน่นอนว่าตอนนี้บ้านคุณจำเป็นต้องมี wifi เพราะว่าถ้าหากว่าคุณจะใช้ iPad ได้มันต้องท่องโลก internet ด้วย Wifi เท่านั้นครับ ต่อสายไม่น่าจะได้ (ไม่เห็นมีที่ต่อสาย lan เข้าไปเลยแม้แต่รูเดียว) คุณก็จะมี Notebook หรือว่า Desktop ตั้งเอาไว้แล้วที่บ้านครับ ถ้าหากว่าคุณจะเปิด computer แล้วใช้ Mouse และ Keyboard เพื่อการพิมพ์ comment เพื่อนๆของคุณทาง Facebook หรืออ่านข่าวเรื่อยเปื่อย Notebook น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอยู่ครับ  ถ้าหากว่าคุณจะใช้ iPad มันก็จะต้องกระทำด้วยเหตุผลคือ มันเปิดออกมาแล้วเล่นได้ทันทีครับ ซึงจะแตกต่างกับ Notebook หรือ computer แน่นอนที่ต้องการเวลา Boot (มันไม่ได้เปิดเอาไว้ตลอดเหมือนอย่างมือถือหรือว่าอุปกรณ์ iPad นี่หน่า) แน่ใจแล้วเหรอป่าวครับว่าเหตุผลแค่นี้จะทำให้คุณเลือกใช้ iPad มากกว่า Notebook ที่ตั้งไว้ด้วยกัน

Notebook ชนะตอนที่คุณทำงาน

ผมแทบคิดไม่ออกเลยว่า iPad คุณจะเอาไปทำงานอะไรได้ คุณเขียนก็ไม่ได้ คุณพิมพ์ก็ไม่ได้สะดวกเหมือนกับการพิมพ์ keyboard อย่างแน่นอน หรือว่าคุณเอาไว้ดูหนังเหรอ ก็ไม่ใช่อีกเพราะว่าคุณมาทำงานนะครับไม่ได้มาเปิดเว็ปดู youtube ดูหนังแผ่นที่โหลดมาหรือเอามาฟังเพลง

iPad ชนะตอนที่คุณเดินทางด้วยรถหรือเครื่องบิน

ตอนเดินทางผมให้ iPad เข้ากับพฤติกรรมการใช้งานมากกว่า เพราะคุณจะไม่อ่านหนังสือผ่าน Notebook สักเท่าไหร่เพราะว่ามันร้อน เมื่อวางบนตักของคุณเอง แล้วอีกอย่าง Notebook เมื่อไม่มี Mouse มันก็ navigate ได้ลำบากกว่าปกติมาก การใช้ iPad มันมีขนาดที่บางเบากว่า เหมาะสำหรับการขนย้ายเคลื่อนที่ การอ่านหนังสือบนรถในตอนกลางคืนสามารถจะกระทำได้เพราะ iPad มีแสงส่องออกมาในตัวเองก็เหมือนกับหน้าจอทั่วไป แล้วมันก็มี bat. ที่อยู่ได้นานซะด้วยซิไม่เหมือนกับ Notebook ครับ มันอาจจะสู้ Netbook ได้ในระดับสูสี แต่ว่าเนื่องจากการควบคุมที่ทำได้ลำบากของ Netbook เมื่ออยู่บนยานพาหนะ iPad ก็จะชนะไปเต็มๆ

สำหรับ case นี้มันก็แล้วแต่คนไปน่ะครับเพราะว่าถ้าเป็นผมเนี่ยะผมเดินทางไปก็ทำงานทำการ จะมี Notebook อยู่แล้ว แล้วก็การเดินทางก็ไม่ได้นานเกินกว่าถ่าน Notebook จะหมดไปได้ครับ ก็ถ้า case เหมือนผมเป้ะ Notebook ก็ยังชนะอยู่ดี iPad ไม่ได้เกิดน่ะครับ

Kindle ชนะเมื่อคุณกะว่าจะอ่านหนังสือสำหรับการเดินทางไกล

iPad เป็นจอส่องแสง จะให้ความสว่างของแสงได้ระดับหนึ่งแต่ว่าแน่นอนว่ามันก็ไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือบน Kindle ที่เป็น e-ink ครับเมื่อคุณเอาหนังสือติดตัวคุณไปเพื่อการเดินทางไกล ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถทัวร์หรือการนั่งเครื่องบิน ระยะเวลามันจะเริ่มยาวนานมากขึ้น นั่นก็แปลว่าถ้าหากว่าคุณเอา iPad ไปก็ต้องเอาที่ charge ไปด้วยครับซึ่งไม่ใช่เรื่อง ถ้าหากว่าคุณไปทำงานคุณก็ต้องเอา Notebook หรือ Netbook ไปอยู่แล้วเพื่อเอาไว้ check email หรือพิมพ์งาน ทำให้ iPad ก็จะไม่ได้โดนใช้ function เหล่านี้อยู่ดีครับ

iPad ชนะ ถ้าหากว่าคุณจะอ่าน website จิปาถะ หรือ Feed ก่อนนอนบนเตียง

เหตุผลคือ Notebook ไม่อาจจะอย

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ipad ต่อ lan
  • ipad อ่านหนังสือ
  • gantt chart ล่าช้า
  • ใช้ ipad ต่อ lan
  • ทำไมติดตั้ง socialbox ไม่ได้
  • สัญลักษณ์ gantt chart ธุรกิจขนาดเล็ก
  • ipad2 ต่อกับสายเน็ต
  • notebook ที่เหมือน ipad
  • gantt chart สัญลักษณ์งาน ต่อไปเรื่อยๆ
  • จัดการ project ให้เรื่องมันเดินด้วย Project Management Online ClockingIt com