เพิ่มสติในการใช้งาน internet ในที่ทำงานทำยังไง

ใช้ internet ทำให้คนเราโง่อย่างงั้นหรือ?
น้องผมเค้าบอกผมมาว่า “อ่านทความนึงเค้าว่า .. คนที่ใช้ internet ทำให้ความฉลาดด้อยลงไป..” ผมฟังแล้วก็ ฟังหูไว้หูน่ะครับเพราะว่าผมไม่คิดว่าตัวผมเองที่ใช้งาน internet มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ตามสัดส่วนของ internet speed ที่มากขึ้น และอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผมมากขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดซะทีเดียวว่า มันทำให้ผมโง่ลงตามเวลา


Chat ทำให้ฉลาดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ?

บังเอิญว่าผมก็ไม่ได้รับ link ของบทความแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าให้ผมมองในมุมของผมเองแล้วนั้น “การใช้งาน internet จะทำให้คนมีจิตที่ติดกันมากขึ้น” ที่ว่าจิตติดกันมากขึ้นมันมีเหตุผลมาตั้งแต่สมัยที่ Thaipoint ดังเพราะเป็นระบบ chat แรกๆตอนที่ผมอยู่ ม.2 แล้วล่ะครับ ต่อมาผมก็ utilize การ chat เรื่อยมาครับ


จิตติดกันมากขึ้นหมายถึง .. อะไร ?

ตรงประเด็นง่ายๆ คือ คนคิดถึงกันได้มากขึ้นครับ เพราะ internet ้เป็นประเภทหนึ่งของการสื่อสารเท่านั้นเอง การสื่อสารด้วย text เสียง เนื้อความ email และอื่นๆอีกมากมายที่ใช้อยู่ครับ ยกตัวอย่างชัดๆกันเลยดีกว่า คุณคงแปลกใจว่า ทำไม BB หรือเจ้าแบรคเบอร์รี่มันถึงได้ขายดีเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับ mobile phone ต๊อกต๋อยเหมือนๆกัน ผมต้องบอกว่ามือถือพวกนี้มัน low tech เมื่อเทียบกับ smart phone เอามากๆน่ะครับ เรียกว่ามันไม่ได้ฉลาดอะไรแต่ มันฉลาดที่ทำให้คนมีจิตคนต่อติดถึงกันได้มากขึ้นจาก promotion ที่จำเป็๋นต้องใช้ครับ เพราะ BB นั้นขายได้เพราะ การ online ในระบบ chat ของ BB เองที่แยกจะระบบอื่นโดยเด็ดขาด เราคุยกันได้มากขึ้นกว่าเก่าแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน คือ เมื่อคุณรถติดไฟแดง คุณก็พิมพ์ text ไว้ (เหมือนกับ SMS แต่ว่ามันยาวได้ไม่อั้นเท่านั้นเอง) แล้วอีกฝ่ายปลายทางก็ไม่จำเป็นต้องอ่านเดี๋ยวนั้น เค้าอาจจะนั่งอึอยู่ในห้องน้ำ หรือปฏิบัติกิจอะไรอยู๋ก็ได้ แค่มี time delay นิดหน่อยในการตอบเท่านั้นเองครับ
มีคนบอกผมว่า พอใช้ BB ต่อเน็ตแล้ว online msn ตลอดแล้วแอดผมไว้ ก็จะออกอาการราวกับว่า ไปไหนมาไหนก็เหมือนผมไปด้วยเลย อย่างงั้น (เพราะว่าผมก็ทำงานหน้าคอมและก็ online เยอะน่ะครับ) ซึ่งผมก็ว่า เป็นไปได้ที่จะรู้สึกอย่างงั้นครับ เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้จิตเชื่อมต่อกันนั่นเอง
ย้อนกลับมาประเด็น การ chat เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้งาน internet และแน่นอนว่ามันก็เป็นแค่การสื่อสาร ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คนโง่ลงแต่อย่างใด งั้นไปดูประเด็นอื่นต่อว่าใช้งาน internet แล้วโง่ลงได้ด้วยประเด็นอะไรมั้ย ?


Google ทำให้โง่ลงอย่างงั้นหรือ ?

ประโยคแรกๆเวลามีคนถามอะไรแล้วผมไม่รู้คือ “ไม่รู้.. ถามกูเกิ้ลดู..” ทำให้คนเราฉลาดน้อยลงหรือไม่ ถ้าหากว่าองคิดกันดีๆแล้ว Google ทำให้คนฉลาดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะต้องการรู้อะไรก็จะสามารถที่จะรู้ได้ทันควัน ถ้าหากว่ามี iPhone ต่อเน็ตตลอดแล้วไซร้อยากรู้อะไรก็จะรู้ได้ทั้งหมด ยิ่งกว่ามีสาระนุกรมติดตัวหลายเท่าตัวนัก แล้วอย่างงั้นแปลว่า ผมจะอ่านหนังสือน้อยลง หรือ สนใจเรื่องประวัติศาสตร์น้อยลงหรือ ไม่หรอกครับ เพราะคนที่สนใจเรื่องอะไรแล้ว ก็จะ Google ในสิ่งเหล่านั้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆได้มากขึ้นกว่าการไม่มี Google เป็นอันมาก เอางี้น่ะครับถ้าหากว่าผมไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์อะไรอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพวกนั้นอยู่ดี ไม่ว่าจะมี Google หรือไม่มี Google ก็ตามทีครับ ถ้าเปิดเจอบนทีวีก็จะเปลี่ยนช่องเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย คืดอย่างงั้นจริงๆน่ะครับ เรื่องอะไรที่ไม่สน เราก็จะไม่เอามาใส่ใจแม้แต่น้อย
ผมชอบคิดเสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องรู้ไปหมด เพราะมันเป็นไปไม่ได้โลกเรามี information มากเกินกว่าที่เราจำเป็นต้องรู้มากนัก คุณมีสิทธิในการเลือกรับข้อมูลได้ และ Google ก็ไม่ได้ทำให้คณอ่านน้อยลงแต่อย่างใด เพียงแต่มันเปิดให้คุณอ่านข้อมูลที่เชื่อได้น้อยลง ด้วยแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการได้มากขึ้น ศึกษาเรื่องราวต่างๆได้ผ่านทุกแง่มุมกว่าเก่ามากนัก ฟันธงเลยครับว่า Google ไม่ได้ทำให้คนใช้งาน Google ฉลดน้อยลงแต่ประการใด


Blog Feed ทำให้สมาธิ (แหล่งที่ทำให้เกิดปัญญาตามวิถีพุทธ) น้อยลงมั้ย ?

คนอ่าน Blog พิมพ์ Blog อย่างผมก็รับ Feed มากกว่าปกติมากนัก แต่เวลาที่เอามาอ่านเป็น surplus time หรือเป็นพวกส่วนเกินที่คุณไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ด้วยครับ เช่น อ่าน Feed ใน iPhone ตามเดินทาง รอคิว หรือแม้กระทั่งเดินเล่นช้าๆ เพื่อเป็นการออกกำลังกาย แน่นอนว่าอ่านเยอะขึ้น มันเป็นการทำให้รู้รอบ รู้กว้างกว่าเดิม และเป็นเหตุทำให้ฉลาดขึ้นได้นั้นเองครับ
แต่ประเด็นที่มีการตีโจทย์คือ เนื่องจาก Blog content ส่วนมาก แต่ละเรื่องจะมีเนื้อหาที่ไม่ยาวมากนัก ไม่เหมือนกับหนังสือ ประเด็นนี้มีความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นครับ เพราะ หนังสือก็คือ การเอาความคิดมาเรียบเรียงเข้าเรื่อง เข้าเล่มและจัดระเบียบ หมวดหมู่ให้กับมันเท่านั้นเอง (ยกเว้นพวก fiction หรือเรื่องแต่งทั้งหลายแหล่นะครับซึ่งผมไม่อ่านครับ ไม่ใช่แนว) หรือ มองให้สุดขอบกว่านั้นได้ไม่ยาก หนังสือก็เหมือนกับการเอาเนื้อ Blog มาพิมพ์เรียบเรียงต่อกันไป หรือทางกลับกัน หนังสือสามารถแยกเป็น blog content ได้ถ้าอยากจะทำครับ
ผมเห็นหนังสือหลายเล่มที่แต่งโดย Blogger หรือ writer ที่พิมพ์ Blog ออกมาด้วยทั้งหมดเป็นพวกนักคิดแทบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ว่าสื่อนั้นจะออกมาเป็นรูปแบบ Blog ผ่าน Feed ที่มีเนื้อหาสั้น (แต่จะไม่สั้นเลยถ้าเอามาต่อเรียบเรียงรวมกัน) หรือเป็นหนังสือออกมาเพื่อจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ (สำหรับฝรั่ง) ขอให้แค่อ่านได้มากที่ขึ้นบนเวลาที่คุณไม่เคยอ่านได้มาก่อนเท่านั้นก็จะเป็นการเพิ่มพลังฉลาด เพิ่มทักษะการคิดเรื่องราวที่ซับซ้อนได้มากขึ้นแล้ว เพราะงั้นแล้ว FEED ไม่ได้ทำให้คุณฉลาดน้อยลงแต่ประการใด
ส่วนเรื่องของสมาธินั้น มีเหตุว่า เนื่องจากเนื้อหา Feed สั้นทำให้คนอ่านเกิดสมาธิได้น้อยลงไป และความอดทนในการอ่านลดน้อยลงไป ไม่สามารถที่จะอ่านเนือความยาวๆได้เหมือนแต่ก่อน ก่อนที่จะมีระบบ Rss Feed อันนี้ก็เป็นความเห็นน่ะครับว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันสักเท่าไหร่ ผมก็ยังอ่านหนังสือได้ด้วยสมาธิที่จะหลับจะหลับเหมือนเดิม (อ่านก่อนนอน) แล้วก็ไม่ได้รู้สึกวอกแวกแต่อย่างใด อันนี้ถ้าหากว่าจะพิสูจน์ได้ต้องออกแบการทดสอบอย่างจริงจังว่า สมาธิที่สั้นลงจะนิยามว่าอย่างไร และ ทดสอบได้อย่างไรกันครับ


Twitter และ Facebook เป็นตัวก่อกวนสมาธิในการทำงานมั้ย ?

อันนี้ผมว่ามันเป็นทางเลือกมากกว่า แล้วแต่คน เพราะถ้าหากว่าเค้ารับ Twitter หรือเปิด Facebook ตอนทำงาน หรือ ตอนที่สมองกำลังแล่นอยู่ หรือ มีสมาธิกับอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างงั้นก็เป็นการทำลายสมาธิตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัยอยู่แล้วล่ะคับ แต่ก็อีก คนเราเมื่อคิดอะไรบางเรื่องอยู่ เราก็จะคิดได้แค่เรื่องเดียว ณ เวลาหนึ่งๆได้เท่านั้น ไม่สามารถที่จะคิดสองอย่างสองอารมณ์ได้ในเวลาเดียวกันแต่อย่างใด เน้นก็หมายถึงว่า เมื่อมีคน Twitter มาแล้วเราอยู่ในสมาธิกับงานใดอย่างหนึ่ง เราอาจจะเลือกปิด Twitter ไว้แต่แรกอยู๋แล้วก็ได้ หรือถ้าหากว่าเปิดไว้เราก็อาจจะต้อง ..มองข้ามมันไปไม่ได้ใส่ใจอะไรครับ เท่านั้นก็จะทำให้พวำทวีต มาทำอะไรเราได้น้อยลงไปอีกน่ะครับ


การจด Note ไว้ในมือถือและ Evernote ทำให้เราจำอะไรน้อยลงอย่างงั้นหรือ ?

ผมคิดว่ามันไมได้ทำให้เราโง่หรือว่าใช้สมองน้อยลงหรอกครับ สมองเรามันแบ่งออกเป็นส่วนของความจำระยะยาว และ ความจำระยะสั้นอยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลอะไรที่มันจำสั้นๆ แบบไม่จำเป็น มันก็จะหายไปอยู่ดีนั้นแปลว่า ถ้าหากว่าเราจดเอาไว้แทนจะทำให้ความจำ หรือข้อมูลนั้นอยู่กับเราแม้ว่าเราจะลืมไปแล้วก็ตามครับ เรียกว่า เป็นการจัดการข้อมูลได้ฉลาดกว่าครับ แต่ก็อีกการจดใน Evernote แนะนำว่าต้องพิมพ์ tag หรือ keyword ที่เราคิดว่าถ้าหากว่าเราจะกลับมาหาเราจะค้นหาด้วยคำว่าอะไร เพราะ ลักษณะการจดใน Evernote จะไม่ได้มีการตั้งเป็น folder ไปเรื่อยๆไม่มีวันจบ เพราะเรื่องราวใดๆ มันจะเยอะมาก มากขนาดที่ว่าเราไม่สามารถที่จะใช้ระบบการตั้งชื่อ Folder เพื่อแยกเรื่องได้ทั้งหมดเพื่อให้ครอบคลุมการใช้ข้อมูล แต่ระบบการพิมพ์ tag หรือพิมพ์เนื้อหาหรือคำที่เราคิดว่าถ้าหากว่าเป็นเราจะมาค้นหา เราก็จะมาค้นหาด้วยคำนี้ จะทำให้เราเจอเนื้อความหรือ Note ที่เราจดได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรครับ
เอาล่ะครับบนมาเสียตั้งมากมายโดยรวมแล้ว ผมมองว่าการใช้งาน internet และ Tools ใดๆที่มี เราต้องรูจักเลือกที่จะใช้และเข้าใจที่จะใช้มันได้อย่าง make sense กับตัวเราเองให้มาก ผมไม่สามารถบอกได้ทั้งหมดหรอกว่า คุณควรจะใช้มันอย่างไร เพราะมันก็แล้วแต่ Life Style ที่แตกต่างกันออกไป และความสามารถในการคิดใช้งาน (utilize) อุปกรณ์เหล่านี้ครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • การใช้อินเตอร์เน็ตในที่ทำงาน

ความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปกับการใช้บริการนกๆ [NokNok.in.th]

เมื่อนานมาแล้วผมเห็นพวกคนประเทศนอกเค้าเล่น  Twitter กันปุ้บผมก็ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรผมก็สมัครปั้บเพื่อที่จะได้ทดลองดูว่า ทำไม้ทำไมคนเค้าถึงต้องเล่นกันด้วย Twitter ตอนแรกที่อ่านๆ มันไม่ได้มีวัตถุประสงค์อะไรนอกจากจะบอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" เท่านั้นเองหรอกเหรอ แถมยังมีเงื่อนไขอีกตะหากว่ามันต้องไม่เกิน 140 ตัวอักษร ผมก็งงๆสมัครไปแล้วก็คิดไม่ออกว่า จะทำไปเพื่ออะไรเนียะ .. และแล้วเวลาก็ผ่านเลยไป .. จนไม่นานนี้น่าจะสักไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบริการที่เหมือนกับ Twitter ที่สร้างเพือคนไทยก็ปรากฏออกมา ผมว่าน่าจะมาแนวคิดและแนวทางของทีมงานสนุกเพื่อที่จะให้คนไทย Twitter ใช้กัน พอมีปั้บผมก็สมัครปุ้บเหมือนเดิม เพราะ อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมการใช้งานของผมก็ได้เพราะว่าผมไม่ได้อยากมีเพื่อนเป็นฝรั่งมังค่าสักเท่าไหร่นัก ประมาณว่าไม่ได้เป็นคนที่ international สักเท่าไหร่ ขนาดคนไทยพูดภาษาไทยด้วยกันยังไม่ได้สื่อสารกันเท่าไหร่นัก จะเอาอะไรกะภาษาต่างด้าวล่ะครับ ทีนี้พอสมัครปุ้บเงื่อนไขที่ผมเห็นก็เหมือนเดิม ก็คือการทำ micro blogging พิมพ์อะไรก็ได้เพื่อบอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ภายเนื้อความสั้นๆไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง เหมือนกับแป้ะราวกับแกะระหว่างบริการนกๆกับบริการของ Twitter และแล้วความเปลี่ยนแปลงทางความคิดก็เกิดขึ้นว่า เหตุใด ทำไมคนถึงเล่น่ Twitter หรือ นกๆกันเยอะครับ หลังจากนั้นไม่นานผมก็เรียกกุ้ชชี่ ที่ปกติผมจะมีอะไรที่เกี่ยวกับ internet ๆ สักหน่อยผมก็จะบอกเค้าเพราะว่า ผมบอกอะไรเค้าก็เชื่อเหมือนกะว่าเป็นคนว่าง่ายว่าอย่างงั้น ทีนี้ผมก็ลองตั้งค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลทาง sms หลังจากที่มีคนที่เรา’ติดตาม’พิมพ์ปะอะไรเอาไว้ มันก็จะไปแสดงที่มือถือเรา หรือว่าล่าสุดการส่งข้อความตรงก็สามารถที่จะทำได้ผ่าน sms ทาง นกๆ นี่ด้วยเหมือนกันครับ

การใช้งาน sms ตอนนีเหมือนว่าจะไม่มีคนใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นการส่ง code เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของมือถือเท่านั้นครับ ก็อย่างมากก็ สามบาทไทยไม่ขาดไม่เกิน แล้วก็จะได้รับสิทธิเพื่อรับ sms ผ่านทางมือถือที่เป็นข้อมูลที่พิมพ์ผ่าน นกๆ มาอีกต่อหนึ่งครับ

พอผมเปิดเพื่อที่จะรับ sms แบบนี้นั้นก็แปลว่า ผมก็ไม่จำเป็นต้องส่ง sms เหมือนกับปกติแล้วซิ หากว่าคนๆนั้นไม่ได้รับข้อความจากคนอื่นมากนัก (ที่ผมบอกว่าเค้าต้องไม่รับข้อความจากคนอื่นเพื่อให้เข้า sms มากนักเพราะมันมี Limit มีการรับข้อความต่อเดือน 250 sms ครับ นั้นก็แปลว่า วันละแค่ 8 ข้อความเศษเท่านั้น หารดูแบบนีแล้วมันก็ไมได้มากมายอะไรน่ะครับ)

การพิมพ์เพื่อบอกว่า "ตอนนี้ผมทำอะไรอยู่นั้น" มันเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับคนที่เค้าอยากรู้อยากติดตามเรา เช่น หากว่าคุณเป็นแฟนกันหรือหากว่าคุณแค่เป็นกิ้กกันหรืออยากจะเป็นคนพิเศษอะไรกันแล้วหรือว่า คุณกะคนทีติดตามคุณเป็นคนที่พิเศษกันอยู๋แล้ว อาจจะเป็นกรณีบุคคลในครอบครัวก็ได้ เช่น หากว่า ลูกสาวสุดหวงของคุณแม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเป็นเดือนๆ แล้วอยากจะติดตามกันไว้ โดยที่มี internet ใช้ไม่ว่าจะเป็น wifi หรือว่าจะเป็น edge , GPRS แบบเหมาจ่ายหรือแบบสี่ชั่วโมงก็แล้วแต่ ก็จะเป็นการบอก "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" อยากมีคุณค่ามากกว่าการบอกกันระหว่างคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนครับ

อาจจะดูกรณีที่การบอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" แบบที่ออกแนวตลาดนิดนึงก็เช่นว่า หากว่าผมเป็นกอร์ฟไมท์แล้วมีแฟนคลั

บเป็นโขยงๆ ผมอยากจะโปรโมตตัวเองเหลือกันครับ จำเป็นต้องเปิด นกๆ account เอาไว้สักอันเพื่อที่จะให้แฟนได้ติดตามอย่างน้อย พอผมที่เป็นกอร์ฟไมท์พิรมพรพิมพ์อะไรออกไปแล้ว แฟนคลับของผมก็จะได้รับทราบเรื่องราวนั้นผ่านทาง sms เหมือนกับที่คุณๆท่านๆ น้องๆหนูๆสมัครรับข่าวผ่านทาง sms ยังไงอย่างงั้นน่ะหละครับ

เรียกง่ายๆว่าหากว่ามองเป็นการตลาดแล้ว การที่บอกว่า "ตอนนี้ทำอะไรอยู่" มันมีความหมายมากกว่านั้น ผมยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งแล้วกันนะครับ เท่าที่เห็นชัดๆก็คือ ทางสนุกเองก็ได้มีการสร้าง account เพื่อให้คนติดตามเพื่อรับข้อมูล เช่นดวงวันนี้ หรือ ข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าทางสนุกเองจะใช้ ความหมายหรือแนวคิดเชิงนี้เพื่อบริการให้คนที่ติดตามเค้าให้ดีที่สุดและมากที่สุดเพื่อที่จะดึงดูดคนให้ใช้กันมากขึ้นครับ

ลองจินตนาการอย่างนี้ดีกว่า หากว่า มีคนติดตามผม(ซึ่งเป็นกอร์ฟไมท์ เฮอะๆ จะได้ฟังดูว่าน่าจะมีคนติดตามเยอะสักหน่อย) ติดตามกันมากกว่า 1000 คน การที่ผมพิมพ์ออกไปแค่ว่า ผมจะออกคอนเสริ์ตวันที่ 19 นี้ตอนสี่ทุ่มที่ไหนๆก็ว่าไป ก็จะทำให้คนอย่างน้อยพันคนนั้นรู้ทันทีเมื่อมือถือครับ การรับรู้ได้แบบนี้มันเป็นการบังคับรู้เพราะมันมี sms อะไรมาก็ต้องอ่าน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อคัดกรองว่าอันนี้มันคือ sms อะไรกันอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับกรณีนี้เค้าเหล่านั้นที่ติดตาม เค้ายินดีที่จะรับรู้ครับ โอ้ว .. เป็นการแจ้งข่าวกันได้อย่างรุนแรงทันทีทันตาเอาการครับ

ย้อนกลับมา utility ของการใช้ micro blogging กันอีกแบบดีกว่าว่าเอ.. จะเอาไปทำอะไรอย่างอื่นได้อีกมั้ยน้อ หากคิดกรณีที่เป็นคนธรรมดาสักหน่อยอาจจะแอบเอาไปลักไก่ใช้ในทางที่ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของ Twitter หรือว่าของ นกๆ เองก็ได้เช่น เพื่อการส่ง sms ให้กับบุคคลจำนวนหนึ่งกันฟรีๆ เหมือนกับที่ผมเคยเล่าให้ฟังครั้งนึงแล้วว่าเราสามารถให้คนในองค์กรบอกรับ sms แบบ นกๆ เพื่อให้เค้าเหล่านั้นได้รับข่าวสารจากเจ้าของกิจกรรมพร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นผมเล่าไปจะมีใครได้เอาใข้เหรอป่าวน่ะครับ เพราะว่าเงื่อนไขก็เยอะอยู่เช่น คนที่เป็นลูกน้องเราเค้าจะโดน เราเอา มือถือเค้า register กับนกๆเป็นทีเรียบร้อยแล้ว เค้าก็จะไม่มีอำนาจเหนือเบอร์มือถือตัวเองไปได้ ครับ เรียกได้ว่า เค้าจะบอกเลิกการรับข่าว sms จากเจ้านายไม่ได้ครับผม อ้อมไปซะไกลกลับมาการใช้งานอย่างคนธรรมดาดีกว่า การลักไก่ใข้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ที่ทำได้ก็เช่นว่า อยากจะใช้เป็น sms ฟรีๆ เดือนละ 250 ข้อความ วิธีการก็ไม่ยากครับ หากว่าคุณมีพ่อมีแม่ที่ไม่ได้ใช้งาน internet เพื่อ social networking อะไรแล้วเนี่ยะ (ซึ่งส่วนใหญ่เค้าไมได้เล่นหรอกนะครับผมรู้ เพราะผมไม่ค่อยได้เห็นคนอายุเยอะเล่น internet อย่างเอาเป็นเอาตายสักเท่าไหร่น่ะครับ) ก็จัดแจงเอามือถือเค้ามาสมัคร account นกๆ แล้วก็ส่งรหัสเพื่อยืนยันจากมือถือคุณพ่อคุณแม่ซะ แล้วก็ทำการค้นหาติดตามระหว่างกัน หมายความว่า เราก็ติดตามพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ติดตามเรา ทีนี้เราก็จะทำการส่ง"ข้อความตรง" เพื่อให้มันไปแสดงบนมือถือได้แล้วน่ะครับ แอ้ะ แค่นี้เอง ทีนี้ก็ไม่ต้องเสียเงินสองบาทเพื่อส่ง sms จากมือถือไปหามือถือของญาติสนิทมิตรสหายอีกต่อไปครับ

การส่ง sms ทางนี้มันดีอย่างที่ว่า เราไม่ต้องคิดมากเรื่องพิมพ์ไทยให้ได้ข้อความน้อยกว่า 70 ตัวอักษร ปกติผมเป็นคนที่ส่ง sms เพื่อบอกคนอื่นอยู่แล้วว่า ตอนนี้ผมทำอะไรหรือว่าผมจะทำอะไร แล้วดันมาเจอ นกๆ นี่ ทำให้เข]]
>

msn emotion icon ใช้กันได้แต่ต้องควบคุมได้ด้วยนะ


มีน้องสาวผมคนนึงเค้าเล่นเอ็มกับผมแต่ว่าก็ไม่ได้เล่นประจำอะไรแต่ว่าเค้ามีพฤติกรรมในการเล่นเอ็มที่แปลกกว่าคนอื่นจนผมต้องเอามาเล่าครับ เวลาที่ผมเจอน้องคนนี้เนียะ เค้าก็ไม่ได้ทักทายผมเท่าไหร่หรอกแต่ว่าพอผมคุยด้วย เค้าก็มักไม่พิมพ์คุยกะผม สิ่งที่เค้าส่งมาหาผมส่วนใหญ่จะเป็นภาพ emotion icon ครับ แต่ว่าที่แย่ไปกว่านั้นก็คือว่า ถ้าเค้าพยายามที่จะพิมพ์อะไรขึ้นมาเพื่อที่จะสื่อสารกับผม เช่น แค่จะบอกว่า “ไปกินข้าวมา” ตัวอักษรทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดจะโดนแปลงเป็นภาพ emotion icon ทำให้อ่านไม่ออกครับ เรียกง่ายๆว่า แทนที่จะเป็นภาษาพิมพ์เหมือนคนอื่นปกติเค้า แต่ว่านี่มันเป็นภาษาภาพไปแล้วน่ะครับ ผมก็เคยถามเค้าเหมือนกันว่า เอ้ะ ทำไมเอา icon อะไรมาเยอะแยะแบบนี้แล้ว อย่างงี้คุยกะคนอื่นรู้เรื่องกันเหรอป่าวเนี่ยะ เค้าก็บอกผมว่า เค้าอ่ะเป็นพวกที่สะสม icon พวกนี้แล้วก็ชอบที่จะใช้มัน เค้าใช้มันเยอะเกินไปน่ะครับผมว่านะ .. เพราะเช่นตัวอย่างที่ผมบอกตะกี้คือแค่คำว่า “ไปกินข้าวมา” ไป ก็จะโดนแปลงเป็นรูป ลิงขี่มอเตอร์ไซด์ แปลว่าไป … อืม ดีมาก .. แล้วก็กิน ก็จะโดนแปลงเป็นรูปลิงกินข้าวกินบะหมี่อยู่ แต่ว่าคำว่ามาเนี่ยะไม่ได้มีการบันทึกเป็น icon เอาไว้

“แล้วนี่ไม่คิดจะแก้อะไรมั่งเหรอครับ” ผมก็คิดอยู่ในใจแต่ว่าผมก็ถามโพล่งออกไปด้วยความเคยชินว่า คนคิดกับการพิมพ์มันพรั่งพลูไหลออกมาได้อย่างรวดเร็วเหมือนสายน้ำ เค้าก็ไม่ได้บอกอะไรผม แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำสำหรับคนที่มีอาการแบบนี้ (ผมเดาเอาว่าไม่ได้มีแค่น้องคนนี้ที่เป็นพวกติด emo icon อย่างงี้อย่างแรง) ว่า ถ้าหากว่า อยากจะใช้ให้อย่าตั้ง เป็นคำธรรมดา เพราะว่า หากว่าเราต้องการจะพิมพ์อย่างงั้นจริงๆบางทีมันก็สื่อสารไม่ได้ เอาซะเลยครับ ยกตัวอย่างให้งงกว่านั้น กรณีที่ผมเคยเจอมาก็เช่น หากว่าเค้าตั้ง emotion icon มาจากคำว่า “มา” แล้วล่ะก็ . นั่นแปลว่าถ้าหากว่าเค้าพิมพ์ว่า “มาก” มันก็กลายเป็นว่า มีรูป ลิงเดินมา แล้วก็ตามดว้ย ก.ไก่ เอ้ย.. แล้วมันจะอ่านเข้าใจกันได้ยังไงล่ะนั่น แย่กว่านั้นก็คือภาพก็ไม่ได้สื่อสารเลยว่า นี่กำลังพิมพ์บอกว่า “มาก” แต่อย่างใด

ประเด็นก็คือว่า หากว่าต้องการใช้ emotion icon พวกนี้ แนะนำอย่างแรงกล้าว่า เราต้องควบคุมมันครับ เราควรจะใช้เมื่ออยากจะใช้เท่านั้น วิธีการที่ผมใช้ในการกำกับ emotion icon เหล่านี้ คือ การใส่เครื่องหมายประหลาดๆที่ไม่ได้ใช้งานกัน ที่เป็นอยู่ในชุดแป้นพิมพ์ภาษไทย เช่น กรณีของผมผมจะใช้ “ๆ” นำหน้าเสมอ เช่น หากว่าผมจะแอดรูป emotion icon รูปหัวใจ ผมไม่อยากจะพิมพ์ว่า “หัวใจ” แล้วให้มันขึ้นเป็นรูปหัวใจหรอกนะครับ ผมจะตั้ง key หรือคำที่เป็นตัวแทนของรูปหัวใจว่า “ๆหัวใจ” นั้นก็แปลว่าถ้าหากว่าผมต้องการที่จะ ให้แสดงเป็นภาพเพื่อสื่อสารความในใจแล้วล่ะก็.. ผมก็จะพิมพ์ ไม้ยมก นำหน้า แต่ว่าถ้าหากว่าต้องพิมพ์ว่า “หัวใจ” ผมก็พิมพ์ไปได้เลยเหมือนกับการพิมพ์ปกติครับ นี่อาจจะเป็นแค่อะไรง่ายๆสั้นๆ แต่มันมีผลกระทบต่อการสื่อสารผ่านระบบ msn กันอย่างแท้จริง ที่เป็นปัญหาของโลกเรา ณ ปัจจุบันที่มองข้ามไปไม่ได้น่ะครับ

การที่ใช้ emotion icon มันดีตรงที่ว่า .. มันสื่อสารเป็นภาพได้ แล้วก็ถ้าหากว่าคุณมีชุด emotion icon ที่มันดูน่ารักแล้วล่ะก็.. ผมก็คนที่ได้รับ ก็จะรู้สึกว่า แหม .. ทำไมคุณๆทำตัวได้น่ารักแบบนี้นะ .. ซึ่งผมรู้สึกอย่างงั้นจริงๆน่ะครับ แล้วก็คนที่คุยกะผมเค้าก็เหมือนว่าจะรู้อย่างงั้นด้วย

Download Emoicon  ได้จากที่นี่ครับ (อย่าลืมว่าอย่างใช้พร่ำเพรือแล้วกันนะครับ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • emotion
  • emotion icon
  • emotion msn
  • icon msn
  • ไอคอนแสดงอารมณ์
  • ไอคอน msn
  • ไอคอนแสดงอารมณ์ msn
  • emotion ลิง
  • icon emotion
  • msn emotion

Google Chrome โครมๆ ไม่ได้สุดยอดอย่างที่อยากจะให้เป็นมากนัก

หรือว่าตัวผมใช้งาน Firefox 3  มาอย่างดุเดือดแล้วก็ใช้งาน Firefox มาตั้งแต่แรกแล้ว เหมือนกะว่า่ตั้งแต่ัมันไม่ได้เป็น Firefox 2 ด้วยหละมั้ง จำ่ไม่ได้เหมือนกันว่า ผมหันมาใช้ Firefox ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อวานที่ผ่านมานี้ื ทาง Google เล่นประกาศอยู่ที่หน้าแรกของ Google.com เลยว่า ให้โหลด Google โครม! นี้มานั่งเล่นได้ แล้วก็บอกอีกว่ามันเป็น beta เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า อะไรที่ทำออกมาใหม่ๆ ทาง Google เค้าก็จะบอกว่าเป็น Beta ตลอดน่ะหละครับ เพราะตัวอย่าง Gmail ซิโห .. กว่าจะเอา Beta ออก(แอ้ะหรือว่ายังอยู่หว่าไ่ม่ทันสังเกต) มันก็เป็นเวลานานมากๆ เหมือนว่าสามปีเห็นจะได้ เพราะผมจำได้ว่า ตอนผมเรียนอยู่เืมืองนอกเมืองนา ผมก็เพิ่งได้ Account Gmail น่ะครับ โหยตอนนั้นเนี่ยะคนที่จะได้ Gmail เนี่ยะต้องมาขอ invitation กันใหม่ควั่ก ทำให้เหมือนกะว่า Gmail account นั้นมันมีค่าขนาดหนัก .. (อาจจะเป็นแผนการตลาดเค้าก็ได้ หรือว่าเค้าอยากจะไม่ให้คนขยาย account ออกไปเร็วเกินไปก็เป็นได้ไปเหมือนกัน ) เอาเถอะครับกลับมาที่กูเกิ้ลโครมของเราดีกว่า .. ผมใช้ดูแล้วพักหนึ่งก็รู้สึกว่ามันเร็วดี แต่ว่า ที่แน่ๆ การ Zoom ภาพหรือว่า Text โดยการคลึงเม็ด mouse กลางโดยที่กด ctrl ค้างเอาไว้ มันก็จะทำให้แค่ว่าตัวหนังสือใหญ่โตขึ้นมาเท่านั้นไม่ได้รวมไปถึงภาพหรือว่า lay out ส่วนๆอื่นๆแต่อย่างใด ซึ่งมันถือได้ว่าเป็น tecnology ของ Browser โบราณไปแล้วน่ะครับ เ้พราะว่า IE7 Firefox Opera หรืออื่นๆ ก็ทำได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเด่นของการใช้งาน Browser สมัยใหม่จริงๆ นอกจากนี้ Chrome ยังคงต้องพัฒนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ add on และ extension ต่างๆที่ยังขาดไปอีกเยอะ คิดว่าหากว่าทำตัวดีๆพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็อาจจะทำให้คนหันมาใช้มากขึ้นก็ได้ในอนาคตครับ เพราะทุกคนก็คิดว่า Google ก็น่าจะทำอะไรได้ดีไม่แพ้คนอื่นๆเค้าน่ะครับ ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมกูเกิ้ลต้องอยากที่จะทำ Browser เป็นของตัวเองหรือว่าไม่อยากจะเสียเงินให้กับ Firefox แล้ว(รู้เหรอป่าวครับว่า Firefox ที่บอกว่าเป็นมูลนิธิเนี่ยะเค้าได้เงินจาก Google มามายโขอยู่มากพอที่จะจ้างพนักงานทั้งหมด ตอ่ไปได้อีกสามปีล่วงหน้าโดยไม่ต้องเอาคนออกเลยแม้แต่คนเดียว ที่เค้าให้เงินกันก็เพราะว่า Google search box ที่อยู่ที่หน้าแรก หรือว่าที่อยู่ที่ด้านชวาบนของ Firefox น่ะหละครับ รู้หรือเปล่าครับว่าทุกๆครั้งที่กดคน้หาผ่านชอ่งนั้น ทำให้ FIrefox ได้เงินครับ )

เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วผมว่าผมก็ัยังจะปักหลักกะ Firefox อยู่เหมือนเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะว่ายังไม่มี Browser ตัวอื่นที่จะมีการ customize ได้ดีและสะดวกกว่าที่ผมลงไว้ที่ Firefox ที่ผมใช้อยู่แล้วครับ แต่ว่า เจ้าโครมเนี่ยะมันก็มีดีเหมือนกันนะครับ คือว่ามันโหลดโปรแกรมได้เร็ว( ก็ที่โหลด Firefox ช้าก็เพราะว่าผมมี addon เยอะอยู่เหมือนกัน) แล้วก็ข้อดีอื่นๆ ก็คือว่ามันดูดีด้วยครับ เท่านั้นเองหละครับ ยังไงก็ลองโหลดใช้งานโครมดูกันได้ครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google โครม
  • กรูเกอร์โครม
  • สมัค google โครม
  • อันตรายกรูเกอร์โครม
  • โครมช้า

Option SKype ที่น่าจะปรับตั้งเอาไว้แทนค่าที่ได้กำหนดเป็น Default

ค่า Default หรือค่าที่ได้ตั้งมาแต่แรกของ Skype นั้นสำหรับผมแล้วบางอบ่างคิดว่าไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะมันไม่เหมือนกับสัญชาติญาณที่คิดว่ามันควรจะเป็นครับ ข้อมูล setting ที่ผมปรับใน Options มีดังต่อไปนี้ครับ (การ setting ทั้งหมดที่ทำ Tools> Options ครับ)

1. ที่ General settings  : When I double click on a Contact or use the address field ผมเลือกเป็น start a chat ครับ เพราะส่วนมากแล้ว เราจะทักทายกันโดยการ chat เสียก่อนก่อนที่จะโทรไปหาครับ อีกอย่างปุ่ม โทรไปหาเนี่ยะ มันจะมีอยู่ที่ด้านล่างอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นการตั้งค่าว่า "start a call" ตอนที่ double click นั้นถือว่าเป็นการตั้งค่าที่ซ้ำซ้อนครับ

2. ที่หน้า Video Settings.. ให้ปลด "Start my cideo automaticall when I am in a call" ออกครับ อย่างน้องสาวผม เค้าไม่รู้ว่ามันไปตั้งที่ไหน เวลาเค้าคุยกับคนอื่นแล้วกล้องมันก็ต่อออโต้มานี่ วิธีที่น้องผมทำก็คือ เค้าเอากระดาษไปปะไว้เพื่อบังกล้องแทนน่ะครับ ไม่แนะนำทำแบบนี้หรอกนะครับ

3. ให้มั่นใจว่าที่หน้า Video Settings.. "Automaticall receive video from.." ให้เลือกเป็น no one ครับ ไม่มีเหตุผลว่าจะต้องเปิดกล้องให้ใครดูทันที เค้าควรจะต้องให้เรา accept การเปิดโชว์กล้องเสียก่อนมันถึงจะถูกนะครับ

4. ที่หน้า Notifiacations > Notification settings > "When someone calls me…" ให้เลือกเป็น "show windos tray alert" แทนครับ เพราะ ถ้าเป็น default มันเนี่ยะ เวลามีคนโทรมาหา มันจะแสดงเหมือนกะเป็น pop up เกะกะน่ารำคาญมากน่ะครับ แต่เลือกให้มันแสดงที่ Tray มันจะแสดงเหมือนกะว่ามันกระพริบๆอยู่ด้านล่างเท่านั้น (เหมือน msn น่ะหละครับ)

5. ที่หน้า Notifiacations > Notification settings > Display a notification in the windos tray when someone… ให้ check ติ้กเอา Comes online ด้วยครับ เพราะพอมีคนโผล่มาเราก็จะเห็นครับ (ไม่งั้น มีใคร online โผล่มาใหม่เราก็จะไม่รู้เลยครับ )

6. ที่หน้า Notifiacations > Alert & Messages >  ให้ปลด Show meessages about … ออกให้หมดครับไม่ว่าจะเป็น help หรือว่า Promotions.

นอกจากนั้นผมก็ไมได้ setting อะไรที่แตกต่างไปจากค่า Default แล้วครับ หลักๆที่เห็น คือผมพยายามทำการตั้งค่าให้มัน make sense กับการใช้งานมากขึ้นครับ อย่างการแสดง Nonification ว่ามีคนใหม่ Online เข้ามามันน่าจะเป็น Default ซะมากกว่า สุรปว่าอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ใครจะปรับตามก็ได้ครับ เพราะการปรับค่าพวกนี้ผ่านกระบวนการคิดมาแล้วทั้งหมดครับผม ..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • skype เปิดกล้องไม่ได้
  • เปิดกล้อง skype ไม่ได้
  • เปิดกล้องใน skype ไม่ได้
  • ตั้งค่า skype
  • เปิดกล้องskypeไม่ได้
  • skype กล้องไม่ขึ้น
  • เปิดกล้องในskypeไม่ได้
  • skype ตั้งค่า
  • ตั้งค่ากล้อง skype
  • วิธีเปิดกล้องใน skype

สิ่งต้องรู้เพื่อการติดตั้งเล่นเน็ตไร้สายได้(เล่นเอาเหนื่อย)Wireless Router ,Modem,Access Point

< ![CDATA[

กว่าจะเล่น internet แบบ wireless ไร้สายได้เล่นเอาเหนื่อยน่าดู กว่าจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ที่ร้านขายของเค้าก็ไม่ได้บอกอะไรมากมาย เพื่อให้เราเข้าใจมากนัก ไม่รู้ว่าจะอมความรู้ความเข้าใจไปทำไมเหมือนกัน แต่ว่าผมจะสรุปให้ตัวเองเข้าใจและคนอื่นที่เข้ามาอ่านที่ไม่ค่อยรู้เรื่องการติดตั้ง Internet network เหมือนๆกับผมให้ได้เข้าใจกัน ความจริงมันไม่ยากหรอกครับ

การใช้งาน Internet HighSpeed จะต้องติดต่อผู้ให้บริการ สมมุติว่าเป็น True ก็แล้วกัน เค้าก็จะต้องบังคับให้เรามีสายโทรศัพท์บ้านของ True เอง เพราะว่ามันจะได้ส่งสัญญาณ Internet มากับสายโทรศัพท์ได้ ปกติแล้วโทรศัพท์มันก็เป็นเหมือนกับท่อส่งสัญญาณแต่ว่าแต่ก่อนเราใช้แค่ไม่เท่าไหร่ของความสามารถของมันครับ เพราะว่าท่อสายโทรศัพท์นี้มันส่งอะไรได้มากกว่านั้นมากมาพร้อมๆกัน ไม่ว่าคุณจะโทรศัพท์อยู่ คุณก็ยังเล่น Internet ได้โดยไม่กระทบต่อกันแต่อย่างไร เพราะว่าสัญญาณเหมือนว่าจะเป็นคนละแบบกันนะครับ

พอติดต่อ True แล้วเค้าก็จะให้รหัส username และ password ของทาง True เค้ามาหน้าตาก็คล้ายๆกับ usename : xxxx@truehisp อะไรสักอย่างแล้วก็..

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • การติดตั้ง wireless router
  • wireless router คือ
  • การติดตั้งอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย
  • วิธีติดตั้ง wireless router
  • wireless router คือ อะไร
  • การติดตั้งwireless router
  • เล่นเน็ตไร้สาย
  • การติดตั้ง router wireless
  • wireless router คืออะไร
  • ติดตั้งอินเตอร์เน็ตไร้สาย

สุดยอดการแสดงผลของการค้นหาภาพด้วย PicLens Firefox addon

สำหรับคนใช้งาน Browser Firefox เท่านั้น (หากว่าใช้อย่างอื่นอ่านได้เฉยๆแต่ว่าใช้ไม่ได้นะครับ) :สำหรับคนที่้ค้นหาภาพเพื่อเอาไปทำรายงานหรือทำการ presentation แล้วก็มักจะหาภาพจาก internet ผ่านทาง Google.com หน้าแรก แล้วก็เลือกว่าค้นหารูปภาพ การแสดงผลก็จะออกเป็นรูปแบบที่เราคุ้นตาครับ แต่แล้ววันนึงการค้นหาภาพ มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เจ๋งออกมาได้ครับ แต่ว่าคุณต้องเป็นคนที่ใช้ Firefox อยู่แล้วนะครับเพราะว่า เจ้าตัวที่จะทำให้การค้นหาภาพของคุณเป็นประสบการณ์การค้นหาที่ดูเวอร์อลังการมันเป็น Firefox addon ชื่อว่า “PicLens” ครับ

พอลง Firefox addon ตัวนี้เข้าไปแล้ว มันจะไม่เห็นอะไรแตกต่างจากเดิมมากจนกว่าคุณจะปุ่มด้านขวาบนที่มีสัญลักษณ์เหมือนกับปุ่ม Play ครับ พอกดแล้วหน้าจอเราก็จะมืดลง แล้ว cursor ก็จะไปกระพริบทีด้านขวาเพื่อให้กรอก Key word หรือคำเพื่อการค้นหา การค้นหาค่าจะเลือกได้ว่าเราต้องการค้นหาที่เว็ปไหน (ตอนนี้มีให้เลือกแค่ 7 เว็ปมั้ง) คือ Photobucket, Google, Yahoo, Devianart, Fiickr, … แล้วสำคัญที่สุด ตัวนี้ทำการค้นหา youtube.com ได้อีกด้วย

พิมพ์ Keyword ค้นหาลงไปแล้วมันจะแสดงออกมาเหมือนกับการดูภาพจาก Gallery แล้วเราก็ลากเมาส์ไปทางด้านขวาเรื่อยๆ มันก็จะโหลดภาพไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้เหมือนกับการเดินใน Gallery ภาพจริงๆ หากว่าต้องการดูภาพไหนใกล้เข้าไป เราก็กดที่ภาพนั้นๆ มันก็เลื่อนมาเหมือนกับการที่เราเอาหัวเข้าไปดูใกล้ๆ และหากว่า double click ที่ภาพนั้นๆ มันก็จะปรับมุมมองจากมุมที่เหมือนกับว่าเราเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ ไปเป็นมุมแบบการแสดงภาพแบบเดี่ยวๆ

พื้นหลังทั้งหมดจะเป็นสีดำทำให้เหมือนกับอยู่ที่ห้องมืดๆ มีแต่ภาพเท่านั้นที่โดดเด่นเป็นสง่าออกมาให้เราได้เห็นและเลือกชม สำหรับพื้นจะมีเงาลางๆ ตาม effect ของ Design แบบ web 2.0 (แต่ว่านี่มันไม่ได้เป็นเว็ปสองจุดศูนย์อะไรหรอก) ,Righ design ทำให้ดูหรูหราน่าดูทีเดียว

คิดว่าอีกไม่นานเว็ปน่าจะมีการ submit เข้าไปเพื่อให้ทาง Piclens ทำอะไรสักอย่างเพือ่ให้แสดงผลการค้นหาภาพได้ ผมก็ลองเข้า Sanook.com แล้วก็กดปุ่ม สีฟ้า เพื่อที่จะเข้าโหมดค้นหาภาพ มันก็จะบอกว่า .. เว็ปนี้ยังทำการค้นหาแบบนี้ไม่ได้ ให้กด click here เพื่อ Submit เว็ปเอาไว้ อีกหน่อยค่อยเข้ามาอีกที อาจจะทำการค้นหาด้วย Piclens ต่อไปได้ … ซึ่งผมคิดเอาว่าอาจจะทำได้ครับ

สรุปแล้วผมมองว่า Firefox addon ที่ชื่อ Piclens นี้แนะนำเป็นสุดยอด Add on ที่ทำให้การค้นหาภาพ แสดงผลออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อผ่าน Browser Firefox ครับผม ลองโดดไปโหลดกันได้จากที่นี่เลยครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • add on piclens รีวิว
  • firefox piclens

Youtube Clone เพื่อการทำ Job description ในองค์กร

แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่คิดว่า วีดีโอหรือว่าภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการสื่อสารได้อย่างชัดเจนมากที่สุด รองจากการลงมือทำ หรืออาจจะคิดง่ายๆได้ว่า เราทำตามเอาดื้อๆได้เลยหากว่ามีคนทำให้ดู ตัวอย่างเช่น ตอนที่เรียนเทนนิส ก็จะเห็นว่ามีอาจารย์หรือครูฝึกจะทำท่าทำทางให้เราได้เห็น แล้วเราก็ทำตาม ครูฝึกก็จะอธิบายด้วยเสียงคำพูดออกมาบ้างเพื่อให้เราเข้าใจในสิ่งที่เราไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือว่าเห็นได้แต่สังเกตได้ยากหรืออาจจะไม่สังเกตก็เป็นได้ และเพื่อเป็นการเน้นอะไรบ้างอย่างที่ต้องการจะบอกเน้นเป็นพิเศษ หรือลองคิดดูว่า ถ้าหากว่ามี Youtube หรือไฟล์วิดีโอที่ดูได้ผ่าน computer ตัวเล็กๆสักตัวเพื่อเป็นการสาธิตการทำอาหารแบบวิต่อวิ.. คือไม่ได้มีการตัดต่ออะไร เริ่มตั้งแต่ว่าให้เตรียมอะไรบ้างแล้วต้องเริ่มลงมือทำพร้อมกัน เพียงแค่คุณดูตามและทำตามเท่านั้น รวมทั้งฟังข้อมูลบางอย่างที่ต้องการเน้นย้ำก็จะทำได้เหมือนกับว่ามีการ upload ข้อมูลลงไปในหัวทันที (แต่ว่ามันก็จำไม่ได้หรอกเพราะว่าไม่ได้จำ รู้อยู่ว่าไม่ต้องจำหากว่าทำอีกก็แค่เปิดไฟล์นั้นซ้ำก็จะทำซ้ำได้อีกอย่างไม่ต้องสงสัย)

พอคิดได้อย่างนี้การที่พนักงานในโรงงานหรือในองค์กรไม่ว่าจะอยู่แผนกอะไรก็ตามทำการสาธิตเป็นวิดิโอเอาไว้แล้วได้อย่างดีและมีเนื้อหาครอบคลุมก็จะเสมือนว่าองค์ความรู้นั้นๆอยู่ในระบบเก็บเอาไว้และพร้อมเสมอที่จะถ่ายทอดให้กับคนอื่นต่อไป แบบวิต่อวิ.. (หากว่าคิดว่าจะบันทึกกันแบบนั้น) ก็ทำได้แล้ว ณ เวลานี้เพราะว่าเนื่องด้วยมีกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวก็มีราคาถูกลงมากจากสมัยก่อนและ แน่นอนว่าที่เหนือไปกว่านั้นอีกก็คือ “ตอนนี้ระบบจัดการ file vdo ลักษณะเหมือน Youtube มีให้โหลดเพื่อลงใช้งานกันแบบ Open Source ครับ” เพราะฉะนั้นคนที่รู้แบบนี้แล้วก็น่าจะมีแนวคิดที่ว่า อืมหากว่าเราหรือองค์กรของเราทำ Youtube ที่ ค้นหาจาก Tag หรือ Keyword อะไรได้ง่ายๆ แล้วมีคนทำ file แสดงเอาไว้ เราก็ค้นหา เปิดดูแล้วก็ทำตามก็จบ ก็ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมาก หรือว่าไม่ต้องไปทำพิธีครูพักลักจำอะไรกันอีกต่อไปครับ แนวคิดนี้เหมาะกับงานโรงงานเป็นอย่างมากเพราะเรื่องราวที่เกิดหากว่าหัวหน้าเองไม่อยากจะต้องไปบอกคนอื่นเค้าซ้ำๆ แค่ว่าให้ทำ video file รองรับเอาไว้ มีคนใหม่มาก็เปิดให้ดู หรือว่าจำได้ว่าเคยทำไฟล์ไว้แล้วคิดว่ายังใช้ได้เพราะว่างานก็เหมือนๆเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็บอกให้เค้าไปเปิดดูเอาเองได้ ไม่เหนื่อย ไม่เปลืองแรง แต่กลับทำให้มีการสื่อสารกันได้อย่างชัดเจนมากขึ้นและไม่ขาดตกบกพร่องอะไรหากว่าทำ video file ได้ดี นอกจากนี้อาจจะเอาไปใช้กับแผนกคอมพิวเตอร์ก็ได้ เพื่อให้พนักงานทั่วทั้งองค์กรไม่ต้องมายุ่งกะแผนกคอมอีก .. หรือว่าให้เค้าไปดูเอาเองเบื้องต้น (แหมเหมือนจะขี้เกียจแต่ว่าได้งานเหมือนกันครับ) เช่นว่า เปิดคอมไม่ติด .. ก็บอกให้เค้าดูว่าไปดูสายตรงนี้เปิดหรือไม่ ดูว่าสวิตช์กดติดหรือไม่ หรือว่าดูว่าสายจอเสียบแน่นหรือไม่ อันนี้ผมยกตัวอย่างเท่านั้นเองนะครับเพราะว่าเรื่องราวมันไม่น่าจะต๊องแบบนี้ครับ นอกจากนี้จะให้ทำการ capture หน้าจอเพื่อทำเป็น video file สอนการใช้งานหรือ setting ก็ได้สำหรับ program อะไรก็ตามที่จะให้ user ใช้งานได้เอง พวกง่ายๆอาจจะทำเหมือนกะ Help ทีเป็น video ก็ได้ครับ
รวมๆแล้วแนวคิดและความเป็นไปได้ของระบบความรู้เป็นภาพเคลื่อนไหวและเสียงอย่างว่านี้ก็เป็นไปได้เอามากๆ แต่หากว่ามันต้องมีระบบสนับสนุนให้คนคิดว่า ทำแล้วได้ประโยชน์ หรือถ้าเค้าคิดไม่ออกว่าได้จะได้ประโยชน์ยังไงแล้วองค์กรหรือบริษัทอยากจะให้ทำ ทางบริษัทก็ต้องคิดระบบการให้รางวัลหรือระบบปรับเงิน หรือ.. ความดีความชอบอะไรสักอย่างเพื่อให้คนร่วมมือกันทำทั้งๆที่ตัวเค้าไม่ได้เห็นประโยชน์อะไรด้วยหรอกตอนแรก แต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว ความรู้ความคิดและการกระทำทั้งหมดจะถูกโหลดเก็บเอาไว้เป็นไฟล์ที่หากว่าไมได้โดนลบไปซะก่อนก็.. มันก็ยังอยู่คู่กับองค์กรไปอีกนานแสนนาน หรือจนกว่าข้อมูลเหล่านั้นมันล้าสมัยใช้ไม่ได้ไปเองอย่างใดอย่างหนึ่งครับ

อ้อ.. หากว่าต้องการ Youtube clone สำเร็จรูปสำหรับเอามาลง server intranet หรือว่าไปเช่า Host เพื่อทำผ่าน Internet แล้วล่ะก็ แนะนำเป็นตัว “PHP MOTION” เค้าบอกว่าเค้าเป็น Open Source นะครับ ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ลองดูเหมือนกันว่ามันมีระบบจัดการที่เจ๋งแค่ไหนแต่ว่าก็มีคนอื่นแนะนำมาต่ออีกทีจากคนที่ไว้ใจได้ครับ.. ลอง Google หาโหลดดูเองแล้วกันนะครับ หาไม่ยากอยู่แหละแค่รู้ว่ามันชื่ออะไรแค่นั้นก็พอแล้วล่ะครับ เพราะกว่าจะโหลดได้ก็ต้องสมัคร Forum อะไรของเค้าวุ่นวายนิดหน่อยแล้วก็การ set up เพื่อให้ run บน server ได้ก็ต้องออกแรงนิดๆโดยการอ่านคู่มือที่เค้ามีอยู่ใน Forum นั้นด้วยครับผม ยังไงก็ไปสมัครเพื่อโหลดแล้วกันนะครับ .
แต่ว่าผมก็เอา Link มาลงให้อยู่ดีน่ะหละครับ โดดไปตาม Link เลยก็น่าจะได้เหมือนกันลองดูกันเอาเองแล้วกันนะครับ

ข้อมูลเบื้องต้นเข้าไปดูได้ที่
http://phpmotion.com/content/view/13/47/

Download V2 STABLE RELEASE (Last Updated : 01 May 2008)
For PHP 4.x – http://www.phpmotion.com/downloads/V2/PHPMOTION_PHP4.zip
For PHP 5.x – http://www.phpmotion.com/downloads/V2/PHPMOTION_PHP5.zip

อ่านคู่มือสำหรับการติดตั้งได้จาก Link นี้ :
http://wiki.phpmotion.com/doku.php?id=installation_instructions

คู่มือในการ Upgrade instruction :
http://wiki.phpmotion.com/doku.php?id=upgrading_from_v1_to_v2_rc1

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • youtube clone
  • phpmotion คือ
  • การติดตั้ง youtube clone
  • ขอyoutube clone
  • วิธีติดตั้ง youtube clone
  • วิธีใช้งาน firefox ลบ พาสเวิร์ด เฟสบุ๊ค
  • วิธีการใช้ PHPMotion
  • ทำ phpmotion
  • คล้าย phpmotion
  • phpmotion for windows

ซื้้อ Notebook ให้ถูกลงต้องวิเคราะห์จากการใช้

< ![CDATA[


ไม่น่าเชื่อว่าการที่การตลาดคิดที่จะออกสินค้าประเภท Notebook ตัวเล็กๆและราคาเบาๆหมื่นต้นๆ แล้วทำออกมาจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เหมือนเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่เป็นการตลาดกว้างออกไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งปริมาณ อันเนื่องมาจากราคาที่เบาๆ แล้วก็เหมาะสมกับการใช้งานสำหรับคนยุคนี้ที่ใช้งานกันจริงๆก็ใช้กันไม่กี่อย่างสำหรับคนส่วนใหญ่ สรุปแล้วคนไทยเราไม่ได้ใช้งานอะไรมากมายหรอกครับ ที่หลักๆเอามานั่งเขียนเป็นข้อๆได้ต่อไปนี้ครับ แล้วก็ผมก็จะแนะนำอะไรที่ต้องดูมั่งหากว่าจะซื้อ Notebook ที่กะว่าจะใช้งานตามหัวข้อนั้นๆไปด้วยเลยแล้วกันนะครับ

คนส่วนใหญ่น่าจะเอา Notebook ไปใช้การเพื่อเหตุผลต่างๆนานาดังต่อไปนี้ครับ

1. เพื่อเล่น Net หรือที่เรียกกันว่า surf net มันก็เหมือนกับการเล่น wind surf ตรงที่ว่าเราเล่นอยู่บนหัวคลื่นหนึ่งแล้วก็ขึ้นไปอีกคลื่นหนึ่งต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะไปจบที่คลืนลูกไหน แต่ที่แน่ๆมันก็จะไปจบที่หาดทราย ก็จะเหมือนกับการที่เราเปิด

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • วิเคราะห์โน๊ตบุ๊ค
  • วิเคราะห์ แนวโน้ม notebook

เว็ปนี้เขียนไปทำไม?

        อนนี้ computer และ internet เข้ามามีบทบาทสำคัญสำหรับคนที่ดำเนินชีวิตปกติมากขึ้นและมากขึ้น แต่แทบไ่ม่น่าเชื่อว่าเยอะคนมากๆที่ไม่รู้จักว่าจะใช้งาน computer สำหรับชีวิตทั่วๆไปได้ยังไงกันบ้าง คนไทยส่วนมากแล้วไม่ chat ก็อ่านข่าว (ดารา) ผมก็เป็นคนนึงที่ทำอย่างงั้นอยู่รำไรเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้ถึงกะต้อง update กันทุกวันอย่างงั้นครับ แท้ที่จริงแล้ว เราสามารถทำอะไรกะคอมพิวเตอร์ที่อยู่หน้าเราตอนนี้ได้มากกว่าที่เราคิดว่าจะเป็นไปได้ ผนวกกับ High Speed internet แล้วล่ะก็เหมือนกับว่าโลกเรามีอะไรให้ทำกันผ่านหน้าคอมพิวเตอร์มากมายแบบก้าวกระโดดกันเลยทีเดียว ทำให้ผมคิดว่าหากว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้เล่นคอมเป็นอาชีพ เพียงแต่ใช้ชีวิตหน้าคอมอันเนื่องด้วยความจำเป็นทางภาระหน้าที่ เช่นเป็นพนักงานขายต่างประเทศ ที่วันๆ ก็ต้องติดต่อคนนู้นคนนี้ผ่านทาง email หรือ ระดับผู้บริหารที่ต้องการเอาประโยชน์ออกมาจากการใช้งาน internet ให้มากที่สุดก็ควรจะมีความรู้เรื่อง application หรืออุปกรณ์โปรแกรมเล็กๆทั้งหลายแหล่ที่คาดว่าน่าจะเอาใช้ได้ เช่น คนที่ใช้งานแต่ email ทำไมไม่ใช้งาน skype phone ซะล่ะ .. ถ้าหากว่าคนอื่นเค้าใช้กัน เราไม่ได้ใช้กะเค้าก็เหมือนอยู่คนละโลกกะลูกค้าเหล่านั้น เป็นต้น เรื่องเหล่านี้หากว่าไม่ได้มีความสนใจอะไรแล้วล่ะก็ ..ไม่มีทางที่จะรู้ได้ง่ายๆว่า เดี๋ยวนี้โลกข้างนอกนู้นเค้าใช้งาน internet และ computer กันไปแบบไหนกันแล้วสำหรับ internet power user (คนใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบ..คุ้มค่า ใช้เป็น..)

“สำหรับคนที่หลงเข้ามาแล้วยังไงหากเป็นคนที่พอจะสนใจอยู่บ้างก็น่าจะ add favorite หรือ Bookmark หน้า Homepage เอาไว้ครับ (หากว่าคุณเป็นคนที่ไม่รู้จักอีกว่า add favorite หรือ Bookmark เป็นยังไงล่ะ ก็ คุณก็เข้าข่ายว่า ไม่น่าจะใช้งาน internet ได้ดีเท่าไหร่นัก) หรือว่าถ้าจะให้มีระดับสักหน่อยก็ add RSS เว็ปนี้ไว้เลยดีกว่าครับ เพราะว่ามีอะไรใหม่ๆ มันก็จะไปโผล่ที่ reader ของคุณๆไม่ต้องแวะเข้ามาที่หน้านี้ก็ได้”  (ก็อีกน่ะหละครับ หากว่าคุณไม่รู้ว่า RSS ครับอะไรก็ควรจะรู้ไว้นะครับเพราะว่ามันเป็นการประหยัดเวลาการใช้งานที่หน้าคอมเพื่ออ่าน website เดิมๆที่เราเข้าประจำได้ด้วย)

เว็ปนี้ไม่ได้เขียนเนื้อความสำหรับคนคอมพิวเตอร์จ๋ามากๆ เพราะว่าตัวผมเองก็ไม่ได้คอมพิวเตอร์จ๋าอะไรทำให้ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรได้ลึกลับซับซ้อนขนาดนั้น แต่ว่าอยากจะเขียนเพื่อคนที่มีระดับความรู้คอมๆประมาณผม ก็จะมีประโยชน์มากๆครับ

ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ผม..คิดมากอยู่เกือบตลอดเวลาก็คือการใช้งาน computer แบบ power user ให้เร็วที่สุดเท่่าที่จะทำได้ หรือเรียกได้ว่าใช้งานให้ได้ output ออกมามากๆ และใช้เวลาที่น้อย หรือเรียกอีกอย่างว่า High productivities นั่นเองครับ  แนวคิดก็ไม่ยากครับ เพราะหากว่าเราใช้งาน computer แล้วเราประหยัดเวลากับงานซ้ำๆได้ไม่กี่นาที แต่ว่าถ้าเราทำซ้ำๆ มันก็รวมเวลากันเยอะแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาอะไรประหยัดได้ก็ประหยัดครับ จะได้เอาเวลาไปเที่ยวเล่นสนุกสนานหรือเอาไปทำอะไรที่ชอบก็น่าจะดีกว่าครับผม . .

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...