เพิ่มโอกาสการติด Google index ด้วย Keyword ที่แตกต่างกันเป็นสองเท่า

การติด Google index ได้ มีคนแนะนำกันเยอะน่ะครับว่า ต้องพิมพ์เนื้อความให้มีคำๆนั้นเยอะหน่อย แต่ว่าไม่มากเกินไป (บอกไม่ถูกว่ามันต้องมากแค่ไหน เหมือนกัน แต่ว่าเอาเป็นว่า ก็มากที่สุดเท่าที่คนอ่านออกรู้เรื่องก็แล้วกันน่ะครับ แล้วก็แบบคนอ่านไม่งงว่าทำไมมันพูดซ้ำพูดซาก) แล้วก็ต้องมีคำนั้นๆอยู่ทึ่ title ไม่ว่าจะเป็นหัวเรื่องเอย หรือว่าอยู่ภายใต้ h1 หรือ h2 (แปลว่าตัวหนังสือนั้นจะถูกเน้นว่าเป็นหัวย่อหน้าน่ะครับ)

WordPress เองถ้าหากว่าคุณไม่ได้ปรับ permanent link format ก็แนะนำว่าให้ไปปรับเป็น %POSTNAME% ครับ อย่างไรก็ดีผมว่าให้มัน auto เข้า หัวเรื่องมาเป็น URL มันก็พอโอเคสำหรับภาษาอังกฤษครับ แต่ถ้าหากว่าเป็นภาษาไทยแล้ว มันจะโดนตัดคำไปครับ แปลว่า ถ้าเป็นผมเนี่ยะผมจะต้องแก้ Slug ทุกครั้งไปครับ

ทีนี้ไหนๆก็ต้องแก้ Slug ใน WordPress แล้วก็คิดต่อไปว่า ยังไงซะตัว URL ที่อ่านออกรู้เรื่องแบบนี้มันก็น่าจะมีผลต่อการ index ของ Google ด้วยน่ะครับ เพราะงั้นแล้ว Slug มันก็เหมือนกับ Postname น่ะหละ แต่ว่าเป็น keyword ที่แตกต่างกันบ้างก็ได้หรือเป็นประโยคที่แตกต่างจาก Postname แล้วคิดว่าคนน่าจะค้นหาคำนั้นๆ หรือเรียกได้ว่า อาจจะเอา keyword รองมาใส่ใน slug ยังไงล่ะครับ เช่น หัวเรื่องนี้คือ "เพิ่มโอกาสการติด Google index ด้วย Keyword ที่แตกต่างกันระหว่าง Title และ URL" ใน URL slug ก็อาจจะปรับประโยคเป็น "แก้-Slug-Wordpress-Google"

การทำแบบนี้คาดว่าน่าจะทำให้โอกาสคนที่เข้ามาที่ post นั้นๆเยอะขึ้นครับ เพราะว่า มันจะ index ทั้ง Postname หรือ หัวเรื่อง Title และมันก็ยัง index Slug ใน URL ด้วยเช่นเดียวกันครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เพิ่ม keyword google
  • wordpress ใส่ permalink and slug
  • ติด google index เยอะ
  • เพิ่มkeyword
  • แตกkeywordจากtitle

ใช้ Gmail ให้เร็วขั้นเทพ productive สุดๆ มันต้องทำอะไรยังไงกันบ้าง ?

Gmail เป็น Google product ที่ถูกออกแบบเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่าง productive สุดๆเท่าที่จะทำได้เพราะว่า มีอะไรซ่อนให้ใช้งานมันให้ได้ไวมากขึ้นอยู่มากมายหลายขุม และเป็น Web mail เพียงเจ้าเดียวครับ ที่มีการปรับเปลี่ยน function การใช้งาน (เรียกว่าเพิ่ม function การใช้งาน น่าจะเหมาะกว่าน่ะครับ เพราะว่าอะไรที่เค้ามีมาแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรสักเท่าไหร่ ) แต่ว่าประเด็นสำคัญ ก็คือ ถ้าหากว่าคุณไม่รู้ว่าจะใช้อะไรยังไง เค้าสร้างเอาไว้ก็ไม่ได้ก่อประโยชน์ให้กับคุณแต่ประการใดน่ะครับ สำหรับ entry นี้ผมจะเล่าคร่าวๆเท่าที่นึกออกให้ฟังว่าผมใช้ Gmail ให้มัน productive สุดๆได้ยังไง ?

 

ใช้ Gmail Lab ที่เกี่ยวกับความเร็วในการทำงาน

Gmail lab ที่เกี่ยวข้องกับความเร็วในการทำงานนั้นจะมีแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้นน่ะครับ ได้แก่

 

mark as read

Mark as Read Button : เป็นการบอก Gmail ให้เอาปุ่ม mark as read มาแสดงน่ะครับ เพราะว่าปกติแล้วมันจะซ่อนอยู่ครับ ซึ่งสำหรับผม ผมว่ามันไม่ make sense ที่จะเอาไปซ่อนเอามาโชว์หราๆเนี่ยะกดง่ายกว่าเยอะน่ะครับ ผมจะเลือก email หลาย mail พร้มอๆกันแล้วก็กด Mark as read ครับ เพื่อบอกว่า email พวกนี้อ่านแล้วแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปอ่านเนื้อหาก็ตามที แต่อยากจะเก็บ email เหล่านี้เอาไว้โดยการ archive เอาไว้ครับ ถ้าหากว่าไม่ได้กด Mark as read แล้วเนี่ยะ แม้ว่าเราจะกดเก็บไปแล้ว มันก็จะขึ้นว่ายังไม่ได้อ่านครับ

 

send and archive 1 

Send and  Archive : ใช้เมื่อเราจัดการกับงานหรือ email ที่อยู่ใน inbox จบแล้วที่คนอื่นส่งมาหาเราแล้วเรา reply ไปหาคนอื่นต่อไปถ้าหากว่าไม่ได้กดปุ่มนี้ เราจะมีแค่ปุ่ม send เฉยๆ ก็แปลว่า เราก็จะต้องมากดปุ่ม archive อีกรอบครับ โดยมาแล้ว action ทั้งสองตัวนี้จะอยู่ด้วยกัน ถ้าหากว่าคุณ reply แล้วปิด job จบงานไปเลยน่ะครับ ซึ่งเยอะครั้งมากๆ จะเป็นแบบนี้ครับ Concept จะเหมือนเดิมก็คือ “จะไม่ทิ้ง email ที่เสร็จงานแล้วไว้ใน inbox” ครับ

หลายครั้งผมจะทิ้ง email เอาไว้ใน inbox เพระว่าผมยังทำงานกับ email นั้นๆยังไม่จบงานน่ะครับก็เลยทิ้งเอาไว้ ถ้าหากว่าจบงานแล้วผมก็จะเก็บไว้ไปจาก inbox ครับเพราะฉะนั้นแลว การทิ้ง email ใน inbox ของผมมีความหมายครับ !

 

hide read labels 

Hide raed labels : ผมจะแบ่ง email ออกมาเป็นพวกๆ หรือเป็นกลุ่มๆ โดยใช้ label น่ะครับ มันก็จะทำให้ผมมี label มากกว่า 30 ตัวด้วยกันไม่ว่าจะเป็น จดหมายจาก Yahoo เวลาที่ผมตอบแล้วได้เลือกเป็นคำตอบที่ดีที่สุด หรือ การติดต่อจากเว็ปใดๆที่ผมสมัครรับข่าวสารผ่านทาง email ครับ พวกนี้ผมจะไม่ให้เข้า inbox ผมน่ะครับ เพราะว่ามันไม่ได้เป็นงานอะไรที่ผมจะต้องทำ หรือ มี action อะไรที่จะต้องกระทำครับ มันก็แค่อ่านไม่ใช่เหรอครับ? เพราะงั้นผมก็สร้าง label เพื่อกรอง email เหล่านี้ซะไหล skip inbox ไปแล้วก็ไป show เป็นตัวเลขใน label ครับ แต่เนื่องด้วยผมทำแบบนี้แล้วก็แบ่งอะไรต่อมิอะไรเอาไว้เยอะน่ะครับทำให้มี label มากกว่า 30 labelsแล้ว มันก็แสดงที่หน้าแรกไม่ไหว (ถ้าแสดงมันก็โหดเกินเยอะเกินครับ) เพราะฉะนั้น ผมก็ต้องซ่อนมันครับ แล้วทีนี้ มันจะแสดงก็ต่อเมื่อมี email ที่ยังไม่ได้ไหล skip inbox ไปตกที่ label นั้นๆ มันก็จะโผล่ชื่อ label แล้วก็จำนวน email ที่ยังไม่ได้อ่านออกมาหลาที่หน้าแรกของ Gmail ครับ

 

inbox preview
Inbox Preview : ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ Gmail lab ตัวนี้ถ้าหากว่าปรับเป็น enable แล้วแทนที่หน้าโหลดก่อนที่เข้า Gmail จะเขียนแค่ว่า loading… ก็ให้มันแสดง ชื่อคนส่ง เนื้อความ email คร่าวๆมาไว้เลยเหมือนกับที่มันจะแสดงที่หน้า inbox น่ะหละครับ แบบนี้เราก็อ่านหัวเรื่องไปพลางๆก่อนที่จะเข้าหน้า inbox เรียกว่า save เวลาไปได้อีกประมาณ 10 – 20 วินาทีแล้วน่ะครับ ไม่มีอะไรจะเสียน่ะครับ ก็เปิดใช้ดูน่าจะดีกว่าน่ะครับ

 

ใช้ Chrome Gmail Checker Plus

gmail checker plus

ตัวนี้เป็น extension ที่เกี่ยวกับ Gmail ตรงๆ คือ มันจะทำการ check inbox (หรืออื่นๆ แล้วแต่ว่าเราจะตั้งว่าจะให้มันแสดงเหรอป่าวครับ แต่สำหรับ case ผมเนี่ยะอยากจะให้ show แค่ unread inbox เท่านั้นครับ เพราะว่าที่อื่นๆเป็น email ที่ไม่ได้ต้องการอ่านในทันที หรือ ว่ามันเป็น email ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรครับ ไม่ต้องอ่านเดี๋ยวนั้นครับ )  ถ้าหากว่าคุณใข้ Chrome อยู่แล้ว ลง extension หรือ addon ตัวนี้ไปไม่ผิดหวังแน่นอนน่ะครับ เพราะมันไม่ได้ show แค่ตัวเลขเพื่อบอกว่า inbox ของคุณมี email ที่ยังไม่ได้อ่านใหม่อยู่กี่ email แต่มันกดได้ด้วยน่ะครับ เพื่อให้แสดงเนื้อความด้านใน พร้อมทั้งมันมีปุ่ม archive , delete  และอื่นๆ ทำได้เหมือนกับอยู่หน้า Gmail ยังไงอย่างงั้นน่ะครับ เรียกได้ว่า ลดขั้นตอนที่จะต้องเข้าหน้า Gmail ไปได้เยอะเลยน่ะครับ ลดเวลาสุดๆ อันนี้ Highly recommend ครับผม (ด้านล่างเป็นตัวอย่างหน้าจอตอนที่มีคนส่ง email มาน่ะครับ)

เข้าไป install Googl Mail Checker Plus ได้จากที่นี่ครับ

sample

ใช้ HOTKEY GMAIL เพื่อลดการใช้ Mouse

hotkey การใช้ mouse มันก็ไมได้เป็นบาปหรือว่าผิดอะไรสักเท่าไหร่หรอกครับแต่ว่า ขั้นตอนในการทำงานของมัน จะเป็นการเพิ่มกระบวนการแบบไม่จำเป็นหลายขั้นตอนเหมือนกันครับ ผมเล่าให้ฟังคร่าวๆได้เช่น ถ้าหากว่าจะกดปุ่ม archive เพื่อเก็บอีกเมล์ สายตาคุณๆต้อง detect ว่า mouse ตอนนี้อยู่ทีไหน ปุ่ม archive อยู่ที่ไหน แล้วก็ทำการขยับ mouse ไปยังปุ่ม archive แล้วก็กด click ซ้ายอีกซะที เป็นอันเสร็จพิธีการ Archive ผมพิมพ์แบบอาจจะฟังดูเริ่มเยอะขึ้นมาบ้างแล้วเหรอป่าวล่ะครับ ถ้าหากว่า เทียบกับแค่ กดปุ่ม Y เท่านั้น มันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ถ้าหากว่าคุณต้องทำแบบนี้ทุกวันเป็นประจำครับ การกดปุ่ม y แค่เพียงปุ่มเดียวเพื่อ archive มันจะลดขั้นตอนไปอย่างมากมาย เพราะว่า นิ้วคุณก็วางอยู่ที่ keyboard โดยที่ไม่ต้องมองแป้น (ถ้าหากว่าคุณยังต้องมองอยู่แสดงว่าคุณต้องไปหัดไม่มองให้ได้ก่อนน่ะครับไปฝึกมาซะนะ ..) สายตาคุณแทบไม่ต้องละจาก text ใน email ของคุณและกดได้ทันทีครับ !

ผมศรัทธาคลั่งไคล้การใข้ hotkey เอามากๆน่ะครับถ้าหาก่วา program ไหนที่ใช้บ่อยๆแล้วมันมี hotkey นี่ก็จะศึกษาเพื่อใช้มันให้คล่องไว้ก็จะทำให้ลดเวลาการใช้งานได้มากโขเอาการครับผม

หลักๆแล้ว hotkey ที่ผมได้ใช้มันก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรหรอกครับ สรุปได้แค่นี้เอง

y  : archive email ตอนที่กดเข้าไปอ่านแล้วรู้สึกว่าอยากจะเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก (นะ..^_^) อาจจะใช้ e ก็ได้น่ะครับ แต่ว่าผมถนัด y มากกว่า ( y จะใช้ได้เฉพาะใน inbox น่ะครับ แต่ผมมีเมล์ที่ต้องจัดการกับมันแค่ใน in
box อยู่แล้วครับ )

j  : บอกว่าดู email ถัดไป (เก่ากว่าทั้งที่อ่านแล้วหรือยังไม่ได้อ่านมันก็แสดงเหมือนกันหมด) ปุ่มนี้จะกดเมื่อผมอยู่ที่หน้าที่แสดงเนื้อหาใน email แล้วไม่ต้องกลับไปที่หน้า inbox ครับ

# : ปุ่มนี้ต้องกด shift ด้วยน่ะครับแปลกดี แต่สำหรับผมแล้วผมว่ามันก็ make sense หน่อยเพราะว่า การลบ gmail ไม่อยากให้ทำเท่าไหร่แต่ว่า email มันไร้สาระ รู้แล้วไม่ต้องเก็บก็ลบมันไปดีกว่าน่ะครับ ถ้าหากว่ากดปุ่มนี้แล้วมันลบ แล้วก็จะไปโผล่ที่หน้า inbox ครับ ซึ่งถ้าหากว่าอยากจะให้ดีกว่า Gmail ควรจะทำปุ่มลบแล้วไปหน้าเนื้อหาใน email ถัดไปจะเข้าท่ากว่าน่ะครับ (ไว้รออนาคตครับผม)

c : เอาไว้เปิดหน้าใหม่ เหมือนกับเป็นการกด new mail หรือกด compose mail ยังไงล่ะครับ

g แล้วตามด้วย c : เพื่อดู contact list ครับ ผมใช้เพราะว่าผม sync email และเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดกับ Windows Mobile ของผมครับ แล้วที่ผมจะดูข้อมูลใน contact list จาก Gmail ก็เพราะว่า ผมอาจจะโทรศัพท์ผ่าน Skype (อ่านเรื่อง โทรเข้ามือถือไม่อั้นผ่าน skype ในประเทศ และต่างประเทศได้จาก link นี้ครับ) แล้วก็ไม่ต้องพิมพ์เบอร์ยาวๆเข้าไปเองก็เล่น copy paste จะง่ายกว่ามั้ยครับ หรือไม่ก็เป็นแค่การหา email คนที่จะติดต่อด้วยเท่านั้นครับ ซึ่งหลายคนถ้าหากว่าไม่ได้เข้าเงื่อนไขผมแบบนี้แล้ว ก็จะไม่ได้ใช้สักเท่าไหร่ครับ แต่แนะนำว่าควรจะ sync เอาไว้เครื่องเป็นอะไรจะได้ไม่ต้องเสียดายข้อมูลน้ำตาตกในน่ะครับ

สรุปเป็นว่าถ้าหากว่าคุณทำตามผมได้หมดเนี่ยะ จะทำให้การใช้งาน Gmail คล่องอย่างไม่รู้สึกมาก่อนกันเลยน่ะครับ ลองดูเองแล้วกันน่ะครับของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้น้าจะบอกให้ .. ( ^_^ )

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • archive gmail คือ
  • gmail archive คือ
  • วิธีการใช้ gmail ขั้นเทพ
  • gmail ทำอะไรได้บ้าง
  • gmail ทําอะไรได้บ้าง
  • gmail inbox
  • gmail ทำไรได้บ้าง
  • gmail กด archive แล้ว mail อยู่ที่ไหน
  • ใช้ gmail ยังไง
  • archive mail gmail อยู่ไหน

Google Don’t be EVIL :Google จะทำได้อย่างงั้นเหรอ ?

ผมก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากมายแต่ว่าพอผมดู clip นี้แล้วก็มานึกว่า ผมโดน Google ติดตาม บันทึก เพื่อให้ Google รู้ว่าผมเป็นใคร ทำอะไรทีไหนอย่างไร เกือบเรียกได้ว่าหนีไปไม่ได้อยู่แล้วน่ะครับ แต่ก็อีก ผมก็ไม่ได้ทำการยกเลิกหรือเปิดการบันทึกข้อมูลเหล่าที่ Google เก็บเอาไว้เพราะมันก็มีประโยชน์กับตัวผมเองด้วย เช่น ผมกรอกข้อมูลแผนที่ร้านอาหารที่ผมอยากจะกินเอาไว้ใน My Maps แน่นอนว่าข้อมูลอยู่กับ Google ถ้าหากว่าเค้าแปลภาษาไทย(เก่งกว่านี้)อ่านออกว่าที่ผมพิมพ์หรือบันทึกเอาไว้เนี่ยะมันแปลว่าอะไร มันก็อาจจะทำให้ Google ส่ง ads ที่เหมาะสมมาให้ผลได้ไม่ยากครับ

หนทางที่ Google จะเอา ads ที่นำเสนอให้ถูกต้องแม่นยำมากที่สุด ก็คือ การค้นหาว่าคนที่ใช้ Google product ไม่ว่ารูปแบบไหนก็ตาม "เป็นใคร"  Google จะรู้ได้ทุกอย่างถ้าหากว่าคุณใช้ทุก Product ของ Google เค้ารู้เบอร์โทรศัพท์ของคุณ เค้าส่ง sms หาคุณได้ทุกเมื่อจากระบบส่วนกลาง ถ้าหากว่าคุณใช้ Android มันก็จะออกแบบมาเพื่อให้ Google ออกแบบอะไรตามเพิ่มเติมเข้าไปอีก เพื่อให้รู้ขัอมูลของคุณมากขึ้น อาจจะมากถึงระดับที่ว่า แฟนคุณยังรู้ไม่เท่านี้เลย คือ คุณโทรหาใครเมื่อไหร่เวลาใด นานแค่ไหน และ คุยกันว่าอะไรบ้าง (Google voice recognition ตอนนี้ทำได้แล้วเป็นภาษาอังกฤษ เพราะมันแปลง คำพูดอังกฤษๆ เป็น text เพื่อส่งเข้า email หรือ sms ได้แล้วน่ะครับ ซึ่งผมยังไม่โอกาสได้ใช้งานครับ)

ผมเคยแวะๆเข้าไปดู Google health อยู่พักนึงแต่ว่า Concept มันก็ดีก็คือว่ามันให้เรากรอกข้อมูลทางการแพทย์ของเราไม่ว่าอาการที่เราเป็นหรือว่ายาที่เคยได้รับ เพราะว่า แบบนี้ ถ้าคุณไปหาหมอที่ไหน ก็ได้ข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด ไม่ต้องแยกว่า โรงพยาบาลนี้มีแฟ้มเรา มีประวัติ เราถ้าหากว่าอยากจะย้ายโรงพยาบาลก็ต้องไปแฟ้มมา (ซึ่งไม่รู้ว่าขอ copy มาได้เหรอป่าวน่ะครับ น่าจะได้ล่ะก็ข้อมูลของเรานี่หน่า ) ประวัติตรวจสุขภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็ทำการบันทึกเอาไว้ใน evernote อยู่แล้วแต่ว่าไม่ได้จัดการเป็นระบบเท่านั้นเองน่ะครับ นั้นก็แปลว่าอะไรน่ะครับ ถ้าหากว่า Google มีข้อมูลนี้ เค้าจะรู้ว่าคุณเป็น เอดส์มั้ย คุณเป็นอะไรมาก่อน ซึ่งข้อมูลพวกนี้มันจะสำคัญมากหากว่าคุณต้องการแต่งงานกับใครสักคนเพื่อออกลูกออกหลาน ถ้าหากว่าลองคิดดูน่ะครับ ข้อมูลที่ Google มีเป็นข้อมูล DNA เลยแล้วก็ผนวกกับข้อมูลที่ Google Health มันจะทำให้การ Matching คนเพื่อให้โลกนี้มีพันธ์มนุษย์ที่แข็งแรงขึ้น และ ลดโอกาสเด็กที่ออกมาแล้วพิกลพิการลงไปได้มันจะเป็นเรื่องขนาดไหน

ล่าสุด Google Buzz ก็ออกมาเป็น product ที่เกี่ยวกับ social network แต่ว่าผมก็ทำการปิดมันนะครับ เพราะว่า มันเอา contact list ผมมาเล่น โดยเชื่อมกับข้อมูลใน Twitter และ Buzz network อื่นๆที่ผมไม่อยากให้คนที่อยู่ใน Contact List ผมมารู้ได้ มันแยกกันน่ะครับ Google ก็ออก product มาก่อนแล้วก็ค่อยๆปรับตามความต้องการของคนใช้ไปเรื่อยๆ แต่ว่าผมว่าอีกพักใหญ่ๆ นู้น กว่าผมจะกลับเข้าไป ทดลองใช้งานอีกครั้งน่ะครับ แปลว่า Google เค้าก็อยากจะมีส่วน "รู้เห็น" ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบของ Gmail user ยังไงอย่างงั้นเลยครับ

เอาเป็นเรื่องนี้ผมเคยเล่าให้ฟังหนนึงแล้วว่า Google กำลังจะครองโลกซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะ เค้าสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นเสียก่อน เพื่อ

Google Chrome Extensions : ที่ผมใช้งานอยู่เพื่อประหยัดเวลาตอนใช้งาน Chrome

ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้งาน Google Chrome ได้มากกว่า 4 เดือนแล้วน่ะครับ (น่าจะน่ะครับไม่แน่ใจแต่ว่ารู้สึกว่าน่าจะนานเอาการอยู่) จริงๆผมก็แค่อยากลองเท่านั้นเองครับ แต่ว่าพอลองแล้วติดใจไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือการแสดงหน้าจอที่ Zen กว่า Firefox มากๆ ทำให้ Firefox ตัวใหม่ที่กำลังจะออกก็จะต้องเลียนแบบ Chrome เช่นเดียวกันครับ เลียนกันไปกันมาอันนี้ดูเหมือนกะว่าไม่มีใครว่าอะไรกันได้เลยน่ะครับ

Google Chrome Extension ที่ผมใช้งานก็ไม่ได้เยอะแยะเหมือนกับสมัยที่ผมใช้เป็น Firefox ครับ ทำไมน่ะเหรอครับ เพราะว่าผมแค่รู้สึกไปเองว่า ตอนที่ผมใช้งาน Firefox แล้วผมลง Extension มากๆตอนเปิด program ขึ้นมามันจะเริ่มช้าๆนิดหน่อย ผมรู้สึกได้กับเรื่องพวกนี้น่ะครับ (เป็นพวก sensitive ต่อเวลาอะไรที่ computer มัน run อะไรก็ตามได้ช้าลงแม้ว่ามันจะเป็นระดับมิลลิ second ก็ตาม เวอร์ไปหน่อยน่ะครับ โม้ไม่มีคนว่าด้วยเฮอะๆ) ก็เลยตัดสินใจว่าถ้าหากว่าย้ายมาใช้งานเป็นกู้เกิ้ลโครมตัวนี้แล้วล่ะก็จะไม่ลง Extension อะไรให้มากนัก แล้วผมก็ทำอย่างที่คิดจริงๆ เพราะตัวหลักๆที่คิดว่าจะใช้ก็มีแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเองครับ มันอาจจะเป็นเพราะอีกเหตุผลด้วยว่า ผมก็ลอง Extension บน Google Chrome อยู่หลายๆตัวมันก็ไม่ได้ลงตัวอะไรกับการใช้งานของผมสักเท่าไหร่ เพราะไม่อยากจะให้มี status bar ที่ด้านล่างแล้วน่ะครับมันกินพื้นที่หน้าจอไปอีกหน่อย แค่นั้นก็ไม่เอาแล้วอ่ะครับ ทำให้เกณฑ์ในการเลือก Extension มาใช้งานก็โหดและหินกว่าตอนที่ใช้ Firefox เอามากๆนะครับ

และนี่ก็คือโฉมหน้าผู้ผ่านการประกวดและได้ใช้งานกันจริงๆ ดังต่อไปนี้ครับผม
(ขอเรียงตามการใช้งานด้วยแล้วกันนะครับ)

Extensions - Google Chrome2
 Kuber PageRank Checker: เป็นตัวบอกว่า PR Rank ของเว็ปที่เข้าอยู่เนี่ยะมันมี rank ที่ได้รับจากทาง Google อยู่ระดับไหน (สำหรับคนที่ไม่รู้จัก อธิบายสั้นๆได้ว่า ถ้าหากว่าเว็ปคุณเจ๋งสุดๆเท่า Google คุณจะได้ 10 คะแนนครับ แล้วก็ถ้าหากว่าเป็นเว็ปใหม่สุดจะได้แค่ 0 เท่านั้น) คุณจะแยกแยะออกสั้นเลยว่าเว็ปที่คุณเข้ามาเนี่ยะมันคุณภาพดีหรือแย่มากน้อยแค่ไหนกันน่ะครับ

Gmail Checker : ผมใช้ Gmail ก็ต้องอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีเมล์เข้ามาก็ให้แสดงเป็นตัวเลขเอาไว้ที่ด้านบนเลยแล้วก็กดอีกทีก็จะรู้ด้วยว่าหัวเรื่อง (subject) ของ email นั้นเป็นอะไรครับ อันนี้มันจะแสดงเฉพาะ email ที่เข้า inbox เท่านั้นถ้าหากว่าคุณตั้ง filter ไว้แล้วบอกว่า email ให้ข้าม inbox ไปได้เลย(skip inbox) ก็จะไม่เห็นว่ามี email นั้นเข้าน่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าคุณตั้งแบบนั้นไว้ email พวกนั้นก็ไม่ได้ email ที่สำคัญแต่ประการใดเข้าไปดูตอนไหนวันไหนก็ได้ครับ

Smooth Scroll : เอาไว้ทำให้ตอนที่เลื่อน page ของ website ที่มันยาวๆ ไม่ว่าจะเป็นพวก ซาหนุก กาปุกดอมคอมทั้งหลายแหล่มันเลื่อนได้ไหลลื่นดูดีมีชาติตระกูลครับ ไม่ได้ไหลแบบเหมือนกะหุ่นยนต์ที่เป็นล๊อคๆแก้คๆ เหมือนกับค่าตั้งต้นที่ Google Chrome ตั้งค่ามาน่ะครับ

Bit.ly: เป็น extension ง่ายๆของ Bitly เองนั่นน่ะหละครับเอาไว้ทำอย่างนี้ครับ คือ เมื่อคุณเปิดให้เว็ปไหนอยู่แล้วอยากจะย่อ url แล้วก็ส่งผ่านต่อเข้า Twitter ก็แค่กดเปิดนั้นเว็ปนั้นๆไว้แล้วก็กดปุ่มเจ้า Bit.ly นี้เท่านั้นเองน่ะครับ url ก็จะสั้นจุ้ด แล้วก็มี option ให้เลือกว่าจะ Twitt ออกไปเหร

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • gantt chart ของวันทูคอล
  • sms gv extension คือ
  • ใช้ google chrome แล้วเครื่องช้า
  • google chrome ทำให้เครื่องช้า
  • google chrome เครื่องช้า
  • icon บน bar google chrome
  • inbox msn chrome
  • status bar in chrome

Google กำลังจะครองโลก ?

 

ล่าสุดผมเปิด Youtube ตามสถาบันการศึกษาต่างๆจะมีเนื้อความที่เป็นภาษาอังกฤษพิมพ์เอาไว้ด้านล่างบอกได้เลยว่า เนื้อความเหล่านั้นไม่ได้มาจากการที่มีคนพิมพ์เพิ่มเข้าไปแต่ประการใด แต่เป็นการจับเสียงจากวิดีโอแล้วแปลงออกมาเป็น text แสดงทันทีที่หน้า clip นั้นครับ นั้นแปลว่า Google ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Google Voice (ซึ่งคนไทยไม่ได้ใช้หรอกเพราะว่ามันจับแต่คนที่พูดภาษาอังกฤษครับ) ทีนี้ถ้าหากว่า Google ทำแบบนี้ได้เสถียรแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปก็เริ่มคิดไม่ยากแล้วน่ะครับ นั้นก็คือ Youtube ทำเงินให้กับ Google ไม่ได้มากตามทึ่เค้าคิดไว้แต่แรก (ซื้อมาแพงเอามากๆ ) แต่สิ่งที่เค้าต้องทำก็คือ แปลงคำพูดเหล่านั้นออกมาเป็น text ให้ได้ โดยได้พัฒนาทดสอบทดลองกับคนจริงๆ โดยใช้ Google Voice นั้นเอง ทุกคนจะในโลกนี้จะช่วยกันปรับปรุง Google Voice ทำให้ระบบการเรียนรู้เสียงของ Google Voice ทำงานได้ดีมากๆ แล้วก็เอามาใช้กับ Youtube ครับ 

เมื่อ Google แปลงคำพูดใดๆเป็น text ภาษาอังกฤษได้แล้วก็จะเอา ads มาแสดงให้เหมาะสมกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ VDO Clip ได้ไม่ยาก ด้วยแนวคิดของระบบเดียวกับที่ Google อ่าน text ในเนื้อความตามเว็ปที่เราๆท่านๆเห็นกันอยู่นี่น่ะหละครับ แล้วถ้าหากว่า Google เอาเรื่อง Google Translate เข้ามาผูกกับเรื่องนี้ (ซึ่งตอนนี้ก็ทำอยู่แล้วน่ะครับเพราะตอนที่ทำ Google Adwords ผมก็จะเห็นได้ว่า การคิดเนื้อความต่างๆ เหมือนเป็นการแยกคำศัพท์ไทยออกมาเป็นตัวๆ เหมือนกับรูปแบบเนื้อความในภาษาอังกฤษ) จากเมื่อปีก่อนที่ Google Translate แปลเนื้อความได้ไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ แต่ตอนนี้กลับเข้าไปใช้อีกครั้ง การแปลเนื้อความเหล่านั้นเริ่มอ่านแล้ว Get เหมือนเจ้าของภาษามากขึ้น (แต่ยังไม่เหมือนซะทีเดียวน่ะครับ)

นั้นก็แปลว่า เมื่อ Google แปลเนื้อความเป็น text อังกฤษได้แล้วถ้าหากว่าจะเอา ads ไทยที่เกี่ยวข้องมาแสดงก็สามารถทำได้ไม่ยากผ่านวิธีคิดและพัฒนาของ Google Translate ยังไงอย่างงั้นครับ

นอกจากเรื่องการเอา ads แสดงจาก clip file ไฟล์ภาพไฟล์เสียงต่างๆที่กำลังดำเนินการพัฒนาอยุ่ตอนนี้ของ Google แล้ว มันไม่ได้จบอยู่เท่านั้นถ้าหากว่าจะ "แปลงประโยชน์เป็นเงิน" จะเห็นได้ว่าจะมีช่องทางอีกมากมากก่ายกอง เช่น ถ้าหากว่าคนใช้ Google Voice แล้วแปลงเป็น text ได้สามารถที่จะเอา ads แสดงให้เหมาะสมได้ หรือพูดเพิ่มเข้าไปภายหลังได้ (มันก็แค่เป็น text ที่ทาง Publisher พิมพ์เอาไว้ แล้วก็แปลงเป็นเสียงภาษาอังกฤษต่อท้ายไว้หน้าหรือหลังข้อความก็ได้ ) และอื่นๆที่ผมไม่อยากจะคิดว่ามันเป็นการเปิดโอกาสตลาดใหม่ที่โลกนี้ไม่เคยมีมาก่อนได้มากแค่ไหน แล้วอาจจะเรียกได้ว่า Google จะทำอยู่คนเดียวในท้ายที่สุดเพราะคนอื่นๆไม่ได้สร้างหรือผนวกเทคโนโลยีเหล่านี้รองรับเอาไว้ได้ทันครับ

ยังมีอีกประเด็นที่ Google เอาจริงเอาจังคือการขาย ads ผ่าน Location base (แปลว่าเอาโฆษณาแสดงเมื่อคุณอยู่ ณ ตำแหน่งหนึ่งๆในโลกด้วยระบบพิกัดดาวเทียม) เรื่องนี้ก็เป็นอีกความฝันหนึ่งของ marketer ทั้งหลายแหล่ (รายย่อยและรายใหญ่) เช่นเมื่อคุณอยู่หน้าร้านไอติม ก็โดน sms หรือรูปแบบข้อความใดๆก็สุดแล้วแต่ push รับเข้ามาที่มือถือครับนั่นน่ะหละที่ Google กำลังต้องการ

ตอนนี้ Google กำลัง form พฤติกรรมมนุษย์โลกให้เป็นไปในทิศทางเหล่านั้นอยู่ด้วยการออก product Google Phone หรือ Android ที่รองรับการใช้งาน GPS เพื่อบอกพิกัดที่ตัวเองมีอำนาจรับรู้ได้เต็มพิกัด โดยการออกบริการ Google Latitude ที่ต้องการหล่อหลอมความคิดและพฤติกรรมคนที่มีเครื่องมือ GPS มือถือเหล่านี้บอกพิกัดของตัวเองอยู่ตลอดเวลา (ถึ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google ครองโลก
  • ครองโลก translate
  • เมื่อ google ครอง youtube

Google Adwords แจกเงิน 2500 บาทเอาไปเผาเล่นในการโฆษณากับ Google กันได้เลย (เฉพาะคนไม่เคยใช้เท่านั้น)

Google Adwords มีโครงการแจก credit สำหรับการทำ Adwords เอาไว้ 2500 บาทต่อ account คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กันก็เลยเอามาบอกต่อไว้ที่หน้าเว็ปน่ะครับ เพราะว่า เค้าให้เฉพาะคนที่ยังไม่เคยเปิดเป็น account เท่านั้น (ผมเปิดไปแล้วแล้วก็ทำการ promote website ของบริษัทที่ผมดูแลเรื่อง online marketing ไปแล้วน่ะครับ นานแล้วด้วยก็คิดว่าผมก็ไม่ได้สิทธิในการเข้าโครงการนี้น่ะครับ) ยังไงซะ ผมเป็นเรื่องที่จะทำให้คนที่มี website แต่ว่าไม่เคยแม้แต่ว่าจะ promote มันได้ลอง Google Adwords สักหน่อยน่ะครับเพราะว่าผมใช้แล้ว ก็ได้ผลเป็นอย่างดีสำหรับ website เปิดใหม่ทั้งหลายแหล่ หรือว่า website ร้านค้า หรือ เว็ปไซท์ประเภท brochure website (ไม่ได้มีการซื้อขายเกิดขึ้น ณ ตอนนั้นแต่ว่าอยากจะเสนอตัวเองเมื่อมีการค้นหาคำใดๆที่เกี่ยวข้อง หรือน่าจะเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือผลิตถัณฑ์ของตัวเอง)

adwords คืออะไรผมบอกสั้นๆดีกว่าเพราะว่า ผมคิดว่าคงจะ Google อ่านกันได้ไม่ยากน่ะครับ มันก็คือ การโฆษณาผ่าน Google เมื่อมีคนค้นหาคำใดๆในช่อง search เช่นว่าถ้าหากวาคุณขายน้ำจิ้มไก่ ทั้งวันคุณผลิตแต่น้ำจิ้มไก่อย่างเดียว แล้วคุณคิดว่าถ้าหากว่ามีคนค้นหาคำว่า "น้ำจิ้มไก่" แล้วมาเจอ website คุณก็น่าจะดี นั่นน่ะหละครับ Google Adwords จะทำหน้าที่ตรงนี้ก็คือ เมื่อคนค้นหาคำใดๆที่คุณอยากจะให้แสดง link เพื่อต่อไปยังหน้า website ของคุณแล้ว ถ้าหากว่าคุณคิดว่าคนที่เข้ามาแล้วจะมี action คุ้มค่ามากกว่า branding เฉยๆ ผมว่าคุ้มค่าเอามากๆน่ะครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว ผมว่า adwords จะเหมาะกับองค์กรประเภทที่ไม่มีคนรู้จักเท่าไหร่ หรืออยากจะ promote โชว์ตัวเองว่า "ชั้นก็ขายสินค้าประเภทนั้นๆอยู่" เพื่อให้คนที่ค้นหาคำนั้นๆมาเจอเว็ปคุณหรือว่าเจอคุณ แล้วติดต่อเข้ามาทำอะไรสักอย่างต่อไปในที่สุด เว็ปไซท์ที่เหมาะก็จะเป็นเว็ปที่เกิดใหม่หรือว่าเว็ปที่ไม่ได้ทำ SEO เอาไว้ (แปลว่า Google ค้นหาแล้วก็ไม่ได้เจอเว็๋ปคุณเอาซะเลย หรือว่า ค้นหาด้วยคำที่คุณคิดว่า มันน่าจะเจอแต่ก็ไม่เจอน่ะครับ)

ตำแหน่ง ads ที่แสดงมันจะอยู่ที่ด้านขวาของหน้าจอ Google ในหน้าผลการค้นหา หรือว่าอาจจะอยูที่ด้านบนก็ได้จะเป็น link ของผู้สนับสนุน เมื่อมีคนกด link ผ่าน ads ที่แสดง Google จะคิดเงินคุณ ! (แต่ว่าโครงการนี้คุณได้เงินจาก Google มาแล้ว 2500 บาทนี่กลัวอะไรว่าปะ …)

ยังไงซะเข้าไปสมัครเพื่อเอาเงิน 2500 THB เพื่อการโปรโมตเว็ปไซท์ตัวเองกันได้ฟรีๆสำหรับคนที่ไม่เคยใช้มาก่อนเท่านั้น ผมว่าคนไม่เคยทำก็ลองทำดูไม่จำเป็นต้องไปจ้างใครเค้ามาทำหรอกมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเท่าไหร่ แค่ว่าศึกษามันนิดหน่อยก็รู้เรื่องแล้วน่ะครับ หมดอายุวันที่ 31 ตุลาคม 52 นี้น่ะครับ

โดดเข้าไปที่หน้าสมัครกันเลยดีกว่าครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google แจกเงิน
  • site link adword ทำงานยังไง
  • ขอ adword credit

Google Calendar กับการใช้เป็นอุปกรณ์เอาไว้นัดเพื่อนพ้อง

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่เชิญคนนู้นคนนี้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมอะไรบางอย่างอยู่บ่อยๆแล้ว การใช้ Google Calendar แล้ว ทำการ invite ในเมนู Guests จะเป็นทางเลือกในการจัดการที่ดีเอามากๆอย่างหนึ่งใน function การใช้งาน Google Calendar ครับ วิธีการใช้งานก็แค่ create event ใหม่เข้าไปที่หน้า Google Calendar แล้วที่หน้าที่ให้กรอกข้อมูลว่าจะจัดงานอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ แล้วมีรายละเอียดอะไร ที่ด้านขวาจะมีปุ่มให้กด เพื่อทำการ "Add guests" ที่ตรงนี้หากว่าคุณมี email list ที่ทำการแบ่งเอาไว้เป็น Group แล้วใน contact ของ Gmail เราสามารถที่จะเลือก Group นั้นๆออกมาได้เลยครับ เมื่อทำการ create event แล้วจะมีการส่ง email อัตโนมัติออกไปยัง email ดังกล่าวในหน้าตาเหมือนกับเป็นบัตรเชิญหรือการ์ดเชิญเพื่อมาร่วมงาน หรูหรากันเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้วคนที่ได้ email บัตรเชิญนี้สามารถที่จะระบุได้ว่าจะมาหรือไม่ โดยมี option ให้เลือกว่า Yes, No ,Maybe คือ มาแน่ ไม่มาหรือมาไม่ได้แน่ๆ แล้วก็..อาจจะมาน่ะครับ กรณีนี้ถ้าหากว่าทุกคนที่อยู่ใน email list ที่ได้รับบัตรเชิญอ่านเนื้อความสักหน่อยแล้วกดเลือกตอบโต้ว่าตนเองนั้นจะมาหรือไม่ ระบบจะทำการบันทึกเก็บเอาไว้โดยจะแสดงที่หน้า event นั้นๆที่เรา create เอาไว้ โดยจะแยกคนให้ว่าใครบอกว่าจะมาแน่หรือว่าใครไม่มาแน่ๆกันเลยครับ

Option อื่นๆที่ผมใช้งานใน Google Calendar คือ การ "Reminder" ที่ด้านขวาของรายละเอียดจะมีให้เราเลือกว่าจะ reminder ( เตือน) ตัวเราเองด้วยวิธีการใด ไม่ว่าจะเป็นการ sms หรือ email พร้อมทั้งระบุว่าจะให้เตือนก่อนเวลานานแค่ไหนกัน สำหรับกรณี sms อาจจะต้องมีกระบวนการเพื่อการยืนยันว่า คุณเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์นั้นจริงๆน่ะครับ ส่วนวิธีการนั้นผมเปิดดูข้อมูลเก่าๆของผมก็จำไม่ได้ว่ามันทำยังไงน่ะครับหาปุ่มไม่เจอเหมือนกัน แต่ว่าผมว่าถ้าหากว่าคนที่ไม่เคยทำการ verify เบอร์โทรศัพท์ตัวเองก็น่าจะหาทางทำกันได้ไม่ยากน่ะครับ (ไว้ถ้าหาทางเจอแล้วจะมาโม้ให้ฟังอีกทีแล้ว)

นอกจากนี้อีกก็ผมใช้ทำการกรอกข้อมูลใน Google Calendar เพื่อทำการนัดหมายแล้วก็ทำการ sync เข้า Windows Mobile ของผม (เครื่อง HTC TOUCH DIAMOND) นั่นก็แปลว่าบันทึกใดๆที่ผมจดเอาไว้ที่ Calendar ก็จะมาปรากฏในปฏิทินมือถือของผมยังไงอย่งงั้นเลยครับ โดยไม่ต้องไปจิ้มมือถือให้เมื่อยตุ้ม (ตุ้มนี่อวัยวะส่วนไหนอันนี้ไม่แน่ใจ)

เอาเป็นว่าถ้าหากว่าคนที่มีกิจกรรมหรือกิจการที่จะต้องทำการนัดหมายคนอื่นเยอะๆแล้วล่ะครับ ฝึกที่จะใช้งาน Google Calendar กันหน่อยก็ดีน่ะครับ เพราะว่าของเค้าดีจริงๆ โดดเข้าไปที่หน้า Google Calendar ได้ที่นี่เลยดีกว่า

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google calendar คือ
  • google calendar คืออะไร
  • google calendar คือ อะไร
  • วิธีใช้ google calendar
  • google calendar วิธีใช้
  • google calendar คืออะไร?
  • google calendarคืออะไร
  • การใช้ google calendar
  • วิธีการเชิญเพื่อน ทาง facebook กด yes no maybe

ว่างๆเล่นกลดูซะหน่อย(ทอสอบผลการทำ viral emailing)

วันวานนี้ผมว่างๆก็นั่งหาอะไรทำผ่านเน็ตอย่างที่หลายอาจจะเคยรู้คือผมเป็นคนชอบเล่นกันแล้วก็เล่นเน็ตอยู่หน้าคอม เพราะงั้นสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือ เล่นกล online ผ่านหน้าคอมพิวเตอร์กันจริงๆ ผมเคยเล่นผ่าน Skype และ Msn มาแล้วแต่เป็นแบบพวกกลพลังจิตตอนนั้นผมอยู่ california เหงาๆก็หาอะไรทำอย่างว่าล่ะครับ คนมันมีเวลาเยอะ ก็เหมือนกะวันนี้น่ะครับ ว่างๆสงกรานต์ไม่ได้ออกไปไหนก็เล่นกลซะหน่อย ดูกลซะหน่อยจะได้ไม่ลืมครับ ยังไงลองดูกันแล้วกันนะครับ แน่นอนว่าผมไม่บอกหรอกว่าทำยังไง ถ้าหากว่าคนอืน่รู้ว่าทำยังไงก็ไม่แนะนำให้ comment เพื่อบอกคนอื่นน่ะครับเดี๋ยวคนอื่นๆเค้าจะดูไม่หนุกเอาได้ครับ Enjoy !

นอกจากนี้ผมทำแบบนี้เพื่อจะทำ clip เพื่อทดสอบความเป็น viral ดูว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหนเพื่อให้ clip นี้แพร่ออกไปได้เร็วๆในหมู่คนไทย ผมมีวิธีการหลายวิธีที่จะลองดูเพื่อเป็นการศึกษาผลของวิธีการเหล่านั้นว่าให้ผลได้ดีมากน้อยแค่ไหนสำหรับคนไทยด้วยกันเองน่ะครับ (ซึ่งตอนนี้ทุกคนเหมือนจะว่างๆกันหมดก็น่าจะมีเวลาอยู่หน้าคอมกันมากขึ้นเพื่อ entertain ตัวเองครับ) ถ้าหากว่าได้ผลการวิเคราะห์ยังไงแล้วจะมาเล่าให้ฟังกันอีกสักครั้งน่ะครับผม ..

เมื่อถึงคราวที่ Google Notebook บอกว่า เราเลิกพัฒนา แล้วผมจะเอายังไงต่อไปกับเรื่อง Note ๆของผม..?

Google Notebook จะไม่ทำการพัฒนาต่อแล้วแต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเพราะ ทางทีมงาน post เอาไว้ที่ Blog เค้าแล้วบอกว่าจะเก็บทุกอย่างไว้เหมือนเดิม แล้วก็ให้บริการเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรลบหายออกไปจากสารระบบ นั่นก็เพียงพอแล้วที่ผมจะใช้งานอยู่ที่เดิม เพราะ ผมก็ไม่ได้ใช้ Function อะไรพิศดารไม่ว่าจะเป็นการ clip ภาพหรือว่าข้อความจะเว็ปต่างๆเข้ามาผ่านทาง FIrefox (อันนี้ผมไม่ได้ทำน่ะครับ ) สิ่งที่ผมทำก็แค่ว่า “พิมพ์ทุกอย่างที่อยากจะจดเอาไว้” เท่านั้นเอง แล้วผมพิมพ์แล้วมันได้อะไร แน่นอนว่าผมไม่จำอะไรอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นวิธีการตั้งค่าโปรแกรมต่างๆ หรือว่าว่าผมซื้ออะไรมาจากที่ไหน ซื้อมาด้วยเหตุผลอะไร แล้วมันซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่ามันหยุดอายุเมื่อไหร่ (แต่ว่าสำหรับวันหมดอายุผมจะไปตั้ง sms ให้ส่งข้อความมาจาก Google calender ก่อนสัปดาห์นึงก่อนที่มันจะหมดอายุไป เพราะถ้าหากว่ามันมีอะไรเจ้งจะเอาไปซ่อมก่อนน่ะครับ) พิมพ์จดเนื้อความอะไรที่ปกติผมพิมพ์ใน Notepad แต่ว่าไม่รู้จะเอาไป save ไว้ไหนเพราะว่าอยากจะเรียกออกมาได้จากทุกที่ ทุกคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้งานเพื่อเอามาอ้างอิงหรือว่าพิมพ์เพิ่มเติมต่อไปได้อีก .. ทั้งหมดนี้แน่นอนว่ามัน searchable หรือว่าเรียกว่าค้นหาได้สะดวกการ tag หรือว่า keyword ที่ผมพิมพ์เข้าไปที่เนื้อหาอย่างจงใจทำให้อะไรๆ ที่ผมพิมพ์เข้าไปมันค้นหาได้น่ะครับ ไม่เหมือนกับ Notebook บนโลกจริงที่มันค้นหาได้ก็ต่อเมื่อเปิดย้อนกลับไปแล้วก็ให้ตาเราดูแน่นอนว่าช้ากว่ากันเป็นไหนๆ ..

สำหรับการประกาศปิดการพัฒนา (มันไม่ได้ปิดตัวน่ะครับ) ก็ไม่ได้ทำให้ผมต้องกระวนกระวายว่า จะต้องทำอะไรกับมันเท่าไหร่นักเพราะว่า concept แนวคิดที่ว่าอะไรๆก็อยู่ที่ online ทั้งหมดนั้น สักวันหนึ่งไม่ว่าจะเป็น Google หรือว่าที่ไหนก็แล้วแต่สามารถที่จะปิดตัวเองลงไปได้ ไม่ว่าจะ web นั้นๆจะมีการเก็บเงินหรือไม่ก็ตาม (แต่ว่าถ้าแน่นอนว่า web ที่เค้าเปิดมาแล้วหาเงินไม่ได้หรือคิดไม่ออกว่าจะหาเงินกะมันยังไงก็มีแนวโน้มที่จะปิดตัวลงได้มากกว่าอย่างแน่นอนน่ะครับ ) ก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้ว่า เนื้อหาอะไรก็ตามหากว่าเว็ปปิดหรือไม่ให้บริการอีกต่อไปก็เป็นสิทธิ์ที่เค้าจะทำได้ เราต้องรู้เรื่องนี้อยู่ในหัวเอาไว้แต่แรกทั้งนี้ หากว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรทำนองนี้ต่อเว็ปที่ผมกระทบรุนแรงมากกว่านี้ก็ต้องมีการประกาศเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อให้คนที่ใช้บริการอพยพเนื้อหาโดยทางเว็ปเองก็น่าจะบอกด้วยว่าน่าจะทำอะไรอย่างไรด้วยวิธีการใด หรือออกแบบวิธีการอพยพเนื้อหาเอาไว้ให้ด้วยอีกต่อหนึ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกกับคนที่เค้าใช้งานกันอยู่ครับ

เอาเป็นว่าคิดอย่างงี้แล้วกันไม่ว่า file ภาพที่ฝากไว้ที่เว็ป หรือว่า ภาพที่เราเก็บเอาไว้เป็นกระดาษที่พิมพ์ออกมาแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันจะต้องหายหรือเสื่อมสลายไปท้ายที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ไม่ว่าการฝาก host ภาพไว้กับที่ไหนหากว่าเค้าจะเลิกก็ต้องหายไป ยังไงคิดแบบนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาประเภทใดก็ตาม มันไม่ได้อยู่ที่เรา มันอยู่ทีคนอื่น ถึงแม้ว่าเค้าจะเชื่อถือได้หรือว่าน่าเชือ่ถือมากๆ มันก็ไม่ได้แปลว่ามันจะอยู่ตลอดไปน่ะครับ

ย้อนกลับมาที่ Google Notebook แม้ว่าจะไม่ได้มีใครไปทำการพัฒนาอะไรต่อ แต่ผมก็จะใช้มันต่อไป เพราะว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ผมจะต้องไปทำอะไรกับมันแต่ สิ่งที่อาจจะต้องทำก็คือ มองหาทางเลือกอื่นๆ ที่จะใช้งานทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งผมก็เริ่มๆดู http://evernote.com ซึ่งผมเคยใช้มาก่อนหน้าที่จะย้ายตัวเองมาใช้ Google Notebook เอาเป็นว่าอาจจะลองๆมองๆดูมาเดี๋ยวนี้เค้าพัฒนาไปมากแค่ไหนแต่ว่า ดูท่าทางว่า evernote จะมีแนวคิดเหมือนกับที่ต้องการมากที่สุด ณ เวลานี้ครับ เพราะ concept ของ domain name หรือว่า product ของเค้ามีคำว่า “ever!” เรียกว่า จะเก็บเอาไว้ถาวรอย่างน้อยก็ชาตินี้ที่เราอยู่ในภูมิของความเป็นมนุษย์ครับ เดาเอาน่ะครับไม่รู้ว่าเค้าคิดอย่างผมคิดด้วยเหมือนกันเหรอป่าวถ้าคิดเหมือนกันล่ะก็เราฝากเรื่องราว เนื้อความต่างๆที่ อยากจะ Note เอาไว้ที่ evernote แทนก็ได้น่ะครับ สำหรับคนที่อยากลองก็ลองก่อนน่ะครับ ยังไงผมก็ต้องทดสอบใช้งาน Evernote แล้วเอามาพิมพ์บอกว่ามันดีไม่ดียังไงต่อไปอีกครั้งในอนาคตครับผม ..

ผมลืมบอกไปอีกประเด็นน่ะครับก็คือว่า การ convert จะต้องได้เฉพาะภาษาปะกิตเท่านั้น เราไม่สามารถใช้ software ตัวนี้ไม่ว่าจะเป็น version free หรือว่าไม่ free ก็แล้วแต่ มันจะ convert ภาษาไทยไม่ได้เลย อ่านอะไรไม่ออกทั้งนั้นน่ะครับผมลองดูแล้ว แต่ก็อีก .. น่ะหละ ไม่น่าจะได้ใช้เท่าไหร่เพราะว่า เราไม่ค่อยได้มี ebook เป็นภาษาไทยใช้งานกันเท่าไหร่นัก (จากการสังเกตในชีวิตผมเองอ่ะนะครับ แต่ว่าอนาคตอาจจะมีเยอะก็ได้เนาะใครจะไปรู้ )

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...