วิธีการใช้ HangOut เพื่อการประชุม VDO conference แบบไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว

google-hangout-conference

แม้ว่าล่าสุดนี้ Skype จะมีการออก product ใหม่คือการประชุม online ผ่าน Skype Conference ซึ่งทำให้คนติดต่อกับผ่าน VDO webcam และพูดกันได้เป็นกลุ่ม (หรือมากกว่า 2 คน) แต่ว่าทั้งหมดนี้ เรื่องไม่ค่อยจะเดินเท่าไหร่นักหากว่าไม่ได้เป็นเพื่อการธุรกิจจริงๆครับ เพราะว่า มันมีการเก็บเงินรายเดือน หรือว่ารายครั้งก็สุดแล้วแต่ว่าจะเลือกเสียเงินแบบไหน (แต่ว่าแน่นอนครับว่าถ้าหากว่าเหมาจ่ายเป็นรายเดือนจะถูกกว่าครับ) ทั้งนี้การ Streaming ภาพผ่าน Skype จะเป็นแบบ HD ได้ด้วยซึ่ง internet บ้านเราหากว่าจะส่งภาพกันแบบ HD จริงๆก็คงคิดว่ายังไม่ถึงเวลา เราก็จะไม่ได้ประโยชน์จากส่วนนี้มากเท่าไหร่นัก เพราะงั้นแล้ว ตอนนี้มีเลือกใหม่ที่เพิ่งโผล่ออกจากนั่นก็คือ การใช้ Google Hangout เพื่อการประชุม internal ภายในองค์กรกันเองทำได้แล้วล่ะครับ แล้วก็เหมือนกับ Skype คือ สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้มากสุดๆ คือ 10 กล้องในคราวเดียวกัน (แบบนี้ซิถึงจะเรียกว่า Hangout กันจริงๆ ปกติเพื่อนๆเราก็สุมหัวคุยเล่นก็ไม่ได้ถึงกับ 10 คนแบบนี้หรอกน่ะครับ)

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google hangout คือ
  • Hangout คือ
  • การใช้ hang out
  • วิธีใช้ hangout
  • วิธีใช้ google hangout
  • hangout google คือ
  • ประชุมผ่าน google
  • วิธี hangout
  • วิธีเล่น Hangout
  • hangout คืออะไร

Chrome extension สำหรับคนที่ใช้งาน Google Calendar เป็นประจำให้มาแสดงที่หัวของ Chrome กันเลยทีเดียว

calendar chrome extension recommend

Google Chrome เป็น Browser ที่ทำงานกับ Google production อื่นๆได้อย่างลงตัวเอามากๆน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ใช้ Google product เยอะๆ เหมือนกับผมล่ะก็แนะนำ ใช้เป็น Google chrome ครับ ตอนนี้ชีวิตผมเกือบทั้งหมดขึ้นอยู่กับ Google product แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น email ( gmail ) , contact list (ก็เป็น contact list ที่ sync กับ Gmail ‘s contact list) และที่สำคัญอีกอย่างคือการการนัดหมายหรือตารางนัดหมาย calendar (ที่ผมเคยพูดถึงไว้หลายทีแล้ว)

สำหรับวันนี้ผมเพิ่งเจอว่ามี Google calendar Chrome extension ที่เป็น add-on สำหรับคนที่ใช้ Google chrome และ ใช้ Google calendar อยู่เป็นประจำ เมื่อ install หน้า Google Calendar (by Google) เข้าไปแล้วจะทำให้มีปุ่มที่ tab ด้านบนของ Google chrome โผล่ออกมาอีกปุ่มหนึ่ง ในนั้นเมื่อคุณกดแล้วจะแสดง รายการนัดหมายล่วงหน้าของคุณ หรือ ถ้าหากว่าเลื่อน scroll bar ไปด้านล่างๆจะมี options ให้กดเพื่อ checkmark ให้มันแสดง mini calander ได้ด้วย

ปกติแล้ว จะมีคนโทรมาถามว่าวันนั้นวันนี้ว่างหรือไม่ ผมจะต้องเข้าไปที่ Google calendar แบบตัวเต็มๆผ่านทางหน้าเว็ปนี่น่ะหละ แต่ว่าก็จะกินเวลาสักพักหนึ่ง คนที่จะรอนัดผมก็ต้องรอสายกันแป้บนึง จะชวนคุยเรื่องอื่นๆก็ไม่มีสมาธิธิเท่าไหร่ทำให้เหมือนกับเป็นเวลาโหวงๆ สำหรับการสนทนาครั้งนั้นๆ สักหน่อย ทำให้ถ้าหากว่าเอา extension ตัวนี้ไปใช้จะทำให้ การนัดหมาย เป็นไปด้วยตวามรวดเร็วมากขึ้น

Tips เล็กๆ เกี่ยวกับการใช้งานGoogle Calender Chrome extension ตัวนี้ :

- เมื่อคุณกดปุ่มเพื่อให้ extension นี้เอา calendar ของคุณมาแสดง mini calander จะไม่แสดงทันทีต้องเลื่อนไปกดปุ่ม options > mini calendar

- เมื่อเปิด mini calendar ออกมาแล้ว แล้วเราเลื่อน scroll bar ไปเรื่อยๆ สังเกตใน mini calendar จะมีสีฟ้า high light วันที่ที่อยู่บรรทัดบนสุด (ที่เราเห็น) เช่นจากตัวอย่างก็จะเป็น Monday March 28 แบบนี้จะทำให้เราดูได้ว่าวันนั้นๆมีกิจกรรมอะไรที่ต้องทำหรือไม่

- จำนวน week ที่เห็นอยู่นั้นของคุณอาจจะไม่แสดงเพราะว่า โดย Default แล้ว คุณจะไม่ได้ add Week number เพื่อเปิดใช้งานใน Google calendar ครับ (ผมว่าส่วนใหญ่ week number ก็ไม่ได้มีประโยชน์สักเท่าไหร่นักหรอกครับ )

เข้าไปโหลด Google Calendar chrome extension By Google ได้จากที่นี่ครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • Skype Extension คือ
  • google chrome extension add on อะไร บ้าง
  • เลื่อนหน้า chrome addon
  • ใช้ skype โทรเข้ามือถือเพื่อน รู้ได้ไหมว่าปลายทางอยู่จังหวัดใด

Undo send email : ใน Gmail lab เปิด Enable เอาไว้ไม่เสียหลายจริงๆครับ

undo send email ผมเป็นคนใช้ Gmail แล้วก็ทดสอบใช้งาน Gmail lab เกือบทุก product แต่ว่ามี function นึงที่ไม่ได้ค่อยได้ใช้งานแต่ว่าตอนได้ใช้นี่ รู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆน่ะครับ คือ การ UNDO SEND email ที่เราเพิ่งจะส่งไปครับ

เหตุการณ์ก็คือ ตะกี้นี้ผมส่ง email แล้วก็เพิ่งคิดได้ว่าน่าส่งไปหาอีกคนด้วยน่าจะดีกว่าน่ะครับ แต่ว่าพลาดกดส่งไปแล้วน่ะครับ อย่างไรก็ดีน่ะครับ ผมเห็นปุ่ม undo ผมก็กดเลย ปรากฏว่า มัน UNDO การส่ง email ได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับ Email จ้าวอื่นๆน่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการส่งด้วย OutLook หรือ web mail อื่นๆ Function นี้ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แล้วก็มีแค่ Gmail เท่านั้นที่ทำได้น่ะครับ

ผมว่าวิธีการที่ Gmail ทำก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไรเดาเอาน่ะครับ เพราะว่าผมก็ไม่รู้พื้นเพด้านหลังหรอกครับ ว่าเค้าทำยังไง เดาเอาว่า เค้าก็แค่ delay การส่งไปหน่อย (เหมือนกับว่ายังไม่ได้ส่งไปจริงๆ) แล้วถ้าหากว่ากด Undo ปั้บก็ส่งคำสั่งไปยกเลิก email ที่อยู่ outbox เท่านั้นเองครับ แค่นี้ก็ไม่เห็นจายากเย็นอะไรน่ะครับ

ลองคิดดูน่ะครับถ้าหากว่า email เป็น email ที่มีความสำคัญยิ่งยวด ถ้าหากว่าส่งผิดพลาด หรือผิดคนขึ้นมาแล้วอาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย (ทางการค้า ถ้าหากว่าคุณเป็นคนค้าขายน่ะครับ )หรือว่าอาจจะมีผลต่อภาพลักษณ์ได้ถ้าหากว่าเนื้อความไม่เหมาะสม หรือ มี after thought ขึ้นมาครับ ปุ่มนี้จะช่วยคุณได้มากมายแค่ไหนกันน่ะครับ

ยังไงซะผมก็แนะนำว่า ให้ "Enable" Gmail Lab ในส่วนของ Undo Send เอาไว้เป็นดีน่ะครับไม่ได้ใช้งานตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย แต่ว่าถ้าหากว่าได้ใช้ปั้บ มันจะรู้สึกว่าคุ้มค่าเสียเหลือเกินน่ะครับ ลองดูเอาเองแล้วกันนะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • lab gmail แนะนำ
  • วิธี outlook undo

Google Don’t be EVIL :Google จะทำได้อย่างงั้นเหรอ ?

ผมก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากมายแต่ว่าพอผมดู clip นี้แล้วก็มานึกว่า ผมโดน Google ติดตาม บันทึก เพื่อให้ Google รู้ว่าผมเป็นใคร ทำอะไรทีไหนอย่างไร เกือบเรียกได้ว่าหนีไปไม่ได้อยู่แล้วน่ะครับ แต่ก็อีก ผมก็ไม่ได้ทำการยกเลิกหรือเปิดการบันทึกข้อมูลเหล่าที่ Google เก็บเอาไว้เพราะมันก็มีประโยชน์กับตัวผมเองด้วย เช่น ผมกรอกข้อมูลแผนที่ร้านอาหารที่ผมอยากจะกินเอาไว้ใน My Maps แน่นอนว่าข้อมูลอยู่กับ Google ถ้าหากว่าเค้าแปลภาษาไทย(เก่งกว่านี้)อ่านออกว่าที่ผมพิมพ์หรือบันทึกเอาไว้เนี่ยะมันแปลว่าอะไร มันก็อาจจะทำให้ Google ส่ง ads ที่เหมาะสมมาให้ผลได้ไม่ยากครับ

หนทางที่ Google จะเอา ads ที่นำเสนอให้ถูกต้องแม่นยำมากที่สุด ก็คือ การค้นหาว่าคนที่ใช้ Google product ไม่ว่ารูปแบบไหนก็ตาม "เป็นใคร"  Google จะรู้ได้ทุกอย่างถ้าหากว่าคุณใช้ทุก Product ของ Google เค้ารู้เบอร์โทรศัพท์ของคุณ เค้าส่ง sms หาคุณได้ทุกเมื่อจากระบบส่วนกลาง ถ้าหากว่าคุณใช้ Android มันก็จะออกแบบมาเพื่อให้ Google ออกแบบอะไรตามเพิ่มเติมเข้าไปอีก เพื่อให้รู้ขัอมูลของคุณมากขึ้น อาจจะมากถึงระดับที่ว่า แฟนคุณยังรู้ไม่เท่านี้เลย คือ คุณโทรหาใครเมื่อไหร่เวลาใด นานแค่ไหน และ คุยกันว่าอะไรบ้าง (Google voice recognition ตอนนี้ทำได้แล้วเป็นภาษาอังกฤษ เพราะมันแปลง คำพูดอังกฤษๆ เป็น text เพื่อส่งเข้า email หรือ sms ได้แล้วน่ะครับ ซึ่งผมยังไม่โอกาสได้ใช้งานครับ)

ผมเคยแวะๆเข้าไปดู Google health อยู่พักนึงแต่ว่า Concept มันก็ดีก็คือว่ามันให้เรากรอกข้อมูลทางการแพทย์ของเราไม่ว่าอาการที่เราเป็นหรือว่ายาที่เคยได้รับ เพราะว่า แบบนี้ ถ้าคุณไปหาหมอที่ไหน ก็ได้ข้อมูลเหมือนกันทั้งหมด ไม่ต้องแยกว่า โรงพยาบาลนี้มีแฟ้มเรา มีประวัติ เราถ้าหากว่าอยากจะย้ายโรงพยาบาลก็ต้องไปแฟ้มมา (ซึ่งไม่รู้ว่าขอ copy มาได้เหรอป่าวน่ะครับ น่าจะได้ล่ะก็ข้อมูลของเรานี่หน่า ) ประวัติตรวจสุขภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วผมก็ทำการบันทึกเอาไว้ใน evernote อยู่แล้วแต่ว่าไม่ได้จัดการเป็นระบบเท่านั้นเองน่ะครับ นั้นก็แปลว่าอะไรน่ะครับ ถ้าหากว่า Google มีข้อมูลนี้ เค้าจะรู้ว่าคุณเป็น เอดส์มั้ย คุณเป็นอะไรมาก่อน ซึ่งข้อมูลพวกนี้มันจะสำคัญมากหากว่าคุณต้องการแต่งงานกับใครสักคนเพื่อออกลูกออกหลาน ถ้าหากว่าลองคิดดูน่ะครับ ข้อมูลที่ Google มีเป็นข้อมูล DNA เลยแล้วก็ผนวกกับข้อมูลที่ Google Health มันจะทำให้การ Matching คนเพื่อให้โลกนี้มีพันธ์มนุษย์ที่แข็งแรงขึ้น และ ลดโอกาสเด็กที่ออกมาแล้วพิกลพิการลงไปได้มันจะเป็นเรื่องขนาดไหน

ล่าสุด Google Buzz ก็ออกมาเป็น product ที่เกี่ยวกับ social network แต่ว่าผมก็ทำการปิดมันนะครับ เพราะว่า มันเอา contact list ผมมาเล่น โดยเชื่อมกับข้อมูลใน Twitter และ Buzz network อื่นๆที่ผมไม่อยากให้คนที่อยู่ใน Contact List ผมมารู้ได้ มันแยกกันน่ะครับ Google ก็ออก product มาก่อนแล้วก็ค่อยๆปรับตามความต้องการของคนใช้ไปเรื่อยๆ แต่ว่าผมว่าอีกพักใหญ่ๆ นู้น กว่าผมจะกลับเข้าไป ทดลองใช้งานอีกครั้งน่ะครับ แปลว่า Google เค้าก็อยากจะมีส่วน "รู้เห็น" ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบของ Gmail user ยังไงอย่างงั้นเลยครับ

เอาเป็นเรื่องนี้ผมเคยเล่าให้ฟังหนนึงแล้วว่า Google กำลังจะครองโลกซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะ เค้าสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นเสียก่อน เพื่อ

แปลงค่าเงินต่างชาติเป็นค่าเงินบาทด้วย Chrome Currency Converter

หลายต่อหลายคนถ้าหากว่าอยากจะซื้อของต่างประเทศ มักจะอยากเห็นเงินที่ตัวเองจะเสียไปเป็นเงินไทย เพื่อมาเปรียบเทียบว่า ถ้าหากว่าซื้อแล้วขนมาจากเมืองนอกจะถูกกว่าเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่จะถูกกว่าถ้าหากว่าฝากเพื่อนหรือญาติพี่อู๋ขนมือเข้าประเทศครับ แต่มันจะแพงกว่าก็ต่อเมื่อ คุณเอาสินค้านั้นส่งมาทางเครื่องบิน แล้วของนั้นๆมันไม่ได้เป็นของเบาหรือเล็กครับ)  หลักๆแล้วเราต้องการจะเปรียบเงินเป็นเงินไทย เพราะ เข้าใจว่าถ้าหากว่าเท่านี้หรือเท่านั้นบาทแปลว่า มันมีมูลค่าแค่ไหนได้ไม่ยากครับ

amazon price นอกจากนี้คนที่หาเงินทาง Net แบบพวกที่เกาะกินกับพวก commission ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ขายของ Amazon หรือว่าขายสินค้าหรือบริการใดผ่านทาง cj.com แล้วนั้น คนไทยเหล่านี้ส่วนมากจะอยู่ประเทศไทยและก็ใช้จ่ายเป็นเงินไทย แน่นอนอีกเหมือนกันว่า อยากจะรู้ว่าวันนี้ตัวเองได้เงินผ่านการหาเงินแบบนี้ได้มูลค่าเท่าไหร่เป็นเงินบาทไทยครับ

cj_commission สรุปแล้วไม่ว่าทั้งตอนจ่ายและตอนซื้อ คนไทย อยากเห็นเงินตัวเองเป็นเงินไทยเพื่อทำให้การเปรียบเทียบมูลค่าทำได้ง่ายครับ โชคดีที่ว่า วันนี้ผมใช้ Google Chrome แล้วก็มีตัว convert ค่าเงินแบบอัตโนมัติมาแสดง โดยการเอา rate การแปลงมาจาก website Pathfinder Stocks (ไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่) มาใช้ในการอ้างอิงเพื่อการ convert ครับ มันแสดงผลที่หน้าเว็ปออกมาได้ดีมากน่ะครับ

ประเด็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัว convert ค่าเงินตัวนี้บน Google Chrome

- ผมลองทดสอบกับ cj.com แล้วก็ amazon.com แล้วว่ามันแสดงค่าเงินเป็นไทยได้  นอกจากนี้ผมว่า เว็ปใดๆถ้าหากว่ามีเงินแสดงขึ้นมามันก็จะแปลงให้ได้ทั้งหมดน่ะหละครับ แค่ผมยังไม่ได้ลองเยอะ website กว่านี้เท่านั้นเอง
- สามารถเลือก option ได้ว่าอยากจะให้แสดงแต่สกุลเงินที่เราต้องการเท่านั้นหรือว่าอยากให้แสดงคู่กับค่าเงินที่เป็น original ด้วยก็ได้ (ผมว่าเลือกให้มันแสดงสองอย่างจะดีกว่าน่ะครับ)
- สามารถที่จะกด clt+shift+alt+c เพื่อที่จะแสดง mini convertor หรือตัวแปลงค่าเงินแบบเล็กๆขึ้นมาได้ (ผมว่าอันนี้ไม่ได้ใช้เท่าไหร่ แต่อาจจะมีประโยชน์อย่างอื่นที่ผมคิดไม่ถึงก็เป็นไปได้น่ะครับ)

เอาล่ะครับถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้ใช้ Google Chrome ก็ไปโหลดได้จากที่นี่ครับ
แล้วก็ถ้าหากว่าคุณใช้ Chrome อยู่แล้วก็ไป download extension ตัวนี้ได้ที่นี่เลยครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • แปลงค่าเงิน
  • แปลงค่าเงินบาท
  • เปรียบเงิน
  • แปลค่าเงินบาท
  • ตัวแปลงค่าเงิน
  • การเปรียบเทียบเงินไทยกับต่างประเทศ
  • ตัวแปลค่าเงิน
  • แปลค่าเงิน
  • การเทียบสกุลเงินไทยกับต่างประเทศ
  • แปลงเป็นเงินไทย

Google Chrome Extensions : ที่ผมใช้งานอยู่เพื่อประหยัดเวลาตอนใช้งาน Chrome

ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้งาน Google Chrome ได้มากกว่า 4 เดือนแล้วน่ะครับ (น่าจะน่ะครับไม่แน่ใจแต่ว่ารู้สึกว่าน่าจะนานเอาการอยู่) จริงๆผมก็แค่อยากลองเท่านั้นเองครับ แต่ว่าพอลองแล้วติดใจไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือการแสดงหน้าจอที่ Zen กว่า Firefox มากๆ ทำให้ Firefox ตัวใหม่ที่กำลังจะออกก็จะต้องเลียนแบบ Chrome เช่นเดียวกันครับ เลียนกันไปกันมาอันนี้ดูเหมือนกะว่าไม่มีใครว่าอะไรกันได้เลยน่ะครับ

Google Chrome Extension ที่ผมใช้งานก็ไม่ได้เยอะแยะเหมือนกับสมัยที่ผมใช้เป็น Firefox ครับ ทำไมน่ะเหรอครับ เพราะว่าผมแค่รู้สึกไปเองว่า ตอนที่ผมใช้งาน Firefox แล้วผมลง Extension มากๆตอนเปิด program ขึ้นมามันจะเริ่มช้าๆนิดหน่อย ผมรู้สึกได้กับเรื่องพวกนี้น่ะครับ (เป็นพวก sensitive ต่อเวลาอะไรที่ computer มัน run อะไรก็ตามได้ช้าลงแม้ว่ามันจะเป็นระดับมิลลิ second ก็ตาม เวอร์ไปหน่อยน่ะครับ โม้ไม่มีคนว่าด้วยเฮอะๆ) ก็เลยตัดสินใจว่าถ้าหากว่าย้ายมาใช้งานเป็นกู้เกิ้ลโครมตัวนี้แล้วล่ะก็จะไม่ลง Extension อะไรให้มากนัก แล้วผมก็ทำอย่างที่คิดจริงๆ เพราะตัวหลักๆที่คิดว่าจะใช้ก็มีแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเองครับ มันอาจจะเป็นเพราะอีกเหตุผลด้วยว่า ผมก็ลอง Extension บน Google Chrome อยู่หลายๆตัวมันก็ไม่ได้ลงตัวอะไรกับการใช้งานของผมสักเท่าไหร่ เพราะไม่อยากจะให้มี status bar ที่ด้านล่างแล้วน่ะครับมันกินพื้นที่หน้าจอไปอีกหน่อย แค่นั้นก็ไม่เอาแล้วอ่ะครับ ทำให้เกณฑ์ในการเลือก Extension มาใช้งานก็โหดและหินกว่าตอนที่ใช้ Firefox เอามากๆนะครับ

และนี่ก็คือโฉมหน้าผู้ผ่านการประกวดและได้ใช้งานกันจริงๆ ดังต่อไปนี้ครับผม
(ขอเรียงตามการใช้งานด้วยแล้วกันนะครับ)

Extensions - Google Chrome2
 Kuber PageRank Checker: เป็นตัวบอกว่า PR Rank ของเว็ปที่เข้าอยู่เนี่ยะมันมี rank ที่ได้รับจากทาง Google อยู่ระดับไหน (สำหรับคนที่ไม่รู้จัก อธิบายสั้นๆได้ว่า ถ้าหากว่าเว็ปคุณเจ๋งสุดๆเท่า Google คุณจะได้ 10 คะแนนครับ แล้วก็ถ้าหากว่าเป็นเว็ปใหม่สุดจะได้แค่ 0 เท่านั้น) คุณจะแยกแยะออกสั้นเลยว่าเว็ปที่คุณเข้ามาเนี่ยะมันคุณภาพดีหรือแย่มากน้อยแค่ไหนกันน่ะครับ

Gmail Checker : ผมใช้ Gmail ก็ต้องอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีเมล์เข้ามาก็ให้แสดงเป็นตัวเลขเอาไว้ที่ด้านบนเลยแล้วก็กดอีกทีก็จะรู้ด้วยว่าหัวเรื่อง (subject) ของ email นั้นเป็นอะไรครับ อันนี้มันจะแสดงเฉพาะ email ที่เข้า inbox เท่านั้นถ้าหากว่าคุณตั้ง filter ไว้แล้วบอกว่า email ให้ข้าม inbox ไปได้เลย(skip inbox) ก็จะไม่เห็นว่ามี email นั้นเข้าน่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าคุณตั้งแบบนั้นไว้ email พวกนั้นก็ไม่ได้ email ที่สำคัญแต่ประการใดเข้าไปดูตอนไหนวันไหนก็ได้ครับ

Smooth Scroll : เอาไว้ทำให้ตอนที่เลื่อน page ของ website ที่มันยาวๆ ไม่ว่าจะเป็นพวก ซาหนุก กาปุกดอมคอมทั้งหลายแหล่มันเลื่อนได้ไหลลื่นดูดีมีชาติตระกูลครับ ไม่ได้ไหลแบบเหมือนกะหุ่นยนต์ที่เป็นล๊อคๆแก้คๆ เหมือนกับค่าตั้งต้นที่ Google Chrome ตั้งค่ามาน่ะครับ

Bit.ly: เป็น extension ง่ายๆของ Bitly เองนั่นน่ะหละครับเอาไว้ทำอย่างนี้ครับ คือ เมื่อคุณเปิดให้เว็ปไหนอยู่แล้วอยากจะย่อ url แล้วก็ส่งผ่านต่อเข้า Twitter ก็แค่กดเปิดนั้นเว็ปนั้นๆไว้แล้วก็กดปุ่มเจ้า Bit.ly นี้เท่านั้นเองน่ะครับ url ก็จะสั้นจุ้ด แล้วก็มี option ให้เลือกว่าจะ Twitt ออกไปเหร

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • gantt chart ของวันทูคอล
  • sms gv extension คือ
  • ใช้ google chrome แล้วเครื่องช้า
  • google chrome ทำให้เครื่องช้า
  • google chrome เครื่องช้า
  • icon บน bar google chrome
  • status bar in chrome

Google Checkout Store Gadget เอาสินค้าไปปะไว้ที่เว็ปตัวเองได้ง่ายๆ

ถ้าหากว่าคุณมีของทีอยากจะขายแล้วมีแต่หน้าเว็ปที่ไม่ได้สร้างด้วยระบบ Cart หรือ E-commerce เต็มรูปแบบตอนนี้เราสามารถที่จะใช้ Google Docs เพื่อเป็นตัวจัดการกำหนดสินค้าใน Stock และระบุเนื้อหาของสินค้าได้แล้ว เรียกว่าง่ายสุดๆ ถ้าหากว่าคุณใช้งาน excel เป็นแล้วล่ะก็ ก็แปลว่าคุณจะจัดการกับระบบสินค้าที่คุณจะขายผ่านหน้าเว็ปได้ไม่ยากเลยครับ

แล้วมันดียังไงน่ะเหรอ มันดีตรงที่ว่า ถ้าหากว่าคุณมีเว็ปแล้วไม่ได้เป็นระบบ shopping cart หรือมันอาจจะเป็นแค่หน้า weblog เหมือนกับที่ผมเอามาทำให้ดูนี่ก็ทำได้เหมือนกันน่ะครับ สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ เข้าไปที่หน้านี้

Google Checkout Store Gadget (lab)

แล้วทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆน่ะครับ สุดท้ายคุณก็จะได้ code ออกมาเพื่อ embed ไปที่ไหนก็ได้ (ก็ไม่เชิงหรอกครับก็ต้องเป็น website ที่คุณกรอกเอาไว้ว่าคุณกำลังจะเอา code ของเค้าไปแปะไว้น่ะครับ)

หน้าตามันก็จะออกมาเป็นแบบนี้น่ะครับ  (สินค้านี้ผมขายจริงๆน่ะครับเพราะว่าผมไป New Zealand แล้วก็ไม่ได้ใช้อีกเลยเหมาะสำหรับคนที่อยากจะไป New Zealand แล้วก็อยากจะมี Navigator ใช้งานครับ)

 

คนซื้อถ้าหากว่าสนใจจะซื้อเค้าก็กด add to cart ได้จากปุ่มที่แสดงนี่เลยน่ะครับแล้วก็จะต้องจ่ายเงินผ่านระบบ Google Checkout เท่านั้นเองอาจจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ขายของแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น ไม่ต้องจัดการอะไรให้มันวุ่นวายครับ เจ๋งสุดยอดครับ

อ่อ ตอนนี้มีใช้แต่เป็น USD  , EUR น่ะครับไม่มีเป็นเงินบาทครับแล้วก็ผมก็ยังไม่ได้ลองให้คนกดซื้อของผมจริงๆว่าแล้วผมจะได้ตังค์มายังไงเหมอืนกันน่ะครับ ถ้าหากว่ามีคนลองดูแล้วได้ความว่ายังไงก็ comment ผมหน่อยแล้วกันนะครับ

แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าหากว่าจะใช้งาน Google checkout Store แล้วไซร้ตอนนี้จำเป็นต้องเปิด bank ที่ America (เช่น Bank of America) เอาไว้ด้วย ไปที่ https://checkout.google.com แล้วทำการ verfify เพื่อเชื่อม Google checkout กับ bank account น่ะครับ

สำหรับงานเสียเงินค่าที่ Google จะต้องโอนเงินมาที่ bank เรานั่นจะคิดแบบนี้น่ะครับ
คือประมาณ 2.9% + 30 cent ต่อ 1 ครั้งการโอนเงินก็ประมาณเดียวกัน Paypal แล้วก็การรับเงินผ่าน credit card ทั่วไป แต่ว่าดีอย่างก็คือพวกนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนใดๆน่ะครับ (ณตอนที่ผมพิมพ์อยู่) แต่ก็เสียอีกอย่างก็คือว่าถ้าหากว่าเราเปิด Bank คนละประเทศกับประเทศที่คนส่งเงินเข้ามาจะต้องโดน fee อีก 1% (ดีมากเอาเข้าไป) ใช้งานได้สะดวกดีแต่ก็ต้องโดน charge เยอะเอาการอยุ่น่ะครับ แต่ว่าก็น่าจะเป็นการเปิดโอกาสสำหรับ website ที่จะทำเพื่อขายต่างประเทศตรงๆเลยน่ะครับ 

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google checkout ไทย
  • google checkout stores online
  • google checkout แปะ
  • วิธีสร้าง ปุ่ม google check out
  • ใช้ google checkout รับเงิน

tips เล็กๆเพื่อให้ใช้ Google Calendar เร็วได้อีก!


สำหรับคนที่ใช้ Google Calendar มาแล้วตอนนี้ผมอยากจะแนะนำเพิ่มเติมต่อไปอีกหน่อยว่า เรามาทำตัวให้ใช้มันได้คล่องกว่าเดิมกันดีกว่าน่ะครับ จะได้ใช้งานได้เร็วแล้วก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของ Google Calendar ได้อีกด้วย หลักๆแล้วถ้าหากว่าจะใช้งาน Google Calendar ได้คล่องก็แบ่งเป็นประเด็นๆที่จะต้องฝึกนิดหน่อยแค่สองประเด็นดังต่อไปนี้น่ะครับ

QUCIK ADD  : เริ่มจากการใช้ Quick Add กันให้เป็นน่ะครับ วิธีการใช้ Quick Adds แย่หน่อยที่ต้องพิมพ์วันเวลาเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นน่ะครับ (ผมลองไทยแล้วมันไม่รู้เรื่องหรือว่ามันยังงงๆอยู่อะไรสักอย่างน่ะครับ ไม่แนะนำเท่าไหร่ ) แต่ว่าสำหรับภาษาอังกฤษแล้วนั้นใช้ได้ผลดีทีเดียวครับ เช่นผมจะพิมพ์ว่า
"นัดคุณนก 13:00 on 12/3" โดยการกด "Q" ปั้บแล้วก็พิมพ์เนื้อความนัดหมายไปได้เลย เมื่อพิมพ์แล้วกด enter ปุ้บมันจะ add event นั้นๆไปที่วันที่ 12 เดือน สามกันเลย แล้วก็เนื้อหาของ event ก็จะเป็น "นัดคุณนก" พร้อมทั้งเวลาเริ่มคือ บ่ายโมงนั่นเอง แล้วมันก็จะจบเป็นค่าเบื้องต้นเอาไว้อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นน่ะครับ

Keyboard shortcuts : ผมใช้ Keyboard shortcuts มาได้สักพักไม่นานมานี้เพราะว่า เพิ่งเห็นอยู่เหมือนกันว่ามันมี ! แล้วมันซอ่นเอาไว้ทีไหนน่ะเหรอครับ อืม .. ถ้าหากว่าไม่บอกเนี่ยะก็ไม่รู้หรอกน่ะครับว่ามันกดยังไง ถ้าหากว่าอยากรู้ว่าจะกดอะไรทีไหนเพื่ออะไรแล้วล่ะก็ ให้กด "?" ที่หน้า Google calendar ครับ มันจะบอกว่า keyอะไรทำอะไรครับ ซึ่งผมก็เอามา post ปะไว้ที่นี่ด้วยเหมือนกันน่ะครับ

รายการ keyboard shortcut ที่ใช้กับ Google calendar มีดังต่อไปนี้ครับ

Navigation
k / j :    Previous/next period
t :    Today
Views เป็นการปรับเปลี่ยนมุมมอง ผมว่า short cut พวกนี้สำคัญมากน่ะครับจำเอาไว้เลยดีกยว่าครับ
a :    Agenda view
d :    Day view
w :    Week view
m :    Month view
x :    Custom view
Actions
c :    Create event
e :    Event details
delete :    Delete event
z :    Undo last action (if possible) (อันนี้เป็นปุ่มที่คนนิยมใช้กันอยู่แล้ว แล้วมันก็เป็นตัว z เหมือนกับ program อื่นๆซะด้วยซิดีเลยไม่ต้องจำอะไรใหม่)
Application
/ :    Search (จริงแล้วมันมีช่อง search อยู่แล้วอันนี้ก็จะไม่ได้ใช้สักเท่าไหร่อีกเหมือนกัน)
+ :    Focus on add a friend’s calendar (ส่วนตัวแล้วผม note เพื่อตัวเองซะมากก็ไม่ได้แอดเพื่อนหรอก)
q :    Quick add (อันนี้จะใช้บ่อยเอามากๆน่ะครับ ต้องฝึกเพื่อที่จะใช้งานได้คล่องครับผม)
Ctrl+p :    Print (ผมก็ไม่ได้พิมพ์ด้วย แต่ว่ารู้ไว้แล้วกันว่ามันพิมพ์ได้)
s :    Settings (ไม่ได้กดเท่าไหร่เพราะว่าปกติแล้วเราจะ setting กันแค่ครั้งเดียว)
? :    Open shortcut help (กดมือจำไม่ได้ว่าปุ่มอะไรทำอะไรมั่งน่ะครับ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • calendar
  • calendar png
  • calendar picture
  • เพิ่ม icon ที่ google calendar
  • คู่มือการใช้งาน google calendar

มาใช้ Picasa เป็นที่เก็บภาพเอาไว้โชว์เพื่อนๆจะดีกว่ามั้ย?

ผมเห็นน้องผม ผมเห็นเพื่อนบางคนของผม upload ภาพเพื่อเอาไว้โชว์กันโดย multiply.com แต่ว่าผมว่ามันดูไม่สะดวกเท่าไหร่นัก( แต่ว่าผมก็พูดไม่ได้เต็มปากนักหรอกว่ามันไม่สะดวกเพราะว่าผมก็ไม่ได้ใช้งานมันอย่างจริงๆสักที ) แต่ว่าผมรู้อยู่อย่างหนึ่งน่ะครับ ว่า ตอนนี้ผมใช้ Picasa แล้วมันสะดวกมากเลยอยากจะแนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนสักหน่อยเพื่อ ให้คนอื่นที่ไม่เคยเห็นไมเคยรู้จักได้ใช้งานกันได้จริงๆจังๆสักกะที

ทำไมต้อง Picasa ?

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพราะว่าผมรู้ว่า Picasa เป็นโปรแกรม หนึ่งที่โดนซ้ำไปโดย Google Inc ด้วยราคาระดับหนึ่ง ซึ่งผมก็เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกๆแล้วว่า Google ซื้อไป แล้วก็ซื้อไปนานมากแล้วด้วย ผมว่า Google เองก็คงเห็นว่ามันดียังไงเหมือนกับที่ผมเห็นอยู่ ณ เวลานั้นเหมือนกัน เพราะว่านจะทำการ scan ภาพทั้งหมดที่เราจัดเก็บสะเปะสะปะไม่ระเบียบทำให้มันมีระเบียบมากขึ้น แล้วเอามาแสดงที่หน้าจอในโปรแกรมออกมาได้อย่างสวยงามแล้วเคลื่อนไหวพริ้วไหวดั่งสายน้ำ ตั้งแต่ version แรกสุดที่ Google ซื้อไปแล้วน่ะครับ แล้วเมื่อ Google ซื้อไปก็เอาไปพัฒนาเป็น Picasa version 2 และออกมาเป็น 3 ณ เวลานี้ซึ่งมีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเรื่องที่นี่สนใจสำหรับคนสมัยนี้ก็คือการ Blogging out ภาพที่เราได้ถ่ายเก็บเอาไว้ออกผ่านสู่สายตาคนทั่วโลก(แหมแต่ว่าคนทั่วโลกเค้าก็ไม่ได้ดู blog เราหรอกเนาะ ก็มีแต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเราเนียะหละนะที่เค้าดูเค้าอ่านกัน เฮอะๆ)

Picasa ทำการ edit ภาพได้อย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Blur หรือ Focus ภาพบางส่วนปรับแต่งสีภาพให้มี contrast สูงหรือต่ำได้ตามต้องการ และมี effect เล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นลูกเล่น(ที่ไม่สำคัญ) เพื่อเป็นให้เป็นที่ดึงดูดคนมาใช้งานได้มากขึ้น และที่สำคัณอย่างที่ได้บอกเอาไว้แล้ว มีการ เพิ่ม ปุ่ม BLog ของ Blogspot.com เข้าไปด้วยใน version 2 แล้ว ทำให้คนที่ไม่เคยมี Blog เป็นของตัวเอง แล้วอยากประกาศ หรือเขียนเรื่องราวให้กับคนอื่นได้รู้ผ่านทาง Picasa ร่วมกับ BLogspot.com ได้ไม่ยากนัก .. เรียกได้ว่า ลองดูแล้วก็จะรู้ว่ามันไม่ยากจริงๆครับ เพราะไม่ต้อง hosting อะไรไม่ต้องรู้เรื่อง wordpress แล้วก็ไม่ต้องคิดมากกับ back office ที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกว่าอะไรเป็นอะไร เพราะมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนหรือจากการลองผิดลองถูกด้วยเวลาอันน้อยนิดเท่านั้นเองครับ ดูตัวอย่างของผมก็ได้ http://rackmanager.blogspot.com แหมแต่ว่าอายไม่อยากจะเอามาโชว์ เท่าไหร่เนาะ (แต่ก็อีกล่ะ ไม่มีคนเข้ามาดูสักเท่าไหร่น่ะครับ อิอิ .. ดีแล้วไม่อยากให้คนดูเยอะอาย น่ะนะ )

เริ่มต้นจากใช้งานต้องทำอะไรยังไงเหรอ ?

เอา GMAIL มาเป็นของตัวเองสักรหัส : ผมแนะนำก่อนว่า เริ่มต้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี email ของ Google ที่เรียกว่า Gmail ครับมันจะเป็นตัวแทน account ที่เราตั้งมาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน product ใดๆก็ตามที่เป็นของ Google ไม่ว่าจะเป็น Picasa หรือว่า Blogspot ก็ตาม ดังนั้น เริ่มต้นประการแรก สมัคร Gmail ด้วยชื่อจริงสกุลจริงเอาไว้สักอันน่ะครับ เพราะว่าที่ผมบอกว่าข้อมูลจริงนั้น หากว่าอีกหน่อยคุณอยากจะทำอะไรเกี่ยวกับการใช้ advertising ผ่านระบบ Google แล้วล่ะก็ชื่อจริงนามสกุลจริงเป็นสิ่งที่เอาไว้อ้างอิงได้ในที่สุดครับ ไปที่ http://mail.google.com แล้วกดสมัครกันเลยดีกว่าครับ บทความนี้ผมจะไม่บอกหรอกว่า gmail มันดียังไง เพราะว่าผมก็เคยเขียนเอาไว้แล้วที่ blog แห่งนี้ครับ ลอง search site นี้ดูว่า gmail ก็จะเจอครับ

โหลด Picasa : เมื่อได้ gmail account มาแล้วก็ให้ไปโหลด picasa ที่

>http://picasa.google.com/ กันเลยดีกว่า โหลดมาแล้วลงที่เครื่อง มันก็จะทำการ scan ภาพจาก คอมพิวเตอร์ตำแหน่งใดๆที่เราระบุเอาไว้ว่าให้เครื่อง scan ดูว่ามีภาพอะไรบ้างครับ สำหรับคนที่สะสมภาพศิลป์ แม้ว่าคุณจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนก็ตาม scan ภาพของ Picasa ก็จะเห็นแล้วเอามาเรียงไว้หลาเลยล่ะครับ ระวังไว้ด้วยแล้วกันนะครับ แต่เมื่อ scan แล้วเราก็เลือกออกได้ว่าจะไม่ให้แสดง Folder นั้นที่ Picasa อีกได้น่ะครับ ไม่ต้องกลัวซะอย่างงั้นครับผม

ทีนี้เราก็จะมี program Picasa installed อยู่ที่เครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ทำอะไรต่อกันดีล่ะ .. สำหรับผมนั้นผมใช้ Picasa ทำอยู่สองอย่างครับ คือ

1. ทำการ upload ภาพที่ผมไปเที่ยวมาไม่ว่าจะเป็นเที่ยวในประเทศ ต่างประเทศ หรือว่ากิจกรรมอะไรๆพิเศษที่ผมถ่ายภาพเอาไว้ (แต่ว่าผมไม่ได้งาน motor expo น่ะครับ) เอาเป็นว่าส่วนมากจะเป็นเรื่องเที่ยวซะมากกว่าน่ะครับ ที่จะ upload ภาพขึ้นไปที่ Picasa online web album วิธีการก็ไม่ยาก แค่เลือกภาพโดยการกด ctrl แล้วเอา mouse แตะภาพที่เราอยากจะทำการ upload ไปเรื่อยๆ หรือว่าถ้าเลือกเป็น album ก็เอา mouse แตะที่ folder นั้นที่ผมพูดนี่คือเปิด Picasa อยู่น่ะครับ ภาพใดๆหรือว่า Folder ใดๆที่เราเลือกเอาไว้จะต้องแสดงไว้ที่ด้านขวาล่าง เพื่อบอกว่า เราได้เลือกภาพอะไรไปแล้วบ้างสำหรับการที่จะ upload มันหรือว่า email มันหรือว่า Blog มันน่ะครับ สำหรับกรณีที่จะทำการ upload ก็กดที่ “Upload” ที่เป็นลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นฟ้าเท่านั้นเองครับ แล้วก็พิมพ์ชื่ออัลบั้มซะหน่อยครับ ถ้าหากว่าเรายังไม่เคย login Picasa web album ระบบโปรแกรมก็จะถามว่า เรา gmail อะไรหรือ account อะไรก็ให้พิมพ์ mail เราแบบเต็มๆแล้วก็รหัส mail นั้นด้วย มันก็จะ login ได้แล้วน่ะครับ การโหลดภาพขึ้นไปนั้น จะกินพื้นที่ของเราเองแต่ว่าไม่เกี่ยวกับบริการอื่นๆ ของ Google ไม่ว่าจะเป็น gmail หรืออะไรก็แล้วแต่เหมือนว่าจะมี limit ว่าภาพทั้งหมดที่ upload ไปโดยอ้างอิง account หนึ่งๆจะได้อยู่หลายกิ้กอยู่ แต่ผมไม่คิดอะไรมากเรื่องนี้เพราะว่าผมก็แค่ create gmail account อันอื่นมากอีกถ้าหากว่ามันเต็มครับ แล้วก็หาดูว่าภาพอะไรอยู่ทีไหน หรืออยากจะเสียเงินก็ไม่ยากครับ เค้าเก็บเงินเรา 25 เหรียญสหรัฐ เราก็จะได้ พื้นที่เพื่อการเก็บภาพเพิ่มเติมอีกเยอะอยู่ครับ แต่ว่าผมเลือก create new account แล้วก็แบ่งเก็บน่ะครับ ไม่อยากเสียเงินเท่าไหร่ โดยเฉพาะการเสียเงินเป็นแบบต่อเวลานี่ไม่ชอบเลยครับ

2. การ blogging ด้วย Blogspot.com ที่ปุ่มด้านล่างจะมีปุ่มที่เป็นสีส้มตัว B ใหญ่ๆ แล้วเขียนเอาไว้ว่า Blog this นั่นก็แปลว่าแค่เราเลือกภาพแล้วก็กดปุ่ม Blog This เท่านั้น มันก็จะเปิดหน้าต่างเพื่อถาม Gmail account เราก็กรอกเข้าไปแล้วมันก็พาเราไปหน้าปัดแผงควบคุมการ Blog แบบฟรีๆของเราแล้วน่ะครับ

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะใช้ Picasa หันมาใช้กันบ้างไม่มากก็น้อย(แน่หละซิไม่มากก็ต้องน้อยอยู่แล้วน่ะครับ) ไม่หรอกอีกอย่างก็คือว่า อยากจะเห็นภาพคนอื่นๆที่เดินทางไปที่ต่างๆทั่วโลกเค้าทำการ upload ภาพมาโชว์ให้ดูซะหน่อยน่ะครับ ก็เท่านั้นเอง ลองดูแล้วกันนะครับ สำหรับผมแล้ว Picasa Highly recommended เลยครับผม..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • picasa คือ
  • picasa คืออะไร
  • สมัคร picasa
  • วิธีใช้ picasa
  • สมัครpicasa
  • picasa web albums คืออะไร
  • การใช้ picasa
  • การใช้งาน picasa
  • Picasa Web Album คืออะไร
  • วิธีใช้picasa