gmail เพิ่ม “+” เพื่อแยกแยะที่มาของ email ได้ครับ !


สำหรับคนที่ใช้ Gmail หากว่าคุณเคยกรอก email ที่เป็น gmail ของคุณใส่เว็ปใดเว็ปหนึ่งไปแล้วแต่อยากจะสร้างอีก account (ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่..) หรือว่าอีกกรณีคือ อยากจะแยกแยะที่มาของ mail ว่ามันเกี่ยวกับอะไร เช่น เกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับการเช่า hosting ด้วยระบบ Label Filter ของ gmail นั้น เราสามารถที่จะทำได้ง่ายๆครับ คือ การกรอกข้อมูล email ที่หน้า site นั้นด้วยเครื่อง "+" เพิ่มเติมเข้าไปที่ด้านหลัง เหมือนกับว่า Gmail มันจะไม่รับรู้ความแตกต่างใดของตัวอักษรหลังเครื่องหมายบวกนั้นครับ

แล้วมันแปลว่าอะไรกันเนี่ยะ ?

ก็หมายความว่า คนอื่นๆใดๆ จะส่ง email หาคุณได้เหมือนกัน แม้ว่าจะส่งไปที่ชื่อที่ไม่เหมือนกันตามกรณีด้านล่างนี้น่ะครับ

เช่น สมมุติผมมี email address ว่า vorapojxx@gmail.com แล้วถ้าคนส่ง email ไปที่ vorapojxx+a@gmail.com หรือ ที่ vorapojxx+smartguy@gmail.com มันก็จะไปที่ inbox ของ vorapojxx@gmail.com เหมือนกันนั่นเองครับ

แล้วทีนี้จะใช้อะไรได้บ้าง ?

อย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้วเราสามารถแยกแยะที่มาของ email ได้ว่ามันมาจากไหน หรือว่าเค้ารู้ email นั้นจากทีไหน เช่น ผมจะพิมพ์ vorapojxx+card@gmail.com ไว้ที่นามบัตรของผม ถ้าหากว่าคนที่รู้หรือติดต่อข้อมูลผ่านนามบัตรของผมก็จะมี คำว่า card เข้ามาแสดงด้วย หรือว่า เป็น email ที่ปะเอาไว้ที่หน้า blog เช่นอาจจะพิมพ์เอาไว้ว่า vorapojxx+blog@gmail.com คนที่พิมพ์เนื้อความตดิต่อผ่านทาง email ที่รู้ว่าเราอีเมล์อะไรจาก blog ก็จะแสดงให้เราเห็นได้ว่า อืมนายคนนี้เค้ารู้ email เราจาก blog เรานี่เอง เป็นต้น

หรือคิดเพิ่มเติมเราสามารถแยกแยะว่า มันเป็น งาน หรือว่า ส่วนตัว หรือว่า เกี่ยวกับเรื่องใดๆก็ได้ให้แตกต่างกัน คือ เวลาที่เรายื่นหรือหรอก email ที่เกี่ยวกับงานเราก็อาจจะพิมพ์ไปว่า vorapojxx+work@gmail.com ก็ได้แล้วก็สร้าง filter เอาไว้เพื่อแยกไปแสดงส่วนตัวแยกกันยังไงก็สุดแล้วแต่ที่จะใช้งานใน gmail ครับ

อย่างล่าสุดกรณีที่ผมใช้งานก็อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้แล้วก็คือ ผมพิมพ์ email เพื่อสมัครบริการ hosting ไว้แล้วด้วย email จริงของผม แต่ว่าผมอยากจะสมัครอีกมันก็ร้องว่า "มีข้อมูล email นี้ระบบแล้วไม่สามารถใช้ได้" ผมก็แคพิมพ์เป็น +something@gmail.com เพิ่มเข้าไปเท่านั้นเองก็จะทำกรอกข้อมูลผ่านต่อไปได้อย่างฉลุยกันเลยทีเดียวน่ะครับ

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ใช้ gmail ก็หันมาใช้เถอะครับ มันไม่ได้มีแค่ trick อะไรแปลกๆแบบนี้แต่ว่า Feature ธรรมดาที่ gmail มีให้ก็เป็นข้อบวกมากกว่า email เจ้าอื่นๆเป็นไหนๆแล้วน่ะครับ ใช้แล้วถึงจะรู้น่ะครับ ว่ามันดียังไง

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • gmail email
  • gmail แยก
  • ใสนามบัตรใน gmail

มาใช้ Picasa เป็นที่เก็บภาพเอาไว้โชว์เพื่อนๆจะดีกว่ามั้ย?

ผมเห็นน้องผม ผมเห็นเพื่อนบางคนของผม upload ภาพเพื่อเอาไว้โชว์กันโดย multiply.com แต่ว่าผมว่ามันดูไม่สะดวกเท่าไหร่นัก( แต่ว่าผมก็พูดไม่ได้เต็มปากนักหรอกว่ามันไม่สะดวกเพราะว่าผมก็ไม่ได้ใช้งานมันอย่างจริงๆสักที ) แต่ว่าผมรู้อยู่อย่างหนึ่งน่ะครับ ว่า ตอนนี้ผมใช้ Picasa แล้วมันสะดวกมากเลยอยากจะแนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนสักหน่อยเพื่อ ให้คนอื่นที่ไม่เคยเห็นไมเคยรู้จักได้ใช้งานกันได้จริงๆจังๆสักกะที

ทำไมต้อง Picasa ?

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพราะว่าผมรู้ว่า Picasa เป็นโปรแกรม หนึ่งที่โดนซ้ำไปโดย Google Inc ด้วยราคาระดับหนึ่ง ซึ่งผมก็เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกๆแล้วว่า Google ซื้อไป แล้วก็ซื้อไปนานมากแล้วด้วย ผมว่า Google เองก็คงเห็นว่ามันดียังไงเหมือนกับที่ผมเห็นอยู่ ณ เวลานั้นเหมือนกัน เพราะว่านจะทำการ scan ภาพทั้งหมดที่เราจัดเก็บสะเปะสะปะไม่ระเบียบทำให้มันมีระเบียบมากขึ้น แล้วเอามาแสดงที่หน้าจอในโปรแกรมออกมาได้อย่างสวยงามแล้วเคลื่อนไหวพริ้วไหวดั่งสายน้ำ ตั้งแต่ version แรกสุดที่ Google ซื้อไปแล้วน่ะครับ แล้วเมื่อ Google ซื้อไปก็เอาไปพัฒนาเป็น Picasa version 2 และออกมาเป็น 3 ณ เวลานี้ซึ่งมีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเรื่องที่นี่สนใจสำหรับคนสมัยนี้ก็คือการ Blogging out ภาพที่เราได้ถ่ายเก็บเอาไว้ออกผ่านสู่สายตาคนทั่วโลก(แหมแต่ว่าคนทั่วโลกเค้าก็ไม่ได้ดู blog เราหรอกเนาะ ก็มีแต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเราเนียะหละนะที่เค้าดูเค้าอ่านกัน เฮอะๆ)

Picasa ทำการ edit ภาพได้อย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Blur หรือ Focus ภาพบางส่วนปรับแต่งสีภาพให้มี contrast สูงหรือต่ำได้ตามต้องการ และมี effect เล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นลูกเล่น(ที่ไม่สำคัญ) เพื่อเป็นให้เป็นที่ดึงดูดคนมาใช้งานได้มากขึ้น และที่สำคัณอย่างที่ได้บอกเอาไว้แล้ว มีการ เพิ่ม ปุ่ม BLog ของ Blogspot.com เข้าไปด้วยใน version 2 แล้ว ทำให้คนที่ไม่เคยมี Blog เป็นของตัวเอง แล้วอยากประกาศ หรือเขียนเรื่องราวให้กับคนอื่นได้รู้ผ่านทาง Picasa ร่วมกับ BLogspot.com ได้ไม่ยากนัก .. เรียกได้ว่า ลองดูแล้วก็จะรู้ว่ามันไม่ยากจริงๆครับ เพราะไม่ต้อง hosting อะไรไม่ต้องรู้เรื่อง wordpress แล้วก็ไม่ต้องคิดมากกับ back office ที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกว่าอะไรเป็นอะไร เพราะมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนหรือจากการลองผิดลองถูกด้วยเวลาอันน้อยนิดเท่านั้นเองครับ ดูตัวอย่างของผมก็ได้ http://rackmanager.blogspot.com แหมแต่ว่าอายไม่อยากจะเอามาโชว์ เท่าไหร่เนาะ (แต่ก็อีกล่ะ ไม่มีคนเข้ามาดูสักเท่าไหร่น่ะครับ อิอิ .. ดีแล้วไม่อยากให้คนดูเยอะอาย น่ะนะ )

เริ่มต้นจากใช้งานต้องทำอะไรยังไงเหรอ ?

เอา GMAIL มาเป็นของตัวเองสักรหัส : ผมแนะนำก่อนว่า เริ่มต้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี email ของ Google ที่เรียกว่า Gmail ครับมันจะเป็นตัวแทน account ที่เราตั้งมาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน product ใดๆก็ตามที่เป็นของ Google ไม่ว่าจะเป็น Picasa หรือว่า Blogspot ก็ตาม ดังนั้น เริ่มต้นประการแรก สมัคร Gmail ด้วยชื่อจริงสกุลจริงเอาไว้สักอันน่ะครับ เพราะว่าที่ผมบอกว่าข้อมูลจริงนั้น หากว่าอีกหน่อยคุณอยากจะทำอะไรเกี่ยวกับการใช้ advertising ผ่านระบบ Google แล้วล่ะก็ชื่อจริงนามสกุลจริงเป็นสิ่งที่เอาไว้อ้างอิงได้ในที่สุดครับ ไปที่ http://mail.google.com แล้วกดสมัครกันเลยดีกว่าครับ บทความนี้ผมจะไม่บอกหรอกว่า gmail มันดียังไง เพราะว่าผมก็เคยเขียนเอาไว้แล้วที่ blog แห่งนี้ครับ ลอง search site นี้ดูว่า gmail ก็จะเจอครับ

โหลด Picasa : เมื่อได้ gmail account มาแล้วก็ให้ไปโหลด picasa ที่

>http://picasa.google.com/ กันเลยดีกว่า โหลดมาแล้วลงที่เครื่อง มันก็จะทำการ scan ภาพจาก คอมพิวเตอร์ตำแหน่งใดๆที่เราระบุเอาไว้ว่าให้เครื่อง scan ดูว่ามีภาพอะไรบ้างครับ สำหรับคนที่สะสมภาพศิลป์ แม้ว่าคุณจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนก็ตาม scan ภาพของ Picasa ก็จะเห็นแล้วเอามาเรียงไว้หลาเลยล่ะครับ ระวังไว้ด้วยแล้วกันนะครับ แต่เมื่อ scan แล้วเราก็เลือกออกได้ว่าจะไม่ให้แสดง Folder นั้นที่ Picasa อีกได้น่ะครับ ไม่ต้องกลัวซะอย่างงั้นครับผม

ทีนี้เราก็จะมี program Picasa installed อยู่ที่เครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ทำอะไรต่อกันดีล่ะ .. สำหรับผมนั้นผมใช้ Picasa ทำอยู่สองอย่างครับ คือ

1. ทำการ upload ภาพที่ผมไปเที่ยวมาไม่ว่าจะเป็นเที่ยวในประเทศ ต่างประเทศ หรือว่ากิจกรรมอะไรๆพิเศษที่ผมถ่ายภาพเอาไว้ (แต่ว่าผมไม่ได้งาน motor expo น่ะครับ) เอาเป็นว่าส่วนมากจะเป็นเรื่องเที่ยวซะมากกว่าน่ะครับ ที่จะ upload ภาพขึ้นไปที่ Picasa online web album วิธีการก็ไม่ยาก แค่เลือกภาพโดยการกด ctrl แล้วเอา mouse แตะภาพที่เราอยากจะทำการ upload ไปเรื่อยๆ หรือว่าถ้าเลือกเป็น album ก็เอา mouse แตะที่ folder นั้นที่ผมพูดนี่คือเปิด Picasa อยู่น่ะครับ ภาพใดๆหรือว่า Folder ใดๆที่เราเลือกเอาไว้จะต้องแสดงไว้ที่ด้านขวาล่าง เพื่อบอกว่า เราได้เลือกภาพอะไรไปแล้วบ้างสำหรับการที่จะ upload มันหรือว่า email มันหรือว่า Blog มันน่ะครับ สำหรับกรณีที่จะทำการ upload ก็กดที่ “Upload” ที่เป็นลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นฟ้าเท่านั้นเองครับ แล้วก็พิมพ์ชื่ออัลบั้มซะหน่อยครับ ถ้าหากว่าเรายังไม่เคย login Picasa web album ระบบโปรแกรมก็จะถามว่า เรา gmail อะไรหรือ account อะไรก็ให้พิมพ์ mail เราแบบเต็มๆแล้วก็รหัส mail นั้นด้วย มันก็จะ login ได้แล้วน่ะครับ การโหลดภาพขึ้นไปนั้น จะกินพื้นที่ของเราเองแต่ว่าไม่เกี่ยวกับบริการอื่นๆ ของ Google ไม่ว่าจะเป็น gmail หรืออะไรก็แล้วแต่เหมือนว่าจะมี limit ว่าภาพทั้งหมดที่ upload ไปโดยอ้างอิง account หนึ่งๆจะได้อยู่หลายกิ้กอยู่ แต่ผมไม่คิดอะไรมากเรื่องนี้เพราะว่าผมก็แค่ create gmail account อันอื่นมากอีกถ้าหากว่ามันเต็มครับ แล้วก็หาดูว่าภาพอะไรอยู่ทีไหน หรืออยากจะเสียเงินก็ไม่ยากครับ เค้าเก็บเงินเรา 25 เหรียญสหรัฐ เราก็จะได้ พื้นที่เพื่อการเก็บภาพเพิ่มเติมอีกเยอะอยู่ครับ แต่ว่าผมเลือก create new account แล้วก็แบ่งเก็บน่ะครับ ไม่อยากเสียเงินเท่าไหร่ โดยเฉพาะการเสียเงินเป็นแบบต่อเวลานี่ไม่ชอบเลยครับ

2. การ blogging ด้วย Blogspot.com ที่ปุ่มด้านล่างจะมีปุ่มที่เป็นสีส้มตัว B ใหญ่ๆ แล้วเขียนเอาไว้ว่า Blog this นั่นก็แปลว่าแค่เราเลือกภาพแล้วก็กดปุ่ม Blog This เท่านั้น มันก็จะเปิดหน้าต่างเพื่อถาม Gmail account เราก็กรอกเข้าไปแล้วมันก็พาเราไปหน้าปัดแผงควบคุมการ Blog แบบฟรีๆของเราแล้วน่ะครับ

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะใช้ Picasa หันมาใช้กันบ้างไม่มากก็น้อย(แน่หละซิไม่มากก็ต้องน้อยอยู่แล้วน่ะครับ) ไม่หรอกอีกอย่างก็คือว่า อยากจะเห็นภาพคนอื่นๆที่เดินทางไปที่ต่างๆทั่วโลกเค้าทำการ upload ภาพมาโชว์ให้ดูซะหน่อยน่ะครับ ก็เท่านั้นเอง ลองดูแล้วกันนะครับ สำหรับผมแล้ว Picasa Highly recommended เลยครับผม..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • picasa คือ
  • picasa คืออะไร
  • วิธีใช้ picasa
  • สมัคร picasa
  • สมัครpicasa
  • picasa web albums คืออะไร
  • การใช้งาน picasa
  • การใช้ picasa
  • Picasa Web Album คืออะไร
  • วิธีใช้picasa

ทำอีเมล์ให้เบา.. ส่งสะดวกลดความเสี่ยงของการส่งไม่ถึงผู้รับ


คนเราส่วนมากหากว่าต้องการส่งไฟล์เอกสารหรือส่งไฟล์ภาพไปหาคนรับ ไม่ว่าคุณกะลังใช้งาน Outlook หรือ Thunderbird หรือว่าเป็น hotmail ธรรมด้าธรรมดา มันก็จะต้องมีการ upload files นั้นเข้าไปที่ mail server ที่ใช้อยู่ครับ แต่ว่าคนรับนี่สิ .. เค้าก็จะได้รับเมล์นั้น พร้อมกับการกินพื้นที่เมล์ที่หนักอึ้งนั้นตามไปด้วยน่ะครับ ถ้ามองให้เป็นภาพให้ง่ายกว่านี้อาจจะบอกว่า คุณส่งอีเมล์โดยเปิดซองจดหมายเขียนข้อความเข้าไปแล้ว ก็เอาหินเอาก้อนอิฐยัดลงไปในซองด้วยครับ พอตอนส่งบุรุษไปรษณียก็จะก็รับซองที่หนักอึ้งนั้นไป แล้วก็เดินไปที่ไปรษณีย์จากสาขาย่อยไปไปรษณีย์กลาง แล้วก็ขนขึ้นรถไปที่ไปรษณีย์ปลายทางอีกทีหนึ่ง ก้อนอิฐนั้นก็จะเดินทางไปด้วยแบบหนักๆนั่นหละครับ นอกจากนี้พอถึงกล่องรับจดหมายหน้าบ้านของคนรับ เค้าก็พยายามที่จะยัดลงไปด้วยครับ อาจจะทำให้กล่องรับจดหมายนั้นบิ่นงอได้ อืม.. (ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเค้าจะพยายามอย่างงั้นหรือเปล่านะครับหรือว่าพยายามที่จะหาคนมารับกับมือซะมากกว่า) ย้อนกลับมาดูที่อิเล็คโทรนิกส์แล้วมันก็เหมือนกันน่ะครับ .. เอาไฟล์ใหญ่ๆใส่เข้าซองมันก็จะทำให้หนัก หนักตั้งแต่คนส่ง คนรับแล้วก็กล่องจดหมายของคนรับนั้นด้วยครับ

ดังนั้นแล้ว .. หากว่าต้องการที่จะให้คนรับเค้าไม่ต้องมาหนักกล่องจดหมายเค้าแล้วล่ะก็. upload file ไปที่ไหนก็ได้แล้ว ส่งไปแค่ลิงค์ครับ ให้เค้าเดินไปเอาของจากไปรษณีย์กลางขาที่เราส่งเนี่ยะหละครับ เป็นการลดน้ำหนักของซองจดหมายแล้วก็ เป็นการลดความเสี่ยงในการ tranfer ไฟล์ด้วยครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมก็จะแนะนำว่า hosting file ที่ผมใช้งานอยู่จริงๆแล้ว มีดังต่อไปนี้ครับ

divshare.com ตอนนี้ไม่ค่อยจะแนะนำสักเท่าไหร่เพราะว่าคนอื่นเค้าจะโหลดไฟล์เอาไม่ได้ เค้าเหมือนกะว่าจะปิดไม่ให้คนเอเชียเข้ามาโหลดน่ะครับ

localhostr.com อันนี้เหมือนกับ yousendit.com หากว่าใครเคยรู้จัก แต่ว่าอันนี้จะไม่ได้เก็บบันทึกอะไรไว้ครับ  upload แล้วมันก็จะอยู่ไว้ คิดว่าไม่น่าจะนานมากครับ แต่ว่าการทำงานสะดวกดีเอามากๆ ครับ แค่กด Browse files แล้ว กด upload เท่านั้นเอง แล้วก็ด้านล่างก็  copy link เอาไว้ แล้วก็กรอก link ใส่ email เท่านั้นเองครับ

Mediafire.com อันนี้ผมก็ไม่ได้ใช้งานเยอะสักเท่าไหร่นักแต่ว่า ใช้ได้ดีเหมือนกับ Divshare.com น่ะหละครับ เพราะว่ามีการ สร้าง account สร้าง folder ได้แล้วก็ ไฟล์ที่ upload อยู่ในนั้นมันก็จะอยู่อย่างถาวรการนานจนกว่า web เค้าจะเจ้งนั่นหละครับ อันนี้ก็เป็นความเสี่ยงอยู่เหมือนกันหากว่า จะคิด upload file สำคัญเก็บเอาไว้ที่ไหนก็แล้วแต่ครับ

คร่าวๆเอาเป็นว่า หากว่าจะส่งไฟล์หนักๆ ให้ทำการ upload files หนักๆนั้น แล้วก็ส่งไปแค่ link ผ่านทาง email ครับ เท่านั้นเอง เพียงแค่นี้น้ำหนักของ email จะเบาเอามากๆแล้วน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ไอคอน อีเมล์
  • รับข่าวสาร
  • รูปไอคอน อีเมล์
  • ไอคอนอีเมล์
  • outlook เมล์ไม่ถึงผู้รับ
  • การส่งเมล์ ไฟล์ งานหนัก

ปรับแต่งคอมคุณให้ดำ ลดอาการเมื่อยตาลงได้จริงๆครับ


พอใช้คอมพิวเตอร์นานๆแล้วเห็นหน้าจอออกขาวๆทำให้เกิดอาการเมื่อยตาได้ไม่ยากนัก วิธีหลีกเลี่ยงก็ตรงไปตรงมา คือว่า หากว่าไม่อยากจะเมื่อยตาก็อย่ามาเล่นคอมซะ หรือว่าออกไปเดินเล่น มองอะไรที่ไกลๆสีเขียวก็เป็นการช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่หากว่ายังไงก็ต้องทำอะไรอยู่หน้าคอมวันยันค่ำแล้วล่ะก็ .. แนะนำว่าให้ปรับทุกสิ่งที่เห็นให้เป็นสีออกดำๆเข้าไว้ เพราะมันช่วยให้เราเมื่ือยตาน้อยลงจริงๆครับ .. ตอนนี้ที่ผมปรับให้ออกสีดำๆก็ได้แ่ก่

wallpaper : แน่นอนว่าอันนี้ใครๆก็ปรับได้อยู่แล้ว หากว่าเป็นพวกนิยมความน้อยเรียบง่ายก็ปรับให้มันเป็น None ซะแล้วก็เลือกแค่สีดำเท่านั้นก็จะได้หน้าจอพื้นหลังออกมาเป็นสีดำๆแล้ว หรืออยากจะหรูหรากว่านั้นสักกะหน่อยก็ให้เข้าไปค้นหาเองได้ที่ interfacelift.com แล้วก็เลือกส่วนที่เป็น wallpaper พิมพ์คำค้นหาเข้าไปว่า black ก็จะได้ wallpaper โทนสีดำๆมาเก็บเอาไว้แล้วล่ะครับ

Theme : คนไทยส่วนใหญ่จะใช้ Windows XP หากว่าอยากจะได้ Theme ดำๆเหมือนกับที่ผมใช้่งานอยู่แล้วล่ะก็ให้ไปที่ rackmanager.terapad.com แล้ว search คำว่า zune ครับเพราะว่าที่เว็ปนั้นผมเคยเขียนเอาไว้ว่าจะได้มาซึ่ง Theme Zune สีดำๆนี้ได้อย่างไรครับผม..

Notepad : แนะนำว่าโหลดใช้ Notepad2 แล้วไปปรับ Blackground พิ้นหลังให้กลายเป็นสีดำ ตัวหนังสือสีขาวครับ สำหรับคนที่พิมพ์งานหรือพิมพ์เนื้อความอะไรก็ตามหากว่าทำงานกับพื้นสีดำแล้ว น่าจะให้การพิมพ์งานดูดีมีสมาธิมากกว่า พื้นเป็นสีขาวบ้างไม่มากก็น้อยครับ แต่ที่แน่ๆ ตาเราก็จะไม่ต้องรองรับแสงขาวที่พ่นออกมาจากจอตอนที่พิมพ์มากนักครับ

Gmail : เฉพาะคนที่ใ้ช้ Firefox2 จะมี add-on ชื่อว่า Stylish ไปโหลดก่อนแล้วลงให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ไปที่ http://userstyles.org/styles/5867 ครับกดปุ่ม install Stylish อันนี้ซะเท่านี้ Gmail ก็จะออกดำๆอย่างมีสไตล์เลยล่ะครับ อันนี้ผมชอบมากๆเพราะว่าเป็นหน้าเว็ปที่ผมเปิดไว้นานที่สุดครับ

Google reader : ต่อจากข้อเมื่อตะกี้นี้นะครับ หากว่าคุณเป็นคนที่ใช้งาน Google reader เหมือนกับผมแล้วล่ะก็.. อยากจะทำให้มันมีสีออกดำๆ เข้ากับข้ออื่นๆทั้งหมดก็ลอง โหลด Install Stylish ตัวนี้ดูน่ะครับ แล้ว restart Firefox ซะเข้ามาใหม่แล้ไปที่ Google reader ลองดูว่ามันดำขึ้นมามั่งเหรอป่าว..

เอาเป็นว่าแค่นี้ก็คิดว่า Screen ของคุณๆก็น่าจะเป็นสีดำๆทึมๆแล้วครับ อาจจะเวอร์ไปหน่อยกับการที่จะทำให้สายตาไม่เมื่อยล้ากับสีขาวๆของจอ แต่ว่า.. ผมก็ทำทั้งหมดที่ผมเขียนน่ะครับ ซึ่งมันก็ดูดีเอามากๆครับผม .. จะไม่เหมือนกันตรงที่ว่าผมทำทีละอย่างสองอย่างไม่ได้ทำทีเดียวทั้งหมดในวันเดียวน่ะครับ หรือว่าถ้าคุณๆมีเวลาเยอะพอก็ทำไปทั้งหมดเลยก็ได้ครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เมื่อยตา
  • ธีมวินโด้xp ดำๆ

ยังไม่มาใช้ Google Desktop กันอีกหรือเนี่ยะ ..

สำหรับคนที่ใช้ Gmail แล้วหากว่า้ต้องการที่จะให้เครื่องคอมเตือนเราตอนที่มี email เ้ข้ามาที่ inbox เราทำได้ไม่ยากเลยครับ แค่ว่าลง Google Desktop เพื่อเอาไปใช้งานเพียงเท่านี้็ Gmail Notifier ก็เป็นอีกหนึ่ง Tool ที่มีอยุ่ที่ computer เราแล้วครับ สำหรับ widget อื่นๆที่แนะนำก็จะเป็น Performance-meter เพราะว่าเป็นตัวที่ดูง่ายมากๆเหมือนกับหน้าปัดรถ ที่บอกว่าตอนนี้เครื่องโหลดหนักแค่ไหน ทั้งแรมแ้ล้วก็ ซีพียูครับ
และถ้าหากว่าเป็นคนที่ซื้อของทาง internet ออกจะบ่อยหรือว่าขายของทาง internet หรือพวกส่งสินค้าหรือตัวอย่างงานอะไรก็ตามระดับโลก ก็จะมีการติดต่อกับพวก website หรือผู้ให้บริการขนส่งพัสดุระดับโลกไม่ว่าจะเป็น DHL , UPS และอื่นๆ พอส่งสินค้ากับพวกนี้มักจะต้องมี tracking number มาให้ด้วย เราก็สามารถที่จะใช้ Package tracker ใน Google Desktop เพื่อทำการติดตามสินค้าที่พัสดุที่เราส่งหรือรอรับอยู่นั้นไม่จากที่หน้า Desktop กันไปเลยครับ ไม่จำเป็นต้องเข้า website ผู้ให้บริการเหล่านั้นแล้วต้องกรอกข้อมูลซ้ำไปซ้ำมาอีกต่อไปครับ ..
สรุปง่ายๆ คือหากว่าคุณๆยังไม่ได้ใช้งาน Windows Vista ทีมี Desktop widget มาด้วยแล้วล่ะก็ .. ยังไงผมก็แนะนำว่า ใช้เป็น Google Desktop เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทำประโยชน์ให้กับตัวคุณได้มากขึ้นกว่าเดิมได้ไม่ยากครับตอนนี้ผมลง Google Desktopแล้วก็มี gadget หรือ widget ดังต่อไปนี้ครับผม..

- Digital retro clock ให้อารมณ์นาฬิกาเก่าๆแบบ
- Package Tracker
- To do List : อันนี้ขาดไม่ได้น่ะครับ หรือว่าถ้าอยาก integrate กับชีวติ online ได้มากกว่าปกติ แล้วล่ะก็อาจจะเลือกใช้เป็น RTM ได้น่ะครับ ( เป็น Gadget ของ site : rememberthemilk.com ที่สร้างมาเพื่อ support กับ gmail และ Google desktop ครับผม)
- ตัวบอกพยากรณ์อากาศในเขตกรุงเทพและปริมลฑล
- Gmail Email list
- Scaratch pad
- task Tracker เอาไว้ตั้งเวลาบอกว่าตอนนี้เราทำงานหรือ task หนึ่งๆ แล้วใช้เวล่ไปกี่นาทีกี่ชั่วโมงแล้วน่ะครับ (ไม่แนะำนำสำหรับคนที่ต้องการทำอะไรไปเรื่อยๆโดยไม่ห่วงเรื่องเวลา เพราะคุณจะรู้ว่าเราได้ใช้เวลากะเรื่องหนึ่งๆไปแล้วนานเท่าไหร่แล้วก็จะตกใจกันเปล่าๆ)

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google desktop เพิ่ม ปฏิทิน ไม่ได้