คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:
- โฆษณา google chrome
- น้องนิม
- น้อง นิม
- เปิดตัวโฆษณา google chorme จากใจพ่อ
การทำงานโดยมากแล้วเราจะส่ง email ไปหากลุ่มคนหรือทีมเดิมๆเป็นประจำ แต่ผมก็เห็นแอบเห็นคนที่ยังเอา email ของแต่ละคนพิมพ์ใส่เข้าไปทีละคนทีละคนเข้าไปเรื่อยๆ ถ้าหากว่ามี ทีมที่ต้องรับ email หน้าเดิมอยู่ 5 คน ก็พิมพ์ชื่อและ email เข้าไปเรื่อยๆซ้ำๆไปทุกวี่วัน การทำแบบนี้ผมว่ามันช้ามากน่ะครับ แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้เพราะ เค้าไม่รู้ว่า มันมีวิธีการที่เร็วกว่านั้นเท่านั้นเองครับ
สำหรับผมแล้วใช้ Gmail เป็น email center (คือทุก email ไม่ว่าจะส่งมาจากทีไหนก็จะเข้ามาที่ Gmail ของผมหมดครับ หรือผมกรองเอาไว้ไม่ให้ แม้กระทั่งตัวผมเองเห็นบางอีเมล์ด้วยเช่นเดียวกัน) มันมีคำคำหนึ่งใน contacts คือ Group ครับ
การใช้ Group คือเหมือนเป็นการ tag คนใน contact list ใน Gmail เพื่อให้เรากรอกแค่ชื่อ Group ที่เราสร้างเอาไว้ แล้วมันก็จะไปดึง Email ของทุกคนใน Group นั้นมาใส่เข้าไปในช่อง To : ตอนที่เรา compose email ครับ นั่นก็แปลว่า ถ้าหากว่าคุณจะเริ่มใช้ระบบนี้ ก็ต้องมี contact list ใน Gmail ครับ และนอกจากนั้นก็ต้องไป create Group ด้วยครับ
วิธีการเป็น step ก็ตามนี้เลยในการสร้าง Group
1. Login เข้า gmail ก่อนเลยครับ
2. กดที่ contacts
3. ที่ด้านซ้ายกลางๆหน้าจอจะมี New Group …
4. มันจะขึ้น pop up ให้เรากรอกว่า ชื่อ Group ใหม่ที่จะตั้งว่าชื่ออะไร เช่น ของผมก็ computer team เป็นต้น
5. ค้นหาคนๆที่อยากจะให้อยู่ใน Group นี้ที่ช่อง search contacts
6. เมื่อค้นหาเจอแล้ว เราก็กดที่ปุ่ม Groups ที่อยู่ด้านบนแล้วเราก็ checkmark ว่าคนนี้อยู่ใน Group name อะไร
การใช้ Group นี้ไม่ได้เป็นการแบ่งคนออกเป็นกลุ่มๆแต่ประการใดครับ แต่เป็นการ tag คนออกมาเป็นกลุ่มๆเพื่อให้เราส่ง email ออกไปยังกลุ่มคนได้สะดวกกว่าเดิม นอกจากนี้แล้ว เราสามารถที่จะ export แล้วส่ง contact list ออกเป็นทั้ง group ไปหาคนอื่น ที่ใช้ outlook หรือ Gmail ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้คนที่ติดต่อหรือคนที่เราต้องการจะ share contact list เราจะ share Group ของ contacts เหล่านั้นได้ด้วยครับ
ส่วนตัวแล้วผมก็เพิ่งจะสังเกตว่าจริงๆแล้ว มันใช้งาน Group ก็เพื่อการส่ง email ออกไปหากลุ่มคนซ้ำๆโดยไม่ต้องพิมพ์ Email address ซ้ำๆ ครับ เพราะปกติแล้วผมก็ส่งเป็น email หนึ่งต่อหนึ่งเสียมากกว่า แล้วก็รูปแบบของการส่ง หรือ ่คนก็ไม่ได้เป็นกลุ่มที่แน่นอนสักเท่าไหร่ครับ อย่างไรก็ดี ผมว่าคนอื่นก็น่าจะมีการส่ง email หากลุ่มคนเป็นแบบ Group ที่ติดต่อที่แน่นอน คิดว่าเลยน่าจะมีประโยชน์ในการใช้งาน Gmail เพิ่มเติมไม่มากก็น้อยครับผม ยังไงซะถ้าหากว่าคุณต้องส่งอะไรเป็นแบบคนหน้าเดิมๆเป็นกลุ่มๆ แล้วล่ะก็ การใช้ Group แบบนี้น่าจะเป็นกาประหยัดเวลาในการใช้งาน Gmail ไปได้อีกมากโขเอาการครับผม ลองดูแล้วกันนะครับ
แถมท้ายอีกเล็กน้อย : สำหรับคนที่ไม่คิดจะใช้ Gmail ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดครับ !
- ตอนนี้ Android เป็น OS บน smart phone ทีมีคนใช้งานมากเครื่องที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าจะมี application ที่น้อยกว่า iPhone อยู่บ้างแต่ว่าอีกไม่นานก็น่าจะเยอะหรือมากกว่า ก็เป็นไปได้ครับ แต่ประเด็นคือ Andriod ของ Google และ Gmail ของก็ Google ทำให้การเชื่อมข้อมูล contact list และการใช้งาน email แบบ mobile ต่อกันได้เนียนสนิทไร้ ปัญหารอยต่อและตะเข็บในการใช้งานแบบ sync กันโดยสมบูรณ์ รายชือทั้งหมดใน contact list ในมือถือของคุณและใน Gmail จะเป็นตัวเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย
- Gmail มีพื้นทีให้คุณเก็บ email ได้แบบเหลือเฟือเกินกว่าที่คุณจะต้องคิดมากว่าจะลบหรือจะเก็บมันเอาไว้ครับ หรือจะดีกว่านั้นก็คือ เมื่อคุณรู้สึกว่ามันจะเต็มๆ แล้ว เราก็จ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่เพิ่มเติมได้ แน่นอนว่า ค่าใช้จ่ายนี้บริษัทออกให้ได้อยู่แล้วล่ะครับ เพราะ มันเป็นการเก็บข้อมูลเก่าๆของบริษัท ไม่ได้เป็นการเก็บภาพโป๊เปลือยส่วนตัวจริงมั้ยล่ะครับ
- ประโยชน์อื่นๆของการใช้งาน Gmail อ่านได้จาก link นี้ของทาง Google เค้าเลยแล้วกันนะครับ
( clip ด้านบนนี้ไม่มีเสียงน่ะครับ ไม่ต้องพยายามเปิด volume หรอกครับ )
คนทีใช้ Gmail ถ้าหากว่าอยากจะทำให้ Gmail เป็น Center ของทุกๆเมล์ จะได้ไม่ต้องไป check email ที่อื่นทีไหนอีกต่อไป (ยกเว้น hotmail น่ะครับเพราะว่าผมยังหาวิธีการทำไม่ได้ครับ) ก็ใช้ วิธีการที่ผม upload เอาไว้ให้ดูน่ะครับ ทำแค่นี้ก็ส่ง email ก็สามารถเลือกได้ว่าจะส่งเป็น email อันไหน แล้วก็การรับเนี่ยะ มันก็จะส่งไปที่ Gmail ที่เดียวทุกครั้งไปครับ ลองดูแล้วกันนะครับ
Gmail เป็น Google product ที่ถูกออกแบบเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่าง productive สุดๆเท่าที่จะทำได้เพราะว่า มีอะไรซ่อนให้ใช้งานมันให้ได้ไวมากขึ้นอยู่มากมายหลายขุม และเป็น Web mail เพียงเจ้าเดียวครับ ที่มีการปรับเปลี่ยน function การใช้งาน (เรียกว่าเพิ่ม function การใช้งาน น่าจะเหมาะกว่าน่ะครับ เพราะว่าอะไรที่เค้ามีมาแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรสักเท่าไหร่ ) แต่ว่าประเด็นสำคัญ ก็คือ ถ้าหากว่าคุณไม่รู้ว่าจะใช้อะไรยังไง เค้าสร้างเอาไว้ก็ไม่ได้ก่อประโยชน์ให้กับคุณแต่ประการใดน่ะครับ สำหรับ entry นี้ผมจะเล่าคร่าวๆเท่าที่นึกออกให้ฟังว่าผมใช้ Gmail ให้มัน productive สุดๆได้ยังไง ?
Gmail lab ที่เกี่ยวข้องกับความเร็วในการทำงานนั้นจะมีแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้นน่ะครับ ได้แก่

Mark as Read Button : เป็นการบอก Gmail ให้เอาปุ่ม mark as read มาแสดงน่ะครับ เพราะว่าปกติแล้วมันจะซ่อนอยู่ครับ ซึ่งสำหรับผม ผมว่ามันไม่ make sense ที่จะเอาไปซ่อนเอามาโชว์หราๆเนี่ยะกดง่ายกว่าเยอะน่ะครับ ผมจะเลือก email หลาย mail พร้มอๆกันแล้วก็กด Mark as read ครับ เพื่อบอกว่า email พวกนี้อ่านแล้วแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปอ่านเนื้อหาก็ตามที แต่อยากจะเก็บ email เหล่านี้เอาไว้โดยการ archive เอาไว้ครับ ถ้าหากว่าไม่ได้กด Mark as read แล้วเนี่ยะ แม้ว่าเราจะกดเก็บไปแล้ว มันก็จะขึ้นว่ายังไม่ได้อ่านครับ
Send and Archive : ใช้เมื่อเราจัดการกับงานหรือ email ที่อยู่ใน inbox จบแล้วที่คนอื่นส่งมาหาเราแล้วเรา reply ไปหาคนอื่นต่อไปถ้าหากว่าไม่ได้กดปุ่มนี้ เราจะมีแค่ปุ่ม send เฉยๆ ก็แปลว่า เราก็จะต้องมากดปุ่ม archive อีกรอบครับ โดยมาแล้ว action ทั้งสองตัวนี้จะอยู่ด้วยกัน ถ้าหากว่าคุณ reply แล้วปิด job จบงานไปเลยน่ะครับ ซึ่งเยอะครั้งมากๆ จะเป็นแบบนี้ครับ Concept จะเหมือนเดิมก็คือ “จะไม่ทิ้ง email ที่เสร็จงานแล้วไว้ใน inbox” ครับ
หลายครั้งผมจะทิ้ง email เอาไว้ใน inbox เพระว่าผมยังทำงานกับ email นั้นๆยังไม่จบงานน่ะครับก็เลยทิ้งเอาไว้ ถ้าหากว่าจบงานแล้วผมก็จะเก็บไว้ไปจาก inbox ครับเพราะฉะนั้นแลว การทิ้ง email ใน inbox ของผมมีความหมายครับ !
Hide raed labels : ผมจะแบ่ง email ออกมาเป็นพวกๆ หรือเป็นกลุ่มๆ โดยใช้ label น่ะครับ มันก็จะทำให้ผมมี label มากกว่า 30 ตัวด้วยกันไม่ว่าจะเป็น จดหมายจาก Yahoo เวลาที่ผมตอบแล้วได้เลือกเป็นคำตอบที่ดีที่สุด หรือ การติดต่อจากเว็ปใดๆที่ผมสมัครรับข่าวสารผ่านทาง email ครับ พวกนี้ผมจะไม่ให้เข้า inbox ผมน่ะครับ เพราะว่ามันไม่ได้เป็นงานอะไรที่ผมจะต้องทำ หรือ มี action อะไรที่จะต้องกระทำครับ มันก็แค่อ่านไม่ใช่เหรอครับ? เพราะงั้นผมก็สร้าง label เพื่อกรอง email เหล่านี้ซะไหล skip inbox ไปแล้วก็ไป show เป็นตัวเลขใน label ครับ แต่เนื่องด้วยผมทำแบบนี้แล้วก็แบ่งอะไรต่อมิอะไรเอาไว้เยอะน่ะครับทำให้มี label มากกว่า 30 labelsแล้ว มันก็แสดงที่หน้าแรกไม่ไหว (ถ้าแสดงมันก็โหดเกินเยอะเกินครับ) เพราะฉะนั้น ผมก็ต้องซ่อนมันครับ แล้วทีนี้ มันจะแสดงก็ต่อเมื่อมี email ที่ยังไม่ได้ไหล skip inbox ไปตกที่ label นั้นๆ มันก็จะโผล่ชื่อ label แล้วก็จำนวน email ที่ยังไม่ได้อ่านออกมาหลาที่หน้าแรกของ Gmail ครับ
Inbox Preview : ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ Gmail lab ตัวนี้ถ้าหากว่าปรับเป็น enable แล้วแทนที่หน้าโหลดก่อนที่เข้า Gmail จะเขียนแค่ว่า loading… ก็ให้มันแสดง ชื่อคนส่ง เนื้อความ email คร่าวๆมาไว้เลยเหมือนกับที่มันจะแสดงที่หน้า inbox น่ะหละครับ แบบนี้เราก็อ่านหัวเรื่องไปพลางๆก่อนที่จะเข้าหน้า inbox เรียกว่า save เวลาไปได้อีกประมาณ 10 – 20 วินาทีแล้วน่ะครับ ไม่มีอะไรจะเสียน่ะครับ ก็เปิดใช้ดูน่าจะดีกว่าน่ะครับ
ตัวนี้เป็น extension ที่เกี่ยวกับ Gmail ตรงๆ คือ มันจะทำการ check inbox (หรืออื่นๆ แล้วแต่ว่าเราจะตั้งว่าจะให้มันแสดงเหรอป่าวครับ แต่สำหรับ case ผมเนี่ยะอยากจะให้ show แค่ unread inbox เท่านั้นครับ เพราะว่าที่อื่นๆเป็น email ที่ไม่ได้ต้องการอ่านในทันที หรือ ว่ามันเป็น email ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรครับ ไม่ต้องอ่านเดี๋ยวนั้นครับ ) ถ้าหากว่าคุณใข้ Chrome อยู่แล้ว ลง extension หรือ addon ตัวนี้ไปไม่ผิดหวังแน่นอนน่ะครับ เพราะมันไม่ได้ show แค่ตัวเลขเพื่อบอกว่า inbox ของคุณมี email ที่ยังไม่ได้อ่านใหม่อยู่กี่ email แต่มันกดได้ด้วยน่ะครับ เพื่อให้แสดงเนื้อความด้านใน พร้อมทั้งมันมีปุ่ม archive , delete และอื่นๆ ทำได้เหมือนกับอยู่หน้า Gmail ยังไงอย่างงั้นน่ะครับ เรียกได้ว่า ลดขั้นตอนที่จะต้องเข้าหน้า Gmail ไปได้เยอะเลยน่ะครับ ลดเวลาสุดๆ อันนี้ Highly recommend ครับผม (ด้านล่างเป็นตัวอย่างหน้าจอตอนที่มีคนส่ง email มาน่ะครับ)
เข้าไป install Googl Mail Checker Plus ได้จากที่นี่ครับ
การใช้ mouse มันก็ไมได้เป็นบาปหรือว่าผิดอะไรสักเท่าไหร่หรอกครับแต่ว่า ขั้นตอนในการทำงานของมัน จะเป็นการเพิ่มกระบวนการแบบไม่จำเป็นหลายขั้นตอนเหมือนกันครับ ผมเล่าให้ฟังคร่าวๆได้เช่น ถ้าหากว่าจะกดปุ่ม archive เพื่อเก็บอีกเมล์ สายตาคุณๆต้อง detect ว่า mouse ตอนนี้อยู่ทีไหน ปุ่ม archive อยู่ที่ไหน แล้วก็ทำการขยับ mouse ไปยังปุ่ม archive แล้วก็กด click ซ้ายอีกซะที เป็นอันเสร็จพิธีการ Archive ผมพิมพ์แบบอาจจะฟังดูเริ่มเยอะขึ้นมาบ้างแล้วเหรอป่าวล่ะครับ ถ้าหากว่า เทียบกับแค่ กดปุ่ม Y เท่านั้น มันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ถ้าหากว่าคุณต้องทำแบบนี้ทุกวันเป็นประจำครับ การกดปุ่ม y แค่เพียงปุ่มเดียวเพื่อ archive มันจะลดขั้นตอนไปอย่างมากมาย เพราะว่า นิ้วคุณก็วางอยู่ที่ keyboard โดยที่ไม่ต้องมองแป้น (ถ้าหากว่าคุณยังต้องมองอยู่แสดงว่าคุณต้องไปหัดไม่มองให้ได้ก่อนน่ะครับไปฝึกมาซะนะ ..) สายตาคุณแทบไม่ต้องละจาก text ใน email ของคุณและกดได้ทันทีครับ !
ผมศรัทธาคลั่งไคล้การใข้ hotkey เอามากๆน่ะครับถ้าหาก่วา program ไหนที่ใช้บ่อยๆแล้วมันมี hotkey นี่ก็จะศึกษาเพื่อใช้มันให้คล่องไว้ก็จะทำให้ลดเวลาการใช้งานได้มากโขเอาการครับผม
หลักๆแล้ว hotkey ที่ผมได้ใช้มันก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรหรอกครับ สรุปได้แค่นี้เอง
y : archive email ตอนที่กดเข้าไปอ่านแล้วรู้สึกว่าอยากจะเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก (นะ..^_^) อาจจะใช้ e ก็ได้น่ะครับ แต่ว่าผมถนัด y มากกว่า ( y จะใช้ได้เฉพาะใน inbox น่ะครับ แต่ผมมีเมล์ที่ต้องจัดการกับมันแค่ใน in
box อยู่แล้วครับ )
j : บอกว่าดู email ถัดไป (เก่ากว่าทั้งที่อ่านแล้วหรือยังไม่ได้อ่านมันก็แสดงเหมือนกันหมด) ปุ่มนี้จะกดเมื่อผมอยู่ที่หน้าที่แสดงเนื้อหาใน email แล้วไม่ต้องกลับไปที่หน้า inbox ครับ
# : ปุ่มนี้ต้องกด shift ด้วยน่ะครับแปลกดี แต่สำหรับผมแล้วผมว่ามันก็ make sense หน่อยเพราะว่า การลบ gmail ไม่อยากให้ทำเท่าไหร่แต่ว่า email มันไร้สาระ รู้แล้วไม่ต้องเก็บก็ลบมันไปดีกว่าน่ะครับ ถ้าหากว่ากดปุ่มนี้แล้วมันลบ แล้วก็จะไปโผล่ที่หน้า inbox ครับ ซึ่งถ้าหากว่าอยากจะให้ดีกว่า Gmail ควรจะทำปุ่มลบแล้วไปหน้าเนื้อหาใน email ถัดไปจะเข้าท่ากว่าน่ะครับ (ไว้รออนาคตครับผม)
c : เอาไว้เปิดหน้าใหม่ เหมือนกับเป็นการกด new mail หรือกด compose mail ยังไงล่ะครับ
g แล้วตามด้วย c : เพื่อดู contact list ครับ ผมใช้เพราะว่าผม sync email และเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดกับ Windows Mobile ของผมครับ แล้วที่ผมจะดูข้อมูลใน contact list จาก Gmail ก็เพราะว่า ผมอาจจะโทรศัพท์ผ่าน Skype (อ่านเรื่อง โทรเข้ามือถือไม่อั้นผ่าน skype ในประเทศ และต่างประเทศได้จาก link นี้ครับ) แล้วก็ไม่ต้องพิมพ์เบอร์ยาวๆเข้าไปเองก็เล่น copy paste จะง่ายกว่ามั้ยครับ หรือไม่ก็เป็นแค่การหา email คนที่จะติดต่อด้วยเท่านั้นครับ ซึ่งหลายคนถ้าหากว่าไม่ได้เข้าเงื่อนไขผมแบบนี้แล้ว ก็จะไม่ได้ใช้สักเท่าไหร่ครับ แต่แนะนำว่าควรจะ sync เอาไว้เครื่องเป็นอะไรจะได้ไม่ต้องเสียดายข้อมูลน้ำตาตกในน่ะครับ
สรุปเป็นว่าถ้าหากว่าคุณทำตามผมได้หมดเนี่ยะ จะทำให้การใช้งาน Gmail คล่องอย่างไม่รู้สึกมาก่อนกันเลยน่ะครับ ลองดูเองแล้วกันน่ะครับของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้น้าจะบอกให้ .. ( ^_^ )
ผมเป็นคนใช้ Gmail แล้วก็ทดสอบใช้งาน Gmail lab เกือบทุก product แต่ว่ามี function นึงที่ไม่ได้ค่อยได้ใช้งานแต่ว่าตอนได้ใช้นี่ รู้สึกว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆน่ะครับ คือ การ UNDO SEND email ที่เราเพิ่งจะส่งไปครับ
เหตุการณ์ก็คือ ตะกี้นี้ผมส่ง email แล้วก็เพิ่งคิดได้ว่าน่าส่งไปหาอีกคนด้วยน่าจะดีกว่าน่ะครับ แต่ว่าพลาดกดส่งไปแล้วน่ะครับ อย่างไรก็ดีน่ะครับ ผมเห็นปุ่ม undo ผมก็กดเลย ปรากฏว่า มัน UNDO การส่ง email ได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับ Email จ้าวอื่นๆน่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการส่งด้วย OutLook หรือ web mail อื่นๆ Function นี้ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แล้วก็มีแค่ Gmail เท่านั้นที่ทำได้น่ะครับ
ผมว่าวิธีการที่ Gmail ทำก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไรเดาเอาน่ะครับ เพราะว่าผมก็ไม่รู้พื้นเพด้านหลังหรอกครับ ว่าเค้าทำยังไง เดาเอาว่า เค้าก็แค่ delay การส่งไปหน่อย (เหมือนกับว่ายังไม่ได้ส่งไปจริงๆ) แล้วถ้าหากว่ากด Undo ปั้บก็ส่งคำสั่งไปยกเลิก email ที่อยู่ outbox เท่านั้นเองครับ แค่นี้ก็ไม่เห็นจายากเย็นอะไรน่ะครับ
ลองคิดดูน่ะครับถ้าหากว่า email เป็น email ที่มีความสำคัญยิ่งยวด ถ้าหากว่าส่งผิดพลาด หรือผิดคนขึ้นมาแล้วอาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย (ทางการค้า ถ้าหากว่าคุณเป็นคนค้าขายน่ะครับ )หรือว่าอาจจะมีผลต่อภาพลักษณ์ได้ถ้าหากว่าเนื้อความไม่เหมาะสม หรือ มี after thought ขึ้นมาครับ ปุ่มนี้จะช่วยคุณได้มากมายแค่ไหนกันน่ะครับ
ยังไงซะผมก็แนะนำว่า ให้ "Enable" Gmail Lab ในส่วนของ Undo Send เอาไว้เป็นดีน่ะครับไม่ได้ใช้งานตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย แต่ว่าถ้าหากว่าได้ใช้ปั้บ มันจะรู้สึกว่าคุ้มค่าเสียเหลือเกินน่ะครับ ลองดูเอาเองแล้วกันนะครับ
สำหรับคนที่ใช้ Gmail หากว่าคุณเคยกรอก email ที่เป็น gmail ของคุณใส่เว็ปใดเว็ปหนึ่งไปแล้วแต่อยากจะสร้างอีก account (ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่..) หรือว่าอีกกรณีคือ อยากจะแยกแยะที่มาของ mail ว่ามันเกี่ยวกับอะไร เช่น เกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับการเช่า hosting ด้วยระบบ Label Filter ของ gmail นั้น เราสามารถที่จะทำได้ง่ายๆครับ คือ การกรอกข้อมูล email ที่หน้า site นั้นด้วยเครื่อง "+" เพิ่มเติมเข้าไปที่ด้านหลัง เหมือนกับว่า Gmail มันจะไม่รับรู้ความแตกต่างใดของตัวอักษรหลังเครื่องหมายบวกนั้นครับ
แล้วมันแปลว่าอะไรกันเนี่ยะ ?
ก็หมายความว่า คนอื่นๆใดๆ จะส่ง email หาคุณได้เหมือนกัน แม้ว่าจะส่งไปที่ชื่อที่ไม่เหมือนกันตามกรณีด้านล่างนี้น่ะครับ
เช่น สมมุติผมมี email address ว่า vorapojxx@gmail.com แล้วถ้าคนส่ง email ไปที่ vorapojxx+a@gmail.com หรือ ที่ vorapojxx+smartguy@gmail.com มันก็จะไปที่ inbox ของ vorapojxx@gmail.com เหมือนกันนั่นเองครับ
แล้วทีนี้จะใช้อะไรได้บ้าง ?
อย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้วเราสามารถแยกแยะที่มาของ email ได้ว่ามันมาจากไหน หรือว่าเค้ารู้ email นั้นจากทีไหน เช่น ผมจะพิมพ์ vorapojxx+card@gmail.com ไว้ที่นามบัตรของผม ถ้าหากว่าคนที่รู้หรือติดต่อข้อมูลผ่านนามบัตรของผมก็จะมี คำว่า card เข้ามาแสดงด้วย หรือว่า เป็น email ที่ปะเอาไว้ที่หน้า blog เช่นอาจจะพิมพ์เอาไว้ว่า vorapojxx+blog@gmail.com คนที่พิมพ์เนื้อความตดิต่อผ่านทาง email ที่รู้ว่าเราอีเมล์อะไรจาก blog ก็จะแสดงให้เราเห็นได้ว่า อืมนายคนนี้เค้ารู้ email เราจาก blog เรานี่เอง เป็นต้น
หรือคิดเพิ่มเติมเราสามารถแยกแยะว่า มันเป็น งาน หรือว่า ส่วนตัว หรือว่า เกี่ยวกับเรื่องใดๆก็ได้ให้แตกต่างกัน คือ เวลาที่เรายื่นหรือหรอก email ที่เกี่ยวกับงานเราก็อาจจะพิมพ์ไปว่า vorapojxx+work@gmail.com ก็ได้แล้วก็สร้าง filter เอาไว้เพื่อแยกไปแสดงส่วนตัวแยกกันยังไงก็สุดแล้วแต่ที่จะใช้งานใน gmail ครับ
อย่างล่าสุดกรณีที่ผมใช้งานก็อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้แล้วก็คือ ผมพิมพ์ email เพื่อสมัครบริการ hosting ไว้แล้วด้วย email จริงของผม แต่ว่าผมอยากจะสมัครอีกมันก็ร้องว่า "มีข้อมูล email นี้ระบบแล้วไม่สามารถใช้ได้" ผมก็แคพิมพ์เป็น +something@gmail.com เพิ่มเข้าไปเท่านั้นเองก็จะทำกรอกข้อมูลผ่านต่อไปได้อย่างฉลุยกันเลยทีเดียวน่ะครับ
สำหรับคนที่ยังไม่ได้ใช้ gmail ก็หันมาใช้เถอะครับ มันไม่ได้มีแค่ trick อะไรแปลกๆแบบนี้แต่ว่า Feature ธรรมดาที่ gmail มีให้ก็เป็นข้อบวกมากกว่า email เจ้าอื่นๆเป็นไหนๆแล้วน่ะครับ ใช้แล้วถึงจะรู้น่ะครับ ว่ามันดียังไง
ล่าสุดผมได้เข้าอบรมโครงการ KSME (รุ่นที่แปด) แล้วก็เหมือนกับว่าตอนนี้ก็มีการเปิดรุ่นที่ 9 แล้วด้วยซิ ฟังๆดูเหมือนกับว่าแต่ละรุ่นจะมีการเติบโตของประชากรต่อรุ่นแบบเท่าตัวอย่างต่อเนื่องเพราะต้นทุนต่อคนต่อรุ่นไม่เพิ่มขึ้นมากมายนัก (ยกเว้นตอนกิน เพราะว่าเลี้ยงดีซะอ้วนพี กินดึกแล้วก็ให้กินได้ไม่อั้น ผมตักสองรอบตลอด) แต่ประเด็นที่ผมพูดในนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับ KSME สักเท่าไหร่นัก แต่ว่าประเด็นที่เอามาพูดเพราะว่า ผมไม่เคยเห็น mail Group ที่ใหญ่โตเท่านี้ที่มีการคัดกรองมาแล้ว โดยธนาคาร Kbank ตามเงื่อนไขทีว่า เค้าเหล่านั้นเป็นผู้ประกอบการ หรือ เป็นทายาสธุรกิจผู้ประกอบการ (อันพึงมีอนาคตอันสดใส) พร้อมทั้งทางธนาคารขอให้แสดงทุนจดทะเบียนอีกต่างหากเพื่อเอาไปคัดกรองคนเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมจากทาง KBANK ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับการ Networking แบบ B2B
ย้อนเข้าประเด็น IT ๆ กันจะดีกว่าก็คือว่า เนื่องมาจาก mail Group เป็น mail size XL ที่มีคนตัวเป็นๆแน่ๆและผมเดาเอาว่า email ล้วนเป็น personal email กันทั้งนั้น ไม่ได้เป้น Disposable email (ใช้แล้วทิ้งเหมือถุงยางอนามัย หรือ ผ้าอนามัย แอ้ะ..นี่ผมก็เพิ่งสังเกตว่าอะไรที่มันอนามันมันจะใช้แล้วทิ้งนะ งั้นนี่ก็เป็น email อนามันก็ว่าได้น่ะครับเพราะว่ามันเป็นการเลี่ยง spam ได้เป็นอย่างดี) นั้นหมายถึงว่าการกระจายเรื่องราวอันมีประโยชน์นั้นมันจะทำให้คนเห็นอย่างน้อย 200 คนขึ้นไปถ้าเค้าไม่ได้ลบไปซะก่อนตั้งแต่เห็นหัวเรื่อง (เพราะเรา detect ได้ไม่ยากว่ามันเป็น SPAM หรือเปล่าจากหัวเรื่องครับ) ผมอยากให้เมล์นี้เป็นเมล์เพื่อการติดต่อกันเรียกว่าเป็นการสื่อสารข้อมูลที่กระจายไปหาคนที่เข้าโครงการ ksmecare ได้อย่างถูกต้อง และ ทุกคนพึงร่วมใจป้องกันเพื่อไม่ให้เป็นโดนโจมตีด้วย spam mail ครับ แต่ว่าเนื้อหาที่วา “การหลีกเลี่ยง SPAM” เป็นเรื่องทั่วๆไปผมก็เลยเอามาปะไว้ที่ Blog นี้ครับผม
วิธีการง่ายๆที่คิดว่าน่าจะป้องกันได้น่าจะเป็นดังต่อไปนี้คือ
- อย่าเอา mail นี้ไป submit email ที่ไหนไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร online หรืออะไรก็ตามที่มีการ submit email เข้าตัว เพราะโดยปกติแล้ว ถ้าหากว่าเว็ปนั้นๆไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการ "ถอนการเป็นสมาชิก" ได้แล้วล่ะก็แหมว่า mail คุณจะโดนจาก website นั้นๆอย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องจัดการกับ mail นั้นด้วยวิธีการอื่นๆแทนน่ะครับ
- อย่าพิมพ์ email นี้ Post ใน blog หรือ website ใดๆ เพราะ เหมือนเป็นความเชื่อที่น่าจะเป็นความจริงที่ว่า หากว่าเราเอา email ตัวเองปะไว้ที่หน้า Blog แบบที่พิมพ์ว่า username@domainname.com แล้วล่ะก็.. พวก spammer บนโลกได้มีการสร้าง bot เหมือนกับ Google ที่สร้างแมงมุมมาเลื้อยๆเพื่อให้ได้ข้อมูลหรือ keyword ตาม website ต่างได้ด้วยเช่นเดียวกัน แล้วถ้าหากว่าเค้าต้องการแค่หาก email แล้วล่ะก็เงื่อนไขไม่ยากเลยครับแค่หาแค่ @sign ว่ามันอยู่ไหนเท่านั้นครับ คนพวกนี้มีความสามารถจริงๆครับพึงระวัง แต่สำหรับ email ธรรมดาที่เป็นอีเมล์ส่วนตัวแล้วอยากปะโพสบอกกล่าวงแสดงให้โลกรู้ ทางหลีกเลี่ยงก็อาจจะเป็นพิมพ์ username [ at ] domainname [dot] com เอาแบบนี้ให้เครื่องอ่านไม่ออกว่ามันเป็น email address แต่ว่า คนอ่านออกครับ น่าจะช่วยได้ หรือว่าจะเอาเท่ห์หน่อยก็ ใช้เป็น email icon generator ก็ได้ครับดูดีเหมือนกันครับ แต่ว่าทางที่ดี mail group อย่าเอาไปพิมพ์บอกให้โลกรู้เพราะคนที่เหลือใน group เค้าอาจจะไม่ได้คิดว่าอยากจะให้โลกรู้สักเท่าไหร่ครับ
- ไม่แนะนำอย่างแรงสำหรับ email forwarding เพื่อเข้า Group ขนาดใหญ่ แน่หละ]
]>
ไม่นานมานี้ iGoogle.com มีการเปลี่ยนโฉมหน้าตาให้หน้ายลกว่าเดิมเอามากๆครับ มีการเปลี่ยนจาก tab ที่ด้านบนมาไว้ที่ด้านข้างทำให้การใช้งานสะดวกกว่าเดิมมากๆด้วย นอกจากนี้หากว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้ gmail เป็นเมล์หลักสำหรับการรับส่งเมล์(ที่ไม่ได้เป็นพวก forward mail ขยะกันน่ะครับ) มันก็จะแสดง inbox ได้ด้วย เหมือนกับว่าไม่ต้องเข้าใช้งานจาก gmail.com เลยก็ได้ สำหรับหน้าแรกแล้วผมจะ add gmail เอาไว้ใช้งาน Google reader ก็มีปะเอาไว้ (แต่ว่าผมก็ไม่ได้ใช้จากหน้า iGoogle นี่หรอกครับเพราะว่าผมจะอ่านนี่ผมก็เข้าไปที่ google reader แล้วก็นั่งอ่านมันอย่างจริงจังๆครับ ไม่ได้แค่เปิดผ่านๆเท่านั้น ) แล้วก็อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Google DOC ก็เอามาแสดงชื่อไฟล์ที่หน้าแรกนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกันครับ อ้อ .. อีกอย่างที่เห็นว่ามีประโยชน์ก็คือ add เอา hotmail เข้ามาแสดงไว้ได้ด้วยเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้น ผมทำให้หน้าแรกของ iGoogle ของผม เป็นที่อยู่ของข้อมูลที่ผมต้องการจะเห็นได้ในหน้าเดียวทั้งหมดครับ
ส่วนตัวแล้วผมจะดูข้อมูลประเภทราคาทองราคาหุ้น Google หรือว่าภาพรวมของหุ้นต่างประเทศด้วย ผมก็ไปสร้าง tab เพิ่มอีก tab ที่เกี่ยวกับข้อมูลเงินตราโลกทั้งหมดไว้อีกหน้านึงครับ ซึ่งมันก็ไม่ได้มาปนกับหน้าแรกของผมเลย เนิ้อหา tab นี้ผมเรียกตั้งชื่อมันว่า Finance ครับ(จริงๆใครจะตั้งว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้นน่ะหละนะ) ในนี้หน้าของผมจะมีราคาทอง เป็นกราฟ แล้วก็มีราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินระหว่างประเทศ (FOREX) แล้วก็หัวข้อข่าวจาก CNN (ซึ่งผมก็ไม่ได้อ่านสักเท่าไหร่นัก) แล้วก็สุดท้ายก็เป็นพวกภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศ แย่หน่อยน่ะครับทีว่าข้อมูลทางหุ้นหรือว่าเงินบาทไทยอะไรไม่มีเลยครับ เพราะว่าเราไม่ได้ทำหรือว่าเราทำกันไม่เป็นก็ไม่รู้ครับ อยากจะให้มีข้อมูลราคาหุ้นไทยๆบ้านเราแสดงเป็นกราฟได้ด้วยก็จะดีเอามากๆน่ะครับ ไม่รู้ว่าจะฝากไปบอกใครให้เค้าทำให้หน่อยเพื่อที่จะติดตาม port การลงทุนได้ที่หน้า iGoogle นี่ได้ด้วยก็น่าสะดวกดี แล้วคนก็จะหันมาใช้กันเพิ่มมากขึ้นน่ะครับ
ทั้งนี้สำหรับคนที่จะเริ่มตินใช้งาน ก็เข้าไปที่ iGoogle แล้วก็สมัครเป็น account ของ Gmail น่ะครับ เท่านั้นก็จะมีสิทธิใช้งานแล้วน่ะครับ เท่าน้นเอง แล้วก็ถ้าหากว่าต้องการเพิ่มบล้อกข้อมูลใดๆให้กดที่ไป add stuff แล้วก็กดๆดูๆหาๆว่ามีอะไรน่าสนใจมั่ง แล้วเราก็กด add เข้าไป มันก็จะแสดงไปที่หน้า tab แรกสุดของเราครับ หากว่าตำแหน่งแสดงไม่เหมาะสมกับอารมณ์หรือสายตาเรา เราก็ทำการโยกย้ายตำแหน่งมันได้ไม่ยากครับ ก็แค่ ลากๆ มันไปยังตำแหน่งอื่นๆ มันก็จะทำการย้ายที่ได้แล้วครับ พูดแบบนี้อาจจะฟังดูแล้วงงเอาเป็นว่า ไปลองใช้เลยจะดีกว่าน่ะครับ คุ้มค่ากับการได้ทดลองใช้อย่างแน่นอนครับผม
บางครั้งบางคราที่เราเข้าเว็ปอะไรก็ไม่รู้แล้ว ต้องมีการกรอก email address แล้วยังไม่แน่ใจว่า .. เอ มันจะส่ง spam มาให้เรื่อยๆเหรอป่าวน้า .. คิดไปคิดมา เอให้ email ไปดีเหรอป่าวน้า หรือว่า ไม่ให้ดี .. แต่ว่าเว็ปมันก็อยากจะได้ email address เราจริงๆนี่หน่า เพราะว่าไม่งั้น มันก็ไม่ให้เราผ่านหน้านี้ไปได้เป็นต้น ตัวอย่างทีว่านี้ จะไม่ต้องคิดมากอีกต่อไปเพราะว่าเราก็ให้ email มั่วๆที่เราเข้าไป check mail ได้โดยไม่ต้องสร้างเมล์ขึ้นมาก่อนแต่อย่างใดครับ ฟังดูอาจจะงงๆ ผมลำดับเหตุการณ์ให้ฟังอีกทีน่ะครับ
ผมเข้าไปที่เว็ปที่เป็นแบบขายของ อะไรสักอย่างแล้วมันก็บอกว่า .. ถ้าหากว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณากรอก email adress ที่ชอ่งนี้ ถ้าเป็นผมเนี่ยะผมจะกรอกเข้าไปทันทีเลยน่ะครับ เช่น gooddoginternet@tempinbox.com สังเกตนะครับว่า ชื่อ mail ที่อยู่หน้า @ เนี่ยะ พิมพ์ว่าอะไรก็ได้ แต่ว่าด้านหลังให้พิมพ์ว่า @tempinbox.com เข้าไปครับ
แล้วทีนี้พอจะ check mail เราก็เข้าไปที่ http://tempinbox.com แล้วก็พิมพ์ gooddoginternet ที่ช่องครับ (อ้อก็ติ้ก accept อะไรสักอย่างด้วยน่ะครับ ลองเข้าไปแล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก) เท่านั้นเองเราก็จะทำการ check mail ได้ว่า เว็ปนั้นๆมันส่งอะไรมาหาเราน่ะคับผม
เรียกง่ายๆว่า ไม่ต้องใช้ email สำรอง ไม่ต้องสร้าง account ให้เมื่อยอยากใช้ชื่อว่าอะไรก็ได้ไม่สนใจ แต่ว่าเราต้องจำได้น่ะครับ เท่านั้นเองเป็นพอครับ

คนเราส่วนมากหากว่าต้องการส่งไฟล์เอกสารหรือส่งไฟล์ภาพไปหาคนรับ ไม่ว่าคุณกะลังใช้งาน Outlook หรือ Thunderbird หรือว่าเป็น hotmail ธรรมด้าธรรมดา มันก็จะต้องมีการ upload files นั้นเข้าไปที่ mail server ที่ใช้อยู่ครับ แต่ว่าคนรับนี่สิ .. เค้าก็จะได้รับเมล์นั้น พร้อมกับการกินพื้นที่เมล์ที่หนักอึ้งนั้นตามไปด้วยน่ะครับ ถ้ามองให้เป็นภาพให้ง่ายกว่านี้อาจจะบอกว่า คุณส่งอีเมล์โดยเปิดซองจดหมายเขียนข้อความเข้าไปแล้ว ก็เอาหินเอาก้อนอิฐยัดลงไปในซองด้วยครับ พอตอนส่งบุรุษไปรษณียก็จะก็รับซองที่หนักอึ้งนั้นไป แล้วก็เดินไปที่ไปรษณีย์จากสาขาย่อยไปไปรษณีย์กลาง แล้วก็ขนขึ้นรถไปที่ไปรษณีย์ปลายทางอีกทีหนึ่ง ก้อนอิฐนั้นก็จะเดินทางไปด้วยแบบหนักๆนั่นหละครับ นอกจากนี้พอถึงกล่องรับจดหมายหน้าบ้านของคนรับ เค้าก็พยายามที่จะยัดลงไปด้วยครับ อาจจะทำให้กล่องรับจดหมายนั้นบิ่นงอได้ อืม.. (ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเค้าจะพยายามอย่างงั้นหรือเปล่านะครับหรือว่าพยายามที่จะหาคนมารับกับมือซะมากกว่า) ย้อนกลับมาดูที่อิเล็คโทรนิกส์แล้วมันก็เหมือนกันน่ะครับ .. เอาไฟล์ใหญ่ๆใส่เข้าซองมันก็จะทำให้หนัก หนักตั้งแต่คนส่ง คนรับแล้วก็กล่องจดหมายของคนรับนั้นด้วยครับ
ดังนั้นแล้ว .. หากว่าต้องการที่จะให้คนรับเค้าไม่ต้องมาหนักกล่องจดหมายเค้าแล้วล่ะก็. upload file ไปที่ไหนก็ได้แล้ว ส่งไปแค่ลิงค์ครับ ให้เค้าเดินไปเอาของจากไปรษณีย์กลางขาที่เราส่งเนี่ยะหละครับ เป็นการลดน้ำหนักของซองจดหมายแล้วก็ เป็นการลดความเสี่ยงในการ tranfer ไฟล์ด้วยครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมก็จะแนะนำว่า hosting file ที่ผมใช้งานอยู่จริงๆแล้ว มีดังต่อไปนี้ครับ
divshare.com ตอนนี้ไม่ค่อยจะแนะนำสักเท่าไหร่เพราะว่าคนอื่นเค้าจะโหลดไฟล์เอาไม่ได้ เค้าเหมือนกะว่าจะปิดไม่ให้คนเอเชียเข้ามาโหลดน่ะครับ
localhostr.com อันนี้เหมือนกับ yousendit.com หากว่าใครเคยรู้จัก แต่ว่าอันนี้จะไม่ได้เก็บบันทึกอะไรไว้ครับ upload แล้วมันก็จะอยู่ไว้ คิดว่าไม่น่าจะนานมากครับ แต่ว่าการทำงานสะดวกดีเอามากๆ ครับ แค่กด Browse files แล้ว กด upload เท่านั้นเอง แล้วก็ด้านล่างก็ copy link เอาไว้ แล้วก็กรอก link ใส่ email เท่านั้นเองครับ
Mediafire.com อันนี้ผมก็ไม่ได้ใช้งานเยอะสักเท่าไหร่นักแต่ว่า ใช้ได้ดีเหมือนกับ Divshare.com น่ะหละครับ เพราะว่ามีการ สร้าง account สร้าง folder ได้แล้วก็ ไฟล์ที่ upload อยู่ในนั้นมันก็จะอยู่อย่างถาวรการนานจนกว่า web เค้าจะเจ้งนั่นหละครับ อันนี้ก็เป็นความเสี่ยงอยู่เหมือนกันหากว่า จะคิด upload file สำคัญเก็บเอาไว้ที่ไหนก็แล้วแต่ครับ
คร่าวๆเอาเป็นว่า หากว่าจะส่งไฟล์หนักๆ ให้ทำการ upload files หนักๆนั้น แล้วก็ส่งไปแค่ link ผ่านทาง email ครับ เท่านั้นเอง เพียงแค่นี้น้ำหนักของ email จะเบาเอามากๆแล้วน่ะครับ
คนที่เข้ามาดูข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Skype หรือการสมัคร Skype เพื่อโทรออก ตอนนี้ Skype ได้กำหนดลดราคาเพิ่มเติมโดยหากว่า เลือกสมัครโปรเหมาจ่ายโทรไม่อั้นแบบรายปีจะลดราคาจากราคาที่จ่ายเป็นรายเดือน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ Skype Unlimited World เพื่อโทรเข้าเบอร์บ้านเบอร์มือถือไทยและทั่วโลกได้ไม่อั้นจาก linkนี้
เนื่องด้วยตอนนี้เจ้าของเว็ปต้องไปจัดการธุระส่วนตัวหลายเรื่องอาจจะทำให้ไม่ได้ update บล๊อคนี้ประมาณ 2 สัปดาห์ และคาดว่าจะมีการ update เนื้อหาใหม่เพิ่มเติมอีกครั้งปลายเดือน มกราคม 2555 นี้ครับ และกราบสวัสดีปีใหม่ทุกท่านที่แวะเข้าที่ rackmanagerpro.com ครับผม