เนื้อความผมพิมพ์เพื่อเตือนตัวเองว่า กำลังทำอะไรอยู่ที่ Blog นี้ (คนอื่นไม่ต้องอ่านก็ได้น่ะครับ)

เหตุผลที่ผมพิมพ์เนื้อความไว้ที่หน้า Blog

เพื่อทำให้ตัวเอง Google เนื้อความหรือเรื่องที่ตัวเองอยากจะ Note เก็บเอาไว้ หรือ อาจจะเรียกได้ว่า เขียนให้ตัวเองอ่าน (เหมือนกับ content นี้น่ะหละ คนอื่นอ่านไปก็งั้นๆ ผมพิมพ์ไว้เพื่อบอกตัวเองโดยแท้)  เรื่องราวที่ผมอยากจะเก็บเอาไว้ก็จะเป็นพวก program freeware ที่ผมเจอมาแล้วก็ถ้าหากว่าผมไป Google อีกทีก็ไม่เจอกันแล้ว เจอหนเดียวแล้วก็ไม่เจอกันอีก แต่ก่อนก็ไม่ได้มี online Bookmarking ซะด้วยซิ ก็เลยใช้พิมพ์ Blog เอาดีกว่าเพราะว่า ใช้ Search Engine ของ Google มาค้นหาเนื้อหาตัวเองได้ด้วยเจ๋งดีน่ะครับ แล้วก็นอกจากนี้ถ้าหากว่าคนอื่นหลงมาอ่านหรือว่าค้นหาเรื่องประมาณเดียวกันก็น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นต่อไปอีก ไม่ได้มีประโชน์แค่ตัวเองยังไงล่ะครับ

เพื่อทำให้ตัวเองคิดให้ชัดกว่าเดิม 

เหตุผลข้อนี้อาจจะฟังดูแปลกๆ ว่าทำไมการคิดใหชัดคืออะไรผมก็อยากจะบอกไว้ซักหน่อยว่า ผมเชื่อว่า การคิดอยู่ในหัวแล้วไม่ได้บอกกล่าวหรือเขียนออกมาไม่นานนักความคิดเหล่านั้นมันก็จะเลอะเลือนไปครับ หรือไม่ก็ถ้าหากว่าเราคิดว่าเราคิดอะไรได้ เราก็ต้อง note เก็บเอาไว้หรือบันทึกออกมาเพื่อให้มันโดนกลั่นออกมาเป็นเรื่องราวที่บอกคนอื่นต่อได้ เป็นการ จัดภาพความคิดให้กับตัวเอง เห็นภาพที่ตัวเองคิดได้อย่างชัดเจนมากกว่าเดิม เพราะว่าถ้าหากว่าภาพไม่ชัดแล้วไซร้ ฤ จะพิมพ์ออกมาบอกคนอื่นเค้าให้เข้าใจได้ (ว่าไปนั่น)

เพื่อทดสอบว่าการ Blog หาเงินได้

ซึ่ง ณ เวลานี้ผมค่อนข้างมั่นใจมากแล้วว่ามันทำได้จริงๆน่ะครับแล้วก็เชื่อด้วยว่าต้องมีเยอ่ะคนที่ใช้ชีวิตด้วยการ Blogging อย่างเดียวก็มีน่ะครับ ตอนแรกนึกว่าพวกฝรั่งเค้าโม้ซะอีก แต่ว่าแค่ลองแบบไม่ได้ตั้งใจอะไรมากมาย เพราะผมพิมพ์เนื้อความด้วยเหตุผลสองข้อข้างตันแล้ว แล้วประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นรองน่ะครับ ปรากฏว่าผมก็ได้ cash เข้า account ที่เปิดไว้ที่อเมริกาโดยที่ผมไม่คิดจะถอนมันออกน่ะครับ คิดแค่ว่าจะใช้มันยังไงดีซะมากกว่าครับ ^_^

เพื่อฝึกการกลั่นความคิดออกมาเป็น text และพิมพ์ให้เร็วเท่าที่คิด

ผมว่าเป็นทักษะหนึ่งที่รองลงมาจากการอ่านภาษาอังกฤษให้ได้เข้าใจด้วยเวลาอันสั้นครับ เพราะผมอยากจะที่ note ความคิดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน่ที่หน้างานจริงๆ หรือเพื่อเป็นการ reflect  ความคิดของผมเมื่อมีเวลาระหว่างเดินทางหน้าว่าระหว่างเวลาว่างๆน่ะครับ

เพื่อเอาไว้ลองทำการตลาดสินค้าใดๆที่อยากจะทำ

เพราะว่าถ้าหากว่าทักษะนี้ได้เป็นของแถมแล้วไซร้ มันก็จะเป็นเรื่องของอนาคตว่าเราก็จะขายอะไรก็ได้ เพราะว่าสินค้ามันไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นสิ่งที่เรารู้จักครับ มันอาจจะเป็นแค่สินค้าที่คุณสนใจใดๆก็ได้ หรือว่าเราอาจจะเอาความรู้ความคิดนี้ไปใช้ในการ promote สินค้าให้กับคนอื่นก็ได้ด้วย อืม .. ก็น่าสนใจน่ะครับ เป็นความรู้ที่ติดตัวแล้ว ผมคิดว่ามีประโยขน์เนาะ

เหตุผลหลักๆของการ Blogging ของผมก็ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นแล้วการที่ Google Bot หลงทางไปไม่ได้มา index หน้าผมสักเท่าไหร่ผมก็คิดว่าจริงๆ แล้ว ถ้าหากว่ามองย้อนไปประเด็นแรกๆหรือเหตุผลสำคัญของผมในการ BLog เรื่องที่ Google Bot จะแวะมาหาผมน้อยหน่อยก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเครียดแต่ประการใดน่ะครับ แต่ว่ามันก็แค่อาจจะ effect เรื่องของการ marketing เสียหน่อยซึ่งก็เป็นเรื่องรองๆ ลงมาแล้วน่ะครับ เอาล่ะ แต่ว่าผมก็จะหาความจริงว่ามันเป็นเพราะอะไรแล้ว ผมก็จะดูอยูดีน่ะครับว่า คนที่ไหลเข้าหน้าเว็ปผมจะทำให้มันเยอะกว่านี้ได้ยังไงเ
พราะว่านานแล้ว rate คนที่เข้ามาที่หน้าเว็ปผมมันก็ไม่ได้ขึ้นมามากมายอะไรสัก (แล้วตอนนีก็ลดลงแล้วอีกตะหาก) ต้องคิดให้ได้ซิครับว่าจะ market content ตัวเองได้ยังไงกันนะ .. สู้ๆ ..

อัพเดท Blog แบบไม่กลัวคนเอาเนื้อหา copy ไปเฉยๆหรอกหรือ ? (ถามมาตอบไป)

Laptop-BLog-content-Theif เคยมีคนถามผมว่าถ้าหากว่าเขียน Blog แล้วจะต้องกลัวโดน copy เหรอป่าว ผมก็บอกเค้าไปเลยน่ะครับ ไม่กลัวหรอกถ้าหากว่า คนอื่นจะ copy แล้วเอาเนื้อความเราไปตรงๆ มันก็ทำไม่ได้แบบ 100% น่ะครับ ถ้าหากว่าทำก็จะทำให้เว็ปที่เอาเนื้อความไปแสดงแบบไม่ได้ Link กลับมาว่าเอามาจากไหนเนี่ยะ อาจจะโดน Google Deindex ก็ได้น่ะครับ เรียกว่า ตรงข้ามกับการ index ครับ เหมือนเป็นการลด Level ขอว Website นั้นครับ

แค่คำถามก็ถามต่อมาอีกว่า แล้วถ้าหากว่าเว็ปที่เค้าเอาไปมีพลัง PR มากกว่าล่ะ ? ผมก็บอกเค้าไปอีกว่า อืม .. มันไม่ได้เกี่ยวหรอก ผมอยากจะบอกว่าพวกฝรั่งมังค่าเนี่ยะ เค้า serious กับเรื่องการเอา content คนอื่นมาใช้งานตรงๆ น่ะครับไม่มีการอ้างใดๆ แบบนั้นถือว่าจะเป็นความผิดร้ายแรงมาก ถึงมากที่สุดในวงการการศึกษาน่ะครับ เรียกได้ว่าเรื่อวแบบนี้เค้าโดนปลูกฝังกันอย่างจริงจังครับ เพราะงั้นแล้วพวกทีมงาน Google เค้าก็จะ serious กับเรื่องพวกนี้เหมือนกัน วิธีคิดผมว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นที่ซับซ้อนครับ คือว่า ถ้าหากว่ามีการ เปลี่ยนแปลงหน้าเว็ปปั้บ Google ก็มารับรู้ปุ้บแล้วก็ทำการ index แล้วก็ดูว่าใครมากันก่อนน่ะครับ แล้วถ้าหากว่าผมคิดต่อว่า ทีนี้ถ้าหากว่า Google เจอ เนื้อหาที่เราเขียนที่อื่นก่อนล่ะ แปลว่าเราก็ต้องเป็น copy อย่างงั้นเหรอครับ ทั้งๆที่เราเป็นคนพิมพ์ออกจากแป้นกับมือแท้ๆ เอาน่าเอาเป็นว่า เรื่องนี้ผมทดสอบลอง Google เนื้อความข่าวที่ทางเว็ป portal เอามาแปะ ผมก็จัดการ Google ประโยคในเนื้อความข่าวดูว่าจะเจอใครก่อนใน Google page result ปรากฏว่า เราจะเจอเนื้อความที่เป็นเว็ป original ก่อนน่ะครับ ผมทำอย่างงั้นอยู่เยอะครั้งเพื่อจะได้ตอบข้อสงสัยของตัวเองน่ะครับ ว่ายังไงซะคนที่พิมพ์เนื้อความแท้จริงหรือ post เนื้อความเป็นที่แรกยังไงซะก็ให้ผลการค้นหาที่ดีกว่าคนที่เอาแค่เนื้อความไปปะไว้ในเว็ปตัวเองเฉยๆน่ะครับ

อย่างที่เรารู้กันน่ะครับว่าผมเองก็ไม่รูหรอกว่าแท้ที่จริงแล้ว Google เค้าคิดอะไรยังไง หรือว่ามันจะเป็นไปแบบที่ผมบอกทุกครั้งหรือไม่ แต่อย่างไรก็ดี ผมก็อยากจะให้ไม่ลดละกับการ create content ออกมาน่ะครับ แล้วก็ในเนื้อความคุณก็แสดงความเป็นตัวคุณให้มากเข่น อาจจะมีเรื่องที่ off topic เล็กๆน้อยๆ เพื่อคนอ่าน (อย่างน้อยถ้าหากว่าไม่ได้เป็น Google Bot อ่าน) คนอ่านแล้วแยกแยะออกมา เนื้อความนี้ไม่ได้มาจากเว็ปนี้ตั้วแต่ค้นได้น่ะครับ เช่น อาจจะพิมพ์เนื้อความว่า "จากตัวอย่างของเว็ปผมเองที่ rackmangaerpro.com" เป็นต้น แค่นี้ถ้าหากว่า copy ไปทั้งกระบิ คนอื่นที่อ่านแล้วเจอเนื้อความประโยคนี้เค้าก็แยกออกมาน่ะครับ ว่ามาจากเว็ปนี้น่ะครับ

เอาล่ะครับ สุดท้ายผมก็บอกคนถามที่น่าฉงนนี้กับผม ผมก็แค่อยากจะบอกว่า อืม .. up blog ซะแล้วจะดีเอวไม่ต้องคิดมาก ถ้าหากว่าอยากจะออกแรงคิดไปหาความรู้เรื่อ’ SEO เข้าตัวจะดีกว่ามั้ย . เท่านั้นน่ะหละครับ

พฤติกรรมที่ดีสำหรับการเขียน และจัดการ blog ที่ผมไม่ได้ทำแฮะ..(รู้ตัวน่ะครับว่าไม่ขยันนัก)


ผมเขียนบล็อกก็แค่เพื่อที่จะบันทึกเรื่องที่ตนเองเจอะเจอแล้วเห็นว่า internet หรือว่า computer user อย่างเราๆท่านๆ อ่านแล้วได้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ freeware ที่ผมก็สนับสนุนให้คนใช้งาน หรือว่าจะเป็นเรื่องราวของการใช้ web application ต่างๆที่เดี๋ยวนี้มันมีให้เราใช้งานได้เยอะแยะทั่วไปครับ นอกจากนั้นก็จะเป็นพวกเรื่องที่คิดเพ้อไปเอง อันได้มาจากการสังเกต อ่านหรือว่านั่งคิดเพ้อเจ้อเอาเองอีกส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นการฝึกสมองผมไปวันๆแล้ว มันยังเป็นการพัฒนาทักษะในการสื่อสารผ่านการเขียนได้อีกทางหนึ่งอีกด้วยครับ แต่… ผมไม่ได้ทำอะไรให้มันสมบูรณ์ดีเลิศประเสริฐศรีเท่าไหร่นัก เพราะผมรู้ตัวว่าการที่ผมเขียน blog นี้ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะที่ผมไม่ได้ทำ พฤติกรรมที่พึงกระทำแต่ก็ไม่กระทำ อันเนื่องมาจากความขี้เกียจส่วนตนน่ะครับ ..เช่น

  • พิมพ์เสร็จแล้วต้องอ่านทวนเพื่อหาจุดพิมพ์ผิด : ผมบอกตรงๆว่าผมไม่ได้ทำหรอกครับอ่านทวนเนี่ยะ ผมก็รู้อยู่เต็มอกว่า มันต้องมีพิมพ์ผิดกันมั่งล่ะ แต่ว่าอย่างว่าและครับผมไม่ได้ขยันขนาดนั่นสักกะหน่อย แต่บอกอะไรให้อย่างนะครับ หากว่าท่านต้องการทำให้ blog ของท่านเป็นที่น่าเชื่อถือ ดูดี มีชาติตระกูลแล้วล่ะก็.. การพิมพ์ผิด เป็นเรื่องที่รับไม่ค่อยจะได้สักเท่าไหร่นักครับ
  • พิมพ์เสร็จแล้วอ่านทวนเพื่อดูว่าพิมพ์อะไรรู้เรื่องเหรอป่าวเนี่ยะ : .. ก็เป็นไปได้อีกว่า การที่พิมพ์ไปเรื่อยๆโดยไม่การคิดโครงเรื่องโครงร่างเอาไว้ก่อน อาจจะทำให้การเขียนนั้นอ่านดูแล้วสับสนซับซ้อน หรือว่าเรียกว่าอ่านแล้วงงๆก็เป็นไปได้น่ะครับ โดยเฉพาะตัวผมเองนั่นผมเป็นคนที่ชอบพูดซ้ำเพื่อย้ำประเด็นไมว่าจะเป็นการพิมพ์หรือว่าการพูดกับคนปกติ (ผมก็พูดแต่กับคนปกตินะ คิดว่า..) ก็ตามผมก็แค่คิดว่าผมต้องการแค่ผ่องถ่ายความคิดความรู้สึกความรู้และแนวคิดต่างๆออกไปจากตัวผมเท่านั้นเอง แต่ก็อีกน่ะครับ หากว่าต้องการจะทำให้เนื้อหาอ่านง่ายๆแล้วล่ะก็ การอ่านซ้ำเพื่อดูว่าอ่านแล้วงงหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องพึงกระทำอีกเช่นเดียวกัน
  • หาคนมาโฆษณาที่ดูดีมีระดับ : เป็นสิ่งที่น่าทำนะครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ มันจะทำให้เว็ปดูเหมือนว่ามีคนสนับสนุนคุณไม่ได้เพ้อเจ้อละเมอไปคนเดียวครับ แต่ก็อีก ผมไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นักครับ แล้วก็ไม่คิดว่าจะเอา Google adsense เข้ามาใช้ด้วย เพราะรังเกียจเหลือเกินครับ กับโฆษณาแนว MLM เนี่ยะ มันช่างไม่เข้ากับเนื้อหาเว็ปผมเอามากๆเลยน่ะครับนั่น โอ้ว..
  • หาระบบเก็บสถิติคนเข้ามาอ่านไม่ว่าวิธีการใดวิธีการหนึ่ง : อันเนื้องมาจากข้อสักครู้นี้หากว่าคุณต้องการที่จะแสดง ads อย่างมีระดับก็แปลว่าคุณก็ต้องมีข้อมูลใดเพื่อบ่งบอกว่า web  คุณ pop แค่ไหนอันนี้ผมไม่เคยศึกษาน่ะครับ ว่ามันมีวิธีไหนบ้าง แต่ว่าผมรู้หรอกว่า ถ้าอยากจะทำจริงๆก็ทำได้น่ะครับ อ้อ .. ใช้เป็น Google analytics ก็น่าจะโอเคน่ะครับ . .แต่ก็อีกไม่ได้ทำน่ะครับ
  • เรียกคนเข้าเว็ปเยอะๆ : เหมือนกับเป็นการเรียกลูกค้าน่ะครับ เพราะมันจะเป็นการเพิ่มกำลังใจ ความสามารถ ความขยันของคุณเพื่อการเขียน blog ได้อีกส่วนหนึ่ง และมันก็จะสนับสนุนเหตุผลสองข้อมด้านบนด้วยน่ะครับ แต่ก็อีก ผมไม่ได้อยากให้คนมาอ่านอะไรกันเยอะๆน่ะครับ เอาแค่ว่าคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้กันก็พอแล้วเนาะ ..
  • อย่าพิมพ์เนื้อความติดกันเป็นพึดๆ : คนอื่นอ่านเค้าคงไม่ชอบนักหรอกกับการที่ว่าต้องมาอ่าน]
    ]>

    Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

    คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

    • web blogที่ดี