ทำไมไม่ได้เงินจาก blogging สักกะทีน้า..?

อย่างที่ใครหลายคนพอจะระแคะระคายว่าการ blogging มันจะสามารถสร้าง income มาได้ไม่มากก็น้อยแต่รู้เหรอป่าวครับว่าร้อยละ98 ไม่ได้ income อะไรออกมาจาก blogging สักสตางค์แดงเดียว แค่สตางค์เดียวก็ไม่ได้นะครับ ผมก็นั่งคิดว่าทำไมน้า คนเราถึงคิดอย่างงี้เพื่อที่จะทำแบบนั้น การให้ข้อมูลฟรีๆเป็นเรื่องที่ดีและผมก็อยากได้ฟรีด้วยเหมือนกัน หรือในทางตรงกันข้ามการให้ข้อมูลพิมพ์บอกต่อคนอื่นๆ มันเป็นวิทยาทาน ทางความคิดความอ่าน ทำให้สุดท้ายแล้วหากว่าเราไมได้ "เงิน" จากมันเลยแม้ก็ตามมันก็จะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ช่วยเหลือคนอื่นยังไงอย่างงั้นน่ะหละครับ นั่นหละครับเป้าหมายทางความคิดเพื่อกำหนด พฤติกรรมของคนแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนี่ครับว่าเหรอป่าวล่ะ

หากวิเคราะห์กันเป็นประเด็นๆว่า ทำไมไม่ได้อยากได้เงินสักสตางค์แดงเดียวกับการ blogging ก็เดาเอาไว้ได้ต่างๆนานาด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้น่ะครับ

- เพราะว่าไม่คิดว่ามันเป็น business ไม่ได้กะหาเงินอะไรกับมันอยู่แล้วนิ.. การพิมพ์เพื่อเล่าเรื่องที่เรารู้ดีหรือว่าเราศึกษามาเป็นอย่างดีเหมือนกับว่าเราไม่ได้ลงทุนอะไรแม้แต่นิดเพราะเรารู้อยู่แล้ว เราทำเป็นอยู่แล้วถึงแม้ว่าเราจะได้ไปอ่านศึกษาค้นคว้าทดสอบทอลองมามากมายแค่ไหนก็ตามมันก็รู้สึกได้เหมือนกับว่ามันไม่ได้มีต้นทุน (ทั้งๆที่มันมีน่ะครับก็คือเวลาที่คุณควรจะต้องไปนั่งเล่นเที่ยวเล่นหรือว่าอ่านอะไรเพื่อความเพลิดเพลิน แต่ว่าถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ศึกษาเรื่องใดๆแล้วรู้สึกเพลิดเพลินนั้นน่ะหละทำให้คุณรู้สึกได้ว่ามันไม่ได้มีต้นทุนแม้แต่น้อยได้จริงๆ)การคิดแบบนี้ทำให้ไม่คิดว่ามันจะทำเป็นธุรกิจอะไรออกมาได้ ไม่อยากจะได้อะไรจากมัน ไม่จำเป็นต้องได้ออกมาเป็นตัวเงินอะไร ทำให้สะท้อนความคิดออกมาว่า "เราไม่ได้อยากได้ออกผลประโยชน์ในรูปตัวเงินแต่อย่างใด"

- เพราะว่าคิดว่ามันเป็นแค่งานอดิเรก การพิมพ์เพื่อบอกกล่าวเรื่องราวที่เราสนใจอยู่แล้ว หรือว่าทำเพราะว่าใจรักทำให้ภาพที่ออกมากับการ blogging นั้นก็จะเหมือนกับว่าทำเพื่อหาความสุขใส่ตัวแค่มีคนอ่านหรือไม่มีก็แล้วแต่แค่ขอให้ได้บอกคนอื่นๆเค้าเท่านั้น อธิบายในสิ่งที่เรารักเราชอบ มันก็เป็นความสุขทางใจแล้วไม่จำเป็นต้องแปลงออกมาเป็นตัวเงินเพราะมันประทับใจหรือให้คุณค่าทางจิตใจมากกว่านั้นจริงๆน่ะครับ แต่ถ้าได้สตางค์ออกมาบ้างก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรนี่หน่าเนาะว่าเหรอป่าวครับ

- เพราะว่ามันเข้าง่ายออกง่าย (เลิกกันได้ซึ่งๆหน้า) การ blogging นั้นเริ่มต้มได้ไม่ยากเข้าง่ายออกมาแปลว่า อยากเริ่มก็เริ่มได้ง่ายๆแค่ว่าไปเริ่มจาก blogspot ก็เริ่มได้ทันทีแล้ว เดี๋ยวนี้ของคนไทยก็เห็นมีเยอะแยะหลายที่มากมายครับ เช่น exteen นี่ผมก็เห็นมาตั้งนานแล้วก็คนก็เข้าไปพิมพ์อะไรออกมาได้เยอะมากครับ ก็เพราะมันสร้างง่ายเหมือนกับไม่ได้ออกแรงเพื่อให้เกิด blog แต่อย่างใดครับ ถ้าจะเลิกเหรอครับ ก็แค่หยุดพิมพ์ไม่เล่าเรื่องอะไรเท่านั้นก็หยุดแล้วล่ะครับ เลิกง่ายจริงๆด้วยแฮะ ..

- เพราะว่ามันไม่ต้องเสียเงินเสียทองเพื่อที่จะ blog อย่างเมื่อตะกี้ที่บอกให้ฟังไปก็คือที่ blogspot หรือว่าที่ exteen จะเริ่มก็เริ่มง่ายแล้ว แล้วมันก็ไม่ได้มีต้องเสียเงินอีกตะหากเพราะ อยากทำแค่เป็นอดิเรก(คิดย้อนกลับไปทุกข้อเลยน่ะครับ) แม้กระทั่งทำ Personal Branding ให้กะตัวเองก็ไม่คิดจะทำครับ เพราะไม่อยากให้คนอื่นเข้ามารู้จักสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ในใจแล้วผมอยากจะบอกว่าท]]
>

Blogging Affiliate : หลากหลายวิธีหาเงินจากการ Blog ที่มีอยู่จริงบนโลกนี้

หลายคน blog โดยมีเป้าหมายแค่ว่า "ขอให้ได้บอกคนอื่น ก็เพียงพอแล้ว" และนั่นจริงๆแล้วการเผยแพร่ความรู้แบบ Free หรือที่เรียกว่า วิทยาทาน (เหมือนกะว่าคนอ่านเป็นขอทานอย่างงั้นล่ะ แต่ว่าไม่ช่ายน่ะครับ) นั้นมันก็ดีเอามากๆแล้วน่ะครับ เพราะคนจะเริ่มรู้จักคุณไม่มากก็น้อย คนจะเริ่มรู้ว่าคุณมีความชำนาญทางด้านไหน หากว่าคุณเป็นคนที่เก่งเกี่ยวกับ การ blogging วันๆคุณก็พูดแต่เรื่อง blogging ก็ทำให้คนที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นหรือว่าคนที่สนใจเข้ามาสนใจและเริ่มต้นทำการ blogging ต่อๆกันได้ หรือว่าถ้าเป็นเว็ปผมนี่ก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่อยากจะให้คนใช้คอมพิวเตอร์ หรือ internet ได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ดีกว่าเดิม แล้วก็ไม่ต้องงกๆอยู่กะหน้าคอมมากเกินไปนัก (แต่ว่ามันก็ขัดกะที่ผมเป็นน่ะครับเพราะว่าตัวผมก็งกๆอยู่หน้าคอมวันยันค่ำน่ะหละครับ เฮอะๆ ก็นะคนมันใจรักกันนี่เนาะ จะให้ทำยังไงได้ ) แล้วก็ผนวกกับการที่ว่าผมเป็นคนชอบ Tutor คนอื่นๆ ..(อาการนี้เป็นมาตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ผมน่ะครับเป็นพวกที่ว่า ต้องกลับอ่านหนังสือมาก่อนล่วงหน้าคนอื่นเค้าแล้วก็เพื่อที่จะสอนคนอื่นให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อนๆเค้าก็จะเรียกผมเป็นจานกันหมด คนแท้ๆเรียกเป็นจาน.. แอ้ะยังไง) ทำให้การ blogging ของผมออกแนวเพ้อพกบอกเรื่องนู้นเรื่องนี้ในเรื่องที่ผมสนใจใน scope ตามที่ว่า แต่ว่าเดี๋ยวนี้หาผมก็กว้างออกไปกว่าเดิมเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเว็ปเจ๋งๆเพื่อให้ใส่งาน internet เพื่อการประโยชน์อื่นๆต่อไป หรือว่าวิธีการปรับตั้งค่าอะไรบางอย่างซึ่งตัวผมเองต้องการจะบันทึกเอาไว้แต่ว่าบันทึกแล้วดูคนเดียวมันประโยชน์น้อยก็เอามา post ให้คนอื่นได้เห็นอีกตะหาก ก็ดีเหมือนกันเนาะ แทนที่เราจะรู้คนเดียวคนอื่นก็รู้เหมือนเราได้ไม่ยาก ความคิดมันแพร่กันได้สะดวกก็ผ่าน blogging และเนื้อหาต่างๆที่แสดงเอาไว้ผ่าน internet webpage นี่น่ะหละครับ

พูดมาตั้งนานแล้วมันก็ยังมีอีกเรื่องที่ก็เป้น scope ที่ผมแตะๆเฉยๆเกี่ยวกับการหารายได้เพิ่มเติมจากการ blogging เพราะว่าผมไม่ได้อยากได้เงินจากการ blogging สักเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่า ads ที่อยู่ด้านขวาผมจะไม่แปะอะไรครับ เพราะว่าไม่อยากติดต่ออะไรใครให้เอาอะไรมาปะเพราะว่าผมไม่ชอบอะไรที่มันรกๆ (แหมเห็นผลดูดีมากเลยน่ะครับ) ถ้า ณ เวลานี้เท่าที่ผมเห็นการ blogging จะทำรายได้ได้หากว่าคุณรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงครับ

1. คนที่ยอมจ่ายค่า ads เพื่อให้คุณ blog เนื้อหาที่ publisher ต้องการ เช่น หากว่าผมเป็นนายตัน โออิชิ ผมจะเรียนและเชิญและจ่าย ว่าจ้างให้กับคนที่วันๆละเมอเพ้อพกพูดแต่เรื่องที่กินที่เที่ยว หรือของกิน (ก็สุดแล้วแต่ scope ของ blog ที่ blogger ได้กำหนดเอาไว้ในใจน่ะครับ) ให้ตา blogger เพ้อเรื่องกินคนนี้พูดเกี่ยวกับ product หรือสินค้าของเค้า แบบตรงๆ คือ "การว่าจ้างให้เขียน" ซึ่งรูปแบบนี้มีอยู่ทั่วไปในประเทศที่สินค้ามีเยอะแยะมากมายนัก จนเลือกไม่ถูกต้องเอา user มา review เพื่อดูว่าอะไรดีอะไรไม่ดี เพราะมีแนวโน้มน่ะครับว่า หากว่า blogger 1 คนบอกอย่างนี้แล้วคนที่อ่านเนือ้หานั้นๆเป็นประจำก็จะเชื่ออย่างไม่คิดว่ามันดีอย่างนู้นอย่างนี้เหมือนกับที่ blogger คนนั้นได้พิมพ์บอกเอาไว้ที่หน้าเว็ปของเค้าครับ รูปแบบๆนี้ผมว่ามันก็เหมือนกะหนังสือน่ะหละแต่ว่าถ้าหากว่าเป็นหนังสือมันดูมีความรับผิดชอบมากกว่า หมายความว่ามันพิมพ์อะไรออกไปแล้ว มันเป็นกระดาษแก้หรือลบไม่ได้น่ะครับ ทำอะไรก็ต้องคิดมาก มันไม่ได้ castual เหมือนกับ blogging ที่ผมก็พิมพ์แบบนี้มันก็]]
>

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • blog หาเงิน
  • หาเงิน blog
  • skype หาเงิน
  • วิธีการหาเงิน blogger
  • วิธีหาเงินจากblogspot com
  • วิธีหาเงินผ่าน skype
  • หาเงิน skype
  • หาเงินจาก skype
  • หาเงินผ่าน skype

ตรวจจับการ copy feed หรือเนื้อความของเราผ่าน CopyGator.com ครับ


สำหรับคนขี้กลัว กลัว่ว่า content ที่พิมพ์ๆมาจะมีคน copy แล้วก็เอาไป post ปะไว้ที่อื่นๆ แบบไม่ได้ส่ง link กลับมาหาเราเลย แถมยังเอาไปทำ ads ใส่ไว้อีกตะหากมันก็น่าเจ็บใจอยู่น่ะครับ เพราะงั้นเพื่อเป็นการกันเอาไว้ดีกว่าแก้ให้ลอง สมัครใช้บริการของ CopyGator.com น่าจะดีน่ะครับ เพราะมันจะดูแลให้ว่าถ้าหากว่ามันเจอ content ที่ผ่านระบบ feed auto ไปแสดงที่อื่นๆ หรือที่หน้า blog อื่นๆแล้วล่ะก็มันจะทำการส่งสรุปเป็น email มาหาเราเป็นรายวันหรือรายเดือน หรือสัปดาห์ก็แล้วแต่ว่าเราจะตั้งเอาไว้เท่าไหร่น่ะคับ ลองใช้ดูแล้วกันนะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • การ copy feed
  • การcopy google map

มาใช้ Picasa เป็นที่เก็บภาพเอาไว้โชว์เพื่อนๆจะดีกว่ามั้ย?

ผมเห็นน้องผม ผมเห็นเพื่อนบางคนของผม upload ภาพเพื่อเอาไว้โชว์กันโดย multiply.com แต่ว่าผมว่ามันดูไม่สะดวกเท่าไหร่นัก( แต่ว่าผมก็พูดไม่ได้เต็มปากนักหรอกว่ามันไม่สะดวกเพราะว่าผมก็ไม่ได้ใช้งานมันอย่างจริงๆสักที ) แต่ว่าผมรู้อยู่อย่างหนึ่งน่ะครับ ว่า ตอนนี้ผมใช้ Picasa แล้วมันสะดวกมากเลยอยากจะแนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนสักหน่อยเพื่อ ให้คนอื่นที่ไม่เคยเห็นไมเคยรู้จักได้ใช้งานกันได้จริงๆจังๆสักกะที

ทำไมต้อง Picasa ?

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพราะว่าผมรู้ว่า Picasa เป็นโปรแกรม หนึ่งที่โดนซ้ำไปโดย Google Inc ด้วยราคาระดับหนึ่ง ซึ่งผมก็เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกๆแล้วว่า Google ซื้อไป แล้วก็ซื้อไปนานมากแล้วด้วย ผมว่า Google เองก็คงเห็นว่ามันดียังไงเหมือนกับที่ผมเห็นอยู่ ณ เวลานั้นเหมือนกัน เพราะว่านจะทำการ scan ภาพทั้งหมดที่เราจัดเก็บสะเปะสะปะไม่ระเบียบทำให้มันมีระเบียบมากขึ้น แล้วเอามาแสดงที่หน้าจอในโปรแกรมออกมาได้อย่างสวยงามแล้วเคลื่อนไหวพริ้วไหวดั่งสายน้ำ ตั้งแต่ version แรกสุดที่ Google ซื้อไปแล้วน่ะครับ แล้วเมื่อ Google ซื้อไปก็เอาไปพัฒนาเป็น Picasa version 2 และออกมาเป็น 3 ณ เวลานี้ซึ่งมีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเรื่องที่นี่สนใจสำหรับคนสมัยนี้ก็คือการ Blogging out ภาพที่เราได้ถ่ายเก็บเอาไว้ออกผ่านสู่สายตาคนทั่วโลก(แหมแต่ว่าคนทั่วโลกเค้าก็ไม่ได้ดู blog เราหรอกเนาะ ก็มีแต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเราเนียะหละนะที่เค้าดูเค้าอ่านกัน เฮอะๆ)

Picasa ทำการ edit ภาพได้อย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Blur หรือ Focus ภาพบางส่วนปรับแต่งสีภาพให้มี contrast สูงหรือต่ำได้ตามต้องการ และมี effect เล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นลูกเล่น(ที่ไม่สำคัญ) เพื่อเป็นให้เป็นที่ดึงดูดคนมาใช้งานได้มากขึ้น และที่สำคัณอย่างที่ได้บอกเอาไว้แล้ว มีการ เพิ่ม ปุ่ม BLog ของ Blogspot.com เข้าไปด้วยใน version 2 แล้ว ทำให้คนที่ไม่เคยมี Blog เป็นของตัวเอง แล้วอยากประกาศ หรือเขียนเรื่องราวให้กับคนอื่นได้รู้ผ่านทาง Picasa ร่วมกับ BLogspot.com ได้ไม่ยากนัก .. เรียกได้ว่า ลองดูแล้วก็จะรู้ว่ามันไม่ยากจริงๆครับ เพราะไม่ต้อง hosting อะไรไม่ต้องรู้เรื่อง wordpress แล้วก็ไม่ต้องคิดมากกับ back office ที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกว่าอะไรเป็นอะไร เพราะมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนหรือจากการลองผิดลองถูกด้วยเวลาอันน้อยนิดเท่านั้นเองครับ ดูตัวอย่างของผมก็ได้ http://rackmanager.blogspot.com แหมแต่ว่าอายไม่อยากจะเอามาโชว์ เท่าไหร่เนาะ (แต่ก็อีกล่ะ ไม่มีคนเข้ามาดูสักเท่าไหร่น่ะครับ อิอิ .. ดีแล้วไม่อยากให้คนดูเยอะอาย น่ะนะ )

เริ่มต้นจากใช้งานต้องทำอะไรยังไงเหรอ ?

เอา GMAIL มาเป็นของตัวเองสักรหัส : ผมแนะนำก่อนว่า เริ่มต้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี email ของ Google ที่เรียกว่า Gmail ครับมันจะเป็นตัวแทน account ที่เราตั้งมาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน product ใดๆก็ตามที่เป็นของ Google ไม่ว่าจะเป็น Picasa หรือว่า Blogspot ก็ตาม ดังนั้น เริ่มต้นประการแรก สมัคร Gmail ด้วยชื่อจริงสกุลจริงเอาไว้สักอันน่ะครับ เพราะว่าที่ผมบอกว่าข้อมูลจริงนั้น หากว่าอีกหน่อยคุณอยากจะทำอะไรเกี่ยวกับการใช้ advertising ผ่านระบบ Google แล้วล่ะก็ชื่อจริงนามสกุลจริงเป็นสิ่งที่เอาไว้อ้างอิงได้ในที่สุดครับ ไปที่ http://mail.google.com แล้วกดสมัครกันเลยดีกว่าครับ บทความนี้ผมจะไม่บอกหรอกว่า gmail มันดียังไง เพราะว่าผมก็เคยเขียนเอาไว้แล้วที่ blog แห่งนี้ครับ ลอง search site นี้ดูว่า gmail ก็จะเจอครับ

โหลด Picasa : เมื่อได้ gmail account มาแล้วก็ให้ไปโหลด picasa ที่

>http://picasa.google.com/ กันเลยดีกว่า โหลดมาแล้วลงที่เครื่อง มันก็จะทำการ scan ภาพจาก คอมพิวเตอร์ตำแหน่งใดๆที่เราระบุเอาไว้ว่าให้เครื่อง scan ดูว่ามีภาพอะไรบ้างครับ สำหรับคนที่สะสมภาพศิลป์ แม้ว่าคุณจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนก็ตาม scan ภาพของ Picasa ก็จะเห็นแล้วเอามาเรียงไว้หลาเลยล่ะครับ ระวังไว้ด้วยแล้วกันนะครับ แต่เมื่อ scan แล้วเราก็เลือกออกได้ว่าจะไม่ให้แสดง Folder นั้นที่ Picasa อีกได้น่ะครับ ไม่ต้องกลัวซะอย่างงั้นครับผม

ทีนี้เราก็จะมี program Picasa installed อยู่ที่เครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ทำอะไรต่อกันดีล่ะ .. สำหรับผมนั้นผมใช้ Picasa ทำอยู่สองอย่างครับ คือ

1. ทำการ upload ภาพที่ผมไปเที่ยวมาไม่ว่าจะเป็นเที่ยวในประเทศ ต่างประเทศ หรือว่ากิจกรรมอะไรๆพิเศษที่ผมถ่ายภาพเอาไว้ (แต่ว่าผมไม่ได้งาน motor expo น่ะครับ) เอาเป็นว่าส่วนมากจะเป็นเรื่องเที่ยวซะมากกว่าน่ะครับ ที่จะ upload ภาพขึ้นไปที่ Picasa online web album วิธีการก็ไม่ยาก แค่เลือกภาพโดยการกด ctrl แล้วเอา mouse แตะภาพที่เราอยากจะทำการ upload ไปเรื่อยๆ หรือว่าถ้าเลือกเป็น album ก็เอา mouse แตะที่ folder นั้นที่ผมพูดนี่คือเปิด Picasa อยู่น่ะครับ ภาพใดๆหรือว่า Folder ใดๆที่เราเลือกเอาไว้จะต้องแสดงไว้ที่ด้านขวาล่าง เพื่อบอกว่า เราได้เลือกภาพอะไรไปแล้วบ้างสำหรับการที่จะ upload มันหรือว่า email มันหรือว่า Blog มันน่ะครับ สำหรับกรณีที่จะทำการ upload ก็กดที่ “Upload” ที่เป็นลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นฟ้าเท่านั้นเองครับ แล้วก็พิมพ์ชื่ออัลบั้มซะหน่อยครับ ถ้าหากว่าเรายังไม่เคย login Picasa web album ระบบโปรแกรมก็จะถามว่า เรา gmail อะไรหรือ account อะไรก็ให้พิมพ์ mail เราแบบเต็มๆแล้วก็รหัส mail นั้นด้วย มันก็จะ login ได้แล้วน่ะครับ การโหลดภาพขึ้นไปนั้น จะกินพื้นที่ของเราเองแต่ว่าไม่เกี่ยวกับบริการอื่นๆ ของ Google ไม่ว่าจะเป็น gmail หรืออะไรก็แล้วแต่เหมือนว่าจะมี limit ว่าภาพทั้งหมดที่ upload ไปโดยอ้างอิง account หนึ่งๆจะได้อยู่หลายกิ้กอยู่ แต่ผมไม่คิดอะไรมากเรื่องนี้เพราะว่าผมก็แค่ create gmail account อันอื่นมากอีกถ้าหากว่ามันเต็มครับ แล้วก็หาดูว่าภาพอะไรอยู่ทีไหน หรืออยากจะเสียเงินก็ไม่ยากครับ เค้าเก็บเงินเรา 25 เหรียญสหรัฐ เราก็จะได้ พื้นที่เพื่อการเก็บภาพเพิ่มเติมอีกเยอะอยู่ครับ แต่ว่าผมเลือก create new account แล้วก็แบ่งเก็บน่ะครับ ไม่อยากเสียเงินเท่าไหร่ โดยเฉพาะการเสียเงินเป็นแบบต่อเวลานี่ไม่ชอบเลยครับ

2. การ blogging ด้วย Blogspot.com ที่ปุ่มด้านล่างจะมีปุ่มที่เป็นสีส้มตัว B ใหญ่ๆ แล้วเขียนเอาไว้ว่า Blog this นั่นก็แปลว่าแค่เราเลือกภาพแล้วก็กดปุ่ม Blog This เท่านั้น มันก็จะเปิดหน้าต่างเพื่อถาม Gmail account เราก็กรอกเข้าไปแล้วมันก็พาเราไปหน้าปัดแผงควบคุมการ Blog แบบฟรีๆของเราแล้วน่ะครับ

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะใช้ Picasa หันมาใช้กันบ้างไม่มากก็น้อย(แน่หละซิไม่มากก็ต้องน้อยอยู่แล้วน่ะครับ) ไม่หรอกอีกอย่างก็คือว่า อยากจะเห็นภาพคนอื่นๆที่เดินทางไปที่ต่างๆทั่วโลกเค้าทำการ upload ภาพมาโชว์ให้ดูซะหน่อยน่ะครับ ก็เท่านั้นเอง ลองดูแล้วกันนะครับ สำหรับผมแล้ว Picasa Highly recommended เลยครับผม..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • picasa คือ
  • picasa คืออะไร
  • วิธีใช้ picasa
  • สมัคร picasa
  • สมัครpicasa
  • picasa web albums คืออะไร
  • การใช้งาน picasa
  • การใช้ picasa
  • Picasa Web Album คืออะไร
  • วิธีใช้picasa

update wordpess เป็น version 2.7 แล้วดูดีกว่าเดิมเยอะเลย

wordpress update 2.7

wordpress update 2.7

ปกติผมไม่ค่อยจะได้ update wordpress สักเท่าไหร่นักหรอกเพราะว่าแค่รู้สึกเอาเองว่าปรับไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีกว่าเดิมหรือว่าแตกต่างอะไรกว่าเดิมมากนัก แต่ว่าำำสำหรับ WordPress version 2.7 พอผมทำการ update แล้วระบบ backoffice ของ WordPress ให้อารมณ์และความแตกต่างจากเดิมมากโขอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Dashboard ที่ดูดีกว่าเดิมเอามากๆ แล้วก็มี ช่องเพิ่มที่หน้าแรก คือ QuickPress มันจะเหมือนกะช่องที่ให้เราพิมพ์อะไรเหมือนกับการ Blog ออกไปแบบสั้นๆเร็วๆ ไ่ม่คิดมาก ไม่มีอะไรยุ่งยาก แค่พิมพ์ content ในช่อง content พิมพ์ tag เอาไว้แล้วก็ กด “Publish” ที่หน้าแรกนี้เลย post นี้ผมก็พิมพ์จาก QuickPress นี่หละครับหลังจากที่ไม่ค่อยได้ทำการ update blog เท่าไหร่นัก (อันเนื่องมาจากว่า ยังไม่ได้เจอเรื่องอะไรเด็ดๆเท่าไหร่ที่จะเอามาโม้ได้ รวมทั้งมีปัญหาเรื่องตาเล็กน้อยถึงปานกลางทำให้ต้องละๆการพิมพ์มองหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ด้วยครับ แต่ว่าตอนนี้ก็สบายดีแล้ว ก็คิดว่า่น่าจะกลับ update ด้วยความถี่ที่มากกว่าเก่า)

ยังไงถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ใช้ WordPress แล้วยังไม่ได้ทำการ update version เป็น 2.7 ก็แนะนำครับผม ลองดูได้เลยครับ

พฤติกรรมที่ดีสำหรับการเขียน และจัดการ blog ที่ผมไม่ได้ทำแฮะ..(รู้ตัวน่ะครับว่าไม่ขยันนัก)


ผมเขียนบล็อกก็แค่เพื่อที่จะบันทึกเรื่องที่ตนเองเจอะเจอแล้วเห็นว่า internet หรือว่า computer user อย่างเราๆท่านๆ อ่านแล้วได้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ freeware ที่ผมก็สนับสนุนให้คนใช้งาน หรือว่าจะเป็นเรื่องราวของการใช้ web application ต่างๆที่เดี๋ยวนี้มันมีให้เราใช้งานได้เยอะแยะทั่วไปครับ นอกจากนั้นก็จะเป็นพวกเรื่องที่คิดเพ้อไปเอง อันได้มาจากการสังเกต อ่านหรือว่านั่งคิดเพ้อเจ้อเอาเองอีกส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นการฝึกสมองผมไปวันๆแล้ว มันยังเป็นการพัฒนาทักษะในการสื่อสารผ่านการเขียนได้อีกทางหนึ่งอีกด้วยครับ แต่… ผมไม่ได้ทำอะไรให้มันสมบูรณ์ดีเลิศประเสริฐศรีเท่าไหร่นัก เพราะผมรู้ตัวว่าการที่ผมเขียน blog นี้ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะที่ผมไม่ได้ทำ พฤติกรรมที่พึงกระทำแต่ก็ไม่กระทำ อันเนื่องมาจากความขี้เกียจส่วนตนน่ะครับ ..เช่น

  • พิมพ์เสร็จแล้วต้องอ่านทวนเพื่อหาจุดพิมพ์ผิด : ผมบอกตรงๆว่าผมไม่ได้ทำหรอกครับอ่านทวนเนี่ยะ ผมก็รู้อยู่เต็มอกว่า มันต้องมีพิมพ์ผิดกันมั่งล่ะ แต่ว่าอย่างว่าและครับผมไม่ได้ขยันขนาดนั่นสักกะหน่อย แต่บอกอะไรให้อย่างนะครับ หากว่าท่านต้องการทำให้ blog ของท่านเป็นที่น่าเชื่อถือ ดูดี มีชาติตระกูลแล้วล่ะก็.. การพิมพ์ผิด เป็นเรื่องที่รับไม่ค่อยจะได้สักเท่าไหร่นักครับ
  • พิมพ์เสร็จแล้วอ่านทวนเพื่อดูว่าพิมพ์อะไรรู้เรื่องเหรอป่าวเนี่ยะ : .. ก็เป็นไปได้อีกว่า การที่พิมพ์ไปเรื่อยๆโดยไม่การคิดโครงเรื่องโครงร่างเอาไว้ก่อน อาจจะทำให้การเขียนนั้นอ่านดูแล้วสับสนซับซ้อน หรือว่าเรียกว่าอ่านแล้วงงๆก็เป็นไปได้น่ะครับ โดยเฉพาะตัวผมเองนั่นผมเป็นคนที่ชอบพูดซ้ำเพื่อย้ำประเด็นไมว่าจะเป็นการพิมพ์หรือว่าการพูดกับคนปกติ (ผมก็พูดแต่กับคนปกตินะ คิดว่า..) ก็ตามผมก็แค่คิดว่าผมต้องการแค่ผ่องถ่ายความคิดความรู้สึกความรู้และแนวคิดต่างๆออกไปจากตัวผมเท่านั้นเอง แต่ก็อีกน่ะครับ หากว่าต้องการจะทำให้เนื้อหาอ่านง่ายๆแล้วล่ะก็ การอ่านซ้ำเพื่อดูว่าอ่านแล้วงงหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องพึงกระทำอีกเช่นเดียวกัน
  • หาคนมาโฆษณาที่ดูดีมีระดับ : เป็นสิ่งที่น่าทำนะครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ มันจะทำให้เว็ปดูเหมือนว่ามีคนสนับสนุนคุณไม่ได้เพ้อเจ้อละเมอไปคนเดียวครับ แต่ก็อีก ผมไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นักครับ แล้วก็ไม่คิดว่าจะเอา Google adsense เข้ามาใช้ด้วย เพราะรังเกียจเหลือเกินครับ กับโฆษณาแนว MLM เนี่ยะ มันช่างไม่เข้ากับเนื้อหาเว็ปผมเอามากๆเลยน่ะครับนั่น โอ้ว..
  • หาระบบเก็บสถิติคนเข้ามาอ่านไม่ว่าวิธีการใดวิธีการหนึ่ง : อันเนื้องมาจากข้อสักครู้นี้หากว่าคุณต้องการที่จะแสดง ads อย่างมีระดับก็แปลว่าคุณก็ต้องมีข้อมูลใดเพื่อบ่งบอกว่า web  คุณ pop แค่ไหนอันนี้ผมไม่เคยศึกษาน่ะครับ ว่ามันมีวิธีไหนบ้าง แต่ว่าผมรู้หรอกว่า ถ้าอยากจะทำจริงๆก็ทำได้น่ะครับ อ้อ .. ใช้เป็น Google analytics ก็น่าจะโอเคน่ะครับ . .แต่ก็อีกไม่ได้ทำน่ะครับ
  • เรียกคนเข้าเว็ปเยอะๆ : เหมือนกับเป็นการเรียกลูกค้าน่ะครับ เพราะมันจะเป็นการเพิ่มกำลังใจ ความสามารถ ความขยันของคุณเพื่อการเขียน blog ได้อีกส่วนหนึ่ง และมันก็จะสนับสนุนเหตุผลสองข้อมด้านบนด้วยน่ะครับ แต่ก็อีก ผมไม่ได้อยากให้คนมาอ่านอะไรกันเยอะๆน่ะครับ เอาแค่ว่าคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้กันก็พอแล้วเนาะ ..
  • อย่าพิมพ์เนื้อความติดกันเป็นพึดๆ : คนอื่นอ่านเค้าคงไม่ชอบนักหรอกกับการที่ว่าต้องมาอ่าน]
    ]>

    คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

    • blog ที่ดี
    • การเขียนพฤติกรรม

ช่วยน้องโฟว์มดและดึงคนเข้าเว็ปจาก Keyword "คลิปโฟร์มด" (Win-Win situation)

ช่วยน้องโฟว์มดและดึงคนเข้าเว็ปจาก Keyword "คลิปโฟร์มด"

ไม่น่าเชื่อว่า คนค้นหาเพื่อพยายามหาเว็ปคลิปหลุดมาดูจะมีมากกว่า +30000 ครั้งต่อวัน (ข้อมูลอ่านมาจาก Keng.com อีกที ซึ่งเค้าก็ดูจาก TrueHits น่ะหละ) ทั้งๆที่น้องๆเค้าก็ขอร้องเหลือเกินว่า อย่าดูกันนะ คนทีมีก็ลบกันนะ หรือว่า คนที่มีอยู่แล้วก็ถ้าไม่ได้ลบก็อย่าเอาเผยแพร่ต่อ ซึ่ง แนวคิดว่า การขอร้องผ่านสื่อครั้งนี้ผมว่า ให้ผลได้ดีกว่าครั้งไหน มากกว่า ครั้งที่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ตัวเอง ในครั้งก่อนๆของดาราคนอื่นๆที่ผ่านๆมา

ลองค้นหาด้วย Keyword ว่า คลิปโฟร์มด จะไม่ได้เจอหรอกครับ ไม่มีคนกล้าที่จะปะเอาไว้ที่หน้าเว็ปของตัวเองหรือไม่มีคนกล้าที่จะเอาไปปะไว้ที่ไหน ทำให้ผมเห็นว่าการออกกฏหมาย รวมทั้งการที่น้องๆสองคนเลือกแนวทางที่ดีที่สุดต่อสภาพจิตใจของคนปกติ ทำให้ลดการระบาดของการแพร่กระจายคลิปแบบไวรัสไปได้ ผมไม่แน่ใจนะครับ ว่า ทางการที่การ remove หรือ Block เว็ปที่มีการปะ clip ให้โหลดของน้องเค้าหรือไม่ หากว่ามีผมก็จะถือได้ว่าเป็นทีมงานที่ทำงานได้ดีมากที่เดียว หรือ ว่า ถ้าหากว่าเห็นเป็นช่องทางธุรกิจก็อาจจะทำได้ โดยการให้ทีมงาน Promote โดยใช้ keyword ที่คาดว่าหรือคิดว่า คนจะทำการค้นหา สำหรับกรณีนี้ คือ คำว่า "คลิปโฟร์มด" แล้วเร่งทำให้อันดับดันไปต้นๆไว้ก่อนเพื่อเป็นการดักคนที่ค้นหาไม่ให้เจอ คลิปโฟร์มด ที่เป็นตัวจริง การดัน คลิปโฟร์มดหลอกนี้ จำเป็นต้องทำให้แพร่แบบไวรัส โดยทำให้มันตลกฮาเข้าว่า หรือทำให้คิดว่าคนที่ได้รับแล้ว แม้รู้ว่ามันไม่ได้เป็นคลิปจริงๆก็ตาม ก็อยากจะส่งต่อให้เพื่อนๆต่อไป ทั้งนี้กล่าวซ้ำอีกครั้ง วัตถุประสงค์ก็เพื่อเบียดบังอันดับในการแสดงผล สำหรับ เว็ปที่มีการปะ clip ที่เป็นต้นฉบับอันก่อให้เกิดผลเสียได้จริงออกไปจากสารระบบครับ

นอกเหนือไปจากวิธีที่ว่าไปแล้ว หากว่าคุณๆเป็น Blogger ที่ทำตัวเป็น Blogger พิทักษ์โฟว์มดแล้วล่ะ ก็ให้เขียนเนื้อความที่เกี่ยวกับ Clip นี้ให้มี keyword เพื่อดักจับคนที่พยายามหา ให้เข้ามาที่เว็ปตัวเอง เป็นการได้กันทั้งสองทางน่ะครับ ก็คือได้ช่วยน้องเค้า แล้วก็ได้ดึงคนเข้าเว็ปอีกตะหาก (ก็เหมือนกะที่ผมกำลังเขียน content นี้ upload ขึ้นไปที่ internet น่ะหละครับ) เอาเป็นว่าผมจะรอดูว่า ถ้าผมปะ content นี้ไปแล้วจะมีคนหน้าใหม่ๆเข้ามาที่หน้าเว็ปผมมากน้อยแค่ไหนน่ะครับ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุด คนที่ผมเห็นที่ Mybloglog หน้าใหม่ๆที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมก็จะเดาเอาไว้ก่อนน่ะครับ ว่าหลงมาด้วย keyword "คลิปโฟร์มด" น่ะครับ (แหม .. ไม่ต้อง serious หรอกล้อเล่นน่ะนะ เฮอะๆ)

เกือบลืมบอกไปสำหรับ Blogger แล้วอัด tag ที่เป็นคำว่า โฟว์มด,คลิปโฟว์มด,clip four mod, clip fourmod, clip โฟร์มด ,clipโฟร์มด,คลิปโฟมด,คลิบโฟมด,คลิปโฟว์มด,clipโฟว์มด เข้าไปอีกทางหนึ่งก็น่าจะเป็นการ keyword อื่นๆสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นแฟนพันธ์แท้โฟร์มดได้อีกน่ะครับ (เพราะว่าเค้าเหล่านั้นสะกดไม่ถูกหรอกครับ เหมือนกะว่าผมเนี่ยะผมเนี่ยะสะกดไม่ถูกน่ะนะ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • คลิบหลุดโฟร์มดที่ยังไม่ลบ
  • content โหลด คลิป โฟ ร์ มด
  • คลิบโฟมด
  • ดู คลิป โฟ ร์ มด ของ จริง
  • คลิป โฟ มด
  • โหลด คลิป โฟ ร์ มด
  • ดู คลิป หลุด โฟร์ มด
  • โหลดคลิปโฟมด
  • ดูคลิปหลุดน้องโฟร์
  • หาเว็ปภาพหลุด

update wordpress ไปเป็น version 2.6 แล้วครับ


ไม่รู้ว่าทำไม wordpress ต้องมา update version กันบ่อยๆด้วย แต่สำหรับตัว 2.5 นั้นมัน work กับ Windows Live writer ไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ใช้งานเหมือนกับผมล่ะก็ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง update version ครับ การ Update นั้นผมทำครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ไม่ต้องอ่านคู่มือแล้วครับ เพราะว่าเคยทำมาแล้วหนหนึ่งปรากฏว่ามันง่ายเอามากๆซะด้วยซิครับ สิ่งที่ผมทำทำเป็นขั้นๆมั่วๆได้ดังนี้ครับ

- โหลด wordpress 2.6 แล้ว unzip ไว้ที่ desktop ที่คอมตัวเองครับ

- เข้า FTP program (Filezilla) 

- delete wp-admin กับ wp-includes ทั้งสอง folder ครับ(ผมไม่ backup เลยน่ะครับงวดนี้เพราะว่าทำแล้วไม่มีปัญหาอะไรนิ)

- ไปเอา folder wp-admin และ wp-includes อันใหม่จาก wordpress 2.6 ที่เพิ่งละโหลดมาเอาไปปะแทนทีอันเดียวที่เพิ่งจะลบไปครับ

- copy file ที่เหลือทั้งหมดยกเว้น folder wp-content เอาไปแทนไฟล์เก่าให้หมด

- เสร็จแล้ว .. อืม เร็วมากๆ (แต่ว่าจริงน่าจะเร็วกว่านี้หากว่ามีการ update auto ไปเลยได้ก็ดีนะ )

เอาเป็นว่าตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่ามันต่างยังไงระหว่าง 2.5 กับ 2.6 เนี่ยะ แต่ว่าที่ดีใจก็คือว่า ผมสามารถใช้ Windos Live Writer ได้กับ wordpress 2.6 นี้อีกครั้งครับ (ดูซิครับผมมา update blog ใหญ่เลยเฮอะๆ)

งั้นก็ Update version กับเลยแล้วกันนะครับ

Statpress แสดงข้อมูลสถิติคนเข้า blog แบบ real-time

ถ้านับตั้งแต่เปิด rackmanagerpro.com มาได้ก็หลายเดือนแล้ว บอกตรงๆว่าผมยังไม่ได้ทำการเก็บข้อมูลสถิติแต่อย่างใดครับ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าหากว่าเพิ่งเปิดเว็ป blog ใหม่ได้ไม่นานมากแล้วก็ยังไม่ทำการ promote อะไรอย่างจริงจังคนเข้าก็ยังไม่เยอะหรอก แต่วันนี้ผมเพิ่งจะเริ่มลง plug-in ของ wordpress ที่ชื่อว่า “Statpress” เพื่อเอาไว้ติดตามการเข้ามาของ visitor และเพื่อดูว่าวันๆหนึ่งมีคนเข้ามาดูหรือเปิดหน้าเว็ปจาก rackmanagerpro.com มากน้อยแค่ไหน แล้วเค้าเหล่านั้นหลงเข้ามาแล้วดูอะไรกันครับ

จาก Overview ที่แสดงอยู่นี้ มันสามารถบอกได้ว่า Visitors เข้ามากี่คน แล้ว Pageviews ที่มีคนเปิดมาทั้งหมดมีการเปิดกี่ครั้ง และที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็คือว่า มี “
แมงมุม” มาคลานดูเว็ปเราทั้งหมดกี่ตัวครับ

การแสดงผลแบบข้อมูลรายวันนี้มีข้อดีทีว่า เราสามารถดูกราฟเทียบกับระหว่างจำนวน visitors , Pageviews และคนที่สมัคร Feeds เราเทียบกันได้อย่างสะดวกมากครับ

นอกเสียไปจากนี้แล้วยังแสดงรายละเอียดของคนที่เข้ามาว่าเค้าใช้ Browser อะไร และมาจากระบบปฏิบัติการอะไรได้ด้วยครับ

การติดตั้งก็แสนจะง่ายดาย (แต่ว่าผมลองผิดลองถูกมานิดหน่อยน่ะครับ) เริ่มต้นโดยการที่ไปโหลดมาได้จาก statpress แล้วกด download ครับ สิ่งที่ได้จะเป็น file zip แล้วให้แตกไฟล์ออกมาครับ หลังจากนั้นให้กดเข้าไปที่ folder นั้นๆลึกเข้าไปถึง folder ที่ชื่อว่า wp-statpress แล้ว copy folder นั้นเข้าไปที่ folder plug-in ของเราที่วางไว้ที่ host ครับ เท่านั้นก็เป็นอันเสร็จสำหรับการติดตั้งครับ

มาถึงตอนนี้ก็เข้าไปที่ backoffice ของ wordpress ของเราเอง แล้วก็ไป activate มันซะระบบก็จะเริ่มทำงานได้ทันทีครับ ลองดูนะครับ ผ่านไปสักวันหนึ่งเราก็จะรู้แล้วว่าเมื่อวานนี้มีคนเข้ามากี่คนแล้ว เค้าเหล่านั้นเข้าไปดูอะไรที่ไหนบ้าง คุณจะเริ่มรู้เลยล่ะครับว่า เว็ปคุณน่ะมีคนประโยชน์กับคนอื่นแค่ไหนบ้าง

สำหรับเว็ปผมตอนนี้คนที่เข้ามา มีการกระจายดูเนื้อหาเก่าๆของผมอย่างเท่าๆกัน โดยไปดูว่า Last referrers แล้ว มันเข้าไปยังหน้าไหนครับ แล้วส่วนมากคนที่เข้ามาผ่านทางการค้นหาโดย Google ทั้งนั้น (ราวกับว่าไม่มีคนใช้ search engine อื่นจริงๆน่ะหละ)

สรุปเป็นว่า plug-in นี้ถือว่าทำงานได้ดีมาก แล้วก็การติดตั้งก็สะดวกสุดๆ แนะนำให้สำหรับคนทีใช้ wordpress ในการทำ Blog จริงๆครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • วิธีใช้ plugin statpress wordpress
  • วิธีใช้ wordpress statpress

แนะนำ Windows Live Writer ในการ update Blog (สะดวกกว่าเดิมเย้อะเลย)

จริงๆผมก็ไม่เคยเปิดโปรแกรมมันออกมาหรอกนะครับเจ้า Windows Live Writer  ตอนแรกมันจะมากับตอนที่เราโหลด Window Live Messenger แต่ว่าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันหรอก มันให้โหลด ก็โหลดเท่านั้นเอง ไม่ยักกะรู้ว่า msn ก็ทำอะไรออกมาให้คนอื่นเค้าใช้งานได้ฟรีๆเหมือนกันครับ ปกติแล้วหากว่าเราจะทำการ update blog post ซักอันก็ต้องเข้าไปที่หน้า manage ผ่านทาง Firefox (web browser) แล้วก็ต้องกดๆเข้ารหัส ผ่านหน้าต่างหลายหน้ากว่าจะได้เริ่มเขียนกัน อีกอย่าง ช่องที่เขียนก็เล็กๆ เหมือนกับการ compose mail ใหม่นั่นล่ะครับ ไม่สุนทรีย์มากนัก ซึ่งถ้าถามผมว่าปกติผมทำยังไง ผมก็ไม่ได้เข้าไปเขียนที่ Backoffice ของ wordpress อะไรอยู่แล้วล่ะครับ ผมก็แค่เปิด notepad แล้วก็พิมพ์ พิมพ์เสร็จก็ copy ไว้แล้วเปิด Firefox มาเข้าไปที่ write new post แล้วก็ paste เนื้อความใหม่ที่เราเขียนไว้เอาน่ะครับ ก็เร็วดีเหมือนกัน แต่ว่าพอแบบนี้ พวก Link ก็ต่างๆก็ต้องมาทำทีหลังอยู่ดี เอาเป็นว่า ช่างวิธีเก่าๆมันเถอะครับ เพราะว่าตอนไปผมก็จะใช้ Windows Live Writer แทนแล้วล่ะ ..

แล้วมันดียังไง? ที่เห็นๆตอนนี้ก็คือว่า มันแสดงผลได้เหมือนกับที่แสดงที่หน้าเว็ปเลย ตอนที่เราพิมพ์เนื้อความไปนี่นะหละ เอ.. What you see is what you get.(WYSIWYG) เป็นตัวย่อที่คนอื่นเค้าชอบใช้กันน่ะครับ ที่ดีเห็นๆอีกอย่างก็คือ มันไม่ต้องไปบีบๆทำกับหน้าต่างเล็กๆที่หน้าเว็ปครับ นอกเหนือไปจากนั้นก็คือ มันทำงานเหมือนกับ word processing ทั่วๆไป คือกด ปุ่ม short cut ตัวหนา เอียงบาง ย่อไซท์ตัวอักษร อะไรได้เหมือนกันเป้ะ .. ใช้งานสะดวกมากๆครับ

มองไปที่ด้านขวาก็จะมี "add a plug-in…" ให้กดเพื่อเอา plug in ต่างๆนานามาใช้งานได้แต่ว่า .. สำหรับตอนนี้ผมก็โหลดมาบางตัวแล้วแต่ว่ายังไม่ได้ลองใช้อะไร ก็มันก็น่าจะมีประโยชน์ครับ หากว่าผมใช้แล้วผมจะเอามาพิมพ์บอกในนี้อีกทีแล้วกันนะครับ

โดดไปโหลดมาลองใช้กันเลยดีกว่าครับผม

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • windows live update คืออะไร