จะทำการย้าย Theme WordPress สำหรับ website ที่มีเนื้อหาแล้ว ต้องทำอะไรบ้าง ?

wordpress-theme-การเปลี่ยน theme version

สำหรับคนที่ใช้ WordPress อยู่แล้ว และมีการ config อะไรต่อมิอะไรแล้วแน่นอนว่าเกิดอยากจะย้าย Theme ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะเริ่มมีปัญหาว่า จะวางแผนการย้ายอะไรบ้าง ตอนนี้ผมก็เลยทำเป็น List ออกมาเพื่อที่เราจะได้เห็นภาพกัน ว่าเราจะไม่ลืมประเด็นต่างๆเหล่านี้ตอนที่ย้ายครับ

HEADER.php ต้องเอา meta name ทั้งหลายย้ายไปด้วย

ในส่วนของ header.php เรามีการใส่ coding พวก Google Analytics หรือว่าพวก meta name ที่เรามีการปรับเพื่อ SEO ไปแล้ว ดังนั้น ให้เรา copy ส่วนหัวแถวๆ head ไปใส่เอาไว้ใน Notepad ไว้ทั้งหมดเพื่อเราจะได้ดูเทียบได้ว่าอะไรใหม่อะไรเก่า และ file header.php เก่าและใหม่แตกต่างกันอย่างไร code อะไรยังไงไม่ได้ใส่เข้าไปครับ

CODING ใดๆที่อยู่ใน Widget ก็ต้อง copy ออกมาด้วย

ย้าย coding ใน widget ทั้งหมดเรียงตามลำดับต้อง copy ไปด้วย เพราะว่า ตอนที่เราทำการย้าย theme เนื้อหาต่างๆในส่วนของ widget นั้นดันไม่ได้โดนย้ายตาม Theme ไปด้วย ถ้าหากว่า activate Theme ใหม่เราจะไม่มีเนื้อในส่วนของ Widget ใดๆแสดงอยู่เลยครับ จุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่ต้องทำการ config. ปรับแต่งหน้า website กันใหม่

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • โหลดธีมwordpress มีปัญหา
  • ย้าย wordpress รูปไม่ขึ้น
  • widget on page คือ
  • วิีธีเปลี่ยน id
  • วิธีใช้งานtheme wordpress 3 2 1
  • วิธีย้ายธีมwordpree
  • ลง theme wordpress รูปไม่แสดง
  • ย้ายwidgetsของเวิร์ดเพรสไปทางซ้าย
  • theme wordpress 3 2 1 สำหรับทำข่าว
  • ปัญหาย้าย wordpress

แปลงหน้า WordPress blog ของคุณให้ดูดีบน iPad ด้วย Plug-in OnSwipe

บทความนี้เฉพาะคนทีใช้งาน WordPress เท่านั้นและอยากจะประทับใจคนเข้าเว็ปที่เข้าผ่านเครื่อง ipad และ Touch Screen Tablet เท่านั้น อยากรู้ว่าดูดีแค่ไหน งัดเอา iPad ออกมาแล้วพิมพ์ url  rackmanagerpro.com เข้าไปเล้ยครับ ipad-preview วันนี้อยากจะแนะนำ Plug in ตัวหนึ่งที่น่าทึ่งมากสำหรับคนที่ใช้ WordPress เป็น blog เหมือนกับ website rackmanagerpro.com แห่งนี้นะครับ นั่นก็คือ Plug in ที่ชื่อว่า "Onswipe" โดยเจ้า Plug in ตัวนี้จะทำหน้าที่แปลงหน้า Blog ของคุณเมื่อคนอ่านเข้ามาที่เว็ปของคุณด้วยเครื่อง iPad หรืออุปกรณ์อื่นๆ ประเภท Touch Screen ครับ มันจะทำให้การเรียงเนื้อหาของ Web Blog ธรรมดาของคุณ แสดงผลที่หน้า iPad ออกมาได้อย่างหรูหรา (มาก! ขอบอก) หากว่าคุณอยากจะประทับใจ คนอ่านเว็ปของคุณที่ใช้เครื่องมือพวกนี้แล้วล่ะก็ พลาด Plug in ตัวนี้ไม่ได้จริงๆครับ

Settings เบื้องหลังเมื่อลง WordPress Plugin ตัวนี้ที่ชื่อ Onswipe แล้วเป็นอย่างไร ?

การติดตั้งก็จะเหมือนกับ Plug-in ตัวอื่นๆทั่วไปครับ (ผมไม่บอกแล้วกันนะครับว่าทำอย่างไรเพราะว่าหาอ่านได้ทั่วไปครับ) เมื่อติดตั้งแล้วให้ไป Apperence > Onswipe จะมี options ให้กดอีกเล็กน้อย คือจะมีให้เลือกว่า จะให้แสดง Special Theme สำหรับ iPad users หรือไม่ ถ้าหากว่า ติ๊กก็แปลว่าเอาน่ะครับ (ถ้าหากว่าลงแล้วไม่ติ๊กนี่ก็แปลกมากแล้วล่ะครับเพราะว่าเราอยากจะให้คนที่ใช้ iPad เข้าเว็ปเราตื่นตาตื่นใจกับหน้าเว็ปไม่ใช่หรอกหรือ ? ) นอกนั้นก็เรา upload Cover Logo ที่เป็น png ขนาด 200×200 เข้าไปครับ มันจะไปแสดงเป็น logo ตอนที่คนเข้าหน้าแรกผ่าน iPad ครับ โดยพื้นหลังจะต้องเป็นแบบโปร่งใสเท่านั้นเพื่อความสวยงาม แต่ว่าถ้าหากว่าคุณ logo เป็นแบบสีเหลี่ยมpreview-ipad-blog-2จตุรัสอยู่แล้วก็ไมต้องโปร่งแสงก็ได้ แต่ต้องเป็น png เท่านั้นเหมือนเดิมครับผม ส่วนจะมีอีกส่วนหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจแล้ว Google หาดูแล้วก็ยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือ Launch Screen Image ที่จะต้องกำหนดให้ใช้เป็น image ขนาด 768 x 1004 px เท่านั้น ซึ่งผมลอง upload file ภาพแล้วทั้งที่เป็น png และ jpg ก็ไม่เห็นว่ามันจะไปปรากฏว่าอะไรที่ไหนน่ะครับ ถ้าหากว่า คุณๆลองดูแล้ว แล้วรุ้ว่ามันไปโผล่ที่ไหน ก็ comment ทิ้งเอาไว้หน่อยนะครับผมจะได้ลองเข้าไปดูว่ามันทำออกมาแล้ว หน้าตามันเป็นอย่างไรกันน่ะครับ

นอกจากนี้ ถ้าคุณเป็นเว็ปไทยๆเหมือนผม ก็จะมีตัวอักษรไทยเป็น header หรือหัวเรื่อง (subject) ของทุก entries คุณจำเป็นต้องเลือก Font ที่เป็น Font Thai ครับ ใน settings ของ Onswipe เองก็จะมี Font ให้เลือกเหมือนกันนะครับ โดยผมทำการเลือก Font Thonburi-Bold (เพราะว่าผมอ่านดูแล้วน่าจะเป็นไทยแท้แต่โบราณแน่นอน เป็น Font ของภาษาอื่นไปไม่ได้เป็นแน่แท้ครับ) เพียงเท่านี้ก็ จะทำให้การแสดงผลของ web blog WordPress ของคุณแสดง หัวเรื่อง เนื้อเรื่องและ ภาพใน Blog ของคุณบน iPad ได้อยู่หรูหราสวยงาม หรูเริด อลังการดาวล้านดวงแล้วล่ะครับ

เอาเป็นว่าลองใช้กันดูเลยแล้วกันนะครับ สำหรับ Plug-in สุดเจ๋งที่ผมแนะนำสำหรับคนที่แอบมี iPad เพื่อที่ตัวเองจะได้ชื่นชม web Blog ของตัวเองครับผม โดดไปที่โหลด Plug-in Onswipe กันได้เลยครับ !

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • wordpress ipad
  • ฟอร์น บัตรสนเท่ห์
  • wordpress ใน ipad plugin
  • wordpress plugin support ipad
  • wordpress ipad plugin
  • font thonburi หน้าตาเป็นอย่างไร
  • plugin วัดคนเข้า blog
  • plugin wordpress สำหรับ ipad
  • plugin wordpress on ipad
  • plugin font wordpress แนะนำ

ตัดภาพให้กว้างเท่าพื้นที่เนื้อหา Blog ทำให้ Blog ดูสวยขึ้นเป็นกอง

ภาพตัวอย่าง blog ที่เอาภาพแสดงให้เท่ากับพื้นที่พิมพ์ตัวอักษร

เมื่อไม่นานมานี้ผมก็เพิ่งสังเกตว่า ถ้าหากว่าเราจะ Blog เรียงหน้าให้ได้สวยๆ โดยมีภาพเข้ามาเป็นองค์ประกอบของเนื้อหาด้วยนั้น การจัดวางตำแหน่งภาพ หรือ การเลือกภาพ เพื่อเอามาใช้ show ใน Blog นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยทีเดียว ถ้าคุณต้องการให้ Blog ของคุณออกมาดูดีโดยองค์รวมครับ ประเด็นสำคัญที่ผมเจอแน่ๆก็คือ การเลือกภาพแล้ว crop มาจะต้องทำให้ได้มีขนาดกว้างหรือสูงอย่างดูดีที่สุด โดยการยืดระยะขอบ และเว้นชอบไฟ ให้เท่าๆกัน ฟังแล้วก็อาจจะงงๆนิดหน่อย คืออย่างนี้น่ะครับ ภาพสำหรับ เนื้อ content จะสังเกตว่า ผมจะทำให้มันมีขนาดกว้าง เท่ากับ พื้นที่ ที่เราแสดงตัวหนังสือครับ มันจะทำให้ดูแล้วออกเป็น Grid ที่จัดวางเอาไว้อย่างลงตัว ทำให้ภาพรวมของพื้นที่ Blog เรานั้นดูดี มี Design ขึ้นมาทันที ทั้งๆที่เท่าไม่ได้ทำอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิมมากนัก ซึ่งก็แปลกดีน่ะครับก็เลยอยากจะบอกน่ะครับ สำหรับคนที่ Blog Tip ในการกำหนดขนาดความกว้างของ ภาพ จะทำให้ Blog ดูดีขึ้นได้มากทีเดียวครับ

แต่สำหรับวิธีการที่ผมได้กล่าวไปแล้วนั้น จะเหมาะสำหรับ Theme ที่ไม่กว้างมากเกินไปนักครับ เพราะว่าถ้าหากว่าเป็น Theme ที่มีพื้นที่เนื้อหาเพื่อการพิมพ์ กว้างมากๆ จะทำให้เราหาภาพที่กว้างขนาดนั้นเพื่อเอามาแสดงได้ยาก (แต่ถ้าหากว่าทำเองจะเอาเท่าไหร่ก็ทำได้อยู่แล้วจริงมั้ยล่ะครับ) เพราะฉะนั้น มันจะต้องขึ้นกับตอนแรกสุดเลยก็ื คือ การเลือก Free Theme หรือ Premium Theme ก็สุดแล้วแต่ว่า เราเป็นพวกพิมพ์มากพิมพ์น้อยแค่ไหน (ถ้าหากว่าพิมพ์มากก็เลือกกว้างหน่อยได้ แต่ว่าถ้าหากว่าพิมพ์น้อยเลือก Theme ที่มีความกว้างของช่องตัวหนังสือต่อบรรทัดให้แคบลงได้) แล้วหลังจากนั้นก็จะยึด theme นั้นๆในการทำมาหา blog ต่อไปครับ เวลาที่เรา Blog ๆ ก็จัดการหาภาพตัดกว้างให้เหลือให้เท่ากับความกว้างพื้นที่ตัวหนังสือเท่านั้นก็เป็นเสร็จพิธีการเพื่อทำให้ blog มันดูดีแล้วน่ะครับ ง่ายนิดเดียวเอง แต่เป็นการ upgrade อารมณ์ art ของ Blog ขึ้นมาได้มากอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียวครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • วิธี ทำให้เนื้อหามันกว้างขึ้น blogger

จะตั้งชื่อภาพหรือ Permalinks ใช้ขีดกลาง แทนขีดล่างซะนะ

hyphen การใช้ (-) ขีดกลาง เพื่อการเชื่อมต่อประโยคหรือเนื้อความใดๆที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะทำให้ Google แยกแยะคำเหล่านั้นออกมาได้ ดังนั้น ถ้าหากว่าคุณอาจจะ Post อะไรก็ตามที่หน้า WordPress แล้วล่ะก็ การตั้ง Slug ด้วยคำหลายคำแล้วขั้นด้วย ขีดกลาง จะเป็นวิธีการหนึ่งที่คนนิยมทำกันมาก และมันเป็นค่า Default ของ WordPress ด้วยซ้ำ ถ้าหากว่าคุณเลือก Postname มาเป็น รูปแบบ Default permalinks

นอกจากนี้ผมยังแนะนำว่า เราสามารถใช้ ขีดกลาง เพื่อใช้กับ alt tags และใช้กับ ชื่อภาพได้อีกด้วย เพราะว่า Google ก็มองเรื่องพวกนี้ด้วยวิธีการเดียวกันทั้งสิ้นครับ อันนี้เหมือนว่าผมจะอ่านมาจากที่ไหนสักแห่งไม่นานมานี้ แต่ว่าผมก็จำไม่ได้อ่านเจอมาจากที่ไหนเหมือนกันน่ะครับ ถ้าหากว่าอ้างอิงได้ เพราะว่านึกออกขึ้นมาเมื่อไหร่ผมจะ linkback ไปที่หน้านั้นแล้วกันนะครับ (แต่ว่าตอนนี้นึกไม่ออกจริงๆครับ)

นั่นก็แปลได้อีกความหมายหนึ่งว่า ถ้าหากว่าคุณตั้งชื่อภาพแล้ว ปกติ WordPress จะเอาชื่อภาพเป็น alt tags ซะงั้น ก็แนะนำว่าแทนที่จะใช้ under scroll หรือ ขีดล่าง ก็เลือกใช้เป็นขีดกลางแทนให้หมดก็แล้วกันนะครับ

ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ไม่เสียหายที่จะรู้ไว้จริงเหรอป่าวล่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ขีดกลาง
  • ขีดกลาง ภาษาอังกฤษ
  • ขีดล่างภาษาอัง
  • ภาษาอังกฤษ ขีดกลาง

อัพเดท Blog แบบไม่กลัวคนเอาเนื้อหา copy ไปเฉยๆหรอกหรือ ? (ถามมาตอบไป)

Laptop-BLog-content-Theif เคยมีคนถามผมว่าถ้าหากว่าเขียน Blog แล้วจะต้องกลัวโดน copy เหรอป่าว ผมก็บอกเค้าไปเลยน่ะครับ ไม่กลัวหรอกถ้าหากว่า คนอื่นจะ copy แล้วเอาเนื้อความเราไปตรงๆ มันก็ทำไม่ได้แบบ 100% น่ะครับ ถ้าหากว่าทำก็จะทำให้เว็ปที่เอาเนื้อความไปแสดงแบบไม่ได้ Link กลับมาว่าเอามาจากไหนเนี่ยะ อาจจะโดน Google Deindex ก็ได้น่ะครับ เรียกว่า ตรงข้ามกับการ index ครับ เหมือนเป็นการลด Level ขอว Website นั้นครับ

แค่คำถามก็ถามต่อมาอีกว่า แล้วถ้าหากว่าเว็ปที่เค้าเอาไปมีพลัง PR มากกว่าล่ะ ? ผมก็บอกเค้าไปอีกว่า อืม .. มันไม่ได้เกี่ยวหรอก ผมอยากจะบอกว่าพวกฝรั่งมังค่าเนี่ยะ เค้า serious กับเรื่องการเอา content คนอื่นมาใช้งานตรงๆ น่ะครับไม่มีการอ้างใดๆ แบบนั้นถือว่าจะเป็นความผิดร้ายแรงมาก ถึงมากที่สุดในวงการการศึกษาน่ะครับ เรียกได้ว่าเรื่อวแบบนี้เค้าโดนปลูกฝังกันอย่างจริงจังครับ เพราะงั้นแล้วพวกทีมงาน Google เค้าก็จะ serious กับเรื่องพวกนี้เหมือนกัน วิธีคิดผมว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นที่ซับซ้อนครับ คือว่า ถ้าหากว่ามีการ เปลี่ยนแปลงหน้าเว็ปปั้บ Google ก็มารับรู้ปุ้บแล้วก็ทำการ index แล้วก็ดูว่าใครมากันก่อนน่ะครับ แล้วถ้าหากว่าผมคิดต่อว่า ทีนี้ถ้าหากว่า Google เจอ เนื้อหาที่เราเขียนที่อื่นก่อนล่ะ แปลว่าเราก็ต้องเป็น copy อย่างงั้นเหรอครับ ทั้งๆที่เราเป็นคนพิมพ์ออกจากแป้นกับมือแท้ๆ เอาน่าเอาเป็นว่า เรื่องนี้ผมทดสอบลอง Google เนื้อความข่าวที่ทางเว็ป portal เอามาแปะ ผมก็จัดการ Google ประโยคในเนื้อความข่าวดูว่าจะเจอใครก่อนใน Google page result ปรากฏว่า เราจะเจอเนื้อความที่เป็นเว็ป original ก่อนน่ะครับ ผมทำอย่างงั้นอยู่เยอะครั้งเพื่อจะได้ตอบข้อสงสัยของตัวเองน่ะครับ ว่ายังไงซะคนที่พิมพ์เนื้อความแท้จริงหรือ post เนื้อความเป็นที่แรกยังไงซะก็ให้ผลการค้นหาที่ดีกว่าคนที่เอาแค่เนื้อความไปปะไว้ในเว็ปตัวเองเฉยๆน่ะครับ

อย่างที่เรารู้กันน่ะครับว่าผมเองก็ไม่รูหรอกว่าแท้ที่จริงแล้ว Google เค้าคิดอะไรยังไง หรือว่ามันจะเป็นไปแบบที่ผมบอกทุกครั้งหรือไม่ แต่อย่างไรก็ดี ผมก็อยากจะให้ไม่ลดละกับการ create content ออกมาน่ะครับ แล้วก็ในเนื้อความคุณก็แสดงความเป็นตัวคุณให้มากเข่น อาจจะมีเรื่องที่ off topic เล็กๆน้อยๆ เพื่อคนอ่าน (อย่างน้อยถ้าหากว่าไม่ได้เป็น Google Bot อ่าน) คนอ่านแล้วแยกแยะออกมา เนื้อความนี้ไม่ได้มาจากเว็ปนี้ตั้วแต่ค้นได้น่ะครับ เช่น อาจจะพิมพ์เนื้อความว่า "จากตัวอย่างของเว็ปผมเองที่ rackmangaerpro.com" เป็นต้น แค่นี้ถ้าหากว่า copy ไปทั้งกระบิ คนอื่นที่อ่านแล้วเจอเนื้อความประโยคนี้เค้าก็แยกออกมาน่ะครับ ว่ามาจากเว็ปนี้น่ะครับ

เอาล่ะครับ สุดท้ายผมก็บอกคนถามที่น่าฉงนนี้กับผม ผมก็แค่อยากจะบอกว่า อืม .. up blog ซะแล้วจะดีเอวไม่ต้องคิดมาก ถ้าหากว่าอยากจะออกแรงคิดไปหาความรู้เรื่อ’ SEO เข้าตัวจะดีกว่ามั้ย . เท่านั้นน่ะหละครับ

สรุปข้อมูล Browser ที่ใช้และ Screen Resolution ของคนที่เข้ามาที่เว็ป rackmanagerpro.com

Browser-rackmanagerpro

ตอนนี้ผมกำลังจะทำเว็ปใหม่ให้กับที่ office ทำให้ต้องรู้เสียหน่อยว่าคนปกติแล้วเข้ามาที่เว็ปเราจะใช้ Browser ตัวใดๆ และ ใช้หน้าจอ resolution ขนาดไหน ทั้งนี้เพื่อให้การแสดงผลตอนแรกสุดที่ visitor คนนั้นหลงเข้ามาที่หน้าเว็ปเราเห็นอะไรที่เราต้องการมากที่สุด (แต่ว่าเว็ปนี้ผมไม่ได้คิดมากแบบนั้นหรอกครับ)

จากข้อมูลด้านบนเป็นข้อมูลที่เก็บมาจาก Google Analytics ที่ฝังไว้ที่ rackmanagerpro.com แห่งนี้ครับ สังเกตได้ว่า คน(ไทย)ส่วนใหญ่จะใช้ Internet Explorer ผมก็เลยกดดูต่ออีกหน่อยว่า IE ที่คนอื่นเค้าใช้เข้ามาชมหน้าเว็ปผมเนี่ยะมันเป็น version อะไรดูได้จากภาพด้านล่างนี้เลยครับ

Browser-IE 
Internet Explorer version 6.0 จะถือได้ว่าเป็น version เก่าและการแสดงผลในหลายๆเว็ปจะออกอาการไม่ปกติกันแล้ว แต่บ้านเราก็ยังใช้กับอยู่เยอะมากถึง 27% จากคนเข้าเว็ป rackmaangerpro.com ครับ อาจจะเป็นเพราะว่าคนไทยเราใช้ Windows ของ copy กันหมด ก็ไม่มีคนอยากจะ update version Browser สักเท่าไหร่เพราะอาจจะโดน validate Windows ได้ว่าเป็นของแท้หรือว่าของเทียมน่ะครับ (อันนี้เดาเอาสาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบแน่ชัดหรอกครับ) นอกนั้นเกือบทั้งหมดจะเป็น internet explorer version 7+ ครับ

screen-resolution 

อีกสิ่งที่ต้องดูก็คือ Screen Resolution ครับ เพราะว่าจะเป็นตัวบอกว่า ถ้าหากว่าคนที่หลงเข้ามาหน้าแรกทันทีไม่กี่วินาที (ถ้าหากว่าโหลดเร็ว) เค้าจะเห็นหน้าจอเรามากน้อยแค่ไหน สิ่งที่เห็นจะเป็นอะไรครับ สรุปว่า บ้านเมืองเราหน้าจอนี่ก็ไม่ได้แย่ออะไรน่ะครับ ส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะมีหน้าเจอ 1024 x 768 หรือสูงกว่าแทบทั้งนั้น ดีเลย แสดงว่าจะเห็นหน้าจอเราได้ค่อนข้างกว้างครับ ส่วนความสูงของเนื้อหาที่หน้าแรก ก็แล้วแต่ว่า internet browswer ที่เค้าใช้งานกันเนียะมันมีขยะ tab ความหนาของอุปกรณ์ปุ่มและอื่นๆ ที่ด้านบนของ Browswer กี่มากน้อยกัน ถ้าหากว่ามีน้อยโหลดมาหน้าแรกเว็ปเราก็จะเห็นอะไรที่ต่ำลงไปได้มากกว่าครับ อันนี้บอกกันยากอยู่เหมือนกันครับ แต่ที่ใช้ได้แน่นอนก็คือ ความกว้างนั่นน่ะหละ ..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • สรุป บราวเซอร์
  • resolution กว้างสุดเท่าไร
  • screen resolution มากสุด เท่าไหร่

เรียนรู้การ Blogging เพื่อการค้า ร้านค้า หรือ โปรโมตร้านค้าทั้ง offline และ online

ร้านค้าทำไมต้อง ฺBlog  Blog เพื่อร้านค้า นี่ผมหมายถึงอะไร ผมจะเล่าให้ฟังก่อนแล้วกันนะครับ ก็คือ ตอนนี้ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า การ Blogging ด้วย WordPress เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้หน้าร้านค้าได้ถูกแสดงที่หน้า Google จากคำค้นหาใดๆ ได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เรียกได้ว่า อาจจะต้องมีความรู้มากนัก ก็สามารถที่จะใช้ WordPress เพื่อบอกได้ว่า ร้านค้าของเรามีตัวตน แวะเข้ามาที่ร้านหน่อยซิ หรือว่าอย่างน้อยที่สุด เค้าก็จะมาเจอเว็ปไซท์ของเรา ที่เราพิมพ์เนื้อความต่างๆเอาไว้ ทั้งที่มีประโยชน์และไร้สาระสำหรับเค้าเหล่านั้นครับ

เหตุผลที่ร้านค้าจะต้อง Blog

เหตุผลว่าการ Blogging จะทำให้ขึ้นอันดับด้วย Keyword ใดๆนั้นจะเป็นเรื่องที่สามารถค้นหา Google เอาเองได้ว่า จะทำได้อย่างไร เพราะ มีสื่อหรือ course สอนเอาไว้มากมาย (ก่ายกอง) แล้วถ้าหากว่ามีความเข้าใจ และศึกษามัน ผมว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรยากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ได้น่ะครับ เพราะ ฉะนั้นแล้ว หลักการพื้นฐานของการ Blog เพื่อร้านค้าเพื่อคาดหวังผลของคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ก็น่าจะไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นเกินไป หากว่าร้านค้าของคุณเป็นร้านที่เฉพาะเจาะจง หรือ ที่เรี่ยกว่าเป็น Niche ครับ

แล้วเหตุผลที่เหนือไปกว่านั้นอีกก็คือ เว็ปไซท์ที่คุณเข้ามานี้เป็นเว็ปที่คนหลงทางเข้ามาผ่าน Google search Engine เกือบทั้งหมด แล้วคำค้นหาที่ไหลเข้ามาที่เว็ปนี้ก็เป็นแบบจิปาถะเอามากๆ แต่มี scope ของเนื้อความที่แน่นอนครับ นั่นก็คือ เรื่องราวประมาณที่ผมพิมพ์และเล่าให้ฟังทั้งหมดที่อยู่หน้าเว็ปแห่งนี้ยังไงล่ะครับ ผมก็จะพูดเรื่อง การใช้งาน Skype เพื่อโทรไปหาเพื่อนๆ หรือโทรไปหาสาวๆผ่าน VOIP ของ Skype ได้แบบเหมาจ่าย หรือว่าอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น ใช้ Windows Mobile เพื่อต่อ Skype ผ่าน Wifi ก็สามารถทำได้ เป็นต้น เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่แล้ว เพราะมีน้องผมอยู่ต่างประเทศ ก็ต้องโทรไปหาบ้างบางครั้ง หรือว่าที่ Office ก็จะต้องมีพนักงานแผนกต่างประเทศ ติดต่อลูกค้าทั่วโลกอยู่เป็นประจำ

คนไหนผ่าน Keyword แบบหางว่าวเข้าเว็ป Blog

นอกจากนี้เนื้อหาที่เล่าบนหน้า rackmanagerpro.com แห่งนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องจิปาถะมากมายอะไร ก็ทำให้คนที่หลงเข้ามาจะเป็นแนวเดียวๆกัน คือ คนที่ใช้ internet เป็นประจำ เพื่อาการติดต่อ  หรือ เป็นคนที่หลงเข้ามาเพราะว่าเจอปัญหาแบบเดียวกับที่ผมเคยเจอ และผมก็พิมพ์บอกวิธีการแก้เอาไว้แล้วเก็บเอาไว้ เพราะว่า แม้ตัวผมเองก็ Google เว็ปตัวเองเพื่อดูว่าผมเคยพิมพ์เพื่อบอกตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆเอาไว้ว่าอย่างไร (ล่าสุดที่ผมก็ Google ว่า Google Chrome extension Twitter ที่ผม Google แบบนีก็เพราะว่าผมจำไม่ได้ว่าอีกเครื่องผมลง Chrome Extension อะไรเอาไว้น่ะครับ ตอนนี้มันยังไม่มีระบบ Extension Sync ก็ต้อง install by hand กันไปก่อนน่ะครับ  ..)

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเรื่องเชิงเดียวกันครับ ทำให้คนไหลผ่านการค้นหาบน Google มาเป็นแบบ หางว่าว … แต่ทั้งหมดเป็น scope แบบเดียวกันครับ  .. แปลว่า "ถ้าหากว่าคุณเป็นคนในวงการอะไรก็แล้วแต่ แล้วพิมพ์หรือ Blog เกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง หรือ เรื่องต่างๆในวงการตัวเอง หรือ เรื่องที่ตนเองสนใจแล้ว คนที่สนใจเรื่องราวคล้ายคลึงกัน ก็จะใช้คำศัพท์ แล้วค้นหาเจอเว็ปของคุณยังไงล่ะครับ"

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ว่า Blog เพื่อ Keyword มันเป็นยังไงกัน

ลองคิดดูดีกว่าครับ ถ้าหากว่าคุณขาย Delivery "ข้าวเหนียวผสมหมูสับ" และ จัดส่ง
ข้าวเหนียว ทั่วประเทศ ไม่จำกัดจำนวน (อ่ะ Business นี้ผม make ขึ้นมาน่ะครับ ) แน่นอนว่ามันเป็น Niche และเป็นเอามากๆด้วยเพราะว่า ไม่มีคนกิน ข้าวเหนียวใส่หมูสับ พร้อมกันเอาเข้าปากหรอกนะครับ ยกเมฆมาให้เห็นครับ ทีนี้ วันๆคุณว่างๆก็ทำการเขียนเรื่องราว "ข้าวเหนียวใส่หมูสับ" ที่คุณขายไปเรื่อยๆ ถ้าร้านคุณเริ่มมีคนสนใจบอกต่อ เค้าก็อาจจะค้นคำว่า "ข้าวเหนียวหมูสับ" ก็เป็นไปได้นะครับ เมื่อค้นหาแล้วก็จะมาเจอเว็ปคุณยังไงล่ะครับ ( แน่นอน ตอนนี้ถ้าหากว่า คุณ Google ว่า ข้าวเหนียวหมูสับ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเจอเว็ปผมแทนน่ะครับ) แต่ว่า ผมไม่ได้บอกให้คุณพูดแต่ ข้าวเหนียวหมูสับของคุณแต่เพียงอย่างเดียว คุณต้องเล่าเรื่องต่างๆ นานา ที่จะเกี่ยวข้องกับ การทำ Business ของคุณครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งสินค้า ส่งไปแล้วลูกค้าชอบมากมาย หรือ เรื่องใดๆที่อยู่ในวงการขายของแบบคุณครับ ผมบอกไม่ได้หรอก ว่ามันจะต้องมีเนื้อหาประมาณไหน เพราะคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า คุณรู้อะไร ? (ผมจะรู้มั้ย ) มันจะเป็นการเพิ่ม List ของคำที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง โดยที่คุณแทบไม่รู้ตัวเองเลยครับ และถ้าหากว่าคุณทำมันอย่างเป็นล่ำเป้นสัน ต่อเนื่อง คงที่คงเส้นคงวา ผมว่าสักวันคุณก็จะมีคนไหลผ่าน Google ด้วย Keyword ที่เกี่ยวข้อง(บ้าง)เข้ามาซึ่งอาจจะเป็น Potential Buyer ของคุณก็เป็นได้น่ะครับ

ตัวอย่างคนที่บอกว่า การรายได้ของเค้ามาจากการ Blogging เช่น คุณพัชร จาก iHear ครับจาก content ล่าสุด เค้าพิมพ์บอกเอาไว้ว่า วงดนตรีสำหรับงานแต่งงาน iHear ได้รายได้มาจากการ Blogging เป็นสัดส่วนประมาณ 70% เฉพาะ Blog ของตัวเค้าเองครับ และ ถ้าหากว่ารวมจาก Blog ของเพื่อนๆในวงเค้าอีกอีก 15% ก็แปลว่า รายได้จากการขายวงดนตรีแต่งงานได้นั้นมากถึง 85% กันเลยทีเดียว !

การประเมินว่าลูกค้าเข้ามาหาเราได้จากทางไหน

สำหรับเรื่องวงดนตรีเพื่องานแต่งงาน iHear เดาเอาว่าไม่ได้มีระบบ shopping cart อะไรเพื่อบอกตัวเลขว่าแหล่งรายได้มาจากไหนแต่ก็สามารถประเมินเป็นตัวเลข Customer ที๋โดน Lead เข้ามาเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถกระทำได้จาก "การถาม" ว่าคุณรู้จักเราได้อย่างไรครับ ผมว่าต้องถามน่ะครับถ้าหากว่าไม่ถาม เราจะไม่รู้หรอกครับ ว่าเราควรจะเน้นทางไหนและ จะบอกได้อย่างไรว่า หนทางการ promote แบบไหนเป็นหนทางที่ดีที่สุด หรือว่าถ้าหากว่าอยากจะเน้นจะต้องเน้นไปในทิศทางไหนกันแน่ครับ

สรุปเรื่องที่โม้มาให้สั้นลงหน่อย

คุณสามารถที่จะ Blog เพื่อให้คนไหลผ่านหน้าเว็ปของคุณแล้วมาเจอสินค้าหรือบริการใดๆของคุณก็ได้ การ promote จะมีคู่มือและตำรามากมายเพื่อทีจะทำให้ Blog คุณติดอันดับด้วย Keyword ใดๆก็สามารถทำได้ หรือว่าจ้างเอาก็ยังไง เพราะว่า คนที่ทำ SEO สำหรับ WordPress จะทำได้ง่ายกว่า website ประเภทอื่นๆ (โครงสร้างเค้าออกแบบเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วน่ะคัรบ แต่ก็ต้องรู้สักหน่อยว่าอะไรเป็นอะไรเท่านั้นเอง )

ถ้าหากว่าคุณมีร้านค้า Online ผมไม่อยากจะให้คุณ promote แต่ link ที่เข้าไปที่ร้านค้าเพื่อทำ Hard Sell แต่เพียงอย่างเดียวครับ ( hard sell ก็คือ หน้าเว็ปที่บอกว่า สินค้าอะไร ภาพเป็นยังไง แล้วก็คุณสมบัติมันคืออะไร ) อยากจะให้ Promote ผ่านทาง Blogging มากกว่า เพราะ การที่คุณเล่าเรื่องราวของสินค้าของคุณได้ มันจะเป็น story หรือเนื้อความที่เกี่ยวข้องให้กับสินค้านั้นๆ แต่คุณเป็นคนควบคุมว่าอยากจะให้ภาพลักษณ์ของสินค้าออกมาเป็นอย่างไร ได้ด้วยตัวเอง แนะนำว่าถ้าหากว่าคุณจะ Blog การนี้อาจจะเลือก Domain คนล

เอาเสียง mp3 แสดงที่หน้า Blog ด้วย Plugin audio-player

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

 

การใส่ audio file ไว้ที่หน้า wordpress จะทำได้โดยการโหลด plug in ชื่อ audio-player เมื่อลงแล้วก็ activate (เรื่องเก่าๆเดิมๆไม่ต้องพูดถึง) แล้วทีนี้การใข้งานก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรครับ ก็แค่เอา code นี้ไปลงครับ

 
หน้าตาก็จะได้เหมือนกับที่ด้านล่างนี้ยังไงลองเอาไปเล่นดูน่ะครับถ้าหากว่า อยากจะ share เนื้อหาอะไรที่เป็นเสียง (หรือว่าขีเกียจพิมพ์) แต่ข้อเสียของการ share นี้หาแบบนี้จะทำให้ Google index ไม่ได้เลยน่ะครับ ก็มีข้อดีข้อเสียครับ ยังไงซะถ้าหากว่าอยาก post ก็แนะนำว่าต้องพิมพ์เนื้อความที่เกี่ยวข้องเอาไว้เสียหน่อย เพื่อให้ Google เค้ารู้ว่าเราจะพูดเกี่ยวกับอะไรหรือเนื้อด้านใน mp3 เนี่ยะมันเกี่ยวกับอะไรน่ะครับ

โดดไปโหลด Plug-in ได้จากที่นี่เลยน่ะครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • mp3 ลง blogger
  • เอาเสียงลง blogger
  • เอาmp3ลงblogspot
  • เอาmp3ลงblog
  • เอา mp3 ลง blog
  • การใส่ audio player wordpress
  • plugin ชื่อ audio blogspot
  • plugin ชื่อ audio
  • music player wordpress
  • ใส่ mp3 ลง blogger

ทำไมมีเว็ปแล้วยังจะต้องมี Blog อีกล่ะ?

อีกเหตุผลที่คนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้อง Blog Blog แล้วได้อะไรถ้าได้อะไร คำตอบอีกคำตอบหนึ่งที่คนทั่วไปไม่รู้ก็คือ Blog แล้วคุณจะเป็นควบคุม Keyword ใดๆก็ได้ที่ไม่มีการแข่งขันกันสูงมากน่ะครับ ยกตัวอย่างเช่น Garmin Mobile XT (เป็นชื่อ software แผนที่มี ppc หรือพวก smartphone น่ะครับ ผมใช้อยู่เพราะว่าผมมี HTC TOUCH DIAMOND ครับผม) คำว่าควบคุมแปลว่า search มาแล้วเจอ content หรือเนื้อความของคุณๆที่หน้าเว็ปน่ะครับ อย่างผม upload content เกี่ยวกับ Google Maps ที่ใช้งานร่วมกับแผนที่ Garmin Mobile XT เมื่อวานนี้เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ พอผมนอนไป Google Bot ก็มา index หน้า rackmanagerpro.com แล้วก็เอาคำที่อยู่ใน content ที่เป็น header หรือว่าที่เป็นเนื้อหาในตัวบทความเอามาแสดงเมื่อมีการ search ว่า "Google maps garmin mobile xt" หรืออะไรทึกนี้แต่ว่าถ้าหากว่าเป็น "Google maps" เฉยๆคิดว่าไม่น่าจะเจอเนื้อความผมเท่าไหร่น่ะครับ เรียกว่าถ้าหากว่าคุณต้องการที่จะแสดงเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงคุณอาจจะคิด keyword เหล่านั้นเข้ามาก่อนแล้วก็พิมพ์เข้าไปที่เนื้อความคุณเยอะสักหน่อยเท่านั้นก็พอที่จะทำให้ Google Bot ทำการ index แล้วมาเจอหน้าเว็ปคุณๆได้ไม่ยากแล้วน่ะครับ

การ search ด้วย keyword นั้นจากข้อมูล (ทีไหนสักแหล่งผมจำไม่ได้น่ะครับ เพราะอ่าน content จากเยอะ Blog มาก มากจริงๆ) มีแนวโน้มว่าจะยาวขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะเป็นหนึ่งคำ ก็เป็นสามหรือสามหรือสี่คำทำให้การค้นหานั้นเฉพาะเจาะจงไปเรื่อยครับ สังเกตครับว่าถ้าคนสงสัยว่าจะใช้ Googe maps กับ Garmin Mobile XT เค้าคงไม่ search Googlemaps เฉยๆแน่ๆหรือว่า Garmin Mobile Xt เฉยๆแน่ๆน่ะครับ มันไม่ make sense นี่ครับว่าเหรอป่าวล่ะ แล้วก็แน่นอนว่าแบบนี้มันไม่ได้ไปเจอเว็ป Google Maps หรือ เว็ปของ Garmin แต่อย่างใด มันมาเจอเว็ป rackmanagerpro.com ต่างหากล่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอครับเพราะทั้งสองเว็ปนั้นไม่ได้พิมพ์เนื้อความพูดข้ามหากันเหมือนกับผมที่มี keyword ทั้งสองคำที่หน้าเดิยวกันติดกันเลยยังไงล่ะครับ ทิ้งเอาไว้ให้เป็นข้อสังเกตครับ

แล้วก็สงสัยต่อไปอีกว่าแล้วมันยังไม่ได้บอกเลยนี่หน่าว่าทำไมต้อง Blog ?

สำหรับผมแล้วการ Blogging เป็นการ reflect ความคิดเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ โดยผมแยก site ออกมาเป็นแบบส่วนตัวนิดนึงเนื้อหาสะเปะสะปะเอาหน่อยกับเว็ปนี้ที่เป็นเนื้อหาประมาณ Blogging , IT , Gadget แล้วก็ Freeware (คนเทือกนี้จะใช้สินค้าหรือว่าบริการไม่หนีกันหรอกครับแล้วก็จะใช้แต่อะไรที่เป็น gadget ตามสมัย) ลองคิดดูน่ะครับถ้าหากว่าคุณเป็นร้านขายของพวกนี้แล้วเปิดร้าน online เอาไว้สักหน่อย เช่นคุณเป็นคนที่เปิดร้านขาย Navigator อย่างเดียวหรือว่าขาย pda phone หรือ smart phone แล้วคุณ Blog ที่สามารถควบคุม keyword ใน Google ได้เหมือนกับที่ผมเล่าให้ฟัง แปลว่า โอกาสที่คุณจะทำเงินหรือโปรโมตเว็ปหรือสินค้าใดๆก็ทำได้ไม่ยากเย็นนัก อย่างงี้ผมถึงเรียกว่า "ควบคุม" ครับ

อย่างไรก็ตามการที่ได้มาซึ่ง Blog ที่มีอิทธิพลเพื่อควบคุม keyword อย่างที่ผมบอกได้นั้นต้องอาศัยความพยายามหน่อยโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆก่อน เพราะผลไม่ได้มาเร็วอย่างที่คุณคิดน่ะครับ Blog ที่สร้างจะต้องมีการ update เป็นประจำ มีคนแก้เนื้อความ มีการปะ Google Analytics เอาไว้ แล้วก็เนื้อหาโอเคครอบคลุม keyword ที่เกี่ยวข้อง พูดง่ายๆขอให้คิดซะว่าอยากจะพล่ามอะไรก็พล่ามอย่างมีทิศมีทาง แล้วถ้าอยากจะสะเปะสะปะก็เป็น blog อีก Blog เหมือนกับผมที่แยกตัวออกไปน่ะครับ ทำการแบ่ง blog ออกเป็นเรื่องไปอย่างมาปนกันมากนัก (ปนอารมณ์ได้บ้างน่ะครับแต่ว่าอย่ามั่วเรื่องจัดๆ) แล้วก็ใช้ WordPress เป็น CMS (content Management System) ผมว่าตัวนี้ลงตัวกับการ Blogging สุดๆแล้วน่ะครับ

นอกจากนี้ผมต้องบอกเอาไว้ก่อนได้เลยว่าอีกหน่อยระบบ affiliate ในเมืองไทยจะเริ่ม (แค่เ

ริ่ม)พัฒนาขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นแล้วเว็ป Blog ใดๆที่มี content ที่เฉพาะเจาะจงจะทำให้คุณควบคุม keyword ได้ (เพราะว่าเว็ปก่อตั้งมานานแล้ว update สม่ำเสมอ) คุณก็สามารถหา product หรือ service link ไปยังเว็ปเหล่านั้นเพื่อกินค่า commission ได้ในอนาคต ที่ผมบอกว่าอนาคตนั้นเพราะ product หรือ service ในไทยยังไม่ค่อยให้ความใส่ใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่ต้องรออีกไประยะหนึ่งครับ อีกหน่อยเว็ปที่ขาย product หรือ service เหล่านั้นก็ต้องการ advertiser ที่มีศักยภาพผ่านเว็ปที่มีอิทธิพล หรือ เรียกได้ว่า blog คุณจะทำหน้าที่เป็นสื่ออย่างหนึ่งแบบเฉพาะกลุ่มครับ ซึ่งแนวคิดแบบนี้นั้นมีมานานโขแล้วสำหรับนักท่องเว็ปโลก (อ่าน content English น่ะครับผม) ยังไงซะทิศทางมันก็ต้องเป้นไปทางเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อนั้นตลาด keyword จะเริ่มเดือดเป็นไฟ อาชีพใหม่ๆก็จะเกิดขึ้นแล้วก็แพร่หลายมากขึ้นในไทยเป็นการขายสินค้าไทยเพื่อคนไทยโดยแท้จริงต่อไป

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...