รู้ไว้ก่อนจะลงมือ Create เนื้อความใน Blog : Basic Blogging พื้นฐานการ Blog ที่น่าทำ

Blogตอนนี้น้องๆผมก็ต้อง Blog ซะอย่างงั้น แต่อยากจะ list ออกมาสักหน่อยว่า เราจะต้องคิดเรื่องอะไรบ้างเพื่อที่จะทำให้การ Blog ครั้งนั้นๆ ดูดีแล้วก็น่าจะมีประโยชน์ต่อการทำ ON Page SEO สักหน่อยน่ะครับ งั้นมาดูดีกว่าว่าถ้าหากว่าจะ Blog ให้ได้หน้า page หรือหน้า post นั้นได้ดีเนี่ยะ น่าจะทำยังไงกัน ?

คิดก่อนว่าจะมุ่งเป้าคีย์เวริ์ดอะไรดีและหาว่าคนค้นคำนั้นเยอะแค่ไหน ?

เรื่องของ Keyword นี้คุณต้องหาเสียก่อนว่าจะเลือกเอา Keyword อะไรน่ะครับ แล้ววิธีการได้มาซื้อ Keyword นั้นก็มีเยอะแยะหลากวิธีการครับ ถ้าหากว่าผมพูดสั้นๆก็จะได้ความว่า เราก็คิด Keyword List ออกมาเป็นกระตั้ก เป็นปึกๆ แล้วก็ทำการ List เข้า Google adwords แน่นอนว่าในนั้นจะ estimate ประมาณการ search ด้วย Keyword นั้นๆไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าผมก็จ่ายเงินจริงเอาเลย ตั้งค่าใช้จ่ายต่อวันแล้วก็เปิดให้คนค้นหาจริง เราจะได้ impression ของ Keyword นั้นๆออกมาจริงๆอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมทั้งเสียเงินน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณอยากรู้เร็วก็ปรับตังค์ให้เยอะหน่อย แล้วก็เข้ามาดูถี่มากๆน่ะครับ เราจะรู้น่ะครับ คนค้นหาคำๆไหนมากสุดๆแล้วที่มัน มีความความสัมพันธ์กับ website ของเราจริงๆน่ะครับ วิธีการดูแบบนี้เราจะได้ข้อมูล impression (ปริมาณการแสดงผลที่หน้า Google Search Result page) ได้ทันทีทันใดครับ อ้อ ถ้าหากว่าไม่อยากยุ่งยากมาก และเพื่อให้ได้ stats จริง เราปรับ max Bid สำหรับ Keyword ทั้งหมดให้เยอะหน่อยแล้วกันนะครับ จะได้ไม่หลุดหน้าแรก แล้วมันก็ไม่ show เอาซะอย่างงั้น

ทำตัวหนาเป็น H1 และ H2 ให้กับ Keyword นั้นๆ

ถ้าหากว่าคุณทำอย่างข้อตะกี้ ผมว่าเราก็น่าจะได้ Keyword มาแล้ว ว่าคนค้นหาคำไหนกันเยอะแค่ไหน แล้วก็คู่แข่งมันโหดร้ายแค่ไหน (แนนอนว่ามันสะท้อนจากค่าเงิน ! ที่คุณจ่ายไปต่อ Click น่ะหละครับ >< ถาหากว่าแพงจัดๆ ก็เดาเอาไว้ได้ว่า คำๆนั้นมีการแข่งกันเย้อะแยะอย่างจริงจัง แล้วถ้าหากว่า keyword ไหนนี่ไม่เก็บตังค์เราเท่าไหร่ แสดงว่าชิวเอามากๆ แล้วก็ไม่ได้แย่งอะไรสบาย แฮ ..) ทีนี้เราก็เอา Keyword เหล่านั้น มาใส่ tag H1 , H2 เพื่อให้เหมือนกับว่ามันเป็นหัวเรื่อง หัวพารากราฟ ครับ อากู๋ ( Google ) แกก็จะมองว่า เรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด ก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆน่ะครับ แล้วก็เหมือนกับว่า คนเค้าเล่าต่อกันมาว่าถ้าหากว่า อยากจะเน้น Keyword ไหนก็เอาไปไว้เป็นคำแรกๆของหัวเรื่องด้วย ยังกะ Google จะขี้เกียจอ่านให้มันยาวๆซะอย่างงั้นน่ะครับ เฮอะๆ

ในเนื้อความใส่รูปด้วยแล้วก็ใส่ Properties อื่นๆให้ครบ

รูปภาพที่ใส่ คุณอาจจะเอาภาพที่โหลดได้เร็วมาใช้งานจะดีกว่า ภาพที่ใหญ่โตโหลดได้ช้า วิธีการสร้างภาพที่โหลดเร็วก็คือ เปิด Photoshop แล้วก็ Save as web site ในนั้นก่อนที่จะทำการ save มันก็จะบอกว่า Size ของภาพมันใหญ่แค่ไหน ยิ่งเล็กยิ่งดี เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณขายเนื้อความไม่ได้เป็นเนื้อภาพ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากที่จะทำให้ภาพมันละเอียดใหญ่โตครับ นอกจากนี้ผมก็แนะนำว่าใส่ ALT ให้ครบ ด้วย Keyword ที่เรากำหนดเป็นเป้าหมาย เข้าไป แม้ว่ามันจะไม่ได้เกี่ยวซะตรงๆครับ

ภาพนั้นๆ ควรจะเป็นภาพที่แสดงเต็มๆ โดยไม่มีการย่อ เพราะ อากู๋ชอบมองว่า ภาพก็ออกจะใหญ่แต่ว่าอยากจะแสดงให้เล็กๆแค่นี้ ทำไมต้องมาย่อล่ะ นอกจากหนักแล้วยังจะถึกอีกด้วย ภาพก็บี้ๆไม่สวยอีกตะหาก เพราะงั้นแล้ว ส่วนตัวผมจะไม่ย่อภาพครับ ถ้าอยากจะใส่ภาพก็แนะนำย่อจากด้านนอกมาให้ได้ขนาดพอดีมาเลยจะดีกว่าครับผม

ใส่ตารางซะบ้างในเนื้อความก็ไม่เสียหา
ยอะไร

เค้าเล่ากันว่า ถ้าหากว่าหน้าที่มีอะไรต่อมิอะไรครบ อากู๋เหมือนจะชอบมากกว่าหน้าที่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ เพราะงั้น เราใส่ตารางเข้าไปบ้าง เพื่อเป็นกั้นภาพกับ text ออกจากกันบ้างครับ ผมขอบอกอีกหน่อยว่าหน้า page ที่คนเข้าเยอะสุดใน website rackmanagerpro.com นี้ หน้านั้นมีตารางน่ะครับ แต่ก็อีก ผมบอกไม่ได้หรอกว่ามันมาจากเรื่องนี้ตรงๆเท่านั้นน่ะครับ แต่ว่าเราสร้างไว้บ้างมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรจริงเหรอป่าวล่ะครับ

สร้าง internal Link กันเองใน Blog บ้างก็ดีนะ

พอพิมพ์จบก็มาดูเสียหน่อยว่า Keyword ที่อยู่ในเนื้อความเรานั้น มันมีคำๆไหนเหรอป่าวที่อยากจะ link ไปหน้าไหนของเราเอง (ไม่ใช่ของคนอื่นน่ะครับ) แล้วก็จัดการ link ไปซะเลยน่ะครับ แต่ว่าอย่าทำให้มันมาก มันดูน่าเกลียด เอาแบบว่าให้มันอ่านรู้เรื่อง แล้วก็ link ไม่เยอะเกินไปจะดีกว่าครับ ทำให้คนที่หลงเข้ามาอ่าน อ่านรู้เรื่องครับ

link ออกนอก website ตัวเองใน NoFollow ด้วยครับ

มันไม่ได้เป็นการเห็นแก่ตัวอะไรหรอกกับการแค่ส่ง Traffic ไปแต่ว่าไม่ได้ส่งพลังลมปราชญ์ตามไปด้วย เพราะการใส่ NoFollow เป็นการตัดสายพลังที่ไหลผ่านเข้าหน้า website เรา แล้วออกไปหน้าคนอื่นครับ ยกเว้นว่าเป็นเว็ปพันมิตร หรือเว็ปตัวเองแต่ว่าเป็น URL อื่นๆครับ สั้นๆคิดแค่นี้แล้วกันนะครับว่า เป็น external link (ไปหาคนอื่น) ก็ใส่ NoFollow ด้วยล่ะครับกันนะครับอย่าลืม

ใส่ตัวหนา ตัวเอียง ใส่สีในเนื้อความบ้างก็ได้กับคำที่คุณเน้น

การใส่ตัวหนาเอียงแล้วก็ใส่สีมันเป็นการทำให้เนื้อความอ่านได้ง่ายขึ้น แล้วคนอ่าน ก็ get idea ได้เร็วกว่าเดิมว่า เราเน้นอะไร! ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมไม่ค่อยจะทำน่ะครับ (ความขี้เกียจเข้าแทรกว่าอย่างงั้น ลมปราญไหลออก พลังชี่ลด .. โม้ไปนั่น )

กด Enter เพื่อเว้นย่อหน้า สร้าง paragraph ใหม่

อันนี้เอาไว้ดักคนอ่านน่ะครับ ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับ SEO เหรอป่าว เกี่ยวตรงว่าถ้าหากว่าคนอ่าน อ่านได้นานมันก็จะทำให้หน้า page นั้นหรือ post นั้นมันมีอะไรดี คนเข้ามาผ่านทาง อากู๋ Google แล้วก็อากู๋แกก็รับรู้ได้ว่า ส่งคนมาถูกทีเพราะว่าอ่านกันเยอะคน เหลือเกินแล้วก็นานเหลือเกินเหมือนว่า เนื้อความโดนใจน่ะครับ

ผมว่าคงต้องหยุดเพียงเท่านี้ก่อนเพราะ มันมีอีกเรื่องก็คือ คุณไม่ควรจะพิมพ์เนื้อความเป็น text ยาวเป็นกิโลๆ เหมือนกับที่ผมทำสักเท่าไหร่ แนะนำว่า อาจจะเป็นเป็น post หลายๆอันแล้วก็ ทำเหมือนเป็น POST เพื่อสรุป แล้วก็ link ไปแทน เพื่อให้เกิดจำนวน page เฉลี่ยตัวหัวต่อคนมากขึ้นนะครับ ซึ่งผมไม่ทำสักเท่าไหร่เพราะว่า ไม่มีพลัง แต่มันเป็นพฤติกรรมที่ดีในการ Blogging น่ะครับแนะนำๆ (สอนคนอื่นบอกคนอื่นแต่ว่าตัวเองไม่ทำซะงั้น ฟังดูไม่ค่อยมี credit สักเท่าไหร่เนาะ เฮอะๆ

เนื้อความผมพิมพ์เพื่อเตือนตัวเองว่า กำลังทำอะไรอยู่ที่ Blog นี้ (คนอื่นไม่ต้องอ่านก็ได้น่ะครับ)

เหตุผลที่ผมพิมพ์เนื้อความไว้ที่หน้า Blog

เพื่อทำให้ตัวเอง Google เนื้อความหรือเรื่องที่ตัวเองอยากจะ Note เก็บเอาไว้ หรือ อาจจะเรียกได้ว่า เขียนให้ตัวเองอ่าน (เหมือนกับ content นี้น่ะหละ คนอื่นอ่านไปก็งั้นๆ ผมพิมพ์ไว้เพื่อบอกตัวเองโดยแท้)  เรื่องราวที่ผมอยากจะเก็บเอาไว้ก็จะเป็นพวก program freeware ที่ผมเจอมาแล้วก็ถ้าหากว่าผมไป Google อีกทีก็ไม่เจอกันแล้ว เจอหนเดียวแล้วก็ไม่เจอกันอีก แต่ก่อนก็ไม่ได้มี online Bookmarking ซะด้วยซิ ก็เลยใช้พิมพ์ Blog เอาดีกว่าเพราะว่า ใช้ Search Engine ของ Google มาค้นหาเนื้อหาตัวเองได้ด้วยเจ๋งดีน่ะครับ แล้วก็นอกจากนี้ถ้าหากว่าคนอื่นหลงมาอ่านหรือว่าค้นหาเรื่องประมาณเดียวกันก็น่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นต่อไปอีก ไม่ได้มีประโชน์แค่ตัวเองยังไงล่ะครับ

เพื่อทำให้ตัวเองคิดให้ชัดกว่าเดิม 

เหตุผลข้อนี้อาจจะฟังดูแปลกๆ ว่าทำไมการคิดใหชัดคืออะไรผมก็อยากจะบอกไว้ซักหน่อยว่า ผมเชื่อว่า การคิดอยู่ในหัวแล้วไม่ได้บอกกล่าวหรือเขียนออกมาไม่นานนักความคิดเหล่านั้นมันก็จะเลอะเลือนไปครับ หรือไม่ก็ถ้าหากว่าเราคิดว่าเราคิดอะไรได้ เราก็ต้อง note เก็บเอาไว้หรือบันทึกออกมาเพื่อให้มันโดนกลั่นออกมาเป็นเรื่องราวที่บอกคนอื่นต่อได้ เป็นการ จัดภาพความคิดให้กับตัวเอง เห็นภาพที่ตัวเองคิดได้อย่างชัดเจนมากกว่าเดิม เพราะว่าถ้าหากว่าภาพไม่ชัดแล้วไซร้ ฤ จะพิมพ์ออกมาบอกคนอื่นเค้าให้เข้าใจได้ (ว่าไปนั่น)

เพื่อทดสอบว่าการ Blog หาเงินได้

ซึ่ง ณ เวลานี้ผมค่อนข้างมั่นใจมากแล้วว่ามันทำได้จริงๆน่ะครับแล้วก็เชื่อด้วยว่าต้องมีเยอ่ะคนที่ใช้ชีวิตด้วยการ Blogging อย่างเดียวก็มีน่ะครับ ตอนแรกนึกว่าพวกฝรั่งเค้าโม้ซะอีก แต่ว่าแค่ลองแบบไม่ได้ตั้งใจอะไรมากมาย เพราะผมพิมพ์เนื้อความด้วยเหตุผลสองข้อข้างตันแล้ว แล้วประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นรองน่ะครับ ปรากฏว่าผมก็ได้ cash เข้า account ที่เปิดไว้ที่อเมริกาโดยที่ผมไม่คิดจะถอนมันออกน่ะครับ คิดแค่ว่าจะใช้มันยังไงดีซะมากกว่าครับ ^_^

เพื่อฝึกการกลั่นความคิดออกมาเป็น text และพิมพ์ให้เร็วเท่าที่คิด

ผมว่าเป็นทักษะหนึ่งที่รองลงมาจากการอ่านภาษาอังกฤษให้ได้เข้าใจด้วยเวลาอันสั้นครับ เพราะผมอยากจะที่ note ความคิดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน่ที่หน้างานจริงๆ หรือเพื่อเป็นการ reflect  ความคิดของผมเมื่อมีเวลาระหว่างเดินทางหน้าว่าระหว่างเวลาว่างๆน่ะครับ

เพื่อเอาไว้ลองทำการตลาดสินค้าใดๆที่อยากจะทำ

เพราะว่าถ้าหากว่าทักษะนี้ได้เป็นของแถมแล้วไซร้ มันก็จะเป็นเรื่องของอนาคตว่าเราก็จะขายอะไรก็ได้ เพราะว่าสินค้ามันไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นสิ่งที่เรารู้จักครับ มันอาจจะเป็นแค่สินค้าที่คุณสนใจใดๆก็ได้ หรือว่าเราอาจจะเอาความรู้ความคิดนี้ไปใช้ในการ promote สินค้าให้กับคนอื่นก็ได้ด้วย อืม .. ก็น่าสนใจน่ะครับ เป็นความรู้ที่ติดตัวแล้ว ผมคิดว่ามีประโยขน์เนาะ

เหตุผลหลักๆของการ Blogging ของผมก็ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นแล้วการที่ Google Bot หลงทางไปไม่ได้มา index หน้าผมสักเท่าไหร่ผมก็คิดว่าจริงๆ แล้ว ถ้าหากว่ามองย้อนไปประเด็นแรกๆหรือเหตุผลสำคัญของผมในการ BLog เรื่องที่ Google Bot จะแวะมาหาผมน้อยหน่อยก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเครียดแต่ประการใดน่ะครับ แต่ว่ามันก็แค่อาจจะ effect เรื่องของการ marketing เสียหน่อยซึ่งก็เป็นเรื่องรองๆ ลงมาแล้วน่ะครับ เอาล่ะ แต่ว่าผมก็จะหาความจริงว่ามันเป็นเพราะอะไรแล้ว ผมก็จะดูอยูดีน่ะครับว่า คนที่ไหลเข้าหน้าเว็ปผมจะทำให้มันเยอะกว่านี้ได้ยังไงเ
พราะว่านานแล้ว rate คนที่เข้ามาที่หน้าเว็ปผมมันก็ไม่ได้ขึ้นมามากมายอะไรสัก (แล้วตอนนีก็ลดลงแล้วอีกตะหาก) ต้องคิดให้ได้ซิครับว่าจะ market content ตัวเองได้ยังไงกันนะ .. สู้ๆ ..

เรียนรู้การ Blogging เพื่อการค้า ร้านค้า หรือ โปรโมตร้านค้าทั้ง offline และ online

ร้านค้าทำไมต้อง ฺBlog  Blog เพื่อร้านค้า นี่ผมหมายถึงอะไร ผมจะเล่าให้ฟังก่อนแล้วกันนะครับ ก็คือ ตอนนี้ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า การ Blogging ด้วย WordPress เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้หน้าร้านค้าได้ถูกแสดงที่หน้า Google จากคำค้นหาใดๆ ได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เรียกได้ว่า อาจจะต้องมีความรู้มากนัก ก็สามารถที่จะใช้ WordPress เพื่อบอกได้ว่า ร้านค้าของเรามีตัวตน แวะเข้ามาที่ร้านหน่อยซิ หรือว่าอย่างน้อยที่สุด เค้าก็จะมาเจอเว็ปไซท์ของเรา ที่เราพิมพ์เนื้อความต่างๆเอาไว้ ทั้งที่มีประโยชน์และไร้สาระสำหรับเค้าเหล่านั้นครับ

เหตุผลที่ร้านค้าจะต้อง Blog

เหตุผลว่าการ Blogging จะทำให้ขึ้นอันดับด้วย Keyword ใดๆนั้นจะเป็นเรื่องที่สามารถค้นหา Google เอาเองได้ว่า จะทำได้อย่างไร เพราะ มีสื่อหรือ course สอนเอาไว้มากมาย (ก่ายกอง) แล้วถ้าหากว่ามีความเข้าใจ และศึกษามัน ผมว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรยากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ได้น่ะครับ เพราะ ฉะนั้นแล้ว หลักการพื้นฐานของการ Blog เพื่อร้านค้าเพื่อคาดหวังผลของคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ก็น่าจะไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นเกินไป หากว่าร้านค้าของคุณเป็นร้านที่เฉพาะเจาะจง หรือ ที่เรี่ยกว่าเป็น Niche ครับ

แล้วเหตุผลที่เหนือไปกว่านั้นอีกก็คือ เว็ปไซท์ที่คุณเข้ามานี้เป็นเว็ปที่คนหลงทางเข้ามาผ่าน Google search Engine เกือบทั้งหมด แล้วคำค้นหาที่ไหลเข้ามาที่เว็ปนี้ก็เป็นแบบจิปาถะเอามากๆ แต่มี scope ของเนื้อความที่แน่นอนครับ นั่นก็คือ เรื่องราวประมาณที่ผมพิมพ์และเล่าให้ฟังทั้งหมดที่อยู่หน้าเว็ปแห่งนี้ยังไงล่ะครับ ผมก็จะพูดเรื่อง การใช้งาน Skype เพื่อโทรไปหาเพื่อนๆ หรือโทรไปหาสาวๆผ่าน VOIP ของ Skype ได้แบบเหมาจ่าย หรือว่าอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น ใช้ Windows Mobile เพื่อต่อ Skype ผ่าน Wifi ก็สามารถทำได้ เป็นต้น เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่แล้ว เพราะมีน้องผมอยู่ต่างประเทศ ก็ต้องโทรไปหาบ้างบางครั้ง หรือว่าที่ Office ก็จะต้องมีพนักงานแผนกต่างประเทศ ติดต่อลูกค้าทั่วโลกอยู่เป็นประจำ

คนไหนผ่าน Keyword แบบหางว่าวเข้าเว็ป Blog

นอกจากนี้เนื้อหาที่เล่าบนหน้า rackmanagerpro.com แห่งนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องจิปาถะมากมายอะไร ก็ทำให้คนที่หลงเข้ามาจะเป็นแนวเดียวๆกัน คือ คนที่ใช้ internet เป็นประจำ เพื่อาการติดต่อ  หรือ เป็นคนที่หลงเข้ามาเพราะว่าเจอปัญหาแบบเดียวกับที่ผมเคยเจอ และผมก็พิมพ์บอกวิธีการแก้เอาไว้แล้วเก็บเอาไว้ เพราะว่า แม้ตัวผมเองก็ Google เว็ปตัวเองเพื่อดูว่าผมเคยพิมพ์เพื่อบอกตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆเอาไว้ว่าอย่างไร (ล่าสุดที่ผมก็ Google ว่า Google Chrome extension Twitter ที่ผม Google แบบนีก็เพราะว่าผมจำไม่ได้ว่าอีกเครื่องผมลง Chrome Extension อะไรเอาไว้น่ะครับ ตอนนี้มันยังไม่มีระบบ Extension Sync ก็ต้อง install by hand กันไปก่อนน่ะครับ  ..)

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเรื่องเชิงเดียวกันครับ ทำให้คนไหลผ่านการค้นหาบน Google มาเป็นแบบ หางว่าว … แต่ทั้งหมดเป็น scope แบบเดียวกันครับ  .. แปลว่า "ถ้าหากว่าคุณเป็นคนในวงการอะไรก็แล้วแต่ แล้วพิมพ์หรือ Blog เกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง หรือ เรื่องต่างๆในวงการตัวเอง หรือ เรื่องที่ตนเองสนใจแล้ว คนที่สนใจเรื่องราวคล้ายคลึงกัน ก็จะใช้คำศัพท์ แล้วค้นหาเจอเว็ปของคุณยังไงล่ะครับ"

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ว่า Blog เพื่อ Keyword มันเป็นยังไงกัน

ลองคิดดูดีกว่าครับ ถ้าหากว่าคุณขาย Delivery "ข้าวเหนียวผสมหมูสับ" และ จัดส่ง
ข้าวเหนียว ทั่วประเทศ ไม่จำกัดจำนวน (อ่ะ Business นี้ผม make ขึ้นมาน่ะครับ ) แน่นอนว่ามันเป็น Niche และเป็นเอามากๆด้วยเพราะว่า ไม่มีคนกิน ข้าวเหนียวใส่หมูสับ พร้อมกันเอาเข้าปากหรอกนะครับ ยกเมฆมาให้เห็นครับ ทีนี้ วันๆคุณว่างๆก็ทำการเขียนเรื่องราว "ข้าวเหนียวใส่หมูสับ" ที่คุณขายไปเรื่อยๆ ถ้าร้านคุณเริ่มมีคนสนใจบอกต่อ เค้าก็อาจจะค้นคำว่า "ข้าวเหนียวหมูสับ" ก็เป็นไปได้นะครับ เมื่อค้นหาแล้วก็จะมาเจอเว็ปคุณยังไงล่ะครับ ( แน่นอน ตอนนี้ถ้าหากว่า คุณ Google ว่า ข้าวเหนียวหมูสับ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเจอเว็ปผมแทนน่ะครับ) แต่ว่า ผมไม่ได้บอกให้คุณพูดแต่ ข้าวเหนียวหมูสับของคุณแต่เพียงอย่างเดียว คุณต้องเล่าเรื่องต่างๆ นานา ที่จะเกี่ยวข้องกับ การทำ Business ของคุณครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งสินค้า ส่งไปแล้วลูกค้าชอบมากมาย หรือ เรื่องใดๆที่อยู่ในวงการขายของแบบคุณครับ ผมบอกไม่ได้หรอก ว่ามันจะต้องมีเนื้อหาประมาณไหน เพราะคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า คุณรู้อะไร ? (ผมจะรู้มั้ย ) มันจะเป็นการเพิ่ม List ของคำที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง โดยที่คุณแทบไม่รู้ตัวเองเลยครับ และถ้าหากว่าคุณทำมันอย่างเป็นล่ำเป้นสัน ต่อเนื่อง คงที่คงเส้นคงวา ผมว่าสักวันคุณก็จะมีคนไหลผ่าน Google ด้วย Keyword ที่เกี่ยวข้อง(บ้าง)เข้ามาซึ่งอาจจะเป็น Potential Buyer ของคุณก็เป็นได้น่ะครับ

ตัวอย่างคนที่บอกว่า การรายได้ของเค้ามาจากการ Blogging เช่น คุณพัชร จาก iHear ครับจาก content ล่าสุด เค้าพิมพ์บอกเอาไว้ว่า วงดนตรีสำหรับงานแต่งงาน iHear ได้รายได้มาจากการ Blogging เป็นสัดส่วนประมาณ 70% เฉพาะ Blog ของตัวเค้าเองครับ และ ถ้าหากว่ารวมจาก Blog ของเพื่อนๆในวงเค้าอีกอีก 15% ก็แปลว่า รายได้จากการขายวงดนตรีแต่งงานได้นั้นมากถึง 85% กันเลยทีเดียว !

การประเมินว่าลูกค้าเข้ามาหาเราได้จากทางไหน

สำหรับเรื่องวงดนตรีเพื่องานแต่งงาน iHear เดาเอาว่าไม่ได้มีระบบ shopping cart อะไรเพื่อบอกตัวเลขว่าแหล่งรายได้มาจากไหนแต่ก็สามารถประเมินเป็นตัวเลข Customer ที๋โดน Lead เข้ามาเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถกระทำได้จาก "การถาม" ว่าคุณรู้จักเราได้อย่างไรครับ ผมว่าต้องถามน่ะครับถ้าหากว่าไม่ถาม เราจะไม่รู้หรอกครับ ว่าเราควรจะเน้นทางไหนและ จะบอกได้อย่างไรว่า หนทางการ promote แบบไหนเป็นหนทางที่ดีที่สุด หรือว่าถ้าหากว่าอยากจะเน้นจะต้องเน้นไปในทิศทางไหนกันแน่ครับ

สรุปเรื่องที่โม้มาให้สั้นลงหน่อย

คุณสามารถที่จะ Blog เพื่อให้คนไหลผ่านหน้าเว็ปของคุณแล้วมาเจอสินค้าหรือบริการใดๆของคุณก็ได้ การ promote จะมีคู่มือและตำรามากมายเพื่อทีจะทำให้ Blog คุณติดอันดับด้วย Keyword ใดๆก็สามารถทำได้ หรือว่าจ้างเอาก็ยังไง เพราะว่า คนที่ทำ SEO สำหรับ WordPress จะทำได้ง่ายกว่า website ประเภทอื่นๆ (โครงสร้างเค้าออกแบบเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วน่ะคัรบ แต่ก็ต้องรู้สักหน่อยว่าอะไรเป็นอะไรเท่านั้นเอง )

ถ้าหากว่าคุณมีร้านค้า Online ผมไม่อยากจะให้คุณ promote แต่ link ที่เข้าไปที่ร้านค้าเพื่อทำ Hard Sell แต่เพียงอย่างเดียวครับ ( hard sell ก็คือ หน้าเว็ปที่บอกว่า สินค้าอะไร ภาพเป็นยังไง แล้วก็คุณสมบัติมันคืออะไร ) อยากจะให้ Promote ผ่านทาง Blogging มากกว่า เพราะ การที่คุณเล่าเรื่องราวของสินค้าของคุณได้ มันจะเป็น story หรือเนื้อความที่เกี่ยวข้องให้กับสินค้านั้นๆ แต่คุณเป็นคนควบคุมว่าอยากจะให้ภาพลักษณ์ของสินค้าออกมาเป็นอย่างไร ได้ด้วยตัวเอง แนะนำว่าถ้าหากว่าคุณจะ Blog การนี้อาจจะเลือก Domain คนล

ทำไมมีเว็ปแล้วยังจะต้องมี Blog อีกล่ะ?

อีกเหตุผลที่คนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้อง Blog Blog แล้วได้อะไรถ้าได้อะไร คำตอบอีกคำตอบหนึ่งที่คนทั่วไปไม่รู้ก็คือ Blog แล้วคุณจะเป็นควบคุม Keyword ใดๆก็ได้ที่ไม่มีการแข่งขันกันสูงมากน่ะครับ ยกตัวอย่างเช่น Garmin Mobile XT (เป็นชื่อ software แผนที่มี ppc หรือพวก smartphone น่ะครับ ผมใช้อยู่เพราะว่าผมมี HTC TOUCH DIAMOND ครับผม) คำว่าควบคุมแปลว่า search มาแล้วเจอ content หรือเนื้อความของคุณๆที่หน้าเว็ปน่ะครับ อย่างผม upload content เกี่ยวกับ Google Maps ที่ใช้งานร่วมกับแผนที่ Garmin Mobile XT เมื่อวานนี้เท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ พอผมนอนไป Google Bot ก็มา index หน้า rackmanagerpro.com แล้วก็เอาคำที่อยู่ใน content ที่เป็น header หรือว่าที่เป็นเนื้อหาในตัวบทความเอามาแสดงเมื่อมีการ search ว่า "Google maps garmin mobile xt" หรืออะไรทึกนี้แต่ว่าถ้าหากว่าเป็น "Google maps" เฉยๆคิดว่าไม่น่าจะเจอเนื้อความผมเท่าไหร่น่ะครับ เรียกว่าถ้าหากว่าคุณต้องการที่จะแสดงเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงคุณอาจจะคิด keyword เหล่านั้นเข้ามาก่อนแล้วก็พิมพ์เข้าไปที่เนื้อความคุณเยอะสักหน่อยเท่านั้นก็พอที่จะทำให้ Google Bot ทำการ index แล้วมาเจอหน้าเว็ปคุณๆได้ไม่ยากแล้วน่ะครับ

การ search ด้วย keyword นั้นจากข้อมูล (ทีไหนสักแหล่งผมจำไม่ได้น่ะครับ เพราะอ่าน content จากเยอะ Blog มาก มากจริงๆ) มีแนวโน้มว่าจะยาวขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะเป็นหนึ่งคำ ก็เป็นสามหรือสามหรือสี่คำทำให้การค้นหานั้นเฉพาะเจาะจงไปเรื่อยครับ สังเกตครับว่าถ้าคนสงสัยว่าจะใช้ Googe maps กับ Garmin Mobile XT เค้าคงไม่ search Googlemaps เฉยๆแน่ๆหรือว่า Garmin Mobile Xt เฉยๆแน่ๆน่ะครับ มันไม่ make sense นี่ครับว่าเหรอป่าวล่ะ แล้วก็แน่นอนว่าแบบนี้มันไม่ได้ไปเจอเว็ป Google Maps หรือ เว็ปของ Garmin แต่อย่างใด มันมาเจอเว็ป rackmanagerpro.com ต่างหากล่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอครับเพราะทั้งสองเว็ปนั้นไม่ได้พิมพ์เนื้อความพูดข้ามหากันเหมือนกับผมที่มี keyword ทั้งสองคำที่หน้าเดิยวกันติดกันเลยยังไงล่ะครับ ทิ้งเอาไว้ให้เป็นข้อสังเกตครับ

แล้วก็สงสัยต่อไปอีกว่าแล้วมันยังไม่ได้บอกเลยนี่หน่าว่าทำไมต้อง Blog ?

สำหรับผมแล้วการ Blogging เป็นการ reflect ความคิดเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ โดยผมแยก site ออกมาเป็นแบบส่วนตัวนิดนึงเนื้อหาสะเปะสะปะเอาหน่อยกับเว็ปนี้ที่เป็นเนื้อหาประมาณ Blogging , IT , Gadget แล้วก็ Freeware (คนเทือกนี้จะใช้สินค้าหรือว่าบริการไม่หนีกันหรอกครับแล้วก็จะใช้แต่อะไรที่เป็น gadget ตามสมัย) ลองคิดดูน่ะครับถ้าหากว่าคุณเป็นร้านขายของพวกนี้แล้วเปิดร้าน online เอาไว้สักหน่อย เช่นคุณเป็นคนที่เปิดร้านขาย Navigator อย่างเดียวหรือว่าขาย pda phone หรือ smart phone แล้วคุณ Blog ที่สามารถควบคุม keyword ใน Google ได้เหมือนกับที่ผมเล่าให้ฟัง แปลว่า โอกาสที่คุณจะทำเงินหรือโปรโมตเว็ปหรือสินค้าใดๆก็ทำได้ไม่ยากเย็นนัก อย่างงี้ผมถึงเรียกว่า "ควบคุม" ครับ

อย่างไรก็ตามการที่ได้มาซึ่ง Blog ที่มีอิทธิพลเพื่อควบคุม keyword อย่างที่ผมบอกได้นั้นต้องอาศัยความพยายามหน่อยโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆก่อน เพราะผลไม่ได้มาเร็วอย่างที่คุณคิดน่ะครับ Blog ที่สร้างจะต้องมีการ update เป็นประจำ มีคนแก้เนื้อความ มีการปะ Google Analytics เอาไว้ แล้วก็เนื้อหาโอเคครอบคลุม keyword ที่เกี่ยวข้อง พูดง่ายๆขอให้คิดซะว่าอยากจะพล่ามอะไรก็พล่ามอย่างมีทิศมีทาง แล้วถ้าอยากจะสะเปะสะปะก็เป็น blog อีก Blog เหมือนกับผมที่แยกตัวออกไปน่ะครับ ทำการแบ่ง blog ออกเป็นเรื่องไปอย่างมาปนกันมากนัก (ปนอารมณ์ได้บ้างน่ะครับแต่ว่าอย่ามั่วเรื่องจัดๆ) แล้วก็ใช้ WordPress เป็น CMS (content Management System) ผมว่าตัวนี้ลงตัวกับการ Blogging สุดๆแล้วน่ะครับ

นอกจากนี้ผมต้องบอกเอาไว้ก่อนได้เลยว่าอีกหน่อยระบบ affiliate ในเมืองไทยจะเริ่ม (แค่เ

ริ่ม)พัฒนาขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นแล้วเว็ป Blog ใดๆที่มี content ที่เฉพาะเจาะจงจะทำให้คุณควบคุม keyword ได้ (เพราะว่าเว็ปก่อตั้งมานานแล้ว update สม่ำเสมอ) คุณก็สามารถหา product หรือ service link ไปยังเว็ปเหล่านั้นเพื่อกินค่า commission ได้ในอนาคต ที่ผมบอกว่าอนาคตนั้นเพราะ product หรือ service ในไทยยังไม่ค่อยให้ความใส่ใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่ต้องรออีกไประยะหนึ่งครับ อีกหน่อยเว็ปที่ขาย product หรือ service เหล่านั้นก็ต้องการ advertiser ที่มีศักยภาพผ่านเว็ปที่มีอิทธิพล หรือ เรียกได้ว่า blog คุณจะทำหน้าที่เป็นสื่ออย่างหนึ่งแบบเฉพาะกลุ่มครับ ซึ่งแนวคิดแบบนี้นั้นมีมานานโขแล้วสำหรับนักท่องเว็ปโลก (อ่าน content English น่ะครับผม) ยังไงซะทิศทางมันก็ต้องเป้นไปทางเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อนั้นตลาด keyword จะเริ่มเดือดเป็นไฟ อาชีพใหม่ๆก็จะเกิดขึ้นแล้วก็แพร่หลายมากขึ้นในไทยเป็นการขายสินค้าไทยเพื่อคนไทยโดยแท้จริงต่อไป

Blogging Affiliate : หลากหลายวิธีหาเงินจากการ Blog ที่มีอยู่จริงบนโลกนี้

หลายคน blog โดยมีเป้าหมายแค่ว่า "ขอให้ได้บอกคนอื่น ก็เพียงพอแล้ว" และนั่นจริงๆแล้วการเผยแพร่ความรู้แบบ Free หรือที่เรียกว่า วิทยาทาน (เหมือนกะว่าคนอ่านเป็นขอทานอย่างงั้นล่ะ แต่ว่าไม่ช่ายน่ะครับ) นั้นมันก็ดีเอามากๆแล้วน่ะครับ เพราะคนจะเริ่มรู้จักคุณไม่มากก็น้อย คนจะเริ่มรู้ว่าคุณมีความชำนาญทางด้านไหน หากว่าคุณเป็นคนที่เก่งเกี่ยวกับ การ blogging วันๆคุณก็พูดแต่เรื่อง blogging ก็ทำให้คนที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นหรือว่าคนที่สนใจเข้ามาสนใจและเริ่มต้นทำการ blogging ต่อๆกันได้ หรือว่าถ้าเป็นเว็ปผมนี่ก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่อยากจะให้คนใช้คอมพิวเตอร์ หรือ internet ได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ดีกว่าเดิม แล้วก็ไม่ต้องงกๆอยู่กะหน้าคอมมากเกินไปนัก (แต่ว่ามันก็ขัดกะที่ผมเป็นน่ะครับเพราะว่าตัวผมก็งกๆอยู่หน้าคอมวันยันค่ำน่ะหละครับ เฮอะๆ ก็นะคนมันใจรักกันนี่เนาะ จะให้ทำยังไงได้ ) แล้วก็ผนวกกับการที่ว่าผมเป็นคนชอบ Tutor คนอื่นๆ ..(อาการนี้เป็นมาตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ผมน่ะครับเป็นพวกที่ว่า ต้องกลับอ่านหนังสือมาก่อนล่วงหน้าคนอื่นเค้าแล้วก็เพื่อที่จะสอนคนอื่นให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อนๆเค้าก็จะเรียกผมเป็นจานกันหมด คนแท้ๆเรียกเป็นจาน.. แอ้ะยังไง) ทำให้การ blogging ของผมออกแนวเพ้อพกบอกเรื่องนู้นเรื่องนี้ในเรื่องที่ผมสนใจใน scope ตามที่ว่า แต่ว่าเดี๋ยวนี้หาผมก็กว้างออกไปกว่าเดิมเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นการแนะนำเว็ปเจ๋งๆเพื่อให้ใส่งาน internet เพื่อการประโยชน์อื่นๆต่อไป หรือว่าวิธีการปรับตั้งค่าอะไรบางอย่างซึ่งตัวผมเองต้องการจะบันทึกเอาไว้แต่ว่าบันทึกแล้วดูคนเดียวมันประโยชน์น้อยก็เอามา post ให้คนอื่นได้เห็นอีกตะหาก ก็ดีเหมือนกันเนาะ แทนที่เราจะรู้คนเดียวคนอื่นก็รู้เหมือนเราได้ไม่ยาก ความคิดมันแพร่กันได้สะดวกก็ผ่าน blogging และเนื้อหาต่างๆที่แสดงเอาไว้ผ่าน internet webpage นี่น่ะหละครับ

พูดมาตั้งนานแล้วมันก็ยังมีอีกเรื่องที่ก็เป้น scope ที่ผมแตะๆเฉยๆเกี่ยวกับการหารายได้เพิ่มเติมจากการ blogging เพราะว่าผมไม่ได้อยากได้เงินจากการ blogging สักเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่า ads ที่อยู่ด้านขวาผมจะไม่แปะอะไรครับ เพราะว่าไม่อยากติดต่ออะไรใครให้เอาอะไรมาปะเพราะว่าผมไม่ชอบอะไรที่มันรกๆ (แหมเห็นผลดูดีมากเลยน่ะครับ) ถ้า ณ เวลานี้เท่าที่ผมเห็นการ blogging จะทำรายได้ได้หากว่าคุณรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงครับ

1. คนที่ยอมจ่ายค่า ads เพื่อให้คุณ blog เนื้อหาที่ publisher ต้องการ เช่น หากว่าผมเป็นนายตัน โออิชิ ผมจะเรียนและเชิญและจ่าย ว่าจ้างให้กับคนที่วันๆละเมอเพ้อพกพูดแต่เรื่องที่กินที่เที่ยว หรือของกิน (ก็สุดแล้วแต่ scope ของ blog ที่ blogger ได้กำหนดเอาไว้ในใจน่ะครับ) ให้ตา blogger เพ้อเรื่องกินคนนี้พูดเกี่ยวกับ product หรือสินค้าของเค้า แบบตรงๆ คือ "การว่าจ้างให้เขียน" ซึ่งรูปแบบนี้มีอยู่ทั่วไปในประเทศที่สินค้ามีเยอะแยะมากมายนัก จนเลือกไม่ถูกต้องเอา user มา review เพื่อดูว่าอะไรดีอะไรไม่ดี เพราะมีแนวโน้มน่ะครับว่า หากว่า blogger 1 คนบอกอย่างนี้แล้วคนที่อ่านเนือ้หานั้นๆเป็นประจำก็จะเชื่ออย่างไม่คิดว่ามันดีอย่างนู้นอย่างนี้เหมือนกับที่ blogger คนนั้นได้พิมพ์บอกเอาไว้ที่หน้าเว็ปของเค้าครับ รูปแบบๆนี้ผมว่ามันก็เหมือนกะหนังสือน่ะหละแต่ว่าถ้าหากว่าเป็นหนังสือมันดูมีความรับผิดชอบมากกว่า หมายความว่ามันพิมพ์อะไรออกไปแล้ว มันเป็นกระดาษแก้หรือลบไม่ได้น่ะครับ ทำอะไรก็ต้องคิดมาก มันไม่ได้ castual เหมือนกับ blogging ที่ผมก็พิมพ์แบบนี้มันก็]]
>

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • blog หาเงิน
  • หาเงิน blog
  • วิธีลบเพลงใน htc touch 2
  • วิธีหาเงินด้วยskype
  • สร้างรายได้จาก blog
  • หารายได้จาก skype affiliate

ตรวจจับการ copy feed หรือเนื้อความของเราผ่าน CopyGator.com ครับ


สำหรับคนขี้กลัว กลัว่ว่า content ที่พิมพ์ๆมาจะมีคน copy แล้วก็เอาไป post ปะไว้ที่อื่นๆ แบบไม่ได้ส่ง link กลับมาหาเราเลย แถมยังเอาไปทำ ads ใส่ไว้อีกตะหากมันก็น่าเจ็บใจอยู่น่ะครับ เพราะงั้นเพื่อเป็นการกันเอาไว้ดีกว่าแก้ให้ลอง สมัครใช้บริการของ CopyGator.com น่าจะดีน่ะครับ เพราะมันจะดูแลให้ว่าถ้าหากว่ามันเจอ content ที่ผ่านระบบ feed auto ไปแสดงที่อื่นๆ หรือที่หน้า blog อื่นๆแล้วล่ะก็มันจะทำการส่งสรุปเป็น email มาหาเราเป็นรายวันหรือรายเดือน หรือสัปดาห์ก็แล้วแต่ว่าเราจะตั้งเอาไว้เท่าไหร่น่ะคับ ลองใช้ดูแล้วกันนะครับ

พฤติกรรมที่ดีสำหรับการเขียน และจัดการ blog ที่ผมไม่ได้ทำแฮะ..(รู้ตัวน่ะครับว่าไม่ขยันนัก)


ผมเขียนบล็อกก็แค่เพื่อที่จะบันทึกเรื่องที่ตนเองเจอะเจอแล้วเห็นว่า internet หรือว่า computer user อย่างเราๆท่านๆ อ่านแล้วได้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ freeware ที่ผมก็สนับสนุนให้คนใช้งาน หรือว่าจะเป็นเรื่องราวของการใช้ web application ต่างๆที่เดี๋ยวนี้มันมีให้เราใช้งานได้เยอะแยะทั่วไปครับ นอกจากนั้นก็จะเป็นพวกเรื่องที่คิดเพ้อไปเอง อันได้มาจากการสังเกต อ่านหรือว่านั่งคิดเพ้อเจ้อเอาเองอีกส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นการฝึกสมองผมไปวันๆแล้ว มันยังเป็นการพัฒนาทักษะในการสื่อสารผ่านการเขียนได้อีกทางหนึ่งอีกด้วยครับ แต่… ผมไม่ได้ทำอะไรให้มันสมบูรณ์ดีเลิศประเสริฐศรีเท่าไหร่นัก เพราะผมรู้ตัวว่าการที่ผมเขียน blog นี้ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะที่ผมไม่ได้ทำ พฤติกรรมที่พึงกระทำแต่ก็ไม่กระทำ อันเนื่องมาจากความขี้เกียจส่วนตนน่ะครับ ..เช่น

  • พิมพ์เสร็จแล้วต้องอ่านทวนเพื่อหาจุดพิมพ์ผิด : ผมบอกตรงๆว่าผมไม่ได้ทำหรอกครับอ่านทวนเนี่ยะ ผมก็รู้อยู่เต็มอกว่า มันต้องมีพิมพ์ผิดกันมั่งล่ะ แต่ว่าอย่างว่าและครับผมไม่ได้ขยันขนาดนั่นสักกะหน่อย แต่บอกอะไรให้อย่างนะครับ หากว่าท่านต้องการทำให้ blog ของท่านเป็นที่น่าเชื่อถือ ดูดี มีชาติตระกูลแล้วล่ะก็.. การพิมพ์ผิด เป็นเรื่องที่รับไม่ค่อยจะได้สักเท่าไหร่นักครับ
  • พิมพ์เสร็จแล้วอ่านทวนเพื่อดูว่าพิมพ์อะไรรู้เรื่องเหรอป่าวเนี่ยะ : .. ก็เป็นไปได้อีกว่า การที่พิมพ์ไปเรื่อยๆโดยไม่การคิดโครงเรื่องโครงร่างเอาไว้ก่อน อาจจะทำให้การเขียนนั้นอ่านดูแล้วสับสนซับซ้อน หรือว่าเรียกว่าอ่านแล้วงงๆก็เป็นไปได้น่ะครับ โดยเฉพาะตัวผมเองนั่นผมเป็นคนที่ชอบพูดซ้ำเพื่อย้ำประเด็นไมว่าจะเป็นการพิมพ์หรือว่าการพูดกับคนปกติ (ผมก็พูดแต่กับคนปกตินะ คิดว่า..) ก็ตามผมก็แค่คิดว่าผมต้องการแค่ผ่องถ่ายความคิดความรู้สึกความรู้และแนวคิดต่างๆออกไปจากตัวผมเท่านั้นเอง แต่ก็อีกน่ะครับ หากว่าต้องการจะทำให้เนื้อหาอ่านง่ายๆแล้วล่ะก็ การอ่านซ้ำเพื่อดูว่าอ่านแล้วงงหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องพึงกระทำอีกเช่นเดียวกัน
  • หาคนมาโฆษณาที่ดูดีมีระดับ : เป็นสิ่งที่น่าทำนะครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ มันจะทำให้เว็ปดูเหมือนว่ามีคนสนับสนุนคุณไม่ได้เพ้อเจ้อละเมอไปคนเดียวครับ แต่ก็อีก ผมไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นักครับ แล้วก็ไม่คิดว่าจะเอา Google adsense เข้ามาใช้ด้วย เพราะรังเกียจเหลือเกินครับ กับโฆษณาแนว MLM เนี่ยะ มันช่างไม่เข้ากับเนื้อหาเว็ปผมเอามากๆเลยน่ะครับนั่น โอ้ว..
  • หาระบบเก็บสถิติคนเข้ามาอ่านไม่ว่าวิธีการใดวิธีการหนึ่ง : อันเนื้องมาจากข้อสักครู้นี้หากว่าคุณต้องการที่จะแสดง ads อย่างมีระดับก็แปลว่าคุณก็ต้องมีข้อมูลใดเพื่อบ่งบอกว่า web  คุณ pop แค่ไหนอันนี้ผมไม่เคยศึกษาน่ะครับ ว่ามันมีวิธีไหนบ้าง แต่ว่าผมรู้หรอกว่า ถ้าอยากจะทำจริงๆก็ทำได้น่ะครับ อ้อ .. ใช้เป็น Google analytics ก็น่าจะโอเคน่ะครับ . .แต่ก็อีกไม่ได้ทำน่ะครับ
  • เรียกคนเข้าเว็ปเยอะๆ : เหมือนกับเป็นการเรียกลูกค้าน่ะครับ เพราะมันจะเป็นการเพิ่มกำลังใจ ความสามารถ ความขยันของคุณเพื่อการเขียน blog ได้อีกส่วนหนึ่ง และมันก็จะสนับสนุนเหตุผลสองข้อมด้านบนด้วยน่ะครับ แต่ก็อีก ผมไม่ได้อยากให้คนมาอ่านอะไรกันเยอะๆน่ะครับ เอาแค่ว่าคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้กันก็พอแล้วเนาะ ..
  • อย่าพิมพ์เนื้อความติดกันเป็นพึดๆ : คนอื่นอ่านเค้าคงไม่ชอบนักหรอกกับการที่ว่าต้องมาอ่าน]
    ]>

    คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

    • web blogที่ดี

update wordpress ไปเป็น version 2.6 แล้วครับ


ไม่รู้ว่าทำไม wordpress ต้องมา update version กันบ่อยๆด้วย แต่สำหรับตัว 2.5 นั้นมัน work กับ Windows Live writer ไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ใช้งานเหมือนกับผมล่ะก็ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง update version ครับ การ Update นั้นผมทำครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ไม่ต้องอ่านคู่มือแล้วครับ เพราะว่าเคยทำมาแล้วหนหนึ่งปรากฏว่ามันง่ายเอามากๆซะด้วยซิครับ สิ่งที่ผมทำทำเป็นขั้นๆมั่วๆได้ดังนี้ครับ

- โหลด wordpress 2.6 แล้ว unzip ไว้ที่ desktop ที่คอมตัวเองครับ

- เข้า FTP program (Filezilla) 

- delete wp-admin กับ wp-includes ทั้งสอง folder ครับ(ผมไม่ backup เลยน่ะครับงวดนี้เพราะว่าทำแล้วไม่มีปัญหาอะไรนิ)

- ไปเอา folder wp-admin และ wp-includes อันใหม่จาก wordpress 2.6 ที่เพิ่งละโหลดมาเอาไปปะแทนทีอันเดียวที่เพิ่งจะลบไปครับ

- copy file ที่เหลือทั้งหมดยกเว้น folder wp-content เอาไปแทนไฟล์เก่าให้หมด

- เสร็จแล้ว .. อืม เร็วมากๆ (แต่ว่าจริงน่าจะเร็วกว่านี้หากว่ามีการ update auto ไปเลยได้ก็ดีนะ )

เอาเป็นว่าตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่ามันต่างยังไงระหว่าง 2.5 กับ 2.6 เนี่ยะ แต่ว่าที่ดีใจก็คือว่า ผมสามารถใช้ Windos Live Writer ได้กับ wordpress 2.6 นี้อีกครั้งครับ (ดูซิครับผมมา update blog ใหญ่เลยเฮอะๆ)

งั้นก็ Update version กับเลยแล้วกันนะครับ

Statpress แสดงข้อมูลสถิติคนเข้า blog แบบ real-time

ถ้านับตั้งแต่เปิด rackmanagerpro.com มาได้ก็หลายเดือนแล้ว บอกตรงๆว่าผมยังไม่ได้ทำการเก็บข้อมูลสถิติแต่อย่างใดครับ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าหากว่าเพิ่งเปิดเว็ป blog ใหม่ได้ไม่นานมากแล้วก็ยังไม่ทำการ promote อะไรอย่างจริงจังคนเข้าก็ยังไม่เยอะหรอก แต่วันนี้ผมเพิ่งจะเริ่มลง plug-in ของ wordpress ที่ชื่อว่า “Statpress” เพื่อเอาไว้ติดตามการเข้ามาของ visitor และเพื่อดูว่าวันๆหนึ่งมีคนเข้ามาดูหรือเปิดหน้าเว็ปจาก rackmanagerpro.com มากน้อยแค่ไหน แล้วเค้าเหล่านั้นหลงเข้ามาแล้วดูอะไรกันครับ

จาก Overview ที่แสดงอยู่นี้ มันสามารถบอกได้ว่า Visitors เข้ามากี่คน แล้ว Pageviews ที่มีคนเปิดมาทั้งหมดมีการเปิดกี่ครั้ง และที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็คือว่า มี “
แมงมุม” มาคลานดูเว็ปเราทั้งหมดกี่ตัวครับ

การแสดงผลแบบข้อมูลรายวันนี้มีข้อดีทีว่า เราสามารถดูกราฟเทียบกับระหว่างจำนวน visitors , Pageviews และคนที่สมัคร Feeds เราเทียบกันได้อย่างสะดวกมากครับ

นอกเสียไปจากนี้แล้วยังแสดงรายละเอียดของคนที่เข้ามาว่าเค้าใช้ Browser อะไร และมาจากระบบปฏิบัติการอะไรได้ด้วยครับ

การติดตั้งก็แสนจะง่ายดาย (แต่ว่าผมลองผิดลองถูกมานิดหน่อยน่ะครับ) เริ่มต้นโดยการที่ไปโหลดมาได้จาก statpress แล้วกด download ครับ สิ่งที่ได้จะเป็น file zip แล้วให้แตกไฟล์ออกมาครับ หลังจากนั้นให้กดเข้าไปที่ folder นั้นๆลึกเข้าไปถึง folder ที่ชื่อว่า wp-statpress แล้ว copy folder นั้นเข้าไปที่ folder plug-in ของเราที่วางไว้ที่ host ครับ เท่านั้นก็เป็นอันเสร็จสำหรับการติดตั้งครับ

มาถึงตอนนี้ก็เข้าไปที่ backoffice ของ wordpress ของเราเอง แล้วก็ไป activate มันซะระบบก็จะเริ่มทำงานได้ทันทีครับ ลองดูนะครับ ผ่านไปสักวันหนึ่งเราก็จะรู้แล้วว่าเมื่อวานนี้มีคนเข้ามากี่คนแล้ว เค้าเหล่านั้นเข้าไปดูอะไรที่ไหนบ้าง คุณจะเริ่มรู้เลยล่ะครับว่า เว็ปคุณน่ะมีคนประโยชน์กับคนอื่นแค่ไหนบ้าง

สำหรับเว็ปผมตอนนี้คนที่เข้ามา มีการกระจายดูเนื้อหาเก่าๆของผมอย่างเท่าๆกัน โดยไปดูว่า Last referrers แล้ว มันเข้าไปยังหน้าไหนครับ แล้วส่วนมากคนที่เข้ามาผ่านทางการค้นหาโดย Google ทั้งนั้น (ราวกับว่าไม่มีคนใช้ search engine อื่นจริงๆน่ะหละ)

สรุปเป็นว่า plug-in นี้ถือว่าทำงานได้ดีมาก แล้วก็การติดตั้งก็สะดวกสุดๆ แนะนำให้สำหรับคนทีใช้ wordpress ในการทำ Blog จริงๆครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ข้อมูลแสดงสถิติ
  • วิธีใช้ statpress

แนะนำ Windows Live Writer ในการ update Blog (สะดวกกว่าเดิมเย้อะเลย)

จริงๆผมก็ไม่เคยเปิดโปรแกรมมันออกมาหรอกนะครับเจ้า Windows Live Writer  ตอนแรกมันจะมากับตอนที่เราโหลด Window Live Messenger แต่ว่าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันหรอก มันให้โหลด ก็โหลดเท่านั้นเอง ไม่ยักกะรู้ว่า msn ก็ทำอะไรออกมาให้คนอื่นเค้าใช้งานได้ฟรีๆเหมือนกันครับ ปกติแล้วหากว่าเราจะทำการ update blog post ซักอันก็ต้องเข้าไปที่หน้า manage ผ่านทาง Firefox (web browser) แล้วก็ต้องกดๆเข้ารหัส ผ่านหน้าต่างหลายหน้ากว่าจะได้เริ่มเขียนกัน อีกอย่าง ช่องที่เขียนก็เล็กๆ เหมือนกับการ compose mail ใหม่นั่นล่ะครับ ไม่สุนทรีย์มากนัก ซึ่งถ้าถามผมว่าปกติผมทำยังไง ผมก็ไม่ได้เข้าไปเขียนที่ Backoffice ของ wordpress อะไรอยู่แล้วล่ะครับ ผมก็แค่เปิด notepad แล้วก็พิมพ์ พิมพ์เสร็จก็ copy ไว้แล้วเปิด Firefox มาเข้าไปที่ write new post แล้วก็ paste เนื้อความใหม่ที่เราเขียนไว้เอาน่ะครับ ก็เร็วดีเหมือนกัน แต่ว่าพอแบบนี้ พวก Link ก็ต่างๆก็ต้องมาทำทีหลังอยู่ดี เอาเป็นว่า ช่างวิธีเก่าๆมันเถอะครับ เพราะว่าตอนไปผมก็จะใช้ Windows Live Writer แทนแล้วล่ะ ..

แล้วมันดียังไง? ที่เห็นๆตอนนี้ก็คือว่า มันแสดงผลได้เหมือนกับที่แสดงที่หน้าเว็ปเลย ตอนที่เราพิมพ์เนื้อความไปนี่นะหละ เอ.. What you see is what you get.(WYSIWYG) เป็นตัวย่อที่คนอื่นเค้าชอบใช้กันน่ะครับ ที่ดีเห็นๆอีกอย่างก็คือ มันไม่ต้องไปบีบๆทำกับหน้าต่างเล็กๆที่หน้าเว็ปครับ นอกเหนือไปจากนั้นก็คือ มันทำงานเหมือนกับ word processing ทั่วๆไป คือกด ปุ่ม short cut ตัวหนา เอียงบาง ย่อไซท์ตัวอักษร อะไรได้เหมือนกันเป้ะ .. ใช้งานสะดวกมากๆครับ

มองไปที่ด้านขวาก็จะมี "add a plug-in…" ให้กดเพื่อเอา plug in ต่างๆนานามาใช้งานได้แต่ว่า .. สำหรับตอนนี้ผมก็โหลดมาบางตัวแล้วแต่ว่ายังไม่ได้ลองใช้อะไร ก็มันก็น่าจะมีประโยชน์ครับ หากว่าผมใช้แล้วผมจะเอามาพิมพ์บอกในนี้อีกทีแล้วกันนะครับ

โดดไปโหลดมาลองใช้กันเลยดีกว่าครับผม

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • true รหัส nf @truehisp
  • การใช้ Windows Live Writer
  • แนะนำ plugin windows live writer