
ตอนที่ผมพิมพ์บทความนี้อยุ่ คนที่อยู่ กทม หลายคนก็ไปเที่ยวเล่นอยู่ต่างจังหวัดโซนที่น้ำแห้งสนิท หรือว่าดีกว่านั้นก็คือไปต่างประเทศกันเลย ก็จะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการอยู่กับพื้นที่ที่น้ำท่วม หรือ เรียกว่าเป็นพื้นที่ประสบภัยเลยก็ว่าได้ แต่ก็มีจะคนอีกพวกหนึ่งที่คิดจะอยู่กับพื้นที่ เพราะ เป็นห่วงทรัพย์สินอันมีค่าและเป็นห่วงบ้าน หรือ อยู่กับผู้สูงอายุที่พลาดไม่ได้ย้ายตัวเองออกจากพื้นที่เสียก่อน ทำให้มีความจำเป็นต้องอยู่กับพื้นที่น้ำท่วม และ คนกลุ่มนี้จะต้องเริ่มบู้กับ ความตายที่มาจากไฟฟ้า เพราะ น้ำท่วมเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้ไฟกับน้ำอยู่ด้วยกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน
สาเหตุของคนตายแม้ว่าจะไม่มีสถิติออกมาให้เห็นว่า น้ำท่วมแล้วจะตายกันด้วยอะไรเป็นสาเหตุหลัก แต่ผมว่าก็น่าจะเดาได้ไม่ยาก คือ การตายอันเนื่องมาจากไฟฟ้าดูดหรือไฟช๊อตตาย ผมว่าทางที่ดี ถ้าหากว่าหลีกเลี่ยงการลงน้ำได้ก็หลีกเลี่ยงเอาไว้เป็นดี แต่ถ้าหากว่าคุณจำเป็นต้องลุยน้ำเพื่อย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ หรือ เพื่อนไปรับเสบียงอาหารจากผู้ให้การช่วยเหลือแล้วล่ะก็ คุณอาจจะจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เพื่อความมั่นใจเสียหน่อยว่า ทางเดินที่คุณเดินไปข้างหน้านั้นไมได้มีไฟฟ้ารั่วอยู่
แนะนำว่ามองด้วยตาเสียก่อนว่าแถวนั้นมีความเสี่ยงหรือเปล่า?
การทีคุณจะเดินไปไหนมาไหน คุณจะรู้คร่าวๆว่าพื้นที่ไหนจะมีไฟฟ้าหรือไม่ เช่น ถ้าหากว่าเป็นบ้านคุณเองน้ำท่วมและอยากจะเดินไปเพื่อปิด Breaker หรือปิดระบบไฟฟ้า คุณเองก็จะรู้ว่าไฟฟ้ามันจะรั่วออกมาจากไหนได้บ้าง ก็แค่อย่าเดินไปไกลเท่านั้นเอง
การเดินเดินให้ช้าไม่ต้องเร่งอะไร เพราะมันจะรู้ตัวก่อนหากมีไฟรั่ว
จากการทดสอบ โดยการเอาไฟฟ้าบ้านต่อสายไฟและหย่นลงน้ำสระว่ายน้ำ และให้คนลงไปเดิน (ซึ่งมีคนคอยเฝ้าเพื่อที่จะถอดไฟฟ้าออก) เมื่อเราอยู่ใกล้มากกว่าระดับ 1 เมตรจะเริ่มมีอาการเหมือนกับเหน็บ และนั่นก็คือ ไฟดูด แต่ว่ามันไมได้รุนแรงถึงระดับที่ทำให้คุณเป็นอันตรายแต่ แค่นี้ก็ทำให้รู้ได้ว่า คุณอยู่ใกล้กับพื้นที่ของไฟฟ้ารั่วแล้ว แนะนำให้เดินถอยกลับมาทางที่คุณมา เพราะ คุณไม่รู้หรอกว่ามันมาจากที่ไหน ทางที่คุณเดินผ่านมานั่นต่างหากคือเส้นทางที่ปลอดภัย





