ผลสรุปออกมาว่า iPhone application ตัวที่ผมใช้มากที่สุด ณ ตอนนี้คือ Skype !

skype-iphone-3.0 ผมใช้ iPhone App อะไรเยอะที่สุด ก็อาจจะไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะใช้อันนั้นเยอะสุดครับ อันนี้แล้วแต่ พฤติกรรมของแต่ละคน และ ลักษณะการทำงานของแต่ละคนเช่นเดียวกันน่ะครับ เพราะด้วยผมจะปรากฏตัวอยู่แต่ตำแหน่งที่เป็น wifi zone เท่านั้น (ส่วนใหญ่ยกเว้นตอนอยู่บนถนนซึ่งผมก็ไม่ได้โทรศัพท์ตอนขับรถมากนัก ) ก็จะทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดของผมจะโดนรังสี wifi อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ ่เอาเถอะครับ บทความนี้ไม่ได้อยากจะบอกว่า มันมีความเสี่ยง wifi ทำให้เป็นหมัน หรือว่ามันมีผลกระทบต่อสมองหรือไม่นั้น ผมไม่รู้แล้ว พวกที่เค้า research กันเค้าก็อนุญาตมันให้ใช้กันโดยทั่วไปมานานมากแล้วน่ะครับ ถ้าหากว่ามันเป็นภัย เราก็คงต้องโดนอะไรกันมามั่งแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอกันตอนนี้เท่านั้นครับ

ตอนนี้ผม assume ว่า Wifi เป็นสิ่งปลอดภัยในการใช้งานแล้วกันนะครับ เพราะไม่อยากจะคุยผิดประเด็น(แต่ก็ซัดไปแล้วสามสี่ห้าบรรทัด) เอ .. เอาเถอะครับ เพราะ ผมอยู่ในเขตที่เป็น Wifi อยู่ตลอดเวลา และจะต้องโทรศัพท์เพื่อติดต่อไปยังโรงงานหรือติดต่อกับ supplier เพื่อคุยเรื่องซื้อของอะไรก็สุดแล้วแต่ และ เนื่องด้วยตอนนี้ผมใช้เป็น iPhone 3GS ผมจะเปิด โหลด program (หรือที่เรียกว่า app ) กันได้เร็วมากมาย ก็ทำให้ผมเลือกที่โทรศัพท์ผ่าน Skype call (ผ่าน wifi) ทุกครั้งที่ผมโทรเลยก็ว่าได้

ไม่ใช่ว่าผมไม่มีโทรศัพท์มือถือธรรมดาน่ะครับ แท้ที่จริงแล้ว ผมก็มี โทรศัพท์เครื่องที่ทาง office ออกค่าโทรศัพท์ให้ แต่ดูๆแล้ว มันเริ่มไม่เหมาะกับผมแล้วล่ะเพราะว่า ที่ๆผมอาศัยอยู่ไม่ว่าจะเป็นบ้าน office โรงงานและห้องนอน ก็มี wifi ทั้งนั้น ไม่มีเหตุอะไรที่ตจะต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อการ โทรศัพท์ผ่านระบบสัญญาณปกติแม้แต่น้อย

ที่ Skype iPhone app คุณไม่ต้องทำการใส่ชื่อ skype แล้วกรอกเบอร์โทรของคนที่อยู่ใน sim ของคุณแต่อย่างใด เพราะว่า มันจะมีปุ่มให้กด เพื่อเข้าไปเลือก ค้นหา ชื่อคนที่อยู่ใน contact list ใน iPhone ของคุณอยู่แล้ว แล้วก็มี History ที่เก็บ recent call หรือ เบอร์โทรล่าสุดเอาไว้ยังไงล่ะครับ มันก็เหมือนกับการจัดการเรื่องเบอร์โทรศัพท์ของมือถือธรรมดายังไงอย่างงั้นครับ แค่ต่างกันที่ว่า ถ้าหากว่าคุณออก program ไปแล้ว คุณก็ต้องเปิด Skype เพื่อโหลด iPhone Skype Application ออกมาใหม่อีกรอบประมาณ 4 -5 วินาทีน่ะครับ เพื่อที่มันจะ sign in แล้ว พร้อมให้เราโทรออกครับผม

ลักษณะ promotion ที่ผมใช้เป็น account ของ office น่ะครับ คือ ปกติแล้วพวกพนักงานแผนกต่างประเทศจะใช้ Skype account ที่จ่ายเงินเป็นแบบ unlimited World อยู่แล้ว (แปลว่า โทรเข้าประเทศไทยเราก็ไม่มีการ charge เงินเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งเบอร์บ้านและเบอร์มือถือ ) ผมก็ sign in account นั้นน่ะครับ แล้วก็ พวก chat ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะผมก็จะใช้เพื่อการโทรออกเท่านั้นน่ะครับ

ทั้งนี้ถ้าหากว่าผมทำแบบนี้ไปเรื่อยๆแน่นอนว่า AIS จะต้องรู้ตัวว่า ทำไมการโทรของผมมันตกต่ำกว่าเดิมมากนัก ถ้าหากว่าเค้าใจดี อยากจะปรับให้ pro ให้เหมาะสมกับเราเค้าก็จะโทรมาหาเราน่ะครับ ว่าอยากจะปรับโปรเหรอเปล่าเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานโทรออกที่น้อยลงไปเหมือนกับไม่ได้ใช้งานกันเลยก็ว่าได้ แต่ว่า ผมว่านโยบายของค่ายมือถือ นี่ผมว่าเค้าจะไม่ทำ

Posted in gadget talk, online life, online productive | Tagged , , , , , , , | 1 Comment

อยากแนะนำว่าร้านอาหารหรือ Shop offline ขายของควรมี Wifi Free ไว้สร้าง WOM

free-wifi เขียนหัวเรื่องแบบนี้อาจจะคิดแค่ว่า เอา Wifi มาปะไว้หน้าร้าน เพื่อให้คนเข้าร้านมาใช้ มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมด ผมคิดว่า ประเด็นอีกเรื่องที่คุณๆอาจจะยังไม่คิดหรือคิดไม่ถึงนั้นก็คือ โลกของเราเป็นโลกของการ share ข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือกันแล้วครับ

ตอนนี้อย่างที่คุณๆรู้กันว่าผมเปลี่ยนจาก Windows Mobile Phone (HTC Diamond) มาเป็น iPhone 3GS ตัว TOP สุดเท่าที่มันจะมีได้ คือ 32 GB (ไม่รู้ทำไมมันพื้นที่เยอะอย่างงั้น แล้วก็คิดไม่ออกอีกต่างหากว่าจะเอาพื้นที่เยอะๆไปทำไมเพราะเนื้อหาทั้งหมดผมอยู่บน internet อยู่แล้ว) แล้วก็มาสังเกต พฤติกรรมตัวเองว่า ผมใช้มันเพื่ออะไร ทำอะไรกับมันบ้าง

มีข้อสังเกตประการหนึ่งก็คือ ถ้าหากว่าผมเดินทางไปร้านอาหารหรือว่าร้านค้า ถ้าหากว่าเค้าบอกว่า Free Wifi ก็จะควัด iPhone ออกมาแล้วถ่ายภาพ ร้านค้า ร้านอาหารไว้ แล้วก็จัดการ update Twitter + Facebook เพื่อ Share Location บอกพิกัดว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน บอกว่าร้านค้าร้านอาหารนี้อยู่ทีไหน แล้วก็ ถ่ายภาพอาหารหรือของที่คิดว่าน่าสนใจ น่ารักอยากจะบอกคนอื่นครับ

นั้นแปลว่า " นี่เป็นโอกาสทางการตลาดอย่างแรง ! " ว่าคนที่จะทำหน้าที่ในการโปรโมตร้านค้า สินค้า หรือ ร้านอาหารของคุณ คือ คนที่ควัก iPhone ออกมานั่นเองครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ ถ้าหากว่ามี Wifi Free กับไม่มี พฤติกรรมผมจะแตกต่างกันออกไป คือ ถ้าหากว่าไม่ Wifi ผมจะรู้อยู่แก่ใจว่า ผมต้องเปิด EDGE เสียก่อนแล้วก็อยากจะ share อาหารที่ผมกินเพื่อเอาไปอวดคนอื่นเค้า ที่เป็นเพื่อนฝูงใน Facebook หรือ Twitter เพราะว่าอาหารมันน่ากินเหลือเกินหรือว่าของหรือสินค้ามันน่ารักอยากให้คนอื่นได้ซื้อเหลือเกิน  แต่ว่า มัน connect เป็น EDGE แปลว่ากระบวนการ upload file ต่อ EDGE จะเริ่มเป็นอุปสรรคกับผม หรือ เค้าเหล่านั้นที่ชอบมีอาการเหมือนกับผม (sharaholics) แล้วก็อาจจะตัดสินใจไม่กระทำการอะไรก็ได้ครับ นั้นก็แปลว่า อดที่จะ promote ร้านค้าของคุณนั่นเอง (เสียใจด้วยน่ะครับ)

ผมว่าเหตุผลของการได้ promote สินค้าหรือบริการด้วยคนอื่น เหมือนกับที่เป็นลักษณะการบอกต่อ ผ่าน Gadget ปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และ ถ้าหากว่าคุณเห็นโอกาสนี้ แน่นอนว่า อยากจะเปิด Wifi ให้กันแบบไม่ต้อง Lock password กันเลยก็่ว่าได้ลองเอาไปคิดดูเองแล้วกันน่ะครับ

ถ้าหากว่าคุณๆเห็นด้วยกับผมรบกวน share Twitter หรือแม้กระทั่ง Copy เนื้อความนี้ไปเผยแพร่กันได้เลยน่ะครับผมไม่หวงห่วง content แต่ประการใดครับ กะว่าเอาให้พวกร้านอาหาร ผู้ประกอบ ห้างร้านรู้เรื่องนี้ เราจะได้มี Wifi ใช้มันทุกที่ที่เราไปเลยดีกว่าน่ะครับ

Posted in Bloging life, business IDO, gadget talk, online life, online productive | Tagged , , , | 1 Comment

เรื่องง่ายๆที่ต้องระวังและเรื่องที่พึงกระทำถ้าคุณมีร้าน offline และมี website Online

ถ้าหากว่าคุณมีหน้าร้านค้าจริงๆ แล้วอยากจะทำการ promote ผ่านหน้า web online แล้วล่ะก็สิ่งที่จะต้องระวังที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงนั้นมีอยู่เยอะประการครับ ทีนี้ผมจะทำการสรุปเอาไว้เป็นประเด็นๆเลยดีกว่าว่า ถ้าหากว่าอยากจะทำนั้น คุณจะต้องระวังเรื่องอะไรกันมั่ง หรือ มีเรื่องอะไรที่น่าทำมั่งมั้ยน้อ .. อ่านได้จากบทความนี้เลยอ่ะครับ

Domain name ไม่ได้สื่อถึงร้านของคุณ

เช่นถ้าหากว่าคุณชื่อร้านกิ้กกู่คุณก็ต้องหา Domain name อะไรที่เกี่ยวข้องครับ เพื่อสื่อสารให้คนที่หลงเข้ามาที่หน้าร้านของคุณนั้น รู้แน่ชัดว่าเข้าถูกร้าน และ มันมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับร้านค้าโลกจริงของคุณครับ ไม่ใช่ว่าชือ่ domain name อย่างนึงแล้ว ชื่อหน้าร้านโลกจริงของคุณเป็นอีกชื่อนึงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้อง หรือเหมือนกันแม้แต่น้อยก็จะทำให้เกิดความสับสนได้งวยงงได้น่ะครับ ความคิดนี้แม้ว่าจะเป็นความคิดพื้นฐาน แต่ก็มีคนงงๆ ตั้งมันคนละแบบแล้วน่ะครับ แอบเห็นพวกผู้ประกอบการบางคนทำอย่างงั้นน่ะครับ แปลกดีไม่เข้าใจเหมือนกันว่าละเมอหรือว่าไม่ระวังกันแน่ ?  แล้วก้ไม่แนะนำ ชื่อร้านแล้วต่อคำหน้าด้วย The หรือ Siteตามหลังน่ะครับ เพราะมันทำให้ดูเว็ปเป็นเว็ปรองๆกว่าเว็ปที่ไม่มีคำเหล่านั้นครับ ถ้าหากว่าเป็นไปได้ แนะนำในทางกลับกันคือว่าให้เลือก Domain name เสียก่อนแล้ว ค่อยตั้งชื่อร้านจะดีกว่าครับ 

1273063625_ktip TIP : ถ้าหากว่า domain name ของคุณมีเจ้าของแล้ว ไม่ว่าจะเป็น dot com หรือว่า dot net แนะนำว่าถ้าลูกค้าคุณเป็นคนไทยและคุณเป็นคนไทยแล้ว จะมีอีกทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อยก็คือ การใช้ สกุล ดอทไอเอ็นดอททีเอชครับผม (.in.th) มันจะอ่านได้ อินไทย หรือสื่อความได้ว่า มันอยู่ในประเทศไทยน่ะครับ เพราะว่า ถ้าอยากจะใช้ dot นี้คุณต้องเป็นคนไทยเท่านั้นน่ะครับ

Continue reading

Posted in Bloging life, business IDO, online life | Tagged , , , , , , | 2 Comments

เครื่องไม่ได้ลงแป้นภาษาไทย แต่ก็พิมพ์ไทยได้ครับ

ถ้าหากว่าคุณอยู่เมืองนอกเมืองนาแล้วเข้าไปร้าน internet cafe แน่นอนว่า computer ใน internet cafe นั้นจะไม่มีการ install font ไทยเพื่อให้คนใช้พิมพ์ไทยได้ครับ แต่ว่าถ้าหากว่าอยากจะพิมพ์ไทยจริงๆ คุณาอาจจะต้องใช้บริการง่ายๆของเว็ปนี้ครับ

thai to Eng

หน้าที่ของเว็ปนี้ จะทำหน้าที่ในการแปลงตัวอักษรภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาไทยแบบตรงๆ เช่น ถ้าหากว่าคุณพิมพ์ fu มันก็จะแปลงเป็นคำว่า "ดี" ครับ แล้วหลังจากนั้นคุณก็ copy แล้วเอาไป paste ใช้กับ email หรือว่า msn chat กับคนไทยได้ไม่ยากแล้วน่ะครับแม้ว่าเครื่อง computer นั้นๆมันไม่มี Font Thai ก็ตามครับ

ผมยังไม่ได้มีโอกาสใช้กับสถานการณ์จริงสักเท่าไหร่เพราะว่าพักนี้ผมก็ไม่ได้เดินทางตัวเปล่าน่ะครับ เอา computer Netbook ส่วนตัวตัวใหม่ของผมไปด้วยทุกครั้งทำให้ไม่ต้องใช้ computer คนอื่นครับ ยังไงซะ ผมหวังว่าถ้าหากว่าคุณรู้ว่ามีเว็ปแบบนี้สักวันก็อาจจะได้ใช้ก็ได้ครับผม Bookmark ไว้ก่อนแล้วกันเนาะ

โดดเข้าไปที่หน้าเว็ปที่ทำแบบนี้ได้จากที่นี่เลยแล้วกันนะครับ

Posted in online life, online productive | Tagged , , , , | Leave a comment

ได้ iPhone 3GS เอามาเล่นแล้วล่ะครับ app อะไรใช้งานดีก็จะเอามาบอกต่อแล้วกันครับ

iphone3gs ตอนนี้ผมได้ iPhone ใหม่มาเครื่องนึงน่ะครับ เข้าใจว่าเป็นเครื่องมือสองแม้ว่าดูภายนอกจะเหมือนใหม่มากๆก็เถอะครับ เพราะใช้ๆแล้วเหมือนกับว่ามันก็มีอาการอะไรแปลกๆหน่อย เช่น มีการค้าง หรือว่า มีอาการเครื่องดับ ราวกับว่าถ่านหมดแต่ว่ามันก็ไม่ได้หมดอะไร(นี่หน่า) แสดงว่า เครื่องที่ใช้อยู่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อยสักเท่าไหร่ เอาเถอะครับ ผมก็จะใช้กันไปเพราะว่า ดูๆแล้วมันก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะอยู่ครับไม่ว่าจะเป็น application ที่แปลกๆ ไม่เคยเห็นว่ามันจะมี (เพราะว่าแต่ก่อนผมก็ไม่ได้อ่านอะไรเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนี่ ก็ผมไม่มี iPhone นี่หน่า) หรือว่า เป็น app อะไรนี่เจอแล้ว น่าสนใจแนะนำก็อาจจะเอามา post กันในหน้า rackmanagerpro.com ครับผม

เครื่องโทรศัพท์ iPhone เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่คนไหนใช้คนนั้นก็ชอบครับ แต่ว่าสำหรับผมแล้ว มันก็เป็นอีกเครื่องหนึ่งทีมีแล้วก็ต้องปรับตัว ปรับการทำงาน และ ต้องมาศึกษาลองดูว่า มันทำอะไรยังไงได้บ้าง เรียกได้ว่า เมื่อวานนี้ แล้วก็เมื่อวานก่อนก็เอามือจิ้มมือถือ iPhone ตัวนี้กันทั้งวี่วัน ต้องเอาแท่น charge ติดไว้กะตัว แล้วก็เอาเดินทางในรถด้วยน่ะครับเพราะว่า "ถ่านมันหมดเร็วเอามากๆ!" 

ที่ถ่านมันหมดเร็วอาจจะเป็นเพราะว่า เราใช้งาน wifi และก็เปิด on Bluetooth เอาไว้ก็เป็นไปได้ มีคนบอกว่า อุปกรณ์พวกนี้ถ้าหากว่าเปิดไว้ จะทำให้กินถ่านอย่างรุนแรง หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเครื่องผมมีปัญหาก็ได้น่ะคัรบ (อันนี้ไม่แน่ใจ) เพราะว่าผมเองก็ไม่เคยใช้เครื่องอื่นที่เป็นเครื่องปกติมือหนึ่งที่ไม่มีอะไรเสื่อมเลยครับ

สำหรับคนที่ใช้ Windows Mobile ก็อย่างเพิ่งตกใจว่าผมจะไม่เอาเรื่องนั้นมาเล่าแล้ว เพราะผมก็ไม่ได้ทิ้งเครื่อง WM ไปซะเฉยๆหรอกครับก็เก็บเอาไว้ แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะต้องเอามาใช้อีกต่างหาก เพราะผมเองก็มี Mobile number 2 เบอร์น่ะครับ แล้วก็ยังอยากใช้งาน WM เพื่อต่อ internet กับ Netbook อยู่ซึ่ง iPhone เองก็ยังหาวิธีการทำไม่ได้ครับ ไว้ถ้าหากว่าหาได้แล้วก็จะเอา post ไว้ให้ก็แล้วกันนะครับ

เอาล่ะครับไม่ว่า iPhone จะอยู่ในสภาพอะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับผมแล้วมันก็ถือได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ และเป็นเรื่องใหม่ที่ผมใส่ใจ สนใจที่จะทำอะไรกับมันให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณว่างกหน่อยน่ะครับ) ไว้มีอะไรที่น่าสนใจก็จะบอกต่อในเว็ป rackmanagerpro.com แห่งนี้ไว้แล้วกันเนาะ ^^

Posted in gadget talk | Tagged , | Leave a comment

Post การเมืองหรือศาสนา ใน Wall บน Facebook = Delete account

facebook delete button

ผมสังเกตว่าพักนี้มีคนโดนไล่ออกเพราะว่า post comment อะไรแปลกๆที่ไม่น่าจะ post เพราะไม่ฉลาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือ เรืองศาสนา (แต่ว่าตอนนี้เรื่องศาสนาก็ไม่ได้มีใครไป post กันหรอกครับเพราะว่ามันก็ไม่ได้เป็นประเด็นร้อนแรงอะไรเป็นพิเศษ) ซึ่ง ตั้งแต่เด็กๆ เราๆ ก็รู้อยู่แล้ว เรื่องใดบ้างไม่ควรพูดในที่สาธารณะไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้ว อันได้แก่ เรื่องความคิดเห็นทางการเมือง (ในกรณีที่มีความรุนแรงมั่วมากมายเกิดขึ้นก็ยิ่งไม่ต้องพูดเข้าไปใหญ่) และ เรื่องศาสนา เพราะทั้งสองเรื่องเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ ที่ไม่สามารถจะปรับจูนกันได้ง่ายครับ สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าสองเรื่องนี้ไม่ควรพูด หรือ กล่าวถึง ก็แนะนำว่ารู้ไว้หน่อยก็ดี เพราะเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่สอนต่อๆกันมาครับ

เหตุผลว่าทำไมไม่ควรพูดนั้นมันก็เพื่อการรักษาน้ำใจ และ การรักษาสถานภาพทางสังคมที่ตัวเองนั้นมีอยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติที่แปลกไปถ้าหากว่า เรารู้ว่าคนๆนั้นคิดไม่เหมือนกันเรา (จริงถ้าหากว่าไม่รู้ซะ เราก็ยังคิดกับเค้าเหล่านั้นเหมือนเดิมครับ) หรือว่า เพื่อเป็นการป้องกัน อุบัติภัยอันอาจจะเกิดกับตัวเองได้ครับ เพราะ คนเมื่อมีการคุยเรื่องอะไรพวกนี้ คนจะมีอารมณ์ได้ง่ายมาก อย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะเป็นธรรมชาติของวิธีการประมวลผลทางความคิดของคนอยู่แล้วครับ เพราะ ถ้าหากว่าเราเชื่ออะไรแล้วไซร้ เราก็คิดอย่างงั้นโดยเปลี่ยนแปลงได้ยาก และหลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ และตกใจ อาการนี้ สมมุติฐานนี้ อาจจะออกแนวจิตๆนิดหน่อย แต่ก็เป็นเรื่องที่คนในวงการ การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ รับรู้กันมาได้สักพักใหญ่ๆแล้วครับ ผมไม่ได้มั่วคิดเอง มันเป็น Theory ที่ใช้ได้กับการ reseach สินค้าใหม่ หรือ การสื่อสารโฆษณาสินค้า ครับ และ มันก็เกี่ยวเนื่องกับการรับรู้สิ่งใหม่ที่ตนไม่เคยรู้มาก่อนด้วยเช่นเดียวกันครับ เราเรียกทฤษฏีนี้ว่า "Knowledge gap"

วันก่อนผมก็เพิ่งอ่านเกี่ยวกับ ความคิดสุดโต่งที่เราไม่รู้ตัวว่ามันสุดโต่ง เพราะ เราอยู่ในกลุ่มคนที่คิดเหมือนๆกัน และมีการปฏิสัมพันธ์ (contact) ติดต่อสื่อสาร ผ่านสื่อ และ การพูดคุยกับคนที่มีแนวคิดเดียวกัน แล้วเมื่อออกจากกลุ่มที่คิดเหมือนกัน และ รับฟัง หรือในทางตรงกับข้ามอธิบายเกี่ยวกับ เรื่องที่เราคิดว่ามันเป็นอย่างงั้น และ เรื่องที่เราคิดว่าเรารู้อย่างงั้น ให้กับคนที่ไม่เคยรู้เรื่องราวเหล่านั้น ปรากฏว่า "ความคิดและสิ่งที่เรารู้กลับเป็นเรื่องสุดโต่ง" ที่อีกกลุ่มฟังแล้วตกใจ คิดและรู้ ไม่เหมือนกันอย่างรุนแรง ทำให้เกิด Knowledge GAP ขนาดใหญ่ สำหรับทั้งสองฝ่ายที่รับรู้ เรื่องราว ความคิดที่ไม่เหมือนกันนั้น แน่นอนว่าการเกิด Knowleadge gap แบบใหญ่ๆนั้นทำให้คนตกใจ มีอารมณ์ โทสะ และสถาวะกลัวได้

ลองคิดกลับมาที่เรื่อง online แบบ rackmanager บ้าง ? แล้วมันเกี่ยวอะไร ?

เกี่ยวอย่างแรงน่ะครับ ว่าตอนนี้เรามีปฏิสัมพันธ์กันอย่าง online ไม่ว่ากับเพื่อนจริงๆ หรือเพื่อน online ของเราผ่านเนื้อความที่พิมพ์ และ บันทึกเอาไว้อย่างเป็นระบบ สะดวกต่อการเผยแพร่มากที่สุดตั้งแต่ ประวัติศาสตร์มนุษยชาติจะกระทำได้ นั่นก็คือ การใช้ social media ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter

เหตุผลทางความคิดก็ต้องคิดและกระทำเกือบเหมือนกับโลกจริงนั่นน่ะหละ (ก็ online มันก็โลกจริงเหมือนกันแค่ว่าคนไม่ได้เจอกัน

Posted in online life, online productive | Tagged , | Leave a comment

พื้นฐานความเข้าใจเรื่อง Domain name และ Web Hosting

เรื่อง Domain name และ Web Hosting เป็นเรื่องแรกๆสำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจว่า ถ้าหากว่าจะทำเว็ปสักเว็ปจะต้องมีอะไรแล้วทำอย่างไรบ้าง วันนี้ก็เลยอยากพิมพ์เก็บเอาไว้สักหน่อยครับ ถ้าหากว่าคุณไม่เคยมีเว็ปไซท์กะเค้าเลยก็อ่านไปไม่เสียหลายครับ ไว้วันไหนอยากเว็ปเป็นของตัวเองแล้วก็จะได้รู้ไว้ก่อนล่วงหน้าครับ

Web Hosting พื้นที่เก็บ File ใดๆในโลก internet สิ่งแรกที่คุณต้องรู้จัก

ถ้าหากว่าคุณอยากมีเว็ปสักเว็ปเป็นของตัวเองและ รู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าของจริงๆไม่ใช่ให้คนอื่นเค้าสร้างให้แล้วตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย แบบนั้น มันก็ดูจะลำบากสักหน่อยถ้าหากว่าอยากจะทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไรนะครับ การสร้างเว็ปสักเว็ป สิ่งที่จะต้องมีแน่นอน คือ Web Hosting ครับ และ คุณอาจจะไม่มี Domain name ก็ได้ (แต่ว่าส่วนตัวแล้วผมแนะนำว่าจะต้องมีครับ แล้วจะอธิบายไว้ว่าทำไมผมถึงคิดว่าต้องมีแล้วกันนะครับ)

Web Hosting มันก็เหมือนกับที่ฝากข้อมูลเอาไว้ใน internet แปลว่าข้อมูลในเว็ปไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง ตัวหนังสือ และอื่นๆ มันจะไม่ได้อยู่ที่คอมพิวเตอร์เราหรอกครับ แต่ว่ามันอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นที่เค้าเรียกว่า เค้า server ครับผม เครื่องพวกนี้จะต้องเปิดเอาไว้ตลอดเวลาครับเพื่อให้คนอื่นเข้าถึงข้อมูลที่คุณเก็บเอาไว้ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงไม่เวน้วันหยุดราชการแต่อย่างใด  ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าหากคุณมีเนื้อหาและข้อมูลของเว็ปคุณอยู่ที่เครื่องที่บ้านของคุณแล้วคุณปิดคอมไปแล้วใครจะมาเข้าถึงข้อมูลได้ จริงมั้ยล่ะครับ ?

ในไทยเราจะมีผู้ให้บริการเว็ป hosting เยอะรายมากๆ ทั้งที่ดูแล้วกระจอกงอกง่อย จนถึงดูเวอร์หวือหวาอลังการงานสร้าง และมีอีกพวกที่จะเป็น service ที่ผูกกับการเปิดหน้าร้านค้า online ครับ ผมเรียกพวกนี้ว่า Easy web แล้วกันนะครับ หรือ เว็ปไซท์สำเร็จรูป ครับ (เหมือนกับบะหมีกึ่งสำเร็จรูปสร้างง่ายใช้สะดวก (มั้ง) แต่ไม่เป็นมาตราฐานครับ เพราะ ถ้าหากว่าจะเปลี่ยนที่ก็แปลว่าเราต้องทำใหม่ทั้งหมด แล้วอยู่ๆถ้าหากว่าเค้าอยากเพิ่มราคาเป็นสองเท่าหรือแปดเท่า เค้าก็ทำได้ทันทีโดยที่คุณก็ต้องจ่ายเพราะว่า คุณใช้งานระบบของเค้านี่ครับ ผูกเอาไว้อย่างจริงจัง ย้ายหรือหนีไปไหนก็ไม่ได้อีก ตกเป็นเบี้ยล่างอย่างเห็นได้ชัดครับผม)

Web Hosting ก็เป็นแค่พื้นที่เพื่อฝากไฟล์เท่านั้นเองครับ โดยพวกนี้จะคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปีก็แล้วแต่ที่ตกลงกันไว้ โดยมากถ้าหากว่าคณซื้อเหมาเป็นแบบรายปีก็จะถูกกว่ารายเดือนแน่นอนเพราะว่าเราเอาเงินให้เค้าไปใช้ก่อนยังไงล่ะครับ ได้เป็นก้อนๆครับ ซึ่งจะต้องถูกกว่าจ่ายรายเดือนครับ แนะนำว่า เราไม่ได้ทำการเปลี่ยน web hosting กันบ่อยมากนัก หรืออาจจะไม่ได้ย้ายเลยถ้าหากว่าคุณยัง happy กับราคาและการบริการของเค้าเหล่านั้นอยู่ หรือว่าคุณไม่ได้เจออะไรที่ดีกว่า แล้วเกิดกิเลสอยากย้ายครับ พวกที่ให้เช่า web hosting ก็จะกินเงินยาวๆไปเรื่อยๆ เป็น Business หนึ่งที่น่าสนใจ (ถ้าคู่แข่งมันไม่ได้เยอะเหมือนตอนนี้น่ะครับ เพราะตอนนี้ผู้บริโภคเป็นต่อเอามากๆ และก็ไม่ได้แข่งกันเองแค่คนไทยน่ะครับ เรื่องแบบนีเป็น international แปลว่าก็ต้องแข่งกับคนที่เค้าทำ web hosting ทั่วโลกครับผม)

การเลือก Web Hosting เป็นเรื่องที่พิจารณากันได้เยอะแบบมาก เยอะปัจจัยมากมายครับไว้ถ้าหากว่าผมเขียนไว้แล้วผมจะเอามาปะ Link ไว้ที่นี่แล้วกันนะครับ

Domain name โดเมนเนมอาจจะต้องมีถ้าหากว่าคุณจะมี Brand

ถ้าห

Posted in Bloging life | Tagged , , , , , | Leave a comment

ข้อสังเกตแปลกๆที่เจอเจอในประเทศเวียดนาม (สงกรานต์ปี 2553)

กุ้งเผาในน้ำมะพร้าวที่เวียดนาม
วันสงกรานต์ที่ผ่านมาผมไม่ได้พักผ่อนอยู่บ้านตามแผนการณ์ที่ประเมินเอาไว้ว่าอยากจะทำ (แน่นอนว่าผมไม่ได้วางแผนว่าจะนอนเฉยๆหรอกนะครับ ทำอะไรนั้นมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้ได้ว่าผมจะทำอะไร ) แต่มีรับ assignment มาให้ไปออกงานแฟร์เสนอสินค้าของที่บริษัทครับ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากสักเท่าไหร่หรอกครับ ก็ผมเป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้อยู่แล้ว ไม่ค่อยคิดมากอ่ะครับ (มีคิดอะไรมั่งเหรอป่าว่อะครับ ชีวิต แหม จะเอาอะไรมาหนักอกหนักใจให้มากมาย ทำลายสุขภาพจิตโดยไม่จำเป็นน่ะครับ คิดอย่างงั้นไม่ดีหรอกครับ)

ก็เลยอยากจะบันทึกเรื่องการเดินทางมาที่เวียดนามที่สักหน่อย ซึ่งปกติแล้วผมจะ Blog เนื้อหาประมาณนี้ที่ Blogspot ของผมครับ แต่ตอนนี้ผมมี Policy ใหม่แล้วว่า Blogger content ใดๆ จะเอาไว้ที่เดียวให้หมดคือ ที่ Rackmanagerpro.com แห่งนี้เท่านั้นครับ

ที่เวียดนามไม่ได้เป็นประเทศที่ดูแล้วเจริญแต่อย่างใด ไกด์ท้องถิ่นก็ยังบอกว่า ถ้าหากว่าประเทศไทยเราอยู่เฉยๆ เพราะการเมืองแล้วล่ะก็ก็ต้องรอเวียดนามให้ตามกันอีกประมาณ 10-15 ปีเห็นจะได้ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยเราจะไม่ได้หยุดนิ่งนานเท่านั้นหรอกครับ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ สภาพบ้านเมืองก็เหมือนกับบ้านเมืองเราเมื่อประมาณ 20 ปีย้อนหลังน่าจะได้ตอนนั้นผมว่าผมเกิดแล้วล่ะครับ คือ โดยรวมเพราะว่าประเทศเค้าผ่านสงครามมามากทำให้โดนถ่วงความเจริญ แทนที่จะเอาเวลาไปพัฒนาประเทศก็ต้องมารบๆกัน เสียเวลาไปโดยใช่เหตุไม่เกิด productivity มวลรวมในประเทศครับ

คนที่นี่ส่วนมากแล้วจะเป็นคนผอมบาง ทั้งชายและหญิง เข้าใจเอาเองว่าประเทศนี้ไม่มีอาหารไขมันให้กินมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลยน่ะครับ Loliria pizza และ KFC ก็มี แถมห้าง Big C และ CP จะมีเปิดกันให้เห็นกันทั่วไป แต่ข้อจำกัดสำหรับการสร้าง modern trade จะเป็นแนวว่า มีการจำกัดว่าเขตหนึ่งๆจะต้องมีได้แค่ที่เดียวเท่านั้น  เขตที่นี่ผมไม่รู้หรอกครับ ว่ามันใหญ่มากน้อยแค่ไหน แต่ที่นี่เค้าไม่มีชีเขตเหมือนกับบ้านเมือเราครับ มีแต่เลขเขคตเท่รนั้นครับ (หรือมีแต่ว่าผมไม่รู้ก็ไม่แน่ใจครับ) ที่ห้าง Modern trade ไม่ได้เปิดเยอะมากมายเหมือนกับเมืองไทยก็เพราะว่า เค้าไม่อยากจะให้กระทบธุรกิจของคนระดับรากหญ้าของเค้าน่ะครับ ไม่ใช่เงินทั้งหมดไปเป็นของนายทุนซะอย่างงั้น ทางรัฐเค้ามีความต้องการให้ทุกบ้าน ที่หน้าบ้านต้องเป็นธุรกิจ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งอย่าเอาเป็นแค่บ้านพักอาศัยเฉยๆครับ เพราะงั้นแล้วสิ่งที่คนที่นี่ทำได้ไม่ยากก็คือ การรับของมาขาย ที่เป็นแบบ Location base ครับ คือ แถวไหนไม่มีร้านอะไร ก็ฌอาของประเภทนั้นมาขาย มันก็เหมือนกับประเทศไทย กทม แต่ก่อนยังไงอย่างงั้นน่ะหละครับ Continue reading

Posted in กินเที่ยวเรื่อยเปื่อย | Tagged , , , | 1 Comment

SEO YOUTUBE CLIP ยึด Keyword ด้วย Youtube

building-keyword-lists วิธีลัดการในขึ้นอันดับการค้นหาของ Google วิธีหนึ่งที่คนไม่ค่อยจะสังเกตกันเท่าไหร่ว่าเป็นไปได้คือ การเอา vdo content ใน Youtube ขึ้นให้ตรงกับ Keyword ที่เราต้องการอยากจะได้มาเป็นของตัวเองครับ

ตอนนี้ผมยังไม่รู้หรอกว่าเงื่อนไขอะไรจะทำให้ Clip Youtube มันขึ้นใน SERP (search engine result page) แต่ก็เห็นอยู่หลายครั้งแล้ว ที่สินค้าหรือบริการจะมีการกล่างอ้างถึงใน Youtube Clip ครับ

คุณอาจจะสงสัยว่า อืม ทำไมไม่สนใจที่ image results ตอนที่ค้นหาด้วยล่ะ ก็เพราะว่า ผมคิดไม่ออกว่าจะมีคนที่อยากจะซื้อสินค้าหรือบริการที่อยากจะซื้อด้วยเหตุผลเพราะเห็นรูปเหรอป่าว ยกเว้นสินค้าที่ รูปลักษณ์จะเป็นตัวตัดสินใจให้กับคนที่ทำการค้นหาข้อมูลเหล่านั้นอยู่ครับ เช่น ถ้าหากว่าคุณรับติดตั้งแอร์ คุณอาจจะไปดัก youtube clip ด้วยวิธีการติดตั้งแอร์แบบมือไม่อาชีพทิ้งเอาไว้ แต่ว่าสุดท้ายคุณก็อาจจะบอกว่าถ้าหากว่าจะให้คนอื่นติดตั้งให้ เพราะว่ามันยุ่งยากมากมายแล้วล่ะก็เข้าไปที่ link นี้หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ มันจะตรงประเด็นมากกว่าน่ะครับ

ส่วนมากแล้ว คนที่จะทำการค้นหา Youtube ในประเทศไทยผมเดาเอาก่อนว่า จะดูพวกละครย้อนหลัง หรือไม่ก็รายการโทรทัศน์ ย้อนหลัง เพราะบ้านเมืองเราไม่มี website ที่เป็นสายตรงทางด้านนี้ครับ ไม่เหมือนกับประเทศนอกที่เค้ามีเอาไว้เป็นพิเศษเลย ซึ่งจะไม่ต้องพึ่งพา youtube ในการแสดงผลการค้นหาเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และอีกเหตุผลคือ บ้านเมืองประเทศนอกนี่เค้าคิดมากเรื่องความเป็นลิขสิทธิ์ครับ แต่บ้านเรา เรื่องนี้ไม่ได้ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่ แม้ Google Youtube จะ serious เรื่องนี้อยู่ก็ตาม แต่ถ้าหาก่วาไม่มีใครมา active อะไรแล้วไซร้ ฤา Google จะออกแรงเพื่อ remove content เหล่านั้นออกไปเองอย่างงั้นเหรอ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าคุณ Google ว่า โคนัน ก็จะเจอการ์ตูนโคนันให้ดูทั้งที่เป็น Conan the Movie และที่เป็นตอนๆ ที่ภาคภาษาไทยเสร็จศัพท์ ซึ่งผมก็ชอบดูน่ะครับไม่อยากจะให้ remove ออกสักเท่าไหร่ ว่างๆผมก็เอา Conan มาดูซะห่นอยเพิ่มความโหดให้กับตัวเองเข้าไปในสายเลือดว่าอย่างงั้น (ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นการ์ตูนให้เด็กๆดูน่ะครับ แต่ถ้าหากว่าคุณผู้ใหญ่ไม่เคยดู ก็จะไม่รู้หรอกว่า มันไม่ค่อยจะเหมาะกับเด็กมากสักเท่าไหร่ ลองดูเองแล้วกันแล้วจะรู้ว่ามันไม่เหมาะน่ะครับ )

นอกจากพวกละคงละครแล้วก็จะเป็น MV เพลงต่างๆครับ พวกนี้จะค้นหาเป็นพวก Karaoke กันเลยซึ่งผมก็ชอบอีกน่ะหละ เพราะว่าจะได้เอาไปฝึกร้องได้ครับ โดยการปรับเสียงให้ออกลำโพงด้านเดียวเท่านั้นจะก็ได้ยินเฉพาะเพลงแล้วเราก็ร้องได้ไม่อั้น ได้อย่างไม่สนใจเรื่องลิขสิทธิ์อีกเหมือนเดิม (ดีเนาะบ้านเมืองเรา เฮ้อ ..)

สุดท้ายแล้ว Youtube จะเป็นแหล่งของข้อมูลพวก How to ทั้งหลายแหล่ เพราะว่า การอธิบายเรื่องราวใดทำเป็น vdo clip เพื่อบอกคนอื่น มันจะทำได้ง่ายและ เข้าใจได้ดีกว่า (แต่ว่าเสียเวลาในการดูเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกับที่เป็น text เอาไว้ มันจะอ่านตรงไหนเมื่อไหร่ เร็วแค่ไหนก็ไม่มีคนว่าอะไรน่ะครับ)

เกริ่นมาเสียยาว ก็ผมกำลังจะบอกว่าถ้าหากว่าคุณขายของหรือคุณขายบริการใดๆที่พอจะเล่าเรื่องราวเชิง how to ได้ก็อยากจะให้ทำ content เป็น Youtube file เอาไว้น่ะครับแล้วก็ Post ขึ้นไปเลยครับ โดยวิธีการก็ไม่ยาก คุณอาจจะเลือก TOPIC ที่คุณมีความเป็นมืออาชีพมากๆ เอามาอธิบายให้คนที่ไม่ได้เป็นมืออาชีพเข้าใจ เช่น ถ้าหากว่าคุณขาย wine คุณก็บอกคนอื่นซิครับ ว่าคุณเล
ือกซื้อ wine เพราะเหตุผลอะไรและแนะนำตัวไหน แล้วก็สุดท้าย หรือ ก่อนเข้า clip ก็บอกซะหน่อยว่าคุณเป็นร้านขายไวน์อยู่ไหนอย่างไร มี link website ให้เสร็จคนดูจบก็จะได้เข้าไปดูที่เว้ปคุณยังไงล่ะครับ

เทคนิค และ TIP เล็กๆน้อยเพื่อให้ได้ Keyword ที่อยากได้ด้วย Youtube

นอกจาก content ที่คุณจะต้องคิดว่า อะไรเหมาะกับสินค้าหรือบริการของคุณแล้ว คุณต้องคิดมากเรื่อง SEO เพื่อ Youtube Clip อีกด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรหรอกครับ ก็คือ คุณจะต้องมี Keyword ที่อยากจะเอามาเป็นพระเอก อยู่ที่ตอนแรกของ Title ของ clip คุณ แล้วก็ประมาณว่าปิดท้ายด้วย Keyword เดียวกันนั้นในเนื้อหาของ Title คุณเช่น "วิธีการเลือกไวน์ — ประโยชน์ของวิธีเลือกไวน์ง่ายๆว่าไวน์ไหนดีไม่ดี"ประมาณนี้น่ะครับแต่ว่าจริงๆแล้วผมว่าช่องมันจะให้กรอกข้อมูลน้อยกว่านี้น่ะครับก็ต้องปรับแต่งคำให้เหมาะแล้วกันแต่ว่าอยากมี Keyword อะไรก็ใส่เข้าไปเป็นคำแรก แล้วก็ในเนื้อหาของ Title มีอีกสักหน่อยซ้ำกันก็เป็นเรื่องดีครับ

ใน Tag  ก็ต้องใส่ Keyword นั้นๆด้วยครับอันนี้เป็น sense อยู่แล้วแต่ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ใส่ก็เสียโอกาสไปซะงั้นครับ

ที่แรกสุดท้าย Description ของ Youtube Clip ของคุณ ผมสังเกตมานักต่อนักแล้วว่า แม้แต่ตัวผมเอง ผมจะกด Link ทันทีที่เข้าไปที่หน้า Youtube ที่แสดง vdo ที่ผมสนใจเพื่อดูว่า เว็ปของตาคนนี้ที่สร้าง Youtube Content เนี่ยะมันหน้าตาเป็นยังไงเผื่อว่าอาจจะมีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้อีก เพราะงั้นแล้ว สรุปคือว่า คุณต้องเอา http ลิงค์ของคุณใส่ไว้ที่ Description ไว้ตอนแรกเลยครับ เพราะถ้าหากว่าอยู่ไกลว่าตอนแรกแล้ว มันจะโดนย่อหดหายไม่เห็น link ครับ (เหตุผลก็เท่านี้เอง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ถ้าหากว่ามันย่อคนไม่เห็น link แล้วจะไปกดได้ยังไงล่ะครับ จริงเหรอป่าวอ่ะ ..)

ถ้าหากว่าคุณโชคไม่ดีที่ Keyword ของคุณดั้นมีการทำ Clip youtube ไปเยอะมากแล้ว คุณก็อาจจะตกอันดับ ในการค้นหาด้วย youtube ได้น่ะครับ เพราะงั้นแล้ววิธีการที่คุณจะไปโผล่หน้าแรกได้ก็อาจจะต้องทำการ Post ใน Comment แทนทั้งของ Clip Youtube ที่ keyword ที่คุณอยากจะได้แสดงอยู่ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีการนี้ผมว่าเป็นวิธีการรองมากกว่า เน้นพิมพ์ Title และก็บอกคำอธิบายอะไรให้ดีๆจะเป็นการดีมากกว่ามากน่ะครับเพราะผมเชื่อว่าตอนนี้ไม่มีคนทำอะไรเกี่ยวกับเรื่อง Youtube กันเลยก็ว่าได้

ถ้าหากว่าอยากจะยึดจริงจังกันเลยแบบว่าไม่ต้องให้คนอื่นเข้ามาข้องแวะอาจจะทำ file Youtube ให้มากไว้ เช่น เรื่องเดียวกันทำมัน 5 แบบเลย แล้วก็พิมพ์ title ที่แตกต่างกันก็ได้ เพื่อยึด keyword แบบทั้งหาด เอามันให้หมดว่าอย่างงั้น แต่ว่าข้อสำคัญก็คือว่า "Google รู้นะครับว่า Clip ใดเหมือนกัน" จะโดนเรื่องเป็น เนื้อหาซ้ำซ้อนได้ แต่วิธีการแก้ผมว่าตอนนี้ technology ของ Google เอายังไม่น่าจะทำการเปรียบเทียบภาพ VDO ได้หรอกครับ เค้าก็แค่ดูว่า เนื้อความมีวินาที ที่เท่าๆกันแป้ะเลยเหรอป่าวแค่นั้นเองแล้วก็ดูเวลา post ว่าเพิ่งจะ post เหมือนกันเหรอป่าว แน่นอนว่า มันป้องกัน legitimate duplicate content จริงๆน่ะครับ แต่ว่าเราจะโกงนิดหน่อยก็แค่ว่าใส่ title ให้แตกต่าง ใส่ title ตอนแรกเหมือนกับที่บอกว่า เว็ปไหนเข้าไปในตอนแรกของ vdo ด้วยวินาทีที่ไม่เท่ากันก็เป็นวิธีการแก้ไขแล้วครับ เอาเป็นว่าทำให้มันขนาด file ไม่เท่า ความยาวของ clip ไม่เท่าแค่นี้ Google จะให้หุ่นยนต์หรือ Logic ในการตรวจสอบว่ามันเหมือนกันก็ทำไม่ได้แล้วน่ะครับ (แต่ก็อีกสุดท่าย Google ก็จะพยายาทำมันน่ะครับ แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่าจะทำยังไงได้น่ะครับถ้าไม่ให้คนมามองเองซึ่งแน่นอนว่าคนไม่ทำอยู่แล้วมันถึกเกิน) ความยาวไฟล์เวลาไม่ควรจะเกิน 3 นาที หรือว่าถ้

Posted in Bloging life, business IDO, online life | Tagged , , | Leave a comment

จะตั้งชื่อภาพหรือ Permalinks ใช้ขีดกลาง แทนขีดล่างซะนะ

hyphen การใช้ (-) ขีดกลาง เพื่อการเชื่อมต่อประโยคหรือเนื้อความใดๆที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะทำให้ Google แยกแยะคำเหล่านั้นออกมาได้ ดังนั้น ถ้าหากว่าคุณอาจจะ Post อะไรก็ตามที่หน้า WordPress แล้วล่ะก็ การตั้ง Slug ด้วยคำหลายคำแล้วขั้นด้วย ขีดกลาง จะเป็นวิธีการหนึ่งที่คนนิยมทำกันมาก และมันเป็นค่า Default ของ WordPress ด้วยซ้ำ ถ้าหากว่าคุณเลือก Postname มาเป็น รูปแบบ Default permalinks

นอกจากนี้ผมยังแนะนำว่า เราสามารถใช้ ขีดกลาง เพื่อใช้กับ alt tags และใช้กับ ชื่อภาพได้อีกด้วย เพราะว่า Google ก็มองเรื่องพวกนี้ด้วยวิธีการเดียวกันทั้งสิ้นครับ อันนี้เหมือนว่าผมจะอ่านมาจากที่ไหนสักแห่งไม่นานมานี้ แต่ว่าผมก็จำไม่ได้อ่านเจอมาจากที่ไหนเหมือนกันน่ะครับ ถ้าหากว่าอ้างอิงได้ เพราะว่านึกออกขึ้นมาเมื่อไหร่ผมจะ linkback ไปที่หน้านั้นแล้วกันนะครับ (แต่ว่าตอนนี้นึกไม่ออกจริงๆครับ)

นั่นก็แปลได้อีกความหมายหนึ่งว่า ถ้าหากว่าคุณตั้งชื่อภาพแล้ว ปกติ WordPress จะเอาชื่อภาพเป็น alt tags ซะงั้น ก็แนะนำว่าแทนที่จะใช้ under scroll หรือ ขีดล่าง ก็เลือกใช้เป็นขีดกลางแทนให้หมดก็แล้วกันนะครับ

ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ไม่เสียหายที่จะรู้ไว้จริงเหรอป่าวล่ะครับ

Posted in Bloging life | Tagged , , | Leave a comment