Kindle ประเทศไทยซื้อได้แล้ว โหลด ebook โลดจาก Amazon Kindle DX Global
ไม่น่าเชื่อ Kindle กำลังจะทำตลาดทั้งโลกแล้วตอนนี้เพราะว่าล่าสุดเข้าไปเห็นที่เว็ป mcot.net เริ่มมีคนบอกว่า Kindle กำลังจะเปิดตัวเพื่อให้คนทั่วโลกได้ใช้งานกัน ซึ่งแต่ก่อนมันจะกั้กเอาไว้แค่ประเทศ US ใช้งานได้เท่านั้น ความแตกต่างที่ว่านี้ ก็คือ "การที่เราสามารถโหลดหนังสือเข้า Kindle ได้จากทีไหนก็ได้ทีมีสัญญาณ GPSR/EDGE ครอบคลุมครับ"
Kindle ก็จะมีขายในประเทศไทยก็เป็นหนึ่งใน 100 ประเทศที่จะทำการโหลดหนังสือใดๆผ่าน Kindle จากอากาศกันเลยก็ว่าได้ครับ โชคดีอยู่เหมือนกันทำให้ผมอยากจะซื้อ Kindle ขึ้นมาทันทีทันใดเลยก็ว่าได้
หลายคงอาจจะสงสัยว่าแล้ว ทำไมไม่อ่านหนังสือบน computer หรือว่า print out ออกมาแล้วอ่านกันล่ะ ทำไมต้องเป็น Kindle ด้วย แล้วเป็น ebook reader ของยี่ห้ออื่นไม่ได้เหรอ แล้วๆๆ ..ทำไมไม่ซื้อมาเป็นหนังสือจริงๆเลยล่ะ ?
เอางี้ผมว่าผมมองปัญหาหรือคำถามออกมาเป็นข้อๆอย่างงี้ดีกว่าน่ะครับคือ
ทำไมไม่อ่านบน computer หรือว่า Notebook ล่ะนั่นโอ้วซื้อทำไมให้มันเปลืองเงินไปอีกเนี่ยะ?
แสดงว่าคุณไม่ค่อยได้อ่านหนังสือบน computer เท่าไหร่น่ะครับถ้าหากว่าคุณถามแบบนี้เพราะว่าถ้าคุณอ่านแล้วคุณจะรู้สึกได้ทันทีหลังจากที่อ่านได้ระยะเวลาหนึ่งก็คือ อาการเมื่อยตาที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะตาเรารับแสงจากจอกันตรงๆเลยครับ แม้ว่าคุณปรับแสงให้ต่ำแล้วก็ตาม มันก็จะทำให้ตาคุณไม่ค่อยสบายเท่าไหร่เพราะว่าแสงมันอ่อนเกินกว่าที่คุณจะอ่านได้สะดวก หรือว่าถ้าหากว่ามันเข้มหน่อย คุณก็จะอ่านได้ไม่นาน มันไม่มีอะไรดีไปกว่าแสดงสะท้อนจากภายนอกแล้วกระทบเข้าสู่ตาเราเหมือนกับการอ่านหนังสือแบบกระดาษน้ำตาล (เพื่อถนอมดวงตา) ยังไงอย่างงั้นน่ะครับ
Kindle เป็นอุปกรณ์ เพื่อเอาไว้อ่านหนังสือที่ทำให้ digital file ไม่ว่าจะเป็น pdf หรือว่าเป็น file ของ Kindle เองที่ซื้อได้จาก Amazon นั้นอ่านแล้วเหมือนกับว่าเห็นเหมือนกับหนังสือจริง มันจะเหมือนมากน้อยแค่ไหนน่ะเหรอครับ ก็อาจจะอุปนัยแถลงความได้ประมาณว่า คุณเคยเห็น mock up ของมือถือเหรอป่าว(ที่มันเป็นมือถือปลอมให้เราจับลูบคลำโยนดูน้ำหนักที่ร้านมือถือน่ะครับ) ก็จะมีหน้าจอที่เป็นสติ้กเกอร์กระดาษประมาณนั้น ภาพที่ออกมาจากหน้าจอ Kindle มันก็จะเหมือนอะไรแบบนั้นน่ะหละครับ ไม่ได้ผิดแปลกแตกต่างออกไปเลย คุณจะอ่านไม่ได้ถ้าหากว่าคุณอยู่ในที่มืด หรือว่าแสดงไม่พอ หรือในทางกลับกันคุณจะอ่านหนังสือได้ถ้าหากว่าคุณอยู่ในโล่งแจ้ง (แดดไม่จัดเกินเพราะว่าถ้าหากแดดจัดเกินมันก็แรงเกินไปสำหรับการอ่านหนังสือเพื่อพักผ่อนแล้วน่ะครับ)
สำหรับเรื่องเปลืองเงินนั้นคุณอาจจะไม่ get ภาพเท่าไหร่ถ้าหากว่าคุณเป็นพวกอ่านหนังสือเยอะๆสักหน่อยคุณจะรู้ว่า คุณอยากจะเอาหนังสือติดตัวไปด้วยทุกทีทุกทางไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือว่าไปต่างจังหวัด เพราะมันก็จะมีเวลาสำหรับอ่านอะไรไม่ค้างคา ไม่มีเวลาอ่านในภาวะปกติ หรือว่าอ่านแล้วมันติดพันน่ะครับ มันจะเปลืองก็ต่อเมื่อคุณอ่านหนังสือน้อยกว่าจุดคุ้มทุนครับ มันไม่คุ้มทันทีเลยถ้าหากว่าไม่ใช่เป็นพวกอ่านหนังสือเยอะ แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่ได้ประมาณจุดคุ้มทุนให้เห็นๆกันว่า มันคุ้มเมื่อคุณซื้อหนังสือทั้งหมดกี่เล่มน่ะคัรบ ถ้าหากว่ามีโอกาสแล้วจะแอบคำนวณมาให้ดูกัน แต่ที่แน่ๆคือ พวกร้านหนังสือใหญ่ๆตอนนี้กำลังโดน Kindle แย่งลูกค้าไปครับ เพราะว่าพวกที่เป็น avid reader หรือพวกอ่านหนังสือหนักๆซื้อเป็นประจำ กลุ่มคนพวกนี้การซื้อหนังสือจริงลดหายไปกับตาเห็นจะได้ ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับเค้าซื้อเป็น Kindle อ่านแทนยังไงล่ะครับ
ไม่ต้องคิดไปไกลมากมายน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณเป็นพวกอ่านหนังสือภาษาปะกิตเป็นประจำ คุณจะไปร้านหนังสือได้แค่ไม่กี่ร้านในประเทศไทยเท่านั้น แล้วโอกาสที่คุณจะได้อ่านหนังสือที่คุณอยากจะอ่านมันก็แทบจะมีไม่มากเพราะว่าเค้าไม่ได้เอาหนังสือเยอะแยะมากมายอะไรมาตั้งเอาไว้ที่หน้าร้านเพื่อให้คุณเลือกซื้อ สิ่งที่คุณจะทำได้ก็คือ การสั่งซื้อผ่านเค้าอีกต่อหนึ่ง เพราะคุณเองก็ไม่ได้มี network (เพื่อนฝูง) เพื่อให้เค้าเหล่านั้นส่งหนังสือตัวเป็นๆมาหาคุณอีกต่อหนึ่งยังไงล่ะครับ ลองคิดดูหนังสือที่ผ่านการส่งทางกายภาพแบบนี้จาก America หรือที่ไหนก็สุดแล้วแต่จะต้องเสียค่าส่งเท่าไหร่ จะต้องรอนานเท่าไหร่ และจะต้องออกแรงเพื่อเดินเรื่องอีกไปเท่าไหร่ ? แล้วคุณคิดเหรอครับว่าการซื้อหนังสือที่หน้าร้านประเทศไทยแบบนี้เค้าจะขายคุณได้ในราคาที่ถูกเหมือนกับซื้อที่ประเทศนอก ก็ไม่อีก เค้าก็ต้องฟันกำไรคุณเยอะหน่อยกับการ stock หนังสือที่ไม่รู้ว่าจะมีคนซื้อมากน้อยแค่ไหนและยังต้องมาเสียค่าเช่าพื้นที่ห้างร้านอีก แล้วต้องมาจัดการเรื่องการส่งของ สั่งซื้ออีก เรียกได้ว่ามีโสหุ้ยที่ทำให้หนังสือหน้าร้านค้าโลกจริงที่คุณยืนอ่านอยู่นั้นมันจำเป็นต้องแพง และแพงกว่าที่ซื้อที่ประเทศอเมริกาอยู่หลายขุมยังไงล่ะครับ
ทำไมไม่อ่านเป็น Ebook Reader ธรรมดาด้วยล่ะ มันก็เป็น e-ink เหมือนกันน่าจะใช้แทนกันได้นี่หน่า ?
มันใช้แทนกันได้ก็ต่อเมื่อคุณอ่านพวก pdf file ครับคุณจะโหลดหนังสือกลางอากาศแบบที่ Kindle ทำอย่างนี้ไม่ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรเหรอป่าวครับ ก็ไม่เชิงหรอกครับเพราะคุณจะหมดโอกาสการเข้าซื้อหนังสือจากร้านหนังสือ online Amazon ที่จะทำให้หนังสือปกติถูกลงเหลือ 9.99 USD หรือต่ำกว่า (หรือแพงกว่าก็แล้วแต่เค้าตั้งเอาไว้) แต่ว่าที่แน่ๆมันตำกว่าหนังสือจริงๆครับ ซึ่งหนังสือพวกนี้เยอะเล่มมากมายเลยน่ะครับ คุณจะหาอ่านเป็น pdf file ไม่ได้ซิด้วยซิ (อาการจะเหมือนกับ Kindle จะผูกขาดซะอย่างงั้นถ้าหากว่าคุณจะอ่านเป็น electronic book น่ะครับ) มันก็พูดยากน่ะครับว่าทำไมเค้าต้องทำกันแบบนี้ โหดร้ายกับคนทำเครื่อง ebook reader อื่นๆกันเหรอป่าว ก็ช่วยไม่ได้น่ะครับเพราะ Amazon เค้าเป็นจ้าวตลาดจริงๆน่ะหละ สำหรับการขายหนังสือที่สหรัฐ (และกำลังจะเป็นจ้าวตลาดการขายหนังสือภาษาต่างประเทศในประเทศไทยอีกด้วย) ตอนแรกผมก็กะว่าจะซื้อ pdf reader ที่เป็น e-ink ธรรมดาอยู่เหมือนกันน่ะครับ แต่ก็คิดไปคิดมาก็จะพลาดเรื่องน่าอ่านไปอีกเยอะแยะเลยเพราะว่าเราหา pdf file ไม่ได้น่ะครับ อ้อ .. file ที่โหลดเพื่อ kindle คุณจะทำการพิมพ์ออกมาเป็น pdf file ก็ไม่ได้น่ะครับ ผ่านไม่เห็นปุ่มพิมพ์บน program Kindle (ที่โหลดเพื่อ computer ) เลยล่ะครับ หรือถ้าหากว่ามีวิธียังไง comment ให้หน่อยน่ะครับเพราะว่าอยากจะทำได้อยู่เหมือนกันครับ เพราะงั้นแล้วเรื่อง print out ออกมาแล้วอ่านก็เป็นปัญหาเดียวกับเรื่องของการหา pdf file ไม่ได้เช่นเดียวกันน่ะครับ อ้อ ถ้าหากว่า print ได้จริงๆ ผมก็ไม่แนะนำ print out สักเท่าไหร่เพราะว่ามันหนักครับ (เคยทำแล้วตอนโหลด file คู่มือการเดินทางของประเทศญี่ปุ่น ผมขนไปเป็นปึกๆ หนักเอาการน่ะครับแล้วก็ใช้งานไม่ได้คุ้มค่าเท่าไหร่ด้วย แล้วคิดเหรอครับว่าคุณจะ print out แล้วไปอ่านตามร้านกาแฟหรือว่านอนอ่านข้างชายหาด ด้วยกระดาษปึกหนึ่งแล้วเอาตัวหนีบๆเอาไว้อย่างงั้น เท่ห์มากมายเล้ย .. อิอิ)
สำหรับคุณสมบัติของ Kindle ผมคงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากน่ะครับ (เพราะว่าแค่ที่พิมพ์มาก็มากพอควรแล้ว) มันก็มีแค่สองแบบครับ คือ แบบเล็ก Kindle ตัวเล็กหน้าจอกว้างหกนิ้ว แล้วก็แบบใหญ่หน้าจอกว้าง เก้านิ้วครึ่ง อันนี้ก็แล้วแต่ว่าแต่ละคนละเลือกซื้อแบบไหนน่ะครับ เพราะถ้าหากว่าอันใหญ่หน่อยมันก็โชว์ได้พื้นที่เยอะหน่อย แล้วก็ถ้าหากว่าเป็น pdf file ดูแล้วตัวก็จะใหญ่หน่อยน่ะครับ แต่มันก็เป็นข้อเสียที่ว่ามันจะหนักกว่าเจ้าตัวเล็กคือ Kindle 6 inches ครับถือมือเดียวก็ได้ไม่หนักเกิน แต่ว่าตัวหนังสือสำหรับ pdf มันก็จะเล็กหน่อยเท่านั้นเองเพราะพื้นที่ show หน้ามันน้อยซะอย่างงั้น แต่สำหรับ format ที่ซื้อมาจาก Amazon เองเลยจะอ่านได้เหมือนๆกันหมดน่ะครับ เพราะว่ามันปรับขนาดได้ยังไงล่ะครับ ทั้งนี้ต้องพิจารณาเอาเอง แล้วก็แล้วแต่งบประมาณด้วย กับความสามารถในการอ่านของแต่ละคนครับ
ไว้มีโอกาสผมจะมา review กันอีกทีดีกว่ามันใช้งานอะไรยังไงได้แค่ไหน (เพราะตอนนี้ Kindle DX global หรือ Kindle DX international ทั้งตัวเล็ก 6 นิ้ว แล้วก็ตัวใหญ่ 9.5 นิ้ว ที่ ship ไปทั่วโลกเค้าจะส่งของวันที่ 19 เดือนมกราคม 53 ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่ถึงน่ะครับ )
สั่งซื้อได้โดยตรงจาก web amazon ที่นี่เลยน่ะครับ (ส่งมาประเทศไทย)
กด link ที่นี่สำหรับ Amazon Kindle 6 นิ้ว (เจ้าตัวเล็ก)
กด Link ที่นี่สำหรับ Amazon Kindle 9.7 นิ้ว (เจ้าตัวใหญ่)
เรื่องอื่นๆที่คล้ายๆกัน
If you enjoyed this post, please consider to leave a comment or subscribe to the feed and get future articles delivered to your feed reader.
-
เอิ๊ก
-
aiki
-
rackmanager
-
luukmuu
-
rackmanager




