msn emotion icon ใช้กันได้แต่ต้องควบคุมได้ด้วยนะ


มีน้องสาวผมคนนึงเค้าเล่นเอ็มกับผมแต่ว่าก็ไม่ได้เล่นประจำอะไรแต่ว่าเค้ามีพฤติกรรมในการเล่นเอ็มที่แปลกกว่าคนอื่นจนผมต้องเอามาเล่าครับ เวลาที่ผมเจอน้องคนนี้เนียะ เค้าก็ไม่ได้ทักทายผมเท่าไหร่หรอกแต่ว่าพอผมคุยด้วย เค้าก็มักไม่พิมพ์คุยกะผม สิ่งที่เค้าส่งมาหาผมส่วนใหญ่จะเป็นภาพ emotion icon ครับ แต่ว่าที่แย่ไปกว่านั้นก็คือว่า ถ้าเค้าพยายามที่จะพิมพ์อะไรขึ้นมาเพื่อที่จะสื่อสารกับผม เช่น แค่จะบอกว่า “ไปกินข้าวมา” ตัวอักษรทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดจะโดนแปลงเป็นภาพ emotion icon ทำให้อ่านไม่ออกครับ เรียกง่ายๆว่า แทนที่จะเป็นภาษาพิมพ์เหมือนคนอื่นปกติเค้า แต่ว่านี่มันเป็นภาษาภาพไปแล้วน่ะครับ ผมก็เคยถามเค้าเหมือนกันว่า เอ้ะ ทำไมเอา icon อะไรมาเยอะแยะแบบนี้แล้ว อย่างงี้คุยกะคนอื่นรู้เรื่องกันเหรอป่าวเนี่ยะ เค้าก็บอกผมว่า เค้าอ่ะเป็นพวกที่สะสม icon พวกนี้แล้วก็ชอบที่จะใช้มัน เค้าใช้มันเยอะเกินไปน่ะครับผมว่านะ .. เพราะเช่นตัวอย่างที่ผมบอกตะกี้คือแค่คำว่า “ไปกินข้าวมา” ไป ก็จะโดนแปลงเป็นรูป ลิงขี่มอเตอร์ไซด์ แปลว่าไป … อืม ดีมาก .. แล้วก็กิน ก็จะโดนแปลงเป็นรูปลิงกินข้าวกินบะหมี่อยู่ แต่ว่าคำว่ามาเนี่ยะไม่ได้มีการบันทึกเป็น icon เอาไว้

“แล้วนี่ไม่คิดจะแก้อะไรมั่งเหรอครับ” ผมก็คิดอยู่ในใจแต่ว่าผมก็ถามโพล่งออกไปด้วยความเคยชินว่า คนคิดกับการพิมพ์มันพรั่งพลูไหลออกมาได้อย่างรวดเร็วเหมือนสายน้ำ เค้าก็ไม่ได้บอกอะไรผม แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำสำหรับคนที่มีอาการแบบนี้ (ผมเดาเอาว่าไม่ได้มีแค่น้องคนนี้ที่เป็นพวกติด emo icon อย่างงี้อย่างแรง) ว่า ถ้าหากว่า อยากจะใช้ให้อย่าตั้ง เป็นคำธรรมดา เพราะว่า หากว่าเราต้องการจะพิมพ์อย่างงั้นจริงๆบางทีมันก็สื่อสารไม่ได้ เอาซะเลยครับ ยกตัวอย่างให้งงกว่านั้น กรณีที่ผมเคยเจอมาก็เช่น หากว่าเค้าตั้ง emotion icon มาจากคำว่า “มา” แล้วล่ะก็ . นั่นแปลว่าถ้าหากว่าเค้าพิมพ์ว่า “มาก” มันก็กลายเป็นว่า มีรูป ลิงเดินมา แล้วก็ตามดว้ย ก.ไก่ เอ้ย.. แล้วมันจะอ่านเข้าใจกันได้ยังไงล่ะนั่น แย่กว่านั้นก็คือภาพก็ไม่ได้สื่อสารเลยว่า นี่กำลังพิมพ์บอกว่า “มาก” แต่อย่างใด

ประเด็นก็คือว่า หากว่าต้องการใช้ emotion icon พวกนี้ แนะนำอย่างแรงกล้าว่า เราต้องควบคุมมันครับ เราควรจะใช้เมื่ออยากจะใช้เท่านั้น วิธีการที่ผมใช้ในการกำกับ emotion icon เหล่านี้ คือ การใส่เครื่องหมายประหลาดๆที่ไม่ได้ใช้งานกัน ที่เป็นอยู่ในชุดแป้นพิมพ์ภาษไทย เช่น กรณีของผมผมจะใช้ “ๆ” นำหน้าเสมอ เช่น หากว่าผมจะแอดรูป emotion icon รูปหัวใจ ผมไม่อยากจะพิมพ์ว่า “หัวใจ” แล้วให้มันขึ้นเป็นรูปหัวใจหรอกนะครับ ผมจะตั้ง key หรือคำที่เป็นตัวแทนของรูปหัวใจว่า “ๆหัวใจ” นั้นก็แปลว่าถ้าหากว่าผมต้องการที่จะ ให้แสดงเป็นภาพเพื่อสื่อสารความในใจแล้วล่ะก็.. ผมก็จะพิมพ์ ไม้ยมก นำหน้า แต่ว่าถ้าหากว่าต้องพิมพ์ว่า “หัวใจ” ผมก็พิมพ์ไปได้เลยเหมือนกับการพิมพ์ปกติครับ นี่อาจจะเป็นแค่อะไรง่ายๆสั้นๆ แต่มันมีผลกระทบต่อการสื่อสารผ่านระบบ msn กันอย่างแท้จริง ที่เป็นปัญหาของโลกเรา ณ ปัจจุบันที่มองข้ามไปไม่ได้น่ะครับ

การที่ใช้ emotion icon มันดีตรงที่ว่า .. มันสื่อสารเป็นภาพได้ แล้วก็ถ้าหากว่าคุณมีชุด emotion icon ที่มันดูน่ารักแล้วล่ะก็.. ผมก็คนที่ได้รับ ก็จะรู้สึกว่า แหม .. ทำไมคุณๆทำตัวได้น่ารักแบบนี้นะ .. ซึ่งผมรู้สึกอย่างงั้นจริงๆน่ะครับ แล้วก็คนที่คุยกะผมเค้าก็เหมือนว่าจะรู้อย่างงั้นด้วย

Download Emoicon  ได้จากที่นี่ครับ (อย่าลืมว่าอย่างใช้พร่ำเพรือแล้วกันนะครับ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • emotion
  • emotion icon
  • emotion msn
  • icon msn
  • ไอคอนแสดงอารมณ์
  • ไอคอน msn
  • ไอคอนแสดงอารมณ์ msn
  • emotion ลิง
  • icon emotion
  • msn emotion

เคล็ดลับเร่งความเร็วในการปรับเปลี่ยนระหว่างภาษา

ที่หน้าจอผมจะไม่เอา Language bar มาวางเอาไว้ ทำให้ผมเองก็ไม่รู้ได้แน่ชัดสักเท่าไหร่หรอกว่าตอนนี้มันเป็นภาษาอะไรกันแน่ ถ้าหากว่าไม่ได้สังเกตที่ cursor (แท่งกระพริบๆตอนพิมพ์) ว่ามันมีขีดหรือว่าไม่มีขีด ถ้าหากว่ามีขีดเล็กที่ด้านล่างด้วยก็แสดงว่าตอนนี้มันเป็นภาษาไทยอยู่แต่ว่าถ้าไม่มีก็จะรู้ได้ว่าเป็นภาษาอังกฤษ แต่ว่า มันก็สังเกตยากอยู่ดีน่ะครับ แล้ว .. ทำไมผมไม่เอา Language bar มาปะไว้ที่หน้า Desktop taskbar ด้านล่างเหรอครับ ก็ง่ายๆครับ .. แค่ icon ที่ Desktop ผมยังไม่อยากให้มีเท่าไหร่เล้ย icon ที่ tray ด้านชวาอะไรซ่อนได้ผมก็ซ่อนไปให้หมด ไม่อยากจะเห็นอะไรที่หน้ามากนักทำให้เราสีสมาธิดีน่ะครับ ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปเองคนเดียวเหรอป่าว่นะครับ แล้วก็อีกอย่างมันดูเป็นมือโปรดีครับ พูดง่ายๆก็มันเท่ห์ๆเท่าน้นเองอ่ะครับ แล้วจะเปิดโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำผมไม่ได้กดที่ icon เหมือนคนปกติเค้าทำหรอกครับ ผมใช้ Launchy มาเป็นชาติแล้ว แล้วก็จะใช้ไปตลอดตราบเท่าที่ชีวิตยังมีอยู่(ตอนใช้คอมน่ะครับ)

ผมพาไปไหนอีกแล้วเนียะ กลับมาเรื่องภาษาก่อนครับ คืออย่างงี้ น้องสาวผมเนียะ เค้าไม่ได้ใช้แค่ 2 ภาษาเหมือนกับผมน่ะซิ เพราะเค้าน่ะใช้ภาษาจีนด้วย ทำให้วิธีการของมนุษย์ปกติก็จะเอา language bar ออกมาปะเอาไว้ แล้วถ้าอยากเปลี่ยนภาษาทั้งๆที่มืออยู่บนแป้น keyboard แท้ๆ ก็ต้องเอื้อมไปล้วงเมาส์ หาเมาส์บนจอ แล้วก็ขยับมาเพื่อไปกดเลือกภาษาอีกภาษาหนึ่งที่อยากจะใช้ มันช่างยุ่งยากนัก

ผมก็หงุดหงิดที่จะต้องทำแบบนั้นด้วยเหมือนกันเพราะว่าถ้าหากว่าผมไปใช้คอมที่เครื่องน้องผมเพื่อเล่นอะไรนิดหน่อยพิมพ์อะไรนิดๆก็ต้องทำเหมือนกะที่น้องผมทำ แต่ว่า.. ไม่เอาหละ ผมก็เปลี่ยนวิธีการโดยตกลงกับน้องผมแบบนี้น่ะครับ คือ ให้ set ปุ่ม alt+shift+1 เป็นภาษาอังกฤษ alt+shift+2 เป็นภาษาไทย และ alt+shift+3 เป็นภาษาจีนที่เค้าใช้งาน เพียงเท่านี้ก็เป็นลดขั้นตอนในการเปลี่ยนนภาษาสำหรับคนที่ต้องภาษามากกว่า 2 ภาษาขึ้นไป ซึ่งหากว่าไม่ได้ทำแบบนี้จะพบได้ว่า ผมจะเกิดความเครียดอันเนื่องมาจากการทำอะไรที่ไม่ productive เท่าไหร่ครับ

สำหรับคนที่ใช้ Windows XP (เพราะว่าผมใช้น่ะครับไม่เคยใช้ Vista เพราะเหตุผลง่ายๆแค่ว่ามันโหลดอะไรชักช้าแล้วก็กินเครื่องโดยไม่จำเป็น) วิธีการตั้งค่าก็คือ ไปที่ control panel > Date Time Language and regional options > Regional adn Luanguage Options > tab Language > Details > เลือกสักภาษากด Key Settings > เลือกภาษาที่เราจะต้องปุ่มให้มัน > Change Key sequence… > แล้วทีนี้ก็เลือกแบบกดที่เราอยากจะให้เป็น สำหรับกรณีผมก็คือ กด Left Alt + shift + key 1 ครับ สำหรับภาษาอังกฤษ เป็นต้น

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ใช้มากกว่า 2 ภาษาจะได้ประโยชน์อย่างแรง แต่ว่าถ้าแค่สองภาษา มันก็ดีเหมือนกันนะครับ เพราะว่าผมก็ใช้แบบนี้ ลองดูแล้วกันนะครับแล้วจะรู้ว่ามันดีกว่าการที่เรากด ` ยังไง

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เปลี่ยนภาษา skype เป็นภาษาไทยไม่ได้ทำไง
  • icon update กระพริบ
  • ปรับความเร็ว เปลี่ยนภาษา
  • cursorขีดล่าง แสดงให้รู้ว่าเป็นภาษาไทย
  • เปลี่ยนภาษา skype เป็นภาษาไทย ( skype thai language pack )

Firefox อำคนอื่นแบบเจ๋งสุดๆ เท่าที่เคยเห็นมา

My Image here เป็น Firefox addon ที่ตอนแรกผมคดิไม่ออกว่า มันมีประโยชน์อะไร ซึ่งพอผมคิดไปคิดมา อ้อ .. มันคิดออกตอนหลังน่ะครับ ว่า .. มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรแต่ว่า คิดได้แค่ว่าเอาไว้แกล้งคนอื่นได้ แบบอำๆกันน่ะครับ งั้นผมว่าผมเล่า ก่อนแล้วกันนะครับว่า My Image Here FIrefox addon ตัวนี้เนียะ มันทำอะไรได้มั่ง

เจ้าแอดออนตัวนี้เนี่ยะ เมื่อเราลงที่ FIrefox ของเราแล้ว เมื่อเราเข้าหน้าเว็ปปกติ แล้วไปคลิ้กขวาที่ภาพ ภาพไหนก็ได้ที่หน้าเว็ปเช่น ผมอาจจะเข้าไปที่ วอลเปเปอร์ของสนุกก็ได้ ครับ แต่ว่าภาพนั้นๆเนี่ยะ มันต้องไม่เป็นลิงค์นะครับ อ่ะ .. พอกดคลิ้กขวาปุ้บ มันจะมีขึ้นว่า “My image here” แล้วเราก็เลือกต่อไปว่า “Load my image here’..” แล้วเราก็เลือกภาพที่เราอยากจะเอามาแสดงไว้ที่หน้านี้น่ะครับ จากภาพเดิม กลายเป็นภาพที่เราโหลดขึ้นไปครับ โอ้ว… คงคิดแล้วล่ะ.ซิครับว่าเอาไว้แกล้งคนได้ยังไง เจ้าแอดออนนี้มันจะจำภาพเราเอาไว้ ถ้าหากว่าภาพที่โหลดนั้นมันยังอยู่ที่เดิมในเครื่องของเราครับ

วิธีที่ผมเอาไปแกล้งน้องผมก็คือ ผมไปเอาภาพน้องสาวผมมา คล็อปภาพให้ได้ขนาดกับภาพเป้าหมายที่เราจะไปแอบสลับกัน แล้วก็ทำการสลับภาพเอาไว้ครับ เครื่องที่ผมทำนี้ก็จะเป็นเครื่องที่น้องผมใช้เป็นประจำ แล้ว ถ้าหากว่าผมรู้ว่าน้องผมใช้งานอยู่ที่เครื่องนี้อยู่ ผมก็จะโทรไปบอกเค้าว่าให้เปิด หน้าเว็ปนี้ หรือว่า อาจจะส่งเป็น อีเมล์ลิงค์ไปบอกเค้าก็ได้ แค่นี้ก็น้องผมก็จะเห็นว่า เฮ้ย.. ทำไมมีภาพเค้าอยู่ที่หน้ากระปุกเนี่ยะ เป็นภาพข่าวด้วยเนี่ยะอะไรเนี่ยะ งงๆ .. แล้วแน่นอนน่ะครับ ว่าเค้าจะหาคำตอบไม่ได้จนกว่า เค้าจะเปลี่ยนเครื่องคอมไปเปิดดูที่เครื่องอื่นๆ ซึ่งทั้งบ้านผมก็มีคอมตัวนี้น่ะหละครับ แล้วก็คอมผมที่ผมใช้อยู่ก็เท่านั้นเอง ก็แปลว่า เค้าก็จะต้องงงข้ามวันข้ามคืนอย่างแน่นอนครับ ยังไง หากว่าคนอื่นคิดออกว่าจะใช้ทำประโยชน์อะไรอื่นๆได้ หรือว่าคิดออกว่าจะมีวิธีแกล้งคนอื่น่อย่างไรได้อีกแนะนำนว่าให้ comment เอาไว้หน่อยน่ะครับผม เย้.. แล้วเจอกันครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ลิงค์เอาไว้แกล้งคนอื่น
  • วิธีสมัครสไกด์ในi pad2

Tip เล็กๆ : ทำการหด Volume control ให้เล็กลง

นี่ผมก็เพิ่งจะรู้ว่าทำแบบนี้ได้ด้วย ถ้าหากว่าสังเกตที่ windows ที่ด้านล่างชวามือปกติแล้วจะมี icon เล็กที่เหมือนกับรูปลำโพง โดยเมื่อ double click มันออกมาแล้ว มันก็จะเป็นหน้าที่เอาไว้ให้เราปรับระดับความังเสียง แต่ก็นะ ผมก็ไม่ได้ใช้แล้วล่ะ เพราะว่าผมใช้ Volmouse มาเป็นชาติแล้วน่ะครับ เพราะว่ามันดีกว่าเอามากๆ ไม่ได้ต้องไป double click อะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย เวลามีคนเข้าห้องมาตอนที่ผมใช้งาน computer อยู่เปิดเสียงดัง แต่ว่าพออยากจะหรี่เสียงหรือว่าปิดเสียงไปเนี่ยะผมก็ทำได้ทันทีก็เพราะว่า Volmouse เนี่ยะหละครับ ถ้าหากว่าใครยังไม่ได้โหลดมาใช้กันเนี่ยะก็พลาดอะไรไปเยอะน่ะครับ โหลดมาใช้ได้แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรที่จะต้องไม่ใช้นี่ครับ เนาะ ..

อ้าว ย้อนกลับมาที่ Tip เล็กๆที่ว่า ก็คือ double click licon ลำโพงออกมาแล้ว ก็ให้กด “ctrl + s” ทำให้หน้าจอหน้านี้มันแคบลงไปได้ เอ้อ .. มันก็ควรจะเป็น default ด้วยซ้ำเพราะว่าปกติแล้วมันดูเกินตัว ใหญ่เกินตัวจริงๆหน่ะหละครับ แหมก็เพิ่งจะรู้ว่ามีการทำแบบนี้ได้ก็ไม่บอกแต่แรกเนาะ .. (เพิ่งรู้น่ะครับ) เลยอยากบอกต่อเท่านั้นเองครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • คลิปหลุด skype
  • โฟร์ มด หายใจเป็นเธอ

งมโข่งปัญหา Wireless connection ติดๆดับๆ

 ไม่นานมานี้ระบบ Wireless ทีบ้านผมเหมือนกับว่ามันทำงานเจ้งๆเอ๋อๆยังไงชอบกล ทำให้ต้องมานั่งดูว่าเพราะมันเป็นอะไรกันแน่ ทำไมมันถึงได้เกิดอาการแปลกได้ อาการทีว่านี้ก็คือ Wireless router ที่ใช้งานอยู่ ทำการเชื่อมต่อ USB Wireless adapter ได้ไม่ดีนัก ทำให้พอใช้ได้สักพักมันก็หลุด แป้บๆ มันก็หลุด ไม่ได้เชื่อมกัน พอผมเจอแบบนี้ก็ไม่ได้ปรึกษาใครว่า น่าจะดูอะไรยังไง ทำให้คิดไปได้หลายอย่างมากๆ ว่า เอ. เพราะว่าเราใช้ Router มาเป็น access point มันอาจจะทำให้เจออาการแบบนี้ได้ตอนไฟดับเหรอป่าวน้า . .. หรือว่า เอ .. เพราะว่าระบบการส่งสัญญาณที่มาจากสายโทรศัพท์มันมีปัญหาอะไรหรอป่าว หรือว่า เอ .. ระบบ IP มันมีปัญหาอะไรมั้ยน้อ .. และอื่นๆอีกมากมาย กับแค่ว่า USB WIreless adapter มันต่อๆหลุดๆกับ Wilress ที่กระจายออกมาจาก Wireless router modem ที่ผมตั้งเอาไว้ให้มันทำหน้าที่เป็นแค่ Access point น่ะหละครับ เท่านั้นเองปัญหาทั้งหมด

วิธีที่ได้ลองไปก็ได้แก่ การเปลี่ยนจาก Router Wireless อันนั้นมาเป็น Access point ธรรมดา แต่ผมก็ออกมาเหมือนเดิม แล้วก็ทำการเปลี่ยนเสากระจายสัญญาณดูว่า .. เพราะมันเป็นที่เสาหรอป่าว (ก็เพราะผมก็คิดได้แบบนั้นเหมือนกันน่ะคัรบ มันก็มีโอกาสเป็นเพราะ เครื่อง Access point เครื่องแรกสุดที่ผมซื้อมามันมีอาการไม่กระจาย Wireless อันเนื่องจาก manufacturer error ที่ติดมากะเครื่อง ทำให้เสากระจายสัญญาณไม่ออก เรียกง่ายๆมันเจ้งทั้งเครื่องน่ะหละครับ เพราะว่าซึ้อ access point wireless มาก็เพื่อจะเอาไว้ต่อ Wireless ถ้าหากว่ามันใช้ไม่ได้ก็คือ มัน ไม่ทำหน้าที่ของมันน่ะครับ กรณีนั้นผมก็ claim ไปกับผู้ผลิตเค้าก็เปลี่ยนตัวใหม่มาให้น่ะครับ ไม่มีอะไรมากแค่ว่าเสียเวลา และเสียเงินเดินทางเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็ claim ไม่ได้ดว้ยซิ ) ปรากฏว่า ทำการเปลี่ยนเสาให้เป็นแบบยาวๆกะว่าให้มันส่งได้แรงขึ้น แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดน่ะครับ มีอาการเหมือนเดิม ทุกประการก็คือ ต่อไม่ติด .. จนสุดท้าย ท้ายที่สุด ก็คิดออกอีกอย่างว่า สิ่งที่มันจะเสียได้อีกก็คือ USB Wireless adapter เนี่ยะหละครับ ที่มันบอกว่ารับประกันตลอดอายุการใช้งานเนี่ยะหละ จริงๆแล้วมันก็เสียได้น่ะครับ มันไม่ได้เป็นอมตะ (เพราะว่าถูกแนวคิดหลอกอยู่ในหัวว่า อืม .. มันรับประกันตลอดอายุการใช้งาน แล้วแปลเอาเองคนเดียวในใจว่า อ้อ .. มันไม่เจ้งง่ายๆหรอก ) แต่ว่าความเป็นจริงแล้ว มันเสียได้น่ะครับ แล้วโอกาสเสียก็น่าจะเยอะอยู่ด้วยเหมอืนกันเพราะว่าหากว่าต่อเน็ตใช้เยอะๆ มันก็จะร้อน หรือไม่ก็ถอดเข้าถอดออกบ่อยๆ มันก็จะทำให้เครื่องมันเอ๋อไปได้ด้วยเหมอืนกัน ท้ายสุด(อีกที) ผมก็ซื้อ Wireless adapter ตัวใหม่ยี่ห้อ TP-LINK WN312G เพราะว่ามันถูกดี แล้วก็ดันไปซื้อ Access Point ของ Linksys มาอีกตัวก็เสียเงินไปแล้วน่ะครับ เพราะเราวิเคราะห์ไม่ได้ดีนั่นหละครับ

นอกจากนี้ให้มองอีกอย่างว่า หากว่าบริเวณที่เราวางตัวปล่อยสัญญาณวิทยุ(Wireless) แล้ว มันมีเยอะเครื่องอยู่แถวๆนั้นหรือมีคลื่นอะไรก็ไม่รู้มาจากบ้านอื่นๆหรือห้องพักคนอื่นๆ แล้วล่ะก็ มันจะกวนสัญญาณกันได้น่ะครับ การกวนนี้จะก่อให้เกิดอาการหลุดๆติดๆนี้ด้วยเหมือนกันน่ะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเจออาการแบบนี้จริงแล้วล่ะก็.. ให้เริ่มจากดูที่ตัวปล่อย wireless ก่อนว่า Channel ตอนนั้นเป็นอะไรแล้วให้ปรับเป็นอย่างอื่นดูก่อนว่ามันหายเหรอป่าว หรือถ้าหากว่ามีให้เลือก auto ก็ลองปรับเป็น auto ดูก็ได้น่ะคับ แล้วถ้าหากว่าไม่หายแล้วล่ะก็ไปดูที่ Adapter หรือตัวรับน่ะหละครับ ว่ามันปกติดีเหรอป่าว โดยการเอาไปลองกะเครื่องอื่นในเขตสัญญา]
]>

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • wireless ติดๆดับๆ
  • problem with wireless adapter or access point
  • problem with wireless adapter or access point คือ
  • ไวเลส ติดๆ ดับๆ
  • wireless ติดๆ ดับๆ
  • wireless notebook ติดๆดับๆ
  • ไวเลส ติดๆดับๆ
  • wireless ติดๆหลุดๆ
  • wireless ดับๆติดๆ
  • wlan router ดับๆติดๆ

ClearType ปรับได้ด้วย PowerToy ของเล่นเด็ดๆของ Windows XP

ผมแค่โหลด safari ที่เป็น browser ที่รองรับ mac แต่เค้าก็ทำมาให้ windows ใช้ด้วยเหมือนกัน โหลดมาปั้บลงปุ้บ เห็นเลยว่าความแตกต่างคืออะไรระหว่างการใช้งาน MAC INTERFACE กับ Windows interface อย่างแรกเห็นได้ชัดแจ้งก็คือ Font  Font มันดูดีมีความงามมากเลยน่ะครับ มันดูอบอุ่นแล้วก็เหมือนกะว่าอ่านภาษาอังกฤษจะง่ายกว่า  Font Tahoma ( Font โปรดของผม) อยู่อีก  นอกจากนั้น ระบบ Clear Type ของ Browser ทำออกมาทำให้อ่านตัวหนังสือได้ง่ายเข้าไปอีกน่ะครับ

ทีนี้ผมก็มาดูว่า เอ.. อย่างงั้น font ก็น่าจะหาโหลด แล้วก็ ClearType effect เนียะ ผมคงลองหาดูว่าจะทำการปรับแต่ง ClearType ที่ Windows XP ได้ด้วยเหรอป่าว ไปๆมาๆก็เจอครับ PowerToy ที่ด้านขวาลองหาอ่านดูจะมี setup.exe file ที่เอาไว้ปรับ ClearType ครับ  ลงแล้วก็จะมี icon ใหม่โผล่มาใน control panel ครับ double click ICON ให่มนั่นดูจะเห็นได้ว่า มันจะมี wizard โผล่มาให้เราทำการเลือก Cleartype ที่เราพอใจมากๆได้ครับ ลองดูน่ะครับ หรือว่าถ้าหากว่าอยากเล่นอะไรอิ่นๆ ก็โหลดของเล่นอื่นๆของ PowerToy มาใช้ดูก็ได้น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • download powertoy for xp
  • powertoys for windows xp คือ
  • microsoft powertoy คือ
  • Microsoft PowerToys คือ
  • window xp cleartype font
  • โหลด ms power toys
  • โหลดmicrosoft power toy

ข้อสังเกตเล็กๆ สำหรับปุ่ม 6 ปุ่ม โซน Home, End , Pageup, Page Down, Insert, Delete

ตอนนี้ผมใช้งาน keyboard ที่มีการเรียงปุ่มอาจจะแปลกตาออกไปสักหน่อย แต่ว่า มันดู make sense มากๆสำหรับผมน่ะครับ  หน้าตาก็เหมือนกะรูปที่เอามาแสดงไว้ตรงนี้น่ะหละคับ ทำไมผมว่ามัน make sense น่ะเหรอครับ? ก็เพราะว่า home มันก็ควรจะเป็นปุ่มที่ให้ความรู้สึกว่าเมื่อกดแล้ว มันจะเลื่อนไปทางด้านซ้ายสุด แล้วก็ End ก็ต้องเป้นปุ่มเพื่อให้ความรู้สึกว่า มันต้องเลือนไปทางขวาสุด แล้วแน่นอน ว่า มันควรจะเรียงตามแนวนอนน่ะครับ (ไม่น่าจะเป็นแนวตั้งได้เพราะว่ามันขัดกับ sense น่ะคัรบ) แล้วก็อีกน่ะครับสำหรับ page up , page down มันก็ควรจะอยู่แนวตั้งถึงจะถูกครับ แล้วสองปุ่มที่เหลือ ก็คือ delete จะเป็นปุ่มที่ไม่ได้ใช้งานมากมายอะไรนัก แล้วก็ ปุ่ม Insert เนี่ยะใช้งานน้อยสุดๆ สำหรับผมเองหรือว่า คนปุถุชนทั่วไปน่ะครับ มันจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ไม่ได้ serious อะไรหรอกนะครับ ยังไงถ้าหากว่าจะซื้อ keyboard ใหม่สักอันลองดูว่า นอกจากกดได้นุ่มมาหรือว่าถนัดนิ้วเราแล้วล่ะก็ .. .ก็ของให้ดูชุด 6 ปุ่มนี้ด้วยว่า .. มันเป็นแบบที่ผมว่านี้หรือเปล่านะครับ ถ้าหากว่าใช่แล้วล่ะ ก็ แนะนำซื้อครับ นอกเหนือไปกว่านั้นเนียะ ผมว่านะ .. .การเรียงปุ่มแบบนี้น่าจะเป็นมาตราฐานใหม่ด้วยซ้ำไปครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ปุ่ม page up
  • ปุ่มPage up คือ
  • page down คือปุ่มอะไร
  • ปุ่ม Page Up ใช้สำหรับ
  • ปุ่ม page up yulgang
  • ปุ่มinserของโน๊ตบุappleอยู่ตรงไหน
  • ปุ่ม end ใช้ทำอะไร
  • page down คือปุ่มไหน
  • ปุ่ม page up อยู่ตรงไหน
  • ปุ่มpage up

สร้าง avatar หน้าคล้ายๆตัวเองได้ด้วย FaceYourManga.com

Avatar คือภาพตัวแทนของบุคคลเพื่อใช้ใน internet เพื่อให้คนอื่นที่เค้าจำภาพตัวแทนเราได้และเป็นการแยกแยะความเป็นบุคคลได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพแบบสามมิติหรือสองมิติก็ตาม ส่วนใหญ่แล้ว Avatar จะถูกใช้ในการ post ใน Forum (กระทู้) หรือว่าใช้กับ community (สังคม online )ครับ เราสามารถที่จะใช้ Avatar เดียวกันตลอดเวลาในทุกๆ community ได้ เพื่อให้คนจากที่หนึ่งรับรู้และรู้จักเราผ่านภาพตัวแทนหรือชื่อตัวแทนได้

โดดเข้าไปสร้างหน้าตาตัวเองเป็นการ์ตูนได้ที่นี่เลยครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • สร้าง avatar ตัว เอง
  • สร้าง avatar ตัวเอง
  • faceyourmanga
  • สร้าง avatar ของตัวเอง
  • สร้าง avater ตัวเอง
  • วิธีทำavatar iphone
  • แอบทำavatar iphone
  • อวาตาร์หน้าเหมือน
  • อวตาร หน้าคน
  • สร้าว avater หน้าตัวเอง

ปวดคอนี่ต้องระวังเอาไว้เลยครับว่า เล่นคอมด้วยท่าทางไม่เหมาะสมเหรอป่าว?

ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายด้วยการ "วิ่ง" มาได้พักใหญ่ๆ แล้วแต่ก็ทำตัวกระป้อกระแป้เหมือนเดิม เหมือนกับว่าไม่ได้เป็นคนที่ออกกำลังเป็นประจำ ปรากฏว่า แค่การวิ่งแค่นี้ยังไม่พอ สำหรับคนที่ทำงานหน้าคอม ที่ออกแรงน้อย แต่ว่าออกแรงสมองเยอะหน่อยครับ เพราะ คนทีทำงานหน้าคอม แรงที่ออกทางกายภาพกลับกลายเป็นเรื่องของการประคองน้ำหนักแขนทั้งสองข้างเอาไว้ หากว่าเก้าอี้ไม่มี แขน ที่มีระดับเหมาะสมกับ keyboard ครับ ซึ่งโอกาสแบบนี้คิดว่าน่าจะหาได้ยากเพราะ คนที่เค้าทำงานคอม เค้าก็ไม่ได้เป็นคนลงทุนซื้อโต้ะ หรือว่าซื้อเก้าอี้แบบเหมาะกับการยศาตร์สักเท่าไหร่ ต่อให้รู้ว่าต้องปรับให้มันเหมาะ ก็ปรับได้จากการอื่นๆ เท่านั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนเก้าอี้หรือว่าเปลี่ยนโต้ะ เพื่อให้ระดับเหมาะกันที่สุด

นอกจากนี้ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ระดับของจอมันไม่ได้เหมาะกับระดับหัวของคนใช้งานเอาซะเลย ไม่ว่าด้งยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น เค้าไม่ได้ใช้ monitor ทีมันปรับเงยได้ หรือว่าจอมันตั้งเอาไว้ไกลเกินไปติดปลั้กไฟ เอามาใกล้ให้เหมาะหรือถนัดเราไม่ได้ หรือว่าเป็น Monitor ทีมีการออกแบบมาให้ฝังไว้ใต้โต้ะเพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ก็ตามที จะเห็นได้ว่าตัวแปรพวกนี้เป็นตัวแปรที่เราควบคุมและปรับเปลี่บนมันไม่ได้เอาซะเลยครับ หากว่าการปรับระดับของ keyboard ไม่เหมาะสม และยังไม่มีที่รับแรงแขนพาดไปที่แขนเก้าอี้ได้ และ หน้าจอก็ไม่ได้ถูกกะระดับสายตาเราเท่าไหร่สัก ความกดดันของกล้ามเนื้อน่าจะกระทบไปสองส่วนหลักๆ ก็คือ ช่วงหัวไหล่ และต้นคอครับ อาการอาจจะไม่รู้หรือดูไม่ออกว่ามันเป็นเพราะเจ้าสาเหตุของการใช้คอมที่ไม่เหมาะสมนักนี้ มันก็จะสะท้อนออกมาราวกับว่า เรานอนตกหมอนครับ ผมเคยเป็นมาแล้วครับ ผมถึงรู้ว่านี่มันเป็นเพราะการใช้งานคอมต่างหาก นอกจากนี้ผมยังได้ยินจากคนอื่นเค้าเล่าเรื่องที่พนักงาน programer คนหนึ่ง เค้าเป็นคนทีทำงานอย่าเดือดมาก และไม่ได้สนใจที่จะดูแลตัวเองเอาซะเลย ทำให้เค้าเกิดอาการปวดคอ จนสุดท้ายเป็นอาการเรื้อรังและต้องรักษา และออกจากบริษัทไปในที่สุดครับ เรื่องมันก็ดูน่าเศร้าอยู่เพราะว่าเราไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักนิด

เมื่อไม่นานมานี้น้องสาวผมก็บอกผมว่า เค้าเริ่มปวดคอๆเหมือนกัน ผมก็บอกเค้าไปว่า เอ.. นี่มันเป็นอาการของการใช้คอมไม่ถูกหลัก แล้วนะ แล้วก็แนะนำไปว่า จะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้อย่างไรบ้าง

ดังนั้นหากว่ามันทำการปรับระดับปรับแก้อะไรไม่ได้ตามที่ผมบอกมา ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ .. สิ่งที่ทำได้คือ ออกกำลังส่วนนั้นๆให้แข็งแรงเพื่อรับงานหนักนี้ให้ได้ครับ การออกกำลังส่วนหัวไหล่ โดยการยกตุ้มน้ำหนักกางแขนออกไปให้สุดแล้วยกขึ้นลงทางด้านข้าง ด้านหน้า และยกตุ้มนำหนักชูขึ้นฟ้าคือสามสิ่งที่ผมทำเพื่อให้หัวไหล่และต้นคอรับแรงได้มากชึ้น และสำหรับผมแล้วผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำ เพราะหากว่าไม่ทำนานๆเข้า อาการก็จะสะท้อนผ่านการนอนเหมือนอาการตกหมอนได้ แล้วกว่าจะหายก็เจ็บปวดไปหลายวันครับ ไม่คุ้มกันเลยระหว่างอาการที่มันเป็นกับการแค่ออกกำลังกันเอาไว้ก่อนครับ ยังไงผมคงบอกให้ทำไม่ได้หากว่า อาการปวดนี้ไม่ได้ไปเจอกับคัวเองน่ะครับ ขอให้โชคดีแล้วกันครับชาวโลกคอมพิวเตอร์

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เล่นคอม ปวดคอ
  • เล่นคอมนาน ปวดคอ
  • เล่มคอมแล้วปวดต้นคอ
  • นั่งเล่นคอมมากคอล็อคปวดมาก
  • นั่งเล่นคอมแล้วปวดไหล่
  • ปวดไหล่ เล่นคอม
  • เล่นคอม แล้ว ปวดหัวไหล่

รับข่าวหรือโฆษณา SMS "เพิ่ม SPAM ให้กับชีวิต"

พักหลังมานี้ ทีวีช่องต่างๆก็มีการโปรโมตให้รับข่าวโดยเก็ยเงินเป็นรายเดือน เดือนละ สามสิบ ยาทโดยประมาณกับหมด ทำให้คนที่อยากรู้หรือติดตามข่าวสารสามารถกระทำได้ตลอดเวลา ราวกับว่ามีห้องข่าวอยู่ข้างตัวกันเลย แต่ว่านั่นเป็นการเพิ่ม SPAM ให้กับชีวิตหากว่าคุณไม่จำเป็นต้องการรับรู้ข่าวสารเหล่านั้นจริงๆ หรือว่าคุณไม่จำเป็นต้อง Update ข่าวกันเป็นวินาทีแบบนี้
ทีว่าเป็น SPAM เพราะว่าคุณจะไม่สามารถที่จะรับการติดต่อจากคนปกติด้วยเรื่องราวปกติที่ส่งผ่านทาง SMS ได้อีกต่อไป เพราะอะไรเหรอครับ .. คิดง่ายๆเช่น หากว่านายเอสมัครรับข่าวเพียงแค่ว่าอยากจะ Update ข่าวให้ได้ทันชาวบ้าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ นายเอจะได้รับ SMS ข่าวตามที่ต้องการ แต่พฤติกรรมปกติ นายเอก็จะเริ่มไม่อ่านข่าวในทันที เพราะว่ารู้ว่า มันเป็น SMS ข่าว(หรือแค่เดาเอาว่าเป็น SMS ข่าว) และไม่จำเป็นต้องรู้ ณ เวลานั้นเพราะว่าอาจจะเล่นเน็ตอยู่หรือว่าทำอะไรอยู่ก็ตามที พอนายเอเริ่มชินกัลบสภาพแบบนี้แล้ว (คือการไม่ใส่ใจที่จะอ่านข้อความทันทีเมื่อได้รับ ) นั่นหมายความว่า พอคนส่งข้อความแบบที่ต้องการให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลในระยะเวลาไม่นานนัก นายเอก็จะคิดว่าเป็นเรื่องของข่าวและไม่ได้อ่าน SMS นั่นหรือได้อ่านก็อีกนาน ตามพฤติกรรมการอ่านข่าวของนายเอนั่นเอง
นอกจากนี้แล้วการรับ SPAM SMS เข้ามาในชีวิตอาจจะทำให้รู้สึกว่าเรามีสมาธิได้สั้นลงตามความถี่ของการรับ SMS นั่นเอง ถึงแม้ว่าจะปรับเป็นสั่นก็ตาม เพราะว่ามันก็ยังสั่นเตือนคุณๆ ให้เอามาล้วงควักมือถือออกมากดๆดูนั่นเอง จริงๆตอนนี้มนุษย์เรายังไม่ข้อมูลหรอกว่า คนๆหนึ่งจะมีสมาธิได้นานแค่ไหนหรือคนปกติจะมีความคิดต่อเนื่องในเรื่องหนึ่งๆได้นานแค่ไหน แต่หากว่าคุณรับ SMS ข่าวมาด้วยความถี่ประมาณ ยี่นาทีครั้งหรือ สามข่าวต่อชั่วโมง นั่นก็จะหมายความว่าคุณจะถูกดึงดูดความสนใจจากงานหรือจากอะไรก็ที่คุณทำอยู่ด้วยอัตราที่เท่ากันอย่างช่วยไม่ได้ และนี่อาจจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นผลเสียต่อการงานเล็กน้อยถึงปานกลางหากว่า คุณทำงานอยู่ในระดับที่ต้องการสมาธิมากๆสำหรับการคิด หรือตัดสินใจอะไรบางอย่างก็เป็นได้ครับ
เพราะฉะนั้นหากว่าก่อนที่คุณตัดสินใจที่จะรับข่าวขอให้เตรียมความพร้อมว่า คุณก็อาจจะเป็นคนหนึ่งที่จะชาชินไปกับการได้รับ SMS และก็อาจจะทำให้สมาธิเฉลี่ยสำหรับตัวคุณเองสั้นลงก็เป็นได้

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...