
มีน้องสาวผมคนนึงเค้าเล่นเอ็มกับผมแต่ว่าก็ไม่ได้เล่นประจำอะไรแต่ว่าเค้ามีพฤติกรรมในการเล่นเอ็มที่แปลกกว่าคนอื่นจนผมต้องเอามาเล่าครับ เวลาที่ผมเจอน้องคนนี้เนียะ เค้าก็ไม่ได้ทักทายผมเท่าไหร่หรอกแต่ว่าพอผมคุยด้วย เค้าก็มักไม่พิมพ์คุยกะผม สิ่งที่เค้าส่งมาหาผมส่วนใหญ่จะเป็นภาพ emotion icon ครับ แต่ว่าที่แย่ไปกว่านั้นก็คือว่า ถ้าเค้าพยายามที่จะพิมพ์อะไรขึ้นมาเพื่อที่จะสื่อสารกับผม เช่น แค่จะบอกว่า “ไปกินข้าวมา” ตัวอักษรทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดจะโดนแปลงเป็นภาพ emotion icon ทำให้อ่านไม่ออกครับ เรียกง่ายๆว่า แทนที่จะเป็นภาษาพิมพ์เหมือนคนอื่นปกติเค้า แต่ว่านี่มันเป็นภาษาภาพไปแล้วน่ะครับ ผมก็เคยถามเค้าเหมือนกันว่า เอ้ะ ทำไมเอา icon อะไรมาเยอะแยะแบบนี้แล้ว อย่างงี้คุยกะคนอื่นรู้เรื่องกันเหรอป่าวเนี่ยะ เค้าก็บอกผมว่า เค้าอ่ะเป็นพวกที่สะสม icon พวกนี้แล้วก็ชอบที่จะใช้มัน เค้าใช้มันเยอะเกินไปน่ะครับผมว่านะ .. เพราะเช่นตัวอย่างที่ผมบอกตะกี้คือแค่คำว่า “ไปกินข้าวมา” ไป ก็จะโดนแปลงเป็นรูป ลิงขี่มอเตอร์ไซด์ แปลว่าไป … อืม ดีมาก .. แล้วก็กิน ก็จะโดนแปลงเป็นรูปลิงกินข้าวกินบะหมี่อยู่ แต่ว่าคำว่ามาเนี่ยะไม่ได้มีการบันทึกเป็น icon เอาไว้
“แล้วนี่ไม่คิดจะแก้อะไรมั่งเหรอครับ” ผมก็คิดอยู่ในใจแต่ว่าผมก็ถามโพล่งออกไปด้วยความเคยชินว่า คนคิดกับการพิมพ์มันพรั่งพลูไหลออกมาได้อย่างรวดเร็วเหมือนสายน้ำ เค้าก็ไม่ได้บอกอะไรผม แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำสำหรับคนที่มีอาการแบบนี้ (ผมเดาเอาว่าไม่ได้มีแค่น้องคนนี้ที่เป็นพวกติด emo icon อย่างงี้อย่างแรง) ว่า ถ้าหากว่า อยากจะใช้ให้อย่าตั้ง เป็นคำธรรมดา เพราะว่า หากว่าเราต้องการจะพิมพ์อย่างงั้นจริงๆบางทีมันก็สื่อสารไม่ได้ เอาซะเลยครับ ยกตัวอย่างให้งงกว่านั้น กรณีที่ผมเคยเจอมาก็เช่น หากว่าเค้าตั้ง emotion icon มาจากคำว่า “มา” แล้วล่ะก็ . นั่นแปลว่าถ้าหากว่าเค้าพิมพ์ว่า “มาก” มันก็กลายเป็นว่า มีรูป ลิงเดินมา แล้วก็ตามดว้ย ก.ไก่ เอ้ย.. แล้วมันจะอ่านเข้าใจกันได้ยังไงล่ะนั่น แย่กว่านั้นก็คือภาพก็ไม่ได้สื่อสารเลยว่า นี่กำลังพิมพ์บอกว่า “มาก” แต่อย่างใด
ประเด็นก็คือว่า หากว่าต้องการใช้ emotion icon พวกนี้ แนะนำอย่างแรงกล้าว่า เราต้องควบคุมมันครับ เราควรจะใช้เมื่ออยากจะใช้เท่านั้น วิธีการที่ผมใช้ในการกำกับ emotion icon เหล่านี้ คือ การใส่เครื่องหมายประหลาดๆที่ไม่ได้ใช้งานกัน ที่เป็นอยู่ในชุดแป้นพิมพ์ภาษไทย เช่น กรณีของผมผมจะใช้ “ๆ” นำหน้าเสมอ เช่น หากว่าผมจะแอดรูป emotion icon รูปหัวใจ ผมไม่อยากจะพิมพ์ว่า “หัวใจ” แล้วให้มันขึ้นเป็นรูปหัวใจหรอกนะครับ ผมจะตั้ง key หรือคำที่เป็นตัวแทนของรูปหัวใจว่า “ๆหัวใจ” นั้นก็แปลว่าถ้าหากว่าผมต้องการที่จะ ให้แสดงเป็นภาพเพื่อสื่อสารความในใจแล้วล่ะก็.. ผมก็จะพิมพ์ ไม้ยมก นำหน้า แต่ว่าถ้าหากว่าต้องพิมพ์ว่า “หัวใจ” ผมก็พิมพ์ไปได้เลยเหมือนกับการพิมพ์ปกติครับ นี่อาจจะเป็นแค่อะไรง่ายๆสั้นๆ แต่มันมีผลกระทบต่อการสื่อสารผ่านระบบ msn กันอย่างแท้จริง ที่เป็นปัญหาของโลกเรา ณ ปัจจุบันที่มองข้ามไปไม่ได้น่ะครับ
การที่ใช้ emotion icon มันดีตรงที่ว่า .. มันสื่อสารเป็นภาพได้ แล้วก็ถ้าหากว่าคุณมีชุด emotion icon ที่มันดูน่ารักแล้วล่ะก็.. ผมก็คนที่ได้รับ ก็จะรู้สึกว่า แหม .. ทำไมคุณๆทำตัวได้น่ารักแบบนี้นะ .. ซึ่งผมรู้สึกอย่างงั้นจริงๆน่ะครับ แล้วก็คนที่คุยกะผมเค้าก็เหมือนว่าจะรู้อย่างงั้นด้วย
Download Emoicon ได้จากที่นี่ครับ (อย่าลืมว่าอย่างใช้พร่ำเพรือแล้วกันนะครับ)
คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:
- emotion
- emotion icon
- emotion msn
- icon msn
- ไอคอนแสดงอารมณ์
- ไอคอน msn
- ไอคอนแสดงอารมณ์ msn
- emotion ลิง
- icon emotion
- msn emotion
ที่หน้าจอผมจะไม่เอา Language bar มาวางเอาไว้ ทำให้ผมเองก็ไม่รู้ได้แน่ชัดสักเท่าไหร่หรอกว่าตอนนี้มันเป็นภาษาอะไรกันแน่ ถ้าหากว่าไม่ได้สังเกตที่ cursor (แท่งกระพริบๆตอนพิมพ์) ว่ามันมีขีดหรือว่าไม่มีขีด ถ้าหากว่ามีขีดเล็กที่ด้านล่างด้วยก็แสดงว่าตอนนี้มันเป็นภาษาไทยอยู่แต่ว่าถ้าไม่มีก็จะรู้ได้ว่าเป็นภาษาอังกฤษ แต่ว่า มันก็สังเกตยากอยู่ดีน่ะครับ แล้ว .. ทำไมผมไม่เอา Language bar มาปะไว้ที่หน้า Desktop taskbar ด้านล่างเหรอครับ ก็ง่ายๆครับ .. แค่ icon ที่ Desktop ผมยังไม่อยากให้มีเท่าไหร่เล้ย icon ที่ tray ด้านชวาอะไรซ่อนได้ผมก็ซ่อนไปให้หมด ไม่อยากจะเห็นอะไรที่หน้ามากนักทำให้เราสีสมาธิดีน่ะครับ ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปเองคนเดียวเหรอป่าว่นะครับ แล้วก็อีกอย่างมันดูเป็นมือโปรดีครับ พูดง่ายๆก็มันเท่ห์ๆเท่าน้นเองอ่ะครับ แล้วจะเปิดโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำผมไม่ได้กดที่ icon เหมือนคนปกติเค้าทำหรอกครับ ผมใช้ 

ไม่นานมานี้ระบบ Wireless ทีบ้านผมเหมือนกับว่ามันทำงานเจ้งๆเอ๋อๆยังไงชอบกล ทำให้ต้องมานั่งดูว่าเพราะมันเป็นอะไรกันแน่ ทำไมมันถึงได้เกิดอาการแปลกได้ อาการทีว่านี้ก็คือ Wireless router ที่ใช้งานอยู่ ทำการเชื่อมต่อ USB Wireless adapter ได้ไม่ดีนัก ทำให้พอใช้ได้สักพักมันก็หลุด แป้บๆ มันก็หลุด ไม่ได้เชื่อมกัน พอผมเจอแบบนี้ก็ไม่ได้ปรึกษาใครว่า น่าจะดูอะไรยังไง ทำให้คิดไปได้หลายอย่างมากๆ ว่า เอ. เพราะว่าเราใช้ Router มาเป็น access point มันอาจจะทำให้เจออาการแบบนี้ได้ตอนไฟดับเหรอป่าวน้า . .. หรือว่า เอ .. เพราะว่าระบบการส่งสัญญาณที่มาจากสายโทรศัพท์มันมีปัญหาอะไรหรอป่าว หรือว่า เอ .. ระบบ IP มันมีปัญหาอะไรมั้ยน้อ .. และอื่นๆอีกมากมาย กับแค่ว่า USB WIreless adapter มันต่อๆหลุดๆกับ Wilress ที่กระจายออกมาจาก Wireless router modem ที่ผมตั้งเอาไว้ให้มันทำหน้าที่เป็นแค่ Access point น่ะหละครับ เท่านั้นเองปัญหาทั้งหมด
ตอนนี้ผมใช้งาน keyboard ที่มีการเรียงปุ่มอาจจะแปลกตาออกไปสักหน่อย แต่ว่า มันดู make sense มากๆสำหรับผมน่ะครับ หน้าตาก็เหมือนกะรูปที่เอามาแสดงไว้ตรงนี้น่ะหละคับ ทำไมผมว่ามัน make sense น่ะเหรอครับ? ก็เพราะว่า home มันก็ควรจะเป็นปุ่มที่ให้ความรู้สึกว่าเมื่อกดแล้ว มันจะเลื่อนไปทางด้านซ้ายสุด แล้วก็ End ก็ต้องเป้นปุ่มเพื่อให้ความรู้สึกว่า มันต้องเลือนไปทางขวาสุด แล้วแน่นอน ว่า มันควรจะเรียงตามแนวนอนน่ะครับ (ไม่น่าจะเป็นแนวตั้งได้เพราะว่ามันขัดกับ sense น่ะคัรบ) แล้วก็อีกน่ะครับสำหรับ page up , page down มันก็ควรจะอยู่แนวตั้งถึงจะถูกครับ แล้วสองปุ่มที่เหลือ ก็คือ delete จะเป็นปุ่มที่ไม่ได้ใช้งานมากมายอะไรนัก แล้วก็ ปุ่ม Insert เนี่ยะใช้งานน้อยสุดๆ สำหรับผมเองหรือว่า คนปุถุชนทั่วไปน่ะครับ มันจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ไม่ได้ serious อะไรหรอกนะครับ ยังไงถ้าหากว่าจะซื้อ keyboard ใหม่สักอันลองดูว่า นอกจากกดได้นุ่มมาหรือว่าถนัดนิ้วเราแล้วล่ะก็ .. .ก็ของให้ดูชุด 6 ปุ่มนี้ด้วยว่า .. มันเป็นแบบที่ผมว่านี้หรือเปล่านะครับ ถ้าหากว่าใช่แล้วล่ะ ก็ แนะนำซื้อครับ นอกเหนือไปกว่านั้นเนียะ ผมว่านะ .. .การเรียงปุ่มแบบนี้น่าจะเป็นมาตราฐานใหม่ด้วยซ้ำไปครับ
Avatar คือภาพตัวแทนของบุคคลเพื่อใช้ใน internet เพื่อให้คนอื่นที่เค้าจำภาพตัวแทนเราได้และเป็นการแยกแยะความเป็นบุคคลได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพแบบสามมิติหรือสองมิติก็ตาม ส่วนใหญ่แล้ว Avatar จะถูกใช้ในการ post ใน Forum (กระทู้) หรือว่าใช้กับ community (สังคม online )ครับ เราสามารถที่จะใช้ Avatar เดียวกันตลอดเวลาในทุกๆ community ได้ เพื่อให้คนจากที่หนึ่งรับรู้และรู้จักเราผ่านภาพตัวแทนหรือชื่อตัวแทนได้
ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายด้วยการ "วิ่ง" มาได้พักใหญ่ๆ แล้วแต่ก็ทำตัวกระป้อกระแป้เหมือนเดิม เหมือนกับว่าไม่ได้เป็นคนที่ออกกำลังเป็นประจำ ปรากฏว่า แค่การวิ่งแค่นี้ยังไม่พอ สำหรับคนที่ทำงานหน้าคอม ที่ออกแรงน้อย แต่ว่าออกแรงสมองเยอะหน่อยครับ เพราะ คนทีทำงานหน้าคอม แรงที่ออกทางกายภาพกลับกลายเป็นเรื่องของการประคองน้ำหนักแขนทั้งสองข้างเอาไว้ หากว่าเก้าอี้ไม่มี แขน ที่มีระดับเหมาะสมกับ keyboard ครับ ซึ่งโอกาสแบบนี้คิดว่าน่าจะหาได้ยากเพราะ คนที่เค้าทำงานคอม เค้าก็ไม่ได้เป็นคนลงทุนซื้อโต้ะ หรือว่าซื้อเก้าอี้แบบเหมาะกับการยศาตร์สักเท่าไหร่ ต่อให้รู้ว่าต้องปรับให้มันเหมาะ ก็ปรับได้จากการอื่นๆ เท่านั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนเก้าอี้หรือว่าเปลี่ยนโต้ะ เพื่อให้ระดับเหมาะกันที่สุด 
