รายงานการออกกำลังกายประจำปี 2011 ที่ผ่านมาดูว่าออกแรงกันไปเยอะแค่ไหน?

ปีที่ผ่านมาการออกกำลังกายในจะมีการบันทึกด้วยอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น FT80 หรือ iPhone App ครับ ว่างๆปีใหม่วันนี้ก็อยากจะเอาข้อมูลมาดูเสียหน่อยว่า สรุปได้ความอะไรจากการบันทึกบ้าง  .. มาดูกันเล้ยครับผม

body analytics

MY PROGRESS : Tracking โดย นาฬิกา POLAR HEART RATE FT80

ปีที่ผ่านมาผมว่าเป็นปีที่ผมออกกำลังกายหนักกว่าทุกปี และคาดว่าน่าจะมีการออกกำลังกายที่แข็งขึ้นเรื่อยๆทุกๆปีครับ ก็คิดว่ามันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ เพราะ ร่างกายมันจะปรับตัวเพื่อให้ฟิตและพร้อมาสำหรับการออกกำลังกายที่จะต้องปรับระดับความหนักขึ้นไปเรื่อยๆ การปรับความหนักของการออกกำลังกายนั้นผมว่าเป็นเรื่องจำเป็น ผมสังเกตว่า ตอนนี้ร่างกายจะทนต่อสภาพการออกกำลังกายแบบเดิม ด้วยน้ำหนักเดิมๆ หรือ ระยะเวลาและระยะทางในการวิ่งได้มากกว่าเก่า และ ถ้าหากว่าผมไม่คิดที่จะปรับเพิ่มความยากของ Level น้ำหนัก ระยะทางวิ่งใดๆ จะทำให้ร่างกายชินและชาและไม่ได้พัฒนาอะไรต่อครับ

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • line ลบเพื่อนไม่ได้
  • polar ft80
  • app ที่วัดไขมัน เวลาวิ่ง
  • cal ออกกำลัง
  • ต้องออกกำลังกายเฉลี่ย
  • นาฬิกา ft80
  • นาฬิกา heart rate polar สำหรับวิ่ง
  • นาฬิกา polar

ร่วมวิ่งพัทยามาราธอนประจำปี 2554 ได้อะไรกลับมาบ้าง ?

running at pattaya 2011

วันก่อนผมได้มีโอกาสไปร่วมงานพัทยามาราธอน ปี 2554 ซึ่งปกติแล้ว ผมก็จะไปเป็นประจำสองปีหรือสามปีติดต่อกันแล้ว โดยผมมีการกำหนดเป้าหมายตัวเองเอาไว้ด้วยว่า จะต้องทำ สถิติได้ดีกว่าปีก่อนทุกปีเรื่อยไป ถ้าหากว่าปีที่แล้ว ทำได้ดีแค่ไหน ปีนี้ก็ต้องทำได้ดีกว่า กฏง่ายๆก็มีเท่านั้นเองครับ

ปีที่แล้วผมวิ่งระยะ 10 กิโลเมตรด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที แต่ว่าปีนี้ผมใช้เวลาได้น้อยกว่าสักหน่อยโดยเร็วขึ้นมาแค่ไม่มากนาทีนัก คือ 1 ชั่วโมง 14 นาทีโดยประมาณ ที่ผมบอกว่ามันต้องประมาณก็เพราะว่า เวลาที่ปล่อยตัวออกนั้น ก็คนออกจากจุด start กันเยอะทำให้การวัดค่าเวลานั้นอาจจะมี error หรือตัวแปลที่ควบคุมไม่ได้ประมาณนี้น่ะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดี ตัวเลขมันเหมือนจะมากขึ้น แต่ดูแล้วก็ไม่ได้มากขึ้นมากมายอะไรนักก็แค่ 4 นาทีเท่านั้นเอง ทั้งนี้ ผมว่าความเหนื่อยของผม หรือว่าความอึดของผมมีมากกว่า ปีที่แล้วมาก เพราะว่า เมื่อเข้าเส้นแล้วก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก (อาจจะเพราะว่าสีนาทีนี้เหรอป่าวอันนี้ก็ไม่แน่ใจ) แล้วก็อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขาก็ไม่ได้เยอะเหมือนกับปีก่อนอีกต่างหาก เรียกว่านอน แล้วก็อีกวันก็หายแล้ว อาการไม่ได้โหดร้ายเหมือนกับปีที่แล้ว ที่มีอาการปวดด้วยหลังจากการวิ่งไม่นานมากนัก

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • active ไข่ล้างหน้า
  • อัตราการเต้นของหัวใจเวลาวิ่ง
  • fat max zone
  • การเลือกรองเท้าวิ่ง มาราธอน
  • พัทยามาราธอน
  • รองเท้าวิ่งมาราธอน
  • รองเท้าวิ่งpro specs
  • รองเท้าวิ่ง ยี่ห้อไหนดี
  • พัทยามาราธอน 2554
  • amnuay mekchompu windolive

ทอสอบใช้ iPad บนลู่วิ่งเพื่อโทร Skype และดูหนังจาก Podcast คุ้มค่าคุ้มเวลาจริง ! confirmed

ไอแพด บนลู่วิ่งที่ fitness

พักนี้ผมไม่ได้ไปวิ่งที่สวนโล่งๆมาได้ 3-4 ครั้งแล้วครับ แต่ผมย้ายไปวิ่งบนลู่แทน โดยเอา iPad ไปด้วยเพื่อลองดูว่าเราจะใช้งาน iPad อะไรบนลู่วิ่งได้บ้างครับ ผลปรากฏว่า เราทำอะไรได้หลายอย่างขณะที่เรากำลังออกกำลังกายบนลู่วิ่งที่ Fitness โดยอาจจะดูเป็นตัวประหลาดบ้างเล็กน้อย คนอื่นเค้าก็แค่อาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องเอา iPad มาเองทั้งๆที่มีหน้าจอทีวีอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตามทีครับ

TV ก็มีแต่ว่า iPad ก็ดีกว่ามั้ย ?

iPad มันออกแบบมาเหมือนเพื่อเอาไว้ให้ดูหนังกันเลยก็ว่าได้เพราะ ถ่ายอยู่ได้นานมาก จนไม่ต้องคิดมากเรื่อง Battery อีกต่อไปครับ ดังนั้นแล้วตอนที่ผมเอา iPad ไปลองใช้บนลู่วิ่งขณะวิ่ง สิ่งหนึ่งที่ผมทำก็คือ การ Load Video Podcast ใส่ไปเยอะๆก่อนที่จะไปวิ่งครับ แม้ว่าที่ Fitness จะมี wifi ให้ใช้ก็ตามที การที่เราจะวิ่งไปแล้วก็เลือกว่า เราจะดูอะไรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ เราจะไม่สามารถกดปุ่มเล็กๆ เพื่อ Download อะไรได้ ถึงแม้ว่าปุ่มพวกนั้นจะใหญ่แล้วก็ตาม แต่มันก็ยังใหญ่ไม่พอที่จะทำขณะที่ ผมทำการวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 7 km/hr บนลู่วิ่งได้ครับ เมื่อโหลดไปแล้ว เราก็แค่เปิดเพื่อดู ขณะวิ่งครับ

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • สมัครskype ipad
  • วิธีสมัคร skype ipad
  • วิธีใช้ skype บน ipad
  • คุย skype ผ่าน ipad
  • ดูหนังออนไลน์ ipad
  • skype for ipad
  • วิธีเล่น skype ใน ipad
  • ใช้ ipad ให้คุ้ม
  • จะใช้ skype โทรหาเพื่อนทำไง ipad
  • ดูหนังออนไลน์ฟรี ipad

อาการป่วยไข้หวัดใหญ่ครั้งนี้สอนอะไรผมอยู่หลายเรื่องเลยล่ะครับ

พักนี้ผมมีอาการป่วยอยู่ อาการก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ แค่เมื่อประมาณสักสองสัปดาห์ที่แล้ว ไปเมืองจีนแล้วติดไข้หวัดใหญ่มา ทำให้นอนซมอย่างน้อยหลังจากการมาจาเมืองจีนก็ประมาณสักห้าวันเห็นจะได้ อาการป่วยนอนซมแบบนี้ คุณหมอบอกว่าถ้าหากว่า อยากให้ดีตอนแรกน่าจะมานอนโรงพยาบาลมากกว่า เหตุผลก็แค่ ไม่อยากจะให้ไปแพร่เชื้อให้คนอื่นเค้า ซึ่งว่าที่ไปหาหมอแล้วนั้นเป็นวันที่สามแล้วล่ะมั้งหลังจากที่มีอาการไข้

ไม่ใช่อะไรไรหรอกตอนแรกผมก็คิดว่ามันเป็นอาการไข้ธรรมดา เหมือนเป็นไข้หวัด(เล็ก) ทั่วไป แต่ปรากฏว่าอาการเป็นมากกว่านั้นคือมันเป็นนานไม่หายสักทีทำให้ต้องไปหาหมอตรวจดูสักหน่อยว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ครับ อีกอย่างคนที่บ้านก็เป็นห่วงเอาการเลย เพราะ กลัวว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ (หรือที่เรียกว่าไข้หวัดสองพันเก้า) ก็สุดท้ายก็ต้องไปตรวจกับคุณหมอครับที่โรงพยาบาลบางปะกอก9 ซึ่งไม่ไกลจากบ้านผมสักเท่าไหร่ ก็บอกหมอว่าอยากจะให้ตรวจอะไรรวมถึงการ check เลือดเพื่อดูเชื้อว่าไข้หวัดนั้นเป็นพันธ์อะไร

ผลปรากฏก็คือเป็นพันธ์ที่ใกล้เคียงกับสองพันเก้า แบบหมอบอกว่า เป็นพี่น้องกัน (ก็เพิ่งจะรู้เหมือนกันน่ะครับว่าไข้เนี่ยะมันมีการเป็นพี่เป็นน้องกันได้ด้วยเหรอ O-o แอบคิดอยู่ในใจไม่ได้คุณหมอออกไปโพร่งๆครับ) แล้วก็ได้ยามาชุดใหญ่ชุดนึง ซึ่งก็มีตัวยาตัวหนึ่งที่คุณหมอบอกว่า เป็นยาเพื่อรักษาไข้หวัดใหญ่สองพันเก้าด้วย เช่นเดียวกัน แต่ใช้ด้วยกันได้ มันรักษาอาการได้เหมือนกัน

แล้วก็ทานยาไปสักพักใหญ่ๆ ทำให้อาการไข้ก็ลดหายไปแต่ใช้เวลานานกว่าไข้หวัดเล็กธรรมดาอยู่ และอาการไข้พวกนี้มีผลต่อสภาพร่างกายตอนที่ป่วยได้รุนแรงกว่าไข้หวัดปกติน่าดูครับ ผมไม่เคยที่จะป่วยด้วยโรคที่หนักขนาดนี้ครับ (บางคนอาจจะคิดว่าธรรมดา แต่สำหรับผมเป็นเรื่องใหญ่น่ะครับ ก็แบบนี้น่ะหละคนมันไม่เคยนี่หน่า)

อาการที่เหลือและค้างต่อจากนั้นมาอีกสองสัปดาห์คือ อาการไอเรื้อรัง ที่ยังไม่หาย แม้กระทั่งตอนพิมพ์อยู่ตอนนี้ก็มีอาการระคายคออยู่บ้างเล็กน้อย แม้ว่าจะกินยาและไปหาหมอซ้ำแล้วเพิ่มเติมก็ตาม แต่อาการไอนี้ก็ค่อยๆดีขึ้น อาการไอนี้ผมไปหาหมอเพื่อไปตรวจปอดโดยการ x-ray แล้วก็ไม่ได้พบสภาพของความผิดปกติในปอดแต่ประการใด ทำให้หมอบอกได้แค่ว่า น่าจะเป็นอาการอักเสบของหลอดลม ก็จัดยาเกี่ยวกับการรักษาอาการอักเสบหลอดลม และ พวกยาลดอาการไอ (ยาแก้ไอนั่นเอง) ให้กับผมมาอีกชุดใหญ่เพื่อให้กินได้ห้าวัน ถ้าหากว่า 3 วันเห็นอาการไม่ดีขึ้นก็ต้องไปหาหมอที่เค้าแนะนำจะเป็นหมอเกี่ยวกับปอดและทางเดินหายใจ เพราะ หมออายุรกรรม ไม่รู้ว่าจะแก้หรือว่าดูอาการอะไรเป็นพิเศษแล้ว แต่คิดว่าผมน่าจะตรงประเด็นมากๆแล้วล่ะครับ เพราะผมกินยาไปชุดนี้ก็อาการดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ เพราะ กลางคืนก็นอนได้มาสองคืนแล้ว และก็ไม่ได้มีอาการไอตอนกลางคืนเลย ..

ผมว่าการป่วยงวดนี้ ผมได้เรียนรู้อะไรมาหลายอย่างครับ เท่าที่คิดออก และ ปักอยู่ในความคิดความอ่านของผมเลยก็คือ ประเด็นต่างๆเหล่านี้ครับผม

การที่เป็นโรคนั้นมันไม่ดีเอามากๆเลย เป็นภาวะที่อยากจะไม่อยู่ในสภาพนั้น ทางพุทธเองก็คือ ทุกขัง ครับ แน่นอนว่าทุกคนไม่อยากจะป่วย แล้วก็หลุดออกจากสภาพอันไม่เป็นปกติสุข แค่ประเด็นเดียวที่ผมรู้ว่ามันทำให้การดำเนินชีวิตได้ไม่ปกติ คือ กับแค่เรื่องอาการไอระคายคอเท่านั้น ก็ทำให้เป็นทุกข์ได้แล้วล่ะครับ

ความเป็นมีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เหมือนกับที่เราๆท่านๆรู้กันครับ ไม่ป่วย แล้วก็มีสภาวกายที่แข็งแรงปกตินั้น เป็นเรื่องดีสุดๆแล้ว เพราะแค่อาการของโรคอะไรนิดหน่อยทีมีการส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อให้รับรู้อาการ ทำให้เราคิดหรือดำเนินชีวิตได้อย่างไม่ปกติ ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะ case ผมคือ อาการไอ ทำให้คุยและติดต่อกับคนอื่นได้ไม่สะดวก เพราะว่า จะทำตัวเหมือนกับระคายๆคอ แล้วก็เหมือนกับว่าจะไออยู่นั่นเอง เสียงที่พูดออกมาก็ไม่ปะติดปะต่อ ทำให้ต้องเน้นทำงานที่ไม่ได้พูดมาพักใหญ่ๆแทนไปก่อนน่ะครับ

เรื่องของความเป็นโรคนั้น ถ้าหากว่าคนเรามีสุขภาพแข็งแรงดี จะคิดไม่ออกหรอกครับว่า ตอนนั้น status ร่างกายของคุณเป็นยอดปราถนาของคนที่มีโรคหรือป่วยอยู่ ซึ่งผมก็เป็นอย่างงั้นเหมือนกัน เพราะ เรารู้สึกเป็นปกติ จนทำให้เราคิดว่า มันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเป็นอย่างงั้น และไม่ได้คิดว่า มันเป็นสิ่งที่วิเศษดีเยี่ยมอยู่แล้วสำหรับสภาวะร่างกายที่เป็นปกตินั้นครับ ผมว่าหลายคนก็คงจะคิดแบบนี้เหมือนกันสำหรับคนที่ไม่เคยมีอาการป่วยหนักๆครับ ดังนั้นแล้ว ผมว่าต่อจากนี้ผมจะพึงใจระลึกไว้ว่า ภาวะการณ์ที่เราอาศัยอยู่อย่างไม่เป็นโรค และ มีอาหารการกินที่ดีและไม่ก่อให้เกิดโรคได้นั้นเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณในความโชคดีเหล่านั้นครับ

คนที่เป็นห่วงเราที่สุด ยังไงซะก็จะเป็นคนในครอบครัวของเรา เพราะแม้ว่าเราจะโตมากขนาดนี้แล้วก็ตามยังจะได้รับการดูแลเหมือนกับเด็กๆอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการถามไถ่ หรือ แม้กระทั่งจัดกาละมัง แล้วก็ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆให้กับเราเพื่อให้ไปเช็ดตัว ถึงแม้ว่าสิ่งของเหล่านั้นผมจะไม่ได้ใช้ (เพราะว่าผมก็อาบน้ำฝักบัวน่ะหละเร็วดีสะดวกด้วย เหมือนเดิม) ก็มาคิดอีกครั้งและอีกครั้งก็ รู้สึกขอบคุณกับความห่วงใยเหล่านั้นเป็นอย่างมาก

อีกประเด็นที่ผมคิดแล้วก็น่าตกใจอยู่เหมือนกัน คือ ความตายเกิดขึ้นอย่างสุ่มจริงครับ ทำไมผมคิดอย่างงั้น ? เพราะแท้ที่จริงแล้ว ไวรัสที่จะมาติดผมนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใกล้เคียง 2009 ก็ได้ อาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่2009 ไปเลยก็ยังได้ ไม่ได้มีใครมากำหนดไว้หรอกว่าผมต้องคิดตัวไหนกันแน่ ขึ้นกับความสุ่มที่เกิดอยู่ในโลกเราอยู่แล้ว แค่ว่าผมโชคดีที่ไม่ได้ติดมาเป็น2009 เท่านั้นเอง เพราะถ้าหากว่าติดสองพันเก้าแล้วผมทำตัวอย่างที่ผมทำไปคือ นอนรอไปเรื่อยไม่ได้ไปดูอาการ check สภาพเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อล่ะก็คิดว่าไม่น่าจะรอดได้ครับ ทำให้ดูเหมือนกับว่า ความตายนั้นใกล้เหลือเกินครับและเกิดขึ้นอย่างสุ่ม ผมก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าหากว่าตายไป ตอนนี้ผมก็คงไม่ได้มานั่งพิมพ์ blog ที่ผมซื้อ Domain name ทิ้งไว้ต่ออายุไปสองปีล่ะครับ (แหม จริงๆผมไม่ได้ห่วงแค่เรื่องนี้หรอกนะครับ) ไม่น่าเชื่อว่า ถ้าหากว่าเราคิดว่าความตายอยู่ใกล้แค่นี้ ผมก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่า ผมจะมี routine ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างไร ดูเหมือนจะไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ แสดงว่า ภาวะการใช้ชีวิตผมแบบนี้ คือ การใช้ชีวิตที่ดีที่สุด แล้วอย่างงั้นหรือ ? เพราะผมก็แปลกใจตัวเองว่า ผมไม่ได้มีพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แค่ความรู้สึกรักตัวเองมันเปลี่ยนแปลงระดับไปเท่านั้นเองครับ แต่ไม่เป็นไรเพราะว่าผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าผมจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรสักเท่าไหร่อยู่แล้ว แค่สังเกตตัวเองเท่านั้นเองครับ

เรื่องราวทั้งหมด ..ก็ อย่างว่าล่ะครับ ผมไม่ค่อยได้ป่วยสักเท่าไหร่ แล้วอาการป่วยหนักๆหน่อยถึงระดับที่คุณหมอมีแนะนำให้นอนโรงพยาบาลนี่ก็ไม่เค้ยไม่เคยเลยจริงๆ ก็ครั้งนี้น่ะหละที่เป็นครั้งแรกก็ แม้ว่าจะเป็นการป่วยที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ก็ทำให้ผมคิดอะไรไปได้อยู่เหมือนกันครับ ยังไงซะก็ต้องขอบคุณอาการป่วยครั้งนี้ด้วยครับ (แต่ว่าจริงๆถ้าหากว่าไม่ป่วยเลยก็น่าจะดีกว่าอยู่ดีนั่นแล..)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ตัวอย่าง case conference
  • ไข้หวัดใหญ่ต้องนอนโรงบาล
  • รักษาไข้หวัดแบบโบราณ

รายงานการออกกำลังกายด้วยวิธีการต่างๆ และ ข้อสังเกตในการออกกำลังกายให้ลดไขมัน

เดือนนี้เป็นเดือนที่ผมออกกำลังกายน้อยกว่าสองเดือนก่อนเอามากๆ อาจจะเป็นเพราะว่าหน้าฝนทำให้การออกกำลังกายที่แจ้งโดยการวิ่งจะไม่เหมาะมากนัก ไม่ว่าตอนที่กำลังจะออกไปเช้าๆก็ฝนก็ตกแล้ว หรือว่าจะเอาเย็นๆค่ำๆ ก็ฟ้าก็คลื่นๆเคลิ้ม ทำให้มีเหตุอ้างให้ไม่ออกกำลังกายด้วยการวิ่งด้วย (ทั้งๆที่จริงๆแล้วผมก็อยากจะวิ่งด้วยลู่อยู่เหมือนกันน่ะครับ แต่ก็อีกการวิ่งลู่ตอนเย็นนี่เหมือนกับว่าต้องไปแย่งกะคนอื่นเค้ามากมายครับผม)

ตอนเย็นๆโดยมากแล้วถ้าหากว่าได้ออกกำลังกายก็จะไม่ได้ด้วยการวิ่งสักเท่าไหร่ มักจะไป Fitness center เสียมากกว่า เพราะถ้าหากว่าไปออกตามสวนสาธารณะ เมื่อคร่อมเวลาประมาณหกโมงเค้าก็จะหยุดกันหมด โดยต้องยทนตรงเคารพธงชาติ ซึ่งจริงๆผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกน่ะครับที่จะต้องยืนตรงแต่ การออกกำลังกายของผมมันจะขาดช่วง ทำให้ heart rate ที่อยาก control ไม่อยู่ในช่วง เป็นการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ ออกกำลังกายตามแผนการณ์ที่วางเอาไว้ได้อย่างไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรครับผม

อย่างไรก็ดีที่ผมอยากจะเอาเรื่องมาพิมพ์เก็บเอาไว้ที่หน้า rackmanagerpro.com ในหัวเรื่อง Fitness วันนี้จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับข้อสังเกต ในการออกกำลังกาย ที่ผมเพิ่งจะสังเกตเห็นจาก graph ที่มีการบันทึกไว้ด้วยเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจ POLAR FT80 ที่เป็นอุปกรณ์เดียวที่ผมใช้ในการบันทึกข้อมูลตอนที่ออกกำลังกายด้วยการเล่นที่ Fitness center และวิ่งที่สวนสารณะครับ (อ้อ สำหรับสวนสาธารณะผมยังไม่การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความเร็ว pace ระยะทางและกำหนดแผนการวิ่งด้วย Runkeeper iPhone App น่ะครับ แต่ว่าเราจะไม่ได้พูดลงลึกในพวก Tools เหล่านี้แต่อย่างใดน่ะครับไว้วันไหนมีโอกาสจะ review app และอุปกรณ์เพื่อทำการวัดการออกกำลังกายทั้งหมดที่ผมให้ฟังอีกรอบน่ะครับ อยากจะเอามาโม้ให้ฟังเหมือนกันน่ะครับแฮะๆ..)

เป้าหมายในการออกกำลังกายของผม : ลดสัดส่วนไขมัน และควบคุมน้ำหนัก

อย่างที่ทราบกันดี (หรือเปล่านะ) ว่า การออกกำลังกายของผมมี Target เพื่อลดสัดส่วนไขมันลงให้จงได้ และเพื่อควบคุมน้ำหนักเป็น indicator เสริม (แน่นอนว่า percent fat จะรู้ได้ก็ต้องมีอุปกรณ์อีกน่ะครับเรื่องเยอะเหมือนกันน่ะครับว่ามั้ย) แต่ผมก็ไม่ได้ทำให้ Fat percent ลดไปได้สักเท่าไหร่ หรือแทบมองไม่ออกว่าลดเลย แต่น้ำหนักผมลดลงอยู่ในระดับนี่น่าพอใจน่ะครับ แม้กระนั้นก็ตามน้ำหนักของผมจากน้ำหนัก 67 kg จากเมื่อหลายๆเดือนก่อนลดลงเหลือได้ประมาณ 65.5 kg หรือต่ำกว่านั้นบ้างเล็กน้อย และ มีคนทักให้หนาหูว่า "เหมือนว่าจะผอมลงนะไปทำอะไรมาเหรอเปล่า?" ซึ่งแน่นอนว่าผมก็บอกเค้าไปว่า "ทำครับออกกำลังกายอย่างเหนื่อยแต่ว่าก็ต้องออกน่ะครับ" บอกอย่างงี้ทุกรายไปเรื่อยไป เมื่อเจอใครก็บอกแบบนีประมาณว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมคนให้ออกกำลังกาย เป็นพวกเดียวกับ สสส. ก็ว่าได้แม้ว่าจะไม่ได้ค่า ads เพื่อการ present สนับสนุนให้คนออกกำลังกายก็ตามที เฮอะๆ

ข้อสังเกตการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันด้วยวิธีที่ผมใช้อยู่

ผมออกกำลังกายด้วยวิธีน้อยแบบเอามากๆน่ะครับยังไงก็อ่านเป็นข้อๆไปได้เลยน่ะครับผม

1. การออกกำลังกายด้วยการวิ่งต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้และแต่ก่อนผมก็จะวิ่งด้วยความเร็วคงที่แล้วคงไว้ให้ได้มากกว่า 30 นาทีติดต่อกันไป แต่เพิ่งว่ารู้กันทีหลังว่าการออกกำลังกายแบบนี้ไม่ได้ให้ผลเพื่อการลด percent ไขมันสักเท่าไหร่แต่กลับเป็นการเผาพลังงานไปตรงๆ ซึ่งนั่นก็แปลว่ามันก็จะเป็นการเผาพลังงานแป้งและน้ำตาล และแย่กว่านั้นถ้าหากว่าคุณเหนื่อยจัดๆหน่อยมันก็จะไปโปรตีนกล้ามเนื้อออกว่าซะงั้น (เห็นเค้าว่ากันอย่างงั้นน่ะครับ) ซึ่งก็จะไม่ตรงกับ Goal ใหญ่ของผมคือ การลด percent ไขมัน เพื่อ ทำตัวให้ Lean กว่าที่เป็นอยู่น่ะครับ แต่เอาเถอะไม่เป็นไรน่ะครับ อย่า case ที่แสดงด้านล่างเป็นการวิ่งต่อเนื่อประมาณ ครึ่งชั่วโมงเผาไป สี่ร้อยกว่าๆ kcal แต่ percent fat ที่เผาไปเป็นแค่ 10 percent เท่านั้นน่ะครับ .. 

 running time in heart rate zones

2. การออกกำลังกายด้วยการเล่นเวท (weight) เป็น strengh training เทรนแล้วนิ่งไปเลยน่ะครับ การออกกำลังกายแบบนี้ผมออกโดยใช้ตุ้มน้ำหนักและ machine ใน Fitness ที่มีเกือบทั้งหมดโดยไม่ได้เน้นเป็นส่วนๆแต่อย่างใด เพราะว่าผมไปเล่นเป็น strengh training ผมก็จะมี routine (แผนการเล่น) ที่เหมือนเดิมเกือบจะร้อยละเก้าสิบ แค่มี variation สำหรับท่าทางบางท่าเพื่อให้ไม่เบื่อบ้างเล็กน้อยเท่านั้นน่ะครับ แล้วถ้าหากว่าดูจากกราฟ (ซึ่งผมดูมากกว่า 1 กราฟน่ะครับ) มันจะบอกผมได้ว่า การเล่นแบบนี้จะให้การเผาผลาญไขมันด้วยสัดส่วน 14% ของพลังงานทั้งหมดที่โดนเผาใน session นั้นๆน่ะครับ ซึ่งผมจะใช้พลังงานไปทั้งหมด 550-600 kcal ต่อ 1 session (ผมเรียก session เท่ห์ดีน่ะครับ จริงๆก็คือ 1 ครั้งที่ไปออกน่ะหละครับ) จากกราฟจะบอกผมว่า Heart rate จะอยู่ในช่วงสีส้ม คือ กลางๆ เหนื่อยกลางๆเป็นระยะเวลาที่นานกว่า heart rate ในช่วงต่ำ และสูงมากๆครับ case นี้ก็จะเป็นการลดไขมันออกไปได้ประมาณ 84 kcal หรือปริมาณ 10 กรัม (เท่านั้นเองน่ะครับ)

Fitness strengh training zone

3. การออกกำลังกายการด้วยการเล่น Class Boby pump เป็นการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์น้ำหนักเหมือนกับ strengh training น่ะครับแต่ว่าผมไม่ได้เป็นคนควบคุมระยะเวลาในการออกและความถี่ความเร็วในการออกแต่อย่างใด แต่เป็นเพลงและ routine ที่มีการออกแบบมาไว้แล้วล่วงหน้า เพื่อให้กับจังหวะของเพลงครับ ซึ่งผมก็มาดูกราฟอีกเหมือนเดิม ก็สังเกตได้ว่า อืม .. เหมือนว่าช่วง Heart rate ที่เป็น "ต่ำ" (แท่งฟ้า)จะมีสัดสวนเยอะเหมือนกับ แท่งกลางที่เป็นสีเขียวน่ะครับ แต่ว่าประเด็นที่น่าสนใจก็คือ Fat percentage ของ calories ที่โดนเผาใน session ด้วยเวลาที่เท่ากันนั้นกลับมี % ที่มากกว่าและมากขึ้นไปถึงระดับ 19-20% ของพลังงานที๋โดนเผาทั้งหมดหรือมันเผาไป คิดเป็นก้อนไขมันสดๆที่ติดตัวเราก็คือราวๆ 14 กรัมเห็นจะได้ครับผม มันต่างกันอยู่เกือบ 4 กรัมจากหัวข้อที่สองน่ะครับด้วยเวลาที่เท่ากันคือประมาณ 1 ชั่วโมงใน 1 session ต่อเนื่องกัน (อ่อ ใน session มีพักเดินไปเดินมาแล้วก็การบิดพักกล้ามเนื้อแล้วทั้งหมดน่ะครับ) 

Bodypump heart rate zone Good

4. การวิ่งแบบ interval running เป็นอีกการออกกำลังอีกแบบที่ผมยังไม่ได้ทำแต่กำลังจะทำและแนะนำคนอื่นต่อๆกันให้ทำน่ะครับ ด้วยเหตุผลและการเปรียบเทียบจากข้อ 2 และ 3 จะเห็นได้ว่า percent fat นั้นไม่เท่ากันเลย และก็แตกต่างกันอย่างมีนัยซะด้วยซิ และด้วยเวลาที่เท่ากันในการออกกำลังกายต่อ 1 session การออกกำลังกายเพื่อให้ได้เผา calories ที่เท่ากัน แต่ให้การเผาไขมันได้มากกว่าผมถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ตรงเป้าหมายผมมากกว่า คือ ลดสัดส่วนไขมัน (ผมจะเน้นคำว่าสัดส่วนน่ะครับเพราะว่าแท้ที่จริงแล้วการเพิ่มกล้ามเนื้อนั้นก็เป็นการลดสัดส่วนไขมันได้อีกอย่างหนึ่งเป็นการ invert กันเท่านั้นเองน่ะครับ แหม ก็ตัวเรามีอะไรบ้างล่ะครับก็ไขมัน โปรตีนกล้ามเนื้อแล้วก็น้ำเท่านั้นน่ะหละ ที่ฟอร์มตัวออกมาเป็นเราๆท่านๆน่ะครับ) ดังนั้นการวิ่งแบบ interval หรือการวิ่งแบบสลับเร็วและช้าไปๆมาๆด้วยระยะเวลาทั้งหมดที่นาน แต่ละระยะเวลสลับไปมานั้นไม่นานคือประมาณ 1 นาทีเร็ว 1 นาทีช้า น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับการวิ่งครับ ข้อดีที่ผมยังไม่ทันได้วิ่งจริงๆจังๆก็พอจะคิดออกได้ทันทีเลยก็คือ การไม่เหนื่อยแบบ exhaust คือเหนื่อยสุดๆจะไม่มีอาการอย่างงั้นน่ะครับเพราะว่า เรามีการหยุดเพื่อปรับ heart rate ของเรามาที่ระดับสีฟ้า (ต่ำ) แล้วก็เร่งมันขึ้นไปให้ให้เป็นสีเขียว (มองจาก graph training ZONE) คาดว่าน่าจะทำให้ FAT BURN ด้วยสัดส่วนที่เยอะกว่าการวิ่งแบบต่อเนื่องกัน (ซึ่งผมรู้แล้วน่ะครับว่ามันเหนื่อยแบบเหนื่อยมั่กๆน่ะครับ แล้วก็จะวิ่งได้ไม่นานซะด้วยซิ)

สรุปสักกะหน่อย ก็ดีน่ะครับ คือว่า … อยากจะบอกว่า การออกกำลังกายโดยมีเป้าหมายเพื่อการลดสัดส่วนไขมันเพื่อให้ lean กว่าเดิมนั้นเราน่าจะออกกำลังกายใน Heart rate Zone เขียวและฟ้า (กลางและต่ำ)ให้ได้สัดส่วนมากๆด้วยระยะเวลาที่ยาวสักหน่อย น่าจะทำให้การลดสัดส่วนไขมันและการควบคุมน้ำหนักเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในการใช้เวลาเพื่อออกกำลังกายให้มากขึ้นได้ไม่ยากน่ะครับ ยังไงซะผมวิ่งด้วย interval แล้วจะมาบอกอีกรอบน่ะครับว่ามันให้ผลเป็นอย่างไรกันบ้างครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • การออกกำลังกายโดยใช้อุปกรณ์
  • รายงานการออกกำลังกาย
  • การออกกำลังกายแบบใช้อุปกรณ์
  • app iphone ออกกําลังกาย
  • รายงาน การออกกำลังกาย
  • รายงานการออกกําลังกาย
  • วิธีการออกกำลังกายแบบต่างๆ
  • ออกกำลังกายโดยใช้อุปกรณ์
  • การออกกําลังกายโดยใช้อุปกรณ์
  • การออกกําลังกายแบบใช้อุปกรณ์

ทำไมผมไม่กินน้ำอัดลมน่ะเหรอ ? ถามแปลกนะนั่น ..

  ถ้าหากว่าดูรูปนี้คร่าวๆเราก็น่าจะรู้ได้ว่า การกินเครื่องดื่มประเภท soft Drink ไม่ได้เป็นเรื่องดีเอาซะเลย และแน่นอนว่าผมไม่ได้กินมัน หรือไม่ได้อยากจะกินมันตั้งนานแล้ว !

เหตุผล สั้นๆที่ไม่อยากกินเลยก็เพราะว่า มันทำให้อ้วน และความอ้วนนั้น ถ้าหากว่าจะอ้วนแล้ว ผมเอาไปอ้วนเพราะอย่างอื่นจะไม่ดีกว่าเหรอ การกินน้ำตาลเป็นปริมาณมากแบบเป็น peak load จากการดื่มน้ำอัดลมนั้น ผมมาว่ามากจนน่ากลัว คุณอาจจะคิดไม่ออกว่ามันมาก หรือ หวานน่ากลัวขนาดไหน ผมไม่สามารถบรรยายให้เห็นได้ตอนนี้น่ะครับ แต่ว่าผมอยากจะให้คุณลองแบบนี้แทนมากกว่า

อยากรู้มากน้ำอัดลมที่คุณกินมันหวานมากน้อยแค่ไหนนั้น ทำได้ไม่ยากแค่คุณเปิดน้ำอัดลมยี่ห้อโปรดของคุณเอาไว้ แล้วแช่เยอะ กะว่าจะให้ gas หรือความซ่าของมันหมดไปจากกระป๋อง ผมว่าก็น่าจะนานเอาการอยู่ครับ แล้วทีนี้ก็ลองกินดูว่า คุณจะกินมันเข้าไปได้หรือเปล่า ? เพราะความหวานของมันจะแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนคุณกินไม่ลง เมื่อความซ่าที่ปิดบังความหวานที่แท้จริงของมันออกไปแล้วยังไงล่ะครับ

แถมอีกนิดว่า clip ด้านล่างจะแสดงให้คุณได้เห็นว่า gas ที่อยู่ในน้ำดื่มประเภท soft drink มันมีมากแค่ไหนกันน่ะครับลองเปิดดูเองแล้วกันนะครับ

สามเหตุผลที่ทำไมผมเน้นเลือกออกกำลังกายตอนเช้ามากกว่าตอนเย็น

ถ้าหากว่าคุณๆสังเกตตามสถานที่ออกกำลังกาย หรือ ตามสวนสาธารณะ จะมีปริมาณคนมากเป็นพิเศษก็คือช่วงเช้า และช่วงเย็นเท่านั้น เหตุผลที่คนเลือกออกเช้าหรือเย็นอาจจะมีได้หลายๆสาเหตุด้วยกันแต่ส่วนตัวแล้วผมจะแนะนำคนอื่นๆให้ออกตอนเช้าเพื่อประโยชน์ทางกายภาพ และ ทางจิตใจ ที่มากกว่าการออกกำลังกายตอนเย็นครับ

เพื่อโอกาสในการได้ออกกำลังกายต้องทำเป็นอย่างแรกของวัน

ถ้าหากว่าคุณอยากจะออกกำลังกายด้วยกิจกรรมที่ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เช่นการวิ่งเพื่อเผาพลังงาน คุณจะไม่ได้รู้สึกอยากจะที่ออกสักเท่าไหร่จนกว่าคุณจะทำมันได้เป็นนิสัยหรือทำติดต่อกันได้มากกว่า 21 วัน (Rule of Thumb คือ การทำเป็นนิสัยก็ต่อเมื่อมีการทำกิจกรรมนั้นๆมากกว่า 21 วันต่อเนื่องกัน) ลุกขึ้นมาแล้วไม่ต้องคิดมากออกกำลังกายจะเป็นสิ่งแรกของทั้งวันที่คุณไม่ต้องออกแรงคิดเพื่อที่จะทำมัน ขอให้คิดเสียว่า ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ทำตอนนี้แล้วไซร้ คุณก็จะมีโอกาสคลาดการออกกำลังกายตอนเย็นไปได้อย่างไม่ยาก ด้วยสาเหตุต่างๆมากมาย (ก่ายกอง) ไม่ว่าจะเป็น ติดงาน ติดประชุม ทำงานเพลินต่อเนื่อง ติดพัน มีประกันโทรเข้ามาคุยด้วยตอนเย็นแล้วก็คุยเล่นซะสนิทกัน หรือแม้กระทั่งปัจจัยที่คุมไม่ได้เอง เช่นพวกฝนตก รถติด และอาการเมื่อย หรือเหนื่อยจากการทำงานหนัก หรือปัญหาจากการทำงานทำให้คุณเครียดไร้อารมณ์ออกซะงั้น

สังเกตสิครับว่า คุณมีข้ออ้างมากมายเหลือเกิน เกินสุดจะอ้างอิงได้ว่า คุณจะขุดเหตุและผลออกมาเพื่ออ้างให้กับตัวเองว่า “นี่น่ะหละเหตุผล เพราะงั้นเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยออกก็แล้วกัน”

นั้นแปลว่าถ้าหากว่าคุณเลือกที่จะออกกำลังกายแล้วนั้น พอตื่นแล้วให้ลุกแต่งตัวเดินทางไปออก และทำกิจกรรมออกกำลังกายเป็นอย่างแรกเท่านั้น อย่างไม่มีทางเลือกอื่นๆ เพราะ แท้ที่จริงแล้ว ถ้าหากว่าคุณปล่อยเวลาเช้าๆนั้นไป โอกาสและความเสี่ยงที่จะไม่ได้ออกตอนเย็นนั้นมีมากสำหรับคนทั่วๆไปครับ

เผาพลังงานจากไขมันไม่ใช่แป้งและน้ำตาล

มีคนกล่าวอ้างว่าถ้าหากว่าเราออกกำลังกายตอนเช้าแล้วจะทำให้การเผานั้นเกิดจากการเผาพลังงานจากไขมันเป็นสัดส่วนที่มากกว่า เมื่อเราออกกำลังกายตอนเย็น

เป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้วว่า เราจะใช้พลังงานตามลำดับคือ แป้ง น้ำตาล แล้วค่อยเป็นการใช้พลังงานจากไขมัน เพราะไขมันเป็นพลังงานสำรองจะถูกดึงมาใช้เมื่อร่างกายพยายามใช้พลังงานแป้ง (กลูโคส) ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพแล้วหรือมันเร่งเกินกว่าที่ร่างกายจะเอามาใช้ได้ ก็ต้องไปขุดไขมันที่สะสมออกมาใช้งานกัน

เมื่อคุณนอนหลับร่างกายไม่ได้หลับไปกับคุณครับ มันเดินงานทั้งวี่วันไม่ได้หยุดเหมือนจิตที่ดับไปตอนหลับ(ถ้าหากว่าไมได้ฝัน) นั้นก็เป็นการใช้พลังงานอาหารเย็น (หรือกลางวันของเมื่อวานถ้าหากว่าคุณไม่ค่อยกินอาหารเย็นสักเท่าไหร่ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ถ้าหากว่าอยากลดน้ำหนัก แต่ก็อีกต้องทำให้เป็นนิสัยเพื่อให้ร่างกายไม่ตกใจเท่าไหร่ไม่เกิดอาการหิวโหยมากมายนัก) เมื่อตื่นเช้าจะเหลือพลังงานชั้นที่เรียกออกมาง่ายๆเพื่อใช้งานน้อยหน่อย แล้วถ้าหากว่าคุณไปออกกำลังกายก็จะทำให้เรียกพลังงานจากไขมันออกมามากกว่า เมื่อเทียบกับการที่คุณไปออกกำลังกายตอนเย็นนั่นเอง

เพิ่มอัตราการเผาพลังงานเฉลี่ยที่ใช้ทั่วไปตลอดทั้งวี่วัน

การออกกำลังกายก่อนทานอาหารเช้า เป็นการเพิ่มความต้องการพลังงานตลอดทั้งวัน คนเราจะมีการใช้พลังงานเฉลี่ยที่ค่าหนึ่งๆเมื่ออยู่ในสุภาวะพักผ่อน แต่เมื่อวันนั้นคุณออกกำลังกายเช้า ก่อนอาหารเช้า จะเป็นการบอกร่างกายส่วนไร้สำนักของคุณว่า เราต้องใช้พลังงานเยอะเป็นพิเศษสำหรับวันนี้ ร่างกายจะตื่นตัวและเร่งอัตราการเผาพลังงานไปตลอดทั้งวัน เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับว่าที่เราไม่ได้ออกกำลังกายเช้า นั้นก็แปลว่า เราจะได้เผาพลังงานที่มากขึ้นแม้ว่าเราจะมีกิจกรรมตลอดทั้งวันที่เหมือนๆเดิมก็ตามที

ผมเคย Google ดูว่าคนบอกว่าจะออกเช้าหรือเย็นดีเป็นเรื่องเป็นราวเขียนกันเอาไว้ตาม Blog มากมายแต่สุดท้ายแล้วผมก็ได้ข้อสรุปแบบนี้เพื่อเป็นความเชื่อและแรงจูงใจเพื่อให้ออกกำลังกายแต่เช้าและเป็นกิจกรรมแรกสุดของวันที่ต้องทำครับ ซึ่งทำให้โอกาสและจำนวนครั้งของการออกกำลังกายมากขึ้นตอนสัปดาห์ เอาเป็นว่าเหตุและผลทั้งหมดเพื่ออยากจะบอกว่า “ไปออกเถอะครับรีบๆทำก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ออกครับ หรือว่าต้องรอให้เกิดปัญหาซะก่อน?”

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ข้อดีของการออกกำลังกายเวลาเย็น
  • การ ออก กํา ลังกา ย ตอน เช้า
  • ทำไมต้องออกกำลังกายตอนเช้า

คิดลดน้ำหนัก และออกแบบการลดน้ำหนักให้กับตัวเอง (ลองดูว่าจะทำได้เหรอเปล่า?)

fitness การออกกำลังกายเป็นอย่างหนึ่งที่สำคัญสำหรับคนที่มีชีวิตแบบ Productive ครับ เพราะมันทำให้คุณมีอายุที่ยืนกว่าเดิม แม้ว่าคุณจะไม่มีอะไรเทียบก็ตามที (อย่างน้อยคุณก็เทียบกับเพื่อนคุณก็ได้ถ้าหากว่าคุณเริ่มอายุเข้ายี่สิบปลายๆ เพื่อนบางคนคุณจะเริ่มอ้วนอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน) และ ตอนนี้ผมรู้เพิ่มว่าถ้าหากว่าคุณมีการเผาพลังงานตอนพัก เช่น นั่ง นอน ยืนเดินที่มากกว่า ก็จะได้เปรียบคนอื่นเค้า ร่างกายคุณจะฟิตกว่าคนอื่นที่ไม่ได้ออกกำลังกาย และ คุณจะกินของกินได้มากกว่าคนอื่น แต่ไม่ได้ทำให้อ้วนแต่อย่างใดครับ (ซึ่งผมยังไม่ถึงระดับหรอกครับ)

นอกจากนี้มันจะทำให้ working hours ที่ effective หรือมีประสิทธิภาพได้นานมากขึ้น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนง่าย ไม่ทำหน้าตาเซ็งแล้วก็รู้สึกมีพลังตลอดเวลาด้วย แล้วก็ มันป้องกันการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้อีกถ้าหากว่าคุณทำงาน computer แล้วการขยับแข้งขาเป็นเรื่องที่จำเป็นครับ ผมไม่ชอบที่จะปวดกล้ามเนื้อสักเท่าไหร่ ก็ต้องมาทำ preventive ร่างกายเอาไว้เป็นดีน่ะครับผม ..

ตอนนี้น้ำหนักผมขึ้นกว่าเมื่อประมาณ 3 -4 เดือนก่อนมาก ตอนนั้นผมเคยน้ำหนักแค่ 64.50 kg เท่านั้นครับ ทำให้แปลกใจว่าเอาทำไมน้ำหนักเราขึ้นได้ถึงเพียงนี้ แต่ก็อีก อาจจะโม้ได้ว่า เป็นเพราะว่าน้ำหนักส่วนที่เป็นไขมันมันเท่าเดิมแล้วก็น้ำหนักมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น  ก็คิดไปคิดมาก็เป็นไปได้อยู่เหมือนกันน่ะครับ แต่ว่า ผมว่ายังไงก็สุดแล้วแต่ Fat ผมมันก็ยังมากถึง 20% อยู่ดี โดยการชั่งน้ำหนักที่ตาชั่งตัวเดิมที่ห้องนอนน่ะครับ

แสดงน้ำหนักทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นมาไม่ได้เป็นอะไรหรอนอกจากไขมันทั้งนั้นครับ (ถึงแม้ว่าไม่แน่ใจแต่ก็อยากจะคิดแบบนี้แล้วกันครับ) เพราะทั้งนี้ทั้งนันผมอยากจะให้น้ำหนักตัวผมมันมี % ไขมันที่ต่ำกว่านี้ครับ ไม่อยากเห็นเลข 20% สักเท่าไหร่กะว่ายังไงซะ ถ้าทำได้ก็อยากจะให้มันมีค่านี้ต่ำลงไปครับ

ตอนนี้ Fit แล้วทำอะไร ?

ตอนนี้ผม Fitness ที่ Fitness Center แถวบ้าน การเดินทางก็แค่ 5 นาทีขับรถ เรียกว่าไม่ไกลเลยครับ ก็ถ้าหากว่าไปก็จะไม่ BodyPump (คือ Class การออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนัก BarBell ประกอบเพลง แล้วก็ทำท่าพวกออกกำลังกายพื้นฐานครับ เพื่อเป็นการเผาพลังงาน และ เสริมสร้างกล้ามเนื้อครับผม ) แล้วก็อีกส่วนหนึ่งผมก็จะ [วิ่ง+เล่น machine และ Free weight] เป็น combo น่ะครับ วิ่งก็วิ่งแค่ 15 นาที แล้วเวลาที่เหลือก็จะ Machine และ Free Weight น่ะครับ (ประมาณ 45 นาที รวมอู้) การออกแบบนี้จะไปวันเว้นวันน่ะครับ

fitness-center

แล้วจะทำยังไงให้มันลดล่ะ ?

ตอนนี้ผมเดาเอาเองว่า ถ้าหากว่าอยากจะลด percent ของไขมันออก ก็ไม่น่าจะมีอะไรมาก ก็แค่ Burn ให้มาก ด้วยความถี่ที่มากกว่าเดิม (เดิมวันเว้นวัน) ก็ต้องประมาเป็น 2 เว้น 1 หรือ ถ้าจะให้ดีก็ต้อง Burn ได้ทุกวันครับ เป็นไปได้ที่จะทำเหมือนกันถ้าหากว่ามีวินัยแรงๆเหมือนแต่ก่อนที่ผมไปวิ่งกับคนอื่นๆที่บ้านทุกวันครับ

ที่สำคัญอีกประการก็คือ ต้องลดการบริโภคลงครับ intake จะต้องน้อยลงเพื่อให้เป็นการลดปริมาณ calories ขาเข้าด้วยอีกทางหนึ่ง แต่ว่าผมก็ไม่ได้คิดว่าจะลดอะไรมากน่ะคัรบก็แค่ ลดปริมาณ "ข้าว" ที่ตักมากินเป็นมื้อเย็นให้เหลือน้อยกว่าเดิม (เหมือนที่เคยทำ) เท่านั้นก็คิดว่าน่าจะช่วยได้อีกส่วนหนึ่ง

ประเมินสถานการณ์ แล้วจะตั้งเป้า

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • target weight คือ
  • fitness กับการลดน้ำหนัก
  • skype for windows mobile 6 5 download
  • รีวิว การลดน้ำหนักด้วยตัวเอง