<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Rackmanager personal blog note &#187; online life</title>
	<atom:link href="http://www.rackmanagerpro.com/category/online-life/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rackmanagerpro.com</link>
	<description>ก็แค่ ... อยากจะบอก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2010 16:23:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>เพิ่มสติในการใช้งาน internet ในที่ทำงานทำยังไง</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 14:00:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=915</guid>
		<description><![CDATA[น้องผมเค้าบอกผมมาว่า &#8220;อ่านทความนึงเค้าว่า .. คนที่ใช้ internet ทำให้ความฉลาดด้อยลงไป..&#8221; ผมฟังแล้วก็ ฟังหูไว้หูน่ะครับเพราะว่าผมไม่คิดว่าตัวผมเองที่ใช้งาน internet มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ตามสัดส่วนของ internet speed ที่มากขึ้น และอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผมมากขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดซะทีเดียวว่า มันทำให้ผมโง่ลงตามเวลา Chat ทำให้ฉลาดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ? บังเอิญว่าผมก็ไม่ได้รับ link ของบทความแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าให้ผมมองในมุมของผมเองแล้วนั้น &#8220;การใช้งาน internet จะทำให้คนมีจิตที่ติดกันมากขึ้น&#8221; ที่ว่าจิตติดกันมากขึ้นมันมีเหตุผลมาตั้งแต่สมัยที่ Thaipoint ดังเพราะเป็นระบบ chat แรกๆตอนที่ผมอยู่ ม.2 แล้วล่ะครับ ต่อมาผมก็ utilize การ chat เรื่อยมาครับ จิตติดกันมากขึ้นหมายถึง &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><img class="aligncenter size-full wp-image-920" title="อินเตอร์เน็ต" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/07/internetworld.jpg" alt="อินเตอร์เน็ตทำให้คนฉลาดน้อย" width="252" height="200" /></div>
<div>น้องผมเค้าบอกผมมาว่า &#8220;อ่านทความนึงเค้าว่า .. คนที่ใช้ internet ทำให้ความฉลาดด้อยลงไป..&#8221; ผมฟังแล้วก็ ฟังหูไว้หูน่ะครับเพราะว่าผมไม่คิดว่าตัวผมเองที่ใช้งาน internet มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ตามสัดส่วนของ internet speed ที่มากขึ้น และอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผมมากขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดซะทีเดียวว่า มันทำให้ผมโง่ลงตามเวลา</div>
<div><strong>Chat ทำให้ฉลาดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ?</strong></div>
<div id="_mcePaste">บังเอิญว่าผมก็ไม่ได้รับ link ของบทความแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าให้ผมมองในมุมของผมเองแล้วนั้น &#8220;การใช้งาน internet จะทำให้คนมีจิตที่ติดกันมากขึ้น&#8221; ที่ว่าจิตติดกันมากขึ้นมันมีเหตุผลมาตั้งแต่สมัยที่ Thaipoint ดังเพราะเป็นระบบ chat แรกๆตอนที่ผมอยู่ ม.2 แล้วล่ะครับ ต่อมาผมก็ utilize การ chat เรื่อยมาครับ</div>
<div><strong>จิตติดกันมากขึ้นหมายถึง .. อะไร ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">ตรงประเด็นง่ายๆ คือ คนคิดถึงกันได้มากขึ้นครับ เพราะ internet ้เป็นประเภทหนึ่งของการสื่อสารเท่านั้นเอง การสื่อสารด้วย text เสียง เนื้อความ email และอื่นๆอีกมากมายที่ใช้อยู่ครับ ยกตัวอย่างชัดๆกันเลยดีกว่า คุณคงแปลกใจว่า ทำไม BB หรือเจ้าแบรคเบอร์รี่มันถึงได้ขายดีเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับ mobile phone ต๊อกต๋อยเหมือนๆกัน ผมต้องบอกว่ามือถือพวกนี้มัน low tech เมื่อเทียบกับ smart phone เอามากๆน่ะครับ เรียกว่ามันไม่ได้ฉลาดอะไรแต่ มันฉลาดที่ทำให้คนมีจิตคนต่อติดถึงกันได้มากขึ้นจาก promotion ที่จำเป็๋นต้องใช้ครับ เพราะ BB นั้นขายได้เพราะ การ online ในระบบ chat ของ BB เองที่แยกจะระบบอื่นโดยเด็ดขาด เราคุยกันได้มากขึ้นกว่าเก่าแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน คือ เมื่อคุณรถติดไฟแดง คุณก็พิมพ์ text ไว้ (เหมือนกับ SMS แต่ว่ามันยาวได้ไม่อั้นเท่านั้นเอง) แล้วอีกฝ่ายปลายทางก็ไม่จำเป็นต้องอ่านเดี๋ยวนั้น เค้าอาจจะนั่งอึอยู่ในห้องน้ำ หรือปฏิบัติกิจอะไรอยู๋ก็ได้ แค่มี time delay นิดหน่อยในการตอบเท่านั้นเองครับ</div>
<div>มีคนบอกผมว่า พอใช้ BB ต่อเน็ตแล้ว online msn ตลอดแล้วแอดผมไว้ ก็จะออกอาการราวกับว่า ไปไหนมาไหนก็เหมือนผมไปด้วยเลย อย่างงั้น (เพราะว่าผมก็ทำงานหน้าคอมและก็ online เยอะน่ะครับ) ซึ่งผมก็ว่า เป็นไปได้ที่จะรู้สึกอย่างงั้นครับ เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้จิตเชื่อมต่อกันนั่นเอง</div>
<div>ย้อนกลับมาประเด็น การ chat เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้งาน internet และแน่นอนว่ามันก็เป็นแค่การสื่อสาร ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คนโง่ลงแต่อย่างใด งั้นไปดูประเด็นอื่นต่อว่าใช้งาน internet แล้วโง่ลงได้ด้วยประเด็นอะไรมั้ย ?</div>
<div><strong>Google ทำให้โง่ลงอย่างงั้นหรือ ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">ประโยคแรกๆเวลามีคนถามอะไรแล้วผมไม่รู้คือ &#8220;ไม่รู้.. ถามกูเกิ้ลดู..&#8221; ทำให้คนเราฉลาดน้อยลงหรือไม่ ถ้าหากว่าองคิดกันดีๆแล้ว Google ทำให้คนฉลาดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะต้องการรู้อะไรก็จะสามารถที่จะรู้ได้ทันควัน ถ้าหากว่ามี iPhone ต่อเน็ตตลอดแล้วไซร้อยากรู้อะไรก็จะรู้ได้ทั้งหมด ยิ่งกว่ามีสาระนุกรมติดตัวหลายเท่าตัวนัก แล้วอย่างงั้นแปลว่า ผมจะอ่านหนังสือน้อยลง หรือ สนใจเรื่องประวัติศาสตร์น้อยลงหรือ ไม่หรอกครับ เพราะคนที่สนใจเรื่องอะไรแล้ว ก็จะ Google ในสิ่งเหล่านั้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆได้มากขึ้นกว่าการไม่มี Google เป็นอันมาก เอางี้น่ะครับถ้าหากว่าผมไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์อะไรอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพวกนั้นอยู่ดี ไม่ว่าจะมี Google หรือไม่มี Google ก็ตามทีครับ ถ้าเปิดเจอบนทีวีก็จะเปลี่ยนช่องเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย คืดอย่างงั้นจริงๆน่ะครับ เรื่องอะไรที่ไม่สน เราก็จะไม่เอามาใส่ใจแม้แต่น้อย</div>
<div>ผมชอบคิดเสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องรู้ไปหมด เพราะมันเป็นไปไม่ได้โลกเรามี information มากเกินกว่าที่เราจำเป็นต้องรู้มากนัก คุณมีสิทธิในการเลือกรับข้อมูลได้ และ Google ก็ไม่ได้ทำให้คณอ่านน้อยลงแต่อย่างใด เพียงแต่มันเปิดให้คุณอ่านข้อมูลที่เชื่อได้น้อยลง ด้วยแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการได้มากขึ้น ศึกษาเรื่องราวต่างๆได้ผ่านทุกแง่มุมกว่าเก่ามากนัก ฟันธงเลยครับว่า Google ไม่ได้ทำให้คนใช้งาน Google ฉลาดน้อยลงแต่ประการใด</div>
<div><strong>Blog Feed ทำให้สมาธิ (แหล่งที่ทำให้เกิดปัญญาตามวิถีพุทธ) น้อยลงมั้ย ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">คนอ่าน Blog พิมพ์ Blog อย่างผมก็รับ Feed มากกว่าปกติมากนัก แต่เวลาที่เอามาอ่านเป็น surplus time หรือเป็นพวกส่วนเกินที่คุณไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ด้วยครับ เช่น อ่าน Feed ใน iPhone ตามเดินทาง รอคิว หรือแม้กระทั่งเดินเล่นช้าๆ เพื่อเป็นการออกกำลังกาย แน่นอนว่าอ่านเยอะขึ้น มันเป็นการทำให้รู้รอบ รู้กว้างกว่าเดิม และเป็นเหตุทำให้ฉลาดขึ้นได้นั้นเองครับ</div>
<div id="_mcePaste">แต่ประเด็นที่มีการตีโจทย์คือ เนื่องจาก Blog content ส่วนมาก แต่ละเรื่องจะมีเนื้อหาที่ไม่ยาวมากนัก ไม่เหมือนกับหนังสือ ประเด็นนี้มีความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นครับ เพราะ หนังสือก็คือ การเอาความคิดมาเรียบเรียงเข้าเรื่อง เข้าเล่มและจัดระเบียบ หมวดหมู่ให้กับมันเท่านั้นเอง (ยกเว้นพวก fiction หรือเรื่องแต่งทั้งหลายแหล่นะครับซึ่งผมไม่อ่านครับ ไม่ใช่แนว) หรือ มองให้สุดขอบกว่านั้นได้ไม่ยาก หนังสือก็เหมือนกับการเอาเนื้อ Blog มาพิมพ์เรียบเรียงต่อกันไป หรือทางกลับกัน หนังสือสามารถแยกเป็น blog content ได้ถ้าอยากจะทำครับ</div>
<div>ผมเห็นหนังสือหลายเล่มที่แต่งโดย Blogger หรือ writer ที่พิมพ์ Blog ออกมาด้วยทั้งหมดเป็นพวกนักคิดแทบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ว่าสื่อนั้นจะออกมาเป็นรูปแบบ Blog ผ่าน Feed ที่มีเนื้อหาสั้น (แต่จะไม่สั้นเลยถ้าเอามาต่อเรียบเรียงรวมกัน) หรือเป็นหนังสือออกมาเพื่อจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ (สำหรับฝรั่ง) ขอให้แค่อ่านได้มากที่ขึ้นบนเวลาที่คุณไม่เคยอ่านได้มาก่อนเท่านั้นก็จะเป็นการเพิ่มพลังฉลาด เพิ่มทักษะการคิดเรื่องราวที่ซับซ้อนได้มากขึ้นแล้ว เพราะงั้นแล้ว FEED ไม่ได้ทำให้คุณฉลาดน้อยลงแต่ประการใด</div>
<div>ส่วนเรื่องของสมาธินั้น มีเหตุว่า เนื่องจากเนื้อหา Feed สั้นทำให้คนอ่านเกิดสมาธิได้น้อยลงไป และความอดทนในการอ่านลดน้อยลงไป ไม่สามารถที่จะอ่านเนือความยาวๆได้เหมือนแต่ก่อน ก่อนที่จะมีระบบ Rss Feed อันนี้ก็เป็นความเห็นน่ะครับว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันสักเท่าไหร่ ผมก็ยังอ่านหนังสือได้ด้วยสมาธิที่จะหลับจะหลับเหมือนเดิม (อ่านก่อนนอน) แล้วก็ไม่ได้รู้สึกวอกแวกแต่อย่างใด อันนี้ถ้าหากว่าจะพิสูจน์ได้ต้องออกแบการทดสอบอย่างจริงจังว่า สมาธิที่สั้นลงจะนิยามว่าอย่างไร และ ทดสอบได้อย่างไรกันครับ</div>
<div><strong>Twitter และ Facebook เป็นตัวก่อกวนสมาธิในการทำงานมั้ย ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">อันนี้ผมว่ามันเป็นทางเลือกมากกว่า แล้วแต่คน เพราะถ้าหากว่าเค้ารับ Twitter หรือเปิด Facebook ตอนทำงาน หรือ ตอนที่สมองกำลังแล่นอยู่ หรือ มีสมาธิกับอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างงั้นก็เป็นการทำลายสมาธิตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัยอยู่แล้วล่ะคับ แต่ก็อีก คนเราเมื่อคิดอะไรบางเรื่องอยู่ เราก็จะคิดได้แค่เรื่องเดียว ณ เวลาหนึ่งๆได้เท่านั้น ไม่สามารถที่จะคิดสองอย่างสองอารมณ์ได้ในเวลาเดียวกันแต่อย่างใด เน้นก็หมายถึงว่า เมื่อมีคน Twitter มาแล้วเราอยู่ในสมาธิกับงานใดอย่างหนึ่ง เราอาจจะเลือกปิด Twitter ไว้แต่แรกอยู๋แล้วก็ได้ หรือถ้าหากว่าเปิดไว้เราก็อาจจะต้อง ..มองข้ามมันไปไม่ได้ใส่ใจอะไรครับ เท่านั้นก็จะทำให้พวำทวีต มาทำอะไรเราได้น้อยลงไปอีกน่ะครับ</div>
<div><strong>การจด Note ไว้ในมือถือและ Evernote ทำให้เราจำอะไรน้อยลงอย่างงั้นหรือ ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">ผมคิดว่ามันไมได้ทำให้เราโง่หรือว่าใช้สมองน้อยลงหรอกครับ สมองเรามันแบ่งออกเป็นส่วนของความจำระยะยาว และ ความจำระยะสั้นอยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลอะไรที่มันจำสั้นๆ แบบไม่จำเป็น มันก็จะหายไปอยู่ดีนั้นแปลว่า ถ้าหากว่าเราจดเอาไว้แทนจะทำให้ความจำ หรือข้อมูลนั้นอยู่กับเราแม้ว่าเราจะลืมไปแล้วก็ตามครับ เรียกว่า เป็นการจัดการข้อมูลได้ฉลาดกว่าครับ แต่ก็อีกการจดใน Evernote แนะนำว่าต้องพิมพ์ tag หรือ keyword ที่เราคิดว่าถ้าหากว่าเราจะกลับมาหาเราจะค้นหาด้วยคำว่าอะไร เพราะ ลักษณะการจดใน Evernote จะไม่ได้มีการตั้งเป็น folder ไปเรื่อยๆไม่มีวันจบ เพราะเรื่องราวใดๆ มันจะเยอะมาก มากขนาดที่ว่าเราไม่สามารถที่จะใช้ระบบการตั้งชื่อ Folder เพื่อแยกเรื่องได้ทั้งหมดเพื่อให้ครอบคลุมการใช้ข้อมูล แต่ระบบการพิมพ์ tag หรือพิมพ์เนื้อหาหรือคำที่เราคิดว่าถ้าหากว่าเป็นเราจะมาค้นหา เราก็จะมาค้นหาด้วยคำนี้ จะทำให้เราเจอเนื้อความหรือ Note ที่เราจดได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรครับ</div>
<div>เอาล่ะครับบนมาเสียตั้งมากมายโดยรวมแล้ว ผมมองว่าการใช้งาน internet และ Tools ใดๆที่มี เราต้องรูจักเลือกที่จะใช้และเข้าใจที่จะใช้มันได้อย่าง make sense กับตัวเราเองให้มาก ผมไม่สามารถบอกได้ทั้งหมดหรอกว่า คุณควรจะใช้มันอย่างไร เพราะมันก็แล้วแต่ Life Style ที่แตกต่างกันออกไป และความสามารถในการคิดใช้งาน (utilize) อุปกรณ์เหล่านี้ครับ</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หากว่าคุณใช้ iPhone หรือพวก Smart Phone เลือก pro มือถือเป็น MB คุ้มกว่าครับ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/iphone-smart-promotion-choice/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/iphone-smart-promotion-choice/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2010 16:39:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=906</guid>
		<description><![CDATA[เท่าที่ผมใช้งาน iPhone มาได้พักใหญ่ๆแล้วข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ การใช้งาน internet และ application ที่มีการต่อใช้เชื่อมข้อมูล internet มากกว่าแต่ก่อนมากครับ แต่ก่อนมือถือเครื่องที่ผมใช้งานเป็น HTC ที่ run windows Mobile ธรรมดาตัวหนึ่ง หลังๆที่ผมจะใช้ก็จะเป็นเพื่อการอ่าน reader RSS อ่านเป็น feed เข้ามาเท่านั้น ผ่านทาง Google reader (ด้วยหน้า internet browser ที่มีอยู่ใน WM ครับ) เท่านั้นเอง อย่างเดียว นอกนั้นถ้าหากว่าจะ search อะไรก็จะเปิด Google อ่านดูก็จะใช้เท่านั้น ทำให้ผมเลือกที่จะใช้เป็น &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/iphone-smart-promotion-choice/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><img class="aligncenter size-full wp-image-907" title="iphone update" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/07/iphone-update.jpg" alt="iphone update" width="614" height="303" /></div>
<div id="_mcePaste">เท่าที่ผมใช้งาน iPhone มาได้พักใหญ่ๆแล้วข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ การใช้งาน internet และ application ที่มีการต่อใช้เชื่อมข้อมูล internet มากกว่าแต่ก่อนมากครับ แต่ก่อนมือถือเครื่องที่ผมใช้งานเป็น HTC ที่ run windows Mobile ธรรมดาตัวหนึ่ง หลังๆที่ผมจะใช้ก็จะเป็นเพื่อการอ่าน reader RSS อ่านเป็น feed เข้ามาเท่านั้น ผ่านทาง Google reader (ด้วยหน้า internet browser ที่มีอยู่ใน WM ครับ) เท่านั้นเอง อย่างเดียว นอกนั้นถ้าหากว่าจะ search อะไรก็จะเปิด Google อ่านดูก็จะใช้เท่านั้น ทำให้ผมเลือกที่จะใช้เป็น Promotion มือถือให้เป็นแบบคิดเป็นรายนาที เพราะว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องเปิด แล้วก็เลือกเป็นแบบ 20 hrs ก็คุ้มค่าดีอยู่ครับ</div>
<div id="_mcePaste">แต่หลังจากนั้นเมื่อผมย้ายเครื่อง migration ขึ้นใหญ่บนใช้งานบน iPhone แล้วทำให้มีการขยายการใช้งานเยอะมากกว่าไปกว่าเดิมมาก เช่น ผมใช้ app ที่บอกตำแหน่งพิกัดผมอยู่ตลอดเวลา (เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ซึ่งได้ข้อมูลสรุปแล้ว มันสามารถบอกได้ตลอดเวลาจริง ) หรือว่าเป็นพวกการใช้งาน Twitter เพื่อให้ alert เวลาที่มี Direct Link และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การรับข้อมูล email ผ่านระบบ PUSH (ซึ่งแต่ก่อนผมไม่รู้หรอกว่า PUSH มันคืออะไรสมัยแรกๆที่ AIS เอามือถือ BB เข้ามาขายเป็น enterprise สมัยก่อนนู้น ผมจำได้ว่าผมยังต้องเดินไปถาม pretty AIS ที่อยู่ตามงานออกบู้ทให้เค้าอธิบายมาเป็นฉากๆว่ามันคืออะไรแล้ว Pretty เหล่านั้นก็ทำงานได้ดีมากน่ะครับ คืออธิบายให้ผมฟังก็ไม่เข้าใจอยู่ดี &#8230; )</div>
<div id="_mcePaste">Application หรือการใช้งานพวกนี้จะใช้งานเรียก internet ตลอดเวลา หรือ ราวๆ ทุกๆ 10 นาทีสำหรับ app. ที่บอกตำแหน่งพิกัดของผม แล้วต่อครั้งละ 6 นาทีต่อเนื่อง ทำให้เรียกได้ว่าเกือบจะเหมือนกับการต่อ internet ตลอดเวลาอยู่ดี ทำให้ผมมีความจำเป็นต้องปรับเป็นระบบนับเม็กแทนครับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผมคิดว่า make sense และดีมากจริงๆ เพราะ จะเป็นการเปิดโลกให้กับการใช้งานเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ได้อย่างเต็มที่จริงๆ เพราะผมก็รู้ว่าการดูดหรือเชื่อมต่อเพื่อเอาข้อมูลเรียกมาจาก internet แต่ละครั้งก็ไม่ได้มากมายอะไรนักครับ</div>
<div id="_mcePaste">ถ้าหากว่าคุณมีเครื่องเป็นพวก Smart Phone ที่ดูสมัยใหม่หน่อยการเลือกใช้งาน promotion กับผู้ให้บริการ แล้วให้เหมาจ่ายเป็น MB ถือได้ว่าเป็นการเปิดโลกการใช้งานมือถือ Utilize มันได้อย่างมากโขกว่าเดิมมากทีเดียวครับ ลองดูเองแล้วกันครับผม</div>
<p>หากว่าคุณใช้ iPhone หรือพวก Smart Phone เลือก pro มือถือเป็น MB คุ้มกว่าครับ<br />
เท่าที่ผมใช้งาน iPhone มาได้พักใหญ่ๆแล้วข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ การใช้งาน internet และ application ที่มีการต่อใช้เชื่อมข้อมูล internet มากกว่าแต่ก่อนมากครับ แต่ก่อนมือถือเครื่องที่ผมใช้งานเป็น HTC ที่ run windows Mobile ธรรมดาตัวหนึ่ง หลังๆที่ผมจะใช้ก็จะเป็นเพื่อการอ่าน reader RSS อ่านเป็น feed เข้ามาเท่านั้น ผ่านทาง Google reader (ด้วยหน้า internet browser ที่มีอยู่ใน WM ครับ) เท่านั้นเอง อย่างเดียว นอกนั้นถ้าหากว่าจะ search อะไรก็จะเปิด Google อ่านดูก็จะใช้เท่านั้น ทำให้ผมเลือกที่จะใช้เป็น Promotion มือถือให้เป็นแบบคิดเป็นรายนาที เพราะว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องเปิด แล้วก็เลือกเป็นแบบ 20 hrs ก็คุ้มค่าดีอยู่ครับ<br />
แต่หลังจากนั้นเมื่อผมย้ายเครื่อง migration ขึ้นใหญ่บนใช้งานบน iPhone แล้วทำให้มีการขยายการใช้งานเยอะมากกว่าไปกว่าเดิมมาก เช่น ผมใช้ app ที่บอกตำแหน่งพิกัดผมอยู่ตลอดเวลา (เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ซึ่งได้ข้อมูลสรุปแล้ว มันสามารถบอกได้ตลอดเวลาจริง ) หรือว่าเป็นพวกการใช้งาน Twitter เพื่อให้ alert เวลาที่มี Direct Link และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การรับข้อมูล email ผ่านระบบ PUSH (ซึ่งแต่ก่อนผมไม่รู้หรอกว่า PUSH มันคืออะไรสมัยแรกๆที่ AIS เอามือถือ BB เข้ามาขายเป็น enterprise สมัยก่อนนู้น ผมจำได้ว่าผมยังต้องเดินไปถาม pretty AIS ที่อยู่ตามงานออกบู้ทให้เค้าอธิบายมาเป็นฉากๆว่ามันคืออะไรแล้ว Pretty เหล่านั้นก็ทำงานได้ดีมากน่ะครับ คืออธิบายให้ผมฟังก็ไม่เข้าใจอยู่ดี &#8230; )<br />
Application หรือการใช้งานพวกนี้จะใช้งานเรียก internet ตลอดเวลา หรือ ราวๆ ทุกๆ 10 นาทีสำหรับ app. ที่บอกตำแหน่งพิกัดของผม แล้วต่อครั้งละ 6 นาทีต่อเนื่อง ทำให้เรียกได้ว่าเกือบจะเหมือนกับการต่อ internet ตลอดเวลาอยู่ดี ทำให้ผมมีความจำเป็นต้องปรับเป็นระบบนับเม็กแทนครับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผมคิดว่า make sense และดีมากจริงๆ เพราะ จะเป็นการเปิดโลกให้กับการใช้งานเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ได้อย่างเต็มที่จริงๆ เพราะผมก็รู้ว่าการดูดหรือเชื่อมต่อเพื่อเอาข้อมูลเรียกมาจาก internet แต่ละครั้งก็ไม่ได้มากมายอะไรนักครับ<br />
ถ้าหากว่าคุณมีเครื่องเป็นพวก Smart Phone ที่ดูสมัยใหม่หน่อยการเลือกใช้งาน promotion กับผู้ให้บริการ แล้วให้เหมาจ่ายเป็น MB ถือได้ว่าเป็นการเปิดโลกการใช้งานมือถือ Utilize มันได้อย่างมากโขกว่าเดิมมากทีเดียวครับ ลองดูเองแล้วกันครับผม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/iphone-smart-promotion-choice/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>update content กันหน่อยหลังจากไม่ได้ up เสียนาน ..</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/blog-content-update/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/blog-content-update/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2010 16:19:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[กินเที่ยวเรื่อยเปื่อย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=902</guid>
		<description><![CDATA[พักนี้เป็นช่วงไม่ได้อ่านหนังสือเพิ่ม ไม่ได้อ่าน Blog content ของคนอื่นเพิ่ม มี feed เข้า Google reader ตั้งมากมายแต่ก็ไม่ได้แม้กระทั่งเอาออกมาอ่านทั้งๆที่ ตอนนี้ผมใช้งาน iPhone ทำให้สามารถอ่านได้สะดวกกว่าเดิมมากๆ แล้วก็ยังปรับเป็นการใช้งานแบบเหมาจ่ายเป็น 250 MB ต่อเดือนอีก ซึ่งเฉลี่ยผมก็ใช้แค่วันๆละได้ไม่เกินประมาณ 8 MB ซึ่งผมเองก็ใช้ไม่เกินสักเท่าไหร่ (แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันถ้าหากว่าเอา app ลงเยอะๆ เป็นพวก app ที่ require การดูดข้อมูลเรียกตัวเองเป็นประจำก็อาจจะทำให้เกินได้ครับ) และนี่ก็จะเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะ Blog เนื้อหาเพิ่มเติมได้ครับ เพราะว่าแหล่งที่มาของความคิดความอ่าน และ เนื้อหาเกือบทั้งหมด จะเกิดจากการนึกคิด จากเนื้อความที่ได้อ่านได้เจอมา หรือแม้กระทั่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว แล้วก็เอามาเทียบกับความคิดความอ่านที่เคยรู้เคยเจอมาครับ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/blog-content-update/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/07/newpaper-blog-reader.jpg"><img class="size-full wp-image-903 aligncenter" title="newpaper blog reader" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/07/newpaper-blog-reader.jpg" alt="newspaper blog reader อ่านเพื่อให้มีข้อมูลมาเขียนๆ" width="606" height="237" /></a></p>
<div id="_mcePaste">พักนี้เป็นช่วงไม่ได้อ่านหนังสือเพิ่ม ไม่ได้อ่าน Blog content ของคนอื่นเพิ่ม มี feed เข้า Google reader ตั้งมากมายแต่ก็ไม่ได้แม้กระทั่งเอาออกมาอ่านทั้งๆที่ ตอนนี้ผมใช้งาน iPhone ทำให้สามารถอ่านได้สะดวกกว่าเดิมมากๆ แล้วก็ยังปรับเป็นการใช้งานแบบเหมาจ่ายเป็น 250 MB ต่อเดือนอีก ซึ่งเฉลี่ยผมก็ใช้แค่วันๆละได้ไม่เกินประมาณ 8 MB ซึ่งผมเองก็ใช้ไม่เกินสักเท่าไหร่ (แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันถ้าหากว่าเอา app ลงเยอะๆ เป็นพวก app ที่ require การดูดข้อมูลเรียกตัวเองเป็นประจำก็อาจจะทำให้เกินได้ครับ)</div>
<div id="_mcePaste">และนี่ก็จะเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะ Blog เนื้อหาเพิ่มเติมได้ครับ เพราะว่าแหล่งที่มาของความคิดความอ่าน และ เนื้อหาเกือบทั้งหมด จะเกิดจากการนึกคิด จากเนื้อความที่ได้อ่านได้เจอมา หรือแม้กระทั่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว แล้วก็เอามาเทียบกับความคิดความอ่านที่เคยรู้เคยเจอมาครับ</div>
<div id="_mcePaste">นั้นก็แปลว่าถ้าหากว่าคุณอยากจะ Blog แล้วมีเนื้อหาให้กับ Blog ของคุณอยู่เป็นประจำ คุณต้องออกแรงอ่าน และ รับสื่อที่คุณสนใจหรือเกี่ยวข้องกันเนื้อหาของคุณเอง ซึ่งเรื่องความสนใจและเนื้อหาที่คุณจะเอามาบ่นพร่ำใน Blog ส่วนตัวของคุณนั้นก็ควรจะเป็นเรื่องเดียวกันครับ ผมไม่คิดหรอกว่า ถ้าหากว่าคุณไม่ได้สนใจเรื่องนั้นๆ แล้วคุณจะต้องไปหาอ่านมาเพื่อมาบอกคนอื่น เรียกได้ว่า action ลักษณะดังกล่าวนี้เกือบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยถ้าหากว่าคุณถูกว่าจ้างมาให้ทำการ ฺBlog โดยการสร้าง content หรือเนื้อหาจริงๆ แล้ว คุณก็ต้องเริ่มที่จะคิดที่จะรักและสนใจเนื้อหาเหล่านั้นได้อย่างจริงจังและนั่นก็จะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ได้เนื้อหาคุณภาพที่ไม่ได้เป็นการ copy คนอื่นมาปะไว้ที่หน้าเว็ปบล๊อคตัวเองครับ</div>
<p>พักนี้เป็นช่วงไม่ได้อ่านหนังสือเพิ่ม ไม่ได้อ่าน Blog content ของคนอื่นเพิ่ม มี feed เข้า Google reader ตั้งมากมายแต่ก็ไม่ได้แม้กระทั่งเอาออกมาอ่านทั้งๆที่ ตอนนี้ผมใช้งาน iPhone ทำให้สามารถอ่านได้สะดวกกว่าเดิมมากๆ แล้วก็ยังปรับเป็นการใช้งานแบบเหมาจ่ายเป็น 250 MB ต่อเดือนอีก ซึ่งเฉลี่ยผมก็ใช้แค่วันๆละได้ไม่เกินประมาณ 8 MB ซึ่งผมเองก็ใช้ไม่เกินสักเท่าไหร่ (แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันถ้าหากว่าเอา app ลงเยอะๆ เป็นพวก app ที่ require การดูดข้อมูลเรียกตัวเองเป็นประจำก็อาจจะทำให้เกินได้ครับ)<br />
และนี่ก็จะเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะ Blog เนื้อหาเพิ่มเติมได้ครับ เพราะว่าแหล่งที่มาของความคิดความอ่าน และ เนื้อหาเกือบทั้งหมด จะเกิดจากการนึกคิด จากเนื้อความที่ได้อ่านได้เจอมา หรือแม้กระทั่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว แล้วก็เอามาเทียบกับความคิดความอ่านที่เคยรู้เคยเจอมาครับ<br />
นั้นก็แปลว่าถ้าหากว่าคุณอยากจะ Blog แล้วมีเนื้อหาให้กับ Blog ของคุณอยู่เป็นประจำ คุณต้องออกแรงอ่าน และ รับสื่อที่คุณสนใจหรือเกี่ยวข้องกันเนื้อหาของคุณเอง ซึ่งเรื่องความสนใจและเนื้อหาที่คุณจะเอามาบ่นพร่ำใน Blog ส่วนตัวของคุณนั้นก็ควรจะเป็นเรื่องเดียวกันครับ ผมไม่คิดหรอกว่า ถ้าหากว่าคุณไม่ได้สนใจเรื่องนั้นๆ แล้วคุณจะต้องไปหาอ่านมาเพื่อมาบอกคนอื่น เรียกได้ว่า action ลักษณะดังกล่าวนี้เกือบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างน้อยถ้าหากว่าคุณถูกว่าจ้างมาให้ทำการ ฺBlog โดยการสร้าง content หรือเนื้อหาจริงๆ แล้ว คุณก็ต้องเริ่มที่จะคิดที่จะรักและสนใจเนื้อหาเหล่านั้นได้อย่างจริงจังและนั่นก็จะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ได้เนื้อหาคุณภาพที่ไม่ได้เป็นการ copy คนอื่นมาปะไว้ที่หน้าเว็ปบล๊อคตัวเองครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/blog-content-update/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โหลดภาพเพื่อนๆจาก Facebook แบบเร็วสุดๆด้วย PICK&amp;ZIP</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/download-facebook-album/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/download-facebook-album/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Jun 2010 13:01:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[recommend site]]></category>
		<category><![CDATA[download facebook photo]]></category>
		<category><![CDATA[download photo]]></category>
		<category><![CDATA[download photos]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[โหลดภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โหลดภาพ facebook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/download-facebook-album/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ถ้าหากว่าคุณอยากจะโหลดภาพของเพื่อนๆ หรือ album ทั้งอัลบั้มจาก Facebook ของเพื่อนๆคุณ ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องไป save ภาพทีละภาพแล้วน่ะครับ เราสามารถโหลดภาพออกมาแบบดุ้น ทั้ง album ได้เลยเรียกว่า เป็นวิธีการโหลดภาพเพื่อนๆ (ที่อาจจะมีตัวเราเองอยู่ในนั้นด้วย) ออกมาเพื่อ save ไว้ที่เครื่องได้เร็วที่สุดเท่าที่ตอนนี้ผมรู้ครับ วิธีการก็คือ ให้เข้าไปที่ PicknZip ครับแล้วก็จัดการอนุญาตให้ picknzip เข้าถึงข้อมูลของเพื่อนของเราได้ครับ เท่านั้นก็เป็นอันเสร็จการ setup (ไม่ต้อง install อะไรเลยดีจัง ^^ ) เมื่อคุณอนุญาตแล้วเราก็จะมีหน้าจอให้เราเลือกชื่อเพื่อนของเราที่มีอัลบั้มภาพที่เราอยากจะโหลด คุณอาจจะเลือกเป็นภาพๆ หรือ select all ออกมาได้ครับ เมื่อเลือกแล้วคุณจะ export &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/download-facebook-album/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/pickzipfacebookphotobackup.jpg"><img title="pickzipfacebookphotobackup" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="557" alt="pickzipfacebookphotobackup" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/pickzipfacebookphotobackup_thumb.jpg" width="525" border="0" /></a>&#160; <br />ถ้าหากว่าคุณอยากจะโหลดภาพของเพื่อนๆ หรือ album ทั้งอัลบั้มจาก Facebook ของเพื่อนๆคุณ ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องไป save ภาพทีละภาพแล้วน่ะครับ เราสามารถโหลดภาพออกมาแบบดุ้น ทั้ง album ได้เลยเรียกว่า เป็นวิธีการโหลดภาพเพื่อนๆ (ที่อาจจะมีตัวเราเองอยู่ในนั้นด้วย) ออกมาเพื่อ save ไว้ที่เครื่องได้เร็วที่สุดเท่าที่ตอนนี้ผมรู้ครับ </p>
<p>วิธีการก็คือ ให้เข้าไปที่ <a title="picknzip" href="http://picknzip.com/" target="_blank" rel="nofollow">PicknZip</a> ครับแล้วก็จัดการอนุญาตให้ picknzip เข้าถึงข้อมูลของเพื่อนของเราได้ครับ เท่านั้นก็เป็นอันเสร็จการ setup (ไม่ต้อง install อะไรเลยดีจัง ^^ ) </p>
<p>เมื่อคุณอนุญาตแล้วเราก็จะมีหน้าจอให้เราเลือกชื่อเพื่อนของเราที่มีอัลบั้มภาพที่เราอยากจะโหลด คุณอาจจะเลือกเป็นภาพๆ หรือ select all ออกมาได้ครับ </p>
<p>เมื่อเลือกแล้วคุณจะ export ออกมาได้เป็นสองแบบคือ แบบแรกเป็น file zip ที่มีภาพของเพื่อนคุณที่เลือกเอาไว้ทั้งหมด และอีกแบบคือ export ออกมาเป็น pdf file ซึ่งผมไม่แนะนำวิธีการที่ export pdf file สักเท่าไหร่เพราะว่าภาพคุณภาพตกลงไปเยอะและไม่ Make sense แม้แต่น้อยว่าทำไมอยากจะได้ภาพเพื่อนๆหรือสาวๆที่คุณหมายปองออกมาเป็น pdf file จริงเหรอป่าวล่ะครับ </p>
<p>ถ้าหากว่าผมเจอวิธีการโหลด file ภาพของเพื่อนๆที่อยู่ Facebook ออกมาจาก server Facebook ได้เร็วกว่านี้อีกผมก็จะเอามาโม้ให้ฟังอีกรอบแล้วกันนะครับ สำหรับตอนนี้ ก็คิดว่า แค่นี้ก็เร็วเอามากๆ แล้วน่ะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/download-facebook-album/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอนที่ผมเลือก Web Hosting ผมเลือกจากอะไรบ้าง ? : วิธีการเลือก web Hosting ของผม</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2010 01:32:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[bluehost]]></category>
		<category><![CDATA[hosting service]]></category>
		<category><![CDATA[internet bluehost]]></category>
		<category><![CDATA[internet host]]></category>
		<category><![CDATA[internet hosting]]></category>
		<category><![CDATA[ipage]]></category>
		<category><![CDATA[ipage host]]></category>
		<category><![CDATA[web host]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[webhost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/</guid>
		<description><![CDATA[คุณอาจจะเปิดมาหน้านี้แล้วสงสัยว่า ทำไมต้องพิมพ์อธิบายว่า กะการแค่เลือก Web Hosting สักที่มันมีอะไรให้คิดมากมายอย่างงั้นเลยล่ะครับ ก็เพราะว่า ผมไม่อยากจะให้คุณเจอเรื่องเจอราวอันเลวร้ายอย่างผมยังไงล่ะครับ เพราะถ้าหากว่าคุณเลือกไม่ดี แล้วเจอของดีกว่า การย้ายจะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่เหนื่อยเอาการน่ะครับ ! ซึ่งผมก็เคยเหนื่อยมาแล้ว .. สองรอบครับ แล้วการย้ายก็ไม่สมบูรณ์อีกต่างหาก ผมก็คิดว่าถ้าหากว่ามีคนบอกผมเสียหน่อย เราควรเลือก Hosting แบบไหนยังไงดีแล้วล่ะก็จะดีเอามากๆเลย ไม่ต้องเสียเวลา หลงทาง และต้องมาทำเรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นต้องทำ เพระมันหลีกเลี่ยงได้เช่นการย้าย Host ครับ เนื้อความนี้คุณสามารถ copy แจกจ่ายได้อย่างไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย ส่งต่อ email และอื่นๆได้ไม่อั้น เพราะผมไม่ได้กั้กเนื้อความไว้อยู่แล้วครับ ยิ่งคนรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับคนอื่นๆน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณรู้จักเพิ่อนๆที่เค้ากำลังจะเลือก Host อยู่ล่ะก็ ส่ง link &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img title="web-hosting-recommended" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="347" alt="web-hosting-recommended" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/WebHostingServerRoom.jpg" width="510" border="0" /> คุณอาจจะเปิดมาหน้านี้แล้วสงสัยว่า ทำไมต้องพิมพ์อธิบายว่า กะการแค่เลือก Web Hosting สักที่มันมีอะไรให้คิดมากมายอย่างงั้นเลยล่ะครับ ก็เพราะว่า ผมไม่อยากจะให้คุณเจอเรื่องเจอราวอันเลวร้ายอย่างผมยังไงล่ะครับ เพราะถ้าหากว่าคุณเลือกไม่ดี แล้วเจอของดีกว่า การย้ายจะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่เหนื่อยเอาการน่ะครับ ! ซึ่งผมก็เคยเหนื่อยมาแล้ว .. สองรอบครับ แล้วการย้ายก็ไม่สมบูรณ์อีกต่างหาก ผมก็คิดว่าถ้าหากว่ามีคนบอกผมเสียหน่อย เราควรเลือก Hosting แบบไหนยังไงดีแล้วล่ะก็จะดีเอามากๆเลย ไม่ต้องเสียเวลา หลงทาง และต้องมาทำเรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นต้องทำ เพระมันหลีกเลี่ยงได้เช่นการย้าย Host ครับ เนื้อความนี้คุณสามารถ copy แจกจ่ายได้อย่างไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย ส่งต่อ email และอื่นๆได้ไม่อั้น เพราะผมไม่ได้กั้กเนื้อความไว้อยู่แล้วครับ ยิ่งคนรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับคนอื่นๆน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณรู้จักเพิ่อนๆที่เค้ากำลังจะเลือก Host อยู่ล่ะก็ ส่ง link นี้ไปให้เค้าเหล่านั้นก็ยังไงผมหวังว่า คุณก็จะได้ช่วยเพือ่นๆคุณประหยัดพลังงานไปได้มากโขครับ ^_^ </p>
<h2>เริ่มจากรู้เสียก่อนว่าจะทำเว็ปไซท์ประเภทไหนกัน</h2>
<p>คนที่ใช้งาน internet เพื่อการสร้างรายได้ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้จาก e-commerce หรือว่าการสร้างรายได้จากวิธีการอื่นๆตามร้านหนังสือทั่วไปจะมีให้เลือกมากมายก่ายกองว่าคุณจะสร้างด้วยวิธีอะไร จุดสำคัญจุดหนึ่งที่จะต้องเลือกคือ Web Hosting น่ะครับ เรียกได้ว่ากว่าเลือกกันได้ก็ต้องดูแล้วดูอีกว่าจะเอาอะไรยังไงดี แล้วมันต้องดูอะไรบ้าง มันเหมาะกับเราหรือไม่ แล้วมันจะทำให้ชีวิตลำบากหรือเปล่าในภายหลัง จริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่ลักษณะการใช้งานทึ่คุณต้องการน่ะหละครับ บอกชัดเจนเอาไว้ได้หรอกว่าจะเลือกแบบไหน แต่ประเด็นที่ผมมีประสบการณ์ตรงๆ คือ การเลือก web hosting เพื่อ Blogging (ก็ พิมพ์ blog เหมือนกับ web นี้น่ะหละครับ) แล้วก็ การเลือก web hosting เพิ่มทำ e-commerce ครับ แค่สองอย่างนี้ก็ผมว่ามันก็เกือบทั้งหมดของคนไทยอย่างเราๆท่านๆแล้วน่ะครับ อ้อแล้วก็การเลือก Host เพื่อเอาไว้ปะแหมะ หน้าเว็ปประเภท โบรชัวร์เว็ปไซท์ครับ</p>
<h2>เลือก &quot;เว็ปโอสติ้ง&quot; เพื่อโบรชัวร์เว็ปไซท์</h2>
<p>เริ่มจากการเลือกเว็ป hosting เพื่อโบรชัวร์เว็ปไซท์ก่อนดีกว่าครับ ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจก่อนว่าโบรชัวร์เว็ปไซท์มันคืออะไร มันเป็นศัพท์ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักกันเท่าไหร่น่ะครับถ้าหากว่าคุณไม่ได้ฟังพวกมนุษย์หาเงิน online เค้าคุยกันน่ะครับ จริงๆแล้วมันก็คือเว็ปประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ทำหน้าที่ขายของครับ มันบอกแค่ว่า บริษัทคุณทำอะไร หรือว่าบริษัทคุณรับทำอะไร มี product อยู่บ้าง มีแต่ก็ไม่ได้ครบครันเยอะแยะอะไร แล้วก็บอกว่าถ้าหากว่าคุณสนใจสินค้าหรือบริการที่เรานำเสนออยู่นั้นก็ติดต่อเราผ่านทางโทรศัพท์หรือ email นี่ๆนั่นๆ เท่านั้นเองรน่ะครับ ซึ่งเว็ปแบบนี้อาจจะเรียกว่าเป็นเว็ปหนึ่งจุดศูนย์ก็ได้น่ะครับ เพราะมัน นิ่งเอาเหลือเกินไม่ได้ต้องการความสามารถพิเศษอะไรมากมาย แล้วก็ไม่ได้มีคนทีจะไปจัดการบริการปรับเปลี่ยนมันสักเท่าไหร่ (อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีคนดูแล ไม่มึคนมีความรู้ในเรื่องนี้ หรือว่าไม่ใส่ใจน่ะครับ )</p>
<p>เว็ปประเภทนี้ถ้าหากว่าจะเลือกดูแค่ว่า &quot;Hosting ที่ไหนถูก&quot; เท่านั้นเองครับ เพราะ อะไรน่ะครับ เรื่องอื่นๆแทบไม่ต้องระวังกันเท่าไหร่ เนื่องจากเนื้อหาของเว็ปประ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทดสอบ การใช้งาน iPage Web Hosting นอกที่คนไทยชอบแนะนำกัน</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 01:27:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[ipage]]></category>
		<category><![CDATA[ipage web host]]></category>
		<category><![CDATA[ipage webhosting]]></category>
		<category><![CDATA[recommend web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/</guid>
		<description><![CDATA[Web Hosting หนึ่งที่ผมแนะนำเพราะว่าผ่านเงื่อนไขทีผมใช้ในการเลือกซื้อ (เช่า) hosting เกือบทั้งหมดตัวนึงก็คือ iPage (เข้าไปดู promotion ตอนนี้ได้จาก link นี้ครับ) สำหรับ Content นี้ผมอยากจะพิมพ์เนื้อหาเก็บเอาไว้ว่า หลังจากที่เข้าไปที Control Panel (มันก็คือตัวควบคุมการใช้งาน web hosting ของ iPage ทั้งหมด) แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง แล้ว มันทำอะไรยังไง และ สะดวกมากแค่ไหนครับ ไปดูเป็นหัวข้อๆกันเลยดีกว่าน่ะครับ เมื่อคุณ Login แล้วเราก็จะเห็น WiZard แต่ว่าผมไม่เลือกที่จะใช้มันครับ งั้นเราก็ปิดแล้วก้ไปดูกันเลยดีกว่าน่ะครับ ว่าหน้า Control Panel เป็นยังไงกันครับ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Web Hosting หนึ่งที่ผมแนะนำเพราะว่าผ่านเงื่อนไขทีผมใช้ในการเลือกซื้อ (เช่า) hosting เกือบทั้งหมดตัวนึงก็คือ <a title="ipage web hosting สำหรับ Blogger" href="http://www.rackmanagerpro.com/go/ipage.php" target="_blank"><strong>iPage</strong></a> (เข้าไปดู promotion ตอนนี้ได้จาก link นี้ครับ) สำหรับ Content นี้ผมอยากจะพิมพ์เนื้อหาเก็บเอาไว้ว่า หลังจากที่เข้าไปที Control Panel (มันก็คือตัวควบคุมการใช้งาน web hosting ของ iPage ทั้งหมด) แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง แล้ว มันทำอะไรยังไง และ สะดวกมากแค่ไหนครับ ไปดูเป็นหัวข้อๆกันเลยดีกว่าน่ะครับ </p>
<p>เมื่อคุณ Login แล้วเราก็จะเห็น WiZard แต่ว่าผมไม่เลือกที่จะใช้มันครับ งั้นเราก็ปิดแล้วก้ไปดูกันเลยดีกว่าน่ะครับ ว่าหน้า Control Panel เป็นยังไงกันครับ</p>
<p> <a title="iPage website" href="http://www.rackmanagerpro.com/go/ipage.php"><img title="screen shot iPage" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="383" alt="screen shot iPage" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/screenshotiPage.jpg" width="527" border="0" /></a>
<p>จากภาพด้านบนนี้จะเห็นได้ว่า Control Panel ก็จะเหมือนๆกับของที่อื่นๆ (เพราะว่ามันเป็นแบบที่เราดูแล้วเข้าใจกันง่ายมากที่สุดแล้วล่ะครับ จะกดมั่วๆที่ด้านบนเอาหรือว่าจะกดมั่วๆที่ด้านข้างซ้ายเอาก็ได้ เพราะมันก็เรียงตัวแสดงหน้า user interface ได้ดีอยู่แล้วครับ เรียกได้ว่าจะกดไปไหนเพื่อทำอะไรก็ไม่งงเลยครับผม งั้นเราจะเริ่มจากสร้าง email กันใหม่ก่อนแล้วกันครับ สำหรับ Domain name ตัวอย่างที่ผม register ไว้ (เพราะว่าอาจจะใช้ในอนาคตอีกไม่เกินหนึ่งปีข้างหน้าก็คือ palmyarn ครับผม)</p>
<h1>Create Email address&#160; : เริ่มสร้าง Email กันในนี้กันเลยครับผม</h1>
<p>ผมเคยบอกอยู่หลายครั้งน่ะครับ ว่าถ้าหากว่าเรามี website เป็นของตัวเอง และมี Domain name เป็นของตัวเองก็เพราะมันสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเราได้ค่อนข้างมาก เมื่อเราคิดจะติดต่ออะไรกับใครเพื่อการค้า เพื่อแลก link และ .. อื่นๆอีกมากมาย ถ้าหากว่าเราใช้ Gmail หรือว่า Hotmail มันจะดูกะหรั่วรุนแรงสุดๆ จนถึงขั้นอาจจะไม่มีการตอบกลับมาเลยก็ว่าได้ หรือว่า ถ้าหากว่าคุณจะเอาไปสมัคร affiliate program ใดๆแล้ว คุณจะโดน rejected โดยทันที จากระบบ auto น่ะครับ เพราะเค้าถือได้ว่าพวกนี้ไม่ได้มีหน้าเว็ปเป็นของตัวเอง แค่ email ก็ยังจะไม่มี domain name เป็นของตัวเองเลยแล้วนี่น่ะหรือ จะทำ Business ด้วยชิๆ&#160; .. </p>
<p>ว่าแล้วที่ด้านบนเราจะเห็นปุ่ม Create email ครับ หน้าตาก็ประมาณนี้น่ะครับ    </p>
<p><img title="create email" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="83" alt="create email" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/createemail.jpg" width="182" border="0" />&#160; <br />กดแล้ว เราก็สามารถที่จะพิมพ์ email แล้วก็ใส่ password เข้าไปได้ทันทีน่ะครับ อ้อ เรื่องของ password ผมสังเกตมาตั้งแต่ตอนแรกที่เข้าแล้วน่ะครับว่า เค้าต้องการ password ที่มีความแข็งของ password มากเอาการถ้าหากว่าเป็นไปได้ แนะนำว่า ใช้ website ที่ Generate password มาใช้จะดีกว่า และมันก็ดีกว่าการที่เรามาพิมพ์เองด้วยน่ะครับ มันไม่ควรจะเป็นคำใดเลยที่คนจะเดาได้ สำหรับผมแล้วผมใช้ ที่นี่ครับ <a title="Free password Generator" href="http://www.freepasswordgenerator.com/" target="_blank" rel="nofollow">freepasswordgenerator.com</a> Email แรกสุดที่คุณควร create ขึ้นมาก็คือ “webmaster” ครับผม เพราะ มันแสดงพลังว่าคุณเป็นเจ้าของ domain name นั้นๆจริงๆและเป็นคนที่ดูแลเว็ปอีกต่างหาก เพราะงั้นแล้ว ใครจะติดต่อเพื่อแลก&#160; Banner กับคุณเค้าก็ติดต่อผ่าน webmaster ยังไงล่ะครับ</p>
<p><img title="create new inbox" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="364" alt="create new inbox" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/createnewinbox.jpg" width="472" border="0" />     <br />แค่นี้เราก็ได้ email มาใช้งานกันแล้วน่ะครับ สร้างง่ายนิดเดียวเอง แต่ว่าถ้าหากว่าผมไล่หาดู (แล้วผมก็ลองถาม Live chat ของ iPage เค้าน่ะครับ) ว่าจะปรับเปลี่ยน default ของ mailbox size ได้หรือไม่ก็พบว่า “ไม่ได้ครับ” และนี่ก็เป็นตัวนึงที่ไม่ผ่านเกณฑ์อย่างโหดของผมสำหรับการเลือก Web hosting ครับ อย่างไรก็ดีค่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รวมเรื่อง Sync ๆ ไว้ทีเดียวกัน : Sync ข้อมูลมากมายผ่าน iPhone App</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/iphone-data-sync-complete-list/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/iphone-data-sync-complete-list/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2010 14:13:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[Google sync]]></category>
		<category><![CDATA[iphone app]]></category>
		<category><![CDATA[mobile app]]></category>
		<category><![CDATA[mobile phone]]></category>
		<category><![CDATA[picasa sync]]></category>
		<category><![CDATA[sync contact list]]></category>
		<category><![CDATA[sync note iphone]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-sync-%e0%b9%86-%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81/</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ใช้ iPhone น่าจะได้ประมาณเดือนนึงแล้ว ก็ยังไม่ได้ review app อะไรเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าอาจจะด้วยเหตุผลคือไม่ได้มีเวลา review สักเท่าไหร่แต่ว่าหาเวลามาพิมพ์ Blog content ธรรมดาก็จะหาไม่ได้อยู่แล้วแล้วก็มา review เหรอ ก็ต้องชิวๆระดับนึงถึงจะทำได้น่ะครับ แต่ว่าอยากจะทำมานานแล้วอยู่เหมือนกัน วันนี้ได้ฤกษ์ดีก็ review ซะหน่อยครับ ตอนที่กำลังจะซื้อ iPhone มาใช้นั้นสิ่งแรกๆที่เราจะต้องทำคือ เลือกรุ่นว่าเราจะเอารุ่นอะไรมาใช้งานดี ถ้าหาก่วาผมแนะนำแล้วล่ะก็ ผมต้องบอกเอารุ่นตั้งแต่ 3G ขึ้นไปจะดีกว่าไม่ได้เพราะว่าอยากจะได้ใช้ 3G อะไรหรอกนะ เพราะว่ามันไม่ได้ใช้สักทีน่ะครับไม่มีโอกาสครับ แต่ว่าอยากจะได้ก็คือ ความเป็น GPS ครับผมเพราะว่ามันจะใช้อะไรต่อมิอะไรได้เพิ่มเติมจากรุ่นที่ไม่มีได้เยอะประเด็นเอามากๆ แต่ว่าก็ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาวันนี้สักเท่าไหร่ครับ แค่อยากจะบอกเอาไว้ก่อนเท่านั้นเองครับ แล้วก็เรื่องหน่วยความจำหรือ hard disk ที่ฝังอยู่ในเครื่องถ้าหากว่าคุณไม่ได้เป็นพวกเก็บเพลงเอาไว้ที่เครื่องอยู่แล้วก็คิดว่า &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/iphone-data-sync-complete-list/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่ใช้ iPhone น่าจะได้ประมาณเดือนนึงแล้ว ก็ยังไม่ได้ review app อะไรเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าอาจจะด้วยเหตุผลคือไม่ได้มีเวลา review สักเท่าไหร่แต่ว่าหาเวลามาพิมพ์ Blog content ธรรมดาก็จะหาไม่ได้อยู่แล้วแล้วก็มา review เหรอ ก็ต้องชิวๆระดับนึงถึงจะทำได้น่ะครับ แต่ว่าอยากจะทำมานานแล้วอยู่เหมือนกัน วันนี้ได้ฤกษ์ดีก็ review ซะหน่อยครับ </p>
<p>ตอนที่กำลังจะซื้อ iPhone มาใช้นั้นสิ่งแรกๆที่เราจะต้องทำคือ เลือกรุ่นว่าเราจะเอารุ่นอะไรมาใช้งานดี ถ้าหาก่วาผมแนะนำแล้วล่ะก็ ผมต้องบอกเอารุ่นตั้งแต่ 3G ขึ้นไปจะดีกว่าไม่ได้เพราะว่าอยากจะได้ใช้ 3G อะไรหรอกนะ เพราะว่ามันไม่ได้ใช้สักทีน่ะครับไม่มีโอกาสครับ แต่ว่าอยากจะได้ก็คือ ความเป็น GPS ครับผมเพราะว่ามันจะใช้อะไรต่อมิอะไรได้เพิ่มเติมจากรุ่นที่ไม่มีได้เยอะประเด็นเอามากๆ แต่ว่าก็ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาวันนี้สักเท่าไหร่ครับ แค่อยากจะบอกเอาไว้ก่อนเท่านั้นเองครับ แล้วก็เรื่องหน่วยความจำหรือ hard disk ที่ฝังอยู่ในเครื่องถ้าหากว่าคุณไม่ได้เป็นพวกเก็บเพลงเอาไว้ที่เครื่องอยู่แล้วก็คิดว่า Gig ต่ำๆก็ไม่ได้เป็นปัญหาแก่การใช้แต่ประการใดครับ มันไม่เต็มเอาง่ายๆน่ะครับ เครื่องคุณจะพังซะก่อน ก่อนที่ความจำคุณจะเต็มซะด้วยซะ แล้วผมก็ไม่อยากจะให้เก็บข้อมูลอะไรในเครื่องเอาไว้มากหรอกครับ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรตาม คุณจำเป็นต้อง sync file หรือ note ทั้งหมด อยู่ที่ใดๆ ที่ให้บริการ online ครับ มีอะไรกันมั่งแล้วผมจะเล่าให้ฟังเป็นเรื่องไปน่ะครับ </p>
<h2>ทำไมต้อง Sync เก็บข้อมูล ? </h2>
<p>เหตุผลส่วนตัวของผมนั้นก็ไม่ยากครับเพราะว่าข้อมูลแม่ของผมหายเนื่องจากการมีข้อมูลไว้ทีเดียวแล้วเมื่อเกิดอาการ data lose สูญหายอันเนื่องมาจากการเครื่องปัญหาอ่อนขึ้นมา หรือว่าน้องสาวผมไปกดอะไรให้มันพังไป (ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำให้พัง) หรือแม้แต่ว่าตัวผมเอง ข้อมูลก็หายเหมือนกันน่ะครับ เพราะ เราก็ไม่เคยใช้ iPhone มาแบบ expert ซะด้วยซิ ก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรทำได้อะไรทำได้ ยิ่งถ้าหากว่าเป็นพวกที่ใช้ jail break แล้วด้วยเนี่ยะ เงื่อนไขเยอะครับ ไม่ใช้ iPhone ได้แบบชิวๆกันหรอกครับ ต้อง update ไม่ได้หรือว่าต้องระวังเยอะเรื่องมากมาย แต่ผมไม่ขอเอามาเกริ่นไว้ ณ ที่นี่ก็แล้วกันน่ะครับ ทีนี้ถ้าหากว่าข้อมูลหาย ก็แปลว่าเราไม่สามารถกู้ข้อมูลนั้นได้อีกต่อไปครับ เท่านั้นจบแล้ว และมันเป็นเหตุผลที่พอเพียงและเพียงพอต่อการ backup หรือ ดีกว่านั้นก็คือ syncronize ข้อมูลไปที่อื่นๆอีกเยอะๆที่ครับ เพราะว่า เชื่อว่า ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคุณจะมีโอกาสสูญสลายได้มากกว่าข้อมูลที่อยู่ใน internet ที่ทุกคนฝากความหวังเอาไว้กับการให้บริการของ service provider เหล่านั้นยังไงล่ะครับ </p>
<h2>งั้นเราไปดูกันดีกว่าผมเลือก sync ข้อมูลประเภทไหนกับอะไรบ้าง? </h2>
<h4><img title="Google Sync Gmail" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="484" alt="Google Sync Gmail" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/GoogleSyncGmail.jpg" width="324" border="0" />     <br />Contact List,Calendar sync กับ Gmail&#160; :    <br />&#160; </h4>
<p><strong> </strong>ผมไม่ได้เป็นคนใช้ outlook ครับเพราะงั้นแล้วผม Sync กับ Gmail ซึ่งก็ดีน่ะครับข้อมูลก็ไม่ได้ผูกติดกับเครื่องใดเครื่องหนึ่งที่ลง outLook เอาไว้คัรบ การ Sync contact list นั้นสำคัญมากๆสำหรับ เครื่องมือสมัยใหม่ แนะนำว่า คุณอย่าคิดน่ะครับ ว่า คุณใช้แค่บันทึกชื่อลงใน SIM ได้ก็พอเพียง ผมอยากจะบอกว่า ถ้าหากว่าคุณคิดแบบนั้นแปลว่าคุณเลือกที่ไม่บันทึกรายละเอียดของ contact ของคุณอื่นๆเข้าไปน่ะครับ เพราะว่า SIM ไม่สามารถบันทึก email address หรือว่าที่อยู่บ้านเลยแม้แต่น้อย มันทำได้แค่จำเบอร์โทรศัพท์แล้วก็ชื่อภาษาอังกฤษอีก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/iphone-data-sync-complete-list/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Analytics Opt-out : add on เพื่อการหยุดส่งข้อมูลไปเก็บใน Google Analytics</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 23:44:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[extension]]></category>
		<category><![CDATA[Google addon]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out-add-on-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ล่าสุด Google เพิ่งออก extension ของ Browser รุ่นที่ฮิตๆทั้งหลายให้สามารถที่จะทำการ Opt-Out ไม่ให้ Google Analytics ติดตามข้อมูลได้ นั่นก็แปลว่าถ้าหากว่า คุณคิดมากว่า ตอนที่คุณเข้าหน้าเว็ปคนอื่นเค้า แล้วเค้ารู้ได้ว่า คุณมาจาก link หน้าเว็ปไหน หรือว่าคุณดูเนื้อหาในเว้ปไซท์นานแค่ไหน แล้วก็คุณดูไปกิ่ page กัน และอื่นๆที่อีกมากมายที่ Google Analytics จะเก็บข้อมูลได้แล้วส่งไปที่ webmaster หรือคนที่ดูแล website นั้นๆอยู่เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์การใช้งานหน้า website ของเค้าเหล่านั้นเพื่อเป็นการปรับปรุงติดตามผล (tracking) ของหน้าเว็ปไซท์ได้ หลักๆแล้ว Google Analytics จะใช้เพื่อให้คนดูแลเว็ปเห็นข้อมูลหรือผลงานในการ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="Get Google Analytics Opt out" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" rel="nofollow"><img title="PrtScr capture_5" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-right-width: 0px" height="183" alt="PrtScr capture_5" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/PrtScrcapture_5.jpg" width="240" align="left" border="0" /></a>&#160; ล่าสุด Google เพิ่งออก extension ของ Browser รุ่นที่ฮิตๆทั้งหลายให้สามารถที่จะทำการ <a title="Opt out Google Analytics" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" target="_blank" rel="nofollow">Opt-Out</a> ไม่ให้ Google Analytics ติดตามข้อมูลได้ นั่นก็แปลว่าถ้าหากว่า คุณคิดมากว่า ตอนที่คุณเข้าหน้าเว็ปคนอื่นเค้า แล้วเค้ารู้ได้ว่า คุณมาจาก link หน้าเว็ปไหน หรือว่าคุณดูเนื้อหาในเว้ปไซท์นานแค่ไหน แล้วก็คุณดูไปกิ่ page กัน และอื่นๆที่อีกมากมายที่ Google Analytics จะเก็บข้อมูลได้แล้วส่งไปที่ webmaster หรือคนที่ดูแล website นั้นๆอยู่เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์การใช้งานหน้า website ของเค้าเหล่านั้นเพื่อเป็นการปรับปรุงติดตามผล (tracking) ของหน้าเว็ปไซท์ได้ </p>
<p>หลักๆแล้ว Google Analytics จะใช้เพื่อให้คนดูแลเว็ปเห็นข้อมูลหรือผลงานในการ promote หน้าเว็ปจากความอุตสาหะต่างๆนานาในการ promote ครับไม่ว่าจะเป็นการ แลกลิงค์ ปะ Banner submit site เพื่อให้ได้ขึ้นหน้าแรกๆ ของ Google ด้วย Keyword ที่อยากจะได้มาเป็นของตน (เหมือนกับว่าเป็นของได้เลยยังไงอย่างงั้น)&#160; หรือ ยึดพื้นที่ในการ search ทั้งหมดด้วย Keyword นั้นด้วยการ post เนื้อความไปยังหน้าเว็ปที่ดังๆต่างๆครับ จะทำให้เห็นได้ว่า มีคนเข้ามามากน้อยแค่ไหนด้วยวิธีการไหน ถ้าหากว่าไม่มี Google Analytics แท้ที่จริงแล้วก็มีตัว Tracking จากสำนักอื่นๆมากมายอยู่เหมือนกันแต่ว่ามันไม่ได้ Complete สมบูรณ์และแสดงผลได้เจ๋งเหมือนกับ Google Analytics เท่านั้นเองครับ </p>
<p>ทั้งนี้ Google จะเก็บข้อมูล IP ของคุณเอาไว้แต่ว่าคนทั้งโลกนี้จะมีแค่ไม่กี่คนที่ทำงานที่ Google จะเข้าถึงข้อมูลนั้นได้และจะต้องได้รับอนุญาต (จากใคร) เสียก่อนเพื่อที่จะเข้าไปดูได้ครับ </p>
<p>จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากให้คนทั่วไปเอา <a title="Google Analytics Opt-Out extension" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" target="_blank" rel="nofollow"><strong>extension Google Analytics Opt-out</strong></a> ไปติดสักเท่าไหร่เพราะว่าผมก็เป็น webmaster คนนึง ถ้าทุกคนร่วมใจไม่ให้ข้อมูลผม แล้วผมจะเห็นมันได้ยังไงล่ะว่าผมจะต้องทำอะไรต่อ คนเข้าเยอะแค่ไหน หมดกำลังใจไปเสียอย่างงั้นก็เป็นไปได้น่ะครับ </p>
<p>แต่ในทางกลับกันถ้าหากว่าคุณเป็น webmaster แล้วคุณก็ไม่ได้ทำอะไรมาก วันๆก็เข้าแต่เว็ปตัวเองทดสอบ Keyword ที่ link เข้าหน้าตัวเองด้วย Google หน้าหลักเหมือนกับคนอื่นๆ มันก็จะเป็นเก็บข้อมูลของตัวคุณเองไปด้วยน่ะครับ นั้นก็แปลว่า ถ้าหากว่า ผมแนะนำให้คนที่เป็น webmaster เอา extension นี้ไปใส่ที่เครื่องหรือ Browser ตัวเอง แล้วก็เล่น internet ว่อนไปทั่วโดยไม่ให้ข้อมูล Google Analytics แล้วก็วอนขอให้ user ที่ไม่ได้เป็น webmaster ก็ไม่ต้อง install extension นี้น่ะครับ เพราะว่าก็สงสาร webmaster เค้าหน่อยก็แล้วกัน หรือถ้าหากว่าไม่สนอยากลองก็ไม่ว่าอะไรเพราะว่าคุณในฐานะ internet surfer โต้คลื่นท่องเว็ป เมื่อคุณ <a title="opt out Google Analytics" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" target="_blank" rel="nofollow">install extension</a> ไปแล้วคุณไม่รู้สึกว่า มัน privacy ขึ้นสักเท่าไหร่หรอกมั้ง แล้วก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกแตกต่างจากเดิมแต่อย่างใดครับผม </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเป็นส่วนตัวบน Facebook ? ฝันไปเถอะไม่มีหรอกครับ ลอง Check ด้วย Privacy Scanner กันดีกว่า</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/facebook-scanner-privacy/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/facebook-scanner-privacy/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 May 2010 00:08:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[facebook privacy scan]]></category>
		<category><![CDATA[facebook problem]]></category>
		<category><![CDATA[social networking]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/facebook-scanner-privacy/</guid>
		<description><![CDATA[Facebook ชอบมั่วนิ่มเกี่ยวกับ Privacy ที่ตัวเองเป็นคนกำหนด โดยการเอาเนื้อหาหรือข้อมูลที่ user ไม่คิดว่ามัน Public เอาไปแสดงมันให้หลาทุกทีไปน่ะครับ เพราะงั้นแล้ว แนวคิดในการ post content หรือเนื้อหาอะไรก็สุดแล้วแต่ที่หน้า Facebook ผมจะคิดแบบนี้คือ &#34;ทุกเนื้อความ ทุกถ้อยคำ ทุกรูปภาพ และ Link จะต้องบอกต่อไปยังสาธารณะได้&#34; ต้องทำใจเอาไว้ก่อนเลยว่า เมื่อเราเอาภาพขึ้น Facebook ทุกภาพ ถือเป็นของ Facebook ครับไม่ใช่ของเราอีกต่อไป คุณอาจจะคิดถูกว่า คนที่เห็นก็จะเป็นแค่เพื่อนของคุณ มันก็จริงแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณแค่ตั้งว่า เพื่อนของเพื่อนคุณสามารถเห็นได้ แปลว่า คุณเอาภาพไปให้คนแปลกหน้าดูแล้วยังไงล่ะครับ (คุณคิดเหรอครับว่า เพื่อนของเพื่อนคุณจะเป็นเพื่อนคุณในทุกกรณี ไม่จริงหรอกครับ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/facebook-scanner-privacy/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img title="facebook" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="240" alt="facebook" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/facebook1.png" width="240" align="left" border="0" />     <br />Facebook ชอบมั่วนิ่มเกี่ยวกับ Privacy ที่ตัวเองเป็นคนกำหนด โดยการเอาเนื้อหาหรือข้อมูลที่ user ไม่คิดว่ามัน Public เอาไปแสดงมันให้หลาทุกทีไปน่ะครับ เพราะงั้นแล้ว แนวคิดในการ post content หรือเนื้อหาอะไรก็สุดแล้วแต่ที่หน้า Facebook ผมจะคิดแบบนี้คือ &quot;ทุกเนื้อความ ทุกถ้อยคำ ทุกรูปภาพ และ Link จะต้องบอกต่อไปยังสาธารณะได้&quot; </p>
<p>ต้องทำใจเอาไว้ก่อนเลยว่า เมื่อเราเอาภาพขึ้น Facebook ทุกภาพ ถือเป็นของ Facebook ครับไม่ใช่ของเราอีกต่อไป คุณอาจจะคิดถูกว่า คนที่เห็นก็จะเป็นแค่เพื่อนของคุณ มันก็จริงแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณแค่ตั้งว่า เพื่อนของเพื่อนคุณสามารถเห็นได้ แปลว่า คุณเอาภาพไปให้คนแปลกหน้าดูแล้วยังไงล่ะครับ (คุณคิดเหรอครับว่า เพื่อนของเพื่อนคุณจะเป็นเพื่อนคุณในทุกกรณี ไม่จริงหรอกครับ ผมว่าร้อยละ 99 เพื่อนของเพื่อนคุณไม่ได้เป็นเพื่อนคุณที่คุณรู้จักอยู่แล้วหรอกนะครับ คิดผิดคิดใหม่ได้น่ะครับ ) </p>
<p>โดย default แล้วถ้าหากว่าคุณไม่ได้ทำการ setting อะไรกับ privacy setting ของคุณเลย มันจะทำให้เนื้อความ หรือภาพนั้นๆ สามารถเห็นได้ด้วย เพื่อนของเพื่อน ได้ครับ เพราะ ทาง Facebook ก็ต้องการที่จะขยายคนที่เข้ามาเชื่อมต่อกันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ มีระบบ suggest friends เพื่อให้คนที่คาดว่าอาจจะรู้จักกันอยู่ สามารถที่จะ connect เป็น &quot;เพื่อน&quot; กันได้ไม่ยากครับ </p>
<p>ถ้าหากว่าคุณยังไม่มี idea ว่าจะปิด Privacy ให้เหมาะสมได้ยังไงแนะนำว่า ลองเอา <a title="facebook scanner privacy" href="http://www.reclaimprivacy.org/" target="_blank" rel="nofollow"><strong>Privacy Scanner</strong></a> ไปลองใช้ดูครับ มันจะทำหน้าที่ check Facebook settings ของคุณ โดยแนะนำ level ที่มีความปลอดภัยที่สุดที่เท่า Facebook จะให้คุณได้ (แต่ก็ไม่ได้100%อยู่ดีน่ะครับ) เพราะยังไงซะผมก็ขอให้คิดว่าไม่ว่าคุณจะ Post อะไรที่ Facebook มันจะโดน Public ออกได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งครับ </p>
<p>ลองใช้ <a title="facebook scanner privacy" href="http://www.reclaimprivacy.org/" target="_blank" rel="nofollow">Privacy Scanner</a> ดูหน่อยแล้วกันนะครับไม่งั้นคุณได้รับการติดต่อจากคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนคุณได้ครับ ถ้าหากว่าคุณพอใจอย่างงั้นก็ไม่ว่ากันน่ะครับ แต่ว่าผมเคยมีคนติดต่อ มาด้วยถ้อยคำทีไม่ดีสักเท่าไหร่แล้วน่ะครับผ่าน Facebook นี่น่ะหละ จริงๆถ้าหาก่วาผม Tighten privacy กว่านี้อีกหน่อยการติดต่อนั้นก็จะทำไม่ได้น่ะครับ ลองดูเองแล้วกันน่ะครับว่า <a title="facebook scanner privacy" href="http://www.reclaimprivacy.org/" target="_blank" rel="nofollow">Privacy Scanner</a>Facebook มันจะแนะนำให้คุณทำอะไรกับการตั้งค่าของคุณกันมั่ง ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/facebook-scanner-privacy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลสรุปออกมาว่า iPhone application ตัวที่ผมใช้มากที่สุด ณ ตอนนี้คือ Skype !</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-iphone-application-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-iphone-application-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 May 2010 15:06:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[iphone]]></category>
		<category><![CDATA[iphone app]]></category>
		<category><![CDATA[iphone application]]></category>
		<category><![CDATA[iphone skype]]></category>
		<category><![CDATA[mobile skype]]></category>
		<category><![CDATA[skype]]></category>
		<category><![CDATA[skype internet call]]></category>
		<category><![CDATA[skype iphone]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-iphone-application-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[ผมใช้ iPhone App อะไรเยอะที่สุด ก็อาจจะไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะใช้อันนั้นเยอะสุดครับ อันนี้แล้วแต่ พฤติกรรมของแต่ละคน และ ลักษณะการทำงานของแต่ละคนเช่นเดียวกันน่ะครับ เพราะด้วยผมจะปรากฏตัวอยู่แต่ตำแหน่งที่เป็น wifi zone เท่านั้น (ส่วนใหญ่ยกเว้นตอนอยู่บนถนนซึ่งผมก็ไม่ได้โทรศัพท์ตอนขับรถมากนัก ) ก็จะทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดของผมจะโดนรังสี wifi อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ ่เอาเถอะครับ บทความนี้ไม่ได้อยากจะบอกว่า มันมีความเสี่ยง wifi ทำให้เป็นหมัน หรือว่ามันมีผลกระทบต่อสมองหรือไม่นั้น ผมไม่รู้แล้ว พวกที่เค้า research กันเค้าก็อนุญาตมันให้ใช้กันโดยทั่วไปมานานมากแล้วน่ะครับ ถ้าหากว่ามันเป็นภัย เราก็คงต้องโดนอะไรกันมามั่งแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอกันตอนนี้เท่านั้นครับ ตอนนี้ผม assume ว่า Wifi เป็นสิ่งปลอดภัยในการใช้งานแล้วกันนะครับ เพราะไม่อยากจะคุยผิดประเด็น(แต่ก็ซัดไปแล้วสามสี่ห้าบรรทัด) เอ .. &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-iphone-application-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/skypeiphone3.0.png"><img title="skype-iphone-3.0" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-right-width: 0px" height="260" alt="skype-iphone-3.0" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/skypeiphone3.0_thumb.png" width="242" align="left" border="0" /></a> ผมใช้ iPhone App อะไรเยอะที่สุด ก็อาจจะไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะใช้อันนั้นเยอะสุดครับ อันนี้แล้วแต่ พฤติกรรมของแต่ละคน และ ลักษณะการทำงานของแต่ละคนเช่นเดียวกันน่ะครับ เพราะด้วยผมจะปรากฏตัวอยู่แต่ตำแหน่งที่เป็น wifi zone เท่านั้น (ส่วนใหญ่ยกเว้นตอนอยู่บนถนนซึ่งผมก็ไม่ได้โทรศัพท์ตอนขับรถมากนัก ) ก็จะทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดของผมจะโดนรังสี wifi อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ ่เอาเถอะครับ บทความนี้ไม่ได้อยากจะบอกว่า มันมีความเสี่ยง wifi ทำให้เป็นหมัน หรือว่ามันมีผลกระทบต่อสมองหรือไม่นั้น ผมไม่รู้แล้ว พวกที่เค้า research กันเค้าก็อนุญาตมันให้ใช้กันโดยทั่วไปมานานมากแล้วน่ะครับ ถ้าหากว่ามันเป็นภัย เราก็คงต้องโดนอะไรกันมามั่งแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอกันตอนนี้เท่านั้นครับ</p>
<p>ตอนนี้ผม assume ว่า Wifi เป็นสิ่งปลอดภัยในการใช้งานแล้วกันนะครับ เพราะไม่อยากจะคุยผิดประเด็น(แต่ก็ซัดไปแล้วสามสี่ห้าบรรทัด) เอ .. เอาเถอะครับ เพราะ ผมอยู่ในเขตที่เป็น Wifi อยู่ตลอดเวลา และจะต้องโทรศัพท์เพื่อติดต่อไปยังโรงงานหรือติดต่อกับ supplier เพื่อคุยเรื่องซื้อของอะไรก็สุดแล้วแต่ และ เนื่องด้วยตอนนี้<a href="http://www.rackmanagerpro.com/got-iphone-3gs/" target="_blank">ผมใช้เป็น iPhone 3GS</a> ผมจะเปิด โหลด program (หรือที่เรียกว่า app ) กันได้เร็วมากมาย ก็ทำให้ผมเลือกที่โทรศัพท์ผ่าน <strong><a href="http://www.rackmanagerpro.com/skype-unlimited-call-plan-promotion-2/" target="_blank">Skype call (ผ่าน wifi)</a></strong> ทุกครั้งที่ผมโทรเลยก็ว่าได้ </p>
<p>ไม่ใช่ว่าผมไม่มีโทรศัพท์มือถือธรรมดาน่ะครับ แท้ที่จริงแล้ว ผมก็มี โทรศัพท์เครื่องที่ทาง office ออกค่าโทรศัพท์ให้ แต่ดูๆแล้ว มันเริ่มไม่เหมาะกับผมแล้วล่ะเพราะว่า ที่ๆผมอาศัยอยู่ไม่ว่าจะเป็นบ้าน office โรงงานและห้องนอน ก็มี wifi ทั้งนั้น ไม่มีเหตุอะไรที่ตจะต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อการ โทรศัพท์ผ่านระบบสัญญาณปกติแม้แต่น้อย </p>
<p>ที่ Skype iPhone app คุณไม่ต้องทำการใส่ชื่อ skype แล้วกรอกเบอร์โทรของคนที่อยู่ใน sim ของคุณแต่อย่างใด เพราะว่า มันจะมีปุ่มให้กด เพื่อเข้าไปเลือก ค้นหา ชื่อคนที่อยู่ใน contact list ใน iPhone ของคุณอยู่แล้ว แล้วก็มี History ที่เก็บ recent call หรือ เบอร์โทรล่าสุดเอาไว้ยังไงล่ะครับ มันก็เหมือนกับการจัดการเรื่องเบอร์โทรศัพท์ของมือถือธรรมดายังไงอย่างงั้นครับ แค่ต่างกันที่ว่า ถ้าหากว่าคุณออก program ไปแล้ว คุณก็ต้องเปิด Skype เพื่อโหลด <strong><a title="skype iphone application" href="http://www.skype.com/intl/en-us/get-skype/on-your-mobile/download/iphone-for-skype/" rel="nofollow">iPhone Skype Application</a></strong> ออกมาใหม่อีกรอบประมาณ 4 -5 วินาทีน่ะครับ เพื่อที่มันจะ sign in แล้ว พร้อมให้เราโทรออกครับผม</p>
<p>ลักษณะ promotion ที่ผมใช้เป็น account ของ office น่ะครับ คือ ปกติแล้วพวกพนักงานแผนกต่างประเทศจะใช้ <a href="http://www.rackmanagerpro.com/skype-unlimited-call-plan-promotion-2/" target="_blank"><strong>Skype account ที่จ่ายเงินเป็นแบบ unlimited World</strong></a> อยู่แล้ว (แปลว่า โทรเข้าประเทศไทยเราก็ไม่มีการ charge เงินเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งเบอร์บ้านและเบอร์มือถือ ) ผมก็ sign in account นั้นน่ะครับ แล้วก็ พวก chat ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะผมก็จะใช้เพื่อการโทรออกเท่านั้นน่ะครับ </p>
<p>ทั้งนี้ถ้าหากว่าผมทำแบบนี้ไปเรื่อยๆแน่นอนว่า AIS จะต้องรู้ตัวว่า ทำไมการโทรของผมมันตกต่ำกว่าเดิมมากนัก ถ้าหากว่าเค้าใจดี อยากจะปรับให้ pro ให้เหมาะสมกับเราเค้าก็จะโทรมาหาเราน่ะครับ ว่าอยากจะปรับโปรเหรอเปล่าเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานโทรออกที่น้อยลงไปเหมือนกับไม่ได้ใช้งานกันเลยก็ว่าได้ แต่ว่า ผมว่านโยบายของค่ายมือถือ นี่ผมว่าเค้าจะไม่ทำ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-iphone-application-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
