การ Backup ข้อมูลภาพ หรือข้อมูลสำคัญสำหรับตัวคุณ และ ความเข้าใจผิดของคนส่วนมากเรื่องการ backup

เก็บรักษา file ล้ำค่าของคุณด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง (กว่าเดิม)

ข้อมูลใดๆตอนนี้เรามีการบันทึกหรือเก็บเอาไว้ในหน้าตาของ Digital file เป็นส่วนมากไม่ว่าจะเป็น file เอกสาร (ที่ทำงาน) หรือ จะเป็น file งาน report ต่างๆที่เราสร้างออกมา เพื่อส่งให้คนอื่นได้ดูหรือเก็บเอาไว้ให้เราอีกต่อหนึ่ง หรือมากไปกว่านั้นคือ พวก file media ต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียงหรือ file vdo ที่เราบันทึกเอาไว้ ล้วนแล้วมีความสำคัญสำหรับเราแทบทั้งนั้น ทำให้คุณมีความจำเป็นต้อง backup file เก็บไว้เป็น file สำรองเผื่อว่า มีปัญหากับพื้นที่ที่เก็บในรูปแบบใดๆ ก็ได้ก็ยังมี file ตัวเดียวกันนั้นสำรองเอาไว้อยู่อีกที่หนึ่ง ไม่ได้หายไปทีเดียวทั้งหมด

การ backup ข้อมูล online จะเป็นการเก็บข้อมูลที่ดูแล้วจะถาวรที่สุด

ตอนนี้ถ้าหากว่าผมต้อง create เอกสารใหม่ ผมจะพยายามสร้างมันด้วย Google Docs หรือเอกสาร online บน service ใดๆก็ได้ มันจะทำหน้าที่ backup ในตัวครับ เพราะแท้ที่จริงแล้ว เอกสารเหล่านั้นจะ โดน Google ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นฐานเก็บข้อมูลเอาไว้ ซึ่งจะอยู่ได้อย่างถาวร ตราบเท่าที่ Google ยังไม่เจ้ง หรือตราบเท่าที่มันเจ้งแล้ว มีคนซื้อต่อ และเห็นว่า service Google Docs เป็นเรื่องดีที่ทำรายได้หรือมีโอกาสทำรายได้ต่อไปได้ครับ ลองคิดอีกทางครับ ถ้าหากว่า file นั้นอยู่กับเรา โอกาสที่เราจะทำเครื่องพังหรือว่า เกิดปัญหาอะไรสักอย่างบนเครื่องของเรา นั่นจะสูงกว่าการที่ Google จะเจ้งและล่มสลายเป็นไหนต่อไหนครับ ทำให้มุมมองของผมตอนนี้ ถ้าหากว่า คุณมี file อะไรก็แล้วแต่และมันก็สำคัญมากด้วย คุณควรมี Drive Online เอาไว้สักแห่งเพื่อเก็บข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้ ไม่ให้มันสูญสลายไปกับอุปกรณ์กายภาพที่คุณมีครับ

Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • skype เก็บรูปที่ไหน
  • skype เก็บรูปไว้ที่ไหน
  • online backup ที่ไหนดี
  • backup รูปไว้แฟ้มไหน
  • การสำรองข้อมูลทั้ง hd
  • รูปถ่ายจากสไกด์ ถูกเก็บไว้ที่ไหน
  • รูปที่ถ่ายใน skype จะเก็บไว้
  • สไกดบัณทึกรูปไว้ไหน
  • เก็บภาพ ออนไลน์ iphone
  • เก็บรูป บน skype

พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อคุณมี iPad และใช้มันอย่างจริงจัง

หลังจากที่ผมใช้งาน iPad มาได้สักพัก ก็จะทำให้การใช้ชีวิตเพื่อเข้าถึงข้อมูล online ทั้งหมดแตกต่างออกไปจากเดิมครับ โดยเฉพาะการใช้งาน Facebook , Twitter และ Google Reader ที่ผมปกติจะอ่านผ่านทาง computer หรือ iPhone เท่านั้น แต่ตอนนี้ผมกลับหันไปอ่านบน iPad เมื่อมันมีอยู่ใกล้ตัวแทนน่ะครับ นอกจากนี้มันทำให้การใช้ชีวิตแตกต่างออกไปเป็นประเด็นๆข้อๆต่อไปนี้ครับผม

ใช้คอมน้อยลง ยามว่าง

ปกติแล้วผมจะเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อบริโภคข้อมูลจาก Google reader ไม่ก็ Twitter ไม่ก็ Facebook น่ะครับ แล้วก็อีกส่วนก็คือ ทำการ upload เนื้อหา Blog ใหม่ๆ (พิมพ์เนื้อหาใหม่ใส่เข้า website แห่งนี้น่ะหละครับ) หลักๆ ก็ประมาณนี้น่ะครับ ทีนี้เจ้า iPad มันก็ cover กิจกรรม online เกือบทั้งหมดแล้วนั่นก็คือ การอ่าน Feed ผ่าน Google reader ,Twitter แล้วก็ Facebook โดยผ่าน Application iPad ที่ผมว่ามันเจ๋งเอามากๆ (ฟรี) ก็ครือ Flipboard น่ะครับ มันเอาเนื้อหาทั้งหมดมาแสดงภาพ แล้วก็โหลด link ตัวหนังสือจาก link Twitter หรือ Facebook นั้นๆมาแสดงอีกต่างหาก ทำให้ไม่ต้องกด link เข้าไปต่ออีกทอดเพื่อดูเนื้อหาเพิ่มเติมอีกแต่ประการใดน่ะครับ ดีเล้ยครับผม ชอบเป็นที่สุด ยังไงนะครับ Flipboard นี่สำหรับคนที่มี iPad App ตัวนี้ครับ

ระหว่างตอน Boot computer จะเปิด iPad

ตอนที่ Boot computer แม้ว่าผมจะทำเป็น Sleep mode ก็ตามมันก็ยังต้องเรียก โหลดนู้นนี่กว่าจะได้เข้าหน้า Desktop ก็สักพักใหญ่ๆ ทำให้เกิดอาการว่างครับ ก็คว้า iPad เอามาอ่าน email ไม่ก็อ่าน Feed reader ครับ เรียกว่าเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เท่าที่จะทำได้น่ะครับ

เดินทางจะมี iPad ติดตัวไปด้วย

อย่างว่าล่ะครับ ตอนเดินทาง หรือว่านั่งรถนั่งเรือ เราไม่อยากจะพิมพ์อะไรสักเท่าไหร่ แล้วถ้าหากว่าเอา Notebook มากางมันก็ดูเป็นการเป็นงานเกินไปอายคนอื่นเค้าว่า จะทำอะไรนักหนาในรถ ? แต่ว่าพอเป็น iPad แล้วเราก็กางออกมา (ผมมีเหมือนกับหน้าปก ทำให้เหมือนกับเป็นสมุดธรรมดาเล่มนึงน่ะครับ) ก็จะเปิดเล่นได้ไม่อายใคร อีกอย่างน่ะครับ Bat. มันอยู่ได้อึดเอามากๆทำให้ไม่ต้องคิดมากเรื่องพลังงานว่ามันจะหมด ระหว่างเดินทางหรือว่าหมดเมื่อจำเป็นต้องใช้งานน่ะครับ

สิ่งที่เพิ่งรู้เกี่ยวกับ iPad เมื่อมี iPad

ตัว iPad 3G ที่ซื้อมามีตัวรับสัญญาณ GPS ด้วย

ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดหรอกว่า e-book reader จะต้องใช้ GPS ด้วยแต่ว่า ก็อีก ตอนแรกผมมองแค่ว่า อยากจะได้ e-book reader เท่านั้น แต่ว่าก็ซื้อมาเป็น iPad ซึ่งเข้าใจว่ามันใช้งานได้มากกว่านั้น ทำให้ต้องมี GPS เพื่อเอาไปใช้กับ application อื่นๆน่ะครับ แต่ก็ดีน่ะครับ GPS ผมก็จะได้ใช้กับ MAPS ที่เป็น application ที่มีอยู่ใน iPad มันก็บอกทิศบอกทางอะไรได้สะดวกดีอยู่น่ะครับ

iPad มีรูรับเสียงที่หัวด้านบนด้วย

อย่างทีบอกผมคิดว่ามันเป็นแค่ ebook reader ธรรมดาทำให้ผมคิดว่ามันจะไม่มีอุปกรณ์เพื่อการรับเสียง หรือ mic เข้า แต่สุดท้ายมันก็มีน่ะครับ

iPad มีปุ่มเพื่อ Mute เสียงเหมือน iPhone แค่อยู่คนละฝั่งกัน

iPad จะทำตัวเหมือนกับว่าตัวเองเป็นโทรศัพท์ครับ ทำให้มันปรับเป็น silent mode เหมือนกับ iPhone เป้ะเลย แต่มันสั่นไม่ได้ครับ (ถ้าหากว่ามันสั่นได้ผมว่ามันก็น่าจะประหลาดหน่อยน่ะครับ)

ถ่าน iPad อยู่อึดมากเมื่อเทียบกับ iPhone

คือว่ามันอยู่ได้ข้ามวันข้ามคืนหลายคืนอีกต่างหากว่าแม้ว่า ผมจะเอามาเล่นแล้วเล่นอีกก็ดูเหมือนว่ามันไม่ค่อยจะมีการลดระดับพลังานถ่านลงไปสักเท่าไหร่ ผมเข้าใจเอาเองน่ะครับ ที่มันหนักๆแบบนี้เพราะว่าถ่านมันน่าจะก้อนโตแน่ๆเลยครับ ทำให้มันอยู่กันได้นานขนาดนี้น่ะครับ

case และ ฟิล์มกันรอยเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น

เพื่อเป็นการป้องกันตัวเครื่องให้ดีที่สุด อุปกรณ์ป้องกันไม่ว่าจะเป็น case ปกหนังสือ สำหรับ iPad (เพื่อปลอมตัวมันเป็นเหมือนกับหนังสือธรรมดา) และ film กันรอยต้องติดน่ะครับ  การติดอุปกรณ์พวกนี้ เมื่อเราจะขายต่อ มันก็จะได้ราคาดี เพราะมันจะไม่มีรอยข่วนขนแมว แม้สักเล็กน้อยก็ไม่มี ทำให้ตัว iPad เหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลาน่ะครับ

iPad มันก็ลง App iPhone ได้ด้วย !

ถ้าหากว่าเข้าที่ app store แล้ว search app ใดๆ นอกจากมันจะแสดง app iPad แล้ว มันมีการแสดง app iPhone เพื่อ install ได้อีกด้วย ถ้าหากว่าคุณทำการ install App ของ iPhone เข้าเครื่อง iPad มันก็จะใช้งานได้เหมือนกันเลยน่ะครับ โดยหน้าจอแสดงผลจะมีขนาดเหมือนกับ iPhone อยู่กลางหน้าจอ iPad เท่านั้น แล้วก็จะมีปุ่มเพื่อ x2 ทำให้การแสดงผลหน้าจอ เหมือนกับเป็นการ zoom in เพื่อให้ภาพมันใหญ่ขึ้นมา โดยที่ดูแล้วเหมือนกับภาพจะแตกๆน่ะครับ

iPad เอาหัวฟัง (ที่มันมีไมท์ในตัว) ของ iPhone ไปเสียบได้

ถ้าหากว่าคุณเอาหูฟังของ iPhoneซึ่ง มันจะมีรูรับไมท์ด้วยนั้นไปเสียบกับรูหูฟังของ iPad มันก็จะทำตัวเหมือนกับ iPhone เป้ะครับ ไม่มีอะไรแตกต่างแม้แต่น้อย เพราะงั้นแล้ว สำหรับสายหูฟัง ถ้าหากว่าคุณมีของ iPhone แล้วก็ลองเอามาเสียบฟังเพลง ได้บน iPad เช่นเดียวกัน

iPad ใช้ Skype เพื่อโทรออกได้เหมือนกับ iPhone และ computer

อย่างที่ผมบอกไปว่า iPad มันลง application ของ iPhone ได้ทำให้ผมก็ลองใช้เป็น Skype Application ของ iPhone ดูว่ามันจะทำหน้าที่เป็น Skype ได้ครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนกับ iPhone หรือไม่ ปรากฏว่า มันทำตัวเหมือนกับ Skype iPhone ได้ทุกประการครับ คือ โทรออกได้แล้วก็คุยผ่าน iPad ผ่านหูฟังหรือว่าคุยแบบ Speaker ได้ (แน่นอนว่าการเอา iPad มาแนบหูเพื่อฟังเหมือนโทรศัพท์มือถือปกตินี่ มันไม่เท่ห์ที่จะทำสักเท่าไหร่นะครับ)

iPad มีเข็มทิศในตัวกับเค้าด้วยเหมือนกัน

มันมีเข็มทิศเพื่อเอาไว้บอกทิศทางได้ใน Google maps ได้เหมือนกับ iPhone 3GS ครับ อย่างว่าล่ะครับ ถ้าหากว่าคิดว่าเป็นแค่ ebook reader เนี่ยะมันก็ไม่น่าจะมีเข็มทิศได้ แต่ว่า มันเกินความคาดหมายจริงๆนั่นเอง

iPad เป็นของใช้ส่วนตัวแบ่งคนอื่นใช้ไม่ค่อยจะได้

เพราะว่าการ log in email ค้างเอาไว้เพื่อรับเมล์ตลอดเวลาหรือการ sign up Google reader , Twitter account และ Facebook ล้วนเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น เพราะงั้นแล้ว การเอา iPad ไป share ใช้กับคนอื่นทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสักเท่าไหร่ ผมว่าคุณคงไม่อยากจะต้อง login Logout ทุกๆ โปรแกรมที่มีการแสดงเนื้อหา Facebook หรือ email ใน เครื่อง iPad สักเท่าไหร่ ถูกมั้ยล่ะครับ

พิมพ์ด้วยแป้นพิมพ์บน iPad ได้ช้ากว่า iPhone

จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาบผมไปสักเท่าไหร่เพราะว่ามันเป็น touch screen ที่มันเหมือนกับว่าปุ่มการพิมพ์หรือแป้มพิมพ์ใหญ่ขึ้น ทำให้เราไม่สามารถที่จะใช้แค่นิ้วโป้งนิ้วเดียวพิมพ์ได้ แล้วปุ่มต่างๆก็ดูเหมือนกับว่ามันจะไกลจากกกันมาก การวาง iPad ลงไปกับพื้นราบแล้วพิมพ์ ก็จะไม่ได้เป็นพิมพ์เป็นแบบสัมผัสได้น่ะครับ เพราะ มันไม่ได้มีอะไรให้สัมผัสรู้ได้ว่าตอนนี้เราวางนิ้ว ณ ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ทำให้การพิมพ์จะเป็นเหมือนกับการพิมพ์แบบจิ้มๆ (เหมือนกับคนพิมพ์สัมผัสไม่เป็น)

ถ้าหากว่าจะนอนอ่าน iPad ต้องมีหนอนหนุน iPad ไว้เป็นดี

เนื่องจากน้ำหนักของตัว iPad มันหนักกว่าที่คาดคิดเอาไว้ โดยเฉพาะเมื่อเอา case ปกหนังสือใส่เข้าไป ทำให้น้ำหนักมันหนักขึ้นมาอีกเป็นกอง ถ้าหากว่าคุณไม่ได้เล่นกล้ามเพื่อให้ได้รับโหลดจากยก iPad ในระยะเวลานาน คุณจำเป็นต้องเอาอะไรมาหนุนเพื่อที่จะนอนเล่นมันครับ มันจะทำให้ไม่ต้องออกแรงยกเลยครับ แล้วคุณก็จะเล่น iPad อ่านเนื้อหาต่างๆได้สะดวกมากขึ้นทีเดียว

ใช้ไปสักพักมันก็ไม่ได้รู้สึกเบาขึ้นแต่ประการใด (เพิ่งรู้ว่ามันก็หนักครับ)

ต่อจากข้อที่แล้ว เมื่อคุณใช้งานมันชินแล้วกับน้ำหนักที่คุณต้องถือ มันจะเป็นการปรับความคิดและร่างกายของคุณ ทำให้คุณรู้สึก iPad มันเบาและสามารถใช้งานได้จริง ในทุกสถานการณ์ครับผม

iPad กว่าจะชาร์ทไฟได้เต็มจริงๆก็นานโขอยู่

เนื่องจาก Battery มันก้อนโต คุณจะคาดหวังให้มัน charge ไฟเข้าไปเร็วๆ แบบเต็มๆ นั้นก็ทำได้ยากหน่อยน่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วการ charge ไฟเข้า iPad จะกระทำเหมือนกับเป็นการใส่ไฟค้างคืนเอาไว้ ไม่ว่าจะใช้หมดหรือไม่หมด ยังไงซะระยะเวลา 8 ชั่วโมงตอนที่หลับนอนนั้นก็ทำให้ไฟฟ้าโดนเก็บเอาไปที่แบตตารี่ได้จนเต็มเปี่ยมล้นอยู่ดีน่ะครับ

ตัวหนังสือมันไม่ได้ใหญ่กว่า iPhone เลย (เยอะแบบ font เล็กเท่าเดิม)

มันมีเยอะ application ที่ออกแบบไม่ฉลาดสักเท่าไหร่ ทำให้ font ที่คาดว่าจะต้องใหญ่ขึ้นมาเพราะว่า iPad มีหน้าจอใหญ่กว่า ไม่ได้ทำให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้นตามที่คาดคิดเอาไว้ครับ

ถ้าเอา iPad ไป Jail Break แล้วประกันจะขาดทันที

การ Jail Break เหมือนกับเป็นการทำให้ข้อผูกพันเรื่องประกันขาดไปทันทีน่ะครับเพราะงั้นแล้ว ถ้าหากว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง Jail Break iPad น่ะครับ ผมคิดว่าผมจะไม่ Jail Break iPad น่ะครับเพราะมองไม่ออกว่าจะต้องทำการ jail break iPad ไปเพื่ออะไรไม่เหมือนกับเหตุผลแต่ก่อนว่า เพราะว่ามันไม่มีแป้นพิมพ์ไทย (ก็ตอนนี้มันมีอยู่แล้วโดยไม่ต้องเจลน่ะครับ)

app แท้ลงได้สูงสุดห้าเครื่อง โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแต่ประการใด

อันนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่ผมเพิ่งทราบว่าถ้าหากว่าคุณซื้อ application แบบเสียเงินแล้ว คุณใช้ iTune account ที่คุณซื้อ app เอาไว้แล้วไป Sign in กับ อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น iPad , iPod touch หรือว่า iPhone มันก็จะทำการลง app แท้ที่ซื้อมานั้นได้สูงสุด 5 เครื่องโดยไม่ต้องซื้อซ้ำแต่ประการใดน่ะครับ

เอาลงครับผม หลังจากที่ผมใช้งาน iPad มาได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้วทำให้มีพฤติกรรมการบริโภคข้อมูล online แตกต่างไปจากเดิมคือ ทำได้ทุกที่ ทุกที และ ทันทีโดยไม่ต้องเปิด computer เพื่อ Boot เครื่องครับ เป็นการประหยัดระยะเวลาระหว่างความต้องการ และ การเข้าถึงข้อมูลได้ดีทีเดียวครับ สำหรับคนที่ยังไม่มี iPad หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • วิธีเล่น skype บน ipad
  • วิธีเล่นskypeบนipad
  • วิธีเล่นskype ipad
  • skype ipad
  • ipad เล่น skype ได้ไหม
  • สมัคร skype ใน ipad
  • ปกipad
  • เล่นskypeบนไอโฟนเสียเงินไหม
  • หูฟัง ipad เล่น skype
  • ปก ipad

TIPS การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศเพื่อการสื่อสารที่มีประหยัดเงินฉบับ RackTIPS การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศเพื่อการสื่อสารที่คุ้มค่าและประหยัดเงิน

ไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปเดินทางไปทำงานทำการที่ประเทศจีน ณ เมืองฮังโจ่ว และ เมืองเซี่ยงไฮ้ ครับก็เลยอยากจะเอาเรื่องที่เกี่ยวข้องแนวๆ Tech ๆ นิดหน่อยที่เกี่ยวกับการเดินทางนี้มาเล่าให้ฟังซักนิดน่ะครับ โดยเรื่องที่อยากจะเอามาเล่าให้ฟัง หรือพิมพ์เก็บเอาไว้ที่ blog นี้จะเป็นประเด็นหรือ List รายการที่จะเอาไว้เตือนตัวเองว่า ถ้าหากว่าจะไปเมืองนอก จะต้องเตรียมตัวอะไรอย่างไรบ้าง ในมุมมองของการใช้อุปกรณ์สื่อสารและ การใช้งาน computer และ internet หรือ พวก Gadget ในต่างประเทศครับผม โดยผมจะเล่าเป็นประเด็นๆไปก็แล้วกันนะครับ

check ดูก่อนเลยว่าตัวแปลงหัวปลั้ก เราได้เอาไปแล้วหรือไม่?

ผมเคยแล้วน่ะครับที่ว่าผมเอา computer Notebook หรือแม้กระทั่งพวกอุปกรณ์ charger เพื่อเอาไปไปชาร์ค computer หรือ mobile phone ทั้งหลายแหล่แต่ว่า เมื่อไปถึงประเทศนั้นๆแล้วก็พบว่าหัวปลั้กเนี่ยะมันรูคนละรูปแบบกับที่เรามีจริงๆเล้ย ไปเห็นอย่างงั้นแล้วก็จะเศร้าใจมากครับ ประมาณว่า เราขนอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อที่จะมาใช้งาน แต่ดันไม่มีไฟใช้เพราะว่า charge ไฟไม่ได้ ทำให้ "ปลั้กหัวแปลง" เป็นเรื่องสำคัญสุดๆ และ ลืมไม่ได้กันเลยก็ว่าได้ แล้วก็จริงๆแล้ว สำหรับพวกอุปกรณ์การ charge ไฟฟ้า  Notebook หรือ mobile phone นั้นเราไม่ต้องห่วงเรื่อง Volt สักเท่าไหร่เพราะว่า มันจะ cover ตั้งแต่ไฟฟ้า 110 V ยัง 220 V อยู่แล้วเสียบได้น่ะครับไม่ต้องคิดมากว่าแต่ละประเทศจะเป็นไฟฟ้าแรงดันอะไรครับ เอาเป็นว่า ปลั้กหัวแปลงเนียะ ลืมไม่ได้น่ะครับไม่อย่างงั้นการเดินทางจะกลายมาเป็นต้องเดินทางหาหัวปลั้กกันเลย (ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ในเมืองอีกด้วยแล้วล่ะก็ อย่าคิดว่าจะหาซื้อกันได้ง่ายๆน่ะครับนั่น โอ้ว … ขนของไปแล้วไม่ได้ใช้เพราะว่าเรื่องแค่นี้มันก็น่าจะน่าเศร้าอีกนักครับผม )

สำหรับหัวปลั้กแนะนำว่าอยากจะให้ซื้อเป็นชุด Universal เอาไว้เลยก็เป็นดีน่ะครับ แล้วก็ใส่เป็นซองกำมะหยี่หรือเป็นถุงแยกเอาไว้อย่าเอาไปเป็นชิ้นๆน่ะครับเพราะว่าเราไม่รู้หรอกว่าประเทศไหนจะหัวปลั้กมันเป็นแบบไหน ทางที่ดีเพื่อเป็นการประหยัดเวลา เราก็ขนมันไปทั้งห่อน่ะครับ เรื่องว่าไม่ต้องเสียเวลามา check ข้อมูลใน internet ว่าหัวประเทศไหนใช้ยังไงกันหรอกน่ะครับ (แต่ก่อนผมทำน่ะครับแต่ว่าเดี๋ยวนี้ผมก็เอาไปหมดเลยน่ะครับ มันก็ไม่ได้หนักอะไรหรอกเนาะ แล้วก็มันจะได้ไม่หายด้วยเพราะ เราไม่ได้แยกชิ้นมันออกเป็นชิ้นๆ มันก็จะอยู่ครบเป็นกลุ่มก้อนไม่หายไปไหนน่ะครับ)

นอกจากหัวปลั้กแล้วเอาหัวเพิ่มรูเสียบไฟไปด้วยครับ !

เพราะว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่รู้หรอกว่าโรงแรมที่เรากำลังจะได้เข้าไปพักนั้นมันมีรูให้เสียบเยอะแยะแค่ไหน บางโรงแรมมีรูให้เสียบแค่รูเดียวหรือสองรูเท่านั้น หรือว่า ก็ต้องไปถอดปลั้กพวก lighting ในห้องเพื่อเอาอุปกรณ์ charger ของเราเสียบเข้าไปแทนที่ต้องมีการอาการมุดโต๊ะเข้าออก ผมว่ามันไม่สะดวกเอามากๆน่ะครับ ยังไงซะ ให้หาซื้อหัวแยกจ่ายไฟอันเล็กๆไปด้วยเอาที่ดูดีนิดหน่อยแล้วก็สายยาวนิดนึงประมาณว่าสามารถลากสายมาจากที่ไกลๆด้วยสักหน่อยก็ดีน่ะครับ เพราะผมเองจริงๆแล้วก็มีอุปกรณ์ที่จะต้อง charge ไฟมากกว่า 2 อุปกรณ์ด้วยซ้ำ หรือว่าถ้าหากว่ามีเพื่อนหรือพ่อแม่พี่น้องไปด้วยใน Trip เดียวกัน เป็นเพื่อนร่วมห้องหรือ roommate แล้วนี่ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ความต้องการรูปลั้กจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณขึ้นกับความเป็น Geek ของเพื่อนร่วมห้องนั้นด้วยน่ะครับว่าเค้าจะต้องมา jam เพื่อ charge อุปกรณ์อีกกี่อุปกรณ์กันน่ะครับนั่น

ติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์ว่าเครื่องจะ ROAMING หรือไม่ ?

เหตุผลในการ Roaming เบอร์ไทยของผมก็ไม่มีอะไรมากน่ะครับแค่ว่าอยากรู้ว่าใครโทรมาเท่านั้นเอง การรับโทรศัพท์ตอนที่อยู่เมืองนอกจะโดน charge rate แพงกว่าปกติมากครับ แล้วก็การรับโทรศัพท์แบบ Roaming จะมีแนวโน้มแพงกว่าการโทรกลับมาด้วยซ้ำเรียกได้ว่า การ reject call ใดๆที่โทรเข้ามานั้นเป็นเรื่องที่ผมทำอย่างไม่ต้องแยแส หรือ ไม่ได้รู้สึกแล้งน้ำใจที่ไม่ได้รับโทรศัพท์แตอย่างใดน่ะครับ  สำหรับคนที่คุณคิดว่า เค้าอาจจะต้องมีการติดต่อเข้ามา ให้บอกเค้าไว้ว่า ถ้าหากว่ามีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ให้ทำการ SMS มาที่เบอร์มือถือ (ที่เปิด Roaming เอาไว้) แทนเพื่อจะได้รู้เรื่องก่อนว่ามันจะต้องคุยกันหรือเปล่า หรือว่า ผมแค่ส่ง SMS ตอบกลับไปก็หมดเรื่องแล้วหรือไม่ นอกนั้นถ้าหากว่าคุณมี POLICY รับหมด พวกขายประกันและ ขายบัตร credit ก็จะตามคุณไปถึงเมืองนอกเมืองนาด้วยน่ะหละ แต่ว่าคุณจะมี cost หรือต้นทุนเพิ่มเพื่อที่จะรับขาย cold call เหล่านี้ซะด้วยน่ะครับ

นอกจากนี้การเมมเบอร์ในมือถือถ้าหากว่าเป็นไปได้แล้ว การ mem เบอร์ด้วยแบบมีรหัสประเทศนำหน้าทั้งหมดเช่นเบอร์มือถือ +66811234567 ก็ให้เม็มเอาไว้แบบนี้น่ะครับ เวลาที่มันแสดง call in number เข้ามามันก็จะแสดงชื่อคนที่เราเม็มเอาไว้ได้น่ะครับ หรือว่าคุณดันไม่ได้เม็มเอาไว้แบบนี้ล่ะก็ ก็ให้ reject call ซะแล้วก็มากดเบอร์ดูว่าเป็นของใครก็ได้น่ะครับ ถ้าหากว่าเป็นคนที่คุณรู้จัก ก็อาจจะโทรกลับด้วย skype (เมื่ออยู่โรงแรมที่มี wifi ) ได้ครับผม

ขอให้เม็มเบอร์ call center ในรูปแบบ 02 ไว้ครับเผื่อว่ามีอะไรโทรก็จะได้ติดต่อได้

บังเอิญว่าผมใช้ AIS เป็น carrier มือถือของผมครับ เมื่อคุณอยู่เมืองนอกคุณจะใช้แค่กดเลขสั้นๆสี่หลักแล้วมันติด AIS นี่มันเป็นไปไม่ได้น่ะครับ นั่นก็แปลว่า คุณต้องขอเบอร์ 02 เอาไว้เพื่อให้ติดต่อกลับไปยัง call center ได้ถ้าหากว่าคุณต้องมีการสอบถามอะไรก็สุดแล้วแต่ (แน่นอนว่าผมก็ใช้ skype unlimited call นั้นน่ะหละโทรกลับไปหา AIS ไม่จำเป็นต้องใช้มือถือโทรหรอกน่ะครับ) ถ้าหากว่าคุณเป็น serenade อยู่แล้ว คุณก็โทรแบบ 02 กลับไปหา call center AIS ได้เลยน่ะครับ เบอร์ call center AIS แบบเบอร์บ้าน คือ 022719000

ให้ศึกษาเรื่องของ promotion internet แบบเหมาจ่าย ณ ประเทศนั้นๆก่อนไปก่อนเดินทาง

สำหรับกรณีฉุกเฉินแล้วจริงๆ คุณอาจจะไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรือที่พักใดๆที่จะมี internet ให้ใช้เลย (ประมาณว่าไปแบบกันดาลมากไม่ได้แตะเมืองกะเค้าเลย) ก็ผมก็จะแนะนำว่าให้ติดต่อกับผู้ให้บริการมือถือซะก่อนว่า ถ้าหากว่าคุณจะต้องใช้ promotion หรือต่อ INTERNET GPRS หรือ EDGE แบบโรมมิ่งแล้วเนี่ยะ จะคิด rate แบบใด แล้วมี promotion เหมาจ่ายหรือคิดเป็น MB หรือไม่ ? แล้วกด activate ด้วยเบอรือะไรเพื่อที่จะทำให้มันใช้การได้ทันทีหรือไม่ เป็นต้น เพราะขอข้อมูลเอาไว้ก่อนไม่แน่น่ะครับ คุณอาจจะได้ใช้หรือจำเป็นต้องใช้ internet ผ่านมือถือก็ได้น่ะครับ

อีกประเด็นสำหรับเรื่องของ promotion Unlimited ของการใช้ EDGE/GPRS แบบ roaming มันจะมีเงื่อนไขแปลกๆอย่างหนึ่งคือ อาจจะมีการกำหนด carrier หรือระบบสัญญาณโทรศัพท์ตอนที่เราอยู่เมืองนอกด้วยว่า ถ้าหากว่าคุณจะใช้ internet แบบไม่อั้นจะต้องใช้เชื่อมต่อกับ carrier รายใดเท่านั้น ถ้าหากว่าเป็นรายอื่นจะไม่ได้ cover อยู่ในส่วน Unlimited นั้นก็แปลว่า ถ้าหากว่า บางเมืองมันหาสัญญาณของ carrier ผู้ให้บริการรายนั้นๆไม่เจอ ก็จงอย่าคิดว่ามัน unlimited น่ะครับเพราะว่า คุณจะ โดน charge ค่า internet อย่างไม่เป็นธรรมกันอย่างเห็นๆน่ะครับ แล้วเค้าก็จะคิดว่า "เราบอกคุณแล้ว >< " อะไรทำนองนี้ (ผมโดนเองกะตัวเลยเรื่องนี้น่ะครับ)

เพื่อการติดต่อกันได้แบบชิวๆให้หา SIM ของประเทศนั้นๆติดตัวเอาไว้ในในมือถือ low cost ไว้

ตอนที่เดินทางผมจะเอามือถือไปสองเครื่องน่ะครับเพราะว่า อีกเครื่องผมจะเอา SIM ประเทศนั้นๆใส่เข้าไป เหมือนกับเป็นพวกเติมเงินน่ะครับ อย่างประเทศจีนจะมีขายพวก ร้อยหยวน ก็ซื้อมาใส่ถ้าหากว่า คุณอยู่หลายวันมันก็จะคุ้มน่ะครับ แล้วก็ให้พนักงานหรือคนที่จะต้องติดต่อกับคุณโทรเข้ามาหาคุณเป็นระยะๆ เพราะว่า คุณอาจจะมีอะไรอยากบอกพวกเค้ากลับไปทางกรุงเทพก็ได้แต่ว่าคุณไม่ได้อยู่ใน เขต wifi ตลอดเวลา เพราะว่า Skype มันโทรเข้าประเทศจีน ทั้งเบอร์บ้าน แล้วก็เบอร์มือถือได้อย่างไม่อั้น ผมก็สั่งพนักงานเอาไว้ (หรือผมก็โดนสั่งเอาไว้เหมือนกัน) ว่าให้ติดต่อเบอร์จีน SIM ใหม่ที่เพิ่งซื้อมาทุกๆสองชั่วโมงตอนกลางวัน เผื่อว่ามีข่าวสาร update อะไรก็จะได้บอกกันได้ อย่างไม่มีต้นทุนเพิ่มเลยแม้แต่บาทเดียวน่ะครับ (ประเทศจีนนี่ชิวเลยน่ะครับ ดีๆ ..)

จริงแล้ว เมื่อคุณได้ SIM ประเทศนั้นๆมาแล้ว คุณก็แค่เอามือถือที่คุณเปิด ROAMING ยิง SMS ไปบอกหรือว่า email ไปบอกก็ได้น่ะครับ เท่านี้การติดต่อระหว่างคุณที่อยู่เมืองนอกเมืองนากับ office หรือคนที่จะต้องติดต่อตลอดเวลาก็กระทำได้อย่างไม่มีต้นทุนเพิ่มแล้วล่ะครับ

smart phone โดยเฉพาะ iPhone ถ้าคุณไม่ใช้ GPRS ROAMING ให้ปิดมันซะ !

เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะป้องกันการใช้งาน data transfer ของ iPhone ได้อย่างสมบูรณ์ หรือถ้าหากว่าได้จริงๆ แล้วมันก็ยุ่งยาก สำหรับ AIS (เครือข่ายที่ผมใช้) มันจะมีปุ่มรหัสตัวเลขเพื่อกด แล้วเป็นการกำหนดไปยังระบบเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือ ทำการ block GPRS โดยสมบูรณ์ (เราไม่ได้มาทำการ block ที่เครื่องนะครับ เรา block กันที่ระบบเลย !) แบบนี้จะ sure มากๆว่าเมื่อคุณเปิด iPhone เพื่อรอรับสายโทรศัพท์แบบ Roaming ต่างประเทศแล้ว เจ้า iPhone มันไม่ได้สะเออะไปต่อ internet ยิงข้อมูล (ราคาแพง) เป็นว่าเล่นน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • การเตรียมตัวก่อนไปต่างประเทศ
  • ais roaming rate
  • เตรียมตัวไปเซี่ยงไฮ้
  • เตรียมตัว ก่อน ไป เซี่ยงไฮ้
  • เปิดroaming ais ยิงแล้วเสียตัง
  • 022719000 คืออะไร
  • เตรียมตัวก่อนไปเซี่ยงไฮ้
  • เปิดroming sms เข้า
  • ส่ง sms ให้ เบอร์มือถือ roaming ต่างประเทศ
  • เปิดroaming ais

ใช้ Sim AIS กับ iPad หรือพวก Netbook แบบ Multi-Sim ประหยัดค่า internet ไปได้เยอะ

ipad
ตอนนี้ผมได้ iPad มาเครื่องนึงเป็นเครื่อง 3G/WIFI ครับ นั้นก็แปลว่า มันมีช่องเอาไว้ใส่ SIM ได้ด้วยซึ่งคิดไปคิดมาก็คิดว่าน่าจะซื้อเป็น version ของแบบที่ใส่ SIM นีได้เลยเพราะว่า มีต้นทุนเพิ่มแค่ 20 บาทต่อเดือนเท่านั้นเอง เพราะ ปกติแล้ว ผมก็ใช้ promotion ของ AIS ที่คิดค่า internet เป็น MB อยู่แล้วประมาณไม่เกินเดือนละ 250 MB ซึ่งผมก็ใช้ไม่เกินบน iPhone ครับ แต่ว่าตอนนี้ถ้าหากว่าผมเอา iPad ไปเดินทางแล้ว เกิดเปิดนู้นนี่นั่น เหมือนกับว่าจะใช้แบบ wifi มันจะมีการกิน MB ที่เยอะกว่าปกติมาก เยอะกว่าการที่ผมดูข้อมูล Facebook และ Twitter ผ่าน iPhone มากอยู่ ผมเดาเอาน่ะครับว่า เพราะวาผมเปิดผ่าน app iPad ที่มีการโหลด file ภาพมาแสดงผล ทำให้มีการใช้ data tranaction มากกว่า iPhone มากนัก

ที่ผมบอกว่าต้นทุนเพิ่ม 20 บาท นั้นเป็น function ที่เค้าเรียกว่า multi-SIM (เมาติซิม) คือ เป็น SIM อีกซิมที่ออกแบบเพื่อเอาไว้ใส่ไว้โทรศัพท์ได้หลายเครื่อง โดยทุกเบอร์ เป็นเบอร์เดียวกันทั้งหมดครับ ถ้าหากว่าเราเลือกที่จะใช้เครื่องโทรศัพท์มือถือตัวไหน เราก็แค่กด อะไรสักอย่างเพื่อบอก AIS เค้าไปว่า นี่ ตอนนี้เราต้องการให้ SIM ตัวที่เราเพิ่งกดเป็นตัวที่รับสาย ทั้งนี้ การโทรเข้าจากคนอื่น เข้าโทรศัพท์มันจะดังแค่เครื่องเดียวเท่านั้นครับ แม้ว่าเราจะมีหลาย SIM ก็ตามทีครับ แต่สำหรับกรณีที่ผมเอามาใช้งานไม่ได้ใช้เพื่อการนี้ครับ

ผมใช้ Multi-SIM เพื่อใช้ internet เสมือนว่าเป็นเบอร์เดียวกันครับ อย่างที่ผมบอกไปคือผมซื้อเป็นรายเดือน promotion ใช้ internet ผ่านมือถือ 250 MB ต่อเดือน ซึ่งผมก็ใช้ได้ไม่หมดอยู่แล้ว (เพราะวันๆผมก็อยู่แต่ wifi zone) แต่จะใช้ก็ต่อเมื่อเดินทาง หรืออยู่นอกบ้านเท่านั้นครับ ทีนี้ ก็แปลว่าผมมี 2 SIMS อันนึงใส่เอาไว้ใน iPhone (แน่นอนว่าผมไม่ถอดออกมาจากเครื่องหรอกครับเพราะว่ากว่าจะถอดก็ต้องเอา clip มาแยกดันรูเพื่อให้ซิมหลุด ไม่สามารถถอดได้ด้วยมือเปล่าได้) แล้วก็อีก SIM มันก็จะเป็น SIM แบบเล็กที่เป็น multi-sim ใส่เข้าไปใส่ iPad ครับ แน่นอนว่าผมไม่ได้เอา iPad มาโทรศัพท์ครับ เพราะงั้นผมก็จะใส่ SIM เล็กๆตัวนี้เข้าไปก็เพื่อให้เล่น internet ไร้สายนอกบ้านได้ ผ่านระบบ GPRS/EDGE ผ่านเครือข่าย AIS ครับผม

แต่ที่เจ๋งกว่านั้นก็คือ “ตอนนี้ AIS อนุญาตให้คุณมี Multi-SIM ได้มากกว่า 2 SIMs โดยไม่ได้ติดเงินเพิ่มนอกจาก 20 บาทแรกครับ” นั้นก็แปลว่า ถ้าหากว่ากรณีของผมแล้ว คุณแม่ผมเค้าก็มี iPad แล้วถ้าหากว่าเค้าสมัครเป็น GPRS/EDGE แบบ internet UNLIMITED สามกิ๊กต่อเดือน แล้วล่ะก็ ผมก็ต้องไปบอกคุณแม่ว่าให้เค้าเอา Sim มาให้ผมนึงอัน เพื่อเอามาใส่ ipad ผมน่ะครับ เท่านั้น iPad ผมก็จะ connect internet ผ่าน EDGE/GPRS ได้แบบไม่อั้นโดยไม่กังวลเรื่องของปริมาณ transaction data ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหนอีกต่อไปน่ะครับ (เพราะว่ามันเยอะเหลือเกินครับ) แล้วผมก็ทำการยกเลิก 20 บาทที่ผมต้องจ่ายต่อเดือนออกไปเสียน่ะครับ นั่นก็จริงๆแล้ว ถ้าหากว่าใครสักคนที่เป็น Unlimited internet plan GPRS เยอะๆ (สูงสุดคือ 3 GB ต่อเดือน) ของ AIS แล้วของ Multi-Sim เค้ามาอันนึงน่ะครับ แล้วเอาใช้อย่างผมนี่รับรองว่าคุ้มเกินคุ้มแน่นอนน่ะครับ ลองดูแล้วกันนะครับ อ้อ .. อย่างว่าตอนนี้ผมมี iPad แล้วไม่แน่วันหลังผมจะมาโม้ว่ามันทำให้ชีวิตแตกต่างจากเดิมยังไงมั่งน่ะครับ

นอกจากนี้เรื่องของ Multi SIM จะขอได้ทั้งหมด 5 SIM รวม SIM หลักด้วยน่ะครับ นั่นก็แปลว่า ถ้าหากว่าคุณมีอุปกรณ์ไม่เกิน 5 SIM ก็จะเอา SIM ไปเสียบเพื่อใช้งาน internet พร้อมกันได้หมดน่ะครับ

update เกี่ยวกับ promotion internet ครับ สำหรับ concept เรื่องของ Multi SIM จะไม่สามารถใช้กับ Unlimited ได้ครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณเลือกเป็น Unlimited ขึ้นมาเมื่อไหร่ ทุก SIM จะโดน charge แยกกันหมดครับ นั่นก็แปลว่า คุณต้องเลือกเป็นแบบ ที่มี Limit ครับแต่ก็เลือกให้เยอะที่สุดก็คือประมาณ 3 GB ครับแล้วก็อาจจะเฝ้าระวังการใช้งานนิดหน่อยว่า ถ้าหากว่าคุณใช้งาน internet ไร้สายผ่าน GPRS ต่อวันมันใช้ไป กี่ เม็ก มากน้อยแค่ไหน เราก็จะรู้พฤติกรรมการใช้งานทุกอุปกรณ์ของเราครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ais ipad
  • sim ipad
  • ipad ais
  • ipad sim
  • ais ipad package
  • multi sim ais
  • multisim ais
  • ซิม ipad
  • ipad ใส่ซิมได้ไหม
  • sim ipad ais

ตอนนี้ Skype มีเป็น vdo call แล้วล่ะครับ แล้วคุณมีอุปกรณ์เพื่อที่จะใช้มันแล้วหรือยัง ?

iphone-mirror-for-3GS
อยากจะบอกว่าตอนนี้ถ้าหากว่าคุณ iPhone ไม่ว่าเป็น iPhone 4 หรือว่า iPhone3GS ตอนนี้สามารถที่จะใช้งาน Skype เพื่อการ vdo call ผ่าน wifi หรือ 3G ได้แล้ว (แต่สำหรับ 3G ผมไม่ได้ลองน่ะครับ เพราะผมไม่รู้ว่าที่ไหนมันมีมั่งแล้วก็ไม่ได้สมัครใช้งานอะไร เห็นเค้ายังประมูลสามจีกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับนั่น เอาเถอะครับปล่อยเค้าไปครับผม ) ประเด็นคือ ถ้าหากว่าคุณใช้เป็น 3GS ล่ะก็คุณจำเป็นต้อง update version ของ iOS เป็น version 4.0+ เป็นอย่างต่ำน่ะครับ ไม่อย่างงั้นแล้ว เข้าไปแล้ว มันก็เด้ง หรือว่าตอนที่ call vdo call ผ่าน wifi แล้วมันก็จะค้างได้ ซึ่งเครื่องผมไม่ได้ทำการ update iOS ครับ ทำให้รู้ว่ามันจำเป็น (แล้วก็สุดท้ายก็มานั่งอ่านด้วยว่ามันต้องการอะไรเป็น minimum spec. สำหรับ iPhone)

สำหรับเครื่องประเภทอื่นเข้าใจว่ายังไม่ได้มีประกาศว่ามีให้ใช้งานได้ครับ แต่ว่าคิดว่าไม่น่าจะนานเกินรอ ทุกอุปกรณ์ก็จะใช้ vdo call ผ่าน wifi หรือ 3G ได้ทั้งหมดครับ

ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากจะใช้เป็น iPhone

จริงๆ แล้วตอนนี้ นอกจาก iPhone3GS หรือว่า iPhone4 จะใช้งานอย่างว่าได้แล้ว iPod touch ก็ใช้งาน vdo call ได้เช่นเดียวกันแล้ว มันก็ไม่แพงเอาซะด้วยซิครับ ยังไงถ้าอยากจะใช้เดินไปที่ร้านแม๊คสโตว์ (ไม่ใช่แม๊คโดโนลนะ) ซื้อออกมาอันนึงก็ได้ครับผม

ความแตกต่างระหว่างการใช้ iPhone 3GS และ iPhone 4 หรือ iTod Touch (2nd Generation)

ก็คือ “กล้อง iPhone3GS มันมีด้านเดียวครับ” แสดงว่าถ้าหากว่าอยากจะดูรูปคนอื่นผ่านหน้าจอ แล้วก็อยากจะถ่ายตัวเองนั้นทำไม่ได้ แน่นอน ถ้าหากว่าคุณไม่มีอุปกรณ์เสริมที่เป็นกระจกสะท้อนแค่ตัวเดียว (ผมว่าถ้าหากว่าไม่ซื้อก็น่าจะหาทางทำเองได้ไม่ยากน่ะครับ ต้องไปเดินดูของที่ตลาดสักกะหน่อยว่าจะทำเอง ทำยังไง กันดี)

หน้าตาของเจ้ากระจกที่ผมบอกมันก็หน้าตาประมาณนี้น่ะครับ เค้าเรียกมันว่า iSeeU ฟังชื่อแล้วเหมือนว่าเป็นลางยังไงก็ไม่รู้แฮะ แปลกดีน่ะครับ แค่อุปกรณ์แค่นี้น่าจะเป็นมาตราฐานได้อยู่น่ะครับ แต่ก็เข้าใจอีกว่าแต่ก่อนยังไม่มี function ประมาณนี้บน app ไหนๆ ของ iPhone เลยครับ ทำให้ไม่มีคนต้องการที่จะผลิตออกมา แต่ว่าจ้าวนี้เค้าดันทำ app ออกมาเพื่อกะว่าจะขาย อุปกรณ์กระจกสะท้อนเพื่อให้ใช้กล้องด้านหลัง iPhone3GS ให้เห็นตัวเองได้

ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยเป็นคนที่สนับสนุนให้ซื้ออะไรใหม่บ่อยๆเรื่อยๆสักเท่าไหร่แต่ถ้าหากว่าคุณคิดว่ามันจำเป็น (แน่นอนว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้ เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจำเป็นหรอก หรือ อาจจะคิดอีกแบบได้ว่า ถ้าหากว่าคุณคิดออกว่าคุณจะเอาไปทำอะไรกับการที่คุยโทรศัพท์แบบเห็นหน้าผ่าน wifi เท่าน้ันแล้วล่ะก็ ก็น่าจะต้องซื้อเป็น iPhone 4 ไปเลยก็ได้อยู่เหมือนกันน่ะครับ)

สำหรับผมแล้วการที่ Skype มี function  vdo call นั้นอาจจะเป็นเรื่องดีได้ โดยผมว่าอาจจะเอา iPod touch ไปให้พนักงานที่โรงงาน หรือที่ site งาน ที่ผมได้ติดตั้ง wifi Zone cover ไว้ในเขตงานแล้วทั้งหมด (ก่อนที่จะคิดออกว่าจะต้องทำอะไรติดไปนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมันดีนอกจากที่ผมเอา computer ไปเล่นทีไหนก็ได้ที่ site งานอยู่คนเดียว เพราะคนอื่นก็ใช้งานไม่ได้อยู่ดีครับ ไม่อนุญาตให้เล่นน่ะครับ) แล้วทีนี้ ผมก็โทรศัพท์ผ่าน computer ที่ผมติดตั้ง Skype ไว้แล้ว (แหม ทุกคนก็มี Skype ติดไว้กับ computer Netbook Notebook กันหมดแล้วมั้งป่านนี้) ก็จะได้โทรแล้วคุยแบบเห็นหน้าของพนักงานที่ติดต่อ หรือว่าดูภาพ หรือ ดูอะไรก็สุดแล้วแต่ เครื่องจักรหรือ สภาพการทำงานทั่วไปได้ทันทีน่ะครับ ไว้ถ้าหากว่าผมได้ลองความคิดนี้แล้วจะเอามาพิมพ์เล่าให้ฟังอีกรอบแล้วกันนะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • skype ไม่มีกล้อง
  • VDO call
  • skype iphone 3gs
  • iseeu ขายที่ไหน
  • iseeuซื้อที่ไหน
  • ทำไอโฟน เล่นกล้อง skype
  • อยากโทรศัพท์แบบคุยแล้วเห็นหน้าต้องทำยังไง
  • อุปกรณ์ iseeu ซื้อได้ที่ไหน
  • อุปกรณ์กล้องเล่นskype
  • อุปกรณ์เล่น skype

วิธีการเอาตำแหน่งพิกัดแบบ Decimal Latitude และ Longitude จาก Foursqaure

สำหรับเพื่อนๆที่เล่น Social Network ไม่ว่าจะเป็น facebook หรือ Twitter เราอาจจะเห็นเพื่อนบางคนมีการบอกตำแหน่งที่กินที่เที่ยว ที่เค้าเพิ่งเข้าไปอยู่แถวนั้น และเค้าก็อยากจะบอกว่า "ชั้นอยู่แถวนี้" หรือ "ชั้นอยู่ที่นี่" ได้ผ่านการ Check-in ใน Foursquare ครับ ซึ่งหลักๆ website นี้จะทำหน้าที่เหมือนกับเป็นตัวกกลางเพื่อเรียก GPS ในมือถือหรือหาเสาสัญญาณโทรศัพท์แล้วก็แสดง list POI (Point of interest) ที่อยู่ฐานข้อมูลของ Foursquare เองมาแสดง แต่ว่าถ้าหากว่าไม่มี เราก็สามารถที่จะแอด ตำแหน่งนั้นๆเพิ่มเติมเข้าไปได้อีกครับ เรียกว่าเป็น user-generated POI ก็ว่าได้ครับ

ในทางกลับกัน คุณเองก็รู้ว่าเพื่อนคุณได้ไปที่ไหน แล้วเค้าทำอะไรโดยการดูผ่าน Facebook น่ะครับ อย่างไรก็ดีถ้าหากว่าคุณอยากจะมั่ง (แน่นอนว่าคุณอาจจะไม่เคยไปยังที่ที่เพื่อนคุณไปครับ แหม ก็แหงล่ะครับ ใครจะรู้จักทุกที่ทุกทางไปซะหมดเนาะ…) ก็เหมือนกับผมน่ะครับ ผมเห็นเพื่อนผมไปกินอะไร แล้วถ่ายรูปมา show มันก็ดูน่ากินดีน่ะครับ แล้วก็แสดงแผนที่ใน Facebook ผ่านการบอกตำแหน่งพิกัดด้วย Foursquare ครับ ถ้าหากว่าผมจะไปที่นั่นได้ (ที่ที่ไม่รู้จักไม่เคยไปมาก่อน) สิ่งเดียวที่ผมต้องการก็คือ "พิกัดแบบ Decimal จาก Google map"

ด้วยเหตุผลนี้ มาดูกันดีกว่าน่ะครับ ถ้าหากว่าผมจะรู้หรือได้ตัวเลขพิกัดจาก FourSquare จะต้องทำยังไง ?

กรณีแรก : การรู้พิกัดแบบ Decimal ผ่าน Foursquare App ในมือถือ

บังเอิญว่าผมมีแต่ iPhone (จริงๆคนเราก็น่าจะมีมือถือ ณ เวลาหนึ่งๆแค่เครื่องเดียวก็น่าจะพอแล้วล่ะคัรบ) แต่เดาเอาเองว่ามือถืออื่นๆก็น่าจะเหมือนกันหมดน่ะครับ วิธีการก็คือเปิด Foursquare App ออกมาครับ แล้วเราก็เอานิ้วจิ้ม (กด หรือ แตะแล้วแต่ว่าเป็นเครื่องอะไร) ไปที่ชื่อของสถานที่ที่เพื่อนๆคุณมีการ check-in ใน tab Friends ครับ

Gps location 1 Gps location 2

สมมุติกรณีตัวอย่างนี้ผมอยากจะรู้น่ะครับว่า นาเดีย ข้าวหมกไก่ ในตำนาน (ตำเร็วหน่อยไม่ได้เหรอครับนั่นโอ้ว ..มุก ) นี่มันอยู่ที่ไหนกันแน่ ? ประมาณว่า อยากได้พิกัดเพราะว่าจะได้ไปถูกหรือว่าจะได้เอาไปจิ้มหรอกใส่ GPS Garmin ตัวโปรดของผม  แล้วเราก็กดไปที่ more info. ต่อครับ เราก็จะเห็นเป็นภาพแผนที่พร้อมหมุดสีแดงปักเอาไว้ ก็ให้กดหัวหมุดสีแดงอีกที มันก็จะใหญ่ขึ้น แล้วเราก็มีกดเครื่องหมายลูกศรสีฟ้าต่อเพื่อให้มันไปเปิดที่ Google Maps App จริงๆอีกทีหนึ่ง แค่นี้เราก็จะได้เลขหวยที่ออกเป็นพิกัดแสดงไว้ที่ด้านบนแล้วล่ะครับ เท่านี้ผมก็เอาไปกรอกใน GPS เพื่อจะได้ไป ร้านข้าวหมกไก่นาเดียในตำนาน ได้แล้ว อิอิ ..

Gps location 3 Google maps location 4

กรณีสอง : การเอาพิกัดแบบ Decimal จาก website Foursquare.com

แบบนี้จะเป็นกรณีที่คุณเตรียมทำการบ้าน หาตำแหน่งพืกัดจากเพื่อนๆใน Foursquare ผ่านทางหน้า computer ครับ ก่อนที่คุณจะออกไปไหนหรือเดินทางไปที่อื่นๆครับ วิธีการก็จะเหมือนๆกันคือ กดที่ๆชื่อสถานที่ที่ คุณอยากจะไป เพราะว่าเห็นเพื่อนใน Foursquare ของคุณไปมาแล้ว แล้วมาโม้ให้ฟังครับ

foursquare-Iannnn 
เมื่อกดแล้วมันจะขึ้นหน้าตาประมาณนี้พร้อมกับแผนที่ใน Google Maps ช่องเล็กๆ แต่ว่าผมว่าคุณไม่มีทางที่จะรู้ได้ว้ามันคือที่ไหนกันแน่ สิ่งที่ผมอยากจะได้แท้ที่จริงแล้วก็คือตำแหน่งพิกัด ครับผม ให้ทำการกดปุ่มภาพ Powered By Google ที่ด้านล่างซ้ายของภาพ (ตามภาพด้านล่างครับ) มันก็จะ link ต่อไปยังหน้า Google maps จริงๆแล้วล่ะครับ

powered by Google maps

เมื่อเราเด้งมาที่หน้า Google Maps แล้วเราไปมองที่ช่อง URL จะเห็นว่าจะมีตัวเลขพิกัดแสดงแล้วล่ะครับ และนี่ก็คือสิ่งที่ผมต้องการเพื่อเอาไปกรอกในเครื่องนำทางจริงๆของผมครับ

GPS location

ผมคงต้องจริงๆว่าผมก็เพิ่งจะหาวิธีการได้โดยบังเอิญวันนี้น่ะครับ คือ แต่ก่อนผมก็ไม่ได้ออกแรงหาดูว่าถ้าหากว่าอยากจะรู้ว่าจะเอาพิกัดออกมานั้นจะทำอย่างไรกัน อืม .. ผมว่าคุณอาจจสงสัยเหรอป่าวน่ะครับว่า ทำไมต้องเอาเป็นพิกัด คำตอบก็ไม่ยากน่ะครับเพราะว่าผมดูแค่แผนที่เนี่ยะ ผมดูไม่ออกหรอกครับ แล้วก็เดินทางไปไม่ถูกด้วยเพราะว่าเป็นคนที่เดินทางน้อย ทุกที่หรือเกือบทุกที่ที่ผมเดินทางไปเนี่ยะ ถ้าหากว่าเป็นที่ใหม่ๆแล้ว ยังไงซะผมก็ต้องเดินทางด้วยเครื่องนำทางอย่างเดียวเท่านั้น แค่เดินทางย้อนกลับเพื่อกลับบ้าน แล้วไม่ได้เปิดเครื่องนำทางนี่ผมก็งงทิศงงทางกันเป็นไก่ตาแตกกันเลยล่ะครับ ผมมองทิศไม่ออก ไม่ได้สังเกตคึกรามบ้านช่องสักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยได้ขับรถไปไหนมาไหนทำให้เราเดินทางแบบไม่พึงพาอุปกรณ์นำทางไม่ได้ ซึ่งผมก็ต้องพึ่งมันมากซะด้วยซิ ทำให้ผมมีเครื่องนำทางรุ่นเหมือนจะเดียวกัน สองตัวด้วยซ้ำเผื่อเอาไว้ว่าคนอื่นจะยื้มไปใช้ผมก็จะได้มีใช้เป็นอันสำรองอยู่ดีครับ

เอาเป็นว่าสำหรับคนที่มีอาการแบบผม แล้วอยากจะออกไปหาเพื่อนๆตาม Fourquare ไปนั้นก็เอาพิกัดออกมากรอกใส่ Navigator กันตามวิธีการด้านบนไม่ยากน่ะครับ ลองดูแล้วกันน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • หาพิกัดมือถือ
  • ค้นหาพิกัดจากเบอร์โทรศัพท์มือถือผ่าน internet
  • วิธีบอกสถานที่ facebook
  • ค้นหาพิกัดเบอร์โทรศัพท์มือถือ
  • วิธีหาพิกัดมือถือ
  • หา พิกัด มือ ถือ
  • ค้นหาตําแหน่ง iphone
  • หาพิกัดเบอร์โทรศัพท์มือถือ
  • เช็คตําแหน่งมือถือ bb
  • หาพิกัดมือถือ iphone

มีคนถามว่าถ้าหากว่าเลือกใช้โทรศัพท์ แนะนำใช้ตัวไหน ผมก็ตอบได้แค่ว่าเลือก iPhone เท่านั้นน่ะครับ

ผมใช้งาน smartphone มาแล้วมากกว่า 4 เครื่องตลอดชีวิตไม่รวมกับเครื่องโทรศัพท์แบบเก่าๆตั้งแต่ ป สามน่ะครับแต่ว่าตอนนี้ต้องบอกได้ว่าโทรศัพท์มันก้าวกระโดดมากควบคู่กับ internet mobile ทำให้ความสามารถและการใช้งาน กว้างออกไปกว่าเดิมเอามากๆ มากแบบเทียบกันไม่ได้ และ มันจะต้องไม่ได้เรียกได้แค่โทรศัพท์อีกต่อไปก็ว่าได้น่ะครับ ยังไงซะ สำหรับคนที่เป็นคน IT สักหน่อย และ กล้าที่จะใช้งานได้กว้างๆ แล้วล่ะก็ ผมก็แนะนำคนอื่นให้ใช้ iPhone อย่างน้อยก็ต้องเป็น iPhone 3GS เพื่อที่จะทำให้มีระบบพิกัดรวมด้วยในการใช้งานบางโปรแกรมน่ะครับ

มุมมองของโทรศัพท์ได้เปลี่ยนไปแล้วสักพักผมว่าไม่เกินสามปีนี้เท่านั้นเองน่ะครับ ตั้งแต่เรื่องความการต่อ internet ผ่าน mobile phone ด้วยระบบ GPRS / EDGE มีราคาต่ำลงทำให้มีการใช้งานโทรศัพท์พวกนี้มากขึ้น (หรือว่าเพราะว่ามีคนใช้พวกนี้มากขึ้นทำให้มีการจัด promotion แบบเหมาะสมกว่าเดิมด้วยต้นทุนที่เก็บกับลูกค้าต่ำกว่าเดิม  อันนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผลน่ะครับ) เอาเป็นว่ายังไงก็แล้วแต่ ผมอยากจะมาโม้ให้ฟังสักหน่อยว่าผมใช้งาน iPhone เพื่ออะไรกันบ้าง อ่อ … ตอนนี้ผมใช้ iPhone 3GS น่ะครับ update กันนิดหน่อยครับ

IPHONE 3GS ผมเอาไปทำอะไรบ้าง ?

- เอาไว้ติดต่อคนอื่นผ่านทาง email อันนี้เป็นพื้นฐานสำหรับคนที่ใช้งาน smartphone ครับผม

- update facebook Twitter และ Fourquare พวกนี้เป็น iPhone app ที่ให้โหลดใช้งานได้ Free อยู่แล้วล่ะครับ

- ฟังเพลงได้แต่ว่าผมก็ไม่ได้มีเพลงในเครื่องแม้แต่เพลงเดียว จะว่าไม่ได้ฟังเลยก็ว่าได้น่ะครับ แหม ขนาด computer ผมยังไม่มีลำโพงเลย ..

- แล้วก็เอาไว้ดู Google Analytics หรือเป็น stats ของคนเข้า website เพราะว่าผมมี website ที่ต้องคอยดูด้วยครับ ทำให้ app นี้มีความจำเป็นสำหรับผม (ไม่ก็ต้องมาดูที่หน้าของ Google Analytics เอง คิดว่าน่าจะมี inferface สำหรับ Mobile ที่ดีแล้วก็เป็นไปได้น่ะครับ ไม่แน่ใจเพราะผมเองก็ไม่ได้เข้าไปดูซะนานแล้ว)

- เอาโทรออกผ่าน Skype โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเมือ่ผมอยู่ในเขตที่เป็น wifi (ก็คือบ้านและ office และโรงงานครับ) ผมจะเปิด Skype app ขึ้นมาแล้วโทรออกได้ไม่อั้นเพราะว่าผมใช้ Unlimited call โทรออกไปยังประเทศ 42 ประเทศทั่วโลกแบบเหมาจ่ายเดือนละไม่เกิน 300 บาทเองน่ะครับ (อ่านได้จากวิธีการสมัคร skype โทรไม่อั้น )

- เอาไว้เล่น internet Google อะไรก็แล้วแต่ที่อยากจะรู้ตอนนั้น หรือว่า ตอนที่ว่างๆครับผม

- เอาไว้อ่าน Feed จาก iPhone app ชื่อ Reeder ก็เพราะว่าผมใช้ Google reader เอาไว้รับข่าวสารผ่านระบบ RSS FEED ก็จะไม่ต้องเข้าเว็ปคนอื่นเข้าไปเข้ามาให้เหนื่อยทุกวันจะส่ง news update มาหาผมเอง แลว้ผมก็อ่านเมื่อวางๆ หรือว่าเดินทางหรือว่ามีเวลาเล็กน้อยนิดหน่อยก็เปิดออกมาอ่านได้ทันที

- เอาไว้ฟัง iPodcast หรือพวก วิทยุ online ของ iTune ในนั้นจะมีเหมือนกับรายกวิทยุ จะว่าอย่างงั้นก็ได้เพราะว่ามันมีแต่เสียง แต่ว่าตอนนี้ก็มี text แสดงเอาไว้ให้ดูด้วยถ้าหากว่าไม่อยากจะฟังเป็นเสียงเราก็อ่านมันก่อนก็ได้เหมือนกัน รายการพวกนี้จะเป็นรายการที่คนอเมริกันฟังส่วนมาก คนไทยจะต้องฟังอังกฤษออกเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์กับสิ่งนี้น่ะครับ

- เอาไว้ track ระยะทางวิ่งด้วย GPS ด้วย RunKeeper App เป็น software หรือ application สำหรับนักวิ่งเท่านั้นเพราะว่ามันจะแสดงระยะทางความเร็วและบันทึกเมื่อจบการวิ่ง ออกกำลังกายหรือว่าแข่งขันจบ ครับ พร้อมทั้งยัง Twitter ออกไปให้คนอื่นรู้ได้อีกตะหาก ว่าเราเจ๋งแค่ไหน (ถ้าหากว่าเราวิ่งเจ๋งๆ เราก็ค่อยบอกน่ะครับ ถ้าหากว่าวิ่งช้าๆก็ไม่ต้องบอกก็ได้หรืออยากจะเก็บเป็นข้อมูลสถิติเฉยๆก็ไม่ได้มีคนว่าอะไรน่ะครับ)

- เอาไว้ถ่ายภาพแล้ว show คนอื่นได้ทันที เพราะว่า icon อัลบั้มภาพอยู่หน้าแรก และเปิดแสดงให้คนอื่นดูได้สะดวกครับ ถ่ายภาพกระดานดำ หรือ whiteboard หลังจบการประชุมเพื่อบันทึกไว้แล้วดูว่าเราคุยอะไรกันไว้

- เอาไว้เป็น calendar หรือปฏิทืนที่ sync ข้อมูล เหมือนกับ Google Calendar อันนี้ปฏิทินที่ผมเปิดผ่านทาง online website ของ Google Calendar จะเหมืนอนกับข้อมูลที่อยู่ใน iPhone ผมทุกประการ และนอกจากนี้ผมยัง Public เวลาว่างหรือไม่ว่างของผมผ่านทาง website เพื่อให้คนที่จะนัดผมเข้ามาคุยดูได้ก่อนแล้วค่อยโทรมานัดผมอีกครั้งผมจะได้ไม่ต้องดูว่าว่างหรือไม่ว่าง (ให้คนที่จะนัดเป็นคนดูเองผมจะได้ไม่เสียเวลา มาทำเรื่องไร้สาระพวกนี้น่ะครับ)

- เอาไว้เล่นเกมส์ Doodle Jump ยามว่าง แล้วไม่อยากจะอ่านอะไร หรือว่ารออะไรอยู่ ก็เล่นเกมส์ไปพลางๆก่อนก็ได้น่ะครับ

- เอาไว้แอบถ่ายภาพเมื่อไปสถานที่ห้ามถ่ายภาพเพราะว่ามัน app ที่ทำให้หน้าจอดำสนิทแต่ว่าเอานิ้วกดที่หน้าจอแล้วมันก็จะถ่ายภาพเอาไว้ (แน่นอนว่ามันจะต้องไม่มีเสียงครับผม)

- เอาบอกพิกัดเพื่อนๆพี่ๆน้องว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ถ้าหากว่าอยากจะบอก ่เช่น ตอนนี้นัดเจอคนอื่น เราบอกคนอื่นได้ก่อนล่วงหน้าครับ หรือว่าจะให้เค้า tracking ตำแหน่งผมเลยก็ทำได้น่ะครับ

- เอา email ภาพที่เพิ่งถ่ายไปยังคนอื่น ที่ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเสียเงินผ่าน MMS เพราะว่มันเป็นแค่ email ปกติที่แนบภาพได้ทันที ทำไมต้องใช้ MMS ด้วยล่ะครับ

- เพื่อเอาไว้ส่ง SMS Free หาคนอื่นผ่าน Textie แต่ว่าอันนี้ต้องลงโปรแกรมนี้ให้กับคนอื่นด้วยน่ะครับ คำว่าคนอื่นก็คือเพื่อนพี่น้องพ่อและแม่ ผมใช้เหมือนกันหมดคือ iPhone ทำให้ใช้ app นี้ได้น่ะครับ ส่งไปเรื่อยฟรีน่ะครับ

- เอาไว้เล่นกล เพราะว่าก็มี app สำหรับเล่นกลหลอกสาวๆได้ดว้ยน่ะครับ อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนตัว ครับผม แน่นอนว่าผมเป็นคนชอบกลน่ะครับ

- เอาไว้ดูเวลา

- เอาไว้ดูตารางนัดหมายมันจะแสดงไว้ที่หน้าแรกเลยไม่ต้องกดอะไรเราก้เห็นว่านัดอะไรกะใครไว้เมื่อไหร่เรื่องอะไร

- เอาไว้อ่านข่าว CNN เพราะว่าเค้าก็มี app ของเค้าเฉพาะเลย

- เอาไว้บันทึกเสียงสำหรับการคุยอะไรก็ตามที่อยากจะบันทึก กด record แล้วเอาใส่กระเป๋าเสื้อไว้เท่านั้นก็บันทึกได้แล้วล่ะครับ

- เอาไว้เป็น Todo List แน่นอนว่า app todolist เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนที่มีกิจจะต้องทำเยอะแยะหลายอย่างอยากจะบอกตัวเองจะต้องทำอะไรบ้างหรือเหลืองานอะไรที่จะต้องทำบ้างแบบง่ายๆ

- เอาไว้บันทึกค่าใช้จ่ายภายในสามสิบวินาที ผมจะทำการบันทึกทุกครั้งเมื่อผมจ่ายออกด้วย moneybook app ครับผม เราจะรู้และมีข้อมูลว่าเราจ่ายค่าอะไรบ้าง จ่ายเงินเพื่อซื้อของให้แฟนหรือว่ากินข้าวกะคนอื่นอะไรยังไงเมื่อไหร่ไปเท่าไหร่ สรุปยอดรายง่ายเป็นเดือนๆได้ และ ผมก็ตั้งงบเอาไว้ได้ด้วยครับผม

- เอาไว้ดูพยากรณ์อากาศผ่าน weather Pro

- เอาไว้ดูสภาพจราจรผ่าน Trafft app คนไทยทำ คนไทยใช้ครับผม

- เอาไว้ดูข้อมูลของตัวเองที่บันทึกไว้ทั้งหมดผ่าน evernote ไมว่าจะเป็นภาพเสียง text ใดๆ เราค้นหาข้อมูลของตัวเองได้ครับผม evernote เป็น app แล้วก้เป็น program ที่ install ได้ใน computer ข้อมูลทั้งหมดจะ เหมือนกัน ค้นหาได้ทุกที่ทั้งตอนอยู่หน้าคอมและ ตอนที่คุณอยู่กับ iPhone เช่น ถ้าหากว่าคุณจำที่อยู่ office ตัวเองไม่ได้ก็มาค้นหาเอาที่นี่น่ะครับ

- เอาไว้บันทึกน้ำหนัก weight Bot

- เอาไว้ดูท่าตอนเล่น Fitness ถ้าหากว่าเบื่อท่าเดิมๆน่ะครับ iFitness

- เอาไว้ upload files ภาพที่เราถ่ายจากมือถือ iPhone ไปยัง Picasa web จะได้ส่งต่อให้คนอื่นดูทั้ง album ได้ทั้งแบบ Public หรือ Private แล้วแต่ครับ

เอาง่ายๆดีกว่าคือว่าอย่าถามว่าใช้โทรศัพท์รุ่นอะไร แต่ว่าถ้าหากว่าคุณจะใช้ computer แบบพกพาที่สะดวกที่สุดเท่าที่โลกนี้จะทำได้ ณ เวลานี้ก็คือ iPhone ครับผมไม่ได้เป็นสาวก mac แต่ประการใดครับ แล้วผมก็ไม่ได้มีเครื่อง mac อะไรสักเครื่องด้วยแต่ว่า โทรศัพท์ที่ใช้งานได้เชิง smartphone นี้ผมเคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว 3 เครือ่งด้วยกัน ( iPhone เป็นตัวที่สี่) แล้วก็เรียกได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้น่ะครับ ยังไงซะหามือสอง 3GS มาใช้ก็ยังดีน่ะครับ มันก็ใช้งานได้เหมือนกันน่ะคับผม หรือว่าผมก็มีเหลืออยู่น่ะครับ ติดต่อผ่าน email มาได้น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • money book app
  • app textie messaging คือ
  • app อัดเสียงสนทนา iphone
  • moneybook app ตั่งเงินบาท
  • วิธีใช้ weightbot

เรื่องที่คนหัดใช้ iPhone รู้ไว้หน่อยก่อนโดนของเข้า

new-user-iphone1

บทความนี้เหมาะสำหรับ “คนใช้ iPhone มือสมัครเล่นเท่านั้น คนที่ใช้มานานแล้วไม่ต้องอ่านเลยครับ”
สำหรับคนที่เพิ่งจะมาใช้ iPhone กันใหม่ๆ คุณจำเป็นต้องรู้บางอย่างเพื่อที่จะทำให้การใช้งาน iPhone แล้วไม่เกิดปัญหาครับ เพราะการใช้ iPhone แบบเครื่องเปล่า หรือเป็นแบบเครื่องเมืองนอก หรือ อยากจะใช้ software หรือ app ที่จริงๆแล้วต้องโหลดเสียเงินแต่ดันมาใช้กันฟรีๆ ก็จะทำให้มีเรื่องวุ่นวายใจกันได้ครับ และก็ต้องมีเรื่องให้ต้องระวังเป็นประเด็นๆต่อไปนี้ครับผม

iPhone ของคุณจะ update iTune ไม่ได้ มันจะทำให้โทรศัพท์เสียบ SIM แล้วไม่รับรู้กัน

iTune เป็น software เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อระหว่าง iPhone และเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อการโอนไฟล์เพลงหนังและอื่นๆเข้าไปยังที่ iPhone จาก computer ถ้าหากว่า คุณใช้ iTune ที่คุณ search และ Download มาจาก website ของ Apple ตรงๆแล้วล่ะก็ และเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ iPhone เข้าไปแล้ว update Firmware (คำว่า update Firmware แปลว่า การทำให้ โปรแกรมที่ฝังมากับ iPhone มันมีโปรแกรมที่ใหม่ขึ้น เพื่อเป็นการปรับปรุงการทำงานของเครื่องให้ดีกว่าเดิม โดยเมื่อ update แล้วจะ ลด version กลับลงมาไม่ได้อีกต่อไป)

เมื่อ iTune ทำการ update version Firmware ใน iPhone ของคุณแล้วมันจะทำให้โทรศัพท์ของคุณโดนเข้ากรอบสังคมที่ทาง Apple ต้องการให้เป็นคือ จะใช้ Program ที่ Apple ไม่อนุญาตให้ใช้ไม่ได้ยังไงล่ะครับ แน่นอนว่า Program ที่จะทำให้คุณไปโหลดเกมส์มาใช้ได้ฟรีๆ (ที่จริงๆแล้วต้องเสียเงิน) ก็จะใช้การไม่ได้อีกต่อไป หายไปจากหน้าจอ iPhone ของคุณครับ

แต่ว่าเรื่องจะใหญ่กว่านั้นคือ ถ้าหากว่าคุณ update firmware iPhone โดนการที่คุณรู้เท่าไม่ถึงการเอา iTune version ใหม่สุดๆกดต่อเชื่อมกับ iPhone แล้วล่ะก็ มันจะทำการ check ว่า SIM นั้นอนุญาตให้ใช้กับเครื่องนี้หรือไม่นั้นก็แปลว่า เครื่องหิ้วทิ้งหลายหากว่าไม่ได้เป็นตัวที่ UNLOCK มาแต่แรกเลยอย่างถูกต้องแล้วล่ะก็ มันก็จะปิดไม่ให้ใช้กับ SIM ที่คุณใส่เข้าไปได้ ว่าง่ายๆสั้นก็คือ มือถือ iPhone ของคุณก็จะทำหน้าที่ได้เหมือนกับแค่ iPod เอาไว้ฟังเพลงดูหนังได้เท่านั้นเองครับ

ก็ไม่แปลกอะไรหรอกครับที่ทาง Apple จะทำอย่างนี้เพราะว่า เค้าต้องป้องกันไม่ให้คนออกนอกกรอบนอกระบบ เพราะเมื่อคนอยู่ในกรอบในระบบ Apple เองจะได้เงินจากการขายไม่ว่าจะเป็น software (APP) หรือว่าจะเป็นจากค่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ครับ เค้าจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คุณอยู่ในกรอบครับ

Promotion เพื่อการใช้งานกับ iPhone จะต้องคิดเป็นเม็กเท่านั้น

แนะนำเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าหากว่าคุณจะใช้ smartphone แล้วการเชื่อมต่อ internet ตลอดเวลาเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นประโยชน์มาก เพราะคุณจะได้รับ email แบบ push (คือเมื่อมี email ใหม่ก็จะเข้าทันที) หรือได้รับ alert จาก application บน iPhone ต่างๆมากมาย แน่นอนว่า ถ้าหากว่าคุณจะทำอย่างงี้ได้ก็ต้องให้ iPhone คุณต่อกับ internet ผ่านสัญญาณ EDGE/GPRS ตลอดเวลาเท่านั้น คุณจะเลือกใช้เป็นแบบ internet ที่คิดเป็นเวลาไม่ได้ครับ

นั้นก็แปลว่า คุณมี option ในการเลือก promotion แค่สองทางคือ Unlimited ไปเลย หรือว่า เป็นแบบคิดเป็นเม็กไบท์ (เม็กไบท์คือ หน่วยของจำนวนข้อมูลที่ไหลผ่านอากาศถ้าหากว่าคุณใช้มากเม็กที่คุณใช้ก็จะมากตามไปด้วยน่ะครับหรือว่าถ้าหากว่าคุณใช้น้อยเม็กก็น้อยครับ ตรงตัวไม่มีอะไรซับซ้อน)

ถ้าหากว่าให้ผมแนะนำให้ประหยัดหน่อย คุณต้องรู้ตัวเองซะก่อนว่า ตัวคุณเองใช้ MB (เม็กไบท์ที่โอนถ่ายข้อมูลไปๆมาๆ) มากน้อยแค่ไหนต่อเดือนครับ แล้วคุณถึงจะเลือกถูกว่าถ้าหากว่าคุณใช้เท่านี้ก็ไปหา promotion ที่เหมาะคุ้มค่าครับ

วิธีการดูว่าคุณใช้ปริมาณข้อมูลไหลผ่านเครื่อง iPhone มากน้อยแค่ไหน ?

วิธีการที่ผมแนะนำก็คือ ให้คุณเลือกใช้เป็นแบบ Unlimited ไปก่อนก็ได้แต่ว่าเมื่อเริ่มต้นใช้งานก็ให้ทำการ reset ค่าทางสถิติว่าคุณมีการรับการส่งเยอะ MB แค่ไหนครับ ดูประมาณ 1 week ก็รู้แล้วว่าคุณใช้เยอะหรือเปล่าแล้วก็ค่อยมาเลือก pro กันน่ะครับ

คุณสามารถทำการ reset ข้อมูลเหมือนกับเป็นการเซ็ทศูนย์ตอนที่คุณจะขับรถน่ะครับ โดยการเข้าไปที่ Settings > General > Usage แล้วเลื่อนไปที่ด้านล่างสุดๆจะมีปุ่ม reset statictics หรือ ถ้าหากว่าคุณสังเกตดีๆใต้ปุ่มจะมีคำว่า Last reset พร้อมวันที่และเวลาครับ คุณก็รู้แล้วว่าวันสุดท้ายที่มีการ reset ค่ามันวันไหน แล้วก็ดูค่า Sent และ ค่า received โดยเอาค่าทั้งสองมาบวกกันตรงๆก็จะเป็นปริมาณข้อมูลที่ไหลผ่านเครื่อง iPhone ตั้งแต่วันที่คุณทำการ reset เป็นครั้งสุดท้ายครับ แล้วจับมาเฉลี่ยต่อวันแล้วก็คูณค่าด้วย 31 เพื่อให้ปริมาณ MB ต่อเดือนซะก็จะรู้แล้วล่ะครับ !

มันมีโปรแกรมเพื่อปิดการใช้งานไม่ใช่หรือทำไมจะเลือกเป็น promotion คิดเป็นเวลาไม่ได้ล่ะ ?

แท้ที่จริงแล้วตอนนี้ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มีการให้ปิด EDGE/GRPS โดยการแจ้งกับทางผู้ให้บริการได้เลยครับ แบบนั้นจะเป็นการปิดที่แน่นอนกว่า ทำไมผมต้องบอกว่าแน่นอนน่ะเหรอครับ ก็เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณใช้ program ในการปิด EDGE/GPRS ที่เป็น app แล้วล่ะก็มันก็ปิดไม่อยู่อยู่ดีครับ เพราะว่าผมเจอมาแล้วกับตัวกับเครื่อง iPhone ของผมเองและของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและญาติๆ ว่าไม่ว่าคุณจะปิดหรือไม่ปิด ก็จะมีการแอบเชื่อมต่อ internet เพื่อแอบส่งข้อมูลอยู่ดี แล้วแย่กว่านั้นคือ ถ้าหากว่าแม่คุณลืมปิดขึ้นมาแล้วก็ไปนอนแค่คืนเดียวเท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เกินเวลาที่คุณเหมาจ่ายเอาไว้ครับ

นั้นก็หมายความว่าคุณปิดมันได้แต่คุณมั่นใจไม่ได้ว่าคุณได้ปิดมันครับ อีกประเด็นก็คือ การใช้งานลักษณะนี้คุณจะเสียโอกาสการใช้งาน app ใดๆที่่ลักษณะของการ alert ข้อมูลแบบ PUSH เช่น email หรือ การที่เพื่อนคุณ sent Facebook Massage มาหาคุณครับ (ยกตัวอย่างแค่สองอันน่ะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าคุณมี app มากกว่านี้มันก็อาจจะใช้ internet ลักษณะนี้หรือไม่ใช้ก็ได้แล้วแต่โปรแกรมครับผม)

เอาเป็นว่าถ้าหากว่าคุณเลือกที่ใช้งาน iPhone หรือ Smartphone แล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องเข้าใจมันสักหน่อยว่า อะไรเป็นอะไร มันเกิดอะไรขึ้นกับมือถือของคุณ คุณอาจจะถามจากเพื่อนหรือลูกหรือน้องของคุณที่เค้าใช้งานมาแล้ว เค้าจะมีประสบการณ์พวกนี้ครับ แค่ว่าเค้าจะมานั่งบอกคุณเป็น shot ๆ หรือเปล่าเท่านั้นเอง หรือไม่ก็ส่งเนื้อความนี้ต่อๆไปยัง iPhone user มือใหม่กันหน่อยก็ได้ เนื้อความนี้เผยแพร่ได้อิสระครับ ไม่สนว่าจะต้องให้ credit แต่ประการใดครับ ขอให้มีความสุขกับ iPhone เครื่องใหม่ครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เชื่อมต่อ itunes เพื่อใช้การแจ้ง push
  • วิธีลดเวอร์ชั่นไอโฟน
  • ลด version iphone
  • เชื่อมต่อ itune เพื่อใช้การแจ้ง push
  • ลดเวอร์ชั่น iphone
  • วิธีเชื่อมต่อitunesเพื่อใช้การแจ้งpush
  • ลด เวอร์ชั่น iphone
  • เชื่อมต่อ itune เพื่อแจ้ง push
  • เชื่อมต่อitunesเพื่อการแจ้งpush
  • วิธีเชื่อมต่อ itunes เพื่อการแจ้ง push

update การบอกพิกัดตำแหน่งใดๆใน Google maps เพื่อเอาไปกรอกในเครื่อง GPS นำทาง

ตอนนี้เหมือนว่าที website ผมนี่จะมีวิธีการบอกพิกัดตำแหน่ง GPS แบบ Decimal อยู่หลายทีแล้วแต่ว่าตัวนี้ก็จะเป็นตัวที่ใหม่ที่สุด และก็จะเป็นวิธีการที่เร็วที่สุดเท่าที่ตอนนี้ที่จะทำได้น่ะครับ ก็คือ การใช้ LAB TOOLS ของ Google Maps เองใหแสดงพิกัดจาก Google maps โดยตรงกันเลยครับ วิธีการก็ไม่ยากน่ะครับ ทำได้ตามที่ผมกำลังจะโม้ให้ฟังต่อไปนี้ได้เลยครับผม

เริ่มต้นก่อนอื่น เหมือนเดิมกับทุกๆครั้งที่ผมจะบอกก็คือ ถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้มี Google account หรือ Gmail แล้วให้สมัครไว้ครับเพราะว่า กระบวนการนี้จำเป็นต้องใช้ Gmail ครับผม เพราะงั้นถ้ายังไม่มีก็ “จงสมัคร Gmail” ซะครับ รับรองว่าคุณยังไงก็ได้ใช้ไม่มากก็น้อยเพราะว่า product ของ Google ทั้งหมดจะอ้างอิง Gmail ในการใช้งานตลอดเวลาครับ

ให้ Login Gmail ของคุณแล้วเข้าไปที่หน้า maps.google.com แล้วก็ที่ด้านบนขวาจะมี icon เหมือนกับรูปเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เขียวๆเป็นขวดแก้วเล็กๆให้กดที่นั้นน่ะครับ ตามภาพนี้เลยครับผม

new-lab-google-maps
ต่อจากนั้นก็จะมีหน้าต่าง pop up ออกมาให้เลือก Enable Tools ตามภาพสองตัวที่จะเกี่ยวกับการแสดงพิกัด GPS ใน Google maps ครับ ตามภาพด้านล่างครับ

enable-gps-location

ตัวแรกจะเป็นตัวที่พิกัดทันทีที่เราเอา mouse ไปอยู่เหนือตำแหน่งใดๆใน Google maps และ LatLng Marker จะทำให้คุณเหมือนกับปักหมุดทีมีตัวเลขพิกัดปักเข้าไปที่แผนที่ได้น่ะครับซึ่งผมก็ใช้ทั้งสองอย่างน่ะหละ

show-location1 show-location2

ถ้าหากว่าคุณอยากจะปักหมุดแสดงเลขพิกัด GPS ให้ click ขวาที่ใดก็ตามที่อยากรู้พิกัดแล้วก็เลือกที Drop LatLng Maker เท่านั้นเราก็จะเห็นเลขพิกัดแสดงออกมาทันทีครับ

หลักๆก็มีเท่านี้เองครับ ผมว่าวิธีการตามเนื้อหาที่ผมพิมพ์ใน entry นี้น่าจะเป็นวิธีการที่เร็วที่สุดแล้วเพราะว่าไม่ต้องมีการปรับ setting อะไรเพิ่มเติมอีกต่อไปเลย แค่ว่าคุณต้องเข้า Login Gmail ของตัวเองเพื่อมาใช้ maps ของ Google เท่านั้น ก็จะมีตัวเลขพิกัดแสดงไว้อย่างถาวรแล้วล่ะครับ

เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบของพิกัด GPS

ถ้าหากว่าคุณใช้ Garmin เพื่อกรอกพิกัดก่อนที่คุณจะเดินทางไปไหนนั้น ให้เลือกโหมดที่คุณจะกรอกชุดตัวเลขที่คั่นด้วยจุดครับ เช่น N13.34356 , E100.54567 (ตำแหน่งเป็นตำแหน่งสมมุติน่ะครับ) คือโดยมากแล้ว กทม จะเป็น N 13 จุด (ตามด้วยจุดหน้าตำแหน่ง) แล้วก็เป็น E 100 จุดตามด้วยตัวเลขหลังจุดอีกห้าตำแหน่ง ถ้าหากว่าเครื่องคุณกรอกได้ไม่ครบห้าตำแหน่งก็ไม่ได้เป็นอะไรน่ะครับ กรอกเท่าจำนวนตำแหน่งสูงสุดที่เครื่องนำทางของคุณรองรับเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว และ ย้ำหน่อยแล้วกันน่ะครับว่าถ้าหากว่าคุณข้อมูลเข้าไปแล้วให้ preview ตำแหน่งดูหน่อยว่ามันไม่ได้อยู่กลางทะเลเพราะว่าพิมพ์กรอกเลขผิดครับ ภาพ maps น่าจะต้องเหมือนกันที่แสดงใน Google Maps ครับไม่อย่างงั้นกรอกไป แล้วให้มันนำทางเข้าป่าเข้าพงไม่น่าจะเป็นเรื่องแน่นอนน่ะครับแบบนั้นเนาะ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • หาตําแหน่งมือถือ google map
  • ตําแหน่ง gps google map
  • แสดงพิกัด google map
  • ตําแหน่งพิกัด gps
  • ตำแหน่ง gps google map
  • การบอกพิกัด
  • google map แสดงพิกัด
  • หา ตํา แห น่ ง มือ ถือ google map
  • หาตําแหน่งมือถือ gps
  • วิธีหาตําแหน่งมือถือ

เลือก Notebook อย่างไรใช้งานกับคนใช้ Skype และทำงานทั่วไป

Notebook-select-for-Skype

เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะมีงาน commart จัดแสดงไป แต่ว่าเพื่อนๆผมส่วนมากก็จะไปดูน้องๆ Pretty กันซะมากกว่า แล้วก็พกกล้องแบบหรูหราไป เพื่อไปถ่ายภาพน้อง Pretty กันน่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่า ตอนนี้ น้องสาวผมก็มีกล้องถ่ายแล้ว แค่ว่าไม่ได้ว่างไปเท่านั้นเองแรงบันดาลใจจะไปถ่ายภาพสาวๆก็ค่อยจะมีเท่าไหร่เพราะ เคยไปแล้วปีก่อนๆ คนค่อนข้างจะเยอะหนาแน่น แถมไปแล้วนอกจากจะเกิดกิเลส (ทั้งสาว ทั้งคอม) ก็เลยไม่อยากน่ะครับ (จริงๆน้า ^^ ) เอาเป็นว่าผมว่าเราน่าจะเข้าประเด็นกันดีกว่า ที่ผมเกริ่นมาทั้งหมดเพราะ มีคนถามผมน่ะครับ ถ้าหากว่าอยากจะเลือกซื้อ Notebook เพื่อใช้งาน Skype ติดต่อผู้คนทั่วโลก แล้วก็ใช้งาน computer เพื่อพิมพ์งาน office ทั่วไปเท่านั้นน่าจะเลือกแบบไหน อย่างไรกันดี ผมจะไม่บอกเป็นรายละเอียดมากนัก แต่ว่าอยากจะบอกเป็นประเด็นๆไปเสียมากกว่า เพราะว่า บทความนี้จะได้ใช้ได้เป็นแบบถาวรนิดนึงครับ งั้นมาดูกันก่อนดีกว่า ถ้าหากว่าเป็นผม แล้วผมจะเลือก Notebook ด้วยเหตุผลอะไร และ มีประเด็นอะไรที่ต้องดูกันบ้างน่ะครับ ?

ทำไมเลือกเป็น Notebook ไม่เอา Desktop ?

ก่อนอื่นต้องถามตัวเองเลยก่อนว่า เราแน่ใจแล้วหรือว่าเราอยากจะได้ Notebook เพื่อใช้งาน ไม่เป็น Desktop ?  computer ตั้งโต้ะจะมีดีอยู่หลายอย่างที่ผมเห็น (แต่ว่าถ้าหากว่าคุณไม่ได้คิดว่าจะานประมาณนี้แล้วล่ะก็ข้ามไปได้เลยให้ซื้อเป็น Notebook น่ะครับ) คือ computer แบบตั้งโต๊ะแบบ case ตัวใหญ่ๆ คือ ราคาของอุปกรณ์เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพจะคุ้มค่าเงินกว่าเท่านั้นเองน่ะครับนอกนั้นผมว่าตอนนี้ประเด็นด้านอื่นๆก็จะเหมือนกันน่ะครับ เพราะงั้นแล้วถ้าหากว่าคุณอยากจะ Mobile หรือ Portable ได้ก็เลือกเป็น Notebook แล้วกันนะครับ

Notebook ที่ราคาเท่าๆกันก็จะให้ประสิทธิภาพทางด้าน Hardware เท่าๆกัน

อันนี้เป็น comment ที่ได้จากน้องผมที่เค้าไปดูที่งาน commart เค้าบอกผมว่า Sony และ Apple จะมีราคาที่เป็นส่วนตัว คือ แพงกว่าชาวบ้านเค้า ที่อุปกรณ์เครื่องในที่เหมือนๆกัน แต่ก็ว่าเค้าไม่ได้น่ะครับเพราะว่าเค้า Position ราคาและลูกค้าของเค้าเอาไว้อีกกลุ่มนึงน่ะครับ คือ Sony ก็จะกะว่าคนที่ชอบ Sony ก็ะซื้อของๆเค้าตอนร่ำไป อย่างไม่คิดจะย้าย Brand (แต่ว่าก็เห็นเยอะคนที่หมดศรัทธาระหว่างคุณภาพและราคาของ Sony อยู่หลายคน และก็มีตัวเลือกอื่นที่คุ้มค่าเงินกว่าเยอะแยะแล้วด้วยตอนนี้น่ะครับ) ส่วนจ้าว Apple (น้องเปิ้ลของเหล่าสาวก) เค้าตั้งราคาได้สูงเพราะว่า OS หรือ Software ที่เค้าลงไปเป็นส่วนตัวของเค้าเอามากๆ ที่เครื่อง computer Brand อื่นก็จะใช้ OS ของเค้าไม่ได้ซะด้วยซิ เอาเป็นว่าผมจะไม่พูดถึง Apple ให้มากแล้วกันน่ะครับเพราะว่า มันเป็นอีกโลกหนึ่ง ถ้าหากว่าเราๆท่านๆ จะใช้ computer เพื่องานทั่วไปจริงๆแล้ว แนะนำว่า format การใช้งานบน Windows OS ถือเป็นทางเลือกที่กว้างไกลและครอบคลุมการใช้งานได้ในประเทศบ้านเราก็ยังเหมาะอยู่น่ะครับ

โดยรวมแล้วถ้าหากว่าราคาที่ไม่เกินสองหมื่นก็จะได้ CPU แรงระดับคือๆกัน แรมระดับที่เท่าๆกันแล้วก็มักจะไม่ลง Windows License มาให้เพราะว่าเป็นการลด Costing สำหรับคนที่ใช้งานตามบ้านครับ ทำให้การเลือกซื้อ Notebook ถ้าหากว่าเรามาเดินเลือกซื้อด้วย งบประมาณที่จำกัด แน่นอนแล้วไซร้ เราจะไปดูที่ประเด็นอื่นๆแทนนอกจากเรื่อง Brand ครับผม

ผมเลือกยี่ห้อ Notebook แบบไหนกัน ?

จริงๆแล้วส่วนตัวผมมีประสบการณ์ในการใช้งาน computer ยี่ห้อต่อไปนี้มาแล้วน่ะครับ คือ compaq , HP , Asus , Acer  แล้วก็ DELL และตอนนี้ผมใช้งาน Notebook เป็นของ HP สำหรับ computer Mini ตัวเล็กๆที่ผมถือเดินไปเดินมาแบบเบามากๆ แล้วก็อยู่ได้อึดเอามากๆครับ สำหรับ Notebook ตัวที่ผมใช้งานอยู่ตอนนี้ยี่ห้อคือ ASUS ครับซึ่งก็ซื้อมาใช้งานได้ไม่เกิน หกเดือนที่ผ่านมาเองน่ะครับ แต่ผมไม่ได้บอกว่า ASUS จะดีที่สุดแต่อย่างใดครับ เพราะว่าส่วนตัวแล้วผมเลือกด้วยเหตุผลอื่นเสียมากกว่าครับ

ผมเลือก Notebook จากการเลือก Keyboard และ Layout ของการวางแป้น

ต้องบอกไว้ก่อนว่าเพราะว่าผมใช้งานเพื่อ พิมพ์ และ พิมพ์และต้องการความเร็วในการเปิดหน้าต่างงานต่างๆครับผม เพราะงั้นแล้ว ในเมื่อผมรู้ว่าถ้าหากว่าอยากจะเอาเร็ว เครื่องแรงก็ต้องจ่ายมากกว่า คิดตรงๆได้อย่างงั้นเลยน่ะครับไม่มีอะไรต้องสลับซับซ้อน แล้วประเด็นที่ผมดูต่อ คือ การเอานิ้วกระทบแป้นว่าให้อารมณ์เมามันกับการพิมพ์หรือไม่เป็นประเด็นหลักๆในการใช้งานกันเลยก็ว่าได้

ดูอุปกรณ์รอบกาย Notebook ว่ามีอุปกรณ์อะไรกันบ้าง ?

นอกจากผมดู Keyboard แล้วผมก็จะเริ่มส่องอุปกรณ์หรือรูที่มากับเครื่อง Notebook ครับเพื่อการใช้งาน Skype และติดต่อคนอื่นได้อย่างที่ใจหวังจะมีประเด็นให้ดูต่อไปนี้น่ะครับ

- Notebook จะต้องมีรู audio และ mic เป็นรูแจ็คสำหรับเสียบหูฟังและรูไมท์อยู่ในตำแหน่งที่สอดเสียบได้สะดวก เพราะอย่างว่า ผมจะเอาไว้โทรศัพท์ผ่าน Notebook น่ะครับยังไงซะรูนี้จำเป็นต้องมี เพราะ ไม่ใช่ว่า เสียงจะต้องออกลำโพงน่ะครับ เพราะ เราอาจจะอยู่กับคนเยอะคนยังไงก็ต้องควรจะมีรูเพื่อให้เอาสายหูฟังและรูไมท์ต่อเข้าไปได้น่ะครับ

- Notebook จะต้องมี webcam ถือเป็นเรื่องปกติที่ Notebook จะมี webcam กันแล้วล่ะครับ ถ้าหากว่าไม่มีก็ถือว่าด้อยกว่าเครื่องอื่นๆครับ แต่ว่า webcam แท้ที่จริงแล้ว จะมีเรื่องความละเอียดของ webcam ยังไงซะถ้าหากว่าได้เดินไปดูที่ร้านแล้วแนะนำว่าให้เค้าเปิด webcam ให้ดูว่า คุณพอใจกับความละเอียดของ webcam หรือไม่ครับ ยังไงซะเอาแค่ว่าคุณพอใจก็พอน่ะครับไม่ต้องเปรียบเทียบเยอะว่าจะต้องละเอียดที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว สำหรับผมเอาก็เอา webcam HD มาติดอีกทีนึงอยู่ดีครับ (ตอนนี้ยังไม่มี webcam ที่เป็นแบบ Built-in webcam แล้วเป็น High Definition แต่อย่างใดครับผม )

- Notebook ต้องมีรู USB ยิ่งมากยิ่งดี ! แต่ว่าห้ามต่ำกว่า 3 รูครับ เพราะว่า รูที่ผมใช้คือ รูที่จะต้องต่อ webcam รูที่จะต่อกับ Mouse และรูที่จะต้องต่อกับ Mouse ปากกา (หรือว่าเอาไว้ต่อกับ Flash Drive อื่นๆครับผม) อย่างไรก็ดีรูมากเป็นต่ออยู่ดีครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณใช้แล้วคิดว่าสามสี่ปีจะเปลี่ยน แล้วคุณจะมีการถอดเข้าถอดออกจาก USB แล้วล่ะก็ .. อย่างที่เราๆท่านๆรู้กันคือ รูอะไรก็ตามที่มีการใส่เข้าสอดออก รูนั้นอาจจะพังได้ครับ (ผมเคยเห็นอาการพังของรู USB ใน computer หรือ Notebook มานักต่อนักแล้วครับ) นั้นแปลว่า รูที่เหลือ ถ้าหากว่าเรายังพอมีเราก็จะยังใช้ต่อไปได้ยังไงล่ะครับ

- Notebook จะต้องมีรูรับไมท์อยู่ที่ไหนสักแห่งที่หน้า computer ส่วนมากจะมีรูรับเสียงใกล้ๆกับ webcam ครับ รูนี้เหมือนกับว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้ต่อไมท์ รูนี้จะเป็นรูรับเสียง เมื่อเรา Skype คุยกับใครสักคน และ รูปรับไมท์ควรจะไกลจากลำโพงด้วยน่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าคน Design Notebook เพื่อที่จะให้มีรูรับไมท์แล้วไซร้ เค้าก็จะต้องออกแบบมาให้ไกลจากลำโพงเอาไว้อยู่แล้วน่ะครับ ไม่อย่างงั้นเสียงจะวน คนปลายทางอีกทางเค้าจะได้ยินเสียงตัวเอง (แล้วก็จะมีอาการปวดหัวเมื่อเราคุยกันเค้าเหล่านั้นนานๆครับผม)

- Keyboard Notebook และตำแหน่งของปุ่มต่างๆอยู่ ณ ตำแหน่งที่ make sense ในการใช้งาน อันนี้แล้วแต่คนน่ะครับ ว่าเงื่อนไขในการใข้งานจะไม่เหมือนกัน เช่น ถ้าหากว่าเป็นผม ผมก็จะดูว่า backspace ปุ่มใหญ่เหมือนแป้นมาตราฐาน ปุ่ม Windows กดได้สะดวก เป็นต้น

- ขนาดหน้าจอแนะนำให้เป็นจอใหญ่ไว้หน่อย ประเด็นคือผมกำลังจะบอกว่า เนื่องจากตอนนี้หน้าจอจะเป็นแบบ wide screen 16:9 หรือเป็นแบบ 16:10 กันเกือบทั้งหมด ทำให้มีแนวโน้มว่าเมื่อคุณใช้งานไปนานๆ ถ้าหากว่าคุณต้องก้มมากๆ มันจะทำให้คุณเองปวดคอได้ (ซึ่งคนที่ใช้งาน computer เป็นประจำจะมีอาการนี้เป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ผมก็มีวิธีการแก้น่ะครับ อิอิ ไว้วันหลังบอกแล้วกันน่ะครับ) หน้าจอใหญ่จะทำให้มีพืนที่ทำงานมากกว่า ดูว่า resolution ที่ optimum หรือเหมาะสมนั้นเป็นเท่าไหร่ ยิ่งเลขมากยิ่งดีครับผม

- หน้าจอเป็น LED หรือ LCD แล้วแต่จะเลือก ถ้าหากว่าคุณจะดูหนังฟังเพลงแล้วหน้าจอที่เป็น LED จะให้ความสว่างและความลึกของสีได้ดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นหน้าจอที่พัฒนามากกว่า LCD แต่โดยมากแล้วจอ LED จะมีจอกระจกเงาวิ้งๆ ถ้าหากว่าคุณอยากจะได้จอด้านเพื่อลดการสะท้อน LCD เท่านั้นถึงจะเป็นทางเลือกได้น่ะครับ หน้าจอ LED จะทำให้ภาพและสีใสกว่าจอ LCD อย่างมีนัยครับ ถึงกับว่าน้องผมอาจจะเลือกเปลี่ยน computer ใหม่ด้วยเหตุผลแค่ว่า จอ LED มันให้ภาพสวยกว่าจอ LCD กันเลยก็ว่าได้

- แรมที่จะใส่ต้องใส่ให้ได้มาก มากเท่าไหร่ก็ดีเท่านั้นครับ แรมผมว่าเป็นตัวหนึ่งที่ทำหใคุณภาพของ Notebook หรือ computer ที่คุณใช้งานดูแรงขึ้นได้กันแบบเห็นๆ เพราะงั้นแล้วถามไว้หน่อยว่า ram ที่ใส่อยู่นั้นเป็นแบบไหนและจะ Up ram สูงสุดได้สักเท่าไหร่ โดยปกติแล้วตอนนี้ผมอยากจะแนะนำว่าให้ใส่ แรมเอาไว้อย่างดำ 2 GB เพราะว่า OS windows ตัวใหม่ๆจะใช้พลังงาน CPU และแรมเยอะกว่าที่เครื่อง computer เก่าๆจะใส่ได้ครับ โดยเฉพาะ Windows 7 ที่จะมี requirement spec. ที่สูงอยู่ระดับหนึ่งครับ (แน่นอนผมว่าเครื่องใหม่ของคุณเองก็จะลง OS windows ใหม่สุดเท่าที่โลกนี้จะมีครับผม และ ณ เวลานี้ Windows ยังเป็นทางเลือกเดียวที่ดีที่สุดสำหรับคนปกติ ที่ไม่ใช่พวกบ้าคอมครับ)

- Card reader ที่มีตัวอยู่กับ Notebook จะต้องรองรับ SD card หรือ flash card ที่คุณใช้กับกล้องถ่ายรูปครับ เพราะว่าถ้าหากว่าคุณถ่ายรูปแล้ว คุณจะเอาภาพเข้า computer เพื่อ Upload album Facebook หรือ Picasa แล้วนั้น ถ้าหากว่าคุณจะต้องมามัวหา card reader ที่เป็นตัวแปลงอีกก็เหนื่อยครับ  เพราะจริงแล้วตอนนี้คุณสามารถเอา SD card ใส่เข้ากับ Notebook ได้โดยตรงในหลายๆยี่ห้อของ Notebook ครับมี และใช้งานได้อย่างลงตัวก็ย่อมดีกว่าเป็นแน่แท้อยู่แล้วล่ะครับ

- DVD-ROM ตอนนี้ผมไม่ใช่ได้ใช้สักเท่าไหร่ แต่ก็ดูไว้แถมๆแต่ว่าไม่ได้เป็นประเด็นมากมายอะไรน่ะครับ แค่ว่ามันจะต้อง write ได้น่ะครับ และมันจะต้องเป็น Multi recorder คือสามารถ Burn แผ่นได้ทุกแบบไม่ว่าจะเป็น DVD บวก R หรือ DVD ลบ R หรือ CD ครับ

- Wifi จำเป็นต้องมี แต่ Bluetooth  น่าจะไม่จำเป็นในการใช้งาน ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ใช้อุปกรณ์อื่นๆที่เป็น Bluetooth แล้วนั้น ถ้าหากว่าเครื่อง Notebook เครื่องนั้นมี function Bluetooth แปลว่าคุณเสียเงินเกินจำเป็นครับ เพราะว่า ตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้ มันทำอะไรสักเท่าไหร่ครับ Wifi นั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีเพราะว่า ถ้าหากว่าคุณต้องการความ Mobile คือยก Notebook ไปที่ต่างๆนาๆแล้วเอาไว้คุย Skype ได้มันจะไม่มีสาย LAN ให้ต่อกันสักเท่าไหร่ สถานที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก หรือร้านกาแฟจะปล่อยเป็น Wifi กันทั้งนั้นครับ

ผมว่าหลักๆก็เท่านี้เองน่ะครับไม่มีอะไรมาก เพราะ อย่างที่บอกไป คือ ถ้าหากว่าคุณไปด้วยเงินจำนวนหนึ่ง เมื่อคุณถามๆร้านค้าแต่ละร้านก็จะได้ Spec. ที่ใกล้เคียงกันอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วคุณก็ไปดูประเด็นอื่นๆที่ผมว่าไปแทนก็แล้วกันครับ แล้วก็บวกกับเรื่อง Design อีกเล็กน้อยเท่านี้ผมก็ว่าคุณจะได้เครื่องที่เหมาะกับการใช้งานเป็น Notebook คุณชีวิตของคุณแล้วล่ะครับ (เลือกง่ายกว่าหาแฟนสักคนอื่นต้องเยอะว่ามั้ยล่าา ..)

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • skype โน๊ตบุ๊ค
  • เน็ตบุ๊คลงskype
  • ถ่ายเว็บแคมต้องเปิดตรงไหนของโน็ตบุ๊ค
  • ราคาโน็ดบุ๊คใช้งานทั่วไป
  • Skype versionที่ใช้กับNotebook
  • ใครเคยใข้เนทบุค เล่น สไกด์ ได้หรือไม่
  • โน๊ตบุ๊คเล่นskype
  • หาแฟลตในcam notebook ตรงไหน
  • สไกป์ กับโน๊ตบุ๊คต้องใช้หูฟังไม๊
  • สไกด์ ในโน๊ตบุ๊ค พูดไม่ได้