<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โทรต่างประเทศราคาถูก ผ่านการสมัคร Skype สอนโดย Rackmanager &#187; Freeware lover</title>
	<atom:link href="http://www.rackmanagerpro.com/category/freeware-lover/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rackmanagerpro.com</link>
	<description>ก็แค่ ... อยากจะบอก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Feb 2012 00:24:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>โหลด mp3 หรือคลิปจาก Youtube ได้ที่หน้า Youtube โดยตรงได้เลย !</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/download-youtube-google-chrome-extension/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/download-youtube-google-chrome-extension/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 00:24:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[life optimizing]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[recommend site]]></category>
		<category><![CDATA[add on firefox]]></category>
		<category><![CDATA[addon Google chrome]]></category>
		<category><![CDATA[download mp3 from youtube]]></category>
		<category><![CDATA[download youtube]]></category>
		<category><![CDATA[google chrome extension]]></category>
		<category><![CDATA[Google download youtube]]></category>
		<category><![CDATA[install Google chrome]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>
		<category><![CDATA[youtube downloader]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=1992</guid>
		<description><![CDATA[Tweet อยากโหลด Music VDO หรือว่า clip หนังจาก youtube.com ทำได้ไม่ยากแล้วน่ะครับ แต่ก่อนผมก็มีการพิมพ์อธิบายเอาไว้ครั้งหนึ่งแล้วว่า จะทำได้อย่างไร แต่ว่านั่นก็เป็นการใช้ program แยกเพื่อ download ออกมา มันก็ยังขั้นตอนเยอะกว่าแบบที่ผมกำลังจะบอกในเนื้อหาวันนี้นะครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณใช้ Google Chrome หรือว่า ใช้ Firefox คุณสามารถที่จะติดตั้ง Extension หรือเรียกอีกแบบว่า addon เพื่อทำให้ที่หน้า Youtube ของคุณมีปุ่ม Download แสดงเอาไว้แล้วก็กด download มาได้ตรงเลยไม่ต้องทำอะไรอื่นไปมากกว่านี้แล้ว&#160; เรียกว่า ง่ายที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้วล่ะครับ ! วิธีการติดตั้ง Google &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/download-youtube-google-chrome-extension/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1992" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fdownload-youtube-google-chrome-extension%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94%20mp3%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%20Youtube%20%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%20Youtube...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fdownload-youtube-google-chrome-extension%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img title="download youtube ง่ายมากๆ" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="523" alt="download youtube ง่ายมากๆ" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2012/02/downloadyoutube.jpg" width="582" border="0"> </p>
<p>อยากโหลด <strong>Music VDO</strong> หรือว่า clip หนังจาก youtube.com ทำได้ไม่ยากแล้วน่ะครับ แต่ก่อนผมก็มีการพิมพ์อธิบายเอาไว้ครั้งหนึ่งแล้วว่า จะทำได้อย่างไร แต่ว่านั่นก็เป็นการใช้ program แยกเพื่อ download ออกมา มันก็ยังขั้นตอนเยอะกว่าแบบที่ผมกำลังจะบอกในเนื้อหาวันนี้นะครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณใช้ Google Chrome หรือว่า ใช้ Firefox คุณสามารถที่จะติดตั้ง Extension หรือเรียกอีกแบบว่า addon เพื่อทำให้ที่หน้า Youtube ของคุณมีปุ่ม Download แสดงเอาไว้แล้วก็กด download มาได้ตรงเลยไม่ต้องทำอะไรอื่นไปมากกว่านี้แล้ว&nbsp; เรียกว่า ง่ายที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้วล่ะครับ ! </p>
<p><span id="more-1992"></span>
<p><strong>วิธีการติดตั้ง Google Chrome extension ตัวนี้เพื่อการ Download เพลงหรือ MV จาก Youtube ทำได้ดังต่อไปนี้น่ะครับ</strong> </p>
<p>1. ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ใช้ <a title="download Google Chrome" href="http://www.filehippo.com/download_google_chrome/" target="_blank" rel="nofollow">Google Chrome</a> ก็แนะนำว่าใช้ซะนะครับ เพราะว่า ของเค้าดีจริงๆ เข้าไป download Google Chrome มาติดตั้งได้จากที่นี่ครับผม </p>
<p>2. เมื่อคุณ<a title="Download Google Chrome" href="http://www.filehippo.com/download_google_chrome/" target="_blank" rel="nofollow">ติดตั้ง Google Chrome</a> แล้วให้เข้าไปที่ <a title="download youtube มาโดยตรงไม่ต้องผ่านโปรแกรม" href="http://www.oxytube.com/" target="_blank" rel="nofollow">http://www.oxytube.com/</a> แล้วก็กด ติดตั้ง install Youtube Downloader ครับเมื่อกดเสร็จถ้าหากว่าเป็น Firefox ก็ restart ทีนึง เหมือนกับการลง extension ทั่วไปแต่ว่าถ้าหากว่าคุณติดตั้งใน Google Chrome ก็ไม่ได้ต้องทำอะไรมากทำขั้นตอไปได้เลย</p>
<p><img title="downlad youtube as MP3 or MP4" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="309" alt="downlad youtube as MP3 or MP4" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2012/02/YouTubeDownloaderFreeDownloadYouTubevideosasMP3orMP4inHDGoogleChrome.jpg" width="588" border="0"> </p>
<p>3. เข้าไปที่หน้า <a title="Youtube.com" href="http://www.youtube.com" target="_blank" rel="nofollow">Youtube.com</a> จะเห็นว่าที่ด้านล่างจะมีปุ่ม Download แสดงอยู่ใหม่น่ะครับ โดยถ้าหากว่าคุณอยากจะ download เพื่อเอาแค่เป็นเพลงก็กดเลือกเป็น mp3 กดแล้ว เราก็เลือกที่ save หรือว่ามันก็จะ download ไปยังตำแหน่งที่คุณตั้งเอาไว้ทันที ไม่ถามอะไรมากกว่านี้น่ะครับ หรือว่าถ้าหากว่า คุณอยากจะเก็บเอาไว้เป็น VDO เปิดไว้ดู Offiline ในเครื่อง computer หรือ Notebook ของคุณเอง ก็เลือกเป็น resolution&nbsp; อื่นๆที่คุณต้องการครับ โดยบาง VDO จะมีความละเอียดมากถึง 1080p กันเลยล่ะครับ แต่ว่าถ้าหากว่าเป็น youtube file เก่าๆจะมีความละเอียดไม่มาก แค่ 480p เท่านั้น ก็แล้วแต่ว่า ตอนที่เค้า upload เค้าปรับขนาดความละเอียดให้เป็นเท่าไหร่ </p>
<p><img title="Download youtube กดได้ที่นี่ทันทีไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว !" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="213" alt="Download youtube กดได้ที่นี่ทันทีไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว !" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2012/02/downloadyoutubeWindowsPictureandFaxViewer.jpg" width="304" border="0"> </p>
<p>เท่านี้คุณก็จะได้ content Youtube มาเก็บเอาไว้ในเครื่องเพื่อดูได้แบบไม่กระตุก กันแล้วหรือว่าจะเอาไปใส่เป็นแผ่นเพื่อฟังเป็น mp3 ในรถยนต์ก็ได้ครับ หรือว่า&nbsp; … อืม ผมมีแผนว่าจะ download AK48 เอาไปดูใน youtube สักกะหน่อยครับ ไว้ถ้าหากว่ามีอะไรเจ๋งๆอีก หรือว่าเร็วกว่านี้อีก ในการ download file จาก youtube แล้วล่ะก็ จะมา post ใหม่อีกรอบ แต่ว่าคิดว่าไม่น่ามีแล้วล่ะครับ เพราะว่า นี่ก็กระบวนการที่สั้นทีสุดในโลกแล้วล่ะครับ ไว้ลองดูกันเอาเองแล้วกันเนาะ </p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>youtube download</li><li>วิธีการดาวน์โหลดเพลง youtubeในgoogle chrome</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/download-youtube-google-chrome-extension/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการโหลด mp3 หรือโหลดวิดีโอจาก Youtube มาเก็บเอาไว้ที่เครื่องด้วย software SongR</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/download-mp3-from-youtube/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/download-mp3-from-youtube/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Jan 2012 14:39:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[download mp3]]></category>
		<category><![CDATA[download mp3 from youtube]]></category>
		<category><![CDATA[download youtube]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการโหลด mp3 จาก youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=1954</guid>
		<description><![CDATA[Tweet&#160; ถ้าหากว่าคุณหาเพลงใน internet โดยปกติแล้วคุณจะติดโหลดจาก Bit Torrent ซึ่งผมแนะนำว่าการหาเพลงที่อยากจะฟังให้ได้ครบทั้ง collection นั้นทำได้ยากมากครับ เพราะ ถ้าหากว่าคุณ ค้นหาแล้วคนที่ Seed bit นั้นไม่ได้พิมพ์บอกชื่อเพลงอะไรไว้ ให้ตายคุณก็หาเพลงนั้นไม่เจอครับ แย่กว่านั้นก็คือ Google นั้นจะไม่ support ผลการค้นหากับ website ที่เป็นประเภท Bit Torrent ครับ ถ้าหากว่าคุณค้นหาด้วย Google ก็จะเจอผลการค้นหาที่คุณอยากได้น้อยลงไปเรื่อยๆทุกทีๆครับ วิธีการได้มาซึ่งเพลงที่อยากจะได้เป็นรายเพลงนั้น สามารถทำได้โดยการค้นหาผ่าน Youtube นั่นเองครับ เพราะ เมื่อคุณค้นหาเพลงอะไรก็ตามใน Google ก็จะมีผลการค้นหาของ youtube แสดงอยู่ด้วยทุกครั้งไป ในเมื่อเป็นเช่นนี้การโหลดเสียงจาก &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/download-mp3-from-youtube/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1954" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fdownload-mp3-from-youtube%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94%20mp3%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%20Youtube...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fdownload-mp3-from-youtube%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2012/01/Songr.jpg" target="_blank"><img title="Songr download song from youtube.com website" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="373" alt="Songr download song from youtube.com website" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2012/01/Songr_thumb.jpg" width="580" border="0"></a>&nbsp;
</p>
<p>ถ้าหากว่าคุณหาเพลงใน internet โดยปกติแล้วคุณจะติดโหลดจาก Bit Torrent ซึ่งผมแนะนำว่าการหาเพลงที่อยากจะฟังให้ได้ครบทั้ง collection นั้นทำได้ยากมากครับ เพราะ ถ้าหากว่าคุณ ค้นหาแล้วคนที่ Seed bit นั้นไม่ได้พิมพ์บอกชื่อเพลงอะไรไว้ ให้ตายคุณก็หาเพลงนั้นไม่เจอครับ แย่กว่านั้นก็คือ Google นั้นจะไม่ support ผลการค้นหากับ website ที่เป็นประเภท Bit Torrent ครับ ถ้าหากว่าคุณค้นหาด้วย Google ก็จะเจอผลการค้นหาที่คุณอยากได้น้อยลงไปเรื่อยๆทุกทีๆครับ
<p>วิธีการได้มาซึ่งเพลงที่อยากจะได้เป็นรายเพลงนั้น สามารถทำได้โดยการค้นหาผ่าน Youtube นั่นเองครับ เพราะ เมื่อคุณค้นหาเพลงอะไรก็ตามใน Google ก็จะมีผลการค้นหาของ youtube แสดงอยู่ด้วยทุกครั้งไป </p>
<p><span id="more-1954"></span>
<p>ในเมื่อเป็นเช่นนี้การโหลดเสียงจาก Youtube โดยตรงก็จะทำให้คุณได้ file เพลงที่คุณอยากจะได้แบบตรงๆเหมือนกัน ไม่ต้องออกแรง download ผ่านระบบ บิตแต่อย่างใด แล้วก็ไม่ต้องรอนานอีกต่างหากครับ<br />
<h2>วิธีการโหลดเพลงหรือโหลด youtube บน Windows ทำด้วยวิธีการต่อไปนี้ </h2>
<p>1. download Freeware ที่ชื่อ <a title="download SongRเพื่อโหลด avi หืรอ mp3 จาก youtube" href="http://www.rackmanagerpro.com/file-upload/Songr.zip" target="_blank" rel="nofollow">SongR</a> แล้วติดตั้งที่เครื่องในเครื่อง<br />2. เมื่อติดตั้งแล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะมีหน้าตาเหมือนภาพด้านบนสุด<br />3. ให้คุณเอา URL ของ Youtube ใส่ที่ช่องด้านขวาบนสุด เท่านั้น มันก็จะถามว่า จะเก็บ file ไว้ที่ไหน<br />4. ตอนที่จะเก็บ file นั้นให้เราเลือกประเภทหน่อยว่าจะเป็น avi file หรือว่าเป็น mp3 file ครับ โดยถ้าหากว่าอยากได้เป็นเพลงเพื่อเอาไปฟังที่รถหรือว่าในเครื่องโทรศัพท์ของคุณได้นั้นเลือกเป็น mp3 แต่ว่าถ้าหากว่าอยากจะได้ทั้งภาพและเสียงแบบเต็มๆ ก็ให้เลือกเป็น avi file ครับ เท่านั้น เมื่อเลือกแล้ว มันก็จะโหลดทันที</p>
<p><img title="Save As mp3 หรือว่าเป็น avi แล้วแต่ว่าอยากจะได้ file ภาพและเสียง หรือว่าเสียงอย่างเดียว " style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="420" alt="Save As mp3 หรือว่าเป็น avi แล้วแต่ว่าอยากจะได้ file ภาพและเสียง หรือว่าเสียงอย่างเดียว " src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2012/01/SaveAs.jpg" width="563" border="0"> </p>
<p><strong><u>note </u></strong>: เมื่อคุณโหลดมาได้ให้ลองฟังสักรอบก็จะดีครับเพราะถ้าหากว่า Youtube มันเอ๋อๆ จะทำให้คุณได้ file mp3 ที่โหลดมาเป็นแบบเอ๋อๆด้วยเหมือนกันคือ มันจะหลุดๆดับๆครับ (แต่ว่าส่วนน้อยครั้งที่จะเจอครับ) ผมลองโหลดมาทั้งหมด 24 เพลงเจอปัญหาทั้งหมด 2 เพลงที่เสียงขาดไปครับ </p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>ส่ง file เพลงทางwhatsapp</li><li>เก็บ youtube ไว้ในเครื่อง</li><li>youtubeคนเย็ดคน</li><li>การโหลดเพลง ผ่านยูทูป</li><li>โหลด youtube ได้ดูในเครื่่อง</li><li>วิธีเซฟวีดีโอจากยูทูป</li><li>วิธีโหลดยูทูบจากบิด</li><li>วิธีโหลด youtube</li><li>วิธีโหลด mp3 ในiPhone</li><li>สอนวิธีโหลดเพลงmp3</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/download-mp3-from-youtube/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>share หน้าจอด่วนๆ หาเพื่อนใน Skype ด้วย Skyperemote</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/skype-share-screen/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/skype-share-screen/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Dec 2011 02:51:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[life optimizing]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[skype instuction]]></category>
		<category><![CDATA[online skype]]></category>
		<category><![CDATA[online tools]]></category>
		<category><![CDATA[produtivity tools]]></category>
		<category><![CDATA[remote Desktop]]></category>
		<category><![CDATA[remote screen]]></category>
		<category><![CDATA[remoteSkype]]></category>
		<category><![CDATA[screencast]]></category>
		<category><![CDATA[share screen via Skype account]]></category>
		<category><![CDATA[skype]]></category>
		<category><![CDATA[skype app]]></category>
		<category><![CDATA[skype application]]></category>
		<category><![CDATA[skype call]]></category>
		<category><![CDATA[skype extension]]></category>
		<category><![CDATA[skype internet call]]></category>
		<category><![CDATA[skype share]]></category>
		<category><![CDATA[skype share Desktop]]></category>
		<category><![CDATA[skype user app]]></category>
		<category><![CDATA[skyperemote]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/skype-share-screen/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet การ share screen หรือการโชว์หน้าจอของเราไปยังคอมพิวเตอร์คนอื่นเพื่อให้คนอื่นได้เห็นว่าหน้าจอเราขึ้นว่าอะไรนั้น ตอนนี้สามารถทำได้หลายวิธีการมากๆ แบบเร็วๆ เมื่อครั้งก่อนผมได้เล่นเกี่ยวกับการ share ผ่าน Google Chrome เอาไว้แล้วอ่านเพิ่มเติมได้จากที่นี่ แต่สำหรับครั้งนี้ จะเป็นการ share Screen ผ่าน Login ของ Skype เลยครับ เรียกว่า คนที่ใช้ Skype เพื่อติดต่อระหว่างกันเป็นประจำก็ไม่จำเป็นต้องเปิด Program อื่นเพื่อจะ share หน้าจอคอมกันแล้วครับ วิธีการที่จะทำให้ Skype share หน้าจอกันได้นั้น คนที่ share (คนที่อยากจะให้คนอื่นดูหน้าจอ) และคนที่ต้องการจะรับ share (หรือดูหน้าจอคนอื่นเค้า) &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/skype-share-screen/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1827" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fskype-share-screen%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=share%20%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%86%20%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%20Skype%20%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%20Skyperemote&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fskype-share-screen%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img style="background-image: none; border-bottom: 0px; border-left: 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-top: 0px; margin-right: auto; border-right: 0px; padding-top: 0px" title="Share Skype screencast" border="0" alt="skype หน้าจอหาเพื่อนใน Skype" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/share-creen-skype.jpg" width="460" height="241"></p>
<p>การ share screen หรือการโชว์หน้าจอของเราไปยังคอมพิวเตอร์คนอื่นเพื่อให้คนอื่นได้เห็นว่าหน้าจอเราขึ้นว่าอะไรนั้น ตอนนี้สามารถทำได้หลายวิธีการมากๆ แบบเร็วๆ เมื่อครั้งก่อนผมได้เล่นเกี่ยวกับการ <a title="share screen on Chrome Google" href="http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-remote-desktop-extension/" target="_blank">share ผ่าน Google Chrome</a> เอาไว้แล้วอ่านเพิ่มเติมได้จากที่นี่ แต่สำหรับครั้งนี้ จะเป็นการ share Screen ผ่าน Login ของ Skype เลยครับ เรียกว่า คนที่ใช้ Skype เพื่อติดต่อระหว่างกันเป็นประจำก็ไม่จำเป็นต้องเปิด Program อื่นเพื่อจะ share หน้าจอคอมกันแล้วครับ</p>
<p>วิธีการที่จะทำให้ Skype share หน้าจอกันได้นั้น คนที่ share (คนที่อยากจะให้คนอื่นดูหน้าจอ) และคนที่ต้องการจะรับ share (หรือดูหน้าจอคนอื่นเค้า) จะต้องติดตั้ง Skype add on เพิ่มเติมเข้าไป หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเป็น Skype Extension ก็ได้ครับ (แต่ว่าตอนนี้เริ่มมีการเรียกเป็น Skype App แทนแล้ว) โดยเข้าไปโหลด Skype extension ที่ใช้ว่า <a title="share screen with Skype" href="http://scand.com/products/skyremote/install.html" rel="nofollow" target="_blank">SkypeRemote</a> เพื่อให้ <a title="share skype screen computer via Skype Remote" href="http://scand.com/products/skyremote/install.html" rel="nofollow" target="_blank">share หน้าจอกันได้ผ่าน Link นี้</a></p>
<p>เมื่อติดตั้งแล้ว คุณก็เริ่มใช้งานได้ทันที โดยตอนแรกที่เปิด program จะการถามว่าจะอนุญาตให้โปรแกรม Skyperemote นี่ใช้งาน Skype หรือไม่ก็ตอบเข้าไปว่า &#8220;Allow Access&#8221; ครับ เท่านั้นก็จะใช้งานกันได้แล้ว </p>
<p><strong>วิธีการใช้งาน <a title="skype remote share desktop computer with Skype" href="http://scand.com/products/skyremote/install.html" rel="nofollow" target="_blank">Skyperemote</a></strong></p>
<p>เข้าไปที่ Skype แล้วก็เลือกชื่อเพื่อนเราที่เราอยากจะ share หน้าจอ หรืออยากจะ remote กันได้ครับ โดยการ click ขวาที่ชื่อเพื่อนเราก็จะมีบอกว่า share your screen ให้เห็นครับ เมื่อเรากดแล้ว ก็จะเอาหน้าจอแสดงให้เพื่อน Skype คนนั้นๆดูครับ เมื่อกดแล้วมันจะเหมือนเป็นการเรียก call out ออกมาผ่าน internet โดยอีกฝ่ายจะรับเป็น call ธรรมดา (ที่มีแต่เสียง) หรือจะรับเป็นแบบ vdo call ก็ได้เหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองกรณีจะมีการ share หน้าจอคอมไปด้วยครับ แค่นี้คนฟากกระนู้นก็จะมีหน้าจอของเราแล้วล่ะครับ ง่าย สะดวกและเร็วมากๆ สำหรับคนที่ใช้ Skype อยุ่แล้วเป็นประจำครับ ลองดูแล้วกันน้อ</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>หาเพื่อน skype</li><li>skype แชร์หน้าจอ</li><li>แชร์หน้าจอ skype</li><li>skype โชว์หน้าจอ</li><li>share หน้าจอ skype</li><li>หา เพื่อน skype online</li><li>การหาเพื่อนใน skype</li><li>ต้องการให้เพื่อนเห็นหน้าจอเราในskype</li><li>skype share หน้าจอ</li><li>โชว์หน้าจอ skype</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/skype-share-screen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอนการ update iOS 5.0.0 เป็น iOS 5.0.1 แบบไม่ต้องต่อคอม</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/update-ios5-with-wifi/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/update-ios5-with-wifi/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Nov 2011 07:37:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[apple iphone IOS update]]></category>
		<category><![CDATA[iOS 5 version]]></category>
		<category><![CDATA[iOS5]]></category>
		<category><![CDATA[iphone]]></category>
		<category><![CDATA[update iOS]]></category>
		<category><![CDATA[update iphone]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/update-ios5-with-wifi/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet&#160; iOS 5.0.0 ทาง Apple ก็ยอมรับออกมาว่า มันทำให้เครื่อง iPhone ของคุณกินถ่านมากกว่าเดิมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเตือน ตามสถานที่ (ที่ผมคิดว่ามันจะเป็นการเปิด Location GPS เพื่อตรวจดูว่า เราอยู่ที่ไหนตลอดเวลา ซึ่งผมว่าถ้าหากว่ามันกินถ่านขนาดนี้ก็ไม่คุ้มกับการใช้งานแต่อย่างใด ) แต่แล้วก็เป็นว่า Apple ก็ออกมาปล่อย iOS 5.0.1 เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน Batter หรืออายุแบท ให้ใช้ได้นานกว่าเดิม (แต่ว่าก็ไม่รู้อยู่ดี เค้าแก้อะไรทีไหนอย่างไร) เอาเป็นว่า ก็ต้องลอง update version กันดูครับ แต่ว่างวดนี้ การ update หลังจาก iPhone เป็น &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/update-ios5-with-wifi/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1755" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fupdate-ios5-with-wifi%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20update%20iOS%205.0.0%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%20iOS%205.0.1...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fupdate-ios5-with-wifi%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p>&nbsp;</p>
<p><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; margin: 0px auto; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: block; float: none; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="IOS5" border="0" alt="หน้าจอการ update IOS 5 " src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/11/IOS5.jpg" width="304" height="454"><br /><strong>iOS 5.0.0</strong> ทาง Apple ก็ยอมรับออกมาว่า มันทำให้เครื่อง iPhone ของคุณกินถ่านมากกว่าเดิมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเตือน ตามสถานที่ (ที่ผมคิดว่ามันจะเป็นการเปิด Location GPS เพื่อตรวจดูว่า เราอยู่ที่ไหนตลอดเวลา ซึ่งผมว่าถ้าหากว่ามันกินถ่านขนาดนี้ก็ไม่คุ้มกับการใช้งานแต่อย่างใด ) แต่แล้วก็เป็นว่า Apple ก็ออกมาปล่อย iOS 5.0.1 เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน Batter หรืออายุแบท ให้ใช้ได้นานกว่าเดิม (แต่ว่าก็ไม่รู้อยู่ดี เค้าแก้อะไรทีไหนอย่างไร) เอาเป็นว่า ก็ต้องลอง update version กันดูครับ</p>
<p>แต่ว่างวดนี้ การ update หลังจาก iPhone เป็น version 5.0 แล้วก็จะสามารถที่จะ update ผ่าน wifi ได้ทันที โดยไม่ต้องต่อเข้ากับ iTunes ก็ทำได้ ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสลองซึ่ง มันก็ควรจะทำอย่างงี้ได้ตั้งนานแล้ว (เฮ้อ..) </p>
<p>วิธีการนี้ เราเรียกกับว่า เป็นการ update version กลางอากาศกันเลยก็ว่าได้ โดย wifi นั้นไม่จำเป็นต้อง wifi จากบ้านคุณ จะเป็น wifi ทีไหนก็ได้ขอแค่เป็น internet connection แบบ wifi เท่านั้นเองครับ </p>
<p><strong>วิธีการ update กลางอากาศจาก iOS 5.0.0 เป็น iOS 5.0.1 ก็มีวิธีการต่อไปนี้</strong></p>
<p>1. ต่อสัญญาณวายฟาย (ที่ไหนก็ได้)<br />2. Settings &gt; generals &gt; software update &gt; download &amp; install &gt; agree<br />3. รอเครื่องมันจะดาวน์โหลดใช้เวลา และ มันจะติดตั้งตัวเอง<br />อาจกินเวลาทั้งหมด 15 นาที ระหว่างนั้นอาจจะใช้เครื่องไม่ได้<br />4. เครื่องเมื่อติดตั้งเลร็จมันจะรีเซ็ทเครื่องตัวเอง 1 ครั้ง และทุกอย่างจะกลับมาหน้าตาเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด</p>
<p>แน่นอนว่าหลังจากนี้เราจะไม่ต้องพึ่งพา computer เพื่อการ update กันอีกแล้ว และการ update ก็ไม่ได้จำเป็นต้อง backup อะไรครับ&nbsp; &#8230;&nbsp; อืมก็เป็นการแอบเสี่ยงนิดหน่อยแต่ก็ไม่มากน่ะครับ เพราะว่า ส่วนตัวแล้ว ภาพทั้งหมดผมก็ backup ขึ้น Picasa เอาไว้ถ้าหากว่ามันเป็น Trip เดินทางต่างประเทศที่ควรค่าแก่การเก็บเอาไว้ และ พวก contact list ผมก็เก็บเข้าไป Google Gmail กันหมดแล้วน่ะครับ ทำให้เครื่องผมไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ครับ เอาเป็นว่าถ้าหากว่า Apple เค้าให้ทำแบบนี้ได้แล้วแสดงว่าต้องมั่นใจในขั้นตอนว่า มันจะไม่ทำให้ file ต่างๆเจ้งแล้วล่ะครับ ลองกันเอาเองแล้วกัน</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>ios 5 0 0 download</li><li>ios 5 0 0</li><li>การอัพเดท iphone iso 5</li><li>วิธีโหลด iso 5</li><li>อัพเดทไอโฟน4 เป็นiso 5 0</li><li>อัพเดท iso 5 ไม่ได้</li><li>อัพเดท iso 5</li><li>iso 5 iphone มีอะไรใหม่</li><li>วิธีลง iso 5</li><li>อัพเดทiso5</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/update-ios5-with-wifi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Chrome Remote Desktop : สุดยอด Chrome App เพื่อการ remote ดูหน้าจอกันข้ามเครื่องทุก Platform</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-remote-desktop-extension/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-remote-desktop-extension/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Oct 2011 16:00:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[chrome extension]]></category>
		<category><![CDATA[google chrome]]></category>
		<category><![CDATA[remote Desktop]]></category>
		<category><![CDATA[remote Desktop Cross Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Teamviewer]]></category>
		<category><![CDATA[Teamviwer Software]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-remote-desktop-extension/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ computer เป็นประจำ อยากจะให้คนอื่นที่เค้ารู้ว่าต้องทำอะไรอย่างไรทำแทน การแค่อธิบายผ่านทางโทรศัพท์หรือแค่พิมพ์ chat อย่างเดียวจะไม่พอ สำหรับการช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่อง computer ครับ ถ้าหากว่าทำได้ก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก และกดดันคนช่วยเหลือเป็นอย่างมาก เพราะ อธิบายสื่อสารกันได้อย่างไม่เข้าใจกันได้ง่ายๆ โดยมากแล้วคนที่เป็นคนช่วยเหลือ และคนที่ได้รับความช่วยเหลือจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ software หรือ การใช้งาน computer โปรแกรมนั้นๆแตกต่างกันมาก ทำให้แค่แรกอะไรอีกฝ่ายก็จะไม่เข้าใจแล้ว ทำให้จำเป็นอย่างยิ่ง&#160; เพื่อให้การช่วยเหลือกันนั้น ต้องแสดงหน้าจอภาพให้เห็น หรือว่าจะดีกว่านั้นก็คือ การอนุญาตให้ &#8220;คนที่ช่วยเหลือ&#8221; เห็นหน้าจอของ &#8220;คนที่ต้องการจะถูกช่วยเหลือ&#8221; ผ่าน internet จะเป็นการดีที่สุดครับ วิธีการที่ง่ายที่สุดเท่าที่ผมจะแนะนำก็คือ การใช้ Google Chrome Remote Desktop &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-remote-desktop-extension/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1717" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fgoogle-chrome-remote-desktop-extension%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=Chrome%20Remote%20Desktop%20%3A%20%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%20Chrome%20App%20%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20remote...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fgoogle-chrome-remote-desktop-extension%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><a title="Download Google Chrome Remote Desktop Extension" href="https://chrome.google.com/webstore/detail/gbchcmhmhahfdphkhkmpfmihenigjmpp#" target="_blank" rel="nofollow"><img title="Chrome Remote Desktop " style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="276" alt="Chrome Remote Desktop " src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/ChromeRemoteDesktopBETAChromeWebStoreGoogleChrome_2.jpg" width="576" border="0"></a>
<p>สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ computer เป็นประจำ อยากจะให้คนอื่นที่เค้ารู้ว่าต้องทำอะไรอย่างไรทำแทน การแค่อธิบายผ่านทางโทรศัพท์หรือแค่พิมพ์ chat อย่างเดียวจะไม่พอ สำหรับการช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่อง computer ครับ ถ้าหากว่าทำได้ก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก และกดดันคนช่วยเหลือเป็นอย่างมาก เพราะ อธิบายสื่อสารกันได้อย่างไม่เข้าใจกันได้ง่ายๆ
<p>โดยมากแล้วคนที่เป็นคนช่วยเหลือ และคนที่ได้รับความช่วยเหลือจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ software หรือ การใช้งาน computer โปรแกรมนั้นๆแตกต่างกันมาก ทำให้แค่แรกอะไรอีกฝ่ายก็จะไม่เข้าใจแล้ว ทำให้จำเป็นอย่างยิ่ง&nbsp; เพื่อให้การช่วยเหลือกันนั้น ต้องแสดงหน้าจอภาพให้เห็น หรือว่าจะดีกว่านั้นก็คือ การอนุญาตให้ &#8220;คนที่ช่วยเหลือ&#8221; เห็นหน้าจอของ &#8220;คนที่ต้องการจะถูกช่วยเหลือ&#8221; ผ่าน internet จะเป็นการดีที่สุดครับ
<p>วิธีการที่ง่ายที่สุดเท่าที่ผมจะแนะนำก็คือ การใช้ <a title="Google Chrome Desktop" href="https://chrome.google.com/webstore/detail/gbchcmhmhahfdphkhkmpfmihenigjmpp#" target="_blank" rel="nofollow">Google Chrome Remote Desktop</a> ครับ เพราะ มันสามารถที่จะทำให้ &#8220;คนช่วยเหลือ&#8221; เห็นหน้าจอของ &#8220;คนที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ&#8221; ผ่าน internet ได้ทันทีแบบง่ายๆครับ </p>
<p><span id="more-1717"></span><br />
<h2>งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าสำหรับการติดตั้ง Chrome Remote Desktop </h2>
<p><strong>1. ทำการติดตั้ง Google Chrome เสียก่อน :</strong>
<p>&#8220;คนที่ต้องการจะได้รับความช่วยเหลือ&#8221; ต้องติดตั้ง Chrome เสียก่อน ถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้ติดตั้งแล้วล่ะก็ให้ไปติดตั้งไว้จาก <a href="http://www.google.com/chrome">http://www.google.com/chrome</a> เมื่อเปิดหน้าแล้วก็กด Download Google Chrome ครับเมื่อโหลดแล้วก็ดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ที่เพิ่งจะ Download มาครับ มันก็จะทำการติดตั้ง <img title="Google-chrome" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="34" alt="Google-chrome" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/Googlechrome.jpg" width="86" border="0"> ไปที่เครื่อง computer ของคุณครับ
<p>2. เมื่อติดตั้งแล้วจะมี Program ใหม่ขึ้นมาที่หน้าแรกของ Windows ครับ (หรือเราจะเรียกว่าที่หน้าDesktop นั่นน่ะหละ) แล้วทีนี้ก็เปิด Program นี้ขึ้นครับ Program ที่ว่านี้ชื่อว่า Google Chrome
<p>3. เมื่อเปิดแล้วให้กดเข้าไปที่ <a title="remote Google Chrome extension" href="https://chrome.google.com/webstore/detail/gbchcmhmhahfdphkhkmpfmihenigjmpp#" target="_blank" rel="nofollow">Link นี้เพื่อไปยังหน้า Download Google Chrome remote</a> แล้วกด <img title="add-to-chrome" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="24" alt="add-to-chrome" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/addtochrome.jpg" width="112" border="0"> ครับ จะเป็นการ Download file ขนาด 17 MB โดยประมาณแล้วมันก็จะติดตั้งของมันเองครับ
<p>4. เมื่อกดแล้ว เมื่อมันโหลดเสร็จมันก็จะกลับมาที่หน้าเดิมครับ โดยปุ่มจาก Add to Chrome ก็จะกลายมาเป็น <img title="Chrome Remote Desktop BETA - Chrome Web Store - Google Chrome" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="23" alt="Chrome Remote Desktop BETA - Chrome Web Store - Google Chrome" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/ChromeRemoteDesktopBETAChromeWebStoreGoogleChrome.jpg" width="82" border="0"> แทนครับ หรือถ้าหากว่ามันไม่ขึ้นก็ให้กดปิด Google Chrome ไปเสียแล้วก็เปิดใหม่อีกรอบ มันก็จะมี Google Chrome remote <img title="remote-chrome" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="49" alt="remote-chrome" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/remotechrome.jpg" width="44" border="0"> แสดงอยู่ ก็ให้กดที่นั่นก็ได้เหมือนกันน่ะครับ
<p>5. เมื่อกดแล้ว มันก็จะบอกว่า App นี้มันจะเข้าถึงอะไรต่อมิอะไรของเครื่อง เราก็กดอนุญาตให้มันทำอย่างงั้นได้หมดน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณไม่อนุญาตคุณก็จะแสดงหน้าจอให้กับคนอื่นไม่ได้ ยังไงซะถ้าหากว่าคุณอ่านบทความนี้แล้วล่ะก็แสดงว่าคุณต้องการจะ share หน้าจอให้คนอื่นได้เห็นอยู่แล้วล่ะครับ แต่ว่าไม่ต้องตกใจไม่ได้แปลว่าใครๆ ก็จะเข้าไปดูหน้าจอ computer ของคุณได้หรอกน่ะครับ เพราะ มันต้องก็ต้องมีรหัสยังไงล่ะ ทำขั้นตอนต่อไปได้เลยน่ะครับ
<p>6. สำหรับคนที่จะ share หน้าจอไปให้คนอื่นเห็นเมื่อกดผ่านขั้นตอนที่ 5 แล้วเราก็จะเห็นหน้าจอเหมือนกับด้านล่างครับ ให้กด share this computer <br /><img title="share-this-computer" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-right-width: 0px" height="332" alt="share-this-computer" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/sharethiscomputer.jpg" width="696" border="0">
<p>7. สำหรับคนที่จะ share computer ก็ให้กด <img title="Chrome Remote Desktop BETA - Google Chrome" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="48" alt="Chrome Remote Desktop BETA - Google Chrome" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/ChromeRemoteDesktopBETAGoogleChrome.jpg" width="123" border="0"> ต่ออีกรอบ
<p>8. เมื่อกด share this computer แล้ว มันก็จะมี รหัสแสดงอยู่ครับ (เหมือนกับหน้าจอด้านล่างแต่ว่า รหัสจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละครั้งน่ะครับ) ให้คุณบอกรหัสตัวเลขทั้งหมดที่คุณเห็น<strong><u>ที่หน้าจอของเครื่อง computer คุณเอง</u></strong>ให้กับ “คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ” คุณผ่านทาง IM หรืออะไรก็ได้ครับ โทรศัพท์ไปบอกก็ได้น่ะครับ หรือจะ Msn ไปบอกก็ได้เหมือนกันน่ะครับ
<p><img title="รหัสสำหรับบอกให้คนที่จะเข้าดู computer เรา" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="366" alt="รหัสสำหรับบอกให้คนที่จะเข้าดู computer เรา" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/ChromeRemoteDesktopBETAGoogleChrome_2.jpg" width="643" border="0">
</p>
</p>
<p>9. เมื่อคุณบอกแล้ว คนที่จะทำหน้าที่เข้าดูหน้าจอคุณก็ต้องทำ ข้อ 1 –5 เหมือนกันน่ะครับ แต่ว่าสำหรับขั้นตอนที่ 6 จะกดเป็น access shared computer แทน และสำหรับขั้นตอนที่ 8 ก็จะเป็นการกรอกรหัสของ “คนที่อยากจะขอความช่วยเหลือ” เข้าไปแทนครับ </p>
<p>เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการปั้บก็จะทำให้ คนที่อยากจะช่วยเหลือ ทางด้าน computer ก็จะเข้าไปดูหน้าจอคนที่ต้องการความช่วยเหลือได้แล้วล่ะครับ จริงๆแล้วผมว่ามันไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมายน่ะครับ แต่ว่าที่ดูเหมือนกับว่าผมอธิบายเยิ่นเย้อหน่อยเพราะว่า อาจจะมีบางคนยังไม่ได้รู้จักแม้กระทั่ง Google Chrome ก็เลยต้องไล่มาตั้งแต่การติดตั้ง Google Chrome ครับ แต่ว่าถ้าหากว่าติดตั้งอะไรแล้ว หรือว่ารู้เรื่องแล้ว จริงๆแล้ว เราก็แค่ Launch App ขึ้นมาทันทีแล้วก็เลขรหัสลับกันเท่านั้นก็ต่อภาพแสดงหน้าจอหากันได้ทันทีแล้วล่ะครับ แบบว่าเร็วสุดๆจริงครับ และสะดวกกว่าวิธีการอื่นๆมากมายนะ ยังไงลองใช้อันนี้ดูน่ะครับแล้วจะรู้ว่ามันดียังไง !</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>chrome remote desktop</li><li>chome remote desktop</li><li>chome remote</li><li>วิธีแชร์หน้าจอ skype</li><li>remote chome</li><li>chrome app</li><li>remote desktop chome</li><li>วิธีติดตั้งgoogle chrome หน้าเดชท็อป</li><li>โปรแกรม remote desktop ที่ดีที่สุด</li><li>การทำ Remote App</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-remote-desktop-extension/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการตั้งเวลาส่งเมล์ล่วงหน้าด้วย Extension Boomerang สำหรับ Gmail เท่านั้น</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/schedule-send-gmail-timer/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/schedule-send-gmail-timer/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2011 07:05:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[auto inbox]]></category>
		<category><![CDATA[auto send]]></category>
		<category><![CDATA[auto sending email]]></category>
		<category><![CDATA[gmail account]]></category>
		<category><![CDATA[scheduling email send]]></category>
		<category><![CDATA[sending email auto]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87-b/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet อีก function การใช้งานของ email ที่หายไป คือระบบที่ตั้งเวลาเพื่อที่จะส่ง email ล่วงหน้าได้ซึ่ง ตอนนี้คนที่ใช้ Gmail อยู่อาจจะต้องร้องเฮกันดังๆเลยดีกว่า เพราะว่า Function การตั้งเวลาเพื่อส่ง email ล่วงหน้าตอนนี้คุณทำได้แล้ว แต่มันไม่ได้เป็น function แบบ official จาก Google โดยตรงแต่อย่างใดแต่ว่าต้องเป็น Functions เสริมผ่านการใช้งาน Browser ไม่ว่าจะเป็น Chrome หรือ Firefox ก็แล้วล่ะครับ เข้าไปติดตั้งได้จากที่นี่ครับผม http://www.boomeranggmail.com/ วิธีการติดตั้งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร คือ อย่างที่ผมบอกก็คือ คุณใช้เป็น Chrome หรือเป็น &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/schedule-send-gmail-timer/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1650" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fschedule-send-gmail-timer%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fschedule-send-gmail-timer%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="gmail-boomerang" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/09/gmail-boomerang.jpg" alt="gmail account send auto email to the future" width="632" height="204" border="0" /><br />
อีก <strong>function</strong> การใช้งานของ <strong>email</strong> ที่หายไป คือระบบที่ตั้งเวลาเพื่อที่จะส่ง email ล่วงหน้าได้ซึ่ง ตอนนี้คนที่ใช้ <strong>Gmail</strong> อยู่อาจจะต้องร้องเฮกันดังๆเลยดีกว่า เพราะว่า Function การตั้งเวลาเพื่อส่ง email ล่วงหน้าตอนนี้คุณทำได้แล้ว แต่มันไม่ได้เป็น function แบบ official จาก Google โดยตรงแต่อย่างใดแต่ว่าต้องเป็น Functions เสริมผ่านการใช้งาน Browser ไม่ว่าจะเป็น Chrome หรือ Firefox ก็แล้วล่ะครับ</p>
<p>เข้าไปติดตั้งได้จากที่นี่ครับผม <a title="gmail auto pilot" href="http://www.boomeranggmail.com/" rel="nofollow" target="_blank">http://www.boomeranggmail.com/</a></p>
<p>วิธีการติดตั้งก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร คือ อย่างที่ผมบอกก็คือ คุณใช้เป็น Chrome หรือเป็น Firefox version update หน่อยเท่านั้น แล้วก็เข้าไปที่ Link ที่ผมส่งให้ดูตะกี้นี้ แล้วก็กด install Boomerang ที่เป็นปุ่มแค่ปุ่มเดียวที่หน้า website ครับผม</p>
<p><strong>ตั้งเวลาส่ง Email ล่วงหน้าได้ว่าจะมันส่งตอนไหน</strong></p>
<p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="send-later" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/09/send-later1.jpg" alt="send gmail later auto" width="454" height="419" border="0" /></p>
<p>หลักการทำงานของมันก็ไม่ยาก คือ ตอนที่คุณ &#8220;compose mail&#8221; หรือ &#8220;เขียนจดหมายใหม่&#8221; จะมีปุ่มให้เลือกเพิ่มเหมือนกับภาพด้านล่างนี้ คือ คุณจะเลือกได้ว่าคุณจะส่งมาตอนไหน 1 ชั่วโมงหลังจากนี้ หรือ 1 วันหลังจากนี้ หรือ คุณจะระบุไปเลยว่า จะส่งวันไหนเวลาไหนไว้ก่อนล่วงหน้าก็ได้ และ อันนี้เป็น Function การใช้งานหลักๆสำหรับ BoomerangGmail ครับ</p>
<p><span id="more-1650"></span></p>
<p><strong>เมื่อไม่มีการ reply ให้ส่งอีก Email นึงไปหาอย่างอัตโนมัติ</strong></p>
<p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="if-no-response" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/09/if-no-response1.jpg" alt="if-no-response" width="593" height="473" border="0" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังมี Functions การใช้งานรองๆที่ผมว่า มันก็มีประโยชน์เหมือนกัน ที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่า มันมีแบบนี้ด้วยก็คือ การส่ง email ที่สอง ถ้าหากว่า email ที่เราส่งไปนั้นยังไม่ได้การตอบรับแบบ reply กลับมาครับ  คุณตั้งได้ว่า ถ้าหากว่า email ที่คุณส่งไปนั้น แล้วปรากฏว่า ยังไม่ได้มีการ reponse หรือตอบกลับมาเข้า Gmail ของคุณเลย ในเวลาเท่าไหร่ก็สุดแล้วแต่ที่คุณตั้งค่าเอาไว้ ระบบของ BoomerangGmail ก็จะส่ง email ที่สองที่คุณเตรียมเอาไว้นั้นออกมาไปอีกครั้ง  ลักษณะการใช้งานแบบนี้มักจะเป็นการใช้งาน email เพื่อติดตามงานว่า เอ.. ทำไมส่งไปแล้วยังไม่ได้รับคำตอบใดๆก่อนที่จะถึงเวลากำหนดยังไงอย่างงั้นครับ แต่ว่าเป็นแบบ auto และตั้งค่าเอาไว้ก่อนแล้วนั่นเอง เรียกว่า สะดวกมากทีเดียวสำหรับการติดตามงานใดๆที่สำคัญๆ แต่คุณไม่อยากจะเรื่องเยอะหรือต้องกังวลกับมันมากเท่าไหร่</p>
<p><strong>เอา Email นั้นๆกลับเข้ามาใน inbox (unread และ star) เข้ามาใหม่อีกรอบเพื่อเตือนตัวเองในตอนที่ต้องการ</strong></p>
<p>Functions อีกแบบที่ผมว่าคุณอาจจะต้องลองดูก็คือ การให้แสดง email เดิมนั้นซ้ำใน inbox เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เหมือนกับเป็นการ reminder หรือเตือนตัวเองอีกครั้ง แต่สำหรับกรณีนี้ คนเยอะคนจะไม่ได้ใช้งานเพราะว่า ถ้าหากว่าคุณมี unread email ใน inbox ของ Gmail มากๆครับ แต่ว่าสำหรับกรณีผมคือ email ใน inbox ที่ไม่ได้ถูกเปิด ณ เวลาใดๆจะมีน้อยมากทำให้ผมสามารถที่จะใช้ Functions นี้ได้ครับผม เมื่อคุณเปิด email ใดๆที่อยากจะให้มันโผล่กลับมาที่ inbox และ unread และ star อีกครั้ง แค่คุณกดปุ่ม Boomerang แล้วก็เลือกว่าจะให้มันกลับมาโผล่อีกตอนไหนเมื่อไหร่เราก็เลือกเลยครับ เท่าน้ันเอง เมื่อคุณกดแล้ว email นั้นๆก็โดน archrive หรือเก็บเข้าไปไว้ใน All mail ทันที แต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดเอาไว้ มันก็จะกลับเข้ามาเหมือนกับเป็น email ใหม่อีกครั้ง คือ อยู่ที่ inbox , unread และ star อีกต่างหากครับ</p>
<p>โดยรวมแล้ว Functions การใช้งานพวกนี้จะเหมาะมากสำหรับคนที่อยากจะใช้ email ให้แบบ auto มากกว่าที่คุณจะเคยทำได้ ต้องหัดใช้เท่านั้นถึงจะรู้ว่ามันได้ประโยชน์อะไรเพิ่มเติมในชีวิตหรือเปล่าครับ แต่ว่าที่สำคัญ หรือว่าเป็นข้อด้อยของ Functions นี้ก็คือ ถ้าหากว่าคุณอยากจะใช้ได้ไม่อั้นต้องไปเสียเงินสักเดือนละ 5 เหรียญครับเพราะว่า สำหรับ Free version ที่ผมใช้อยู่นี่ก็จะทำการใช้งานได้แค่ 10 ครั้งต่อเดือนเท่านั้นเองครับ ลองดูก็แล้วไม่แน่ว่าแค่ 10 ครั้งเดือนหรือว่าแค่ 2.5 ครั้งต่อสัปดาห์ก็น่าจะเหมาะแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไปก็ได้ครับ</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>วิธีส่งอีเมล์ล่วงหน้า</li><li>ตั้งเวลาส่งเมล์ gmail</li><li>การตั้งค่า Google ส่งเมล์ล่วงหน้าอัตโนมัติ</li><li>สอน ส่งเมล์Google</li><li>ตั้งเวลาส่งเมล์ gmail 2011</li><li>ตั้งเวลาใน gmail</li><li>วิธีตั้งค่าเวลาส่ง mail ล่วงหน้า</li><li>boomerang for gmail</li><li>ส่ง อีเมล์ ตั้งเวลา เอง</li><li>ส่ง เมล์ ล่วงหน้า</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/schedule-send-gmail-timer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวคิดการจัดการ task ด้วย todolist บน application WunderList ในองค์กร</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 23 Jul 2011 15:25:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[online productivity]]></category>
		<category><![CDATA[task]]></category>
		<category><![CDATA[task listing]]></category>
		<category><![CDATA[task management]]></category>
		<category><![CDATA[task management listing]]></category>
		<category><![CDATA[todo list]]></category>
		<category><![CDATA[todolist]]></category>
		<category><![CDATA[work process]]></category>
		<category><![CDATA[working life]]></category>
		<category><![CDATA[wunderlist]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet มีครั้งหนึ่งผมอยากจะพิมพ์ หรือทำเป็น VDO เพื่อ capture การใช้งานเกี่ยวกับ TODO LIST และอธิบายแนวคิดการใช้ TODO LIST แต่ว่าไปๆมาๆก็ยังไม่ได้ทำสักกะที แต่ว่าวันนี้ ดันไปเจอ Wunderlist ที่เป็นอีกโปรแกรมที่ โดนใจผมมาก เพราะว่า.. WunderList มันเป็น TODO list ที่มีครบทุกสิ่งที่ผมต้องการก็คือ ต้องเป็น TODO LIST ที่ SYNC ผ่าน online ได้ และ ต้องเป็น TODO LIST ที่มีครบทุก platform หรือเรียกง่ายๆก็แปลว่า มันมีอยู่ได้บนทุกอุปกรณ์ที่ผมมีทั้งหมด &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1584" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fwunderlist-todo-listing-method-for-business%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20task%20%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%20todolist%20%E0%B8%9A%E0%B8%99%20application%20WunderList...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fwunderlist-todo-listing-method-for-business%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><strong><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/07/wunderlist.jpg" target="_blank"><img title="wunderlist" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="338" alt="wunderlist" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/07/wunderlist_thumb.jpg" width="630" border="0" /></a> </strong></p>
<p>มีครั้งหนึ่งผมอยากจะพิมพ์ หรือทำเป็น VDO เพื่อ capture การใช้งานเกี่ยวกับ TODO LIST และอธิบายแนวคิดการใช้ TODO LIST แต่ว่าไปๆมาๆก็ยังไม่ได้ทำสักกะที แต่ว่าวันนี้ ดันไปเจอ <strong>Wunderlist</strong> ที่เป็นอีกโปรแกรมที่ โดนใจผมมาก เพราะว่า..</p>
<h2><strong>WunderList มันเป็น TODO list ที่มีครบทุกสิ่งที่ผมต้องการก็คือ </strong></h2>
<p>ต้องเป็น TODO LIST ที่ SYNC ผ่าน online ได้ และ ต้องเป็น TODO LIST ที่มีครบทุก platform หรือเรียกง่ายๆก็แปลว่า มันมีอยู่ได้บนทุกอุปกรณ์ที่ผมมีทั้งหมด คือ Windows 7 ที่เป็น program เพื่อ install ไว้ใช้ที่เครื่อง Computer office และเครื่องที่บ้าน , ต้อง install บน iMac หรือ MAC OS ได้ (ตอนนี้เป็น OS X Lion แล้วน่ะครับ) , และยังต้อง install มี Application ให้ download ได้ฟรี ผ่าน iPhone , iPad ที่ต้องเป็น HD และเผื่อกับพวก Smart Phone ระบบ Andriod ได้อีกต่างหาก </p>
<p>นอกจากนี้ web application ก็จะมีด้วยเช่นเดียวกัน นั้นก็คือ ผมก็ติดตั้งผ่าน Google Chrome เอาปุ่มมา show เป็นเว็แอปแล้วก็จะใช้ผ่าน internet Browser ที่ไหน เครื่องไหนก็ได้ เหมือนกันหมด ! </p>
<p>เรียกง่ายๆว่า แม้ว่าผมจะมี อุปกรณ์ที่ run OS ทั้ง mobile และ computer ก็จะมี Program WunderList เพื่อรองรับ todo list ตัวเดียวกันผ่านการ Login เพียงครั้งเดียว แปลว่า ผมจะเห็น todo list เหมือนกันไปทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าผมจะควักเอา iphone ออกมา หรือว่าผมจะกดผ่าน iPad หรือผมจะกดผ่าน website ที่เป็น web application ครับ&#160; การ Sync กันได้กับทุกอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผม เป็นเรื่องที่ผม serious มากน่ะครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคณใช้ todo list อย่างจริงจังแล้ว คุณต้องการ todo list แค่มีข้อมูลชุดเดียวไม่ต้องโอนถ่าย task ด้วย manual แต่ประการใดอีกต่อไป และ WunderList นี่ก็ตอบโจทย์นี้ได้แล้วจริงกันแบบ Free ๆ เสียด้วยซิครับนั่น โอ้ว ! </p>
<p><span id="more-1584"></span>
<p>นอกจากนี้ <strong>Function</strong> การ share ได้ของกลุ่มหรือ folder ของ task นั้นจะทำให้การร่วมมือจัดการงานร่วมกันแบบ online ทำได้ดีมากขึ้น ถ้าหากว่าคนที่ทำงานหรือติดต่อติดตามงานนั้น access internet ได้ด้วยอุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับ internet ได้เท่านั้นก็จะทำให้การกระจายงานนั้น productive มากๆแล้วล่ะครับ ซึ่งแต่ก่อนยังไมมี Tools ไหนทำได้อย่างนี้ (ทั้งๆที่มันก็ทำกันไม่ยากสักกะหน่อย) </p>
<p>เอาล่ะครับจริงๆแล้ว Wunderlist เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการใช้ Todo list อย่างฉลาด และอย่างเป็นระบบครับ ซึ่งเป็น Tools ที่ผมเพิ่งจะพบ แต่ก่อนผมใช้ web applictaion ของ Clockingit มันก็ ok อยู่เพราะว่า มันเป็น internet application ก็เหมือนกับว่าจะ access ด้วย computer หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เข้า internet ได้ก็จะเห็นหน้าเหมือนกันหมด แค่ว่า อุปกรณ์พวกนั้นจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับ web application ได้สะดวกครับ&#160; ถ้าหากว่ามันจะใช้ได้ดีก็ต้องมีสร้าง app เอาไว้เป็นดีที่สุดครับ </p>
<p>นอกจากคุณจะต้องใช้ Wunderlist แล้วคุณยังต้องรู้อีกว่า &quot;การใช้งาน <strong>TODO LIST</strong> อย่างเป็นระบบนั้นเป็นอย่างไร&quot; บทความเก่าผมอาจจะเคยพิมพ์เอาไว้แล้ว แต่ผมก็จะอธิบายซ้ำไปสำหรับคนที่เพิ่งจะ Google แล้วเจอ content ผมอันนี้น่ะครับ </p>
<h2>คุณต้องแยกแยะก่อนว่าอะไรเป็น TASK ? </h2>
<p>คำว่า task คืองานย่อยที่คุณพิมพ์บอกตัวเองแล้ว คุณเข้าใจว่า เรื่องนั้นกำลังจะให้ทำอะไรเช่น &quot;ตัดหญ้าหน้าบ้าน&quot; หรือ &quot;ซื้อนมจาก Supermarket&quot; แต่ไม่ใช่ &quot;นัดเจอคุณสมปองที่สยามพาราก้อน&quot; คุณแยกแยะออกมาเหรอเปล่าว่าทำไมผมบอกว่า ตัวอย่างหลังสุดนี่มันไม่ใช่ล่ะ ?&#160; ผมเฉลยเลยแล้วกันน่ะครับ คือ &quot;การนัดหมาย&quot; ไม่ใช่ task ที่ต้องเอามาใส่ใน TODO list ครับ แต่เป็นอะไรที่ต้องกรอกเข้าไปที่ Google calendar หรือปฏิทินใดๆที่คุณใช้อยู่ครับ เพราะปฏิทินจะเป็นตัวบอกว่า คุณต้องทำอะไรวันไหน เมื่อยังไม่ถึงเวลา คุณจะยังทำกิจกรรมนั้นไม่ได้ เช่น คุณคงไม่ไป สยามพาราก้อน ก่อนวันนัดได้อย่างแน่นอนครับ </p>
<p>นั่นก็หมายความอีกแบบว่า TASK ที่ผมกำลังหมายถึง นั้นก็คือ งานที่คุณทำได้ ณ ตอนนี้ทันทีถ้าหากว่าคุณอยากจะทำ หรือคุณจะทำได้ด้วยหากมีเงื่อนไขอื่นที่ไม่ใช่ &quot;วันและเวลา&quot; (ย้ำอีกครั้งคือ การนัดคนเจอคน ถ้าหากว่ายังไม่ถึงเวลาคุณจะเดินทางไปตามนัดไม่ได้ครับ และนั่นก็คือเหตุผลเงื่อนไขทางเวลายังไงล่ะครับ) </p>
<p>คำว่าเงื่อนไขอื่นที่ไม่ใช่ &quot;วันเวลา&quot; ผมอธิบายอีกหน่อยก็คือ เช่น คุณอาจจะต้องอยู่หน้า computer เพื่อทำงานนั้น เช่น &quot;ให้อ่านวิธีการใช้ Todo list จากหน้า web rackmanagerpro.com&quot; เป็นต้น หรืออาจจะเป็นว่า &quot;ตัดหญ้าที่บ้าน&quot; ก็คือ คุณต้องอยู่บ้านถึงจะทำได้ยังไงล่ะครับ ถ้าหากว่าคุณอยู่ที่ทำงาน คุณก็จะตัดหญ้าที่บ้านไม่ได้ ผมเอามาพูดหรือพิมพ์เอาไว้ที่นีเพื่อให้คุณ clear มากๆ ว่า &quot;อะไรคือ TASK กันแน่ !&quot; หากว่าคุณยังไม่เข้าใจ . ..&#160; ผมว่าให้อ่านใหม่อีกรอบน่ะครับเพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่สำคัญมากและจะทำให้ คุณเข้าใจอะไรต่อมิอะไรต่อไปได้ และ การใช้ todo list ของคุณจะเป็นระบบมาก เหมือนกับที่ผมอยากจะให้คุณทำได้ และจัดการงาานของคุณอย่างเป็นระบบ เพราะหากผิดหรือเข้าใจอะไรผิด ระบบที่คุณใช้ผิดๆจะอยู่ไม่ถาวร และก็จะล่มล้ม และเลิกใช้งานระบบ Todo list ไปในที่สุด ! </p>
<h2>Task ที่ใส่คุณต้องเข้าใจพฤติกรรมมันด้วย </h2>
<p>พฤติกรรมของ task ทั้งหมดที่คุณต้องจัดการใดๆ จะมีสถานะอยู่แค่ไม่มากนัก แต่ว่าก็ต้องบอกให้เครียร์กันไปเลยว่าอะไรเป็นอะไร และ พฤติกรรมแต่ละอย่าง แต่ละสถานะมันเป็นอย่างไรกันแน่&#160; เพื่อที่คุณจะใช้ todo list เพื่อจัดการ task ได้อย่างเข้าใจเหมาะสมครับ </p>
<h2>เริ่มกันด้วยงาน หรือ task ที่ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรกับมัน ? </h2>
<p>task โดยธรรมชาติจะมีพฤติกรรม หรือ กิจกรรมที่เราต้องทำอะไรกันมันแค่ไม่กี่แบบเท่านั้น ถ้าหากว่ามีแบบอื่นอีกยังไงก็บอกผมได้น่ะครับ เพราะว่า เท่าที่ผมประสบพบพานมามันก็มีแค่เท่านี้เองล่ะครับ คือ inbox , work me, work delegated ครับผม ซึ่งผมก็อธิบายความหมายและวิธีการคิดและจัดการมันที่แตกต่างกันเอาไว้ด้านล่างนี้แล้วอ่านต่อกันไปได้เลยล่ะครับ </p>
<h2>พฤติกรรม task ประเภท INBOX : กลั่นทุกอย่างออกมาเป็น task หรืองานย่อย </h2>
<p>inbox คือ การพิมพ์ task อะไรก็ได้แค่ที่ยังไม่ได้คิดหรอกว่าจะให้คนไหนทำมัน&quot;แม้กระทั่งตัวคุณเอง&quot; เป็นงานที่ยังไม่ได้ sure ว่าจะให้คนไหนทำ จะเป็นเพื่อนร่วมงานคุณทำหรือตัวคุณเองจะทำ แต่ว่ารู้แค่ว่านี่เป็นงานที่ต้องทำแน่นอน แท้ที่จริงแล้ว task ที่อยู่ใน stage หรือสถานะแบบนี้ ถ้าหากว่าคุณคล่องแล้ว มันจะต้องไม่มีครับเพราะว่า คุณต้องบอกตัวเองได้ว่า ถ้าหากว่าคุณไม่ทำ คนอื่นก็ต้องทำสักอย่างกับมัน อย่าปล่อยให้มันลอยนวล ถ้าหากว่า จะให้มันลอยนวลคุณก็แค่พิมพ์เอาไว้ใน inbox ไว้เท่านั้นเอง แล้วก็ค่อยกลับมาคิดใหม่ว่าจะให้คนไหนทำกันแน่ ? หรือ inbox จริงๆแล้ว เป็นจังหวะที่คุณเอามานั่งคิดว่า ตอนนั้นมีงานอะไรค้างคา คั้นมันออกจากสมองและความทรงจำ ของคุณนั้นออกมาให้อยู่ใน inbox ให้หมด คุณจะได้สมองล่วงและจะทำให้คุณรุ้ได้ทันทีว่าสมองเบาลงไปมาก (แม้ว่า task จะไม่มีน้ำหนักจริงๆก็ตามแต่ว่า ram ที่หัวคุณยังคงทำงานอยู่หากว่าคุณอยากจะทำ task นั้นอยู่ แต่คุณไม่ได้จดเอาไว้ไปที่ไหนน่ะครับ) </p>
<p>ทิปส์อีกเล็กน้อย : สำหรับงานที่ว่าถ้าหากว่าคุณคิดแล้ว มันต้องการการกระทำอะไรก่อนหน้า ไม่ต้องเขียน task นั้นเข้าไปใน todolist เลยครับ เช่น ถ้าหากว่าคุณต้องการ card แต่งงานโดยให้โรงพิมพ์พิมพ์ให้ สิ่งที่แรกที่คุณต้องกำหนดเป็น task ก็คือ &quot;ออกแบบ card แต่งงาน&quot;&#160; ไม่ใช่ &quot;สั่งโรงพิมพ์ พิมพ์ card ออกมา&quot; จะสังเกตจากตัวอย่างสั้นๆของผมนี่ คือ เรื่องการออกแบบการ์ดแต่งงานนั้นจะมาจังหวะ หรือ งานที่ต้องกระทำต่อเนื่องกันสองอย่าง คือ &quot;ออกแบบ&quot; และ &quot;สั่งพิมพ์&quot; โดย &quot;สั่งพิมพ์&quot; คุณไม่ต้องพิมพ์ใส่เข้าไปใน List และ ให้พิมพ์ &quot;ออกแบบ card แต่งงาน&quot; เข้าไปใน list ต่างหาก </p>
<h2>พฤติกรรม task ประเภท WORK ME หรืองานที่คุณทำเอง : </h2>
<p>WORK ME เป็นหมวดของ task ที่คุณต้องเป็นคนทำงานนั้นเอง อย่างแน่นอนถ้าหากว่าคุณไม่ได้ทำ งานจะไม่เดินเลยแม้แต่น้อย เช่น ถ้าหากว่าคุณมีความคิดใหม่ในการ marketing สินค้าตัวใหม่ออกมาแล้ว โดยต้องคุย concept การ marketing นี้กับ marketer หรือทีมนักการตลาดของคุณให้ได้ทราบกันโดยถ้วนหน้า&#160; task ที่ปรากฏอยู่ใน List นี้ก็คือ &quot;จัดประชุมเพื่อบอกแนวทาง marketing แบบใหม่&quot; แต่ไม่ใช่ &quot;แผนก marketing ทำแผนการตลาดแบบใหม่&quot; มันต่างกันตรงที่ว่า การจัดประชุมคืองานของคุณเพื่อบอกผ่านถ่ายงานให้กับ marketer หรือนักการตลาดเพื่อให้เค้าเอาไปดำเนินงานต่อไป ถ้าหากว่าคุณไม่ได้จัดประชุมแล้ว แผนการตลาดนั้นจะไม่ได้มีการดำเนินการต่ออย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น งานนี้ไม่ได้เป็นงานของ marketer แต่ประการใด แต่งานนี้ คือ การที่คุณเรียกนัดประชุมเพื่อคุยกับ marketer สำหรับแผนการตลาดใหม่ที่คุณคิดได้นั่นเอง </p>
<p>แปลสั้นๆอีกรอบว่า task ประเภท WORK ME คือ การกระทำที่คุณต้องทำเท่านั้นเรื่องมันถึงจะเดิน แม้ว่างานนั้นจะเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นก็ตามที ! แต่อย่างที่บอกน่ะหละ คุณเป็นคนทำ task นั้นครับ ไม่ใช่คนอื่นแต่อย่างใด </p>
<h2>พฤติกรรม task ประเภท WORK DELEGATED หรืองานที่โอนให้คนอื่นทำแล้ว : </h2>
<p>สำหรับงานประเภทนี้คือ งานที่คุณได้บอกผ่านให้คนอื่นได้ทราบเรื่องนั้นแล้ว และ เป็นหน้าที่ของคนๆนั้น ที่จะต้องดำเนินการ เช่น &quot;ซื้อนม&quot; ตอนแรกคุณคิดว่าคุณจะไปซื้อเอง แต่ว่าคิดได้ว่า เราไม่อยากไปหรือว่าพักนี้ไม่ว่างไปห้างเลยก็เลยบอก &quot;แม่บ้าน&quot; ว่า อืม &#8230; ไปซื้อนมให้หน่อยนะ&#160; เมื่อคุณบอกแม่บ้านแล้ว &quot;การซื้อนม&quot; ที่เป็นงานนี้ ก็จะโอนสิทธิ์ของผมที่จะต้องกระทำ กลายเป็น &quot;แม่บ้านซื้อนม&quot; แทนที่จะเป็นตัวคุณแล้ว เพราะว่า คุณคาดหวังให้ แม่บ้าน ทำแทนไปแล้ว นั่นก็แปลว่า &quot;การซื้อนม&quot; เป็นงานที่โดน delegated หรือบอกถ่ายงานไปแล้วนั่นเอง หน้าที่ของคุณแค่เหลือแค่ &quot;ตามงาน&quot; เท่านั้นเองครับ </p>
<p>แน่นอนว่าการตามงานก็เป็นงานประเภทหนึ่งที่คนระดับ supervisor หรือแค่หัวหน้า หรือระดับเดียวกันที่มีเพื่อนร่วมงานถ่ายงานกันได้นั้น จะต้องทำ และงานแบบนั้นก็จะอยู่ในหมวดนี้นั่นเองครับ งานประเภทนี้แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำเอง คุณต้องถามติดต่อตามเรื่องอยู่ดี เช่น ต้องคอยถามแม่บ้านว่า ซื้อนมมาแล้วหรือยัง ? หรือ ถามว่าเมื่อไหร่จะได้นมเก็บไว้ทีบ้านสักกะที และถ้าหากว่าเป็นงานที่ serious และต้องการ action หรือการกระทำจากลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานนั้น &quot;คุณจำเป็นจะต้องกำหนด Due date หรือวันกำหนดส่งงาน&quot; ให้กับคนที่คุณโอนงานนั้นไปด้วยครับ ไม่อย่างงั้น เรื่องมันก็ไม่เดินหรอก </p>
<p>โดยวิธีการกำหนดนั้น ส่วนมากแล้ว เราจะกำหนดเป็นวันที่งานคาดว่า น่าจะเสร็จ แต่เร็วกว่านั้นนิดหน่อย เช่น ถ้าหากว่าคุณคิดว่า card แต่งงานบอก Designer ให้ไปออกแบบมาแต่ต้องการใช้วันศุกร์หน้า คุณต้องกำหนดติดตามงานนั้น หรือเป็น Death line ที่ก่อนหน้านั้นนิดหน่อย อาจจะเป็น 1 วันก่อนหน้าหรือสองวันก่อนหน้า คือ เผื่อเอาไว้ว่า ถ้าหากว่ายังไม่ได้ทำก็ยังจะกดดันหรือ ใช้ Extra time ใดๆ เพื่อทำงานนั้นให้เสร็จทัน deadline ที่แท้จริงได้ทันอยู่ดีครับ </p>
<p>ดูเหมือนว่าพฤติกรรมประเภทงานจะมีแค่นี้เท่านั้นเองครับ สำหรับ concept เรียกว่าไม่ยากเลย แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะจัดการงานให้เป็นระบบครับ ทุกอย่างจะใหม่หมด และ อาจจะแปลกใจว่า &quot;ทำไมมันต้องคิดมากขนาดนี้?&quot; จริงๆแล้วผมต้องบอกก่อนว่า มันไม่ได้เป็นการคิดมากล้ำลึกแต่อย่างใดเลยล่ะครับ เพราะ มันเป็นธรรมชาติของ task หรืองานที่คุณเจอกันอยู่แล้ว แค่ว่าไม่ได้มีคนเอามาอธิบายและ กำหนดแนวทางการจัดการมันแบบธรรมชาติแบบนี้เท่านั้นเองครับ </p>
<p>ยังไงเสียถ้าหากว่าคุณมีโอกาสได้อ่านบทความนี้ของผมแล้วชอบ วิธีการจัดการ task แบบนี้ หรือมีข้อสงสัย ผมว่าผมเปิดเป็น course 2 ชั่วโมงสองเรื่องแบบนี้ก็เรียได้ว่าเหลือเฟือกันเลยก็ได้เหมือนกันนะครับ แล้วแต่ว่าจะ request กันเหรอป่าวเท่านั้นเองน่ะครับ เพราะว่า concept ในรายละเอียดจะมีมากกว่านี้อีกครับ พิมพ์แค่ blog content เดียวไม่อาจจะหมดได้ครับ แต่ว่าที่ผมบอกไปมันเป็น main idea แล้วล่ะครับ ลองทำกันดูได้เลย แล้วจะรู้ว่า เราทำงานได้มากน้อยแค่ไหน งานดองกับคนอื่น เป็นปริมาณมากน้อยแค่ไหน และ ที่ดีที่สุดคือ คุณไม่ต้องปวดหัวกับการคิดและจำงานที่คุณไม่มีทางจำได้ทั้งหมด หากว่าคุณไม่ได้จดไว้แบบนี้หรอกครับ </p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>wunderlist คือ</li><li>wunderlist</li><li>การใช้ wunderlist</li><li>app wunderlist คือ</li><li>todolist แนวคิด</li><li>task ไป iphone todo</li><li>จัดการ task iphone</li><li>ตั้งgoogle task ในปฏิทินยังไง</li><li>รีวิว wunderlist</li><li>รีวิว wunderlist iphone app</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ค้นหาและจัดการ file ด้วย Nemo Documents : file namager ฟรีๆเจ๋งดีครับ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/nemo-documents-file-manager-2/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/nemo-documents-file-manager-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 May 2011 07:26:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[life optimizing]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[docs]]></category>
		<category><![CDATA[file calendar]]></category>
		<category><![CDATA[file management]]></category>
		<category><![CDATA[file manager]]></category>
		<category><![CDATA[google docs]]></category>
		<category><![CDATA[nemo docs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/nemo-documents-file-manager-2/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet วันนี้ผมอยากจะแนะ Nemo Document ครับ เป็น Program เล็กๆ ที่ run ได้บน Windows 7 หรือ Windows XP โดย Program software เจ้า Nemo นี่มันจะทำหน้าที่ index file ทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องเรา หรืออยากจะระบุที่เป็นพิเศษก็ทำได้เหมือนกันน่ะครับ โดยมันจะเรียงการแสดงผลว่า file ไหนมีการปรับปรุงแก้ไขหรือว่าสร้างขึ้นมาวันไหน แล้วเอามาแสดงในลักษณะของปฏิทินครับผม ผมว่ามัน work เอามากๆน่ะครับ สำหรับการค้นหา file เก่าๆที่พอจะรู้เลาๆว่า file นั้นเราได้สร้างเอาไว้ หรือว่าเราได้ดิว กับเรื่องนั้นๆ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/nemo-documents-file-manager-2/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1484" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fnemo-documents-file-manager-2%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20file%20%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%20Nemo%20Documents%20%3A%20file%20namager...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fnemo-documents-file-manager-2%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><a title="nemo documents" href="http://www.nemo-docs.com/" rel="nofollow" target="_blank"><img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: inline; border-top: 0px; border-right: 0px" title="Nemo-Documents" border="0" alt="Nemo-Documents" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/05/NemoDocuments.png" width="632" height="194"></a>
<p>วันนี้ผมอยากจะแนะ <a title="Nemo Document time table" href="http://www.nemo-docs.com/" rel="nofollow" target="_blank">Nemo Document</a> ครับ เป็น Program เล็กๆ ที่ run ได้บน Windows 7 หรือ Windows XP โดย Program software เจ้า Nemo นี่มันจะทำหน้าที่ index file ทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องเรา หรืออยากจะระบุที่เป็นพิเศษก็ทำได้เหมือนกันน่ะครับ โดยมันจะเรียงการแสดงผลว่า file ไหนมีการปรับปรุงแก้ไขหรือว่าสร้างขึ้นมาวันไหน แล้วเอามาแสดงในลักษณะของปฏิทินครับผม ผมว่ามัน work เอามากๆน่ะครับ สำหรับการค้นหา file เก่าๆที่พอจะรู้เลาๆว่า file นั้นเราได้สร้างเอาไว้ หรือว่าเราได้ดิว กับเรื่องนั้นๆ ประมาณวันที่เท่าไหร่ หรือว่าเดือนไหน
<p>ปกติแล้ว การจัดการ file ของผมจะมีวิธีการที่แน่นอน ก็คือ file ที่สร้างมาทั้งหมด จะโดนใส่ Folder เป็น project name เอาไว้ด้วย folder นั้นจะมีเหมือนกับมีการพิมพ์ tag (คืออะไรก็ตามที่เราคิดว่าเกี่ยวข้องกับ file หรือ project นั้นๆ และคิดว่าถ้าหากว่าอีกหน่อยเราอยากจะค้นหา file นั้นๆ เราจะพิมพ์คำที่เราได้ &#8220;tag&#8221; นี้เอาไว้ครับ แล้ว file นั้นก็จะแสดงออกมาในการค้นหาครับ) </p>
<p><span id="more-1484"></span>
<p>การค้นหาผมจะทำด้วย software ที่เล็กสุดๆ คือ <a title="everything search" href="http://www.rackmanagerpro.com/super-search-fastest-in-the-world/" target="_blank">Everything</a> ที่มันจะทำหน้าที่ index file เอาไว้ แล้วเราก็แค่พิมพ์ชื่อ file บางส่วนมันก็จะแสดง file ที่เกี่ยวข้อง หรือ file ที่มีคำเหล่านั้นอยู่ใน file name ครับ (ชื่อ fileครับผม) ซึ่งวิธีการนี้ก็ให้ผลดีประมาณหนึ่ง แต่ว่าถ้าหากว่าคุณหลุด tag จะทำอย่างไร ? คำว่าหลุด tag ของผมก็คือ คุณดัน search ใน Everything ด้วยคำที่ดันไม่ได้ tag file นั้นๆเอาไว้ยังไงล่ะครับ ซึ่ง case นี้ถือได้ว่าเป็นการหลุดจริงๆน่ะครับ
<p>ต้องเข้าใจก่อนว่า การพิมพ์ชื่อ file ให้มีคำที่เราอยากจะค้นหานั้น ต้องออกแรงคิดนิดหน่อยครับ และจะกินเวลาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร และผม่วามันคุ้มค่ากับการจัดการ file ที่เราปิด project ไปแล้ว (และมันก็จะไม่ได้อยู่ที่หน้า Desktop ตลอดไปครับ) มันจะโดน move ไปยัง folder รวมของผม นั่นก็คือ archieve docs หรือ &#8220;เอกสารเก่าเก็บ&#8221; นั่นเอง และ ทั้งหมดจะไม่ได้มีการเปิดขึ้นมาอีก file เหล่านั้นจะโดนเปิดอีกครั้งก็ต่อมีจะมีการอ้างอิงถึงด้วยเหตุผลใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเช่น อยากจะมีการทำงานต่อ แล้วต้องอ้างอิง file เก่าว่าเราเคยทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆไปแล้ว
<p>สำหรับ เอกสารใดๆ ที่เป็นการบันทึกการประชุม หรือการ Brainstorm ก็อาจจะอยู่ที่ Google Docs ก็ได้เพราะว่า ที่นั่นก็เป็นอีกที่หนึ่งทีผม create document เอาไว้อยู่เป็นประจำ และแน่นอนว่าแบบ <a title="everything search" href="http://www.rackmanagerpro.com/super-search-fastest-in-the-world/" target="_blank">Everything</a> จะค้นหา file เหล่านั้นไม่ได้ครับผม แต่ก็ไม่เป็นปัญหาแต่ประการได้ครับ เพราะว่าถ้าหากว่าผม <a title="everything search" href="http://www.rackmanagerpro.com/super-search-fastest-in-the-world/" target="_blank">Everything</a> file ในเครื่องของผมแล้วพบว่าไม่มีไม่มีข้อมูลใดๆที่เกี่ยวข้อง ผมก็จะไป search ใน Google Docs ต่อเป็นอันดับสองครับ เพื่อค้นหาว่ามีเอกสารอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ หรือไม่ โดย ชื่อ file ใน Google Docs ก็จะเป็น concept การ tag ชื่อ file เหมือนกับ file ที่อยู่ใน HardDrive ยังไงก็อย่างงั้นน่ะครับ แต่ว่ามันดีกว่าก็คือ file นั้นมันจะเปิดที่ไหนก็ได้ (ที่เดี๋ยวนี้เค้าจะเรียกว่า Cloud น่ะครับ )
<p>เอาเป็นว่าการจัดการ file นี้ถือได้ว่เป็น absolute หรือวิธีการที่เครื่องมือจะอำนวยที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ครับ เพราะว่ายังไงซะ ถ้าหากว่าคุณตั้งชื่อ folder แต่ก็ไม่ได้ tag มันด้วย &#8220;คำค้นหา&#8221; ที่คุณจะไปค้นหามัน คุณก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ในนั้นคืออะไรแล้วคุณก็ต้องเปิดเข้าไปดูว่า file มันมีอะไรบ้าง มันเกี่ยวกับอะไร หน้าตา file คืออะไรครับ และ ถ้าหากว่า เรารู้เป็นเวลาประมาณว่า file นั้นสร้างตอนไหน หรือเรามีการดิว เรื่องนั้นๆ ประมาณเวลาไหนหรือเดือนไหน เราก็จะเปิดชื่อ file จาก <a title="Nemo Document time table" href="http://www.nemo-docs.com/" rel="nofollow" target="_blank">Nemo Document</a> ได้ครับผม
<p>Program ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้ คือ <a title="everything search" href="http://www.rackmanagerpro.com/super-search-fastest-in-the-world/" target="_blank">Everything</a> , <a title="Nemo Document time table" href="http://www.nemo-docs.com/" rel="nofollow" target="_blank">Nemo Document</a> , <a title="Google Docs online Document management" href="http://docs.google.com" rel="nofollow" target="_blank">Google Docs</a></p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>Nemo คือ</li><li>สาวnemoล้างรถ</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/nemo-documents-file-manager-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SugarCRM Community Version ฟรี ผลการทดสอบบน Sales Team จริง!</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/sugarcrm-concept-ipage/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/sugarcrm-concept-ipage/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Apr 2011 05:04:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[recommend site]]></category>
		<category><![CDATA[CRM online]]></category>
		<category><![CDATA[CRM software]]></category>
		<category><![CDATA[internet online CRM]]></category>
		<category><![CDATA[ipage]]></category>
		<category><![CDATA[ipage simple script]]></category>
		<category><![CDATA[simple ipage host]]></category>
		<category><![CDATA[Sugar CRM]]></category>
		<category><![CDATA[SugarCRM]]></category>
		<category><![CDATA[SugarCRM software]]></category>
		<category><![CDATA[web host]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting for SugarCRM]]></category>
		<category><![CDATA[webhost]]></category>
		<category><![CDATA[webhost service of CRM]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/sugarcrm-concept-ipage/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet พักนี้ได้มีโอกาสลองศึกษา โปรแกรมจัดการ &#34;ความสัมพันธ์กับลูกค้า&#34; หรือที่เห็นเยอะคนเรียกมันว่า &#34;CRM&#34; (customer relationship management) ตัวที่ผมเลือกเอามาเล่นก็คือ SugerCRM เพราะว่า เป็นตัวที่มีการ install ผ่านทาง Webhosting พวกเมืองนอกทั่วไปผ่าน SimpleScript ได้ครับ เช่น ที่ iPage.com นี่ก็ถ้าหากว่าเข้าไปที่ Control panel แล้วก็มองหา Simple Script &#62; SugerCRM จะอยู่ใน List ที่ให้คุณกดเพื่อ install ได้ทันทีครับ เรียกว่า ขั้นตอนการ install CRM ตัวนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาวิธีการ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/sugarcrm-concept-ipage/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1335" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fsugarcrm-concept-ipage%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=SugarCRM%20Community%20Version%20%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5%20%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%99%20Sales%20Team%20%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%21&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fsugarcrm-concept-ipage%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img title="sugar-crm-community-test" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-right-width: 0px" height="830" alt="sugar-crm-community-test" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/04/sugarcrmcommunitytest.png" width="636" border="0" /></p>
<p>พักนี้ได้มีโอกาสลองศึกษา โปรแกรมจัดการ &quot;ความสัมพันธ์กับลูกค้า&quot; หรือที่เห็นเยอะคนเรียกมันว่า &quot;CRM&quot; (customer relationship management) ตัวที่ผมเลือกเอามาเล่นก็คือ SugerCRM เพราะว่า เป็นตัวที่มีการ install ผ่านทาง Webhosting พวกเมืองนอกทั่วไปผ่าน SimpleScript ได้ครับ เช่น ที่ <a href="http://www.rackmanagpro.com/ipage/" target="_blank">iPage.com</a> นี่ก็ถ้าหากว่าเข้าไปที่ Control panel แล้วก็มองหา Simple Script &gt; SugerCRM จะอยู่ใน List ที่ให้คุณกดเพื่อ install ได้ทันทีครับ เรียกว่า ขั้นตอนการ <a href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage" target="_blank">install CRM</a> ตัวนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาวิธีการ install เลยก็ว่าได้</p>
<p>สำหรับการทดสอบแล้ว การที่ทำให้คน <a href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage" target="_blank">install CRM</a> ได้ง่ายๆแบบนี้ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับคนที่สนใจ (บ้าง.. ไม่ต้องมากนักมาทดสอบใช้งานกันครับ) แต่ว่า Version ของ SugarCRM ตัวนี้จะเป็น Community Version ครับ แปลว่า มันไม่ได้เป็น Version ที่เสียเงินแต่ประการใด แต่ว่า Function การใช้งานก็จะไม่ได้หรูหรามากๆ เหมือนกับ Version ที่เสียเงินครับ&#160; ถ้าหากว่าคุณอยากรู้ว่า ระหว่าง version เสียเงินและ version แบบไม่เสียเงิน (แบบที่ผมใช้อยู่) นี่มันแตกต่างกันตรงไหน เข้าไปที่นี่เพื่อดู <a title="ตารางเปรียบเทียบ SugarCRM เสียเงิน และ ไม่เสียเงินต่างกันอย่างไร ?" href="https://www.sugarcrm.com/crm/products/editions.html#compare" target="_blank">ตารางการเปรียบคุณสมบัติ SugarCRM ไม่เสียเงินกับแบบเสียเงิน</a> ได้ครับ</p>
<p><span id="more-1335"></span>
</p>
<p>แต่อย่างไรก็ดีครับ สำหรับผมแล้ว การ upgrade เข้าไปที่เป็น version ที่เสียเงินนั้น น่าจะมีประโยชน์เฉพาะในส่วนของ Reporting แล้วก็ Mobile เสียมากกว่า เพราะว่า Reporting จะเป็นการทำให้คุณเอาเงื่อนไขมาแสดงได้อย่างอิสระว่า เราจะเลือกเงื่อนไขอะไรอย่างไรมาแสดงเป็นรายงาน เป็น list ได้ครับ แล้วก็อีกเรื่องก็คือ เรื่องของ Mobile ถ้าหากว่าคุณเสียเงินเป็น version pro สักหน่อย จะทำให้ user ทั้งหมด access SugerCRM บน mobile phone หรืออุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดได้ด้วย interface ที่เหมาะกับ mobile phone ครับ ทั้งนี้เมื่อผมเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายแล้ว ก็ออกแนวเครียดนิดหน่อยสำหรับ องค์กรที่ไม่ได้ตั้งงบเอาไว้เพื่อนการติดตามงานขายโดยเฉพาะครับ หรือว่า องค์กรที่ไม่เค้ย ไม่เคยเลยแม้แต่จะคิดว่า มันต้องเอาระบบใดๆมาครอบเพื่อติดตาม จัดการมันครับ</p>
<p>อีกอย่างที่ผมไม่ได้ upgrade เป็น version ที่หรูหรา (เสียเงิน) ก็เพราะว่า ค่าใช้จ่ายอาจจะดูเหมือนแพงเพราะว่าเดี๋ยวนี้ CRM ทั้งหมด จะเป็นการเรียเก็บเงินต่อ User กันทั้งนั้นน่ะครับ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft CRM ,SageCRM หรือว่าแม้กระทั่ง SugerCRM เองก็ตามทีครับ ราคาโดยเฉลี่ยน่าจะประมาณ user ละ หมื่นกว่าบนขึ้นกับทุกจ้าวทั้งนั้นน่ะครับ นั่นก็แปลว่า ถ้าหากว่าแค่ Community Version คุณใช้การได้ดีแล้วก็อาจจะพอแล้วก็ได้น่ะครับ ของอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้น่ะครับว่า คำว่าพอมันอยู่จุดไหนกันน่ะครับ แต่ผมอยากจะให้คุณได้ลองกันเพราะว่า คุณเดาไม่ถูกหรอกครับว่า เมื่อมีการใช้งานแล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ความต้องการจะพุ่งไปมากแค่ไหน แล้วก็ความสะดวกที่เกิดขึ้นนั้น หรือ แม้กระทั่งข้อมูลในการติดตามความสัมพันธ์ และ การทำงานของทีมขายของคุณนั้น มันมีมูลค่าต่อคุณมากแค่ไหน</p>
<p>การใช้ SugarCRM community version นั้นจะเหมาะกับองค์กรที่ไม่เคยคิดจะใช้ software ใดๆเพื่อมาจัดการ การทำงานของ sales เลย โดยอาจจะมีก็มีเป็นกระดาษและรายงานไม่สามารถแสดงผลแบบคัดกรองได้เป็นระบบมากนัก การใช้กระดาษนั้นจะทำให้พนักงานมากรอกกันทีหลัง โดยไม่ได้ทำเป็นรายงานส่งเข้ามาเป็นประจำ แต่ถ้าหากว่าเป็นการบันทึกผ่านระบบ computer ไม่ว่าด้วย software ใดๆก็ตามจะทำให้ sales ต้องทำการบันทึกด้วยเวลานั้นๆ เพราะว่า create date จะมีการบันทึกเอาไว้ครับ เหมือนกับว่าเป็นการบังคับไปในตัวว่าต้องบอกว่า คุณไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร และได้เรื่องได้ราวว่าอย่างไรกันน่ะครับ และ รายงานดังกล่าวของ activity ของ sales คนนั้นๆ ก็จะแสดงเป็นหน้า report ผ่าน DaskBoard แบบง่ายๆให้ คนที่เป็น supervisor ได้เห็นกันคาตา และติดตามงานกันได้สะดวกครับ</p>
<h2>ใช้ Concept ของ Cloud Software ให้เป็นประโยชน์ !&#160; (แล้วมันคืออะไรเหรอ ?)</h2>
<p>เดี๋ยวนี้ computer ทุกเครื่อง และ อุปกรณ์สื่อสารเกือบทั้งหมดที่ผมใช้งานอยู่ จะต่อ internet ได้ทั้งนั้นผ่าน Browser ของแต่ละอุปกรณ์ ทำให้ถ้าหากว่าข้อมูลใดๆ หรือ software ที่เราเอาใช้นั้นอยู่ใน internet หรือเข้าผ่าน internet ได้ก็น่าจะดีกว่าเป็นไหนต่อไหน เรียกได้ว่า concept แบบนี้ ตอนนี้โลกเราจะโม้ว่ามันเป็น Cloud ครับ (ก้อนเมฆนี่เอง) ข้อดีของการใช้ software แบบ Cloud นี้ก็เป็นเหมือนกับที่ผมบอกไปตะกี้ก็คือ เข้าที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ จากเครื่องแบบไหนก็ได้ แล้วก็เมื่อไหร่ก็ได้ครับ ซึ่งตรงกันข้ามกับ Software แบบที่ install เอาไว้ครับ เช่น ถ้าหากว่า computer หรือโปรแกรมที่คุณซื้อมามันเป็น software ที่ต้อง install กว่าจะใช้ program นั้นได้ก็ต้องอยู่กับเครื่อง computer ทีมี License ของ program นั้น หรือว่าก็ต้องอยู่กับเครื่องที install เอาไว้แล้ว แย่ไปกว่านั้นก็คือ License อาจจะคิดว่า เมื่อ Hard Drive คุณพังไปแล้วก็ถือว่า License นั้นก็พังตามไปด้วย ถ้าหากว่าอยากจะเอาไปใช้กับเครื่องอื่น หรือว่าเครื่องใหม่ (เพื่อเอามาแทนตัวเก่านี่น่ะหละ) ก็ต้องซื้อ License กันใหม่ก็ว่าได้น่ะครับ อันนี้ก็ไปแย้งเค้าไม่ได้เหมือนกันน่ะครับ โลกเราก็เป็นแบบนี้น่ะครับ</p>
<p>ลองคิดดูแล้วกันน่ะครับว่า software และการใช้งานของทั้งสองสถานการณ์ มันแตกต่างกันแบบฟ้ากับดินเลยก็ว่าได้ ทำให้ Google เองก็จะออก computer ที่มี software แบบ Cloud แล้วก็เรียกมัน่วาเป็น App เหมือนว่าต้อง install แต่มันจริงๆแล้วมันก็เป็นแค่ link เพื่อไปยังหน้า website ที่ให้บริการอะไรบางอย่างผ่าน internet website หรือเข้าได้ผ่าน Browser ได้ก็เท่านั้นเองน่ะครับ ตลกดีเนาะ&#160; (แต่ก็่ว่าเค้าไม่ได้น่ะครับเพราะว่าเค้าก็พยายามที่จะทำให้ Browser Chrome ของเค้าเองเนี่ยะ มันทำงานอะไรได้มากกว่าปกติมากๆครับ เห็นว่าตอนนี้มีการใช้งาน HTML5 ซึ่งมันเป็นอะไรก็ไม่รู้แต่ว่าจะทำให้ user experience แตกต่างออกไปจากเดิมได้มากๆครับ ไว้รอดูกันน่ะครับ)</p>
<p>และนี่ก็เป็นเหตุว่าทำไมผมเลือกทดสอบ SagarCRM ผ่าน hosting แบบที่เป็น share ครับ SugarCRM นั้นอย่างที่ผมบอกผม install ผ่านการกดปุ่มแค่ปุ่มเดียวที่ <a title="install SugarCRM on ipage.com" href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage" target="_blank">Web Hosting ของ iPage.com</a> ครับผม</p>
<h2>โม้ออกทุ่งไปตั้งยาวว่าแต่ว่า .. ทำไมต้อง CRM ด้วยล่ะ ?</h2>
<p>CRM จะทำหน้าที่เพื่อทำให้การติดตามงานของพนักงานว่าทำงานอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร โดยผมจะบอกเป็นประเด็นๆไปแล้วกันนะครับว่า ที่ผมกำลังทดสอบใช้งาน <a title="one click installation for SugarCRM" href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage" target="_blank">SugarCRM Community Version (one click install ด้วย ipage.com)</a> เนี่ยะ .. ผม เอาไป (บังคับ) พนักงานทำอะไรกันบ้าง</p>
<p><strong>ติดตามการนัดหมายของพนักงานขายกับลูกค้า</strong></p>
<p>นัดหมายให้ผมเห็น : ปกติแล้วเป็น sales ที่ต้องขายของ ก็ต้องเดินทางออกไปหาลูกค้านอก office เป็นธรรมดาครับ เพื่อ ติดตาม ติดต่อ พูดคุย สร้างสัมพันธ์ (เช่นพาไป pub coyote เป็นต้น) และอื่นๆครับ ทั้งหมดนี้เป็นการนัดหมาย และ ควรจะแจ้งให้กับหัวหน้าได้ทราบว่า&#160; week หน้าที่กำลังจะถึงเนี่ยะ คุณพนักงานขายจะพาลูกค้าหรือว่าจะไปหาลูกค้ารายไหน แล้ว คุยเรื่องอะไรกัน มองแค่นี้มันเป็นเหมือนกับ Google Calendar ยังไงอย่างงั้นน่ะครับ แต่ว่านี่เป็นการใช้งานเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น แต่ไม่มีข้อมูล เรื่องส่วนตัวปนเปอยู่แต่ประการใดครับ แน่นอนว่า ระบบนี้ผมไม่ได้ทำการทดสอบ Sync เข้ากับ Calendar ใน mobile phone ครับเพราะว่า ถ้าหากว่าผมทำผมก็ต้องให้พนักงานขายใช้ Calendar บน OS (mobile) ทีเหมาะสม (หรือว่าที่ผมทำได้เท่านั้นน่ะครับ) มันก็จะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉยๆน่ะครับ ก็เลยเอาเป็นแค่ว่า ไม่ต้อง Sync หรอกก็แค่ บอกซะหน่อยว่า กำลังจะไปไหน นัดลูกค้ารายไหนเพื่อคุยอะไรกัน แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร แค่นั้นก็พอแล้วครับ ซึ่ง SugarCRM commnity version ตัวนี้ก็ทำได้อย่างแน่นอนเพราะว่ามัน Basic เอามากๆนะครับ</p>
<p><strong>ติดตามงานย่อยต่างของพนักงานขาย     <br /></strong>    <br />เพื่อให้สร้าง task ที่เกี่ยวกับงานของพนักงานเองและหัวหน้างาน Assign task ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ตัวอย่างสินค้า หรือติดตามงานอะไรเป็นพิเศษที่ไม่ได้เป็นงานขาย (พนักงานต้องทำงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานขายด้วยน่ะครับ เช่น จัดงานออกบู้ท หาของมาเพื่อออกบู้ท หรือว่า ตามเอาตัวอย่างอะไรที่ไม่ได้เอาไปขาย แค่ทำเป็น prototype เป้นต้นน่ะครับ เยอะๆ เรียกว่า พนักงานขายก็ไม่ได้แต่งานขายน่ะครับ ระดับนี้แล้วทำได้หมดน่ะครับ) ตัว Task ก็จะแสดงทั้งของตัวเองและคนอื่นๆเพื่อให้ติดตามกันได้สะดวก แล้วก็มา mark status กันว่าเป็นอย่างไร ทำอะไรไปถึงไหนอย่างไร แล้วก็พิมพ์รายละเอียดเก็บเอาไว้ด้วยก็ได้น่ะครับ</p>
<p><strong>ติดตามโอกาสขายของพนักงานขายทุกคน     <br /></strong>    <br />ติดตาม &quot;โอกาสขาย&quot; หรือเรียกกันว่า &quot;sales Opportunities&quot; นั้นเป็นงานหลักๆ สำหรับคนที่เป็น Supervisor หรือคนที่ดูแลทีมขายทั้งหมดครับ โดยสำหรับ SugarCRM ตัว Community ตัวนี้จะไม่สามารถแบ่งกลุ่มก้อนของทีมขายได้ครับ (นี่ก็เป็นอีกข้อจำกัดหนึ่งครับ แต่ว่าสำหรับองค์กรทั่วไปแล้ว ก็น่าจะมีกลุ่มก้อน sales team แค่ทีมเดียวเพื่อ product ประเภทเดียวอยู่แล้วครับ) ซึ่งการแยกกลุ่ม sales นั้นถ้าหากว่าเป็นองค์กรใหญ่กว่านั้น ผมก็สามารถแนะนำว่า คุณแยก install CRM ให้มากกว่า 1 URL ก็ได้ครับ เช่น crm1.yourdomainname.com , crm2.yourdomainname.com และอื่นๆ เพื่อเป็นการแยกทีมกันน่ะครับ แต่คุณจะดูทีเดียวทั้งหมดไม่ได้น่ะครับเท่านั้นเอง (อย่างว่าถ้าหากว่าอยากจะเจ๋งกว่านี้ก็ Upgrade จ่ายเงินซึ่งแน่นอนว่านั้นไม่ได้เป็น policy ของผมตอนนี้ครับ)</p>
<p>การติดตามโอกาสขายถือได้ว่าเป็น High Light ของเรื่องนี้ทั้งหมด เพราะว่าจะมีตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว และ ทุกๆครั้งที่ sales มีการเปิดงานขายใหม่ ก็ควรจะทำการ note บันทึกและบอกกล่าวให้กับหัวหน้าได้ทราบ พร้อมทั้งแสดงตัวเลขเงินที่คาดว่าน่าจะเป็นยอดซื้อได้ เพื่อให้หัวหน้าติดตามงานนั้นได้อย่างใกล้ชิดจริงๆครับ แน่นอนว่า ข้อมูลที่จะมีอยู่ในเรื่องของโอกาสขายพนักงานขายจะกรอกข้อมูลว่า โอกาสขายนั้นชื่ออะไร ใครเป็นคนเปิดโอกาสขายนี้ ลูกค้ารายนี้มาจากไหน (หรือเรียกว่า Lead Source แหล่งที่มาของลูกค้า เช่นมาจาก email mass ที่ส่งไป หรือว่ามาจากลูกค้า Google มาหา หรือว่าเป็นลูกค้าที่ติดต่อผ่านทางหน้าร้าน เห็นร้านแล้วเดิมแวะเข้ามาเป็นต้น) นอกจากนี้ sales เองจะต้องประเมินด้วยว่า โอกาสปิดการขายนั้นน่าจะเป็นสักเท่าไหร่ (มันก็แค่กรอกตัวเลขเป็น % เท่านั้นเองครับ) แต่ว่าตัวเลขตัวนี้จะได้มาจากดูหน้าตาของลูกค้า ผ่าน sense การขายของพนักงานเอง ว่าจะประเมินสักเท่าไหร่ แต่ว่าถ้าหากว่า คุณไม่มี sense ก็จะมีค่าตั้งต้นเอาไว้ขึ้นกับ status ของโอกาสขายนั้นครับ</p>
<p>โอกาสขายจะต้องมีการระบบ stage of sales หรือ sales status หรือเรียกเป็นไทยๆ อย่างผมว่าก็คือ สถานะการขาย โดยมากแล้ว สำหรับสินค้าเป็นกลุ่มก้อน ที่ผมกำหนดเข้าไปใน SugarCRM Community Version นี่ผมก็ไปแก้มันให้เป็น status ประมาณที่หัวหน้างานเข้าต้องการจะทราบ เช่น เพิ่งเปิดใหม่ / กำหนด Spec. / เสนอราคา / อยู่ระหว่างต่อรอง / ปิดการขายชนะ / ปิดการขายแพ้ เป็นต้นน่ะครับ ซึ่งแนนอนว่า status ของ sale stage พวกนี้ คุณหัวหน้างานหรือคนที่ดูแลทีมขายนั้นต้องบอกมาก่อนน่ะครับว่าอยากจะเห็นสถานะแบบไหน เพราะ ที่หน้า DaskBoard จะมีการแสดงเป็นกราฟเหมือนกับเป็น Pipeline หรือเป็นกราฟแท่งเพื่อบอกสรุปผล ว่ามีจำนวนเงินอยู่ใน stage ใดจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้ดูได้ว่างานมันจะดองกันที่ stage ไหนเยอะสุด ทำไมมันไม่ได้ แปลงสภาพมาเป็น &quot;ยอดขาย&quot; ได้สักที อะไรทำนองนี้น่ะครับ อันนี้ต้องแล้วแต่มิติของตัวหัวหน้าคนดูเองว่าจะดูอะไรอย่างไร แล้ว มันจะแปลความหมายอะไรได้หรือไม่มากกว่าครับ แต่ก็อีก เรื่องแบบนี้ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้ คนไม่เคยลองก็ไม่เคยรู้น่ะครับ เผื่อว่าจะเห็นข้อมูลอะไรมากขึ้นครับผม</p>
<p><strong>รายชื่อ บริษัท และบุคคลที่ติดต่อทั้งหมดต้องอยู่ในระบบ     <br /></strong>    <br />เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะ sales ที่ติดต่อกับลูกค้าหากว่าไม่ได้กรอกข้อมูลบันทึกใดๆ เข้าระบบด้วยกระดาษหรือเอกสาร อะไรเลยข้อมูลนั้นจะเลือนหายไปตามกาลเวลา หรือ อย่างดีที่สุดก็จะอยู่ที่มือถือของพนักงานขายเท่านั้น แต่ก็ดูไม่ออกอยู่ดีว่าเค้าตั้งชื่อเล่นว่าอะไร แล้วอีกอย่างผมว่าหัวหน้าหรือทางบริษัทเองก็ไม่น่าจะเข้าไปเอามือถือของพนักงานขายเองมาไล่กดดูว่า ลูกค้าเบอร์ติดต่ออะไรครับ เพราะฉะนั้นแล้ว &quot;ต้องให้พนักงานขายทั้งหมด&quot; เอา contact list หรือรายชื่อ และช่องทางการติดต่อเอามา Post ใส่เข้าระบบ แล้วแบบนี้จะแตกต่าง หรือ เป็นการบังคับได้มากขึ้นกว่าการที่เขียนข้อมูลกระดาษอย่างงั้นหรือ? แน่นอนว่าถ้าหากว่าเป็นข้อมูลกระดาษ เมื่อมีการกรอกข้อมูลแล้ว จะมีแค่คนทีทำหน้าที่รับกระดาษ (หรือเรียกเท่ห์กว่านั้นก็เรียกว่าเอกสารก็แล้วกัน) ดูคร่าวๆ โดยคนที่เกี่ยวข้องว่าข้อมูลมีกรอกไว้ อ่านออกหรือไม่ แล้วก็เก็บเข้า filing แล้วก็เอาเข้าตู้ครับ</p>
<p>ถ้าหากว่าคุณคิดว่าคุณมีข้อมูลลูกค้าแล้วคุณอาจจะคิดผิดก็ได้เพราะว่า contact ที่ผมบอกอยู่นี่คือ contact ของคนทีติดต่ออยู่ สำหรับโอกาสขายใดๆที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมดครับ และ นอกจากนี้จะต้องมีข้อมูลอีกประเภทที่แม้แต่ว่ายังไม่ได้มีการ contact ติดต่อกับเกิดขึ้นก็มีการกรอกข้อมูลติดต่อเหล่านั้นได้ด้วย คือให้สร้างไปที่ Lead (ผมเรียกกันเองภายในว่าผู้มุ่งหวังครับ) ซึ่งความแตกต่างระหว่าง lead และ contact ที่อยู่ในระบบ CRM โดยทั่วไปก็คือ lead คือ คนที่ยังไม่ได้มีการ contact กันมาก่อน หรือว่ายังไม่ได้มีการเข้าไปเสนอสินค้าอะไร แต่อาจจะได้มาจาก List รายชื่อที่ซื้อมา หรือว่าไล่ดูจากสมุดหน้าเหลืองก็ยังได้น่ะครับ หรือว่าแม้กระทั่ง Google เอาด้วย keyword แบบฉลาดๆครับ แล้วก็เอา เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ คนที่จะติดต่อเหล่านั้นมากรอกเอาไว้ที Lead ครับผม ส่วน contact คือ อาจจะเป็น lead ก็ได้แล้วก็มีการ convert หรือแปลงสภาพมาเป็น contact ครับ เหตุผลก็คือ contact คือคนที่มีการติดต่อแล้ว และเกี่ยวข้องกับโอกาสขายอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ คนที่พนักงานนั้นๆมีการติดต่อด้วยเหตุผลอื่นๆก็ได้ครับ สรุปง่ายคือ lead ยังไม่ได้ติดต่อ ส่วน contact คือคนที่พนักงานติดต่อแล้ว ได้คุยได้อะไรกันบ้างแล้วเท่านั้นเองครับ Lead จะไกลตัวกว่า contact มากครับ ส่วน Target ก็เป็นอีกคำหนึ่งที่ CRM จะมีการพูดถึง แต่ก็อีกในระบบไม่ได้แสดงอะไรไว้ เพราะงั้นผมก็ไม่ได้พูดถึงเอาไว้ตอนนี้ก็แล้วกันนะครับ</p>
<h2>ว่ากันมาเสียตั้งยาวสรุปกันนิดนึงครับเกี่ยวกับการใช้ SugarCRM</h2>
<p>ลองคิดดูว่า เมื่อคุณไม่ได้มีข้อมูลในระบบใดๆ การย้ายงานของพนักงาน หรือ การที่หัวหน้าเองจะติดต่อได้เองก็จะกระทำไม่ได้ (เพราะแค่เบอร์ก็ไม่มีอะไรทำนองนั้น) ซึ่งถ้าหากว่าระบบไม่ได้มีสร้างเอาไว้เลย เหตุการณ์และความรู้สึกว่า พนักงานผูกตัวกับลูกค้านั้นจะเกิดขึ้น ซึ่งในมุมมองของ บริษัท หรือองค์กรไม่ได้อยากจะให้เป็นอย่างงั้นแน่นอนะครับเพราะ งานใดๆ ไม่ควรจะผูกติดกับความเป็นส่วนตัวหรือความเป็นปัจเจกบุคคลของพนักงานมากนักครับ ถ้าหากว่ามีก็มีได้ระดับหนึ่งแต่ว่าถึงตอนที่ต้อง retrive ข้อมูลกลับออกมาก็ต้องมีพร้อมและกระทำได้ด้วยครับ</p>
<p>และที่ผมกล่าวไปข้างต้นก็เป็นกิจกรรมหลักๆที่จะเกิดขึ้นบน CRM ที่ทางพนักงานขายหรือ sales ทั้งหมด และ หัวหน้าที่ดูแลงานขายจะเกี่ยวข้องครับ (แน่นอนว่าผู้บริหารอยากจะมี account username เพื่อเปิดเข้ามาดูก็ได้ไม่ว่ากัน่นะครับ ถ้าหากว่าอยากจะบริหารแบบใกล้ชิดก็กระทำได้เหมือนกันนะครับ) โดยมากแล้ว ระบบ PO เมื่อมีการรับ order ของลูกค้าเข้ามาสู่ระบบนั้นจะมีอยู่แล้วครับ เพราะว่า มันเป็น ORDER แล้วถ้าหากว่าบริษัทไม่ได้มีระบบนั้นใดๆรองรับไว้นี่ก็แย่แล้ว แต่ว่าระบบ CRM ที่ผมโม้มาได้ประมาณ 30 นาทีแล้ว ก็เป็นระบบที่เป็น add-on function เสริม ที่สำคัญ และองค์กรปกติจะไม่ค่อยเห็นความสำคัญแต่อย่างใดครับ ยังไงซะถ้าหากว่าคุณคิดว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณแล้วล่ะก็ แนะนำว่าลอง <a title="install CRM sugarCRM on ipage web hosting" href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage" target="_blank">install Software CRM ที่จัดการผ่าน internet ด้วย hosting ipage.com</a> ได้จากที่นี่แล้วกันนะครับ ลองดู เพราะว่า ในเนื่อด้านในยังมีวิธ๊การปรับแต่งอีกมากมาย ที่ผมคลุกเรียนรู้มันประมาณ 8 ชั่วโมงเพื่อดูว่า เราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง แต่ว่า จริงๆ แล้วคุณก็สามารถที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเหมือนกันน่ะครับ โดนไป <a title="ipage web hosting for SugarCRM" href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage" target="_blank">host ipage.com แล้วลองใช้ SugarCRM</a> กันแบบส่วนตัวกันเลยครับผม</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>วิธีใช้ sugarcrm</li><li>sugarcrm คู่มือ</li><li>sugarcrm คือ</li><li>กราฟในsugar crm</li><li>ตัวอย่างบริษัท SugarCRM</li><li>ทำ sugarcrm hosting</li><li>คู่มือ sugarcrm</li><li>ประโยชน์ของsugarcrm</li><li>รับ host sugarcrm</li><li>รับติดตั้ง สอน sugarcrm</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/sugarcrm-concept-ipage/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Shortcutor โปรแกรมจัดการ shortcut ปุ่มลัดบน Windows</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/shortcutor-freeware-hotkey-management/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/shortcutor-freeware-hotkey-management/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Dec 2010 10:05:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[freeware]]></category>
		<category><![CDATA[hotkey]]></category>
		<category><![CDATA[shortcut]]></category>
		<category><![CDATA[shortcutor]]></category>
		<category><![CDATA[software shortcut]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/shortcutor-freeware-hotkey-management/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet Shortcutor เป็น program ที่เอาไว้จัดการ shortcut หรือปุ่มลัด และ Hotkey ใดๆ ทั้งที่เป็น Default ของ windows เอง และ ปุ่ม hotkey ที่เราอยากจะสร้างขึ้นมาเองครับ เรียกว่าครอบจักรวาลเลยก็ว่าได้ การตั้งว่าจะให้กดปุ่มอะไรแล้วให้มันไปทำอะไรนั้น ผมมีลักษณะการเพิ่มปุ่มเข้าไปคือ ผมจะใช้ shift + ctrl + ตัวอักษร เพื่อให้จำได้ง่ายครับ เช่น ถ้าหากว่าดูตามภาพตัวอย่าง screenshot ของ program ผมจะมีตั้งว่า shift + ctrl + f &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/shortcutor-freeware-hotkey-management/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1136" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fshortcutor-freeware-hotkey-management%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=Shortcutor%20%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20shortcut%20%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%99%20Windows&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fshortcutor-freeware-hotkey-management%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: inline; border-top: 0px; border-right: 0px" title="Shotcutor freeware" border="0" alt="Shotcutor freeware" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/12/Shotcutor.jpg" width="1278" height="970">
</p>
<p>Shortcutor เป็น program ที่เอาไว้จัดการ shortcut หรือปุ่มลัด และ Hotkey ใดๆ ทั้งที่เป็น Default ของ windows เอง และ ปุ่ม hotkey ที่เราอยากจะสร้างขึ้นมาเองครับ เรียกว่าครอบจักรวาลเลยก็ว่าได้ การตั้งว่าจะให้กดปุ่มอะไรแล้วให้มันไปทำอะไรนั้น ผมมีลักษณะการเพิ่มปุ่มเข้าไปคือ ผมจะใช้ shift + ctrl + ตัวอักษร เพื่อให้จำได้ง่ายครับ เช่น
<p>ถ้าหากว่าดูตามภาพตัวอย่าง screenshot ของ program ผมจะมีตั้งว่า shift + ctrl + f ก็จะเป็นการเปิด facebook.com ขึ้นมาทันทีครับ เร็วดี ดีกว่าต้องมาเปิด Browser แล้วก็ต้องพิมพ์ facebook เข้าไปใน URL เป็นไหนๆ หรือ ผมใช้ shift + ctrl + l เพื่อเปิด Lunchy เพราะว่าบางครั้งโปรแกรมไม่ได้เปิดไว้ก่อน หรือว่ามันค้างอะไรสักอย่างทำให้ Lunchy มันเปิดโปรแกรมไม่ได้ ก็กดปุ่มลัดนี้ครับ
<p>เอาเป็นว่าคุณสามารถที่จะใช้ shortcutor เพื่อการเปิดหน้าเว็ปที่คุณเข้าเป็นประจำหรือว่าเปิด program หรือ shortcut ที่คุณจะต้องเปิดเป็นประจำครับ&nbsp; หรือ ถ้าหากว่ามีวิธีการใช้งานอื่นๆได้อีกก็พิมพ์ไว้ใน comment มาด้วยน่ะครับ
<p><a href="http://www.coodesoft.com/downloads/Shortcutor-1.0.exe" target="_blank">โดดเข้าไปโหลด shortcutor ได้จากที่นี่เลยน่ะครับ</a></p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>ปุ่มลัดchrome</li><li>จัดการ shortcut</li><li>ปุ่ม hotkey</li><li>rackmanagerpro shortcutor</li><li>โปรแกรมสร้างปุ่มลัด</li><li>โปรแกรมปุ่มลัด</li><li>โปรแกรม ปุ่มลัด</li><li>โปรแกรม จัด shortcut</li><li>วิธีสร้างปุ่มลัด เข้าโปรแกรม</li><li>วิธีทำปุ่มลัดเปิดโปรแกรม</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/shortcutor-freeware-hotkey-management/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

