<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Rackmanager personal blog note &#187; Freeware lover</title>
	<atom:link href="http://www.rackmanagerpro.com/category/freeware-lover/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rackmanagerpro.com</link>
	<description>ก็แค่ ... อยากจะบอก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2010 16:23:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>Pixel Ruler : ไม้บรรทัดวัดหน่วย Pixel</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/pixel-ruler/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/pixel-ruler/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Mar 2010 04:42:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[freeware]]></category>
		<category><![CDATA[pixel]]></category>
		<category><![CDATA[pixel ruler]]></category>
		<category><![CDATA[ruler]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้บรรทัดวัดขนาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/pixel-ruler-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2-pixel/</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ไม้บรรทัดเอาไว้วัดขนาดหน้าจอเป็นประจำ จริงๆแล้วอย่าเรียกว่าวัดหน้าจอจะดีกว่า ถ้าจะให้เรียกให้เหมาะ มันจะเหมือนกับอุปกรณ์ตลับเมตรที่เอามาวางทาบที่หน้าจอแล้วก็บอกหน่วยออกมาเป็น pixel ครับ เหตุผลที่ผมใช้งานนี้ก็เพราะว่า ผมอยากจะเอาโฆษณาไปติดไว้ที่ website ใดๆที่ผมสร้างขึ้นมาครับ ถ้าหากว่ามีไม้บรรทัดซะหน่อยเราก็ไม่ต้องเดาเอาว่าจะกำหนดขนาดแบบมั่วๆขึ้นมาเองครับ ทำให้การวาง layout ของโฆษณาทำได้สะดวกกว่าเดิมมากครับ การใช้งานไม้บรรทัดดิจิทอลอันนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร คือ เปิดโปรแกรมมันขึ้นมาแล้วก็ลากไม้บรรทัดไปทาบ ณ ตำแหน่งที่อยากรู้ว่าความกว้างครับ ถ้าหากว่าอยากรู้เป็นความสูงแทนก็กด click ที่ด้านซ้ายสุดของไม้บรรทัดมันก็จะทำการปรับแนวทาบจากแกนเอ็กซ์เป็นแกนวายไป (แนวนอนเป็นแนวตั้ง) เราก็จะทำการวัดขนาดตำแหน่งภาพใดๆได้ทั้งความกว้างและความสูงแล้วล่ะครับ ไม่ยากเล้ย อ้อ ถ้าหากว่าจะปิดโปรแกรมไม้บรรทัดให้ click ขวาครับมันก็จะหายวับไปเลย ยังไงก็โหลดไปลองใช้งานได้จากที่นี่เลยน่ะครับ&#160; (แน่นอนเป็น Freeware เหมือนเคยไม่ต้องเสียเงินครับ)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto" src="http://img221.imageshack.us/img221/151/imageruler.png" /> </p>
<p>ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ไม้บรรทัดเอาไว้วัดขนาดหน้าจอเป็นประจำ จริงๆแล้วอย่าเรียกว่าวัดหน้าจอจะดีกว่า ถ้าจะให้เรียกให้เหมาะ มันจะเหมือนกับอุปกรณ์ตลับเมตรที่เอามาวางทาบที่หน้าจอแล้วก็บอกหน่วยออกมาเป็น pixel ครับ </p>
<p>เหตุผลที่ผมใช้งานนี้ก็เพราะว่า ผมอยากจะเอาโฆษณาไปติดไว้ที่ website ใดๆที่ผมสร้างขึ้นมาครับ ถ้าหากว่ามีไม้บรรทัดซะหน่อยเราก็ไม่ต้องเดาเอาว่าจะกำหนดขนาดแบบมั่วๆขึ้นมาเองครับ ทำให้การวาง layout ของโฆษณาทำได้สะดวกกว่าเดิมมากครับ </p>
<p>การใช้งานไม้บรรทัดดิจิทอลอันนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร คือ เปิดโปรแกรมมันขึ้นมาแล้วก็ลากไม้บรรทัดไปทาบ ณ ตำแหน่งที่อยากรู้ว่าความกว้างครับ ถ้าหากว่าอยากรู้เป็นความสูงแทนก็กด click ที่ด้านซ้ายสุดของไม้บรรทัดมันก็จะทำการปรับแนวทาบจากแกนเอ็กซ์เป็นแกนวายไป (แนวนอนเป็นแนวตั้ง) เราก็จะทำการวัดขนาดตำแหน่งภาพใดๆได้ทั้งความกว้างและความสูงแล้วล่ะครับ ไม่ยากเล้ย อ้อ ถ้าหากว่าจะปิดโปรแกรมไม้บรรทัดให้ click ขวาครับมันก็จะหายวับไปเลย </p>
<p><a href="http://www.topshareware.com/Pixel-Ruler-download-18492.htm" target="_blank">ยังไงก็โหลดไปลองใช้งานได้จากที่นี่เลยน่ะครับ</a>&#160; <br />(แน่นอนเป็น Freeware เหมือนเคยไม่ต้องเสียเงินครับ)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/pixel-ruler/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับขนาดภาพแบบเป็น Batch ปรับทีเดียวพร้อมกันเป็น folder เลยเร็วดีครับ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/batch-resizer-photo-picture-as-folder/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/batch-resizer-photo-picture-as-folder/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jan 2010 14:14:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[image resizer]]></category>
		<category><![CDATA[image tools]]></category>
		<category><![CDATA[resize]]></category>
		<category><![CDATA[resizer]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับขนาดภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ย่อภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-batch-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1/</guid>
		<description><![CDATA[ล่าสุดผมเจอ Freeware ที่ทำหน้าที่ในการ resize ภาพเป็น Batch อีกโปรแกรมที่น่าสนใจ เพราะว่ามันใช้งานได้ง่ายกว่า Freeware ตัวก่อนที่ผมแนะนำมาแล้วเมื่อประมาณเดือนก่อนๆนู้นครับ แต่ว่าผมจะไม่แนะนำมันอีกต่อไปครับ ตัวไหนดีกว่าผมก็แนะนำอันนั้นว่าง่ายๆ Software ตัวเล็กนี้ชื่อว่า Local Market Imaging โดดไปโหลดเอาไปใช้กันเลยดีกว่าครับ วิธีให้ก็ไม่ยากน่ะครับ แค่เลือก Folder ที่มีภาพที่อยากจะทำการแก้ไขขนาด FILES แค่นี้ก็เสร็จแล้วน่ะครับ สำหรับคนที่คิดไม่ออกว่าเราจะทำการ resize ภาพทีเดียวเยอะๆไปทำไม ผมก็อยากจะเล่าให้ฟังซักเล็กน้อยน่ะครับว่า เอาไว้ทำอะไรได้บ้าง แล้วรอบตัวผมเนี่ยะ มีคนต้องใช้ Software แบบนี้จริงๆครับผม คือ พวกที่จำเป็นต้องทำ website ประเภทของขาย Ecommerce ครับ ปกติแล้วถ้าหากว่าเป็นสินค้าที่มีอยู่จริงแล้วเราต้องถ่ายภาพออกมาเอง &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/batch-resizer-photo-picture-as-folder/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ล่าสุดผมเจอ Freeware ที่ทำหน้าที่ในการ resize ภาพเป็น Batch อีกโปรแกรมที่น่าสนใจ เพราะว่ามันใช้งานได้ง่ายกว่า Freeware ตัวก่อนที่ผมแนะนำมาแล้วเมื่อประมาณเดือนก่อนๆนู้นครับ แต่ว่าผมจะไม่แนะนำมันอีกต่อไปครับ ตัวไหนดีกว่าผมก็แนะนำอันนั้นว่าง่ายๆ </p>
<p>Software ตัวเล็กนี้ชื่อว่า <a href="http://kent.dl.sourceforge.net/project/eshopimager/LocalMarketImage.exe" target="_blank">Local Market Imaging</a> โดดไป<a href="http://kent.dl.sourceforge.net/project/eshopimager/LocalMarketImage.exe" target="_blank">โหลด</a>เอาไปใช้กันเลยดีกว่าครับ </p>
<p>วิธีให้ก็ไม่ยากน่ะครับ แค่เลือก Folder ที่มีภาพที่อยากจะทำการแก้ไขขนาด FILES แค่นี้ก็เสร็จแล้วน่ะครับ   <br /><img height="386" src="http://www.technixupdate.com/wp-content/uploads/2010/01/LocalMarketImaging_thumb.png" width="526" /> </p>
<p>สำหรับคนที่คิดไม่ออกว่าเราจะทำการ resize ภาพทีเดียวเยอะๆไปทำไม ผมก็อยากจะเล่าให้ฟังซักเล็กน้อยน่ะครับว่า เอาไว้ทำอะไรได้บ้าง แล้วรอบตัวผมเนี่ยะ มีคนต้องใช้ Software แบบนี้จริงๆครับผม คือ พวกที่จำเป็นต้องทำ website ประเภทของขาย Ecommerce ครับ </p>
<p>ปกติแล้วถ้าหากว่าเป็นสินค้าที่มีอยู่จริงแล้วเราต้องถ่ายภาพออกมาเอง (ไม่ได้ไป copy หรือเอามาจากไหน) ก็จะต้องถ่ายภาพสินค้านั้นใน studio ย่อมๆเท่าที่ประสบการณ์หรือสถานที่และเครื่องมืออำนวย แต่กล้องที่เอามาถ่ายจะเป็นกล้องที่ให้ความละเอียดได้มากกว่าที่เราจำเป็นเอาไป post ขึ้น website ครับ เช่นมันอาจจะถ่ายมาเป็นแบบ 6 ล้าน pixels หรือมากกว่านั้น เพื่อเก็บเอาไว้เป็น raw file ถ้าหากว่าจะเอาภาพเหล่านั้นไปทำการตกแต่งหรือเพื่อทำเป็น ads โฆษณาต่อในภายหลังก็สามารถทำได้ หรือถ้าหากว่าอยากจะปรับแต่งภาพให้สวยกว่านั้นก็ทำได้เนียนกว่า เพราะ file ตั้งต้นของเรามันเป็นภาพที่มีความละเอียดเยอะสักหน่อย </p>
<p>แต่ว่าพอจะทำเอาภาพสินค้าเหล่านั้นปะไว้ที่ website แล้ว มันไม่จำเป็นจะต้องใหญ่เอามากๆเหมือนกับที่เราถ่ายภาพเก็บเอาไว้แต่แรกน่ะครับ เพราะ ถ้าหากว่ามันใหญ่เกินไป คนที่กดโหลดดูมันจะกินเวลานาน ลองคิดดูแล้วกันนะครับถ้าหากว่า file มันใหญ่จัดๆ ใหญ่กว่า wallpaper ของ computer ที่เค้าใช้งานอยู่อีก แสดงว่ามันก็ต้องล้นจอแล้วล้นจออีก แทบจะมองไม่ออกว่ามันเป็นสินค้าอะไรกันเลยก็ว่าได้ ยิ่งไปกว่านั้นการที่เอา file ใหญ่ upload ขึ้นมันก็กินเวลานาน (มันก็นานทั้ง up และก็ download น่ะหละครับ)&#160; มันก็จะทำให้กินพื้นที่ hosting ที่เราเช่าด้วยอีกส่วนหนึ่งครับ </p>
<p>ผมคิดได้แบบนี้เมื่อผมเจอใครต่อใครที่ถามเกี่ยวกับเรื่องภาพก็จะคอยบอกอยู่เสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องเอาภาพที่มีความละเอียดสูงจัดเอาปะไว้ที่ website ครับยกเว้นถ้าหากว่าคุณจะขายงานศิลปะ หรืออะไรก็ตามที่อยากจะให้ดูแบบรูขุนขนกันเลยก็สุดแล้วแต่ความเหมาะสมของสินค้านั้นครับ ซึ่งส่วนมากสินค้าใดๆก็ไม่ได้ต้องการให้เห็นภาพใหญ่มากๆอยู่แล้ว เช่น ถ้าหากว่าคุณขาย USB flash drive ก็จะ show ภาพใหญ่ไปเพื่ออะไรกันล่ะครับ คิดออกกันเหรอป่าวเนี่ยะ เพราะ ใหญ่ไปมันก็ไม่ได้ทำให้สินค้าน่าซื้อกว่าเดิมแต่ประการใด เอาแค่ว่าลูกค้าเค้าดูออกได้ว่า มันหน้าตาเป็นยังไงก็พอแล้วกระมัง .. ถ้าหากว่าคุณหลงมาอ่านเนื้อความส่วนล่างนี้โดยไม่ได้เข้าไปโหลด file Freeware ทันทีแสดงว่า คุณยังไม่ได้ขายของอะไรอย่างแน่นอนครับ เอาเถอะครับอ่านเป็นความรู้ความคิดเอาไว้ เพราะไม่แน่สักวันคุณอาจจะต้องเอาสินค้าอะไรมาขาย online ก็เป็นได้น่ะครับ เมื่อนั้นค่อยเข้ามาโหลดค้นหาผ่านหน้าเว็ปผมก็ไม่มีปัญหาอะไรน่ะครับ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/batch-resizer-photo-picture-as-folder/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Chrome Extensions : ที่ผมใช้งานอยู่เพื่อประหยัดเวลาตอนใช้งาน Chrome</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-extensions-that-useable/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-extensions-that-useable/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Jan 2010 01:33:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[recommend site]]></category>
		<category><![CDATA[browswer]]></category>
		<category><![CDATA[extension]]></category>
		<category><![CDATA[gmail]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google chrome]]></category>
		<category><![CDATA[google product]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-extensions-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้งาน Google Chrome ได้มากกว่า 4 เดือนแล้วน่ะครับ (น่าจะน่ะครับไม่แน่ใจแต่ว่ารู้สึกว่าน่าจะนานเอาการอยู่) จริงๆผมก็แค่อยากลองเท่านั้นเองครับ แต่ว่าพอลองแล้วติดใจไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือการแสดงหน้าจอที่ Zen กว่า Firefox มากๆ ทำให้ Firefox ตัวใหม่ที่กำลังจะออกก็จะต้องเลียนแบบ Chrome เช่นเดียวกันครับ เลียนกันไปกันมาอันนี้ดูเหมือนกะว่าไม่มีใครว่าอะไรกันได้เลยน่ะครับ Google Chrome Extension ที่ผมใช้งานก็ไม่ได้เยอะแยะเหมือนกับสมัยที่ผมใช้เป็น Firefox ครับ ทำไมน่ะเหรอครับ เพราะว่าผมแค่รู้สึกไปเองว่า ตอนที่ผมใช้งาน Firefox แล้วผมลง Extension มากๆตอนเปิด program ขึ้นมามันจะเริ่มช้าๆนิดหน่อย ผมรู้สึกได้กับเรื่องพวกนี้น่ะครับ (เป็นพวก sensitive ต่อเวลาอะไรที่ computer มัน &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-extensions-that-useable/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้งาน Google Chrome ได้มากกว่า 4 เดือนแล้วน่ะครับ (น่าจะน่ะครับไม่แน่ใจแต่ว่ารู้สึกว่าน่าจะนานเอาการอยู่) จริงๆผมก็แค่อยากลองเท่านั้นเองครับ แต่ว่าพอลองแล้วติดใจไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือการแสดงหน้าจอที่ Zen กว่า Firefox มากๆ ทำให้ Firefox ตัวใหม่ที่กำลังจะออกก็จะต้องเลียนแบบ Chrome เช่นเดียวกันครับ เลียนกันไปกันมาอันนี้ดูเหมือนกะว่าไม่มีใครว่าอะไรกันได้เลยน่ะครับ </p>
<p>Google Chrome Extension ที่ผมใช้งานก็ไม่ได้เยอะแยะเหมือนกับสมัยที่ผมใช้เป็น Firefox ครับ ทำไมน่ะเหรอครับ เพราะว่าผมแค่รู้สึกไปเองว่า ตอนที่ผมใช้งาน Firefox แล้วผมลง Extension มากๆตอนเปิด program ขึ้นมามันจะเริ่มช้าๆนิดหน่อย ผมรู้สึกได้กับเรื่องพวกนี้น่ะครับ (เป็นพวก sensitive ต่อเวลาอะไรที่ computer มัน run อะไรก็ตามได้ช้าลงแม้ว่ามันจะเป็นระดับมิลลิ second ก็ตาม เวอร์ไปหน่อยน่ะครับ โม้ไม่มีคนว่าด้วยเฮอะๆ) ก็เลยตัดสินใจว่าถ้าหากว่าย้ายมาใช้งานเป็นกู้เกิ้ลโครมตัวนี้แล้วล่ะก็จะไม่ลง Extension อะไรให้มากนัก แล้วผมก็ทำอย่างที่คิดจริงๆ เพราะตัวหลักๆที่คิดว่าจะใช้ก็มีแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเองครับ มันอาจจะเป็นเพราะอีกเหตุผลด้วยว่า ผมก็ลอง Extension บน Google Chrome อยู่หลายๆตัวมันก็ไม่ได้ลงตัวอะไรกับการใช้งานของผมสักเท่าไหร่ เพราะไม่อยากจะให้มี status bar ที่ด้านล่างแล้วน่ะครับมันกินพื้นที่หน้าจอไปอีกหน่อย แค่นั้นก็ไม่เอาแล้วอ่ะครับ ทำให้เกณฑ์ในการเลือก Extension มาใช้งานก็โหดและหินกว่าตอนที่ใช้ Firefox เอามากๆนะครับ </p>
<p>และนี่ก็คือโฉมหน้าผู้ผ่านการประกวดและได้ใช้งานกันจริงๆ ดังต่อไปนี้ครับผม    <br />(ขอเรียงตามการใช้งานด้วยแล้วกันนะครับ) </p>
<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/01/ExtensionsGoogleChrome2.jpg"><img title="Extensions - Google Chrome2" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="494" alt="Extensions - Google Chrome2" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/01/ExtensionsGoogleChrome2_thumb.jpg" width="340" border="0" /></a>     <br />&#160;<a href="http://www.chromeextensions.org/?s=+Kuber+PageRank+Checker&amp;scat=all" target="_blank">Kuber PageRank Checker</a>: เป็นตัวบอกว่า PR Rank ของเว็ปที่เข้าอยู่เนี่ยะมันมี rank ที่ได้รับจากทาง Google อยู่ระดับไหน (สำหรับคนที่ไม่รู้จัก อธิบายสั้นๆได้ว่า ถ้าหากว่าเว็ปคุณเจ๋งสุดๆเท่า Google คุณจะได้ 10 คะแนนครับ แล้วก็ถ้าหากว่าเป็นเว็ปใหม่สุดจะได้แค่ 0 เท่านั้น) คุณจะแยกแยะออกสั้นเลยว่าเว็ปที่คุณเข้ามาเนี่ยะมันคุณภาพดีหรือแย่มากน้อยแค่ไหนกันน่ะครับ     </p>
<p><a href="http://www.chromeextensions.org/alerts-updates/gmail-checker/ " target="_blank">Gmail Checker</a> : ผมใช้ Gmail ก็ต้องอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีเมล์เข้ามาก็ให้แสดงเป็นตัวเลขเอาไว้ที่ด้านบนเลยแล้วก็กดอีกทีก็จะรู้ด้วยว่าหัวเรื่อง (subject) ของ email นั้นเป็นอะไรครับ อันนี้มันจะแสดงเฉพาะ email ที่เข้า inbox เท่านั้นถ้าหากว่าคุณตั้ง filter ไว้แล้วบอกว่า email ให้ข้าม inbox ไปได้เลย(skip inbox) ก็จะไม่เห็นว่ามี email นั้นเข้าน่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากว่าคุณตั้งแบบนั้นไว้ email พวกนั้นก็ไม่ได้ email ที่สำคัญแต่ประการใดเข้าไปดูตอนไหนวันไหนก็ได้ครับ </p>
<p><a href="http://www.chromeextensions.org/appearance-functioning/smoothscroll/" target="_blank">Smooth Scroll</a> : เอาไว้ทำให้ตอนที่เลื่อน page ของ website ที่มันยาวๆ ไม่ว่าจะเป็นพวก ซาหนุก กาปุกดอมคอมทั้งหลายแหล่มันเลื่อนได้ไหลลื่นดูดีมีชาติตระกูลครับ ไม่ได้ไหลแบบเหมือนกะหุ่นยนต์ที่เป็นล๊อคๆแก้คๆ เหมือนกับค่าตั้งต้นที่ Google Chrome ตั้งค่ามาน่ะครับ   </p>
<p><a href="http://www.chromeextensions.org/utilities/bit-ly-chrome/" target="_blank">Bit.ly</a>: เป็น extension ง่ายๆของ Bitly เองนั่นน่ะหละครับเอาไว้ทำอย่างนี้ครับ คือ เมื่อคุณเปิดให้เว็ปไหนอยู่แล้วอยากจะย่อ url แล้วก็ส่งผ่านต่อเข้า Twitter ก็แค่กดเปิดนั้นเว็ปนั้นๆไว้แล้วก็กดปุ่มเจ้า Bit.ly นี้เท่านั้นเองน่ะครับ url ก็จะสั้นจุ้ด แล้วก็มี option ให้เลือกว่าจะ Twitt ออกไปเหร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/google-chrome-extensions-that-useable/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จัดการ project ให้เรื่องมันเดินด้วย Project Management Online ClockingIt.com</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/clockingit-online-project-management-cms/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/clockingit-online-project-management-cms/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Jan 2010 00:26:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[recommend site]]></category>
		<category><![CDATA[clockingit]]></category>
		<category><![CDATA[collaborate tool]]></category>
		<category><![CDATA[freeware]]></category>
		<category><![CDATA[online productivity]]></category>
		<category><![CDATA[project management software]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=403</guid>
		<description><![CDATA[ไม่นานมานี้มี request มาถามว่าอยากจะได้ software ใดเพื่อที่จะเอาไว้ใช้งาน เพื่อติดตามงานตามแผนงานที่ได้สั่งเอาไว้ได้ง่ายๆ ดูว่าใครทำอะไรเมื่อไหร่แล้วก็เสร็จแล้วหรือยัง ? ตอนแรกผมก็จะนึก software as service ของทาง 34Signal ที่เรียกว่า Basecamp ครับแต่ว่าพอเข้าไปดูแล้วก็พบว่าเดี๋ยวนี้เค้าคิดเงินเป็นรายหัวสำหรับการใช้งานครับ แต่ถ้าหากว่าจะใช้แค่ project เดียวก็มีให้ใช้ฟรีอยู่เหมือนเดิม แต่ก็อีกใครจะใช้งานแค่ project เดียวล่ะครับ มันเหมือนกับเป็นการลองซะมากกว่า แน่นอนพบเห็นราคาแบบนี้ผมก็เริ่มคำนวณแล้วก็ส่ายหัวบอกว่า &#34;ไม่เอาดีกว่า&#34; หาอะไรที่มันเป็นของฟรีใช้ดีกว่ามั้ย ตอน concept ของเว็ปนี้น่ะครับ ผมก็ไปนั่งขุดๆคุ้ยๆเรื่องเก่าๆที่เคยดูๆว่า (ประมาณว่าเรื่องผมพยายามที่จะเอามาทำครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามงานคนในองค์กรแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะว่า คนอื่นๆไม่อยากเล่นด้วยเท่าไหร่ มันอยู่หน้าคอมซะเยอะน่ะครับ) สุดท้ายแล้วก็ไปเจอเว็ปของเก่าที่เคยใช้มาแล้วก็คือ &#34;CLOCKINGIT.com&#34; ครับ Clockingit.com เป็นบริการฟรีโดยไม่คิดตังค์อะไรแอบแฝงอีกแล้ว &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/clockingit-online-project-management-cms/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img height="367" src="http://img694.imageshack.us/img694/5773/screen1cw.png" width="544" /> </p>
<p>ไม่นานมานี้มี request มาถามว่าอยากจะได้ software ใดเพื่อที่จะเอาไว้ใช้งาน เพื่อติดตามงานตามแผนงานที่ได้สั่งเอาไว้ได้ง่ายๆ ดูว่าใครทำอะไรเมื่อไหร่แล้วก็เสร็จแล้วหรือยัง ? ตอนแรกผมก็จะนึก software as service ของทาง 34Signal ที่เรียกว่า Basecamp ครับแต่ว่าพอเข้าไปดูแล้วก็พบว่าเดี๋ยวนี้เค้าคิดเงินเป็นรายหัวสำหรับการใช้งานครับ แต่ถ้าหากว่าจะใช้แค่ project เดียวก็มีให้ใช้ฟรีอยู่เหมือนเดิม แต่ก็อีกใครจะใช้งานแค่ project เดียวล่ะครับ มันเหมือนกับเป็นการลองซะมากกว่า แน่นอนพบเห็นราคาแบบนี้ผมก็เริ่มคำนวณแล้วก็ส่ายหัวบอกว่า &quot;ไม่เอาดีกว่า&quot; หาอะไรที่มันเป็นของฟรีใช้ดีกว่ามั้ย ตอน concept ของเว็ปนี้น่ะครับ </p>
<p>ผมก็ไปนั่งขุดๆคุ้ยๆเรื่องเก่าๆที่เคยดูๆว่า (ประมาณว่าเรื่องผมพยายามที่จะเอามาทำครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามงานคนในองค์กรแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะว่า คนอื่นๆไม่อยากเล่นด้วยเท่าไหร่ มันอยู่หน้าคอมซะเยอะน่ะครับ) สุดท้ายแล้วก็ไปเจอเว็ปของเก่าที่เคยใช้มาแล้วก็คือ &quot;<a href="http://www.clockingit.com/" target="_blank">CLOCKINGIT</a>.com&quot; ครับ </p>
<p><a href="http://www.clockingit.com/" target="_blank">Clockingit.com</a> เป็นบริการฟรีโดยไม่คิดตังค์อะไรแอบแฝงอีกแล้ว (มีปุ่ม Donate ด้วยที่ด้านล่างของ website ถ้าหากว่าอยากสงเคราะห์ก็ซะหน่อยแล้วกันนะครับ) แล้วก็ถ้าหากว่าจะใช้ผ่าน internet ก็ไม่ต้องไปมี Host อะไรเป็นของตัวเอง เพราะข้อมูลต่างๆจะ Host เอาไว้ที่ Sever ของ Clockingit เองเลยน่ะครับ (แปลว่าไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วให้เหนี่อยยังไงล่ะครับ) </p>
<p>การงานแบบ ClockingIt วัตถุประสงค์หลักจะเป็นการติดตามงานคนอื่น รวมทั้งตัวเอง โดยอาจจะ create ให้ลูกค้าเข้ามาดูได้ด้วยว่า งานที่ตัวลูกค้าได้สั่งเอาไว้ มีงานย่อยอะไรแล้ว ใครดำเนินการไปถึงไหนแล้วก็ได้เช่นกัน มันไม่ได้เอาไว้ดูกันเองเฉพาะกลุ่มทีมงานตัวเอง แต่ว่าจะให้หัวหน้าขั้นพระเจ้า (ก็คือลูกค้าน่ะหละ) มีโอกาสได้เข้ามาติดตามเห็นผลงานหรือการดำเนินการของทีมงานที่ว่าจ้างก็ได้เช่นเดียวกัน ก็แค่ create account ให้ลูกค้าไปแล้วก็ set ให้เค้า edit ไม่ได้เท่านั้นเองครับ เห็นอย่างเดียวก็พอจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกะงานเรามากเกินครับ </p>
<p><img style="display: inline; margin-left: 0px; margin-right: 0px" height="242" src="http://img130.imageshack.us/img130/4826/screen4p.png" width="363" align="left" /> Feature ที่ project management ตัวนี้มีก็คือ มันแสดงการติดตามงานเป็น Gantt Chart ได้ หรือว่ามันดูงานต่างๆและ due date ในรูปแบบของ calendar ก็ได้ดว้ย มันดูเป็นภาพรวมได้ไม่ยากน่ะครับสำหรับการแสดงผลทั้งสองแบบ ทั้งนี้ของย้ำว่า เป็นแบบ Online ทั้งหมดไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียวเพื่อที่จะใช้งาน Feature เหล่านี้ครับ </p>
<p>&#160;</p>
<p>&#160;</p>
<p><strong>ลักษณะของงานที่เหมาะกับการใช้งาน Clockingit ก็คือ </strong></p>
<p>- คุณไม่ได้ทำงานคนเดียว เพราะ ถ้าหากว่าคุณทำคนเดียวคุณไปใช้ Todo List ส่วนตัวของคุณเองก็ทำได้แล้วน่ะครับไม่ต้องมาลำบากใช้แบบ online ก็ยังได้    <br />- นั้นก็แปลว่าคุณต้องทำงานเป็นทีมงาน (ทำงานแบบ collaborate กัน) เพื่อติดตาม assign งานหากันแล้วก็ดูว่างานมันเดินไปได้มากน้อยแค่ไหนแล้วแบบ online     <br />- ทีมงานของคุณทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดจะต้อง access internet ได้ทุกทีหรือเป็นส่วนใหญ่ของเวลาในการทำงาน ก็อีกน่ะครับ เพราะว่าระบบนี้มันอยู่ใน internet online ถ้าหากว่าอยู่บ้านแล้วไม่มี net แล้วก็จะ update task อะไรยังไงน่ะครับ     <br />- ทีมงานของคุณต้องเป็นพวกอยู่หน้าคอมทั้งหมดตอนทำงาน เพราะถ้าหากว่าคุณจะทำการ tracking time ในการทำงานแต่ละ task ได้จริงๆ จะต้องมีการกดปุ่ม start / pause ในแต่ละ task เพื่อจับเวลา (เอาขนาดนั้นเลยน่ะครับ) เวลาในที่นี่ก็จะเป็นเวลา Operation time ของคนๆนั้นบนงานนั้นจริงๆได้น่ะครับ </p>
<p>ส่วนตัวแล้วผมอยากจะให้ทีมงานที่ผ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/clockingit-online-project-management-cms/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SKYDRIVE EXPLORER ฝากไฟล์ใน skydrive ฟรี</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/skydrive-explorer-free-image-uploader/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/skydrive-explorer-free-image-uploader/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Dec 2009 17:08:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[file hosting]]></category>
		<category><![CDATA[file sharing]]></category>
		<category><![CDATA[files]]></category>
		<category><![CDATA[skydrive]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=386</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ถ้าหากว่าคุณอยากจะ share files ให้กับเพื่อนๆของคุณผ่าน online แล้วล่ะก็มันก็มีอยู่หลายแบบอยูน่ะครับแต่ว่า ส่วนมากแล้วผมจะใช้ program Dropbox เพื่อ upload file ขึ้นไป server ของ Dropbox แล้วก็ copy link นั้นส่งไปให้คนอื่น ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับการส่ง file แบบชั่วคราวครับแต่ว่าถ้าอยากจะ upload file เอาไว้ค่อนข้างถาวรหน่อย ผมจะเลือกแนวทางที่สองต่อไปนี้น่ะครับ ก็คือ การ upload file ขึ้นไปยังผู้ให้บริการ file sharing กันได้ฟรีๆน่ะครับ โดยเฉพาะ SkyDrive ที่เป็นบริการของ msn &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/skydrive-explorer-free-image-uploader/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2009/12/mycomputerview.png"><img title="mycomputerview" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="196" alt="mycomputerview" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2009/12/mycomputerview_thumb.png" width="244" align="left" border="0" /></a>&#160; ถ้าหากว่าคุณอยากจะ share files ให้กับเพื่อนๆของคุณผ่าน online แล้วล่ะก็มันก็มีอยู่หลายแบบอยูน่ะครับแต่ว่า ส่วนมากแล้วผมจะใช้ program Dropbox เพื่อ upload file ขึ้นไป server ของ Dropbox แล้วก็ copy link นั้นส่งไปให้คนอื่น ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับการส่ง file แบบชั่วคราวครับแต่ว่าถ้าอยากจะ upload file เอาไว้ค่อนข้างถาวรหน่อย ผมจะเลือกแนวทางที่สองต่อไปนี้น่ะครับ ก็คือ การ upload file ขึ้นไปยังผู้ให้บริการ file sharing กันได้ฟรีๆน่ะครับ โดยเฉพาะ SkyDrive ที่เป็นบริการของ msn เพื่อเปิดโอกาสให้ user ของ Msn เอาไฟล์ใดๆก็ได้ไป upload ทิ้งเอาแล้ว แล้วก็สามารถที่จะ set folder นั้นๆให้เป็น public หรือว่าเป็น private ก็ได้ครับ สำหรับการ upload เพื่อที่จะให้คนอื่นโหลดได้นั้นจำเป็นครับที่จะต้องเอาไฟล์ไปใส่ใน folder public ไว้ครับ แล้วเราก็สามารถส่ง link ไปยังคนรับหรือว่าเอา link ไป post ในเน็ตต่อไปได้ไม่ยากครับ </p>
<p>สำหรับการจัดการสามารถใช้ program <a href="http://skydriveexplorer.com/download.php" target="_blank">SkyDrive Explorer</a> เมื่อ install แล้วจะได้เหมือนกับเป็น Drive ใหม่ที่ My computer น่ะครับมันจะเหมือนกับเป็น folder ปกติบน computer เราแต่ว่าแท้ที่จริงแล้วมันไม่ได้มี file หรือว่า folder ใดๆเลยที่ computer เราจริงๆน่ะครับแต่ว่ามันจะอยู่ที่ server น่ะครับ สิ่งที่มันเอามาแสดงมันก็แค่ทำตัวให้เหมือนกับว่า file อยู่ที่เครื่องเราเท่านั้นเอง ซึ่งแตกต่างจาก Dropbox ที่ file จะมีการ sync กันระหว่าง computer แล้วก็ server ครับ </p>
<p>บางเรื่องบางราวถ้าหากว่าผมพิมพ์ทิ้งเอาไว้ที่ blog แบบนี้แล้วจะทำ Link ไปยังไฟล์เพือ่ให้คนอ่านเข้าไปโหลดได้จะไม่เลือกที่ใช้ dropbox น่ะครับเพราะว่ามันมีข้อจำกัดคือ file ทั้งหมดจะรวมกันได้ไม่เกิน 2 GB เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้เยอะแยะอะไรนะครับ ก็เอาไว้ใช้งานอย่างอื่นจะดีกว่าแต่สำหรับ msn Skydrive คุณจะสร้าง msn account ออกมาที่ account ก็ได้ไม่จำกัดครับ แปลว่าจะเอา file ฝากเอาไว้ได้ไม่อั้นยังไงล่ะครับ </p>
<p>ลองโหลดไปเล่นดูน่ะครับ <a href="http://skydriveexplorer.com/download.php" target="_blank">Skydrive Explorer ได้จากที่นี่เลยดีกว่าครับ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/skydrive-explorer-free-image-uploader/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Checkout Store Gadget เอาสินค้าไปปะไว้ที่เว็ปตัวเองได้ง่ายๆ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/google-checkout-store-gadget/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/google-checkout-store-gadget/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Dec 2009 03:34:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[e commerce system]]></category>
		<category><![CDATA[ecommerce]]></category>
		<category><![CDATA[google checkout store]]></category>
		<category><![CDATA[google gadget]]></category>
		<category><![CDATA[google product]]></category>
		<category><![CDATA[shopping cart]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=373</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากว่าคุณมีของทีอยากจะขายแล้วมีแต่หน้าเว็ปที่ไม่ได้สร้างด้วยระบบ Cart หรือ E-commerce เต็มรูปแบบตอนนี้เราสามารถที่จะใช้ Google Docs เพื่อเป็นตัวจัดการกำหนดสินค้าใน Stock และระบุเนื้อหาของสินค้าได้แล้ว เรียกว่าง่ายสุดๆ ถ้าหากว่าคุณใช้งาน excel เป็นแล้วล่ะก็ ก็แปลว่าคุณจะจัดการกับระบบสินค้าที่คุณจะขายผ่านหน้าเว็ปได้ไม่ยากเลยครับ แล้วมันดียังไงน่ะเหรอ มันดีตรงที่ว่า ถ้าหากว่าคุณมีเว็ปแล้วไม่ได้เป็นระบบ shopping cart หรือมันอาจจะเป็นแค่หน้า weblog เหมือนกับที่ผมเอามาทำให้ดูนี่ก็ทำได้เหมือนกันน่ะครับ สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ เข้าไปที่หน้านี้ Google Checkout Store Gadget (lab) แล้วทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆน่ะครับ สุดท้ายคุณก็จะได้ code ออกมาเพื่อ embed ไปที่ไหนก็ได้ (ก็ไม่เชิงหรอกครับก็ต้องเป็น website ที่คุณกรอกเอาไว้ว่าคุณกำลังจะเอา code &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/google-checkout-store-gadget/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าหากว่าคุณมีของทีอยากจะขายแล้วมีแต่หน้าเว็ปที่ไม่ได้สร้างด้วยระบบ Cart หรือ E-commerce เต็มรูปแบบตอนนี้เราสามารถที่จะใช้ Google Docs เพื่อเป็นตัวจัดการกำหนดสินค้าใน Stock และระบุเนื้อหาของสินค้าได้แล้ว เรียกว่าง่ายสุดๆ ถ้าหากว่าคุณใช้งาน excel เป็นแล้วล่ะก็ ก็แปลว่าคุณจะจัดการกับระบบสินค้าที่คุณจะขายผ่านหน้าเว็ปได้ไม่ยากเลยครับ </p>
<p>แล้วมันดียังไงน่ะเหรอ มันดีตรงที่ว่า ถ้าหากว่าคุณมีเว็ปแล้วไม่ได้เป็นระบบ shopping cart หรือมันอาจจะเป็นแค่หน้า weblog เหมือนกับที่ผมเอามาทำให้ดูนี่ก็ทำได้เหมือนกันน่ะครับ สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ เข้าไปที่หน้านี้</p>
<p><a href="https://storegadgetwizard.appspot.com/storegadgetwizard/" target="_blank">Google Checkout Store Gadget (lab)</a></p>
<p>แล้วทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆน่ะครับ สุดท้ายคุณก็จะได้ code ออกมาเพื่อ embed ไปที่ไหนก็ได้ (ก็ไม่เชิงหรอกครับก็ต้องเป็น website ที่คุณกรอกเอาไว้ว่าคุณกำลังจะเอา code ของเค้าไปแปะไว้น่ะครับ) </p>
<p>หน้าตามันก็จะออกมาเป็นแบบนี้น่ะครับ&#160; (สินค้านี้ผมขายจริงๆน่ะครับเพราะว่าผมไป New Zealand แล้วก็ไม่ได้ใช้อีกเลยเหมาะสำหรับคนที่อยากจะไป New Zealand แล้วก็อยากจะมี Navigator ใช้งานครับ)</p>
<p> <script src="https://www-sgw-opensocial.googleusercontent.com/gadgets/ifr?url=https%3A%2F%2Fstoregadgetwizard.appspot.com%2Fservlets%2FgadgetServlet%3Fsandbox%3Dfalse%26mid%3D212910648983359%26key%3D0AhQ3F_BGD2CjdGxlVmR5dUVfXzdNajV0cEJZRnRHVVE%26signature%3DfKVDmzf593MkAh%252FsTiPlqYPDIZ0%253D%26currency%3DUSD%26gadget%3Dsmall-store.xml&amp;container=storegadgetwizard&amp;w=320&amp;h=300&amp;title=&amp;brand=none&amp;output=js"></script>
<p>&#160;</p>
<p>คนซื้อถ้าหากว่าสนใจจะซื้อเค้าก็กด add to cart ได้จากปุ่มที่แสดงนี่เลยน่ะครับแล้วก็จะต้องจ่ายเงินผ่านระบบ Google Checkout เท่านั้นเองอาจจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ขายของแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น ไม่ต้องจัดการอะไรให้มันวุ่นวายครับ เจ๋งสุดยอดครับ </p>
<p>อ่อ ตอนนี้มีใช้แต่เป็น USD&#160; , EUR น่ะครับไม่มีเป็นเงินบาทครับแล้วก็ผมก็ยังไม่ได้ลองให้คนกดซื้อของผมจริงๆว่าแล้วผมจะได้ตังค์มายังไงเหมอืนกันน่ะครับ ถ้าหากว่ามีคนลองดูแล้วได้ความว่ายังไงก็ comment ผมหน่อยแล้วกันนะครับ </p>
<p>แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าหากว่าจะใช้งาน Google checkout Store แล้วไซร้ตอนนี้จำเป็นต้องเปิด bank ที่ America (เช่น Bank of America) เอาไว้ด้วย ไปที่ <a title="https://checkout.google.com" href="https://checkout.google.com">https://checkout.google.com</a> แล้วทำการ verfify เพื่อเชื่อม Google checkout กับ bank account น่ะครับ</p>
<p>สำหรับงานเสียเงินค่าที่ Google จะต้องโอนเงินมาที่ bank เรานั่น<a href="http://checkout.google.com/seller/fees.html?hl=en&amp;gl=US" target="_blank">จะคิดแบบนี้น่ะครับ</a>    <br />คือประมาณ 2.9% + 30 cent ต่อ 1 ครั้งการโอนเงินก็ประมาณเดียวกัน Paypal แล้วก็การรับเงินผ่าน credit card ทั่วไป แต่ว่าดีอย่างก็คือพวกนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนใดๆน่ะครับ (ณตอนที่ผมพิมพ์อยู่) แต่ก็เสียอีกอย่างก็คือว่าถ้าหากว่าเราเปิด Bank คนละประเทศกับประเทศที่คนส่งเงินเข้ามาจะต้องโดน fee อีก 1% (ดีมากเอาเข้าไป) ใช้งานได้สะดวกดีแต่ก็ต้องโดน charge เยอะเอาการอยุ่น่ะครับ แต่ว่าก็น่าจะเป็นการเปิดโอกาสสำหรับ website ที่จะทำเพื่อขายต่างประเทศตรงๆเลยน่ะครับ&#160; </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/google-checkout-store-gadget/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรแกรมเปลี่ยน wallpaper อัตโนมัติแบบตั้งเวลาได้</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/auto-change-wallpaper/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/auto-change-wallpaper/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2009 15:02:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[freeware]]></category>
		<category><![CDATA[picasa]]></category>
		<category><![CDATA[picasa website]]></category>
		<category><![CDATA[wallpaper]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=372</guid>
		<description><![CDATA[&#160; เคยมีคนถามถึงอยู่บ่อยๆว่าจะทำให้หน้าจอมันปรับภาพ wallpaper ด้านหลังแบบตั้งเวลาจะต้องทำยังไง แล้วผมก็ไม่เคยที่จะหาว่ามันทำยังไง แต่ก็อยู่ๆก็มาเจอกับ John&#8217;s Background Switcher ซึ่งอ่าน review จากที่ต่างๆแล้วดูเหมือนกับว่าจะเป็น Switcher สำหรับ Wallpaper ที่น่าจะดีที่สุดเท่าที่ใน internet จะหาได้น่ะครับ ก็เลยเอามาบอกกันสักหน่อยครับ เจ้า software ตัวนี้ก็เป็น Freeware เหมือนเดิมน่ะครับแล้วก็มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่ปรับเปลี่ยน wallpaper จาก folder ที่เราระบุเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ว่ามันเล่นเอาภาพมาจาก internet website ที่เป็นพวก upload ภาพได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเอาภาพจาก Facebook (ภาพเพือ่นๆเราเองน่ะหละครับ) เอามาแสดงไว้เป็น wallpaper แบบอัตโนมัติ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/auto-change-wallpaper/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img height="401" src="http://s.johnsadventures.com/pictures/2009/09/jbs4-settings-dialog.png" width="524" />&#160; <br />เคยมีคนถามถึงอยู่บ่อยๆว่าจะทำให้หน้าจอมันปรับภาพ wallpaper ด้านหลังแบบตั้งเวลาจะต้องทำยังไง แล้วผมก็ไม่เคยที่จะหาว่ามันทำยังไง แต่ก็อยู่ๆก็มาเจอกับ John&#8217;s Background Switcher ซึ่งอ่าน review จากที่ต่างๆแล้วดูเหมือนกับว่าจะเป็น Switcher สำหรับ Wallpaper ที่น่าจะดีที่สุดเท่าที่ใน internet จะหาได้น่ะครับ ก็เลยเอามาบอกกันสักหน่อยครับ </p>
<p>เจ้า software ตัวนี้ก็เป็น Freeware เหมือนเดิมน่ะครับแล้วก็มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่ปรับเปลี่ยน wallpaper จาก folder ที่เราระบุเอาไว้ได้เท่านั้น แต่ว่ามันเล่นเอาภาพมาจาก internet website ที่เป็นพวก upload ภาพได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเอาภาพจาก Facebook (ภาพเพือ่นๆเราเองน่ะหละครับ) เอามาแสดงไว้เป็น wallpaper แบบอัตโนมัติ หรือว่าจะเป็นภาพจาก Picasa web albums ก้ได้ หรือว่าจะเอามาจาก Google Image Search ก็ยังได้น่ะครับ ยังไงซะต้องลองใช้งานดูว่าถ้าหากว่าเอาภาพมาจาก internet แบบนี้มา show ไว้ที่ Desktop การแสดงผลมันจะโอเคดีเหรอป่าวน่ะครับเพราะว่าผมไม่ได้ลองครับ </p>
<p>ผมว่าสิ่งที่จะได้ใช้แน่ๆก็จะเป็นการแสดง wallpaper จาก folder ใดๆที่เราระบุว่าจะให้ภาพพวกนั้นมาแสดงเป็น wallpaper น่ะครับ นอกนั้นลูกเล่นอื่นๆผมว่ามันเกินจำเป็น (สำหรับผม) แต่สำหรับคนอื่นแล้วไม่แน่ว่าอาจจะเป็นที่ถูกใจก็เป็นได้น่ะครับ </p>
<p>เอาเป็นว่าไม่ต้องฟังผมโม้มากแล้วน่ะครับ <a href="http://downloads.johnsadventures.com/SwitcherSetup41.exe" target="_blank">โดดไปโหลดกันเลยได้ที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/auto-change-wallpaper/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับขนาดภาพทีเดียวรวดเป็น batch ไม่ต้องพึ่ง Photoshop</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/batch-photo-resizer/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/batch-photo-resizer/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 04:05:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[batch]]></category>
		<category><![CDATA[image size]]></category>
		<category><![CDATA[imagesize]]></category>
		<category><![CDATA[photoshop]]></category>
		<category><![CDATA[resize image]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับ size]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับขนาดภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขนาดภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=342</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากว่าเป็นพวกที่ต้องขายของผ่านหน้าเว็ปแล้วจะต้องทำกา update ภาพในเว็ปอยู่บ่อยๆ หากว่าเราถ่ายภาพมาแล้วปกติจะต้องทำการปรับขนาดภาพเพื่อให้ได้ขนาดที่พอเหมาะสำหรับการแสดงผลผ่านหน้า website โดยมากแล้วเป็นการปรับภาพให้เล็กลงเสียส่วนใหญ่ครับ คนปกติที่ทำการปรับขนาดมักจะใช้ Photoshop เพื่อการปรับขนาดภาพโดยทำทีละภาพๆไป หรือว่าถ้าหากว่าฉลาดเพื่อให้ productive เข้ามาอีกหน่อยก็จะเริ่มใช้ action เป็นแต่ว่า แน่นอนผมเอาเล่ากันแบบนี้แสดงว่ามีวิธีที่เร็วกว่านั้นอีกให้ลองใช้กันดูน่ะครับ โปรแกรมที่แนะนำใช้งานเพื่อการนี้โดยเฉพาะก็คือ Dropsize ครับ วิธีการใช้ก็คือโหลดแล้วลงโปรแกรมซะก็จะเห็นหน้าตาหน้าต่างเพื่อการ configuration ประมาณนี้น่ะครับ folder watched คือให้เรา Browse หาว่า folder ไหนที่เราจะให้เป็นโฟล์เดอร์ที่ทำหน้าที่ในการแปลง size ของภาพอย่างอัตโนมัติครับ แนะนำว่าให้สร้าง folder ใหม่ครับอย่าใช้ folder ภาพเก่าที่เรามีอยู่แล้วเพราะมันอาจจะงงๆทำการปรับขนาดภาพทันทีก็เป็นไปได้ซึ่งภาพเก่าที่ถ่ายเอาไว้มัน resolution สูงๆเก็บเอาไว้ก็ดีแล้วน่ะครับ เมื่อสร้าง folder ใหม่แล้ว &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/batch-photo-resizer/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="display: inline; margin-left: 0px; margin-right: 0px" src="http://my.jetscreenshot.com/59/20091017-okgq-20kb.jpg" align="right" /> </p>
<p>ถ้าหากว่าเป็นพวกที่ต้องขายของผ่านหน้าเว็ปแล้วจะต้องทำกา update ภาพในเว็ปอยู่บ่อยๆ หากว่าเราถ่ายภาพมาแล้วปกติจะต้องทำการปรับขนาดภาพเพื่อให้ได้ขนาดที่พอเหมาะสำหรับการแสดงผลผ่านหน้า website โดยมากแล้วเป็นการปรับภาพให้เล็กลงเสียส่วนใหญ่ครับ คนปกติที่ทำการปรับขนาดมักจะใช้ Photoshop เพื่อการปรับขนาดภาพโดยทำทีละภาพๆไป หรือว่าถ้าหากว่าฉลาดเพื่อให้ productive เข้ามาอีกหน่อยก็จะเริ่มใช้ action เป็นแต่ว่า แน่นอนผมเอาเล่ากันแบบนี้แสดงว่ามีวิธีที่เร็วกว่านั้นอีกให้ลองใช้กันดูน่ะครับ </p>
<p>โปรแกรมที่แนะนำใช้งานเพื่อการนี้โดยเฉพาะก็คือ <a href="http://semigeek.wordpress.com/dropresize/" target="_blank">Dropsize</a> ครับ วิธีการใช้ก็คือโหลดแล้วลงโปรแกรมซะก็จะเห็นหน้าตาหน้าต่างเพื่อการ configuration ประมาณนี้น่ะครับ folder watched คือให้เรา Browse หาว่า folder ไหนที่เราจะให้เป็นโฟล์เดอร์ที่ทำหน้าที่ในการแปลง size ของภาพอย่างอัตโนมัติครับ แนะนำว่าให้สร้าง folder ใหม่ครับอย่าใช้ folder ภาพเก่าที่เรามีอยู่แล้วเพราะมันอาจจะงงๆทำการปรับขนาดภาพทันทีก็เป็นไปได้ซึ่งภาพเก่าที่ถ่ายเอาไว้มัน resolution สูงๆเก็บเอาไว้ก็ดีแล้วน่ะครับ เมื่อสร้าง folder ใหม่แล้ว เราก็ไปเลือกว่าจะให้ปรับค่าความกว้างหรือยาวเท่าไหร่ และคุณภาพของภาพน่าจะเป็นสักเท่าไหร่เท่านั้นเองครับ</p>
<p>วิธีการทำงานก็คือ เมื่อเราถ่ายภาพมาจากการกล้องแล้วก็ copy ภาพทั้งหมดนั้นเข้าไปที่ folder ที่เราใส่เอาไว้ให้โปรแกรมนี้เฝ้าอยู่ เมื่อเราใส่ภาพเข้าไปที่ folder นั้นมันจะทำการแปลงขนาดทันทีก่อนที่จะเก็บไว้ที่ folder นี้ครับ ขอย้ำว่าทันที เพราะฉะนั้นแล้ว file ภาพที่ถ่ายมาก็เอาไปเก็บไว้ที่อื่นเผื่อไว้ว่าจะใช้ทำอะไรต่อวันหลังครับ</p>
<p>การทำงานที่มักจะทำต่อกันสำหรับการเอาภาพขึ้นเว็ปเพื่อขายสินค้าก็คือการ upload file ทั้งหมดเพื่อให้ได้เป็น direct link มาแทนแล้วก็เอาไปใช้งานต่อครับ ก็ใช้ <a href="http://www.rackmanagerpro.com/?p=331" target="_blank">imageshack uploader</a> ต่อกันไปเลยเท่านั้น กระบวนการจัดการภาพทั้งหมดเพื่อที่จะใช้กับการ upload แสดงสินค้าทางหน้า website ก็น่าจะสะดวกเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะสำหรับการจัดการกับภาพสินค้าเป็นปริมาณมากได้โดยไม่ต้องพึ่งพา Photoshop แต่ประการใดครับ</p>
<p><a href="http://semigeek.wordpress.com/dropresize/" target="_blank">โดดไปโหลด Dropsize กันได้ที่นี่เลยดีกว่าครับ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/batch-photo-resizer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Ashampoo ClipFinder HD ค้นหา clip แล้วแสดงผลแบบหรูเริดอลังการงานสร้าง</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/ashampoo-clipfinder-hd-search-clip/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/ashampoo-clipfinder-hd-search-clip/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 00:32:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[download clip]]></category>
		<category><![CDATA[ค้นหา clip]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรม download clip]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[สุดยอดจริงๆกับโปรแกรมนี้ Ashampoo ClipFinder HD แต่ผมก็คิดไม่ออกเท่าไหร่ว่ามันได้ประโยชน์อะไรมากมายเหรอป่าวกับการค้นหา clip จากเยอะแหล่งมากๆมาแสดงผลไว้แบบหรูเลิดอลังการงานสร้าง นอกจากดูได้เฉยๆยังจะดาวน์โหลดคลิปออกมาได้ด้วยครับ (ผมก็คิดไม่ออกอยู่ดีน่ะหละว่า คนอื่นเค้าจะโหลดเอาไปทำอะไร ถ้าไม่ได้เป็นพวกที่ชอบตัดต่อ clip ) โดดไปลองโหลดไปใช้ดูกันแล้วกันนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object width="500" height="300"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/i99mE7uFzeA&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/i99mE7uFzeA&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="500" height="300"></embed></object>
<p>สุดยอดจริงๆกับโปรแกรมนี้ Ashampoo ClipFinder HD แต่ผมก็คิดไม่ออกเท่าไหร่ว่ามันได้ประโยชน์อะไรมากมายเหรอป่าวกับการค้นหา clip จากเยอะแหล่งมากๆมาแสดงผลไว้แบบหรูเลิดอลังการงานสร้าง นอกจากดูได้เฉยๆยังจะดาวน์โหลดคลิปออกมาได้ด้วยครับ (ผมก็คิดไม่ออกอยู่ดีน่ะหละว่า คนอื่นเค้าจะโหลดเอาไปทำอะไร ถ้าไม่ได้เป็นพวกที่ชอบตัดต่อ clip ) <a href="http://ashampoo-clipfinder-hd.en.softonic.com/" target="_blank">โดดไปลองโหลดไปใช้ดูกันแล้วกันนะครับ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/ashampoo-clipfinder-hd-search-clip/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ringtone เพิ่มขนาดหน้าอก : เผลอฟังไปนิดหน่อยน่ะครับ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/ringtone-boobs/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/ringtone-boobs/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2009 02:29:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[rington อกอิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ringtone]]></category>
		<category><![CDATA[ริงโทนเพิ่มขนาดหน้าอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=322</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องราวต่างๆบนเว็ปเนี่ยะมันมีจริงมั่งไม่จริงมั่งแต่ว่า เรื่องที่ผมเจอล่าสุดมันจะออกแนวประหลาดหน่อยน่ะครับ คือ มันมีดอกเตอร์ญี่ปุ่นอะไรสักคนออกมาบอกว่า ผมได้ทำ mp3 (ringtone) อะไรแนวนั้นน่ะครับเพื่อที่จะทำให้หน้าอกเพิ่มขนาดได้ เอ้อ..เอาเข้าไปแค่ฟังแล้วมันจะใหญ่ขึ้นได้ด้วยเหรอ เราก็คิดอยู่ในใจ แหม ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ดีเนาะ ว่าแล้วผมก็เริ่มสงสัยอีกว่า เสียงที่ว่าเนี่ยะมันฟังแล้วมันจะเป็นยังไงน่ะครับ ผมก็ไปโหลดมาฟัง (เพื่อการศึกษาเท่านั้นไม่ได้มีความต้องการจะทำให้นมตัวเองใหญ่แต่ประการใดอย่าเพิ่งเข้าใจผิด) ที่แน่ๆผมไม่รู้ว่าวิธีการใช้งาน คือ ให้ฟังริงโทนนี้ 20 ครั้งต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 10 วัน แล้วมันได้ผลจริงๆเหรอป่าวน้า ? โดดไปโหลด ringtone เพิ่มขนาดหน้าอกมาลองฟัง (เพื่อการศึกษา) ดูกันเลยดีกว่าครับผม เฮอะๆ..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto" src="http://i135.photobucket.com/albums/q127/rackmanager/annoyingaudiophone.gif" />     <br />เรื่องราวต่างๆบนเว็ปเนี่ยะมันมีจริงมั่งไม่จริงมั่งแต่ว่า เรื่องที่ผมเจอล่าสุดมันจะออกแนวประหลาดหน่อยน่ะครับ คือ มันมีดอกเตอร์ญี่ปุ่นอะไรสักคนออกมาบอกว่า ผมได้ทำ mp3 (ringtone) อะไรแนวนั้นน่ะครับเพื่อที่จะทำให้หน้าอกเพิ่มขนาดได้ เอ้อ..เอาเข้าไปแค่ฟังแล้วมันจะใหญ่ขึ้นได้ด้วยเหรอ เราก็คิดอยู่ในใจ แหม ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ดีเนาะ ว่าแล้วผมก็เริ่มสงสัยอีกว่า เสียงที่ว่าเนี่ยะมันฟังแล้วมันจะเป็นยังไงน่ะครับ ผมก็ไปโหลดมาฟัง (เพื่อการศึกษาเท่านั้นไม่ได้มีความต้องการจะทำให้นมตัวเองใหญ่แต่ประการใดอย่าเพิ่งเข้าใจผิด) ที่แน่ๆผมไม่รู้ว่าวิธีการใช้งาน คือ ให้ฟังริงโทนนี้ 20 ครั้งต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 10 วัน แล้วมันได้ผลจริงๆเหรอป่าวน้า ? <object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/z30Z4iZSnJk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/z30Z4iZSnJk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object>    </p>
<p><a href=" http://www.thumbsms.com/Polyphonic/PT04/Rock_Melon.mp3" target="_blank">โดดไปโหลด ringtone เพิ่มขนาดหน้าอกมาลองฟัง (เพื่อการศึกษา) ดูกันเลยดีกว่าครับผม เฮอะๆ..</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/ringtone-boobs/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
<enclosure url="http://www.thumbsms.com/Polyphonic/PT04/Rock_Melon.mp3" length="290944" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>
