<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โทรต่างประเทศราคาถูก ผ่านการสมัคร Skype สอนโดย Rackmanager &#187; business IDO</title>
	<atom:link href="http://www.rackmanagerpro.com/category/business-ido/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rackmanagerpro.com</link>
	<description>ก็แค่ ... อยากจะบอก</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Feb 2012 00:24:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>คุณจะเพิ่ม productivity ในที่่ทำงานของคุณเองได้อย่างไร ?</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/pomodoro-technique-productivity/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/pomodoro-technique-productivity/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 08:38:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[life optimizing]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[online productivity]]></category>
		<category><![CDATA[pomodoro technique]]></category>
		<category><![CDATA[productivity tool]]></category>
		<category><![CDATA[produtive online]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=1973</guid>
		<description><![CDATA[Tweet ถ้าหากว่าคุณต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการคิด อย่างเป็นขั้นเป็นตอน การคิดสร้างสรรค์และ การออกแบบ หรือแม้กระทั่งงานที่ทำอยู่เป็นประจำที่โต๊ะทำงานของคุณเอง จำเป็นจะต้องใช้ &#8220;สมาธิ&#8221; เพื่อที่จะทำให้งานของคุณนั้นทำเสร็จออกไปได้ แต่เนื่องด้วยสภาพการทำงานปัจจุบัน คุณจะต้องอยู่ต่อหน้า computer ทำให้คุณอาจจะต้องโดน &#8220;ตัดสมาธิ&#8221; อยู่เป็นประจำ ผมเคยอ่านบทความที่เล่าเกี่ยวกับเรื่องความยาวของสมาธินั้นปรากฏว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ควบคุมเงื่อนไขใดๆเพื่อให้คุณมีสมาธิต่อการทำงาน 1 งานอย่างต่อเนื่องแล้วล่ะก็ คุณมีค่าเฉลี่ยของการมีสมาธิต่อการทำงานอย่างต่อเนื่องแค่ 3 นาทีเท่านั้น (แค่ระยะเวลาที่ต้มมาม่าสุกได้ 1 ห่อเท่านั้นเอง) และ ถ้าหากว่า คุณอยู่ในสภาวะที่ควบคุมเพื่อให้คุณมีสมาธิได้ดีมากที่สุด เช่นไม่มีการติดต่อรบกวนจากเครื่องมือสื่อสารใดๆ ไม่มีบุคคลอื่นๆอยู่รอบตัว และ ไม่มี internet Email เพื่อมารบกวนคุณ (รวมทั้ง Facebook , Twitter และ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/pomodoro-technique-productivity/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1973" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fpomodoro-technique-productivity%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%20productivity...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fpomodoro-technique-productivity%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img style="background-image: none; border-bottom: 0px; border-left: 0px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; border-top: 0px; border-right: 0px; padding-top: 0px" title="tomato-pomodoro" border="0" alt="tomato-pomodoro" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2012/01/tomato-pomodoro1.jpg" width="628" height="236"></p>
<p>ถ้าหากว่าคุณต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการคิด อย่างเป็นขั้นเป็นตอน การคิดสร้างสรรค์และ การออกแบบ หรือแม้กระทั่งงานที่ทำอยู่เป็นประจำที่โต๊ะทำงานของคุณเอง จำเป็นจะต้องใช้ &#8220;สมาธิ&#8221; เพื่อที่จะทำให้งานของคุณนั้นทำเสร็จออกไปได้ แต่เนื่องด้วยสภาพการทำงานปัจจุบัน คุณจะต้องอยู่ต่อหน้า computer ทำให้คุณอาจจะต้องโดน &#8220;ตัดสมาธิ&#8221; อยู่เป็นประจำ ผมเคยอ่านบทความที่เล่าเกี่ยวกับเรื่องความยาวของสมาธินั้นปรากฏว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ควบคุมเงื่อนไขใดๆเพื่อให้คุณมีสมาธิต่อการทำงาน 1 งานอย่างต่อเนื่องแล้วล่ะก็ คุณมีค่าเฉลี่ยของการมีสมาธิต่อการทำงานอย่างต่อเนื่องแค่ 3 นาทีเท่านั้น (แค่ระยะเวลาที่ต้มมาม่าสุกได้ 1 ห่อเท่านั้นเอง) และ ถ้าหากว่า คุณอยู่ในสภาวะที่ควบคุมเพื่อให้คุณมีสมาธิได้ดีมากที่สุด เช่นไม่มีการติดต่อรบกวนจากเครื่องมือสื่อสารใดๆ ไม่มีบุคคลอื่นๆอยู่รอบตัว และ ไม่มี internet Email เพื่อมารบกวนคุณ (รวมทั้ง Facebook , Twitter และ Social Network ในรูปแบบใดๆ) ปกติแล้ว คนทำงานบน task หนึ่งๆได้อย่างมีสมาธต่อเนื่อง และไม่คิดย้ายตัวเองไปทำงานอื่น สูงสุดก็ทำได้ประมาณ 30 &#8211; 60 นาที </p>
<p><span id="more-1973"></span>
<p>เลยมีคนคิดวิธีการเพื่อเป็นการควบคุมสมาธิในที่ทำงานขึ้นมาโดยอาศัยหลักการง่ายๆ (โดย technic นี้มีการคิดค้นมานานตั้งแต่มี 1980s โดย Francesco Cirillo) เรียกวิธีการนี้ว่า &#8220;Pomodoro Technique&#8221; </p>
<p>วิธีการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนทำงานนั้นมีสมาธิต่องานที่จะต้องทำได้ต่อเนื่องยาวนานกว่าเดิม อย่างน้อยก็เป็นเวลา 25 นาที ที่จะต้องปิดตัวเองเพื่อไม่ให้งานอื่นๆเข้ามาแทรกแทรงทางความคิดและ การกระทำได้เลย วิธีการนั้นก็ไม่ยากมีขั้นตอนต่อไปนี้</p>
<p>1. เลือกงานที่จะทำ (อยากจะทำให้เสร็จ)<br />2. ตั้งนาฬิกาหรือ software จับเวลาไว้ที่ 25 นาที<br />3. ทำงานนั้นๆไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสนใจอย่างอื่นจนกระทั่งนาฬิกาบอกหมดเวลา<br />4. พักสั้นๆ (กินเวลาพัก 5 นาทีก็ได้ไม่เป็นไร)<br />5. หลังจากคุณจับเวลา 25 นาที 4 ช่วงแล้วให้พักยาวหน่อยได้และเปลี่ยนอิริยาบท</p>
<p>วิธีการนี้ให้ผลเป็นอย่างดี คือ มันสามารถที่จะทำให้งานคุณเดิน !อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับเวลา และเป็นการตั้งจิตทำให้คุณมีสมาธิในเวลาที่แน่นอนได้ด้วย นอกจากนั้นสำหรับการตัด &#8220;สิ่งรบกวน&#8221; นั่นเป็นเรื่องของคุณเองที่จะต้องทำครับ หรือ ถ้าหากว่าคุณต้องโดนสิ่งรบกวนนั้นอย่่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ หยุด นาฬิกานั้นเอาไว้ถ้าหากว่าคุณอยู่ช่วงเวลาของ 25 นาที เมื่อโดนกินเวลาไปกับเรื่องที่แทรกเข้ามาแล้ว ให้กดนาฬิกาเพื่อต่อเวลาและทำงานนั้นต่อไปจนกว่าจะหมด 25 นาทีนั้น </p>
<p>นอกจากนี้ถ้าหากว่างานนั้นต้องกินเวลานานกว่า 25 นาทีเพื่อทำให้เสร็จ ก็แนะนำว่า ให้ทำต่อ่ได้อีกนิดหน่อยแล้วก็ควรหยุดพักตามระยะเวลาที่กำหนด คือ พักสั้นทุกช่วง 25 นาทีและ พักยาวทุก 4 ช่วงของ 25 นาทีครับ หรือ ถ้าหากว่างานนั้นเสร็จก่อน 25 นาทีก็ให้พักสั้นได้ทันทีเลยครับ เพื่อที่จะเตรียมตัวย้ายงานไปยังงานที่ต้องการสมาธิตัวอื่นๆต่อไปครับผม </p>
<p><a title="software freeware pomodoro technique" href="http://www.rackmanagerpro.com/focus-on-task-pomodoro-technique/" target="_blank">Software ที่ใช้เพื่อควบคุมเวลาด้วยเทคนิค Pomodoro Technique อ่านและโหลดที่นี่</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/pomodoro-technique-productivity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>eToro ผลการทำกำไรผ่านระบบ CopyTrader สัปดาห์สุดท้ายของปี 2011</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/etoro-trading-result-12-2011/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/etoro-trading-result-12-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 03:36:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[copytrader]]></category>
		<category><![CDATA[etoro]]></category>
		<category><![CDATA[etoro forex]]></category>
		<category><![CDATA[forex]]></category>
		<category><![CDATA[forex trading]]></category>
		<category><![CDATA[summary forex]]></category>
		<category><![CDATA[trading experience etoro]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=1937</guid>
		<description><![CDATA[Tweet&#160; update ผลกำไรจากการทดสอบ CopyTrader ประจำวันที่ 20/12 &#8211; 08/12 (กินเวลาทั้งหมด 8 วันโดยประมาณ ที่ต้องประมาณเพราะว่า มันมีวันหยุดคริสมาสด้วยซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเค้าปิดกี่วันครับ) ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดเสียเงินทำให้ตลาดมีการปิดระหว่างสัปดาห์ และก็ทำให้ค่าเงินต่างๆไม่ค่อยมีอาการแกว่งอย่างมีทิศทางสักเท่าไหร่ครับ โดยอการแหว่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องของค่าเงิน EURO/USD ทีเกิดขึ้น ไม่มีเหตุผลอะไรสักเท่าไหร่ด้วย แต่ช่างมันเถอะครับ เพราะว่า ผมก็ไม่ได้ต้องการเหตุผลอะไรจากมันมากนักหรอกเพราะผมไม่ได้เป็นคนที่ตัดสินใจเพื่อเข้าลงทุนด้วยตัวเองแต่ผมให้นักเทรดที่ผมเลือกมาเป็นอย่างดีเพื่อเข้ามาดูและเงินที่จะลงทุนแบบก๊อปปี้ครับ คนเหล่านั้นต่างหากจะเป็นคนที่ต้องดูเรื่องตลาดและทิศทางการขึ้นหรือลงของตลาดให้กับผม สำหรับการทดสอบนี้ผมไม่ได้เข้าเปิด Trade และปิดเทรดเองแต่ประการใด เพื่อเป็นการแสดงให้ดูว่า ถ้าหากว่าเราเลือกคนก๊อปปี้การเทรดได้ดี คุณไม่จำเป็นแม้กระทั่งต้องเฝ้าหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อดูผลกำไรแต่อย่างใดเลย เพราะคนเหล่านี้มีประวัติการเทรดในตลาดที่พวกเค้าชำนาญกันอยู่แล้วนั่นเอง มาดูกันดีกว่าว่าสัปดาห์คริสมาสที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับพอร์ทมนุษย์ของผมกันบ้าง เริ่มต้นผมก็เข้าไปที่ http://www.etoro.com/webtrader ถ้าหากว่าคุณยังไม่เคยสมัครก็สมัครก่อนก็ได้น่ะครับเข้าไปที่สมัครได้จากที่นี่ครับ “สมัคร eToro” เมื่อกดเข้าไปแล้วก็กด History เหมือนภาพด้านบนแล้วก็ดูมุมมอง Copytrader &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro-trading-result-12-2011/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1937" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fetoro-trading-result-12-2011%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=eToro%20%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%20CopyTrader...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fetoro-trading-result-12-2011%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p>&nbsp; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/stats1.jpg" target="_blank"><img title="etoro-stat-summary" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="174" alt="etoro-stat-summary" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/stats_thumb.jpg" width="582" border="0"></a> </p>
<p>update ผลกำไรจากการทดสอบ <a title="etoro register" href="http://www.rackmanagerpro.com/go/etoro.php" target="_blank" rel="nofollow">CopyTrader</a> ประจำวันที่ 20/12 &#8211; 08/12 (กินเวลาทั้งหมด 8 วันโดยประมาณ ที่ต้องประมาณเพราะว่า มันมีวันหยุดคริสมาสด้วยซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเค้าปิดกี่วันครับ)
<p>ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดเสียเงินทำให้ตลาดมีการปิดระหว่างสัปดาห์ และก็ทำให้ค่าเงินต่างๆไม่ค่อยมีอาการแกว่งอย่างมีทิศทางสักเท่าไหร่ครับ โดยอการแหว่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องของค่าเงิน EURO/USD ทีเกิดขึ้น ไม่มีเหตุผลอะไรสักเท่าไหร่ด้วย แต่ช่างมันเถอะครับ เพราะว่า ผมก็ไม่ได้ต้องการเหตุผลอะไรจากมันมากนักหรอกเพราะผมไม่ได้เป็นคนที่ตัดสินใจเพื่อเข้าลงทุนด้วยตัวเองแต่ผมให้นักเทรดที่ผมเลือกมาเป็นอย่างดีเพื่อเข้ามาดูและเงินที่จะลงทุนแบบก๊อปปี้ครับ คนเหล่านั้นต่างหากจะเป็นคนที่ต้องดูเรื่องตลาดและทิศทางการขึ้นหรือลงของตลาดให้กับผม
<p>สำหรับการทดสอบนี้ผมไม่ได้เข้าเปิด Trade และปิดเทรดเองแต่ประการใด เพื่อเป็นการแสดงให้ดูว่า ถ้าหากว่าเราเลือกคนก๊อปปี้การเทรดได้ดี คุณไม่จำเป็นแม้กระทั่งต้องเฝ้าหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อดูผลกำไรแต่อย่างใดเลย เพราะคนเหล่านี้มีประวัติการเทรดในตลาดที่พวกเค้าชำนาญกันอยู่แล้วนั่นเอง
<p><strong>มาดูกันดีกว่าว่าสัปดาห์คริสมาสที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับพอร์ทมนุษย์ของผมกันบ้าง</strong></p>
<p><span id="more-1937"></span>
<p><strong></strong>
</p>
<p>เริ่มต้นผมก็เข้าไปที่ <a title="register etoro" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">http://www.etoro.com/webtrader</a> ถ้าหากว่าคุณยังไม่เคยสมัครก็สมัครก่อนก็ได้น่ะครับเข้าไปที่สมัครได้จากที่นี่ครับ “<a title="etoro register" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">สมัคร eToro</a>”</p>
<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/Copytraderview1.jpg" target="_blank"><img title="Copytrader view" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="180" alt="Copytrader view" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/Copytraderview_thumb1.jpg" width="582" border="0"></a> </p>
<p>เมื่อกดเข้าไปแล้วก็กด History เหมือนภาพด้านบนแล้วก็ดูมุมมอง Copytrader view เพื่อดูว่าเรา ก๊อปปี้คนไหนไว้แล้วแต่ละคนทำกำไร profit ให้กับเราเท่าไหร่กันครับ </p>
<p><img title="action1" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="223" alt="action1" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/action1.jpg" width="527" border="0"> </p>
</p>
<p>หากว่ามองดีๆจะเห็นได้ว่า Waleed0987 จะเป็น Trader ที่ทาง eToro เองแนะนำว่าเป็นสุดยอด Guru คนนึงที่อยู่ในระบบ copytrader ซึ่งผมเปิดให้ดูแค่คนเดียวเท่านั้นเพื่อ คนอื่นนั้นผมยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอนแล้วแต่สถานการณ์นะครับ แต่สำหรับคนนี้ที่ผมเปิดให้ดูได้นั้น เพราะ ใครๆก็ก๊อปปี้คนนี้กันทั้งนั้น เหมือนว่าเป็นคนที่ทำกำไรในระยะยาวด้วย medium risk ได้ดีมากในปีที่ผ่านมาครับ และสำหรับมือใหม่ถ้ายังไม่เคยคิดไม่เคยหวังว่าจะทำกำไรจาก forex ได้เลยแม้แต่น้อย หรือว่าลองแล้วขาดทุน copytrader โดยการ copy คุณ Waleed0987 ถือได้ว่าเป็นคนที่จำเป็นต้องเอาเข้า port ของคุณใน account eToro ครับ</p>
<p><img title="profit-percent-gain" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin: 5px; border-right-width: 0px" height="242" alt="profit-percent-gain" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/profitpercentgain1.jpg" width="173" align="left" border="0"> </p>
</p>
<p>สำหรับ 8 วันที่ผ่านมา <strong>Waleed0987</strong> ทำกำไรทั้งสิ้น 273.27 เหรียญสหรัฐฯให้กับ account ผม แต่ถ้าหากว่ามองเป็น percent gain แล้วจะพบได้ว่าไม่มากเทาไหร่ครับ แค่ 5% กว่าเท่านั้นเอง แต่ถ้าหากว่ามองเป็นตัวเงินแล้วถือว่าเยอะกว่าคนอื่นๆที่ผมจัดเข้าพอร์ทก๊อปปี้ครับ เพราะ amount หรือจำนวนเงินหมุนเวียนลงทุนโดยการ Copy การเทรดของ Waleed0987 นั้นผม allocate ให้เยอะกว่าคนอื่น ถึงระดับ 3000 เหรียญครับ คนอื่นผมให้แค่ไม่เกินสัก 1500 เหรียญหรือ 2000 เหรียญ max ที่เปิดเทรด ณ เวลาหนึ่งๆครับ </p>
<p>ถ้าหากว่าเทียบกับสัปดาห์ก่อนๆ ผมต้องบอกไว้ก่อนว่าแบบนี้เรียกไม่มากเท่าไหร่ครับ แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนผมไม่ได้มีเวลามาพิมพ์เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังร้าน และอีกอย่าง ผมยังก๊อปปี้คนผิดพลาด ด้วยทำให้ Total gain percent ของ account ผมไม่ได้พุ่งมากเท่าไหร่ ทำให้สัปดาห์ก่อนน้าผมเรียนรู้เพิ่มว่า อย่าคิดจะ copy พวกที่ เน้นการลงทุนแบบ High Risk หรือเสี่ยงสูงในสัดส่วนที่มากครับ (พวกอัด Leverage เยอะๆเพื่อให้กำไรแบบทีละ 100 % เหมือนพนันกันไปหน่อยเหรอป่าว) เอาเป็นว่า “ผมลองแล้ว และก็โดนกินลึกมาแล้ว และผมบอกเอาไว้แล้ว ณที่นี่ เพราะงั้นคุณอย่าได้ลอง copy พวก high risk เทรดเยอะๆก็แล้วกัน” </p>
<p><strong>เอาเป็นว่า <u>กำไร</u> สำหรับ <u>วันที่ 20-28 เดือน 12</u> นี้ก็เป็นผลกำไรทั้งสิ้น <u>446.02 USD</u> </strong></p>
<p>ซึ่งถ้าหากว่าดูเทียบกับ เงินที่อยู่ใน port ทั้งหมดก็ไม่ได้เยอะอะไรสักเท่าไหร่ครับ (อาจจะเรียกได้ว่าน้อยด้วยซ้ำไป) อย่างว่าล่ะครับ ก็เป็นสัปดาห์คริสมาสทำให้คนที่เป็นนักเทรดที่ผมเลือกเอามาอยู่ใน port นั้นไม่ค่อย active เท่าที่ควรจะเป็น และ ผมเข้าใจว่าเหมือนรออะไรสักอย่าง (ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรครับ) เพราะ คนเหล่านี้ถาม chat ไปใน Openbook เค้าก็จะไม่ได้ตอบกลับอะไรครับ เอาเป็นว่าไว้สัปดาห์ที่สองของปีใหม่อาจจะมี update ให้ดูว่า การทำกำไรด้วยระบบ eToro CopyTrader นั้นออกมาให้ผลเป็นอย่างไรแล้วกัน </p>
<p>คุณอาจจะรอผมลองไปเรื่อยๆก่อนก็ได้ แต่ถ้าหากว่าคุณใจร้อนอยากลองเองกับมือ เพื่อจะได้คุ้นก่อน ก่อนที่ผมจะบอกว่าการเลือก copy trader ต้องดูอะไรบ้างนั้นก็สามารถสมัครเข้าไปใช้ account demo ด้วยเงินหลอก (virtual money) เพื่อให้คุณคุ้นเคยกับการใช้ copy trader ก่อนก็ได้ หรือถ้าหากว่าจะให้ดีผมแนะนำ ให้คุณลองโอนเงินจริงเข้าระบบขั้นต่ำ 50 เหรียญและลองถอนดูเพื่อให้คุณมั่นใจในระบบว่าเอาเงินเข้าแล้วก็เอาเงินออกได้ครับ <a title="etoro register form" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">สมัคร eToro เพื่อใช้งาน copytrader จากที่นี่ครับผม</a></p>
<p><strong><font color="#ff0000">อ่านเพิ่มเติม<br /></font></strong>เกี่ยวกับ<a title="eToro copytrader platform" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro-copytrader-review/" target="_blank">การใช้งาน eToro และทำไมต้องใช้ copyTrader</a> ได้จากเนื้อความเก่านี้</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>ใครเคยใช้ etoro</li><li>rackmanager etoro</li><li>etoro ครับ</li><li>ทำกำไรได้ดี</li><li>etoro เข้าไม่ได้</li><li>เคยเล่นกับ etoro</li><li>etoro copytrader คืิอ</li><li>etoro การใช้งาน</li><li>etoro webtrader</li><li>โอนเงินเข้า etoro</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/etoro-trading-result-12-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำเงินด้วยการเทรด Forex ผ่านอีโทโร่ Etoro ด้วยการใช้ OpenBook และ CopyTrader สำหรับคนไม่มีเวลา</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/etoro-copytrader-review/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/etoro-copytrader-review/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 05:04:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[tutorial]]></category>
		<category><![CDATA[etoro]]></category>
		<category><![CDATA[etoro platform]]></category>
		<category><![CDATA[etoro review]]></category>
		<category><![CDATA[etoro trading]]></category>
		<category><![CDATA[exchange forex]]></category>
		<category><![CDATA[forex trading]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/etoro-copytrader-review/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet ไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องการเล่น Forex มานานพอตัวน่าจะเป็นประมาณ 3 ปีมาแล้วครับ ซึ่งตอนนั้นผมแนะนำเกี่ยวกับ eToro ไปซึ่งตอนนั้น ผมแนะนำการใช้งาน Etoro เพื่อให้คุณได้ลองฝึกเล่นกันเสียมากกว่า และ ผมก็แนะนำการใช้งานเป็นแบบ Practice Mode แบบการ์ตูนเสียด้วยซึ่ง เมื่อผ่านไป 3 ปีแล้วที่ลองใช้ไปใช้มาก็อยากจะ update เสียหน่อยว่า ตอนนี้ eToro กลายเป็น Platform เพื่อการ Trading Forex ค่าเงินมากกว่าเดิมมากแค่ไหนแล้วครับ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ที่ผมเอาเงินไปเล่น Forex นั้นก็เพราะว่า เห็นว่าเป็นการใช้งาน USD ที่ดูเหมือนจะคุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากตอนนี้ผมมีเงินที่เป็น US DOLLAR &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro-copytrader-review/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1839" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fetoro-copytrader-review%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%94%20Forex...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fetoro-copytrader-review%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img title="เรีย่นรู้การเทรด forex บน Platform eToro CopyTrader" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="248" alt="เรีย่นรู้การเทรด forex บน Platform eToro CopyTrader" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/etorocopytrader.jpg" width="580" border="0">
<p>ไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องการเล่น Forex มานานพอตัวน่าจะเป็นประมาณ 3 ปีมาแล้วครับ ซึ่งตอนนั้นผม<a title="etoro trading forex" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">แนะนำเกี่ยวกับ eToro</a> ไปซึ่งตอนนั้น ผมแนะนำการใช้งาน Etoro เพื่อให้คุณได้ลองฝึกเล่นกันเสียมากกว่า และ ผมก็แนะนำการใช้งานเป็นแบบ Practice Mode แบบการ์ตูนเสียด้วยซึ่ง เมื่อผ่านไป 3 ปีแล้วที่ลองใช้ไปใช้มาก็อยากจะ update เสียหน่อยว่า ตอนนี้ eToro กลายเป็น Platform เพื่อการ Trading Forex ค่าเงินมากกว่าเดิมมากแค่ไหนแล้วครับ
<p>ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ที่ผมเอาเงินไปเล่น Forex นั้นก็เพราะว่า เห็นว่าเป็นการใช้งาน USD ที่ดูเหมือนจะคุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากตอนนี้ผมมีเงินที่เป็น US DOLLAR จำนวนเยอะพอตัวที่ผมไม่อยากจะโอนมาไว้ที่เมืองไทย และเงินทั้งหมดนั้นเป็นเงินที่ได้มาจาก online อย่างเดียวและไม่ได้เป็นการออกแรงอะไรมากมายด้วย นอกจากความรู้สะสมเกี่ยวกับการเขียน Blog และการทำการตลาดเท่านั้น ซึ่งมันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าจริงๆแล้วการพิมพ์ Blog เพื่อให้ความรู้คนอื่นนั้น สามารถที่จะสร้างรายได้ ได้ด้วยเหมือนกันแต่ ประเด็นสำหรับวันนี้ ผมข้ามประเด็นนี้ไปเลยครับ เพราะ คุณกำลังจะได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการหาเงินออนไลน์อีกแบบที่ คุณสามารถหาเงินผ่าน internet ได้ที่เรียกว่า &#8220;FOREX TRADING&#8221; ด้วย Platform การ Trade ของ eToro </p>
<p><span id="more-1839"></span><br />
<h2>ทำไมต้องเป็น <a title="สมัคร eToro เพื่อทำกำไรแบบง่ายที่สุด" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">สมัครใช้งาน eToro</a> เพื่อการ Trade Forex ? </h2>
<p>เหตุผลว่าทำไมผมแนะนำว่าใช้ eToro ก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ เพราะ แต่ก่อนผมลองเล่นโหมดฝึกหัด จากที่นี่และ สุดท้ายก็ลองกับเงินก้อนตัวเอง แล้วก็เลือกเป็น expert mode ในตอนสุดท้าย โดยใช้เงิน USD ที่มีอยู่ใน <strong>Bank America</strong> เอาเข้าไปเล่นในตลาด ซึ่งการโอนเงินระหว่าง Bank เพื่อเข้าไปยังบัญชีเงินแท้ๆของ eToro ผมก็ยังเลือกที่ส่งเงินผ่าน Paypal อยู่ดี ซึ่งแต่ก่อนผมไม่แน่ใจว่า eToro มันน่าเชื่อถือแค่ไหน (แต่ว่าตอนนี้ผมต้องบอกว่าจริงๆแล้วเป็นระบบที่น่าเชื่อที่สุดตัวหนึ่งเลยทีเดียวครับและมีคนใช้เยอะมากๆ โดยเฉพาะนักเทรดหน้าใหม่ที่อยากจะลองว่าการ เทรด มันเป็นยังไง)
<p>อีกเหตุผลที่ต้องมาลองเทรดเงินหรือสินค้า <strong>commudity</strong> อื่นๆไม่ว่าจะเป็น ทอง เงินหรือว่าน้ำมันก็สามารถทำได้บน Platform นี้เหมือนกัน เรียกว่า ค่อนข้างจะมีอยู่ครบตลาดที่คุณอยากจะให้มีก็ว่าได้
<p>และเนื่องด้วยกิจการที่บ้านผมนั้นเป็นกิจกรรมที่ต้องซื้อวัตถุดิบที่เป็นสินค้า community ประเภทหนึ่งที่ถ้าหากว่า ผมฉลาดกับเรื่อง กลยุทธ์ ที่จะได้เรียนรู้จากการเทรดเงินหรือทองในตลาดโลกแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์กับตัวผมเองและครอบครัวอีกต่างหาก ซึ่งตอนนี้ผมก็เรียนรู้มาได้มากอยู่ระดับหนึ่งแล้วล่ะครับ แต่เรื่องแบบนี้เหมือนว่าต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และ ถ้าหากว่าคุณอีกอายุน้อยเท่าไหร่ และได้เข้าสนาม นั้นก็แปลว่า คุณจะได้ประสบการณ์การเทรดเงินหรือการดู Graph ทุกรูปแบบฟังข่าวสาร เพราะมันเกี่ยวกับเงินของคุณนั่นเอง และ คุณก็จะมีเวลาและได้ประสบการณ์มากกว่า คนที่อายุเยอะนั่นเอง&nbsp; แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความ ถ้าหากว่าคุณอายุเยอะแล้วจะไม่เหมาะกับการเสี่ยงแบบนี้หรอกนะครับ เพราะไม่แน่ คุณอาจจะเจอวิธีการในการใช้งาน Platform ของอีโทโร่ อีกแบบที่คุณ และคนรุ่นก่อนจะยังไม่เคยเจอนั้นก็คือ การเทรดแบบ OpenBook หรือการเกาะคนอื่นเทรดตามกันครับ<br />
<h2>OpenBook และการเทรดตามกันเป็นหมู่ มันเป็นยังไง ? </h2>
<p><a title="สมัคร etoro เพื่อใช้ copy trader" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow"><img title="etoro-link" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="144" alt="etoro-link" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/etorolink.jpg" width="582" border="0"></a>
<p>ก่อนอื่นขอให้คุณลองคิดก่อนว่า ถ้าหากว่าคุณจะเข้าตลาดใดๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ตลาดทุน หรือตลาดค้าเงินแบบ Forex แบบนี้หรือแม้แต่ตลาดคอมมูนิตี้ก็ตาม สิ่งที่คุณต้องทำอาจจะเลือกสายได้แค่สองแบบคือ แบบแรก เรียนรู้ทุกอย่างแล้วเข้าตลาดเอง และ แบบที่สอง คือแบบที่ผมทำนั่นก็คือ การเรียนรู้ทุกอย่างจากคนอื่นและทำตาม หรือคิดตามครับ โดยทำความเข้าใจเหตุและผลของการตัดสินใจเหล่านั้นของคนที่อยู่ในตลาดจริง ก็จะเป็นการทำให้การเรียนรู้ของคุณเกี่ยวกับตลาดนั้นๆเป็นไปอย่างก้าวกระโดด
<p>ปกติแล้วเราจะถามพ่อแม่พี่น้องหรือเพื่อนสนิทที่เล่นเทรดอะไรสักอย่างอยู่ในตลาดนั้นๆ อยู่แล้ว พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง และเค้าเหล่านั้น มักจะเอาเรื่องการลงทุนแบบเสี่ยงน้อยเสี่ยงมากและเล่าถึงโอกาสการทำเงินของพวกเค้าผ่านตลาดอะไรก็สุดแล้วแต่ที่เค้าเหล่านั้นถนัดให้เราฟังครับ เมื่อมีคนเล่าให้ฟังก็แค่ฟังแล้วเอามาลองเอา แล้วก็จะได้รู้ว่าที่ฟังมามันจะเจ็บปวดเพราะโดนกินเงินหรือว่ามันก็เป็นไปอย่างที่ได้ยินได้ฟังกันมา และได้กำไรเป็นเงินพร้อมประสบการณ์ดีๆในการเทรดกลับมาในท้ายที่สุด
<p>และนั้นก็คือ โลก <strong>OFFLINE</strong> ครับ แต่สำหรับโลก <strong>online</strong> คุณอาจจะต้องเข้าไปดูตาม กระทู้ FORUM หรือ CLUB ที่จะมีคน active เพื่อที่จะเล่นหรือเล่าหรือแม้กระทั่งสอนและโม้ให้คุณฟังว่า เค้าทำกำไรกับการลงทุนของเค้าไปมากแค่ไหน หรือแนะนำโอกาสให้คุณได้ลองทำตามแนวคิดและแผนการลงทุนของเค้าเหล่านั้น แล้วคุณก็ต้องเสี่ยงลองดูกับแนวคิดคนอื่นยังไงอย่างงั้นครับ ซึ่งเราก็ไม่ได้รู้หรอกว่า &#8220;หมอนี่&#8221; มันประสบการณ์อะไรแค่ไหน และ Profile ของเค้าคนนั้นเป็นอย่างไร เพราะ อย่างว่าล่ะครับ คนที่เราเจอกันใน FORUM ก็ไม่ได้เป็นอย่างเราเห็นเสียทุกอย่างซะเมื่อไหร่กันล่ะ<br />
<h2><strong>แนวคิดการลงทุนใหม่ล่าสุดด้วย COPY TRADER กับการสร้าง PORT การลงทุนบน TRADER คนอื่นๆ !</strong> </h2>
<p>ทั้งหมดที่ผมได้เล่ามากับแนวคิดการเรียนผิดถูกจากคนอื่นบอกคนอื่นเล่า และลองเองนั้นเป็นเรื่องของโลก internet ยุคเก่า และ เป็นโลกของ offline ครับ แต่ สำหรับโลก online ยุคใหม่ แบบ update สุดๆคือเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา eToro ได้พัฒนาแนวคิดเรื่องการฟังและทำตาม นักลงทุนคนอื่น โดยเรียกมันว่า &#8220;<strong>OPENBOOK</strong>&#8221; หรือจะเรียกอีกแนวคิดว่า &#8220;<a title="register etoro trader" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">COPY TRADER</a>&#8221;
<p>ปกติแล้วคำว่า <strong>OPENBOOK</strong> นั้นหมายถึงการแสดงผลประกอบการของบริษัท หรือกองทุน ว่าเข้าทำกำไร และลงทุนกับตลาดใดด้วยปริมาณเงินเท่าไหร่แสดงเอาไว้อย่างเปิดเผยเพื่อเป็นประวัติให้กับบุคคลทั่วไปเลือกเข้าลงทุนได้ และนี่ก็จะเป็นความหมายแบบเดียวกันกับบ ACCOUNT ใน eToro เหมือนกันโดย OPENBOOK ของ eToro ก็จะแสดงประวัติของคนที่อยู่ใน Platform นี้เช่นเดียวกันครับ
<p>แนวคิดนั้นเป็นการ COPY ความคิดของคนที่เพิ่งหัดเล่นใหม่นั่นเอง คือ eToro จะมี website ที่แสดงรายชื่อ คนที่ทำการ Trade อยู่ใน Platform ของ eToro เองทั้งหมด โดยข้อมูลนี้กลับกลายเป็นข้อมูลที่เปิดเผยในที่สาธารณะ (ก็ไม่เชิงสาธารณะเสียทีเดียวหรอกเพราะข้อมูลจะแสดงแบบเต็ม ก็เฉพาะคนที่มีเงินเปิดบัญชีกับ eToro แล้วเท่านั้น) โดยข้อมูลที่ปกติแล้วจะมีการปกปิดหรือจะบอกเฉพาะกับญาติสนิท มิตรสหาย กับถูกแสดงและเปิดเผยเอาไว้ที่หน้า Openbook ของ eToro Openbook นั่นเองครับ โดยคุณจะเห็นข้อมูลเหล่านี้ได้จาก page ของอีโทโร่ Openbook ครับ<br />
<h2>ขอแบบสั้นๆว่า CopyTrader มันคืออะไรกันแน่ !?! </h2>
<p> “<strong>CopyTrader</strong>” ของ eToro นั้นเป็นการตั้งค่าให้เงินที่คุณใส่เข้าไปที่ Account ของ eToro ทำการเปิด Trade และปิด Trade เหมือนกับคนที่คุณก๊อป ยังไงอย่างงั้นทุกประการ โดยเงินที่คุณลงอย่างอัตโนมัตินั้น จะเป็นสัดส่วนเดียวกับ Trader ที่คุณก๊อปปี้เอาไว้ เมื่อ Trader คนที่คุณ COPY เปิดหรือปิดเทรด คุณก็จะปิดด้วยเหมือนกันและ <strong><font color="#ff0000">คุณจะได้กำไร/ขาดทุนในสัดส่วนแบบเดียวกับ Trader คนนั้นทุกประการ !</font></strong>
<p><a title="สมัคร etoro เพื่อใช้ copy trader" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow"><img title="etoro-link" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="144" alt="etoro-link" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/etorolink.jpg" width="582" border="0"></a>
<p><strong>ใช่แล้วครับ</strong> ! นั่นก็แปลว่าถ้าหากว่าคุณฉลาดพอที่จะ “เลือกคนที่เก่งเพื่อก๊อปการเทรด” คุณก็จะได้กำไรในสัดส่วนเดียวกันกับนักเทรดชั้นเซียนเหล่านั้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยที่คุณไม่ต้องกดปุ่มหรือคลิ๊กอะไรเลยด้วยซ้ำ เรียกง่ายๆว่า นักเทรดมืออาชีพเหล่านี้จะทำหน้าที่<strong>เสมือน</strong>เอาเงินของคุณไปลงทุนให้นั่นเองครับ ที่ผมต้องบอกว่าแค่เสมือนเพราะ นักเทรดที่คุณไปก๊อปปี้การเทรดนั้นมา ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆกับคุณแม้แต่น้อย เค้าแค่ทำหน้าที่ดูแลการเจริญเติบโตของเงินในพอท์ตในบัญชีของเค้าเองเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าลงเงินไปแล้วก็ต้องทำให้มันโตซิ<br />
<h2>ข้อดีที่คุณจะเห็นจากการใช้ระบบ Copy Trader ของ eToro ที่คุณเห็นได้แน่นอนคือ</h2>
<p><strong>ไม่เสียเวลาศึกษาเริ่มทำกำไร (หรือขาดทุน) ทันที : </strong>สำหรับมือใหม่นี่จะเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณได้รับรู้อารมณ์ การเสียเงิน ! และการได้กำไรจากการเทรดผ่านนักเทรดที่ขยันเทรดแทนคุณ โดยที่คุณเองแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เค้าคนนั้นศึกษากราฟแบบไหน และคิดอย่างไร เพราะ คุณแค่ทำการเลือก “trader” คนอื่นเพื่อมาทำหน้าที่เทรดแทนคุณนั่นเอง อย่างไรก็ดี เงินคุณจะทำกำไร (หรือขาดทุน) ตั้งแต่วันแรกที่คุณเริ่ม COPY การเทรดจากคนอื่นทันที โดยที่ระหว่างนั้นคุณก็ศึกษาไปด้วยก็ยังทันกันอยู่ดี จะรออะไรล่ะถ้าหากว่า คุณเห็นคนอื่นทำกำไรในตลาดแล้ว คุณเอาเงินดองไว้เฉยๆไม่ได้ก๊อปปี้การเทรดอัตโนมัติเพื่อทำให้พอร์ทเงินของคุณมันโตขึ้นบ้าง
<p><strong>ไม่เสียเวลาติดตามมากนัก : </strong>ที่ผมต้องบอกไม่เสียเวลามากนักเพราะ จริงๆแล้ว คุณยังคงต้องเสียเวลาเพื่อที่ดูว่านักเทรดที่คุณติดตามนั้น ทำการเทรดอยู่ตลอดเวลาด้วยผลกำไรที่เหมาะสม เพราะถ้าหากว่าคุณเล่นไม่ดูอะไรเลย มันเป็นไปได้สองประการ ที่คุณไม่อยากจะให้เกิดขึ้นก็คือ เงินไม่มีการเอาไปเทรดเลย เช่น คนๆนั้นอาจจะพักยาวไม่เห็นทำการเทรดสักที นั่นก็แปลว่าเงินคุณก็ไม่ได้เข้าไปเทรดด้วยเช่นเดียวกัน เป็นการเสียเวลาของเงินของคุณโดยใช่เหตุ ทั้งๆที่มีคนอื่นที่ขยันทำเงินเทรดเงินอยู่มากกว่าคนๆนั้น หรือ กรณีที่สองคือ คุณเห็นการเทรดและผลกำไรระยะสั้นแล้ว ดูว่ามีความเสี่ยงและให้ผลขาดทุนอย่างน่าตกใจกว่าที่คุณคาดคิด แน่นอนว่า คุณก็คงไม่อยากจะเทรดตามเมื่อนักเทรดคนนั้นเสียประวัติ หรือเทรดได้แย่มากในช่วงเวลาที่ผ่านมาล่าสุด และมีคนอื่นที่ทำหน้าที่เทรดเงินแทนคุณได้ดีกว่า
<p><strong>ได้เรียนรู้การเข้าซื้อและขายจาก Trader ที่คุณเลือกตาม : </strong>จริงๆแล้วเรื่องนี้เป็น options ที่ผมว่ากึ่งๆจำเป็น เพราะ คุณจะได้รู้จังหวะมากขึ้น และ ถ้าหากว่าคุณรู้ว่าคนไหนเข้าจังหวะกับแนวคิดคุณได้มากกว่า ก็น่าจะเลือกคนนั้นเป็นคนเทรดแทนคุณครับ และ การที่คุณเปิด account จริงกับ eToro เพื่อเทรดนั้น มันจะได้ email รายงานประจำวัน การเข้าถึงข้อมูลการเรียนการสอนอื่นๆ เพื่อทำให้คุณมั่นใจและฉลาดเทรดเอง หรือเลือกคนที่มาเทรดให้คุณมากขึ้นในท้ายที่สุด
<p><strong>ข้อมูลอื่นๆที่ได้เมื่อคุณฉลาดใช้ OpenBook และลงเงินจริงกับ eToro</strong>
<p>ข้อมูลอื่นๆที่คุณไม่คิดว่าจะได้เห็นก็จะได้เห็นกับระบบ OpenBook และ CopyTrader ของ eToro ผมพิมพ์แสดงเอาไว้เป็นข้อมูลๆนะครับ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้ function Copy Trader อย่างจริงจัง แต่การเลือกเปิด account จริงด้วยเงินจริง เข้าไปยัง eToro คุณจะได้ใช้ function เหล่านี้ทั้งหมด โดยไม่ต้องมากั้กกันว่า นี่เป็น Practice Account หรือว่าเป็น real account กันแน่ ?
<p>อ้อผมเกือบลืมพิมพ์บอกคุณไปแล้วล่ะครับว่า <strong>การเปิด account จริง eToro นั้นทำได้ง่ายๆแค่การโอนเงินผ่าน credit card หรือ Paypal เข้าไปยัง account eToro แค่ 50 เหรียญ USD เท่านั้น</strong>ก็จะได้ใช้กับแบบเต็มสูบแล้วล่ะครับ แต่ส่วนตัวแล้ว ผมเริ่มทดสอบ copy trader ด้วยเงิน 500 USD ครับเพราะมันจะได้เห็นตัวเลขเสียหน่อยเมื่อกำไรหรือขาดทุน ไม่อย่างงั้นนะครับ ก็เห็นกันแค่หลักร้อยบาทหรือหลักสิบบาทมันไม่ได้แรงกดดันอะไรเพื่อให้คุณศึกษา ฉลาดเลือกคนมาเทรดแทนคุณครับ<br />
<h2>ด้านล่างนี้เป็นประโยชน์อื่นๆที่คุณจะได้เมื่อคุณใช้ OpenBook ครับแนะนำว่าสำหรับคนที่ลงทุนทองหรือลงทุน forex ของ platform อื่นๆก็เจียดเงินมาใส่ใน Account Etoro ก็คุ้มค่าเหมือนกันครับ</h2>
<p><strong>- ตอนนี้ 1000 คนที่ทำกำไรอยู่บน eToro สูงสุดมีการลงทุนแบบใด </strong>
<p><img title="Trader Tools etoro เลือกได้ว่าจะดูอย่างไร" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="427" alt="Trader Tools etoro เลือกได้ว่าจะดูอย่างไร" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/TraderTools.jpg" width="308" border="0">
<p>ในระบบของ eToro ปกติแล้วก็จะมีแสดงสัดส่วนอยู่แล้วว่า ตอนนี้ Account eToro ที่เป็นหัวกะทิ โดยการจัดอันดับจากความเติบโตของเงินในบัญชีนั้น มีการลงทุนอะไรอยู่และ ทิศทางเป็นการซื้อหรือขาย โดยดูง่ายว่าถ้าหากว่าเป็นสีเขียวแปลว่า BUY และ ถ้าหากว่าเป็นสีแดงก็แปลว่า SELL หรือ Short นั่นเอง ถ้าหากว่ารู้แบบนี้แล้ว&nbsp; คุณสามารถที่จะตีความเพิ่มเติมอีกหน่อย จากข้อมูล ปริมาณการซื้อขายในตลาด และทิศทางของกราฟในทุกตลาดได้ นอกจากนี้แล้ว การเรียงลำดับนี้จะแสดงให้เห็นด้วยว่าตลาดไหนมีการ active หรือมีการซื้อและขายจาก account top ๆ เหล่านี้มากที่สุด เรียงไปเรื่อยๆ 10 อันดับ และนี่ก็จะให้ข้อมูลคุณเพิ่มได้อีกว่า ตอนนั้นๆตลาดไหนร้อนแรง และมีโอกาสทำกำไรได้มากที่สุด เพราะพวกท็อปเหล่านี้เลือกเข้าไปเล่น ณ ขณะเวลานั้นนั่นเอง
<p><strong>- ระบบ FOLLOW การ TRADE แบบ Twitter </strong>
<p>การติดตามนั้นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งของระบบการเทรดแบบเฝ้ามองคนอื่นเพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่ม หรือ เราจะเรียกอีกอย่างว่า Social Trade ครับ โดยการ Trade ลักษณะนี้เราจะเห็นคนอื่นด้วยว่า ณ เวลานั้นๆ มีการเปิด OPEN เข้าซื้อหรือขายในค่าเงินสกุลใด และ เปิดไว้ ณ ค่าที่เท่าไหร่ ถ้าหากว่าคุณเลือกที่จะเป็น Fan คนที่มี profile ดี คุณก็จะติดตามหรือ Follow account eToro ของคนเหล่านั้น และก็ดูได้ว่า คนๆนั้นมีการเปิดเข้าซื้อ หรือเข้าขายค่าเงิน หรือตลาดใด และปิดได้กำไรเมื่อไหร่ กี่เปอร์เซนต์ GAIN หรือ LOST เท่าไหร่กันแน่ และ ดูได้ด้วยว่า เมื่อปิดสถานะแล้ว กินเวลาทั้งหมดเท่าไหร่สำหรับการเปิดถึงปิดของการเทรดในครั้งนั้นๆ การใช้งานแบบนี้ก็เหมือนกับ Twitter ยังไงอย่างงั้น แต่แย่หน่อยว่าตอนนี้ยังไม่ได้มี Mobile App เพื่อที่เราจะได้เห็นการเคลือนไหวดังกล่าวได้ทุกที่ทุกเวลาเหมือนกับ Twitter ครับ แต่คิดว่าไม่น่าจะเกินปี 2012 ก็น่าจะมี Mobile App ทุกรูปแบบอย่างแน่นอนในท้ายที่สุด
<p><strong>- แสดงชื่อ Account eToro ของคนที่เป็นผู้นำในแต่ละตลาด และในแต่ละโซนประเทศ </strong>
<p><img title="ranking in the market GOLD" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="363" alt="ranking in the market GOLD" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/rankinginthemarketGOLD.jpg" width="582" border="0">
<p>การที่คุณรู้ได้ว่า ตลาดนั้นๆ ใครเป็นคนที่เป็น Leader หรือเป็นผู้นำที่มีสัดส่วนการทำกำไรและการเติบโตของ Port เงินที่ฝากเอาไว้กับ Account eToro แล้วล่ะก็ มันก็จะทำให้คุณได้ข้อมูลเพิ่มว่า คุณอยากจะติดตามหรือแม้กระทั่ง COPY การเทรดของเค้าคนนั้นหรือไม่ และนี่เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ส่วนตัวแล้วผมก็จะเข้าไปดูอยู่เหมือนกัน เพื่อหาคนที่ให้ COPY TRADE หรือทำตามนักเทรดคนนั้นอยู่อัตโนมัติยังไงล่ะครับ
<p>ตัวอย่างด้านบนจะเป็น หน้า page ของ Etoro OpenBook ในส่วนของ Market leaders เฉพาะผู้ที่ register จากประเทศไทย และได้มีการเปิดเทรดทองกับ eToro แอบเห็นว่า ผมอยู่อันดับสามครับ ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าผมทำกำไรได้น้อยกว่าคนที่ได้อันดับหนึ่ง หรือคนที่ได้อันดับหนึ่งจะทำกำไรได้เยอะกว่าแต่ประการใด เพราะการจัดอันดับนี้ นับแค่ว่า เมื่อเปิดการเทรดในทองแล้ว มีจำนวนครั้งทั้งหมดที่ปิดลงด้วยผลกำไร (ตัวเขียว GAIN) เยอะครั้งมากแค่ไหนเท่านั้นครับ แต่นี่ก็เป็นแหล่งข้อมูลอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณเข้าไปดูคนที่มีการลงทุน trade ในตลาดที่คุณสนใจเผื่อว่า น่าสนพอที่จะตั้งให้ระบบ auto CopyTrader ของ eToro ทำงานได้นั่นเอง
<p><strong>- แสดงประวัติ ผลกำไรของ eToro Account ของคนอื่นสูงสุด 1 ปีย้อนหลัง </strong>
<p><img title="History etoro trader" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="339" alt="History etoro trader" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/Historyetorotrader.jpg" width="582" border="0">
<p>นี่เป็นข้อมูลอีกอย่างที่ก่อนที่คุณคิดจะตั้งค่าเพื่อทำการก๊อปปี้การเทรดกับ Account eToro ของ Trader คนอื่นๆที่ผมว่าต้องดูและ จำเป็นต้องดู เพราะถ้าหากว่าคุณดูด้วยเรื่องอื่นๆ แล้วไม่ได้ย้อนไปให้นานกว่า 3 เดือนแล้วล่ะก็ แล้วคุณดันตั้ง COPYTrader คนนั้นเข้าให้ จะทำให้คุณอาจจะต้องเอาเงินไปเสี่ยงยังไงอย่างงั้น เพราะ แท้ที่จริงแล้ว ถ้าหากว่าดูปัจจัยอื่นๆ แต่กลับมองแค่ความสามารถในการทำกำไรระยะสั้นแค่ 1 เดือนหรือว่า 1 สัปดาห์ จะทำให้ได้ข้อมูลเบี่ยงที่ผิดพลาดได้ว่า คนนี้มีความสามารถที่จะจัดการทำให้เงินโตได้มากน้อยแค่ไหน เพราะ ระยะเวลาแค่ 1 เดือนหรือว่าแค่ 1 สัปดาห์นั้น ส่วนตัวแล้ว ผมมองว่ามันเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินกว่าจะประเมินคนได้ว่า Trader คนนั้นมีความสามารถในการวิเคราะห์ตัดสินใจเข้าซื้อและขายค่าเงินผ่าน eToro ได้ดีแค่ไหนกันแน่ ผมอยากแนะนำว่า ปัจจัยเรื่องระยะเวลานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ประการหนึ่ง เพื่อเลือกคนเข้ามาให้เป็นคนดูแลเงินเรา (เพราะเราจะก๊อปปี้การเทรดทุกครั้งจากคนๆนั้นอย่าอัตโนมัติ) ควรมองความสามารถและผลการเทรดของเค้าคนนั้นอย่างน้อยต้องเป็นประวัติสามเดือนถึงจะเหมาะสมครับ และถ้าหากว่าเค้ามีการเปิดเล่นมานานกว่านั้นยิ่งนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ว่า สำหรับตอนนี้ แนะนำว่ามองแค่สามเดือนพอ เพราะ ระบบ eToro ที่เอามา show ให้เห็นกันจะๆแบบนี้ เพิ่งมีแค่ปี 2011 ต้นปีเท่านั้นเอง เรียกว่าใหม่มากๆ เพราะฉะนั้นแล้วข้อมูลย้อนหลังตามเวลานั้นอาจจะไม่ได้ยาวเป็นระดับ 2 ปีแน่นอนครับผม
<p><strong>ภาพตัวอย่างด้านบน </strong>: จะเห็นได้ว่าการปิดล่าสุดเกือบทั้งหมดเป็นสีเขียวหรือนั้นก็แปลว่ากำไรจากการเทรดครั้งนั้นๆขนะตลาดนั่นเอง แต่ในภาพผมแสดงให้เห็นแค่ 3 รายการเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว มันยาวเป็นพรึดเลยไม่สามารถ capture เอามาแสดงไว้ใน blog ได้ท้งหมดครับ
<p><strong>- แสดงประวัติการเทรดแล้วชนะตลาดออกมาเป็นเปอร์เซนต์ </strong>
<p><img title="สถิติของการลงทุนของ Trader คนนั้นๆทำกำไรได้มากน้อยเพียงใด" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="551" alt="สถิติของการลงทุนของ Trader คนนั้นๆทำกำไรได้มากน้อยเพียงใด" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/stats.jpg" width="582" border="0">
<p><strong>การแสดงประวัติการเทรดแล้ว</strong>แสดงเป็นตัวเลขว่ามีการเทรดแล้วชนะทั้งหมดคิดเป็นกี่เปอร์เซต์นั้น จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่า เมื่อคุณทำการตั้งค่า ให้มีการ Copy Trader คนนั้นๆอย่าง auto แล้วอย่างน้อยที่สุด โอกาสที่คุณจะชนะตลาดก็จะมากตามโอกาสที่ได้แสดงจากประวิติ 100 เทรดล่าสุดของคนๆนั้นครับ แต่อย่างไรก็ดีผมอยากจะเตือนเอาไว้หน่อยว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมากับการใช้ copy trader กับ eToro ของผมนั้น มันสอนผมเพิ่มอีกอย่างก็คือ คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกให้ค่าสัดส่วนการชนะแบบ 99% หรือไม่ต้องเอาเยอะมากๆ เพราะจริงๆแล้ว มันนับเป็นครั้งๆ ต่างหาก กล่าวคือถ้าหากว่าการเทรดครั้งนั้นเกิดชนะขึ้นมาไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามเกิด Profit แค่เซนต์เดียวก็นับว่าเป็นชนะแล้วนั่นเอง หรือ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากว่าแพ้ แล้วเล่นแพ้เสีย 100% ของเงินที่เปิดเพื่อเทรดครั้งนั้นแล้วมันอาจจะเยอะระดับ 1000 หรือ 10,000 เหรียญนั้นก็เป็นการนับแค่ครั้งเดียวอีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ต้องดูกับกราฟหรือประวัติการทำกำไรของเงินที่อยู่กับ eToro เป็น % ของการเติบโตของเงินเป็นตัวประกอบด้วยนั่นเอง
<p><strong>จากภาพตัวอย่าง </strong>ด้านบนจะเห็นได้ว่า Trader คนนี้ปิดการ Trade ของสามเดือนล่าสุดแล้วได้กำไรทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วน 99.5% หรือคิดเป็น 99 ครั้งครึ่งจากทั้งหมด100 ครั้งการเปิดและปิดเทรด เรียกได้ว่า ประวัติดีเป็นพิเศษและลงทุนโดยการ CopyTrader ในระบบของ eToro ความเสี่ยงที่จะขาดทุนอาจจะน้อยหน่อย (แต่ว่าต้องดูปัจจัยอื่นๆอีก)
<p><strong>- การดูภาพรวมว่ามีคนเทรดในตลาด ณ เวลานั้นคือใครและเค้าเลือกที่จะ BUY หรือ SELL </strong>
<p><img title="market overview" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="714" alt="market overview" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/marketoverview.jpg" width="582" border="0">
<p>คุณสามารถที่จะดูเฉพาะตลาดได้ว่า ณ เวลาที่คุณเปิดหน้า page ที่แสดงข้อมูลของตลาดนั้นๆมาค้างเอาไว้ที่หน้าจอ เมื่อคนที่เปิดเข้ามาใหม่ แบบ real time จะแยกคนเหล่านั้นออกจากกันเป็น คนที่ BUY และคนที่ SELL เราก็ดูประมาณการณ์ได้ว่าเหมือนกันว่า ณ เวลานั้น แบบ real time มีคนตัดสินใจที่จะซื้อหรือจะขายมากน้อยเพียงใด ด้วยสัดส่วนเป็นสักเท่าไหร่ และ คนๆนั้นคือใคร ก็ยังสามารถรู้ได้ด้วยเหมือนกัน การรู้แบบ realtime ว่าเมื่อกราฟเกิดเหตการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว จะมีผลต่อคนอย่างไร และคนตัดสินใจอย่างไรกัน โดยดูได้จากปริมาณคนที่ซื้อหรือขายแบบ realtime
<p><strong>- เนื้อหาที่คุยกันเกี่ยวกับตลาดนั้นๆจาก Trader ทุกคน </strong>
<p><img title="Gold Discussion feed" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="430" alt="Gold Discussion feed" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/GoldDiscussionfeed.jpg" width="582" border="0">
<p>ในทุกๆตลาดที่หน้า <strong>Openbook</strong> เมื่อกดเข้าไปแล้วจะเห็นได้ว่า จะมีการให้ Discuss หรือคุยประเด็นถกกันได้ มันก็จะเหมือนกับ Twitter ยังไงอย่างงั้น แต่ว่าไม่ได้มีเจ้าภาพของการคุยเป็นบุคคล แต่กลับเป็นการคุยประเด็นเกี่ยวกับตลาดนั้นๆเฉพาะต่างหาก เช่นถ้าหากว่า คุณสนใจแค่ทอง คุณอาจจะไปบ่น เกริ่นว่าหรือคุยส่งสัญญาณการซื้อหรือขายเอาไว้ที่หน้า Discuss เพื่อให้คนอื่นให้ความเห็นได้ด้วย ก็เหมือนกับ chat group อะไรทำนองนั้นแต่่ว่ามันจะเหมือนกับ post ไว้เสียมากกว่า ไม่ได้ คุยไปคุยมากันสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ดีตอนนี้การ Discuss ประเด็นตาม Market นี้ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะ เมื่อคนเข้ามาเล่นในระบบของอีโทโร่และเปิดเป็น account แบบ OpenBook แล้ว มักจะไปคุยกับคนที่เราอยากจะติดตามหรือติดตามอยู่เสียมากกว่า และเราจะไม่เชื่อคนที่เป็น Unknown ที่เราไม่ได้ดูประวัติ Port หรือว่าไม่ได้ดู profile กันมากนัก เพราะ จะคุยกับใครในนี้ใหคนอื่นทำตามได้นั้น คุณต้องสร้างประวัติเอาไว้ดีเลิศเหมือนกัน มันถึงจะทำให้คุณดูน่าเชื่อถือ และน่าติดตามรวมถึงน่าคุยด้วยยังไงอย่างงั้น
<p><strong>- เห็นได้ว่า Trader คนหนึ่งๆตอนนี้กำลังลงทุน Open Trade ในอะไรอยู่บ้าง และตอนนี้ Gain หรือ Loss อยู่มากน้อยแค่ไหน</strong>
<p>สำหรับการเห็นว่าคนอื่นนั้นกำลังเปิด Trade อะไรอยู่นั้น คุณสามารถที่จะเข้าไปดูได้ผ่าน Openbook ครับ โดยการเข้าไปดูนั้นก็แค่เลือกกดที่ชื่อคนที่คนสนใจที่อยากจะดู แล้วไปกดดูที่ Open Trade เท่านั้นก็จะทำให้คุณเห็นว่าคนนั้นๆกำลังเลือกที่จะซื้อหรือขายอะไรอยู่ โดยมันจะบอกด้วยตอนนั้น Gain หรือ Loss กี่เปอร์เซ็นต์ ผมต้องบอกก่อนว่าเกือบทั้งหมดเมื่อคุณกดเข้าไปดูแบบนี้จะเห็นว่าเป็น Loss หเกือบทั้งหมด เพราะ แน่นอนว่าเมื่อมัน Gain หรือได้กำไรมาเยอะระดับหนึ่งแล้ว Trader คนนั้นก็ทำการปิดมันไปซะ ทำให้คุณไม่เห็นอยู่ที่หน้านี้ครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ข้อมูลที่คุณได้ก็ดูได้แค่ว่า Trader คนนั้นลงเงินกับอะไรไปอยู่ตอนไหนเท่านั้นเองครับ
<p><img title="แสดง account atoro ที่ Trader ลงทุนเอาไว้อยู่" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="244" alt="แสดง account atoro ที่ Trader ลงทุนเอาไว้อยู่" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/OpenTradeshowninOpenbookeToro.jpg" width="580" border="0">
<p>&nbsp;<br />
<h2>หน้าตาของ Paltform สำหรับการ Trade แบบ Copy คนอื่นเค้าใน eToro เป็นอย่างไร? </h2>
<p>ผมต้องบอกเอาไว้ก่อนว่า สำหรับหน้าตาที่คุณเห็นในภาพด้านล่างนี้ จะเป็นตอนที่ผมเพิ่งจะ Deposit หรือใส่เงินเข้าไปใน account eToro ที่ผมเล่นด้วยเงินจริง เพื่อที่จะเล่าได้ว่ามันใช้อะไรออกมาหน้าตาเป็นอย่างไรและผลการทำกำไรคร่าวๆเป็นอย่างไรครับ ลองดูกันหน่อยว่าอะไรเป็นอะไรหมายความว่าอะไรผมพิมพ์เอาไว้ในภาพเลยครับ&nbsp; (<u>กดที่ภาพเพื่อให้ภาพมันใหญ่</u>)
<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/PrtScrcapture.jpg"><img title="PrtScr capture" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="375" alt="PrtScr capture" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/PrtScrcapture_thumb.jpg" width="628" border="0"></a>
<p>ผมขออธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยจากที่ผมพิมพ์อธิบายคร่าวๆในภาพแล้วครับ คือ screen shot ที่คุณเห็นอยู่นี้เป็น account ที่ผมใส่เงินเข้าไป 5000 เหรียญสหรัฐฯ และไม่เกิน 3 สัปดาห์โดยที่ผมไม่ได้เทรดเองแม้แต่น้อย แต่เลือก Copy Trader คนอื่น 5 Traders (จาก Top ranking ณ เวลานั้น) ก็สามารถทำกำไรได้ขึ้นไปอีก ราว 50% จากเงินตั้งต้นแล้ว สำหรับประสบการณ์การเฝ้ามองและวิธีการใช้งานเพื่อให้ตัวผมเองมั่นใจนั้นผมทำมาแล้วเมื่อสองเดือนก่อน คือ ใส่เงินเข้าไปแค่ 500 เหรียญเงินจริง แล้วเล่นด้วยวิธีการก๊อปปี้เทรดเดอร์คนอื่นๆ เหมือนกับที่ผมทำอยู่นี้ แล้วก็ดูเป็น percent การทำกำไรแทนโดยไม่สนว่าเงินจะน้อยแค่ไหน เพื่อเป็นตัวแทนว่าถ้าหากว่าใส่เงินไปเยอะกว่านี้ก็จะได้สัดส่วนผลกำไรประมาณเดียวกัน นอกจากนี้ผมได้ลองถอนออก เพื่อดูว่าตอนถอนต้องการหลักฐานอะไรบ้าง (ก็แค่ passport หรือ บัตรประชาชน แล้วก็บิลค่าน้ำไฟหรือบิลมือถือที่เป็นภาษาอังกฤษ) แล้วก็ดู Fee ที่เกิดและดูว่าถอนเมื่อไหร่จะได้เงินเป็นต้น ทำให้มั่นใจที่จะลงเงินที่เป็นกองที่มากขึ้นเพื่อดู การทำกำไรเป็นตัวเงินจริงๆกันอีกรอบครับ ซึ่ง ก็จะเหมือนกับภาพที่ผมแสดงด้านบนนี้ครับ</p>
<p><strong>อธิบายเป็นประเด็นๆจากภาพหน้าจอ eToro web Trader (เป็น Applicatoin ที่เปิดผ่าน web ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรแม้แต่น้อยแค่มี internet เท่านั้นก็ใช้ได้แล้ว) </strong></p>
<p><strong>เงินตัวเลข 1616.81 USD</strong> นั้นเป็นเงินที่ไม่ได้ฝากไว้กับใครเพื่อการ Trade แบบ copyTrader นั้นก็แปลว่าเงินจำนวนนี้ คุณอาจจะทำการ Trade เอาเองหรือจะเพิ่มให้คนอื่นใน port นักเทรดของคุณได้ครับ โดยเงื่อนไขจำนวนเงินในช่องคอลัมน์ Open คือจำนวนเงินที่เราจัดสรรเพื่อที่จะก๊อปปี้การเทรดแบบอัตโนมัติกับ Trader รายนั้นๆ โดยทาง eToro ตอนนี้มีการกำหนดว่าจะ Open สำหรับ 1 Trader ได้ไม่เกินแค่ 20% ของ Balance ทั้งหมด (virtual balance) </p>
<p><strong>Virtual Balance </strong>จากภาพคือ เงินทั้งหมดที่มีการลงทุนไปแล้วและที่ยังไม่ลงทุนรวมกันทั้งหมด และเงินที่ลงทุนไปแล้วจะแกว่งขึ้นหรือลงขึ้นกับว่าตลาดตอนนั้นราคาเป็นอย่างไร เรียกว่าเป็นเงินแบบ realtime ครับ หรือคิดอีกแบบก็คือ เงินทั้งหมดที่คุณมีอยู่ตอนนี้ถ้าหากว่าคุณปิดการ Trade ทั้งหมดใน port การลงทุนของคุณนั่นเอง </p>
<p><strong>Current Investment </strong>จากภาพคือ 6052.93 USD แปลว่า เป็นตัวเลขที่คุณกันเอาไว้ให้กับ Trader ที่คุณเลือกที่จะ copy แม้ว่าเงินนั้นจะมีการเปิดเทรดอยู่หรือไม่หรือแปลว่า มันเป็นผลรวมของคอลัมน์ Open นั่นเอง</p>
<p><strong>Unrealize Profit</strong> (จากภาพด้านบนที่เป็นเลข-326.40) หมายถึงยอดกำไรจากการเปิดเทรดที่ยังเปิดอยู่หรือ Open Trade นั่นเอง โดยจากภาพจะเห็นได้ว่าตอนนี้ผมกำไรติดลบ 326.40 เหรียญถ้าหากว่าปิด Trade ทั้งหมดตอนนี้ก็เอาเลขขาดทุนนี้ไปกินน่ะครับ แน่นอนว่าถ้าหากว่าจะเปิด Port real account แล้วดูที่ Open Trade คุณก็จะเห็นเป็นเลขลบเสียเป็นส่วนมากของเวลา เพราะ ถ้าหากว่ามันเป็นบวกมีกำไร คุณก็ปิดมันไปแล้วครับ และมันก็จะโดนเอาออกจากหน้านี้ยังไงล่ะครับ ก็ไม่แปลกอะไรที่ถ้าหากว่ามันขาดทุนอยู่เราก็ยังไม่ปิดมัน หรือถ้าหากว่ากำไรแล้ว เราก็ปิดมันซะเพื่อ take profit เอาเงินใส่กระเป๋าครับ</p>
<p><strong><font color="#ff0000">หมายเหตุอีกเล็กน้อยการปิดบทความนี้ที่เกี่ยวกับ Copy Trader บน eToro Forex Platform</font></strong></p>
<p>ต้องบอกก่อนว่า ถ้าคุณอ่านบทความแล้วคิดว่าอยากจะลอง Copy Trader ปัจจัยที่สำคัญมากๆ ก็คือ การเลือก Trader ! แบบฉลาดๆซึ่งผมยังไม่ได้บอกหรือพิมพ์แสดงเอาไว้ ณ ที่นี่ นี่เป็นแค่การแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น แนะนำว่าให้เปิด account จริงด้วยเงินลงทุน 50 เหรียญเป็นอย่างต่ำเสียก่อนแล้ว ลองดูว่าจะเลือกคนมาเป็นเทรดให้เราด้วยเหตุและผลอะไร ซึ่งจริงๆแล้วผมสามารถที่จะอธิบายได้ว่า การเลือกคนที่มาเทรดให้เรานั้น จะเลือกอย่างไร เช่น Timezone ของ Trader หรือ อัตราการทำกำไรอย่างที่ผมได้อธิบายเอาไว้ในแล้วในบทความนี้ ไว้ถ้าหากว่ามี comment หรือสอบถามเข้ามา ผมจะออกแรงพิมพ์ วิธีการเลือก Trader เพื่อทำการเทรดให้กับเราเพื่อให้ได้กำไรระยะยาว โดยที่ไม่ต้องเสียเวลามากๆอีกครั้งก็แล้วกันนะครับ สำหรับบทความนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ</p>
<h2><a title="register etoro ได้จากที่นี่" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">เข้าไปสมัคร eToro เพื่อ CopyTrader กันเลยจากที่นี่ครับ</a></h2>
<p><a title="สมัคร etoro เพื่อใช้ copy trader" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow"><img title="etoro-link" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="144" alt="etoro-link" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/12/etorolink.jpg" width="582" border="0"></a> </p>
<p>ลิงค์ตรงเข้าไปที่หน้า<a title="register etoro for use copytrader" href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro" target="_blank" rel="nofollow">สมัคร eToro</a> เพื่อใช้งาน CopyTrader <a href="http://www.rackmanagerpro.com/etoro">http://www.rackmanagerpro.com/etoro</a></p>
<p>ตอนที่เข้าไปแล้วจะมีให้กรอกชื่อ email และเบอร์โทรศัพท์ตรงเบอร์โทรศัพท์ให้ใส่+66 นำหน้าด้วยนะครับเช่น ถ้าเบอร์มือถือคุณคือ 0814201946 ก็ให้กรอกเป็น +66814201946 ครับ ระบบถึงจะผ่านให้คุณสมัครได้ครับ โดยตอนสมัครคุณไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานอะไรมากมายครับ ลองดูแล้วกันนะครับ</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>ระบบ etoro open book copy trade</li><li>etoro copy trader</li><li>ขั้นตอน ถอน etoro</li><li>copytrader etoro ใช้งานอย่างไร</li><li>การเทรด etoro</li><li>วิธี copy trader etoro</li><li>eToro วิธีถอน</li><li>เปอร์เซ็นต์การลงทุนทอง</li><li>etoroได้จริงไหม</li><li>สอนเทรด forex</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/etoro-copytrader-review/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเดินทางในประเทศจีนรอบตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ กับนิสัย..ของคนจีนดิบๆ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/china-business-trip/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/china-business-trip/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Oct 2011 09:32:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[กินเที่ยวเรื่อยเปื่อย]]></category>
		<category><![CDATA[china]]></category>
		<category><![CDATA[china business]]></category>
		<category><![CDATA[shanghai]]></category>
		<category><![CDATA[trip china]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[เมือง thames town]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมาผมไม่ได้ทำการ update website แต่อย่างใดเพราะว่าผมมีเดินทางไปประเทศจีนที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ ผมไปดูงาน ออกงานแล้วก็ยังจะไปเที่ยวต่ออีกสักสองสามวันด้วย โดยมี Guide จำเป็นคือ น้องชายผมเองที่เค้าเรียนภาษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฟูตั้น เซี่ยงไฮ้ครับ โดย ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น ผมก็ต้องคอยติดตามปัญหาเรื่องน้ำท่วมประเทศไทย รวมทั้งน้ำท่วมกทมด้วย โดยสิ่งที่ผมจำเป็นจะต้องมีก็คือ internet ครับ สิ่งแรกๆที่ผมต้องทำ คือ หาทางทำให้ผมมี SIM iphone ใช้แบบเป็น local phone เพื่อให้พนักงานที่ office สามารถที่จะโทรหาผมผ่าน Skype Unlimited call ได้แบบไม่อั้น เพราะว่าทั้งนี้ประเทศจีน จะเป็นประเทศหนึ่งที่ ทีมงานที่บริษัทสามารถโทรเข้าได้ทั้งเบอร์บ้านและมือถือได้ไม่อั้นครับ ผมก็เลยติดต่อน้องเอาไว้ก่อนว่า &#8220;อยากจะได้ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/china-business-trip/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1720" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fchina-business-trip%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%89...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fchina-business-trip%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="china-thame-town" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/10/china-thame-town.jpg" alt="china-thame-town" width="632" height="304" border="0" /></p>
<p>เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมาผมไม่ได้ทำการ update website แต่อย่างใดเพราะว่าผมมีเดินทางไปประเทศจีนที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ ผมไปดูงาน ออกงานแล้วก็ยังจะไปเที่ยวต่ออีกสักสองสามวันด้วย โดยมี Guide จำเป็นคือ น้องชายผมเองที่เค้าเรียนภาษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฟูตั้น เซี่ยงไฮ้ครับ โดย ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น ผมก็ต้องคอยติดตามปัญหาเรื่องน้ำท่วมประเทศไทย รวมทั้งน้ำท่วมกทมด้วย โดยสิ่งที่ผมจำเป็นจะต้องมีก็คือ internet ครับ</p>
<p>สิ่งแรกๆที่ผมต้องทำ คือ หาทางทำให้ผมมี SIM iphone ใช้แบบเป็น local phone เพื่อให้พนักงานที่ office สามารถที่จะโทรหาผมผ่าน <a title="skype โทรออกต่างประเทศจีนได้ไม่อั้น" href="http://www.rackmanagerpro.com/skype-unlimited-call-plan-promotion-2/" target="_blank">Skype Unlimited call</a> ได้แบบไม่อั้น เพราะว่าทั้งนี้ประเทศจีน จะเป็นประเทศหนึ่งที่ ทีมงานที่บริษัทสามารถโทรเข้าได้ทั้งเบอร์บ้านและมือถือได้ไม่อั้นครับ ผมก็เลยติดต่อน้องเอาไว้ก่อนว่า &#8220;อยากจะได้ SIM card เป็นเบอร์ local ของเมืองจีน&#8221; ซึ่งน้องผมก็จัดการได้ไม่ยาก และ จริงๆแล้ว คุณก็จัดการได้เช่นเดียวกันนะครับ คือ เริ่มมาให้คุณเดินทางบริษัทที่เค้าเป็น mobile phone provider ของผมจะเป็น china mobile ก็ได้หรือว่าจะเป็น Unicom ก็ได้เหมือนกัน ก็แล้วแต่ว่าคุณเจอร้านอะไรที่นั่นครับ  เหมือนว่าผมมองเห็นร้านเหมือนกันทีสนามบินนะครับ หรือว่าคุณก็ลองหาข้อมูลดูน่ะครับว่าร้านค้า mobile พวกนั้นอยู่ที่ไหน หน้าตาร้านก็จะเหมือนกับ Telewiz บ้านเราอะไรอย่างงั้นเลยครับ เข้าไปคุณก็ติดต่อไปว่าอยากจะได้ iPhone SIM หรือบอกไปว่าอยากจะได้ SIM card เพื่อเอามาเล่น internet จะมีพนักงานเพื่อคุยกับคุณเป็นภาษาอังกฤษได้ครับ ไม่ยากอะไร (แต่ว่าทั้งนี้ผมไม่ได้เป็นคนดำเนินการเองเรื่อง internet SIM นะครับ เพราะอย่างที่ผมบอกไป ก็คือน้องผมจัดการให้เสร็จหมด)</p>
<p><span id="more-1720"></span></p>
<p>เมื่อผมเอา SIM ที่ได้เสียบเข้า iPhone คุณจะตกใจว่า ที่ประเทศจีนมี 3G แล้วทั่วทั้งเมืองเซี่ยงไฮ้ และความเร็วก็เร็วเอาการเสียด้วยน่ะครับ แม้ว่าประเทศจีนนี้จะมีการกีดกันเรื่องเนื้อหาหรือ website ที่มาจากต่างประเทศหลายประเทศก็ตาม แต่ internet ที่นั่นก็ถือได้ว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนจีนเองเพื่อการติดต่อค้าขายระหว่างคนจีนด้วยกัน และ กับคนต่างชาติอย่างเราๆท่านๆ ครับ ผมได้มีโอกาสไปเดินตลาดที่ขายของเหมือนประตูน้ำบ้านเรา แต่ว่าเป็นประเทศจีนนะครับ ทุกคน คนเฝ้าร้านจะทำหน้าที่เพิ่มเติมอยู่อย่างหนึ่งที่ คนไทยหรือร้านค้าขายของประตูน้ำที่อยู่ในไทยจะไม่ได้ทำกันก็คือ การคุยกับลูกค้า หรือขายของผ่าน internet ไปด้วย แต่ผมอยากจะเน้นว่า ร้านค้าเหล่านี้ จะทำกันทุกร้าน เรียกได้ว่าแทบไม่เห็นร้านค้าร้านไหนที่ พนักงานนั่งเฉยๆคุยกันสักเท่าไหร่นัก แต่จะมีพนักงานเพื่อกด Notebook เพื่อคุยกับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาผ่าน IM ระบบของจีนเค้าเองครับ แต่ พนักงานที่หน้าร้านจะบอกผมครับว่า เค้าจะขายของใน internet แพงกว่าที่เค้าขายแบบหน้าร้าน อาจจะเนื่องด้วยว่าเราอยู่หน้าร้านแล้ว ก็อยากจะให้ซื้อไปเลยไม่ต้องไป check ราคา online อีกต่อเมื่อมาต่อครับ สุดท้ายผมก็ได้รองเท้า Croc มา 1 คู่ ซึ่งเดาเอาว่าไม่น่าจะเป็นของจริงได้ครับเพราะว่า ดูจากราคาแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะถูกได้ประมาณนี้ แต่อย่างไรก็ดีผมไม่ได้ติดที่ยี่ห้อหรือว่า Brand อยู่แล้ว แต่น้องผมแนะนำว่ามันใส่ดีก็ให้ใส่ลองดู แล้วเค้าก็บอกผมอีกว่า แม้ว่าจะเป็นของไม่ได้เป็นของจริงมันก็ใส่ดีอยู่ดีครับ</p>
<p>อาหารการกินไม่ได้ถูกกว่าเมืองไทยแต่อย่างใด อย่าคิดว่าคนเยอะแล้วอาหารจะถูก ถ้าหากว่าคุณคิดแบบนั้นผมบอกได้เลยว่าคุณคิดผิดครับ เพราะว่า อาหารดีๆ นั้น อย่างไรมันก็แพงอยู่ดี แล้ว มันจะแพงขึนไปอีกถ้าหากว่ามันเป็นอาหารแบบมี Brand ครับ สิ่งที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมากอีกเรื่องก็คือ Brand ร้านไอติม ที่ชื่อ ฮาเก้นดาท์ส นั้นเป็นที่รู้จักและกระจายตัวทั่วไปอยู่เต็มเซี่ยงไฮ้กันเลยทีเดียวครับ และ ร้าไอติมเหล่านั้นก็มีคนเยอะมากเสียด้วยถึงระดับว่าต้องต่อคิวนอกร้านเพื่อที่จะเข้าร้านกันเลยเป็นเรื่องปกติของทุกๆร้านครับ (ไม่ได้แค่เห่อกันเฉพาะตอนเปิดร้านเท่านั้นเหมือนกับบ้านเราครับ) ผมถามน้องชายผม เค้าก็บอกว่า เพราะว่า Brand นี้ทำการตลาดเอาไว้ดีมาก เหมือนมีภาพลักษณ์เลยว่า ถ้าหากว่าเป็นคู่รักกันแล้วล่ะก็คุณจะต้องมานั่งพลอดรักกันที่นี่ หรือจะต้องมา date โดยการกินติมกันที่นี่ครับ อะไรจะขนาดนั้น บ้านเราก็น่าจะมี concept แบบเดียวกันแต่ก็จะเป็นร้าน Swensen&#8217;s เสียมากกว่า ซึ่งก็ราคาไม่ได้แพงเหมือนกับฮาร์เก้นดาร์สครับ (ลูกละ 100 กว่าบาทขึ้นไปทั้งนั้นน่ะครับ และผมก็ไม่ได้มีโอกาสได้เข้าไปลองกินดูซะด้วยซิ อยากรู้เหมือนกันว่ามันอร่อยกว่า Swensen&#8217;s บ้านเรายังไงกัน)</p>
<p>พูดถึงเรื่องพลอดรักแล้วก็มีอีกประเด็นที่ผมว่า ผิดคาดจากการเรื่องที่ผมทราบมาก่อนก็คือ &#8220;การพลอดรักกันที่สาธารณะ&#8221; เพราะว่า แต่แรกผมเข้าใจว่า วัฒนธรรมจีนจะต้องปกปิดหรือเหนียมอายเกี่ยวกับเรื่องอะไรพันธ์นี้ แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินไปทั่วเมือง ตามห้างหรือแม้กระทั่งสวนสาธารณะ คุณจะเห็นหนุ่มหน้าตี๋ และสาวสวยหมวย (แต่ว่าไม่อึ๋ม) พลอดรัก กอดรัดฟัดเหวี่ยงราวกับว่า โลกนี้มีเพียงเราสองคน เป็นที่อิจฉาตาร้อนสำหรับผมและน้องผมมากมายครับ (ไม่รู้ว่าเค้าคิดเหมือนกันหรือเปล่านะ) ทำให้เมื่อเดินไปที Walmart จะมีสินค้าหนึ่งที่วางเอาไว้เยอะมากคือ condom ที่ไม่ได้วางเอาไว้ที่ทางออกตอนจ่ายเงินเท่าน้ัน แต่ว่าวางเอาไว้ระหว่างชั้นและเป็นทางยาวมากว่า 10 เมตรขนานไปกับบันไดเลื่อนกันเลยก็ว่าได้ และกล่องก็น่ารักเอามากๆ ดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นกล่องขนมเสียมากกว่า จนทำให้เมื่อผมหยิบมาแล้วถือไว้ คนไทยที่ไปด้วยกันก็ถามว่า มันเป็น Pocky หรือเปล่า แต่ผมก็ไม่ได้บอกอะไร (แต่ว่าผมไม่ได้ซื้อกลับมานะ แค่เอามาดูเฉยๆเพราะว่าอยากรู้ว่ามันพิมพ์อะไรไว้หน้ากล่องบ้างเท่านั้นเอง) เรียกว่าพี่ๆที่ถามผมว่ามันคือ ป๊อกกี้หรือเปล่า แทบอายม้วนเลยก็ว่าได้ เมื่อผมบอกไปว่า &#8220;อันนี้ไม่ใช่ป๊อกกี้นะแต่ว่าเป็นคอนด้อมต่างหาก!&#8221;</p>
<p>ถ้าหากว่าพูดถึงคนจีน คนไทยอย่างเราๆท่านๆก็จะคิดว่า เค้าต้องเป็นพวกที่ต้องเห็นแก่ตัวและแก่งแย่งกันทุกๆเรื่องเลยก็ว่าได้ แต่ว่า สำหรับคนสมัยใหม่นี้ มีการพัฒนาทางความคิดมากขึ้น ลดการเห็นแก่ตัวให้น้อยลงไปได้และ มีความเป็นวัฒนธรรมสากลมากขึ้น แต่คนเหล่านั้นมีโดนพัฒนามาแล้วจะเป็นพวกวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ดูดีเหมือนมีการศึกษาเสียเป็นส่วนมากนะครับ เพราะถ้าหากว่าคุณเห็นคนแก่หรือคนรุ่นก่อนหน่อยแล้ว ความเห็นแก่ตัวเองอย่างแรงกล้านั้นยังฝังรากลึกอยู่ในใจอย่างไม่มีคนบอกกล่าวว่าสอนได้เลยครับ ตัวอย่างความเห็นแก่ตัวนั้นมีมากมายครับ ผมเล่าให้ฟังได้คร่าวๆก็เช่น ตอนที่ผมเข้า Lift โดยผมต้องผลักกระเป๋าเพื่อเข้าลิฟท์ ก็มีคนจีนกดลิฟท์ให้แต่ว่าไม่ได้กดเปิดนะครับ เป็นการกดปิด และไม่ได้กดธรรมดาด้วยนะครับ มันคือ การกดปิดแบบกดค้างเอาไว้เลย ตอนแรกผมก็คิดว่า คนจีนคนนี้เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าว่าการกดปุ่มปิด คือ การเปิดลิฟท์ แต่ผมเริ่มไม่มั่นใจเมื่อผมเจอแบบนี้ซ้ำอีกครั้ง ตอนที่ผมลากกระเป๋าเข้าลิฟท์ที่รถไฟใต้ดินครับ !</p>
<p>หรืออีกเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังก็คือ คนรุ่นเก่าของจีนก็ยังสอนลูกให้ทำตัวเหมือนกับสุนัขอยู่ คือ การถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง มีคุณแม่สูงวัยหน่อยแต่ก็มีลูกน้อยหรืออาจจะเป็นหลาน เมื่อหลานปวดฉี่ระหว่างที่เดินอยู่ข้างทางเท้า เจ้าหลานตัวดีก็ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงอะไร จัดการงัดไอจ้อนออกมาจากกางเกงแล้วก็ฉี่ใส่พื้นทรายริมทางทันทีราวกับว่า โลกนี้ไม่มีคนอื่นเห็นอีกว่าเราทำอะไรอยู่ยังไงอย่างงั้น  (เหมือนกับหนุ่มสาวพลอดรักกันน่ะหละ) แต่ว่าที่สำคัญก็คือ คุณแม่หรือว่าญาติมิตรผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็รอเด็กน้อยคนนี้ฉี่ให้สุดปลายประเปาะเสียก่อนแล้วก็พากันเดินต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเดาเอาเองว่า เด็กน้อยคนนี้ถ้าหากว่าได้เข้าโรงเรียนแล้ว จะต้องมีครูที่รัฐบาลจีนเป็นกำกับดูว่า ต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการปรับพฤติกรรมได้ไม่ยาก เพราะ ดูจากวัยแล้ว ความเห็นแก่ตัวหรือการตัวน่าเกลียดน่ากลัวในที่สาธารณะนั้น จะไม่เห็นวัยรุ่นใส่แว่นทำตัวอย่างว่าสักเท่าไหร่ครับ เข้าใจว่าแนวทางของรัฐบาลจีนอยากจะให้คนจีนทำตัวได้ดีขึ้น หรือว่าดูเป็นสากล มีมารยาทสากลมากกว่านี้ ผมไม่ได้ว่าอะไรมากมายหรอกนะครับเพราะ ผมก็มีเชื้อจีนอยู่เหมือนกัน และประเทศจีนก็เป็นประเทศที่กำลังยิ่งใหญ่มากๆ ณ ตอนนี้เรียกว่าไม่ได้มีประเทศอื่นทาบติดได้ทั้งภาวะกำลังศัพท์และ ภาวะเศรษฐกิจที่ประเทศอื่นๆ กำลังเซาๆ กันหมดทั่วทั้งโลกครับ แค่ติดใจอยู่นึงหน่อยเท่านั้น ว่าทำไมถึงได้เป็นกันแบบนี้ล่ะเนียะ  &#8230;</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเรื่อง &#8220;การขากเสรด&#8221; ในที่สาธารณะที่เป็นประเด็นยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เข้าไปเยี่ยมดินแดนมังกรแห่งนี้ครับ คนจีนมักจะขากเสรดได้อย่างไม่เป็นที่เป็นทาง ไม่สนว่าที่นั่นมีคนอยู่เยอะแค่ไหน และไม่สนสภาพพื้นผิวว่าพื้นที่กำลังจะขากเสรดไปนั้นมันเป็นหินอ่อนขัดมัน หรือหินแกรนิตเนื้อดีขัดเงาก็ตาม (แถมอยู่ในห้างอีกต่างหาก) ถ้าหากว่่าเป็นอย่างคนไทยหรือเราๆท่านๆแล้วล่ะก็ ผมว่าถ้าหากว่าคุณจำเป็นจริงๆที่จะต้องขากเสรดทิ้ง ซึ่งจริงๆแล้ว เราไม่มีความจำเป็นใดๆที่ขากทิ้งครับ เพราะ คุณกลืนและกินกลับเข้าได้อย่างไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพคุณแม้แต่น้อย ตอนที่ขาก คุณอาจจะดูพื้นผิวเสียหน่อยว่า เมื่อเสรดไปติดกับพื้นผิวประเภทนั้นแล้ว จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรือไม่เช่นอาจจะเห็นโจ่งแจ้งจนน่าเกลียด หรือว่ามันจะทำให้คนอื่น เมื่อย่ำไปแล้วเลื่อนล้มหัวแตกหรือเปล่า แต่ว่านี่ คนจีนเหล่านี้ไม่ได้มีตรรกในการคิดเหล่านี้แม้แต่น้อย &#8230; เมื่อมีอาการเจ็บคอ อันเนื่องจากการสูบบุหรี่ เมื่อไหร่ และ ระคายคอก็จะเค้นด้วยการขากเสรดเหล่านั้นพ่นออกมาโดยทันที</p>
<p>ที่เที่ยวที่น่าสนอีกอย่างที่ ผมตะลึงมากว่า มันมีแบบนี้ด้วยก็คือ &#8220;Thame Town&#8221; ซึ่งเป็นเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อให้คนจีนอยู่อาศัย ด้วยชีวิตที่หรูหราราวกับอยู่เมืองอังกฤษ หรือ เมืองนอกโซนยุโรป โดยมีการออกแบบสถาปัตยกรรมให้เหมือนเมืองนอกโซนที่ว่า และ project นี้ดูเหมือนว่าจะเป็นโปรเจกที่ใหญ่มากจริงๆ เพราะ นี่ไม่ได้เป็นแค่โครงการหมู่บ้านเฉยๆ แต่มันคือ &#8220;เมืองในฝัน&#8221; ของคนจีนที่อยากจะใช้ชีวิตหรูหรากันเลยก็ว่าได้  เมื่อคุณเดินทางไปที่นี่คุณจะไม่เห็นว่า นี่คือเมืองจีนแต่อย่างใดเลย และตอนที่ผมเดินทางไปนั้นก็ไม่ค่อยเห็นคนจีนหนาแน่นสักเท่าไหร่ด้วยซิ ทำให้บรรยากาศก็ยิ่งเหมือนเมืองนอกมากขึ้นไปอีก การสร้างเมืองผมว่าเป็นเรื่องไม่ใช่ง่ายๆเพราะว่า โครงการที่ว่านี่จะมีมหาลัยเปิดจะมี Musium มาเปิด จะมีโรงพยาบาลมาเปิด และจะต้องมีคนเยอะๆที่เลิกทำตัวเห็นแก่ตัวหรือว่าทำตัวแบบดิบๆมาเดินกันใหม่พล่าน ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ เมืองที่สร้างมาใหม่นี้ นอกจากคนจะยังไม่มีเหมือนกับเมืองร้างแล้ว ตัวเมืองยังจะไม่ค่อยมี font ตัวอักษรภาษาจีนแสดงหราเอาไว้ให้เห็นสักเท่าไหร่ ผมเข้าใจเอาเองน่ะครับว่า ถ้าหากว่าอยากจะให้ได้ feeling เมืองนอกโซนยุโรปแล้ว ตัวอักษรภาษาจีนนี่จะต้องไม่แสดงให้เห็นเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีโบสถ์แบบฝรั่งแท้อยู่ใจกลางเมืองเพื่อให้อารมณ์ว่า คนเมืองนี้จะนับถึอคริสต์กันทั้งเมือง</p>
<p>อย่างไรก็ดีสำหรับ Thames Town แล้วผมมองว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยงมาก ถึงมากที่สุด เพราะ ทั้งหมดถูกสร้างออกมาก่อน โดยไม่ได้มีคนเช่าที่อยู่ หรือไม่ได้มีคนจะเช่าหน้าร้านหรือซื้อหน้าร้านพื้นที่ใดๆ ก่อนสร้างแม้แต่น้อย โครงการเปิดมาแล้วมากกว่า 3 ปีเพื่อให้คนเข้าชมแต่ทั้งหมดกลับยังไม่เห็น living style หรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นคนที่อยู่กับเป็นชุมชนในอุดมคติของชาวจีนแม้แต่น้อย กลับมีแค่โรงแรม หรือเจ้าหน้าที่ก่อสร้างกำลังสร้างตกแต่งภายในกับห้างร้านบางส่วนเท่านั้น ผมว่าถ้าหากว่า ร้านค้าไม่ได้ลงทุนหรือมาเปิดพร้อมกับแบบ Grand Opening แล้ว คนก็จะไม่ได้มาอยู่กัน จริงๆแล้วเรื่องนี้คนที่ทำโครงการนี้จะต้องคิดหนักมาก ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้คนเข้ามาอยู่ มีกิจกรรม กิจการค้าขายที่เป็นไปตาม concept แบบยุโรปเพื่อให้เมืองใหม่นี้เกิดอย่างจริงจังสักที</p>
<p>การเดินทางทั้งหมด สำหรับการการเดินทางนี้จะเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินทั้งหมดที่เป็นโครงข่ายกระจายทั่วทั้งเมืองเซี่ยงไฮ้ และไล่ออกไปกระจายรอบเมืองไปถึงปริมลฑลของประเทศจีนโดยค่าเดินทางก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่เพราะว่า ไกลสุดๆ ตลอดสายผมก็เห็นแค่เสียเงิน 8 หยวนเท่านั้น (แต่ว่าอนาคตอาจจะมีการปรับขึ้นราคาอะไรเหรอเปล่าอันนี้ผมก็บอกไม่ได้ครับ) นอกจากนี้ เนื่องจากที่ๆผมไปเดินเล่นเที่ยวเล่นต้องไกลออกไปอีก ทำให้จำเป็นต้องต่อด้วย Taxi ซึ่งสามารถเรียกจากทีไหนก็ได้ และ ตรงไหนก็ได้ (จอดได้หมดไม่ว่าจะทางโค้ง หักศอก หรือแม้กระทั่งกลางสี่แยก) แต่ว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองแนะนำว่า เรียกแท็กซี่ให้เป็นที่เป็นทางจะดีกว่าครับ เริ่มต้น การเดินทางก็ 14 หยวนแล้ว และผมก็เรียกไปไหนก็ไหนก็ไม่เห็นว่ามันจะขึ้นกว่า 14 หยวนเลย ทั้งนี้เพราะอาจจะเป็นการเดินทางระยะกิโลเมตรสั้นๆก็ได้ครับ และมีข้อสำคัญที่ต้องรู้อีกอย่างก็คือ รถแท็กซี่ที่นี่มีการจำกัดปริมาณคนขึ้นสูงสุดได้แค่ 3 คนเท่านั้น นอกจากนี้ คนขับแท็กซี่จะมีกระจกอะคิลิคเพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยนตรายจากผู้โดยสารอีกด้วยครับไม่เหมือนกับบ้านเราที่ไม่มีอะไรกั้นระหว่างกันเลย</p>
<p>เอาเป็นว่าการเดินทาง Trip สั้นๆนี้ของผมกับ Guide จำเป็นครั้งนี้ ทำให้ผมรู้ได้ว่า คนที่นั่นคิดอะไร คนที่นั่นทำอะไร และรัฐบาลจีนมีผลกับทุกคนมากน้อยแค่ไหน ราวกับควบคุมได้ทุกอย่างด้วยระบบคอมมิวนิสต์แบบประยุกต์ ที่ทุกคนยอมรับว่า แบบนี้ดีและทำให้เศรษฐกิจเดินไปข้างหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ และ การลงทุนแบบหน้าใหญ่แบบจีนนั้นจะมีให้เห็นกันจะๆคาตาเรียกว่าเป็นการลงทุนระดับโลก แต่ทำเพื่อสร้างภาพ และสร้างฝันให้กับคนจีนกันเองครับ</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>นิสัยดูดิบๆ</li><li>นิสัยคนจีน</li><li>internet sim จีน</li><li>นิสัยวัยรุ่นจีน</li><li>ภาษาจีน ไม่แพง</li><li>พลอดรัก เซี่ยงไฮ้</li><li>พฤติกรรมชาวจีนเซี่ยงไฮ้</li><li>พฤติกรรมของคนจีน</li><li>ประเทศจีนที่ขายของก๊อบอยู่ที่ไหน</li><li>นิสัยเซี่ยงไฮ้</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/china-business-trip/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกซื้อเป็น Netbook แล้วเอามาตั้งแทนเครื่องตั้งโต๊ะคุ้มค่ากว่า ถ้าคุณแค่ทำงานเอกสารหรือเล่น internet</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/choose-netbook-over-desktop-computer/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/choose-netbook-over-desktop-computer/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Sep 2011 10:13:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[computer Desktop]]></category>
		<category><![CDATA[computer netbook]]></category>
		<category><![CDATA[netbook computer]]></category>
		<category><![CDATA[notebook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-netbook-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[Tweetถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะซื้อ computer ใหม่เพื่อเอาไว้ทำงาน ทำการประเภท เพื่อทำเอกสารเท่านั้น หรือ เพื่อทำการรับ Email ผ่าน Gmail หรือ web-based email อะไรก็แล้วแต่ พวกนี้จะกิน computer Spec ไม่เยอะเลยครับ วิธีการเลือก computer เพื่อการนี้ ผมไม่เลือกที่จะเป็น Computer Desktop แล้วเพราะว่า ถ้าหากว่าลองคิดไปคิดมาระหว่างการซื้อ Desktop และ Netbook ก็จะเห็นไดว่า Computer Desktop จะได้ computer ทีมี Spec. เกินความจำเป็นสำหรับการทำงานประเภทเอกสารหรือเล่น internet ไปมากแล้วล่ะครับ ทำให้ผมมองว่า &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/choose-netbook-over-desktop-computer/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1638" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fchoose-netbook-over-desktop-computer%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B0%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%20net%20%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%20Netbook%20%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2&amp;related=rackmanager&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fchoose-netbook-over-desktop-computer%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p>ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะซื้อ computer ใหม่เพื่อเอาไว้ทำงาน ทำการประเภท เพื่อทำเอกสารเท่านั้น หรือ เพื่อทำการรับ Email ผ่าน Gmail หรือ web-based email อะไรก็แล้วแต่ พวกนี้จะกิน computer Spec ไม่เยอะเลยครับ วิธีการเลือก computer เพื่อการนี้ ผมไม่เลือกที่จะเป็น Computer Desktop แล้วเพราะว่า ถ้าหากว่าลองคิดไปคิดมาระหว่างการซื้อ Desktop และ Netbook ก็จะเห็นไดว่า Computer Desktop จะได้ computer ทีมี Spec. เกินความจำเป็นสำหรับการทำงานประเภทเอกสารหรือเล่น internet ไปมากแล้วล่ะครับ</p>
<p>ทำให้ผมมองว่า Netbook น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้าหากว่าจะเอามาแทน Desktop นะครับ เพราะอะไร ทำไมไม่เป็น Notebook น่ะเหรอครับ ? ก็เพราะว่า ผมคิดมากเรื่องต้นทุนครับ คุณลองสังเกตว่า คุณจะซื้อ Netbook ได้ถูกกว่า Notebook นั้นก็เป็นเพราะว่า Spec. ของ Netbook จะต่ำกว่า Notebook อยู่ระดับหนึ่ง และหน้าจอมีขนาดเล็กกว่าอีกต่างหาก ทำให้ต้นทุนของการผลิต Netbook จะต่ำกว่า เหมือนกับว่า คนที่ออกมาสินค้า หรือ Spec computer ของ Netbook จะทำออกมาเพื่อการทำงานที่ไม่ได้โหดร้าย ไม่ได้เพื่อเอาไว้เล่นเกมส์( เพราะว่าหน้าจอเล็กกว่าจะเล่นให้เมามันส์ได้) ทำให้ Netbook นั้นมี Spec ที่ต่ำที่สุดในสินค้า computer ครับ</p>
<p><span id="more-1638"></span></p>
<p>เมื่อคุณได้ Netbook แล้วก็เอามาแต่แทน Desktop เครื่องเก่าของคุณได้ครับ โดยยกเอาเครื่อง Desktop ออกมาแต่ว่าเหลือหน้าจอ Monitor เอาไว้ แล้วก็เอา Keyboard และ mouse มาเสียบครับ</p>
<p><strong>ให้ทำการตั้งค่า Netbook โดยให้มันพับหน้าจอลงไปแล้วไม่ดับ โดยเข้าไปตั้งค่าตามด้านล่างนี้ครับผม</strong></p>
<p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="Power-options" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/09/Power-options.jpg" alt="Power-options" width="517" height="355" border="0" /></p>
<p><strong>Windows 7</strong> เข้าไปทาง Control Panel &gt; All Control Panel Items &gt; Power Options  แล้วเลือก Choose what closing the lid does แล้วก็ปรับเป็น Do Nothing เหมือนกับภาพด้านบนครับ โดยให้ปรับเฉพาะ case ที่เป็น POWER เท่านั้นนะครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณเอา Notebook หรือ Netbook ถือไปด้านนอก ผมว่าเมื่อคุณพับก็คิดว่าน่าจะต้องปรับให้เป็นการ Sleep เหมือนเดิมก็ดีแล้วน่ะครับ</p>
<p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="Power-options" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/09/Power-options1.jpg" alt="Power-options" width="517" height="355" border="0" /></p>
<p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="System Settings" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/09/System-Settings.jpg" alt="System Settings" width="577" height="351" border="0" /></p>
<p>แค่นี้คุณจะทำให้ Netbook หรือ Notebook ของคุณทำตัวเหมือนกับเป็น station เพื่อให้พนักงานใช้แทน Case ใหญ่ๆแล้วล่ะครับ มันดีกว่านี้ด้วยก็คือ ถ้าหากว่า พนักงานคนนั้นจำเป็นต้องเอา computer กลับบ้านก็เอาไปเล่นหรือทำงานต่อได้ ก็เอาไปทำที่บ้านต่อได้ไม่ยากล่ะครับ</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>netbook</li><li>โน๊ตบุคการตั้งค่า power option windows 7</li><li>pomodoro osx</li><li>notebook ทำงานแทน desktop</li><li>อะไรจะมาแทน skype</li><li>ตั้งค่าnetbookให้ไว</li><li>จะซื้อnetbook</li><li>setting จอเน็ตบ๊คให้ไอคอนเล็ก</li><li>set power for netbook</li><li>netbook เล่นเกมส์ facebook</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/choose-netbook-over-desktop-computer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำงานอย่างมีสมาธิต่อเนื่อง 25 นาทีด้วยเทคนิค Pomodoro</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/focus-on-task-pomodoro-technique/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/focus-on-task-pomodoro-technique/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 04:42:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[computer productive]]></category>
		<category><![CDATA[freeware productivity]]></category>
		<category><![CDATA[pomodoro technic]]></category>
		<category><![CDATA[productive applcation]]></category>
		<category><![CDATA[productivity]]></category>
		<category><![CDATA[tools]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet ตอนนี้พนักงานออฟฟิศ หรือ ระดับผู้บริหารก็ต้องทำงานผ่านหน้า computer กันทั้งนั้นครับ แต่ปัญหามีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ การที่ทำงานหน้า computer แล้วมีการต่อ internet นั้นมันจะมีอะไรที่ดึงดูดความสนใจให้เราไม่ทำงาน ทำการกันครับ มีวิธีการหนึ่งที่ผมว่า มันทำให้ตอนที่ทำงานสามารถ focus บนงานหนึ่งๆได้ด้วยเวลาต่อเนื่องกันได้เป็นอย่างดี  วิธีการดังกล่าวเรียกว่า Pomodoro technique เทคนิค แบบ Pomodoro มีหลักการง่ายๆคือ เราต้องเลือกทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อเนื่องกันและมีสมาธิด้วยระยะเวลาความยาวที่เหมาะสม คือ 25 นาทีต่อเนื่องครับ และ จะให้คุณพักได้เป็นระยะเวลา 3-5 นาที ระหว่างก้อนเวลา 25 นาทีก้อนต่อไป การพักนั้น คือ ให้คุณเดินไปกินน้ำหรือคุยกับคนอื่นๆ เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งเล่น &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/focus-on-task-pomodoro-technique/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1625" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Ffocus-on-task-pomodoro-technique%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%2025...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Ffocus-on-task-pomodoro-technique%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><a title="Focus Booster with Pomodoro technic" href="http://www.focusboosterapp.com/" rel="nofollow" target="_blank"><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="pomodoro" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/09/pomodoro2.png" alt="pomodoro" width="648" height="320" border="0" /></a></p>
<p>ตอนนี้พนักงานออฟฟิศ หรือ ระดับผู้บริหารก็ต้องทำงานผ่านหน้า computer กันทั้งนั้นครับ แต่ปัญหามีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ การที่ทำงานหน้า computer แล้วมีการต่อ internet นั้นมันจะมีอะไรที่ดึงดูดความสนใจให้เราไม่ทำงาน ทำการกันครับ มีวิธีการหนึ่งที่ผมว่า มันทำให้ตอนที่ทำงานสามารถ focus บนงานหนึ่งๆได้ด้วยเวลาต่อเนื่องกันได้เป็นอย่างดี  วิธีการดังกล่าวเรียกว่า <a title="focus booster เพื่อทำงานได้อย่างต่อเนื่อง" href="http://www.focusboosterapp.com/" rel="nofollow" target="_blank">Pomodoro technique</a></p>
<p>เทคนิค แบบ Pomodoro มีหลักการง่ายๆคือ เราต้องเลือกทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อเนื่องกันและมีสมาธิด้วยระยะเวลาความยาวที่เหมาะสม คือ 25 นาทีต่อเนื่องครับ และ จะให้คุณพักได้เป็นระยะเวลา 3-5 นาที ระหว่างก้อนเวลา 25 นาทีก้อนต่อไป การพักนั้น คือ ให้คุณเดินไปกินน้ำหรือคุยกับคนอื่นๆ เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งเล่น Facebook เพื่อเป็นการผ่อนคลายจากการทำงานอย่างมีสมาธิที่ต่อเนื่อง 25 นาที</p>
<p><span id="more-1625"></span></p>
<p>ไม่น่าเชื่อว่าวิธีการแบบ Pomodoro เป็นผลงานการคิดเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานของคนในยุค 1980&#8242;s หรือมากกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มี computer ซึ่ง มันทำงานได้แบบ Multi tasking ได้แต่ก็มีแนวคิดที่จะต้องการทำงานแบบมีสติและตั้งใจกับงานหนึ่งๆ</p>
<p>โปรแกรมที่ผมใช้งานอยู่ตอนนี้ คือ Software ที่เป็น Freeware ชื่อ Focus Booster  โดยการทำงานของ software ก็ไม่ได้ยากอะไร เพราะ มันมีแค่ปุ่มเดียว ก็คือ กดเริ่มนับเวลา โดยจะแสดงเวลานับถอยหลัง 25 นาที count down ไปเรื่อยๆ และจะมีเสียงเตือนเมื่อหมดเวลา 25 นาที และมีกลายเป็นปุ่มให้กดเป็น 5 นาทีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเวลาสำหรับการทำอย่างอื่นเพื่อเรียกพลังกลับเข้ามา (การพักผ่อนแบบสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน คุยเล่น Facebook หรือกินน้ำเย็นสักแก้วก็ยังได้)</p>
<p>ถ้าหากว่าคุณแบ่งการทำงานออกเป็นก้อน ก้อนละ 25 นาที และ คุณคิดว่า คุณจะไม่อู้บ้างอะไรบ้าง แปลว่า คุณจะมีก้อน Productive time ทั้งหมดต่อวันน่าจะประมาณ 12 ก้อนด้วยกัน ซึ่งผมว่าถ้าหากว่าคุณทำงานแบบ Focus แรงกล้าได้ทั้งหมด 12 ก้อนต่อเนื่อง ผมว่าแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอและคุ้มค่าสำหรับการทำงานในวันนั้นๆแล้วล่ะครับ เพราะ การทำงานต่อเนื่องอย่างมีสมาธิ จะให้งานออกมาได้ดีกว่า การทำงานไม่ต่อเนื่องอย่างไม่เป็นระบบมากครับ</p>
<p>ยังไงซะถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่คิดว่าอยากจะทำงานให้เป็นหลักเป็นการและอยากได้ผลงานจากตัวคุณเอง แนะนำว่า ลองเอาเทคนิค Pomodoro นี้ไปใช้งานดูน่ะครับ แล้วก็ install software Focus Booster นี้ดูครับ ลองใช้แล้วคุณจะรู้ว่า คุณทำงานกับงานนั้นๆ นานแค่ไหนแล้ว กินเวลาเยอะเกินไปหรือไม่ หรือว่า คุณจะรู้ตัวว่าคุณต้องเปลี่ยนไปพักบ้างไม่ควรทำต่อเนื่องนานๆเกินโดยไม่ได้เปลี่ยนอริยาบทเลยก็ไม่ดีครับ</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานแบบหน้า computer คุณอาจจะไม่ได้ใช้ software ที่ผมว่านี้น่ะครับ ทางเลือกก็คือ คุณอาจจะลองหา Application บนโทรศัพท์ smartphone เพื่อทำตัวเป็นนาฬิกาที่ตั้งเอาไว้แค่ 25 นาที หรือ คุณจะเดินที่ไดโซะแล้วก็ซื้อ timer หรือตัวตั้งเวลาแบบที่เค้าเอาไว้ใช้ในครัวมากำหนดตั้งเวลา 25 นาทีก็ได้ครับ หลักการนี้อย่างที่ผมบอก มันเกิดมาก่อนยุค computer แล้วล่ะครับ ก็แปลว่า เราจะใช้ หลักการนี้ได้กับงานทั่วๆไปด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p>home page สำหรับ download Pomodoro applictaion : <a href="http://www.focusboosterapp.com/">http://www.focusboosterapp.com/</a></p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>pomodoro technique</li><li>pomodoro คือ</li><li>app iphone เตือนก่อนหมดเวลา นับเวลาถอยหลัง</li><li>วิธีใช้ pomodoro</li><li>ทำงานอย่างมีสมาธิ</li><li>pomodoro เทคนิค แบบ pomodoro คือ เลือกทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อเนื่องอย่างมีสมาธิ</li><li>pomodoro คื</li><li>pomodoro time management คือ</li><li>pomodoro technique แปลไทย</li><li>pomodoro technique i</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/focus-on-task-pomodoro-technique/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวคิดการจัดการ task ด้วย todolist บน application WunderList ในองค์กร</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 23 Jul 2011 15:25:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[Freeware lover]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[online productivity]]></category>
		<category><![CDATA[task]]></category>
		<category><![CDATA[task listing]]></category>
		<category><![CDATA[task management]]></category>
		<category><![CDATA[task management listing]]></category>
		<category><![CDATA[todo list]]></category>
		<category><![CDATA[todolist]]></category>
		<category><![CDATA[work process]]></category>
		<category><![CDATA[working life]]></category>
		<category><![CDATA[wunderlist]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet มีครั้งหนึ่งผมอยากจะพิมพ์ หรือทำเป็น VDO เพื่อ capture การใช้งานเกี่ยวกับ TODO LIST และอธิบายแนวคิดการใช้ TODO LIST แต่ว่าไปๆมาๆก็ยังไม่ได้ทำสักกะที แต่ว่าวันนี้ ดันไปเจอ Wunderlist ที่เป็นอีกโปรแกรมที่ โดนใจผมมาก เพราะว่า.. WunderList มันเป็น TODO list ที่มีครบทุกสิ่งที่ผมต้องการก็คือ ต้องเป็น TODO LIST ที่ SYNC ผ่าน online ได้ และ ต้องเป็น TODO LIST ที่มีครบทุก platform หรือเรียกง่ายๆก็แปลว่า มันมีอยู่ได้บนทุกอุปกรณ์ที่ผมมีทั้งหมด &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1584" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fwunderlist-todo-listing-method-for-business%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%20task%20%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%20todolist%20%E0%B8%9A%E0%B8%99%20application%20WunderList...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fwunderlist-todo-listing-method-for-business%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><strong><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/07/wunderlist.jpg" target="_blank"><img title="wunderlist" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="338" alt="wunderlist" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/07/wunderlist_thumb.jpg" width="630" border="0" /></a> </strong></p>
<p>มีครั้งหนึ่งผมอยากจะพิมพ์ หรือทำเป็น VDO เพื่อ capture การใช้งานเกี่ยวกับ TODO LIST และอธิบายแนวคิดการใช้ TODO LIST แต่ว่าไปๆมาๆก็ยังไม่ได้ทำสักกะที แต่ว่าวันนี้ ดันไปเจอ <strong>Wunderlist</strong> ที่เป็นอีกโปรแกรมที่ โดนใจผมมาก เพราะว่า..</p>
<h2><strong>WunderList มันเป็น TODO list ที่มีครบทุกสิ่งที่ผมต้องการก็คือ </strong></h2>
<p>ต้องเป็น TODO LIST ที่ SYNC ผ่าน online ได้ และ ต้องเป็น TODO LIST ที่มีครบทุก platform หรือเรียกง่ายๆก็แปลว่า มันมีอยู่ได้บนทุกอุปกรณ์ที่ผมมีทั้งหมด คือ Windows 7 ที่เป็น program เพื่อ install ไว้ใช้ที่เครื่อง Computer office และเครื่องที่บ้าน , ต้อง install บน iMac หรือ MAC OS ได้ (ตอนนี้เป็น OS X Lion แล้วน่ะครับ) , และยังต้อง install มี Application ให้ download ได้ฟรี ผ่าน iPhone , iPad ที่ต้องเป็น HD และเผื่อกับพวก Smart Phone ระบบ Andriod ได้อีกต่างหาก </p>
<p>นอกจากนี้ web application ก็จะมีด้วยเช่นเดียวกัน นั้นก็คือ ผมก็ติดตั้งผ่าน Google Chrome เอาปุ่มมา show เป็นเว็แอปแล้วก็จะใช้ผ่าน internet Browser ที่ไหน เครื่องไหนก็ได้ เหมือนกันหมด ! </p>
<p>เรียกง่ายๆว่า แม้ว่าผมจะมี อุปกรณ์ที่ run OS ทั้ง mobile และ computer ก็จะมี Program WunderList เพื่อรองรับ todo list ตัวเดียวกันผ่านการ Login เพียงครั้งเดียว แปลว่า ผมจะเห็น todo list เหมือนกันไปทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าผมจะควักเอา iphone ออกมา หรือว่าผมจะกดผ่าน iPad หรือผมจะกดผ่าน website ที่เป็น web application ครับ&#160; การ Sync กันได้กับทุกอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผม เป็นเรื่องที่ผม serious มากน่ะครับ เพราะว่า ถ้าหากว่าคณใช้ todo list อย่างจริงจังแล้ว คุณต้องการ todo list แค่มีข้อมูลชุดเดียวไม่ต้องโอนถ่าย task ด้วย manual แต่ประการใดอีกต่อไป และ WunderList นี่ก็ตอบโจทย์นี้ได้แล้วจริงกันแบบ Free ๆ เสียด้วยซิครับนั่น โอ้ว ! </p>
<p><span id="more-1584"></span>
<p>นอกจากนี้ <strong>Function</strong> การ share ได้ของกลุ่มหรือ folder ของ task นั้นจะทำให้การร่วมมือจัดการงานร่วมกันแบบ online ทำได้ดีมากขึ้น ถ้าหากว่าคนที่ทำงานหรือติดต่อติดตามงานนั้น access internet ได้ด้วยอุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับ internet ได้เท่านั้นก็จะทำให้การกระจายงานนั้น productive มากๆแล้วล่ะครับ ซึ่งแต่ก่อนยังไมมี Tools ไหนทำได้อย่างนี้ (ทั้งๆที่มันก็ทำกันไม่ยากสักกะหน่อย) </p>
<p>เอาล่ะครับจริงๆแล้ว Wunderlist เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการใช้ Todo list อย่างฉลาด และอย่างเป็นระบบครับ ซึ่งเป็น Tools ที่ผมเพิ่งจะพบ แต่ก่อนผมใช้ web applictaion ของ Clockingit มันก็ ok อยู่เพราะว่า มันเป็น internet application ก็เหมือนกับว่าจะ access ด้วย computer หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เข้า internet ได้ก็จะเห็นหน้าเหมือนกันหมด แค่ว่า อุปกรณ์พวกนั้นจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับ web application ได้สะดวกครับ&#160; ถ้าหากว่ามันจะใช้ได้ดีก็ต้องมีสร้าง app เอาไว้เป็นดีที่สุดครับ </p>
<p>นอกจากคุณจะต้องใช้ Wunderlist แล้วคุณยังต้องรู้อีกว่า &quot;การใช้งาน <strong>TODO LIST</strong> อย่างเป็นระบบนั้นเป็นอย่างไร&quot; บทความเก่าผมอาจจะเคยพิมพ์เอาไว้แล้ว แต่ผมก็จะอธิบายซ้ำไปสำหรับคนที่เพิ่งจะ Google แล้วเจอ content ผมอันนี้น่ะครับ </p>
<h2>คุณต้องแยกแยะก่อนว่าอะไรเป็น TASK ? </h2>
<p>คำว่า task คืองานย่อยที่คุณพิมพ์บอกตัวเองแล้ว คุณเข้าใจว่า เรื่องนั้นกำลังจะให้ทำอะไรเช่น &quot;ตัดหญ้าหน้าบ้าน&quot; หรือ &quot;ซื้อนมจาก Supermarket&quot; แต่ไม่ใช่ &quot;นัดเจอคุณสมปองที่สยามพาราก้อน&quot; คุณแยกแยะออกมาเหรอเปล่าว่าทำไมผมบอกว่า ตัวอย่างหลังสุดนี่มันไม่ใช่ล่ะ ?&#160; ผมเฉลยเลยแล้วกันน่ะครับ คือ &quot;การนัดหมาย&quot; ไม่ใช่ task ที่ต้องเอามาใส่ใน TODO list ครับ แต่เป็นอะไรที่ต้องกรอกเข้าไปที่ Google calendar หรือปฏิทินใดๆที่คุณใช้อยู่ครับ เพราะปฏิทินจะเป็นตัวบอกว่า คุณต้องทำอะไรวันไหน เมื่อยังไม่ถึงเวลา คุณจะยังทำกิจกรรมนั้นไม่ได้ เช่น คุณคงไม่ไป สยามพาราก้อน ก่อนวันนัดได้อย่างแน่นอนครับ </p>
<p>นั่นก็หมายความอีกแบบว่า TASK ที่ผมกำลังหมายถึง นั้นก็คือ งานที่คุณทำได้ ณ ตอนนี้ทันทีถ้าหากว่าคุณอยากจะทำ หรือคุณจะทำได้ด้วยหากมีเงื่อนไขอื่นที่ไม่ใช่ &quot;วันและเวลา&quot; (ย้ำอีกครั้งคือ การนัดคนเจอคน ถ้าหากว่ายังไม่ถึงเวลาคุณจะเดินทางไปตามนัดไม่ได้ครับ และนั่นก็คือเหตุผลเงื่อนไขทางเวลายังไงล่ะครับ) </p>
<p>คำว่าเงื่อนไขอื่นที่ไม่ใช่ &quot;วันเวลา&quot; ผมอธิบายอีกหน่อยก็คือ เช่น คุณอาจจะต้องอยู่หน้า computer เพื่อทำงานนั้น เช่น &quot;ให้อ่านวิธีการใช้ Todo list จากหน้า web rackmanagerpro.com&quot; เป็นต้น หรืออาจจะเป็นว่า &quot;ตัดหญ้าที่บ้าน&quot; ก็คือ คุณต้องอยู่บ้านถึงจะทำได้ยังไงล่ะครับ ถ้าหากว่าคุณอยู่ที่ทำงาน คุณก็จะตัดหญ้าที่บ้านไม่ได้ ผมเอามาพูดหรือพิมพ์เอาไว้ที่นีเพื่อให้คุณ clear มากๆ ว่า &quot;อะไรคือ TASK กันแน่ !&quot; หากว่าคุณยังไม่เข้าใจ . ..&#160; ผมว่าให้อ่านใหม่อีกรอบน่ะครับเพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่สำคัญมากและจะทำให้ คุณเข้าใจอะไรต่อมิอะไรต่อไปได้ และ การใช้ todo list ของคุณจะเป็นระบบมาก เหมือนกับที่ผมอยากจะให้คุณทำได้ และจัดการงาานของคุณอย่างเป็นระบบ เพราะหากผิดหรือเข้าใจอะไรผิด ระบบที่คุณใช้ผิดๆจะอยู่ไม่ถาวร และก็จะล่มล้ม และเลิกใช้งานระบบ Todo list ไปในที่สุด ! </p>
<h2>Task ที่ใส่คุณต้องเข้าใจพฤติกรรมมันด้วย </h2>
<p>พฤติกรรมของ task ทั้งหมดที่คุณต้องจัดการใดๆ จะมีสถานะอยู่แค่ไม่มากนัก แต่ว่าก็ต้องบอกให้เครียร์กันไปเลยว่าอะไรเป็นอะไร และ พฤติกรรมแต่ละอย่าง แต่ละสถานะมันเป็นอย่างไรกันแน่&#160; เพื่อที่คุณจะใช้ todo list เพื่อจัดการ task ได้อย่างเข้าใจเหมาะสมครับ </p>
<h2>เริ่มกันด้วยงาน หรือ task ที่ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรกับมัน ? </h2>
<p>task โดยธรรมชาติจะมีพฤติกรรม หรือ กิจกรรมที่เราต้องทำอะไรกันมันแค่ไม่กี่แบบเท่านั้น ถ้าหากว่ามีแบบอื่นอีกยังไงก็บอกผมได้น่ะครับ เพราะว่า เท่าที่ผมประสบพบพานมามันก็มีแค่เท่านี้เองล่ะครับ คือ inbox , work me, work delegated ครับผม ซึ่งผมก็อธิบายความหมายและวิธีการคิดและจัดการมันที่แตกต่างกันเอาไว้ด้านล่างนี้แล้วอ่านต่อกันไปได้เลยล่ะครับ </p>
<h2>พฤติกรรม task ประเภท INBOX : กลั่นทุกอย่างออกมาเป็น task หรืองานย่อย </h2>
<p>inbox คือ การพิมพ์ task อะไรก็ได้แค่ที่ยังไม่ได้คิดหรอกว่าจะให้คนไหนทำมัน&quot;แม้กระทั่งตัวคุณเอง&quot; เป็นงานที่ยังไม่ได้ sure ว่าจะให้คนไหนทำ จะเป็นเพื่อนร่วมงานคุณทำหรือตัวคุณเองจะทำ แต่ว่ารู้แค่ว่านี่เป็นงานที่ต้องทำแน่นอน แท้ที่จริงแล้ว task ที่อยู่ใน stage หรือสถานะแบบนี้ ถ้าหากว่าคุณคล่องแล้ว มันจะต้องไม่มีครับเพราะว่า คุณต้องบอกตัวเองได้ว่า ถ้าหากว่าคุณไม่ทำ คนอื่นก็ต้องทำสักอย่างกับมัน อย่าปล่อยให้มันลอยนวล ถ้าหากว่า จะให้มันลอยนวลคุณก็แค่พิมพ์เอาไว้ใน inbox ไว้เท่านั้นเอง แล้วก็ค่อยกลับมาคิดใหม่ว่าจะให้คนไหนทำกันแน่ ? หรือ inbox จริงๆแล้ว เป็นจังหวะที่คุณเอามานั่งคิดว่า ตอนนั้นมีงานอะไรค้างคา คั้นมันออกจากสมองและความทรงจำ ของคุณนั้นออกมาให้อยู่ใน inbox ให้หมด คุณจะได้สมองล่วงและจะทำให้คุณรุ้ได้ทันทีว่าสมองเบาลงไปมาก (แม้ว่า task จะไม่มีน้ำหนักจริงๆก็ตามแต่ว่า ram ที่หัวคุณยังคงทำงานอยู่หากว่าคุณอยากจะทำ task นั้นอยู่ แต่คุณไม่ได้จดเอาไว้ไปที่ไหนน่ะครับ) </p>
<p>ทิปส์อีกเล็กน้อย : สำหรับงานที่ว่าถ้าหากว่าคุณคิดแล้ว มันต้องการการกระทำอะไรก่อนหน้า ไม่ต้องเขียน task นั้นเข้าไปใน todolist เลยครับ เช่น ถ้าหากว่าคุณต้องการ card แต่งงานโดยให้โรงพิมพ์พิมพ์ให้ สิ่งที่แรกที่คุณต้องกำหนดเป็น task ก็คือ &quot;ออกแบบ card แต่งงาน&quot;&#160; ไม่ใช่ &quot;สั่งโรงพิมพ์ พิมพ์ card ออกมา&quot; จะสังเกตจากตัวอย่างสั้นๆของผมนี่ คือ เรื่องการออกแบบการ์ดแต่งงานนั้นจะมาจังหวะ หรือ งานที่ต้องกระทำต่อเนื่องกันสองอย่าง คือ &quot;ออกแบบ&quot; และ &quot;สั่งพิมพ์&quot; โดย &quot;สั่งพิมพ์&quot; คุณไม่ต้องพิมพ์ใส่เข้าไปใน List และ ให้พิมพ์ &quot;ออกแบบ card แต่งงาน&quot; เข้าไปใน list ต่างหาก </p>
<h2>พฤติกรรม task ประเภท WORK ME หรืองานที่คุณทำเอง : </h2>
<p>WORK ME เป็นหมวดของ task ที่คุณต้องเป็นคนทำงานนั้นเอง อย่างแน่นอนถ้าหากว่าคุณไม่ได้ทำ งานจะไม่เดินเลยแม้แต่น้อย เช่น ถ้าหากว่าคุณมีความคิดใหม่ในการ marketing สินค้าตัวใหม่ออกมาแล้ว โดยต้องคุย concept การ marketing นี้กับ marketer หรือทีมนักการตลาดของคุณให้ได้ทราบกันโดยถ้วนหน้า&#160; task ที่ปรากฏอยู่ใน List นี้ก็คือ &quot;จัดประชุมเพื่อบอกแนวทาง marketing แบบใหม่&quot; แต่ไม่ใช่ &quot;แผนก marketing ทำแผนการตลาดแบบใหม่&quot; มันต่างกันตรงที่ว่า การจัดประชุมคืองานของคุณเพื่อบอกผ่านถ่ายงานให้กับ marketer หรือนักการตลาดเพื่อให้เค้าเอาไปดำเนินงานต่อไป ถ้าหากว่าคุณไม่ได้จัดประชุมแล้ว แผนการตลาดนั้นจะไม่ได้มีการดำเนินการต่ออย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น งานนี้ไม่ได้เป็นงานของ marketer แต่ประการใด แต่งานนี้ คือ การที่คุณเรียกนัดประชุมเพื่อคุยกับ marketer สำหรับแผนการตลาดใหม่ที่คุณคิดได้นั่นเอง </p>
<p>แปลสั้นๆอีกรอบว่า task ประเภท WORK ME คือ การกระทำที่คุณต้องทำเท่านั้นเรื่องมันถึงจะเดิน แม้ว่างานนั้นจะเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นก็ตามที ! แต่อย่างที่บอกน่ะหละ คุณเป็นคนทำ task นั้นครับ ไม่ใช่คนอื่นแต่อย่างใด </p>
<h2>พฤติกรรม task ประเภท WORK DELEGATED หรืองานที่โอนให้คนอื่นทำแล้ว : </h2>
<p>สำหรับงานประเภทนี้คือ งานที่คุณได้บอกผ่านให้คนอื่นได้ทราบเรื่องนั้นแล้ว และ เป็นหน้าที่ของคนๆนั้น ที่จะต้องดำเนินการ เช่น &quot;ซื้อนม&quot; ตอนแรกคุณคิดว่าคุณจะไปซื้อเอง แต่ว่าคิดได้ว่า เราไม่อยากไปหรือว่าพักนี้ไม่ว่างไปห้างเลยก็เลยบอก &quot;แม่บ้าน&quot; ว่า อืม &#8230; ไปซื้อนมให้หน่อยนะ&#160; เมื่อคุณบอกแม่บ้านแล้ว &quot;การซื้อนม&quot; ที่เป็นงานนี้ ก็จะโอนสิทธิ์ของผมที่จะต้องกระทำ กลายเป็น &quot;แม่บ้านซื้อนม&quot; แทนที่จะเป็นตัวคุณแล้ว เพราะว่า คุณคาดหวังให้ แม่บ้าน ทำแทนไปแล้ว นั่นก็แปลว่า &quot;การซื้อนม&quot; เป็นงานที่โดน delegated หรือบอกถ่ายงานไปแล้วนั่นเอง หน้าที่ของคุณแค่เหลือแค่ &quot;ตามงาน&quot; เท่านั้นเองครับ </p>
<p>แน่นอนว่าการตามงานก็เป็นงานประเภทหนึ่งที่คนระดับ supervisor หรือแค่หัวหน้า หรือระดับเดียวกันที่มีเพื่อนร่วมงานถ่ายงานกันได้นั้น จะต้องทำ และงานแบบนั้นก็จะอยู่ในหมวดนี้นั่นเองครับ งานประเภทนี้แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำเอง คุณต้องถามติดต่อตามเรื่องอยู่ดี เช่น ต้องคอยถามแม่บ้านว่า ซื้อนมมาแล้วหรือยัง ? หรือ ถามว่าเมื่อไหร่จะได้นมเก็บไว้ทีบ้านสักกะที และถ้าหากว่าเป็นงานที่ serious และต้องการ action หรือการกระทำจากลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานนั้น &quot;คุณจำเป็นจะต้องกำหนด Due date หรือวันกำหนดส่งงาน&quot; ให้กับคนที่คุณโอนงานนั้นไปด้วยครับ ไม่อย่างงั้น เรื่องมันก็ไม่เดินหรอก </p>
<p>โดยวิธีการกำหนดนั้น ส่วนมากแล้ว เราจะกำหนดเป็นวันที่งานคาดว่า น่าจะเสร็จ แต่เร็วกว่านั้นนิดหน่อย เช่น ถ้าหากว่าคุณคิดว่า card แต่งงานบอก Designer ให้ไปออกแบบมาแต่ต้องการใช้วันศุกร์หน้า คุณต้องกำหนดติดตามงานนั้น หรือเป็น Death line ที่ก่อนหน้านั้นนิดหน่อย อาจจะเป็น 1 วันก่อนหน้าหรือสองวันก่อนหน้า คือ เผื่อเอาไว้ว่า ถ้าหากว่ายังไม่ได้ทำก็ยังจะกดดันหรือ ใช้ Extra time ใดๆ เพื่อทำงานนั้นให้เสร็จทัน deadline ที่แท้จริงได้ทันอยู่ดีครับ </p>
<p>ดูเหมือนว่าพฤติกรรมประเภทงานจะมีแค่นี้เท่านั้นเองครับ สำหรับ concept เรียกว่าไม่ยากเลย แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะจัดการงานให้เป็นระบบครับ ทุกอย่างจะใหม่หมด และ อาจจะแปลกใจว่า &quot;ทำไมมันต้องคิดมากขนาดนี้?&quot; จริงๆแล้วผมต้องบอกก่อนว่า มันไม่ได้เป็นการคิดมากล้ำลึกแต่อย่างใดเลยล่ะครับ เพราะ มันเป็นธรรมชาติของ task หรืองานที่คุณเจอกันอยู่แล้ว แค่ว่าไม่ได้มีคนเอามาอธิบายและ กำหนดแนวทางการจัดการมันแบบธรรมชาติแบบนี้เท่านั้นเองครับ </p>
<p>ยังไงเสียถ้าหากว่าคุณมีโอกาสได้อ่านบทความนี้ของผมแล้วชอบ วิธีการจัดการ task แบบนี้ หรือมีข้อสงสัย ผมว่าผมเปิดเป็น course 2 ชั่วโมงสองเรื่องแบบนี้ก็เรียได้ว่าเหลือเฟือกันเลยก็ได้เหมือนกันนะครับ แล้วแต่ว่าจะ request กันเหรอป่าวเท่านั้นเองน่ะครับ เพราะว่า concept ในรายละเอียดจะมีมากกว่านี้อีกครับ พิมพ์แค่ blog content เดียวไม่อาจจะหมดได้ครับ แต่ว่าที่ผมบอกไปมันเป็น main idea แล้วล่ะครับ ลองทำกันดูได้เลย แล้วจะรู้ว่า เราทำงานได้มากน้อยแค่ไหน งานดองกับคนอื่น เป็นปริมาณมากน้อยแค่ไหน และ ที่ดีที่สุดคือ คุณไม่ต้องปวดหัวกับการคิดและจำงานที่คุณไม่มีทางจำได้ทั้งหมด หากว่าคุณไม่ได้จดไว้แบบนี้หรอกครับ </p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>wunderlist คือ</li><li>wunderlist</li><li>การใช้ wunderlist</li><li>app wunderlist คือ</li><li>todolist แนวคิด</li><li>task ไป iphone todo</li><li>จัดการ task iphone</li><li>ตั้งgoogle task ในปฏิทินยังไง</li><li>รีวิว wunderlist</li><li>รีวิว wunderlist iphone app</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/wunderlist-todo-listing-method-for-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการใช้ HangOut เพื่อการประชุม VDO conference แบบไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/google-hangout-online-conference-free/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/google-hangout-online-conference-free/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jul 2011 02:17:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[recommend site]]></category>
		<category><![CDATA[Google Hangout]]></category>
		<category><![CDATA[Google Hangout project]]></category>
		<category><![CDATA[Google plus]]></category>
		<category><![CDATA[google product]]></category>
		<category><![CDATA[internet call]]></category>
		<category><![CDATA[internet conference]]></category>
		<category><![CDATA[internet vdo call]]></category>
		<category><![CDATA[online conference]]></category>
		<category><![CDATA[online vdo call]]></category>
		<category><![CDATA[skype conference]]></category>
		<category><![CDATA[vdo conference]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/google-hangout-online-conference-free/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet แม้ว่าล่าสุดนี้ Skype จะมีการออก product ใหม่คือการประชุม online ผ่าน Skype Conference ซึ่งทำให้คนติดต่อกับผ่าน VDO webcam และพูดกันได้เป็นกลุ่ม (หรือมากกว่า 2 คน) แต่ว่าทั้งหมดนี้ เรื่องไม่ค่อยจะเดินเท่าไหร่นักหากว่าไม่ได้เป็นเพื่อการธุรกิจจริงๆครับ เพราะว่า มันมีการเก็บเงินรายเดือน หรือว่ารายครั้งก็สุดแล้วแต่ว่าจะเลือกเสียเงินแบบไหน (แต่ว่าแน่นอนครับว่าถ้าหากว่าเหมาจ่ายเป็นรายเดือนจะถูกกว่าครับ) ทั้งนี้การ Streaming ภาพผ่าน Skype จะเป็นแบบ HD ได้ด้วยซึ่ง internet บ้านเราหากว่าจะส่งภาพกันแบบ HD จริงๆก็คงคิดว่ายังไม่ถึงเวลา เราก็จะไม่ได้ประโยชน์จากส่วนนี้มากเท่าไหร่นัก เพราะงั้นแล้ว ตอนนี้มีเลือกใหม่ที่เพิ่งโผล่ออกจากนั่นก็คือ การใช้ Google Hangout &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/google-hangout-online-conference-free/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1547" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fgoogle-hangout-online-conference-free%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%20HangOut%20%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%20VDO%20conference...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fgoogle-hangout-online-conference-free%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="google-hangout-conference" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/07/google-hangout-conference1.jpg" alt="google-hangout-conference" width="630" height="286" border="0" /></p>
<p>แม้ว่าล่าสุดนี้ <a title="skype internet call international call free" href="http://www.rackmanagerpro.com/go/skype.php" rel="nofollow" target="_blank">Skype</a> จะมีการออก product ใหม่คือการประชุม online ผ่าน Skype Conference ซึ่งทำให้คนติดต่อกับผ่าน VDO webcam และพูดกันได้เป็นกลุ่ม (หรือมากกว่า 2 คน) แต่ว่าทั้งหมดนี้ เรื่องไม่ค่อยจะเดินเท่าไหร่นักหากว่าไม่ได้เป็นเพื่อการธุรกิจจริงๆครับ เพราะว่า มันมีการเก็บเงินรายเดือน หรือว่ารายครั้งก็สุดแล้วแต่ว่าจะเลือกเสียเงินแบบไหน (แต่ว่าแน่นอนครับว่าถ้าหากว่าเหมาจ่ายเป็นรายเดือนจะถูกกว่าครับ) ทั้งนี้การ Streaming ภาพผ่าน Skype จะเป็นแบบ HD ได้ด้วยซึ่ง internet บ้านเราหากว่าจะส่งภาพกันแบบ HD จริงๆก็คงคิดว่ายังไม่ถึงเวลา เราก็จะไม่ได้ประโยชน์จากส่วนนี้มากเท่าไหร่นัก เพราะงั้นแล้ว ตอนนี้มีเลือกใหม่ที่เพิ่งโผล่ออกจากนั่นก็คือ การใช้ Google Hangout เพื่อการประชุม internal ภายในองค์กรกันเองทำได้แล้วล่ะครับ แล้วก็เหมือนกับ Skype คือ สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้มากสุดๆ คือ 10 กล้องในคราวเดียวกัน (แบบนี้ซิถึงจะเรียกว่า Hangout กันจริงๆ ปกติเพื่อนๆเราก็สุมหัวคุยเล่นก็ไม่ได้ถึงกับ 10 คนแบบนี้หรอกน่ะครับ)</p>
<p><span id="more-1547"></span></p>
<p><strong>เริ่มด้วยการสร้าง Gmail Account ให้กับคนหรือพนักงานที่คิดว่าจะคุยผ่าน Hangout </strong></p>
<p>Google Hangout จะใช้เพื่อทดแทนระบบ conference จะต้องมีมิติและวิธีการเล็กๆที่ผมจะบอกต่อไป เพราะว่า เราไม่อยากจะให้คนอื่นเข้ามา join hangout conference ทางธุรกิจกับเราได้ครับ โดย concept แล้วเราจำเป็นต้อง สร้าง &#8220;CIRCLE&#8221; หรือกลุ่มของ Gmail account ที่เราจะใช้เพื่อการติดต่อกันเองในองค์กรให้กับพนักงานทุกคนที่คิดว่าจะได้มีโอกาสใช้งานประชุม online แบบนี้ครับ เช่น ผมมีพนักงาน computer ก็ต้องให้เค้าสร้าง com@gmail.com หรือว่าผมมีพนักงาน กทม นี่ก็ bkkcom@gmail.com หรือว่าจะมี sales@gmail.com เพื่อการประชุมแบบเห็นหน้าร่วมกัน เพราะว่าตอนนี้ Google บังคับว่าต้องเป็น Gmail เท่านั้นเพราะงั้นแล้ว เราเลยมีความจำเป็นต้อง create account Gmail ให้พนักงานทุกคนครับ สำหรับผมแล้วมี Trick เล็กๆก็คือ ถ้าหากว่าคุณมีชื่อ บริษัท คุณก็พิมพ์ประมาณนี้เป็น Gmail account สำหรับคนๆนั้นลักษณะแบบนี้ครับ <em>sales.company@gmail.com</em> แค่นี้คุณก็ไม่ลืมแล้วว่า email หรือ Gmail ของพนักงานคนนั้นคืออะไรครับ</p>
<p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: block; margin-left: auto; margin-right: auto; padding-top: 0px; border-width: 0px; border-color: initial; border-style: initial;" title="internal-Business-talk" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/07/internal-Business-talk_thumb.jpg" alt="internal-Business-talk" width="435" height="259" border="0" /></p>
<p>ทั้งนี้ผมแนะนำว่าให้ใช่ Gmail ที่สร้างใหม่เพื่อใช้ติดต่อกันเองใน บริษัท เท่านั้น ไม่อยากจะให้ใช้ Gmail ส่วนตัวเพราะว่าถ้าหากว่ามีปัญหาเช่น การลาออก หรือ ขาดงาน หรือ พนักงานหายไปเฉยๆ เราจะได้ไม่ต้องจัดการอะไรเพิ่มเติม แค่ทำการเปลี่ยน Password เท่านั้นทุกอย่างก็เป็นอันขาดจากกันครับผม วิธีการนี้ ถือว่าเป็นการประหยัดเวลามากกว่าที่จะไปไล่ remove Gmail account ของพนักงานที่ลาออกไปในทุกๆ Product ของ Google ครับ และไม่ต้องมา clear มาล้าง email ไม่ต้องมา .. โหยสารพัดน่ะครับ ยังไงผมแนะนำอย่างแรงว่า Gmail ที่ใช้เป็น Gmail เพื่อใช้กันตอนที่อยู่ที่ office เท่านั้นและเป็น Gmail ประจำตำแหน่งจะดีมากที่สุดครับผม (ศัพท์ใหม่ : Gmail ประจำตำแหน่ง อืม .. ฟังดูน่าสนใจดี )</p>
<p><strong>Invite Gmail user ที่เราเพิ่งสร้างขึนมาทั้งหมดผ่าน <a title="Google Plus" href="http://plus.google.com" rel="nofollow" target="_blank">Google Plus</a> </strong></p>
<p><img style="background-image: none; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto; padding-top: 0px; border: 0px;" title="start-hangout" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/07/start-hangout_thumb.jpg" alt="start-hangout" width="215" height="156" border="0" /><br />
แน่นอนว่าจะเริ่มต้นใช้งาน Product ของ <a title="Google Plus internet Social network for Gmail user" href="http://plus.google.com" rel="nofollow" target="_blank">Google Plus</a> project ใดๆคุณต้องได้รับ invitation มาเท่านั้นเพราะว่าตอนนี้ Google ยังไม่ได้เปิดให้ทุกคน register กันเข้าไปได้เองแต่ประการใด สิ่งที่คุณต้องทำถ้าหากว่าไม่มีลองไปหาเพื่อน ถามเพื่อนหรือติดต่อเพื่อนๆ online ของคุณว่า ใครมี Google Plus ใช้ได้แล้ว ให้เค้ากด invite ส่งมาด้วย เราก็จะได้ด้วยเหมือนกันน่ะครับ แล้วทีนี้เราก็ ส่ง invitaion ไปยัง Gmail account ของพนักงาน บ. เราทั้งหมดเพื่อให้เค้าเหล่านั้นเข้า plus.google.com ได้ (กะว่าจะให้ใช้ Google Hangout ซึ่งเป็นปุ่มอยู่ใน plus.google.com ครับ) สำหรับคนที่มีอยู่แล้วก็แค่ invite Gmail user คนอื่นๆที่เราเพิ่งสร้างมาเพื่อพนักงานในองค์กรของเรากันได้เลยครับ</p>
<p><strong>เข้า <a title="Plus Google project" href="http://plus.google.com" rel="nofollow" target="_blank">Plus.google.com</a> ของทุกคนแล้วไปตั้ง Circle เฉพาะออกมาเอาไว้คุยกันเอง</strong></p>
<p>สำหรับผมแล้ว ผมจะ create Circle (จริงๆมันก็คือเหมือนกับเป็นเลือกว่า user ไหนจะอยู่กลุ่มไหนเป็นการจัดกลุ่มให้กับ Gmail account ที่เราติดต่อด้วยครับ) โดยผมจะตั้งชื่อ Circle ใหม่ว่า intenal Business หรือจะ Business สั้นๆเฉยๆก็ได้เพื่อให้เรารู้ว่า Gmail account ที่เราจะแอดเข้าไปในนั้น จะเป็นเฉพาะ Account ของพนักงานที่ใช้ในองค์กรเท่านั้น และแบบนี้จะทำให้เราไม่ต้องสับสนว่าอยู่จะมีคนอื่นโผล่หัวเข้ามาระหว่างการประชุมลับสุดยอดของเราได้ครับ (แหม มันลับเกินจริงๆก็คุยกันส่วนตัวเลยก็น่าจะดีกว่าน่ะครับ อย่ามาเปิดเป็น Hangout แล้วกันเนาะ)</p>
<p>เท่านี้การประชุม online conference vdo call แบบ multi user ก็สามารถทำได้ผ่าน Google Plus หรือ Google Hangout กันแล้วล่ะครับ คิดว่าผมเล่ามามันเหมือนจะยาวไปหน่อยแต่ว่ามันจะมี Tips เล็กๆน้อยๆแทรกอยู่ล่ะครับ ถ้าหากว่าสรุป จริงๆ แล้ว ผมแค่แนะนำว่า ตอนนี้นะ เรามี Google Hangout เพื่อใช้เป็น Tools สำหรับการประชุมหลายทางผ่าน vdo callเหมือนเป็น vdo conference แล้วก็ให้สร้าง Business circle เอาไว้เฉพาะแล้วก็ใช้เป็น Google Hangout ได้ทันทีครับ เท่านั้นเอง ยังไงก็ลองใช้กันดูเองแล้วกันนะครับ เพราะจริงๆแล้ว สำหรับ Google Plus นี่ถ้าหากว่าเราสร้าง circle Business สำหรับพนักงานในองค์กรแล้ว เราก็เหมือนกับมี BUSINESS FEED กันภายในก็ทำได้เหมือนกัน และนั่นเป็นอีกความฝันหนึ่งของผมแต่ว่าสำหรับตอนนี้ผมยังไม่ได้ setting พนักงานให้ใช้กันน่ะครับ แล้วถ้าหากว่าผมได้ลอง ได้ใช้แล้วจะเอามาโม้ให้ฟังอีกรอบครับผม</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>google hangout คือ</li><li>Hangout คือ</li><li>การใช้ hang out</li><li>วิธีใช้ google hangout</li><li>วิธีใช้ hangout</li><li>ประชุมผ่าน google</li><li>hangout google คือ</li><li>วิธี hangout</li><li>วิธีเล่น Hangout</li><li>hangout คืออะไร</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/google-hangout-online-conference-free/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคเพื่อทำให้คุณลุกออกจากที่นั่งทำงานบ้างลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ด้วย</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/work-stand-up-office/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/work-stand-up-office/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 May 2011 15:35:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>
		<category><![CDATA[office life]]></category>
		<category><![CDATA[produtivity]]></category>
		<category><![CDATA[tools]]></category>
		<category><![CDATA[working life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/work-stand-up-office/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet พักหลังๆนี่มีงาน research ที่พยายามจะบอกว่า การนั่งทำงานนานๆติดต่อกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆมากขึ้น เพราะงั้นแล้ว ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงาน โดยการนั่งทำ ! (คนที่ยืนทำหรือว่าเดินทำก็ไม่ต้องคิดมากน่ะครับเพราะว่าคุณจะไม่เข้าข่ายนี้แต่ประการใด) ก็ต้องระวังกันหน่อยแล้วล่ะครับ ผมว่าผมมีวิธีการที่จะทำให้พฤติกรรมการทำงานแบบนั่งทำติดต่อกันทั้งวันของคุณหมดไปได้ไม่ยากครับ เอาเครื่องถ่ายเอกสารไปไว้ไกลๆ : ปกติแล้วเครื่องถ่ายเอกสารจะต้องมีห้องของมันเพราะ เครื่องถ่ายเอกสารแบบที่เป็นฝุ่นดำติดกับหมึกนั้นไม่ได้ปลอดภัยสำหรับคนที่ทำงานที่ไม่ได้มีอากาศถ่ายเทเอามากๆครับ โดยห้องถ่ายเอกสารนี้น่าจะต้องแยกตัวออกไป หรือว่า เดี๋ยวนี้เครื่องถ่ายเอกสารก็จะทำหน้าที่เป็น printer อีกอย่างหนึ่งด้วยครับ ในเมื่อห้องถ่ายเอกสารหรือเครื่องถ่ายเอกสารนี้อยู่ไกลออกไป คุณทำได้สองอย่างคือ สั่งลูกน้องให้ไปเอามา หรืออีกอย่างก็คือ คุณเองลุกเดินไปเอาเอกสารเอง ผมอยากจะแนะนำให้ทำอย่างหลังมากกว่า เพราะ เป็นการ Break จังหวะการทำงานของคุณบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง และเป็นการทำให้คุณ &#34;ไม่นั่ง&#34; ติดต่อกันเพื่อทำงานครับ produtivity จะเสียไปบ้างแต่ก็ทำให้คุณเองมีชีวิตที่ยาวขึ้นได้ไม่ยากเลย เอาเครื่องกดน้ำไปไว้ไกลๆ : นี่ก็เป็นอีกอย่างที่น่าจะต้องทำ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/work-stand-up-office/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1468" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fwork-stand-up-office%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fwork-stand-up-office%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p><a title="working environment" href="http://www.rackmanagerpro.com/work-stand-up-office/" target="_blank"><img title="stand up just a bit help increase your working life" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="304" alt="stand up just a bit help increase your working life" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/05/newoffice1.png" width="632" border="0" /></a> </p>
<p>พักหลังๆนี่มีงาน research ที่พยายามจะบอกว่า <strong>การนั่งทำงานนานๆติดต่อกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆมากขึ้น</strong> เพราะงั้นแล้ว ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงาน โดยการนั่งทำ ! (คนที่ยืนทำหรือว่าเดินทำก็ไม่ต้องคิดมากน่ะครับเพราะว่าคุณจะไม่เข้าข่ายนี้แต่ประการใด) ก็ต้องระวังกันหน่อยแล้วล่ะครับ ผมว่าผมมีวิธีการที่จะทำให้พฤติกรรมการทำงานแบบนั่งทำติดต่อกันทั้งวันของคุณหมดไปได้ไม่ยากครับ </p>
<p><strong>เอาเครื่องถ่ายเอกสารไปไว้ไกลๆ </strong>: ปกติแล้วเครื่องถ่ายเอกสารจะต้องมีห้องของมันเพราะ เครื่องถ่ายเอกสารแบบที่เป็นฝุ่นดำติดกับหมึกนั้นไม่ได้ปลอดภัยสำหรับคนที่ทำงานที่ไม่ได้มีอากาศถ่ายเทเอามากๆครับ โดยห้องถ่ายเอกสารนี้น่าจะต้องแยกตัวออกไป หรือว่า เดี๋ยวนี้เครื่องถ่ายเอกสารก็จะทำหน้าที่เป็น printer อีกอย่างหนึ่งด้วยครับ ในเมื่อห้องถ่ายเอกสารหรือเครื่องถ่ายเอกสารนี้อยู่ไกลออกไป คุณทำได้สองอย่างคือ สั่งลูกน้องให้ไปเอามา หรืออีกอย่างก็คือ คุณเองลุกเดินไปเอาเอกสารเอง ผมอยากจะแนะนำให้ทำอย่างหลังมากกว่า เพราะ เป็นการ Break จังหวะการทำงานของคุณบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง และเป็นการทำให้คุณ &quot;ไม่นั่ง&quot; ติดต่อกันเพื่อทำงานครับ produtivity จะเสียไปบ้างแต่ก็ทำให้คุณเองมีชีวิตที่ยาวขึ้นได้ไม่ยากเลย </p>
<p><span id="more-1468"></span>
<p><strong>เอาเครื่องกดน้ำไปไว้ไกลๆ </strong>: นี่ก็เป็นอีกอย่างที่น่าจะต้องทำ โดยคุณต้องรู้ตัวเองเสียก่อนว่า คุณต้องกินน้ำครับ โดยเมื่อน้ำในแก้วหมด จงอย่าขยันนั่งทำงานอยู่ที่โต็ะโดยไม่กินน้ำ ขอจงให้ลุกออกจากเก้าอิ้เอาแก้วน้ำติดตัวไปแล้ว เดินไปกดน้ำที่ cooler น้ำครับ หรือจะแวะแซวเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ทำงานสักหน่อย แต่ที่สำคัญก็คือ มีการลุกและเดินเพื่อไปกดน้ำครับ </p>
<p><strong>แทนที่จะโทรศัพท์เดินไปแทนเลยดีกว่า </strong>: มุขนี้ก็จะเหมือนเดิมน่ะครับ คือว่าเราหาเรื่องที่จะลุกเดิน แล้วยิ่งถ้าหากว่าเป็นพนักงานที่อยู่ต่างแผนกแล้ว การเดินทางด้วยเท้าของเราก็จะไกลขึ้น แล้วยิ่งไกลและมีบันไดด้วยก็ยิ่งดีใหญ่ครับ เพราะการเดินบันไดเป็นเผาพลังงาน ทำให้กล้ามเนื้อต้นขาโดนใช้งานได้ดีมากๆครับผม การเดินไปหานอกจากเป็นการให้เกียรติคนที่จะคุยด้วยแล้ว ยังเป็นการทำให้เราได้ออกกำลังกาย และ หรือ เป็นการสื่อสารแบบ Face to Face ทีมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกต่างหาก ในทางกลับกันนะครับ แนะนำว่าให้ให้ลูกน้องเดินมาหาคุณบ้างก็ได้เพื่อให้เค้าเหล่านั้นได้ออกกำลังกาย จะได้มีชีวิตที่ยาวนานไม่เกิดปัญหาอันเนื่องมาจากการนั่งทำงาน office ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน </p>
<p><strong>เดินไปเข้าห้องน้ำเยอะครั้งหน่อย โดยการกินน้ำเข้าไปให้มาก </strong>: น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับคนที่ต้องทำงานแบบใช้สมองครับ (ไม่ใช่กาแฟ) น้ำเปล่า เราสามารถเดินไปที่ cooler เพื่อเติมน้ำได้เรื่อยๆ แล้วเราก็ต้องดื่มมันไปเรื่อยๆ เพื่อให้เราปวดห้องน้ำ เมื่อปวดแล้วเราก็เดินไปห้องน้ำ option สำหรับคนที่อยากจะเดินนานกว่านั้นให้เดินไปเข้าห้องน้ำที่ไกลออกไปเป็นประจำ (แต่ว่าไกลมากอาจจะเสียเวลางานได้) ให้เอา iphone เข้าไป chat งานคุยกับลูกน้องในห้องน้ำด้วยก็ได้ถ้าหากว่าคุณคิดว่ามันเสียเวลาๆ ไหนๆก็ต้องเดินแล้ว เดิน chat ไปด้วยดีกว่ามั้ย อะไรทำนองนี้ครับ </p>
<p><strong><u>TIP :</u></strong> สำหรับคนที่เข้าห้องน้ำแล้วอยากจะใช้พลังงานเยอะกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ถ้าหากว่าคุณนั่งโถ แนะนำว่าบอกเจ้านายให้เปลี่ยนเป็นแบบโถยอง จะกินพลังงานต้นขามากกว่าเดิม เพราะคุณต้องย่องเบ่งและลุกขึ้นนั่นเป็นท่า Squad ธรรมดาอย่างน้อยก็ต้องสองครั้งในการเข้าห้องน้ำสำหรับสุภาพสตรีครับ (กล้ามเนื้อต้นขาได้ทำงานทำการครับผม ) สำหรับผู้ชายที่จะใช้โถปัสสาวะชายก็ให้ย่อต้นขาต่ำเล็กน้อย ก็จะเป็นการเกร็งต้นขา เป็นการใช้กล้ามเนื้อต้นขาระหว่างเล็ง และจะเกร็งอย่างมากหากว่ากินเวลานานครับ advanced สุดๆครับสำหรับ case นี้ </p>
<p>โดยรวมเอาเป็นว่า content นี้จะขัดกับการมี productive ในที่ทำงานอยู่เอาการแต่ การที่คุณป่วยหรือว่ามีอาการอะไรที่ไม่ดีนั้น ทำให้คุณต้องพักงานนานกว่าที่คุณคาดเอาไว้มาก การใช้กล้ามเนื้อในที่ทำงานนั้นเป็นแค่เรื่องหนึ่งที่คุณจะทำได้ ยังไงซะผมก็แนะนำให้คุณออกกำลังกายแบบจริงจัง official สุดๆไม่ว่าจะเป็นการเดินหรือวิ่งลู่หรือสาธารณะ หรือว่าเข้า Fitness เพื่อออกกำลังกายอย่างน้อย week ละ 3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ หรือทำได้ก็ทำมันทุกวันหนักเบาสลับกันไปครับ ลองดูแล้วกันนะครับ ผมชอบที่นั่งยองๆนะครับ ลองทำดูนะครับไม่น่าเกลียดไม่มีคนเห็นหรอกครับห้องน้ำเป็นที่ส่วนบุคคลนะครับไม่ต้องอายก็ได้ อิอิ</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>ลดต้นขาในขณะนั่งทำงาน</li><li>รูปคนนั่งทำงาน</li><li>คนนั่งทำงาน</li><li>ลดต้นขาขณะนั่งทำงาน</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/work-stand-up-office/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Project Twenty : 20 เปอร์เซนต์ของเวลาที่คุณลืมตาตื่นและหายใจกับการออกแรงต้าน Friction เพื่อ Business ใหม่</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/new-business-friction/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/new-business-friction/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 May 2011 00:08:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Rackmanager</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[business concept]]></category>
		<category><![CDATA[concept new business]]></category>
		<category><![CDATA[concept talk]]></category>
		<category><![CDATA[new business]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/new-business-friction/</guid>
		<description><![CDATA[Tweet ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานเดิมๆ และรู้สึกว่างานเดิมๆของคุณไม่ได้มีการขยายส่วนออกไปได้แล้วหรือไม่สามารถเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้ สิ่งที่คุณอาจจะเริ่มคิดก็คือ &#34;งานนอกเวลา&#34; สำหรับคนที่ทำงานประจำ และ สำหรับเจ้าของธุรกิจ สิ่งที่คุณจะเริ่มเห็นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นนั่นก็คือ &#34;การศึกษาและขยายงานใน Business อื่นๆ&#34; ทั้งสองสภาวะไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน การออกแรงเพิ่มจะต้องเกิดขึ้น และความรู้สึกที่มี Friction หรือแรงต้านจะเริ่มเกินขึ้น โดยที่คุณก็ไม่รู้ตัวสักเท่าไหร่&#160; การเกิดแรงต้านที่ว่า จะเกิดก็ต่อเมื่อคุณเห็นว่า งานที่กำลังจะต้องเกิดขึ้นลุ้นแต่เป็นงานนอก scope หรือนอกวิสัยความเคยชินที่ทำกันอยู่ทุกวันแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่วิธีการคิด ขั้นตอนกระบวนการดำเนินการต่างๆ หรือแม้กระทั่งการกระทำที่มันจะต้องเกิดเพื่อให้ New Business หรืองานข้างเคียงเกิดขึ้นได้ แนวคิดที่จำเป็นสำหรับการสร้าง Business ใหม่สำหรับผู้ประกอบการเดิมนั้นจะแตกต่างจาก การที่พนักงานในองค์กรต้องการรายได้เพิ่มอยู่หลายประการ เช่น สำหรับ individual ที่ต้องการรายได้เพิ่มแล้วนั้น จะต้องออกแรง นอกเวลางาน หรือ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/new-business-friction/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="tweetbutton1436" class="tw_button" style="float:left;margin-right:10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fnew-business-friction%2F%3FV_hWE1SCe2n6tkyowC1jIiQA0SzzRTTL-_KkYjuyOwI&amp;via=rackmanager&amp;text=Project%20Twenty%20%3A%2020...%20&amp;related=&amp;lang=en&amp;count=horizontal&amp;counturl=http%3A%2F%2Fwww.rackmanagerpro.com%2Fnew-business-friction%2F" class="twitter-share-button"  style="width:55px;height:22px;background:transparent url('http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/plugins/wp-tweet-button/tweetn.png') no-repeat  0 0;text-align:left;text-indent:-9999px;display:block;">Tweet</a></div><p align="center"><img title="new-business-friction" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="302" alt="new-business-friction" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2011/05/newbusinessfriction2.jpg" width="630" border="0" /></p>
<p>ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานเดิมๆ และรู้สึกว่างานเดิมๆของคุณไม่ได้มีการขยายส่วนออกไปได้แล้วหรือไม่สามารถเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้ สิ่งที่คุณอาจจะเริ่มคิดก็คือ &quot;งานนอกเวลา&quot; สำหรับคนที่ทำงานประจำ และ สำหรับเจ้าของธุรกิจ สิ่งที่คุณจะเริ่มเห็นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นนั่นก็คือ &quot;การศึกษาและขยายงานใน Business อื่นๆ&quot; ทั้งสองสภาวะไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน การออกแรงเพิ่มจะต้องเกิดขึ้น และความรู้สึกที่มี Friction หรือแรงต้านจะเริ่มเกินขึ้น โดยที่คุณก็ไม่รู้ตัวสักเท่าไหร่&#160; การเกิดแรงต้านที่ว่า จะเกิดก็ต่อเมื่อคุณเห็นว่า งานที่กำลังจะต้องเกิดขึ้นลุ้นแต่เป็นงานนอก scope หรือนอกวิสัยความเคยชินที่ทำกันอยู่ทุกวันแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่วิธีการคิด ขั้นตอนกระบวนการดำเนินการต่างๆ หรือแม้กระทั่งการกระทำที่มันจะต้องเกิดเพื่อให้ New Business หรืองานข้างเคียงเกิดขึ้นได้</p>
</p>
<p><span id="more-1436"></span>
</p>
<p>แนวคิดที่จำเป็นสำหรับการสร้าง Business ใหม่สำหรับผู้ประกอบการเดิมนั้นจะแตกต่างจาก การที่พนักงานในองค์กรต้องการรายได้เพิ่มอยู่หลายประการ เช่น สำหรับ individual ที่ต้องการรายได้เพิ่มแล้วนั้น จะต้องออกแรง นอกเวลางาน หรือ อย่างแย่ที่สุดก็ต้องเบียดบังระยะเวลาทำงานขององค์กรนั้น เพื่อทำสิ่งที่คิดว่าจะเป็นเพิ่มรายได้เพิ่มของตัวเอง ทั้งนี้ขึ้นกับ moral ในตัวทั้งหมด ไม่มีคนกำหนดได้ว่าจะต้องเป็นอย่างไร เพราะในมุมมองขององค์กรก็จะป้องกันปราบปรามและ monitor ตรวจสอบเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำได้ทันทีสำหรับบุคคลนั่นก็คือ การใช้เวลาพักผ่อนที่เหลือทำสิ่งอื่น ที่ตัวเองต้องการ และ คิดว่าเป็นแนวทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มได้</p>
<p>ทั้งนี้จะผิดกับเจ้าของกิจการที่จะสร้าง New Business เนื่องจาก ถ้าว่าตัวเจ้าของเองยังต้องทำงานเดิมที่เกี่ยวข้องกับ Business เดิมจนไม่มีเวลา หรือคิดว่าไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นได้นั่นก็เป็น เพราะเหตุผล ไม่ประการใดก็ประการหนึ่งนั่นก็คือ</p>
<p><strong>1.</strong> <strong>อยากจะอยู่ที่ comfort zone หรือ zone สบาย</strong> การอยู่ใน comfort zone นั้นทำได้ไม่ยากคือ การเอาตัวเองผูกติดกับงานที่ตัวเองทำอยู่ทุกวัน และบอกมันว่า &quot;มันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ!&quot; คนอื่นทำไม่ได้และ ตอนนี้ฉันให้มูลค่ากับสิ่งเหล่านี้มากกว่าก่อน ล้วนแล้วทั้งเป็นข้ออ้างเท่านั้น เพราะ สำหรับการทำ Business แล้วการว่าจ้างเพื่อให้เกิดการถ่ายงานจากเจ้าของไปสู่ลูกน้องหรือทีมงานนั้นจำเป็นต้องเกิด และเป็นสิ่งที่เจ้าของ Business นั้นกลับต้องเชี่ยวชาญและชำนาญมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เมื่อรู้ว่าทำอย่างไร ก็ให้คนมาทำแทนตนเองเพื่อให้ตนเองเกิด avaliable time เพื่อ explore ค้นหา Business อื่นๆในมิติอื่นๆได้ด้วย หรือ แท้ที่จริงถ้าหากว่า คุณยังคิดว่ามัน ทำไม่ได้แน่นอนเพราะว่า คุณจ่ายงานเหล่านั้นออกไปได้ ไม่มีคนที่จะทำได้ ปัญหานั่นก็คือ เพราะตัวเองไม่ได้สร้างคนเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะรองรับงานตัวเองนั่นเอง และอีกประเด็นใหญ่ก็คือ การทำงานที่ตัวเองเคยทำนั่นถือได้ว่า เป็นการทำงานที่ไม่รู้ว่ามี friction ในการกระทำมากนัก เพราะทำมานานแล้ว และคุ้นเคยกับมัน ทำแล้วสบายไม่เครียด และไม่พร้อมจะรับสิ่งใหม่แต่อย่างใด เรียกง่ายๆว่า ทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมที่ทำอยู่ทุกวัน มันดูเหนื่อยล้า และ หม่มหมองมองไม่เห็นทางสว่างอะไรแม้แต่น้อยว่าอย่างงั้นเลยก็ว่าได้ ก็จะลงเอยง่ายๆคือ &quot;บอกว่าไม่มีเวลา&quot;</p>
<p>2. <strong>ไม่พร้อมที่จะ &quot;รับความเสี่ยง&quot;</strong> แน่นอนว่ายิ่ง Business ที่ทำออกมาใหญ่โตแล้ว มี project ที่จะ explore New Section ในธุรกิจใหม่ๆ จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการใชัทรัพยากร ว่าโอกาส success นั้นจะมีไม่มากสักเท่าไหร่ อันเนื่องมาจากขาด ประสบการณ์ และแนวคิดที่เหมาะสมสำหรับการจัดการใน Business นั้นๆ แต่อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้เป็นจำเป็นที่จะต้องไหลผ่านเข้ามาเป็น friction ในการกระทำอย่างแน่นอน เพราะ ไม่มีใครรู้ไปได้เสียทุกเรื่อง และ ไม่มีใครที่จะเคยทำ Business ในทุกๆ section</p>
<p>วิธีการที่ต้องกันความเสี่ยงหรือ ลดความเสี่ยงนั้นก็คือ การเอา &quot;Senior&quot; ในสายงานนั้นเข้ามาเป็นทีมงานผ่านการ เรียกคนเข้ามาเป็นทีมงานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทีมการตลาด (ใหม่) หรือ ทีมขายใหม่ หรือถ้ามีดีกว่านั้นก็คือ ทีม management ใหม่ที่อาจจะต้องมี แน่นอนว่าต้องรวมตัวคุณเข้าไปในนั้นด้วยเพราะคุณต้อง monitor สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ Business เดิมย่อมเคยเกิดขึ้นแล้ว นั่นก็คือ ตัวเจ้าของอาจจะทำตัวเป็นคนที่มีประสบการณ์ หรือ มีลูกน้องระดับผู้จัดการเพื่อเดินเรื่อง หรือ setting ระบบ โครงสร้างต่างๆใหม่ทั้งหมด และ สำคัญกว่านั้นเป็นการเอาความรู้ความเข้าใจใน Business นั้นๆ มาอธิบายให้เราเข้าใจได้มากขึ้น และ ฟอร์มรูปร่างของ Business ได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>วิธีการดังกล่าวจะเป็นการสร้างทีมเพื่อก่อให้เกิด New Business ได้อย่างรวดเร็วหากได้คนที่ปรึกษาหรือแม้กระทั่งเป็นทีมงานที่จะเดินเรื่องไปพร้อมกันกับผู้ที่ต้องการจะสร้างธุรกิจใหม่นั่นเอง เป็นเส้นทางลัดที่ดูเหมือนเป็นวิธีการ &quot;มาตราฐาน&quot; ในทุกๆธุรกิจใหม่ อย่างไรก็ดีถ้หากว่า New Business นั้นๆ เป็นสิ่งใหม่แบบไม่มีความเกี่ยวข้องกับ Business ในสายงานอื่นๆเลยแม้แต่น้อย สิ่งทีทำได้ก็คือ การหาคนใหม่แบบไม่ต้องกาาประสบการณ์ใดๆ หรือ เอาแค่ประสบการณ์ตาม fuction ของแต่ละคนเพื่อ form เป็น team ใหม่โดยคุณจะหวังให้มี package ความรู้อันเนืองมาจากประสบการณ์ที่เก่าๆของคนอื่นๆนั่นก็ไม่ได้เสียทีเดียว คุณจะได้ความสามารถเป็น function ประกอบกันให้เป็นรูปร่างเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า มันเป็น new business concept ลูกน้องหรือทีมงานที่จะต้องเป็นก็จะพิจารณาตาม function ของ Business ในจินตนาการของคุณยังไงอย่างงั้น</p>
<p>เนื่องด้วยเหตุผลต่างๆนาๆที่จะทำให้เกิด Friction ในการสร้าง Business ใหม่ (ที่แตก line จากเดิมไปมาก) คุณไม่มีประสบการณ์ใดๆ และนั่นเป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ การสร้างประสบการณ์ให้ตัวเอง ทำได้อย่างที่บอกไว้ คือ หาคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นพวก หรือ แบบที่โหดสุดก็คือ การแผงกายเข้าไปในทีมงานของ บริษัทหรือองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องหรือมีการทำงานเป้าหมายทางธุรกิจเหมือนกับที่คุณคิด (แต่กรณีหลังนี่คุณอาจจะต้องอายุไม่มากนัก และมีประสบการณ์ทีเหมาะสมที่ บริษัทต้นแบบนั่นจะรับคุณเข้าไปทำงานเพื่อศึกษางาน) Friction ที่เกิดและความเสี่ยงที่จะเกิดเมื่อมีการ invest time and money เข้าไปแล้วจะต้องเกิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ ประสบการณ์ในสายงานนั้นๆมากขึ้น และ ได้ลองผิดลองถูกบ้าง (ซึ่งพยายามลองผิดให้น้อยหน่อย) และ สิ่งสำคัญอีกประการนั่นก็คือ การรับความเสี่ยงได้ ! และเข้าใจว่า New Business ใดๆนั้นมีความเสี่ยง ถือว่าเป็น การ TESTING หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอย่างหนึ่งเท่านั้น มันไม่จำเป็นว่าจะต้อง &quot;ชนะ&quot; ทุกครั้งไป และโดย rate ที่ต่ำกว่าปกติอีกต่างหาก หากว่าคนในทีมหรือ เจ้าของหรือผู้ดำเนินการนั้นขาดประสบการณ์อีกต่างหาก (ซึ่งแก้ได้ด้วยวิธีการที่เกริ่นไปแล้วในสองย่อหน้าก่อน)</p>
<p>การกำจัดแรงต้านและเหตุผลของการนั่งจ๋องทำงานเก่านั้น สามารถทำได้ง่ายๆ กำหนดให้ตนเอง หรือทีมงานคนที่เกี่ยวข้องเจียดเวลาออกมา เพื่อทำสิ่งเหล่านี้ อย่างมี &quot;วินัย&quot; และแนะนำว่า 20% ของเวลาจะต้องโดยอุทิศเพื่อที่จะทำเรื่องใหม่เหล่านี้ อย่างไม่มีข้อแม้อื่น และเป็น first priority ในกิจกรรมใดๆที่ต้องทำ คำว่า Frist Priority นั้นแปลว่า คุณเอาเวลา 20% นี้เป็นข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ทำอย่างอื่น ! ไม่ใช่เอาอ้างอื่นมาเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะใช้เวลากับ project ใหม่20% ที่กำหนดเอาไว้</p>
<p>เรื่องเวลาที่ต้องอุทิศนั้นเป็นเรื่องที่เหมือนจะยากในการทำ ด้วยเหตุผล ที่โดนประกอบสร้างขึ้น โดยสภาวะจิตและสภาวะการณ์ การใช้วิธีคิดว่า project ใหม่นั้นจะต้องเดินไปด้วย time ที่โดนอุทิศให้อย่างน้อย 20% นั้นต้องปฏิบัติไปอย่างเคร่งครัดเท่านั้น อย่างน้อยทำอย่างนี้มากกว่า 20 วันต่อเนื่อง จะกลายเป็นนิสัยและเป็นงานที่ต้องทำไปได้ในที่สุด แท้ที่จริงแล้ว ถ้าหากว่าคุณเร่งด่วนกว่านี้ 20% เป็นแค่ตัวเลขหลอกเท่านั้น เพราะ จะมีการใช้เวลาอื่นๆเพิ่มเติมไปอีก และนั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะ ยังไงซะถ้าหากว่าคุณไม่ได้ทำตอนนี้ ก็ต้องทำตอนหลังอยู่ดี แค่คุณต้องการ อัตราการเดินงาน ให้อยู่สักที่เท่าไหร่ ต่างหาก โดยให้เน้นที่การกำหนด การดำเนินการที่กระทำได้ว่าจะทำอะไร หรือ การปักหมุดของสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ทางกายภาพที่โดดเด่นออกมาว่า สิ่งเหล่านั้นจะเกิด ณ วันไหน เวลาไหน เพื่อเป็นการควบคุมความเร็วของ project ในการสร้าง New Business นั้น</p>
<p>วันนี้คุณมีเวลา 20% ที่คุณหายใจลืมตาตื่นเพื่อทำสิ่งใหม่ๆแล้วหรือยัง ถ้ายังเมื่อไหร่กัน .. ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวนี้ และเดี๋ยวนี้เท่านั้นที่เป็นสิ่งที่คุณควบคุมตัวคุณเองได้ &#8230;</p>
<h4>คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:</h4><ul><li>การขยายcomfort zone</li><li>วิธีการขยาย comfort zone</li><li>เรื่องเข้าใจผิด Twenty20</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/new-business-friction/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

