<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Rackmanager personal blog note &#187; business IDO</title>
	<atom:link href="http://www.rackmanagerpro.com/category/business-ido/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rackmanagerpro.com</link>
	<description>ก็แค่ ... อยากจะบอก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2010 16:23:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>อยากแนะนำว่าร้านอาหารหรือ Shop offline ขายของควรมี Wifi Free ไว้สร้าง WOM</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 14:33:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[online marketing]]></category>
		<category><![CDATA[wifi]]></category>
		<category><![CDATA[wifi free]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/</guid>
		<description><![CDATA[เขียนหัวเรื่องแบบนี้อาจจะคิดแค่ว่า เอา Wifi มาปะไว้หน้าร้าน เพื่อให้คนเข้าร้านมาใช้ มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมด ผมคิดว่า ประเด็นอีกเรื่องที่คุณๆอาจจะยังไม่คิดหรือคิดไม่ถึงนั้นก็คือ โลกของเราเป็นโลกของการ share ข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือกันแล้วครับ ตอนนี้อย่างที่คุณๆรู้กันว่าผมเปลี่ยนจาก Windows Mobile Phone (HTC Diamond) มาเป็น iPhone 3GS ตัว TOP สุดเท่าที่มันจะมีได้ คือ 32 GB (ไม่รู้ทำไมมันพื้นที่เยอะอย่างงั้น แล้วก็คิดไม่ออกอีกต่างหากว่าจะเอาพื้นที่เยอะๆไปทำไมเพราะเนื้อหาทั้งหมดผมอยู่บน internet อยู่แล้ว) แล้วก็มาสังเกต พฤติกรรมตัวเองว่า ผมใช้มันเพื่ออะไร ทำอะไรกับมันบ้าง มีข้อสังเกตประการหนึ่งก็คือ ถ้าหากว่าผมเดินทางไปร้านอาหารหรือว่าร้านค้า ถ้าหากว่าเค้าบอกว่า Free Wifi &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/freewifi.jpg"><img title="free-wifi" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-right-width: 0px" height="140" alt="free-wifi" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/freewifi_thumb.jpg" width="240" align="left" border="0" /></a> เขียนหัวเรื่องแบบนี้อาจจะคิดแค่ว่า เอา Wifi มาปะไว้หน้าร้าน เพื่อให้คนเข้าร้านมาใช้ มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมด ผมคิดว่า ประเด็นอีกเรื่องที่คุณๆอาจจะยังไม่คิดหรือคิดไม่ถึงนั้นก็คือ โลกของเราเป็นโลกของการ share ข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือกันแล้วครับ </p>
<p>ตอนนี้อย่างที่คุณๆรู้กันว่าผมเปลี่ยนจาก Windows Mobile Phone (HTC Diamond) มาเป็น iPhone 3GS ตัว TOP สุดเท่าที่มันจะมีได้ คือ 32 GB (ไม่รู้ทำไมมันพื้นที่เยอะอย่างงั้น แล้วก็คิดไม่ออกอีกต่างหากว่าจะเอาพื้นที่เยอะๆไปทำไมเพราะเนื้อหาทั้งหมดผมอยู่บน internet อยู่แล้ว) แล้วก็มาสังเกต พฤติกรรมตัวเองว่า ผมใช้มันเพื่ออะไร ทำอะไรกับมันบ้าง </p>
<p>มีข้อสังเกตประการหนึ่งก็คือ ถ้าหากว่าผมเดินทางไปร้านอาหารหรือว่าร้านค้า ถ้าหากว่าเค้าบอกว่า Free Wifi ก็จะควัด iPhone ออกมาแล้วถ่ายภาพ ร้านค้า ร้านอาหารไว้ แล้วก็จัดการ update Twitter + Facebook เพื่อ Share Location บอกพิกัดว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน บอกว่าร้านค้าร้านอาหารนี้อยู่ทีไหน แล้วก็ ถ่ายภาพอาหารหรือของที่คิดว่าน่าสนใจ น่ารักอยากจะบอกคนอื่นครับ </p>
<p>นั้นแปลว่า &quot; <strong>นี่เป็นโอกาสทางการตลาดอย่างแรง !</strong> &quot; ว่าคนที่จะทำหน้าที่ในการโปรโมตร้านค้า สินค้า หรือ ร้านอาหารของคุณ คือ คนที่ควัก iPhone ออกมานั่นเองครับ </p>
<p>ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ ถ้าหากว่ามี Wifi Free กับไม่มี พฤติกรรมผมจะแตกต่างกันออกไป คือ ถ้าหากว่าไม่ Wifi ผมจะรู้อยู่แก่ใจว่า ผมต้องเปิด EDGE เสียก่อนแล้วก็อยากจะ share อาหารที่ผมกินเพื่อเอาไปอวดคนอื่นเค้า ที่เป็นเพื่อนฝูงใน Facebook หรือ Twitter เพราะว่าอาหารมันน่ากินเหลือเกินหรือว่าของหรือสินค้ามันน่ารักอยากให้คนอื่นได้ซื้อเหลือเกิน&#160; แต่ว่า มัน connect เป็น EDGE แปลว่ากระบวนการ upload file ต่อ EDGE จะเริ่มเป็นอุปสรรคกับผม หรือ เค้าเหล่านั้นที่ชอบมีอาการเหมือนกับผม (sharaholics) แล้วก็อาจจะตัดสินใจไม่กระทำการอะไรก็ได้ครับ นั้นก็แปลว่า อดที่จะ promote ร้านค้าของคุณนั่นเอง (เสียใจด้วยน่ะครับ) </p>
<p>ผมว่าเหตุผลของการได้ promote สินค้าหรือบริการด้วยคนอื่น เหมือนกับที่เป็นลักษณะการบอกต่อ ผ่าน Gadget ปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และ ถ้าหากว่าคุณเห็นโอกาสนี้ แน่นอนว่า อยากจะเปิด Wifi ให้กันแบบไม่ต้อง Lock password กันเลยก็่ว่าได้ลองเอาไปคิดดูเองแล้วกันน่ะครับ </p>
<p>ถ้าหากว่าคุณๆเห็นด้วยกับผมรบกวน share Twitter หรือแม้กระทั่ง Copy เนื้อความนี้ไปเผยแพร่กันได้เลยน่ะครับผมไม่หวงห่วง content แต่ประการใดครับ กะว่าเอาให้พวกร้านอาหาร ผู้ประกอบ ห้างร้านรู้เรื่องนี้ เราจะได้มี Wifi ใช้มันทุกที่ที่เราไปเลยดีกว่าน่ะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องง่ายๆที่ต้องระวังและเรื่องที่พึงกระทำถ้าคุณมีร้าน offline และมี website Online</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 May 2010 12:52:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[Blogging marketing]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[marketing with Blog]]></category>
		<category><![CDATA[offline marketing]]></category>
		<category><![CDATA[offline marketing tips]]></category>
		<category><![CDATA[online tools]]></category>
		<category><![CDATA[tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากว่าคุณมีหน้าร้านค้าจริงๆ แล้วอยากจะทำการ promote ผ่านหน้า web online แล้วล่ะก็สิ่งที่จะต้องระวังที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงนั้นมีอยู่เยอะประการครับ ทีนี้ผมจะทำการสรุปเอาไว้เป็นประเด็นๆเลยดีกว่าว่า ถ้าหากว่าอยากจะทำนั้น คุณจะต้องระวังเรื่องอะไรกันมั่ง หรือ มีเรื่องอะไรที่น่าทำมั่งมั้ยน้อ .. อ่านได้จากบทความนี้เลยอ่ะครับ Domain name ไม่ได้สื่อถึงร้านของคุณ เช่นถ้าหากว่าคุณชื่อร้านกิ้กกู่คุณก็ต้องหา Domain name อะไรที่เกี่ยวข้องครับ เพื่อสื่อสารให้คนที่หลงเข้ามาที่หน้าร้านของคุณนั้น รู้แน่ชัดว่าเข้าถูกร้าน และ มันมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับร้านค้าโลกจริงของคุณครับ ไม่ใช่ว่าชือ่ domain name อย่างนึงแล้ว ชื่อหน้าร้านโลกจริงของคุณเป็นอีกชื่อนึงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้อง หรือเหมือนกันแม้แต่น้อยก็จะทำให้เกิดความสับสนได้งวยงงได้น่ะครับ ความคิดนี้แม้ว่าจะเป็นความคิดพื้นฐาน แต่ก็มีคนงงๆ ตั้งมันคนละแบบแล้วน่ะครับ แอบเห็นพวกผู้ประกอบการบางคนทำอย่างงั้นน่ะครับ แปลกดีไม่เข้าใจเหมือนกันว่าละเมอหรือว่าไม่ระวังกันแน่ ?&#160; แล้วก้ไม่แนะนำ ชื่อร้านแล้วต่อคำหน้าด้วย The &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าหากว่าคุณมีหน้าร้านค้าจริงๆ แล้วอยากจะทำการ promote ผ่านหน้า web online แล้วล่ะก็สิ่งที่จะต้องระวังที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงนั้นมีอยู่เยอะประการครับ ทีนี้ผมจะทำการสรุปเอาไว้เป็นประเด็นๆเลยดีกว่าว่า ถ้าหากว่าอยากจะทำนั้น คุณจะต้องระวังเรื่องอะไรกันมั่ง หรือ มีเรื่องอะไรที่น่าทำมั่งมั้ยน้อ .. อ่านได้จากบทความนี้เลยอ่ะครับ </p>
<h3>Domain name ไม่ได้สื่อถึงร้านของคุณ</h3>
<p>เช่นถ้าหากว่าคุณชื่อร้านกิ้กกู่คุณก็ต้องหา <a title="domain name เลือกยังไง" href="http://www.rackmanagerpro.com/basic-web-hosting-domain-name/" target="_blank">Domain name อะไรที่เกี่ยวข้องครับ</a> เพื่อสื่อสารให้คนที่หลงเข้ามาที่หน้าร้านของคุณนั้น รู้แน่ชัดว่าเข้าถูกร้าน และ มันมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับร้านค้าโลกจริงของคุณครับ ไม่ใช่ว่าชือ่ domain name อย่างนึงแล้ว ชื่อหน้าร้านโลกจริงของคุณเป็นอีกชื่อนึงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้อง หรือเหมือนกันแม้แต่น้อยก็จะทำให้เกิดความสับสนได้งวยงงได้น่ะครับ ความคิดนี้แม้ว่าจะเป็นความคิดพื้นฐาน แต่ก็มีคนงงๆ ตั้งมันคนละแบบแล้วน่ะครับ แอบเห็นพวกผู้ประกอบการบางคนทำอย่างงั้นน่ะครับ แปลกดีไม่เข้าใจเหมือนกันว่าละเมอหรือว่าไม่ระวังกันแน่ ?&#160; แล้วก้ไม่แนะนำ ชื่อร้านแล้วต่อคำหน้าด้วย The หรือ Siteตามหลังน่ะครับ เพราะมันทำให้ดูเว็ปเป็นเว็ปรองๆกว่าเว็ปที่ไม่มีคำเหล่านั้นครับ ถ้าหากว่าเป็นไปได้ แนะนำในทางกลับกันคือว่าให้เลือก Domain name เสียก่อนแล้ว ค่อยตั้งชื่อร้านจะดีกว่าครับ&#160; </p>
<table cellspacing="0" cellpadding="2" width="527" border="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="49"><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip.png"><img title="1273063625_ktip" style="border-top-width: 0px; display: block; border-left-width: 0px; float: none; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; margin-right: auto; border-right-width: 0px" height="64" alt="1273063625_ktip" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip_thumb.png" width="64" border="0" /></a> </td>
<td valign="top" width="476"><strong>TIP </strong>: ถ้าหากว่า domain name ของคุณมีเจ้าของแล้ว ไม่ว่าจะเป็น dot com หรือว่า dot net แนะนำว่าถ้าลูกค้าคุณเป็นคนไทยและคุณเป็นคนไทยแล้ว จะมีอีกทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อยก็คือ การใช้ สกุล ดอทไอเอ็นดอททีเอชครับผม (.in.th) มันจะอ่านได้ อินไทย หรือสื่อความได้ว่า มันอยู่ในประเทศไทยน่ะครับ เพราะว่า ถ้าอยากจะใช้ dot นี้คุณต้องเป็นคนไทยเท่านั้นน่ะครับ </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p> <span id="more-815"></span><br />
<h3>Theme ของเว็ปไซท์ ควรเป็นอารมณ์เดียวกับร้านค้าจริง</h3>
<p>Theme website มันก็จะเป็นเหมือนกับหน้ากากหรือกรอบ ความรู้สึกของร้านค้าครับ ถ้าหากว่าเราทำการตกแต่งร้านค้าแบบหนึ่งแล้วเราออกแบบ website อีกแบบหนึ่ง มันก็จะทำให้คนที่เข้ามาที่ร้าน แล้วไปดูเว็ป หรือว่าดูเว็ปแล้วไปที่ร้านจะให้อารมณ์ขาดตอนยังกะเป็นคนละร้านกันอย่างงั้น (อาจจะอาการเหมือนกับ domain name เมื่อสักครู่นี้น่ะครับ ) เช่น ถ้าหากว่าร้านคุณหวานซะเหลือเกิน แล้วปรากฏว่า ร้านค้าจริงของคุณออกมาดูเป็นแบบขายส่งสุดๆ ไม่ได้หวานเหมือนกะในเว็ป ผมว่ามันก็แปลกๆอยู่ เหตุการณ์นี้จะทำให้คนที่มาเจอเราทาง website แล้วเดินทีไปร้านหลุดอารมณ์ไปได้น่ะครับ</p>
<table cellspacing="0" cellpadding="2" width="527" border="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="49"><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip.png"><img title="1273063625_ktip" style="border-top-width: 0px; display: block; border-left-width: 0px; float: none; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; margin-right: auto; border-right-width: 0px" height="64" alt="1273063625_ktip" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip_thumb.png" width="64" border="0" /></a> </td>
<td valign="top" width="476"><strong>TIP :</strong>&#160; แท้ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ยากเย็นอะไรถ้าหากว่าอยากจะทำให้ Theme ร้านและ Theme online website ให้เหมือนกันก็แค่ใช้ Logo โทนสี และ คนวาดภาพ Graphic คนเดียวกันทั้งหมด หรือ ใช้ Graphic ชุดเดียวกันในการทำ Theme online ครับ เท่านั้นเองครับ </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong></strong></p>
<h3>การเดินทางมาและแผนที่จะมาร้านต้องมาได้จริง</h3>
<p>ตอนแรกผมคิดว่าแผนที่ Google maps จะช่วยเราได้ แต่แท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO YOUTUBE CLIP ยึด Keyword ด้วย Youtube</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/keyword-youtube-seo/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/keyword-youtube-seo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Apr 2010 14:55:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[keyword]]></category>
		<category><![CDATA[seo]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/keyword-youtube-seo/</guid>
		<description><![CDATA[วิธีลัดการในขึ้นอันดับการค้นหาของ Google วิธีหนึ่งที่คนไม่ค่อยจะสังเกตกันเท่าไหร่ว่าเป็นไปได้คือ การเอา vdo content ใน Youtube ขึ้นให้ตรงกับ Keyword ที่เราต้องการอยากจะได้มาเป็นของตัวเองครับ ตอนนี้ผมยังไม่รู้หรอกว่าเงื่อนไขอะไรจะทำให้ Clip Youtube มันขึ้นใน SERP (search engine result page) แต่ก็เห็นอยู่หลายครั้งแล้ว ที่สินค้าหรือบริการจะมีการกล่างอ้างถึงใน Youtube Clip ครับ คุณอาจจะสงสัยว่า อืม ทำไมไม่สนใจที่ image results ตอนที่ค้นหาด้วยล่ะ ก็เพราะว่า ผมคิดไม่ออกว่าจะมีคนที่อยากจะซื้อสินค้าหรือบริการที่อยากจะซื้อด้วยเหตุผลเพราะเห็นรูปเหรอป่าว ยกเว้นสินค้าที่ รูปลักษณ์จะเป็นตัวตัดสินใจให้กับคนที่ทำการค้นหาข้อมูลเหล่านั้นอยู่ครับ เช่น ถ้าหากว่าคุณรับติดตั้งแอร์ คุณอาจจะไปดัก youtube clip &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/keyword-youtube-seo/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img title="building-keyword-lists" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-left: 0px; margin-right: 0px; border-bottom: 0px" height="213" alt="building-keyword-lists" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/04/buildingkeywordlists.jpg" width="244" align="left" border="0" /> วิธีลัดการในขึ้นอันดับการค้นหาของ Google วิธีหนึ่งที่คนไม่ค่อยจะสังเกตกันเท่าไหร่ว่าเป็นไปได้คือ การเอา vdo content ใน Youtube ขึ้นให้ตรงกับ Keyword ที่เราต้องการอยากจะได้มาเป็นของตัวเองครับ </p>
<p>ตอนนี้ผมยังไม่รู้หรอกว่าเงื่อนไขอะไรจะทำให้ Clip Youtube มันขึ้นใน SERP (search engine result page) แต่ก็เห็นอยู่หลายครั้งแล้ว ที่สินค้าหรือบริการจะมีการกล่างอ้างถึงใน Youtube Clip ครับ </p>
<p>คุณอาจจะสงสัยว่า อืม ทำไมไม่สนใจที่ image results ตอนที่ค้นหาด้วยล่ะ ก็เพราะว่า ผมคิดไม่ออกว่าจะมีคนที่อยากจะซื้อสินค้าหรือบริการที่อยากจะซื้อด้วยเหตุผลเพราะเห็นรูปเหรอป่าว ยกเว้นสินค้าที่ รูปลักษณ์จะเป็นตัวตัดสินใจให้กับคนที่ทำการค้นหาข้อมูลเหล่านั้นอยู่ครับ เช่น ถ้าหากว่าคุณรับติดตั้งแอร์ คุณอาจจะไปดัก youtube clip ด้วยวิธีการติดตั้งแอร์แบบมือไม่อาชีพทิ้งเอาไว้ แต่ว่าสุดท้ายคุณก็อาจจะบอกว่าถ้าหากว่าจะให้คนอื่นติดตั้งให้ เพราะว่ามันยุ่งยากมากมายแล้วล่ะก็เข้าไปที่ link นี้หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ มันจะตรงประเด็นมากกว่าน่ะครับ </p>
<p>ส่วนมากแล้ว คนที่จะทำการค้นหา Youtube ในประเทศไทยผมเดาเอาก่อนว่า จะดูพวกละครย้อนหลัง หรือไม่ก็รายการโทรทัศน์ ย้อนหลัง เพราะบ้านเมืองเราไม่มี website ที่เป็นสายตรงทางด้านนี้ครับ ไม่เหมือนกับประเทศนอกที่เค้ามีเอาไว้เป็นพิเศษเลย ซึ่งจะไม่ต้องพึ่งพา youtube ในการแสดงผลการค้นหาเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และอีกเหตุผลคือ บ้านเมืองประเทศนอกนี่เค้าคิดมากเรื่องความเป็นลิขสิทธิ์ครับ แต่บ้านเรา เรื่องนี้ไม่ได้ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่ แม้ Google Youtube จะ serious เรื่องนี้อยู่ก็ตาม แต่ถ้าหาก่วาไม่มีใครมา active อะไรแล้วไซร้ ฤา Google จะออกแรงเพื่อ remove content เหล่านั้นออกไปเองอย่างงั้นเหรอ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าคุณ Google ว่า โคนัน ก็จะเจอการ์ตูนโคนันให้ดูทั้งที่เป็น Conan the Movie และที่เป็นตอนๆ ที่ภาคภาษาไทยเสร็จศัพท์ ซึ่งผมก็ชอบดูน่ะครับไม่อยากจะให้ remove ออกสักเท่าไหร่ ว่างๆผมก็เอา Conan มาดูซะห่นอยเพิ่มความโหดให้กับตัวเองเข้าไปในสายเลือดว่าอย่างงั้น (ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นการ์ตูนให้เด็กๆดูน่ะครับ แต่ถ้าหากว่าคุณผู้ใหญ่ไม่เคยดู ก็จะไม่รู้หรอกว่า มันไม่ค่อยจะเหมาะกับเด็กมากสักเท่าไหร่ ลองดูเองแล้วกันแล้วจะรู้ว่ามันไม่เหมาะน่ะครับ ) </p>
<p>นอกจากพวกละคงละครแล้วก็จะเป็น MV เพลงต่างๆครับ พวกนี้จะค้นหาเป็นพวก Karaoke กันเลยซึ่งผมก็ชอบอีกน่ะหละ เพราะว่าจะได้เอาไปฝึกร้องได้ครับ โดยการปรับเสียงให้ออกลำโพงด้านเดียวเท่านั้นจะก็ได้ยินเฉพาะเพลงแล้วเราก็ร้องได้ไม่อั้น ได้อย่างไม่สนใจเรื่องลิขสิทธิ์อีกเหมือนเดิม (ดีเนาะบ้านเมืองเรา เฮ้อ ..) </p>
<p>สุดท้ายแล้ว Youtube จะเป็นแหล่งของข้อมูลพวก How to ทั้งหลายแหล่ เพราะว่า การอธิบายเรื่องราวใดทำเป็น vdo clip เพื่อบอกคนอื่น มันจะทำได้ง่ายและ เข้าใจได้ดีกว่า (แต่ว่าเสียเวลาในการดูเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกับที่เป็น text เอาไว้ มันจะอ่านตรงไหนเมื่อไหร่ เร็วแค่ไหนก็ไม่มีคนว่าอะไรน่ะครับ) </p>
<p>เกริ่นมาเสียยาว ก็ผมกำลังจะบอกว่าถ้าหากว่าคุณขายของหรือคุณขายบริการใดๆที่พอจะเล่าเรื่องราวเชิง how to ได้ก็อยากจะให้ทำ content เป็น Youtube file เอาไว้น่ะครับแล้วก็ Post ขึ้นไปเลยครับ โดยวิธีการก็ไม่ยาก คุณอาจจะเลือก TOPIC ที่คุณมีความเป็นมืออาชีพมากๆ เอามาอธิบายให้คนที่ไม่ได้เป็นมืออาชีพเข้าใจ เช่น ถ้าหากว่าคุณขาย wine คุณก็บอกคนอื่นซิครับ ว่าคุณเล<br />
ือกซื้อ wine เพราะเหตุผลอะไรและแนะนำตัวไหน แล้วก็สุดท้าย หรือ ก่อนเข้า clip ก็บอกซะหน่อยว่าคุณเป็นร้านขายไวน์อยู่ไหนอย่างไร มี link website ให้เสร็จคนดูจบก็จะได้เข้าไปดูที่เว้ปคุณยังไงล่ะครับ </p>
<h5>เทคนิค และ TIP เล็กๆน้อยเพื่อให้ได้ Keyword ที่อยากได้ด้วย Youtube    <br /></h5>
<p>นอกจาก content ที่คุณจะต้องคิดว่า อะไรเหมาะกับสินค้าหรือบริการของคุณแล้ว คุณต้องคิดมากเรื่อง SEO เพื่อ Youtube Clip อีกด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรหรอกครับ ก็คือ คุณจะต้องมี Keyword ที่อยากจะเอามาเป็นพระเอก อยู่ที่ตอนแรกของ Title ของ clip คุณ แล้วก็ประมาณว่าปิดท้ายด้วย Keyword เดียวกันนั้นในเนื้อหาของ Title คุณเช่น &quot;วิธีการเลือกไวน์ &#8212; ประโยชน์ของวิธีเลือกไวน์ง่ายๆว่าไวน์ไหนดีไม่ดี&quot;ประมาณนี้น่ะครับแต่ว่าจริงๆแล้วผมว่าช่องมันจะให้กรอกข้อมูลน้อยกว่านี้น่ะครับก็ต้องปรับแต่งคำให้เหมาะแล้วกันแต่ว่าอยากมี Keyword อะไรก็ใส่เข้าไปเป็นคำแรก แล้วก็ในเนื้อหาของ Title มีอีกสักหน่อยซ้ำกันก็เป็นเรื่องดีครับ </p>
<p>ใน Tag&#160; ก็ต้องใส่ Keyword นั้นๆด้วยครับอันนี้เป็น sense อยู่แล้วแต่ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ใส่ก็เสียโอกาสไปซะงั้นครับ </p>
<p>ที่แรกสุดท้าย Description ของ Youtube Clip ของคุณ ผมสังเกตมานักต่อนักแล้วว่า แม้แต่ตัวผมเอง ผมจะกด Link ทันทีที่เข้าไปที่หน้า Youtube ที่แสดง vdo ที่ผมสนใจเพื่อดูว่า เว็ปของตาคนนี้ที่สร้าง Youtube Content เนี่ยะมันหน้าตาเป็นยังไงเผื่อว่าอาจจะมีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้อีก เพราะงั้นแล้ว สรุปคือว่า คุณต้องเอา http ลิงค์ของคุณใส่ไว้ที่ Description ไว้ตอนแรกเลยครับ เพราะถ้าหากว่าอยู่ไกลว่าตอนแรกแล้ว มันจะโดนย่อหดหายไม่เห็น link ครับ (เหตุผลก็เท่านี้เอง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ถ้าหากว่ามันย่อคนไม่เห็น link แล้วจะไปกดได้ยังไงล่ะครับ จริงเหรอป่าวอ่ะ ..) </p>
<p>ถ้าหากว่าคุณโชคไม่ดีที่ Keyword ของคุณดั้นมีการทำ Clip youtube ไปเยอะมากแล้ว คุณก็อาจจะตกอันดับ ในการค้นหาด้วย youtube ได้น่ะครับ เพราะงั้นแล้ววิธีการที่คุณจะไปโผล่หน้าแรกได้ก็อาจจะต้องทำการ Post ใน Comment แทนทั้งของ Clip Youtube ที่ keyword ที่คุณอยากจะได้แสดงอยู่ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีการนี้ผมว่าเป็นวิธีการรองมากกว่า เน้นพิมพ์ Title และก็บอกคำอธิบายอะไรให้ดีๆจะเป็นการดีมากกว่ามากน่ะครับเพราะผมเชื่อว่าตอนนี้ไม่มีคนทำอะไรเกี่ยวกับเรื่อง Youtube กันเลยก็ว่าได้ </p>
<p>ถ้าหากว่าอยากจะยึดจริงจังกันเลยแบบว่าไม่ต้องให้คนอื่นเข้ามาข้องแวะอาจจะทำ file Youtube ให้มากไว้ เช่น เรื่องเดียวกันทำมัน 5 แบบเลย แล้วก็พิมพ์ title ที่แตกต่างกันก็ได้ เพื่อยึด keyword แบบทั้งหาด เอามันให้หมดว่าอย่างงั้น แต่ว่าข้อสำคัญก็คือว่า &quot;Google รู้นะครับว่า Clip ใดเหมือนกัน&quot; จะโดนเรื่องเป็น เนื้อหาซ้ำซ้อนได้ แต่วิธีการแก้ผมว่าตอนนี้ technology ของ Google เอายังไม่น่าจะทำการเปรียบเทียบภาพ VDO ได้หรอกครับ เค้าก็แค่ดูว่า เนื้อความมีวินาที ที่เท่าๆกันแป้ะเลยเหรอป่าวแค่นั้นเองแล้วก็ดูเวลา post ว่าเพิ่งจะ post เหมือนกันเหรอป่าว แน่นอนว่า มันป้องกัน legitimate duplicate content จริงๆน่ะครับ แต่ว่าเราจะโกงนิดหน่อยก็แค่ว่าใส่ title ให้แตกต่าง ใส่ title ตอนแรกเหมือนกับที่บอกว่า เว็ปไหนเข้าไปในตอนแรกของ vdo ด้วยวินาทีที่ไม่เท่ากันก็เป็นวิธีการแก้ไขแล้วครับ เอาเป็นว่าทำให้มันขนาด file ไม่เท่า ความยาวของ clip ไม่เท่าแค่นี้ Google จะให้หุ่นยนต์หรือ Logic ในการตรวจสอบว่ามันเหมือนกันก็ทำไม่ได้แล้วน่ะครับ (แต่ก็อีกสุดท่าย Google ก็จะพยายาทำมันน่ะครับ แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่าจะทำยังไงได้น่ะครับถ้าไม่ให้คนมามองเองซึ่งแน่นอนว่าคนไม่ทำอยู่แล้วมันถึกเกิน) ความยาวไฟล์เวลาไม่ควรจะเกิน 3 นาที หรือว่าถ้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/keyword-youtube-seo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>product that fail : โดนตีจากสินค้าประเภทอื่นที่ทำงานแทนกันได้</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Apr 2010 12:09:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[product]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการค้นหาสินค้าใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดการผลิตสินค้าใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[มีอีกเหตุผลหนึ่งที่สินค้าใดๆที่ออกมาแล้วกลับขายไม่ได้ก็เพราะว่า &#34;มันมีสินค้าอื่นมาทดแทนแล้วมันก็ใช้การได้เหมือนกันซะดว้ยซิ&#34; อาการแบบนี้ผมเจอกับตัวเองเลยน่ะครับ (แต่ว่าเป็น product ของคนอื่นน่ะครับ) นั่นก็คือ กระดาน electronic&#160; มีอยู่พักหนึ่งที่ผมเคยเห็นสินค้าประเภทนี้วางขายคือมันเขียนขึ้นไปแล้วมันก็ทำการบันทึกเป็น file ภาพออกมาให้ด้วย มันอาจจะทำงานจากแรงกดของปากกาก็ได้อันนี้ผมไม่แน่ใจ หลักการทำงานของมันสักเท่าไหร่หรอกครับ หลักๆจะเอาไว้เขียนเพื่อ present งานกันหรือว่าเพื่อระดมสมองบนกระดาน whiteboard กันน่ะครับ ซึ่งนานๆทีผมก็จะทำน่ะครับ แต่ว่าส่วนมากผมจะใช้เขียนสรุปความและ action ที่จะกระทำมากกว่า แต่ว่าประเด็นคือ สินค้าเหล่านี้จะตายไปในทันที โดยโดนสินค้าที่อยู่คนละหมวดแบบหลุดโลกทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือ &#34;มือถือ&#34; ครับ เพราะว่าตอนนี้มือถือมันถ่ายภาพได้ชัดเจนมากขึ้นครับ แล้วหน่วยความจำก็เหลือเฟือซะด้วยซิ วิธีการใช้ก็เหมือนกับที่คุณๆคิดออกนั่นน่ะหละ ก็คือ ว่าเมื่อเขียนกระดานจบก็ควักมือถือออกมาถ่ายซะงั้น แล้วก็กดส่งไฟล์ไปให้ทุกคนทันทีก็ได้ครับ หรือว่าจะกดสั่ง print ออกมาเลยก็สุดแล้วแต่ว่าคุณทำการเชื่อมต่อ wifi หรือ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีอีกเหตุผลหนึ่งที่สินค้าใดๆที่ออกมาแล้วกลับขายไม่ได้ก็เพราะว่า &quot;มันมีสินค้าอื่นมาทดแทนแล้วมันก็ใช้การได้เหมือนกันซะดว้ยซิ&quot; อาการแบบนี้ผมเจอกับตัวเองเลยน่ะครับ (แต่ว่าเป็น product ของคนอื่นน่ะครับ) นั่นก็คือ กระดาน electronic&#160; </p>
<p>มีอยู่พักหนึ่งที่ผมเคยเห็นสินค้าประเภทนี้วางขายคือมันเขียนขึ้นไปแล้วมันก็ทำการบันทึกเป็น file ภาพออกมาให้ด้วย มันอาจจะทำงานจากแรงกดของปากกาก็ได้อันนี้ผมไม่แน่ใจ หลักการทำงานของมันสักเท่าไหร่หรอกครับ หลักๆจะเอาไว้เขียนเพื่อ present งานกันหรือว่าเพื่อระดมสมองบนกระดาน whiteboard กันน่ะครับ ซึ่งนานๆทีผมก็จะทำน่ะครับ แต่ว่าส่วนมากผมจะใช้เขียนสรุปความและ action ที่จะกระทำมากกว่า แต่ว่าประเด็นคือ สินค้าเหล่านี้จะตายไปในทันที โดยโดนสินค้าที่อยู่คนละหมวดแบบหลุดโลกทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือ &quot;มือถือ&quot; ครับ </p>
<p>เพราะว่าตอนนี้มือถือมันถ่ายภาพได้ชัดเจนมากขึ้นครับ แล้วหน่วยความจำก็เหลือเฟือซะด้วยซิ วิธีการใช้ก็เหมือนกับที่คุณๆคิดออกนั่นน่ะหละ ก็คือ ว่าเมื่อเขียนกระดานจบก็ควักมือถือออกมาถ่ายซะงั้น แล้วก็กดส่งไฟล์ไปให้ทุกคนทันทีก็ได้ครับ หรือว่าจะกดสั่ง print ออกมาเลยก็สุดแล้วแต่ว่าคุณทำการเชื่อมต่อ wifi หรือ Bluetooth เหรอป่าวครับ แปลว่า กระดานแบบนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป แล้วก็กลับไปใช้กระดานธรรมดาที่เจอที่ไหนก็ได้ หรือว่าเป็นกระดาษก็ยังได้เล้ย ไม่ต้องเป็นกระดานหรอกถ้าหากว่ากลุ่มมันเล็กมากแล้วสุมหัวกันได้น่ะครับ </p>
<p>เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าสินค้าใดๆ ก็จะโดนสินค้าอื่นๆ ที่อยู่คนละโลกเข้าโจมตีได้อย่างไม่น่าเชื่อเพราะว่ามันแทนการใช้งานกันได้ครับ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำสินค้าอะไรก็แล้วแต่ มันหยุดไม่ได้ครับ คุณก็ต้องหาทางปรับสินค้าของคุณให้ไปตีการใช้งานอื่นๆ ครับ ไม่ใช่มารอให้สินค้าอื่นๆ มาตีคุณซะงั้นครับผม .. ไปตีคนอื่นซะนะ &gt;&lt;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่ขาดหายไปในรถปัจจุบันเพื่อให้รถ . ทำอะไรได้มากขึ้น</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/bluetooth-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/bluetooth-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Apr 2010 12:06:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[audio car]]></category>
		<category><![CDATA[bluetooth]]></category>
		<category><![CDATA[car]]></category>
		<category><![CDATA[Geek car]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/bluetooth-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88/</guid>
		<description><![CDATA[ล่าสุดผมไปงาน motor show มาน่ะครับแล้วทีนี้ผมก็ไม่ได้สังเกตรูปลักษณ์หรือ pretty น่ารักๆสักเท่าไหร่ ไม่ได้เพราะว่าตายด้านแต่ประการใดน่ะครับ (เหมือนเดิมแข็งแรง fitness เป็นประจำจะมาตายอะไรตอนนี้ &#62;&#60; ) แต่ว่าสิ่งที่ผมสังเกตอีกเรื่องก็คือ ว่ารถบ้านเราไม่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้คนที่เป็น Geek ใช้งานเลยแม้แต่น้อยครับ เพราะว่า Bluetooth ถ้าหากว่ารถมีก็มันเอาไว้ใช้กับ hand free ได้อย่างเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าหากว่าจะ install Bluetooth receiver เนี่ยะ น่าจะใช้เป็น แบบที่ transfer ข้อมูลเพลง stereo กันได้เลยไม่ดีกว่ามั้ย เพราะว่าตอนนี้ทุกๆคนก็มี เครื่อง pda หรือว่าพวก smartphone ไม่ก็เป็นพวก &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/bluetooth-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ล่าสุดผมไปงาน motor show มาน่ะครับแล้วทีนี้ผมก็ไม่ได้สังเกตรูปลักษณ์หรือ pretty น่ารักๆสักเท่าไหร่ ไม่ได้เพราะว่าตายด้านแต่ประการใดน่ะครับ (เหมือนเดิมแข็งแรง fitness เป็นประจำจะมาตายอะไรตอนนี้ &gt;&lt; ) แต่ว่าสิ่งที่ผมสังเกตอีกเรื่องก็คือ ว่ารถบ้านเราไม่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้คนที่เป็น Geek ใช้งานเลยแม้แต่น้อยครับ เพราะว่า Bluetooth ถ้าหากว่ารถมีก็มันเอาไว้ใช้กับ hand free ได้อย่างเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าหากว่าจะ install Bluetooth receiver เนี่ยะ น่าจะใช้เป็น แบบที่ transfer ข้อมูลเพลง stereo กันได้เลยไม่ดีกว่ามั้ย เพราะว่าตอนนี้ทุกๆคนก็มี เครื่อง pda หรือว่าพวก smartphone ไม่ก็เป็นพวก iPhone อยู่แล้วซึ่งบอกนี้ก็เป็นเหมือนกับอุปกรณ์ที่บันทึกเพลงเอาไว้ติดตัวไว้ตลอดเวลาครับ แผน MP3 ที่ใส่เนี่ยะถ้าหากว่าจะเลิกก็เลิกไปได้เลยน่ะครับ เพราะว่ามันใส่เพลงก็ใส่ได้น้อยแล้วก็ทำให้รถมีแผ่น CD mp3 ของ copy กองเกลื่อนรถผมว่าเกะกะน่ะครับนั่น </p>
<p>เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ผมมองเพื่อให้รถมันทำอย่างที่ผมอยากจะให้เป็นก็คือ </p>
<p>- มันต้องนำทางได้แน่นอนว่าถ้าหากว่าผมแนะนำก็จะไม่เอาแบบที่มี GPS ติดไว้ที่รถเพราะว่านอกจากแพงแล้วมันเอาออกมาใช้คันอื่นไม่ได้ด้วย&#160; . </p>
<p>- มันจะต้อง hand free bluetooth ผมได้ </p>
<p>- มันจะต้อง Bluetooth แบบส่งผ่านข้อมูลเพลงกันได้ </p>
<p>- มันจะต้องใส่ SDcard ได้หรือว่าใส่ Thumbdrive แล้วเอาเพลงมาไล่เปิดได้ </p>
<p>สรุปแล้วโดย Default ของรถบางคันผมก็เริ่มเห็นน่ะครับที่มันจะเป็นแบบนี้ แต่ว่าที่ผมเห็นจะไม่ได้มีครบตาม ทีว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วคงต้องหาอุปกรณ์เพิ่มครับ แล้วก็ได้มาแล้วด้วย อุปกรณ์ที่ว่านี้ ก็คือ อุปกรณ์ที่เสียบไฟฟ้าเข้ากับรูเสียบไฟบุหรี่ แล้วก็มันทำหน้าที่รับ Bluetooth ทั้งสองแบบไมว่าจะเป็น hand free และรับเพลงจาก HTC diamond ของผมแล้วก็มัน Transfer เสียงออกไปยังลำโพงสเตอริโอผ่าน FM ครับ โดยการปรับคลื่นของวิทยุให้ตรงกับคลื่นของเครื่องที่ว่านี้มันก็จะได้ยินเสียงจากลำโพงรถแล้วน่ะครับ &gt;&lt; ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าคลื่น fm เนี่ยะ เราเอามาใช้เพื่อส่งถ่ายข้อมูลเสียงกันได้แบบนี้ แต่ว่ามันทำได้จริงๆน่ะครับ ถ้าหากว่าผมได้รถใหม่มาแล้วผมเอาเครื่องนี้ไปติดตั้งทดสอบใช้แล้วผมจะเอามาโม้ให้ฟังอีกเนาะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/bluetooth-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การคิดวางแผนระยะยาวเป็นเรื่องคาดเดา และ ลองคิดให้สั้นเข้าดีกว่าเพื่อการตัดสินใจที่ฉลาดกว่าเดิม</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Apr 2010 12:01:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[thought]]></category>
		<category><![CDATA[time delay]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/</guid>
		<description><![CDATA[&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211; note : ปกติเนื้อความเชิงนี้จะอยู่ที่ blogspot ที่ผมพิมพ์เก็บเอาไว้น่ะครับแต่ว่าปีนี้ผมกะว่าจะยุบเนื้อหาให้เหลือเอาไว้ที่เดียวคือที่ rackmanagerpro.com นี้น่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าอยากอ่านเรื่องประมาณนี้ ก็แวะเข้าไปดูได้ที่ Blogspot ของผมกันได้น่ะครับ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือว่า ผมอยากขขาย ZONE เนื้อหาให้มีความเป็น personal มากขึ้นที่ website แห่งนี้ด้วยน่ะครับ ท่าทางว่าจะเจ๋งดีครับก็ลองอ่านดูเองแล้วกันนะครับเผื่อว่าจะถูกใจเป็นแฟนพันธ์แท้กันได้ครับ &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211; วันก่อนผมมีโอกาสมานั่งคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำเสนอสินค้าให้กับคนที่มีโอกาสเป็นคู่แข่งได้ในสินค้าที่คตัวเองไม่สามารถที่จะทำตลาดได้ ปรากฏว่า ก็เริ่มคิดว่า ถ้าหากว่าเรานำเสนอและ ลูกค้าคนนี้เกิดทำตลาดได้จะเป็นอย่างไรกัน ปรากฏว่า outcome หรือผลลัพธ์ มันออกมาได้เยอะแบบมากๆ จนแทบคิดไม่ได้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรกันแน่ ตอนนั้นผมก็คิดว่า เราอาจจะใช้ Decision tree เข้ามาใช้ได้ซึ่งแท้ที่จริงแล้วถ้าหากว่าเป็นเลือกของโลกความจริง (real world situation) &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;   <br /><em>note : ปกติเนื้อความเชิงนี้จะอยู่ที่ blogspot ที่ผมพิมพ์เก็บเอาไว้น่ะครับแต่ว่าปีนี้ผมกะว่าจะยุบเนื้อหาให้เหลือเอาไว้ที่เดียวคือที่ <a href="http://www.rackmanagerpro.com" target="_blank">rackmanagerpro.com</a> นี้น่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าอยากอ่านเรื่องประมาณนี้ ก็แวะเข้าไปดูได้ที่ <a href="http://rackmanager.blogspot.com" target="_blank">Blogspot</a> ของผมกันได้น่ะครับ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือว่า ผมอยากขขาย ZONE เนื้อหาให้มีความเป็น personal มากขึ้นที่ website แห่งนี้ด้วยน่ะครับ ท่าทางว่าจะเจ๋งดีครับก็ลองอ่านดูเองแล้วกันนะครับเผื่อว่าจะถูกใจเป็นแฟนพันธ์แท้กันได้ครับ</em>    <br />&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211; </p>
<p>วันก่อนผมมีโอกาสมานั่งคิดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำเสนอสินค้าให้กับคนที่มีโอกาสเป็นคู่แข่งได้ในสินค้าที่คตัวเองไม่สามารถที่จะทำตลาดได้ ปรากฏว่า ก็เริ่มคิดว่า ถ้าหากว่าเรานำเสนอและ ลูกค้าคนนี้เกิดทำตลาดได้จะเป็นอย่างไรกัน ปรากฏว่า outcome หรือผลลัพธ์ มันออกมาได้เยอะแบบมากๆ จนแทบคิดไม่ได้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรกันแน่ ตอนนั้นผมก็คิดว่า เราอาจจะใช้ Decision tree เข้ามาใช้ได้ซึ่งแท้ที่จริงแล้วถ้าหากว่าเป็นเลือกของโลกความจริง (real world situation) ไม่สามารถที่จะใช้ Decision Tree เพื่อกำหนด outcome ได้ในทุกกรณีได้ เพราะมันไม่ได้เป็นตัวเลขยังไงล่ะครับ .. แล้วมันก็ไม่สามารถแปลงผลลัพธ์ทั้งหมออกมาเป็นตัวเลขได้อีกต่างหาก </p>
<p>มันอาจจะเป็นการใช้วิธีคิดที่ผิดวิธีการไปหน่อยก็อาจจะเป็นไปได้ครับ ก็เลยคิดว่า มันเป็นเรื่องของการคิดแบบ Game theory หรือเปล่าน้า แต่ก็อีก สมมุติฐานหนึ่งของ Game theory คือ เรารู้เขารู้เราและผู้เล่นทั้งสองฝ่ายมีความเป็น rational สุดๆ หรือเรียกได้ว่า Logic สุดๆเท่าที่โลกเราจะคิดได้ครับ ซึ่งแปลว่าเรื่องนี้จะผ่านกระบวนการคิดอย่างจริงจังทั้งสองฝ่าย นั่นก็แปลความได้เหมือนเดิมน่ะครับ เอาแค่ว่า ตัวผมคิดก็คิดไม่ได้ทั้งหมดแล้ว หรือว่าก็ไม่ได้มีเหตุมีผลได้อย่างสมบูรณ์ขนาดนั้นครับ ก็เลยคิดเอาว่า อย่าไปคิดอะไรอย่างงั้นดีกว่าครับ </p>
<p>ลองกลับไปมองอีกแบบว่า เราคิดอะไรที่มันเยอะ case และผลลัพธ์ที่จะออกมามันทำนายผลไม่ได้ทั้งหมด ก็เลยต้องคิดให้ง่ายกว่าเดิมน่ะครับ คือ คิดแค่เหตุผลตรงหน้าพอ (ไม่ต้องคิดลึก) เพราะอะไรน่ะครับ เพราะถ้าหากว่าเรารู้ผลลัพธ์มากขึ้นการคิดตัดสินใจใดๆมันจะง่ายมากขึ้นดว่าเดิมยังไงล่ะครับ เหตุผลก็ง่ายๆแค่นี้น่ะหละครับ .. </p>
<p>ตัดสินใจเรื่องเล็กง่ายกว่าตัดสินใจในเรื่องใหญ่ เรื่องแบบนี้ผมไม่ต้องบอกใครๆก็รู้แต่ว่าคนเรามักอยากจะคิดและตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญในผลลัพธ์นั้นๆ ถ้าหากว่ามันออกมาดีครับ แต่ว่าถ้าออกมาไม่ดีก็ลืมๆไปซะ ก็ไม่ได้มีใครจะมาว่าได้กันได้อยู่แล้วล่ะครับ ใครๆก็รู้วิธีทางหนีทีไล่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ time delay ปล่อยมันช้าหน่อยคนอืน่ก็จะลืมไป หรือว่าจะใช้วิธีการหาเหตุผลใดๆ เพื่อให้เป็นแพะแทนก็ได้ไม่ยากน่ะครับ เรื่องแบบนี้คุณเจอเองคุณก็จะคิดออกได้ไม่ยากว่าจะต้องโบ้ยไปยังเหตุผลเรื่องใดครับ </p>
<p>การตัดสินใจเรื่องเล็กๆไม่ได้แปลว่าคุณไม่ได้คิดใหญ่แต่อย่างใด การตัดสินใจเรื่องเล็กแปลว่า มันจะตัดสินใจได้ไม่ยาก คิดไม่ยาก และ เราจะรอให้เกิดผลลัพธ์ออกมาก่อน เพื่อตัดสินใจเล็กครั้งต่อไปน่ะครับ ถ้าหากว่ามีอะไรผิดพลาดไปเราก็แค่ ซอ่มมันเท่านั้นเอง ไม่จะไม่ได้เป็นเรื่องที่ถอยไม่ได้หรือว่ากลับลำไม่ได้ ลองคิดดูซิครับ ว่าถ้าหากว่าเราตัดสินใจโดยเหมารวบเรื่องทั้งหมดให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ตัดสินใ<br />
จไปซะ ถ้าหากว่ามีอะไรผิดพลาดไป แล้วเกิดการลงทุนไปแล้ว เราจะเกิด sunk cost หรือต้นทุนจมที่ผมเคยอธิบายเอาไว้แล้วก่อนหน้า (ที่ <a href="http://rackmangaer.blogspot.com">http://rackmangaer.blogspot.com</a> ค้นหาคำว่า sunk cost ครับ) ทำให้คนเราหลงผิดหนักไปเรื่อยน่ะครับ โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า คุณโดนจิตตัวเองหลอก ทำให้ตัดสินใจต่อไปด้วยความผิดพลาดที่ตัวเองก็ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ </p>
<p>เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากว่าจะทำอะไรให้เดินหน้าด้วยเวลาอันสั้น สิ่งที่จะต้องทำคือ คิดการใหญ่ ตั้งเป้าหมายเอาไว้แค่ในใจก็ได้ว่าจะทำอะไร แล้วก็ลองเดินดุ่มๆทำดู กล้าตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ โดยต้องทำเรื่องทั้งหมดให้เป็นเรื่องเล็กด้วยน่ะครับ เราก็จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองแบบว่า ถ้าคิดผิดก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ซ่อมมันได้ไม่ยากไม่มีทุนจมทางความคิดอีกตะหาก ตัวอย่าง ที่ผมเห็นก็ออกจะมีเยอะแยะน่ะครับ เรื่องทำการเรื่องใหญ่ให้เป้นเรื่องแล้วตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เช่น น้องผมจะโดน assign ให้ออกแบบลายผ้าแล้วก็เอาเข้าหน้าร้านเพื่อขาย สิ่งที่พึงกระทำก็คือ ทำให้ของมันมีปริมาณไม่มาก ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเริ่มเป็นเรื่องเล็ก เราสั่งผลิตได้เองในปริมาณไม่มาก แล้วเอาไปลองขายดูหน้าร้าน ดูว่ามันอยู่นานแค่ไหนกว่าจะมีคนเห็น โดยการ promote มันให้สุดๆเท่าที่จะทำได้ (เพราะว่าตอนนี้การ promote ไม่ได้ถือเป็น Cost แต่ประการใดๆ ไม่ว่าจะเป็น Promote ่ผ่านหน้าเว็ป หรือการวางย้ายตำแหน่งสินค้าเพื่อให้เห็นได้โดดเด่นก็ได้) แล้วสิ่งที่ทำก็รอครับว่ามันขายมากแค่ไหน แค่นี้ เราก็จะได้ &quot;ข้อมูลเพิ่ม&quot; เพื่อเอาตัดสินใจเล็กๆต่อไปครับว่าจะทำเพิ่มมั้ย เท่านั้นเองครับ ผมยกตัวอย่างแบบนี้มันดูเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปัญญาอ่อนที่ใครๆเค้าก็ต้องทำแบบนี้ แต่ว่าผมอยากจะบอกว่า ทุกคนไม่ได้คิดแบบนี้เหมือนกันหมดหรอกครับ ถ้าหากว่าคนที่มีอีโก้ หรือมีการทำงานแบบ aggressive แล้ว จะมีการทุ่มทุนสร้างโดยไม่สนใจแบ่งเรื่องให้มันเล็ก ก็คนมันใหญ่ก็ต้องคิดใหญ่ ตัดสินใจเรื่องให้ใหญ่ยังไงล่ะครับ ผมก็ชอบน่ะครับ มันดูเท่ห์ดี แต่ก็อีกถ้าหากว่าคิดแบบ rational หน่อยแล้ว การแบ่งเรื่องให้ tiny ๆ น่ารักๆลงเพื่อการตัดสินใจให้ง่าย และ รอให้ได้ข้อมูลเพิ่มกลับเป็นเรื่องที่ฟังดู make sense กว่ามากๆ ถ้าหากว่าไม่ได้มีคนบอกก็ไม่ได้ฉุกคิดกันได้ง่ายๆ ครับ เอาเป็นว่าถ้าหลงมาอ่านก็เตือนพี่ๆเพื่อนๆน้องๆหน่อยแล้วกันนะครับว่า เรื่องแนวคิดแบบนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องฉุกคิดขึ้นมาครับ อย่าหลงมัวเมากับความมันส์ เพื่อที่จะชนะกับข้อมูลที่แม่นขึ้น เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้นดีกว่าน่ะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้การ Blogging เพื่อการค้า ร้านค้า หรือ โปรโมตร้านค้าทั้ง offline และ online</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/why-business-blog/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/why-business-blog/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2010 00:52:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[blog content]]></category>
		<category><![CDATA[blogger]]></category>
		<category><![CDATA[blogging]]></category>
		<category><![CDATA[why blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/why-business-blog/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; Blog เพื่อร้านค้า นี่ผมหมายถึงอะไร ผมจะเล่าให้ฟังก่อนแล้วกันนะครับ ก็คือ ตอนนี้ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า การ Blogging ด้วย WordPress เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้หน้าร้านค้าได้ถูกแสดงที่หน้า Google จากคำค้นหาใดๆ ได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เรียกได้ว่า อาจจะต้องมีความรู้มากนัก ก็สามารถที่จะใช้ WordPress เพื่อบอกได้ว่า ร้านค้าของเรามีตัวตน แวะเข้ามาที่ร้านหน่อยซิ หรือว่าอย่างน้อยที่สุด เค้าก็จะมาเจอเว็ปไซท์ของเรา ที่เราพิมพ์เนื้อความต่างๆเอาไว้ ทั้งที่มีประโยชน์และไร้สาระสำหรับเค้าเหล่านั้นครับ เหตุผลที่ร้านค้าจะต้อง Blog เหตุผลว่าการ Blogging จะทำให้ขึ้นอันดับด้วย Keyword ใดๆนั้นจะเป็นเรื่องที่สามารถค้นหา Google เอาเองได้ว่า จะทำได้อย่างไร เพราะ มีสื่อหรือ course สอนเอาไว้มากมาย &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/why-business-blog/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img title="ร้านค้าทำไมต้อง ฺBlog" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="300" alt="ร้านค้าทำไมต้อง ฺBlog" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/03/blog1.jpg" width="300" border="0" />&#160; Blog เพื่อร้านค้า นี่ผมหมายถึงอะไร ผมจะเล่าให้ฟังก่อนแล้วกันนะครับ ก็คือ ตอนนี้ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า การ Blogging ด้วย WordPress เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้หน้าร้านค้าได้ถูกแสดงที่หน้า Google จากคำค้นหาใดๆ ได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เรียกได้ว่า อาจจะต้องมีความรู้มากนัก ก็สามารถที่จะใช้ WordPress เพื่อบอกได้ว่า ร้านค้าของเรามีตัวตน แวะเข้ามาที่ร้านหน่อยซิ หรือว่าอย่างน้อยที่สุด เค้าก็จะมาเจอเว็ปไซท์ของเรา ที่เราพิมพ์เนื้อความต่างๆเอาไว้ ทั้งที่มีประโยชน์และไร้สาระสำหรับเค้าเหล่านั้นครับ </p>
<h5>เหตุผลที่ร้านค้าจะต้อง Blog    <br /></h5>
<p>เหตุผลว่าการ Blogging จะทำให้ขึ้นอันดับด้วย Keyword ใดๆนั้นจะเป็นเรื่องที่สามารถค้นหา Google เอาเองได้ว่า จะทำได้อย่างไร เพราะ มีสื่อหรือ course สอนเอาไว้มากมาย (ก่ายกอง) แล้วถ้าหากว่ามีความเข้าใจ และศึกษามัน ผมว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรยากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ได้น่ะครับ เพราะ ฉะนั้นแล้ว หลักการพื้นฐานของการ Blog เพื่อร้านค้าเพื่อคาดหวังผลของคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ก็น่าจะไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นเกินไป หากว่าร้านค้าของคุณเป็นร้านที่เฉพาะเจาะจง หรือ ที่เรี่ยกว่าเป็น Niche ครับ </p>
<p>แล้วเหตุผลที่เหนือไปกว่านั้นอีกก็คือ เว็ปไซท์ที่คุณเข้ามานี้เป็นเว็ปที่คนหลงทางเข้ามาผ่าน Google search Engine เกือบทั้งหมด แล้วคำค้นหาที่ไหลเข้ามาที่เว็ปนี้ก็เป็นแบบจิปาถะเอามากๆ แต่มี scope ของเนื้อความที่แน่นอนครับ นั่นก็คือ เรื่องราวประมาณที่ผมพิมพ์และเล่าให้ฟังทั้งหมดที่อยู่หน้าเว็ปแห่งนี้ยังไงล่ะครับ ผมก็จะพูดเรื่อง การใช้งาน Skype เพื่อโทรไปหาเพื่อนๆ หรือโทรไปหาสาวๆผ่าน VOIP ของ Skype ได้แบบเหมาจ่าย หรือว่าอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น ใช้ Windows Mobile เพื่อต่อ Skype ผ่าน Wifi ก็สามารถทำได้ เป็นต้น เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่แล้ว เพราะมีน้องผมอยู่ต่างประเทศ ก็ต้องโทรไปหาบ้างบางครั้ง หรือว่าที่ Office ก็จะต้องมีพนักงานแผนกต่างประเทศ ติดต่อลูกค้าทั่วโลกอยู่เป็นประจำ </p>
<h5>คนไหนผ่าน Keyword แบบหางว่าวเข้าเว็ป Blog    <br /></h5>
<p>นอกจากนี้เนื้อหาที่เล่าบนหน้า rackmanagerpro.com แห่งนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องจิปาถะมากมายอะไร ก็ทำให้คนที่หลงเข้ามาจะเป็นแนวเดียวๆกัน คือ คนที่ใช้ internet เป็นประจำ เพื่อาการติดต่อ&#160; หรือ เป็นคนที่หลงเข้ามาเพราะว่าเจอปัญหาแบบเดียวกับที่ผมเคยเจอ และผมก็พิมพ์บอกวิธีการแก้เอาไว้แล้วเก็บเอาไว้ เพราะว่า แม้ตัวผมเองก็ Google เว็ปตัวเองเพื่อดูว่าผมเคยพิมพ์เพื่อบอกตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆเอาไว้ว่าอย่างไร (ล่าสุดที่ผมก็ Google ว่า Google Chrome extension Twitter ที่ผม Google แบบนีก็เพราะว่าผมจำไม่ได้ว่าอีกเครื่องผมลง Chrome Extension อะไรเอาไว้น่ะครับ ตอนนี้มันยังไม่มีระบบ Extension Sync ก็ต้อง install by hand กันไปก่อนน่ะครับ&#160; ..) </p>
<p>เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเรื่องเชิงเดียวกันครับ ทำให้คนไหลผ่านการค้นหาบน Google มาเป็นแบบ หางว่าว &#8230; แต่ทั้งหมดเป็น scope แบบเดียวกันครับ&#160; .. แปลว่า &quot;ถ้าหากว่าคุณเป็นคนในวงการอะไรก็แล้วแต่ แล้วพิมพ์หรือ Blog เกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง หรือ เรื่องต่างๆในวงการตัวเอง หรือ เรื่องที่ตนเองสนใจแล้ว คนที่สนใจเรื่องราวคล้ายคลึงกัน ก็จะใช้คำศัพท์ แล้วค้นหาเจอเว็ปของคุณยังไงล่ะครับ&quot; </p>
<h5>ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ว่า Blog เพื่อ Keyword มันเป็นยังไงกัน    <br /></h5>
<p>ลองคิดดูดีกว่าครับ ถ้าหากว่าคุณขาย Delivery &quot;ข้าวเหนียวผสมหมูสับ&quot; และ จัดส่ง<br />
ข้าวเหนียว ทั่วประเทศ ไม่จำกัดจำนวน (อ่ะ Business นี้ผม make ขึ้นมาน่ะครับ ) แน่นอนว่ามันเป็น Niche และเป็นเอามากๆด้วยเพราะว่า ไม่มีคนกิน ข้าวเหนียวใส่หมูสับ พร้อมกันเอาเข้าปากหรอกนะครับ ยกเมฆมาให้เห็นครับ ทีนี้ วันๆคุณว่างๆก็ทำการเขียนเรื่องราว &quot;ข้าวเหนียวใส่หมูสับ&quot; ที่คุณขายไปเรื่อยๆ ถ้าร้านคุณเริ่มมีคนสนใจบอกต่อ เค้าก็อาจจะค้นคำว่า &quot;ข้าวเหนียวหมูสับ&quot; ก็เป็นไปได้นะครับ เมื่อค้นหาแล้วก็จะมาเจอเว็ปคุณยังไงล่ะครับ ( แน่นอน ตอนนี้ถ้าหากว่า คุณ Google ว่า ข้าวเหนียวหมูสับ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเจอเว็ปผมแทนน่ะครับ) แต่ว่า ผมไม่ได้บอกให้คุณพูดแต่ ข้าวเหนียวหมูสับของคุณแต่เพียงอย่างเดียว คุณต้องเล่าเรื่องต่างๆ นานา ที่จะเกี่ยวข้องกับ การทำ Business ของคุณครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งสินค้า ส่งไปแล้วลูกค้าชอบมากมาย หรือ เรื่องใดๆที่อยู่ในวงการขายของแบบคุณครับ ผมบอกไม่ได้หรอก ว่ามันจะต้องมีเนื้อหาประมาณไหน เพราะคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า คุณรู้อะไร ? (ผมจะรู้มั้ย ) มันจะเป็นการเพิ่ม List ของคำที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง โดยที่คุณแทบไม่รู้ตัวเองเลยครับ และถ้าหากว่าคุณทำมันอย่างเป็นล่ำเป้นสัน ต่อเนื่อง คงที่คงเส้นคงวา ผมว่าสักวันคุณก็จะมีคนไหลผ่าน Google ด้วย Keyword ที่เกี่ยวข้อง(บ้าง)เข้ามาซึ่งอาจจะเป็น Potential Buyer ของคุณก็เป็นได้น่ะครับ </p>
<p>ตัวอย่างคนที่บอกว่า การรายได้ของเค้ามาจากการ Blogging เช่น คุณพัชร จาก <a title="วงดนตรีงานแต่งงาน" href="http://www.ipattt.com/2010/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-ihear/" target="_blank" rel="nofollow">iHear ครับจาก content ล่าสุด</a> เค้าพิมพ์บอกเอาไว้ว่า วงดนตรีสำหรับงานแต่งงาน iHear ได้รายได้มาจากการ Blogging เป็นสัดส่วนประมาณ 70% เฉพาะ Blog ของตัวเค้าเองครับ และ ถ้าหากว่ารวมจาก Blog ของเพื่อนๆในวงเค้าอีกอีก 15% ก็แปลว่า รายได้จากการขายวงดนตรีแต่งงานได้นั้นมากถึง <font color="#ff0000">85%</font> กันเลยทีเดียว ! </p>
<h5>การประเมินว่าลูกค้าเข้ามาหาเราได้จากทางไหน    <br /></h5>
<p>สำหรับเรื่องวงดนตรีเพื่องานแต่งงาน iHear เดาเอาว่าไม่ได้มีระบบ shopping cart อะไรเพื่อบอกตัวเลขว่าแหล่งรายได้มาจากไหนแต่ก็สามารถประเมินเป็นตัวเลข Customer ที๋โดน Lead เข้ามาเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถกระทำได้จาก &quot;การถาม&quot; ว่าคุณรู้จักเราได้อย่างไรครับ ผมว่าต้องถามน่ะครับถ้าหากว่าไม่ถาม เราจะไม่รู้หรอกครับ ว่าเราควรจะเน้นทางไหนและ จะบอกได้อย่างไรว่า หนทางการ promote แบบไหนเป็นหนทางที่ดีที่สุด หรือว่าถ้าหากว่าอยากจะเน้นจะต้องเน้นไปในทิศทางไหนกันแน่ครับ </p>
<h5>สรุปเรื่องที่โม้มาให้สั้นลงหน่อย    <br /></h5>
<p>คุณสามารถที่จะ Blog เพื่อให้คนไหลผ่านหน้าเว็ปของคุณแล้วมาเจอสินค้าหรือบริการใดๆของคุณก็ได้ การ promote จะมีคู่มือและตำรามากมายเพื่อทีจะทำให้ Blog คุณติดอันดับด้วย Keyword ใดๆก็สามารถทำได้ หรือว่าจ้างเอาก็ยังไง เพราะว่า คนที่ทำ SEO สำหรับ WordPress จะทำได้ง่ายกว่า website ประเภทอื่นๆ (โครงสร้างเค้าออกแบบเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วน่ะคัรบ แต่ก็ต้องรู้สักหน่อยว่าอะไรเป็นอะไรเท่านั้นเอง ) </p>
<p>ถ้าหากว่าคุณมีร้านค้า Online ผมไม่อยากจะให้คุณ promote แต่ link ที่เข้าไปที่ร้านค้าเพื่อทำ Hard Sell แต่เพียงอย่างเดียวครับ ( hard sell ก็คือ หน้าเว็ปที่บอกว่า สินค้าอะไร ภาพเป็นยังไง แล้วก็คุณสมบัติมันคืออะไร ) อยากจะให้ Promote ผ่านทาง Blogging มากกว่า เพราะ การที่คุณเล่าเรื่องราวของสินค้าของคุณได้ มันจะเป็น story หรือเนื้อความที่เกี่ยวข้องให้กับสินค้านั้นๆ แต่คุณเป็นคนควบคุมว่าอยากจะให้ภาพลักษณ์ของสินค้าออกมาเป็นอย่างไร ได้ด้วยตัวเอง แนะนำว่าถ้าหากว่าคุณจะ Blog การนี้อาจจะเลือก Domain คนล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/why-business-blog/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใช้ Gmail เป็นศูนย์ตรวจเมล์ทุกๆเมล์ของเราเองทำได้ง่ายมากเลย</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/gmail-center-email/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/gmail-center-email/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2010 06:24:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[email]]></category>
		<category><![CDATA[email center]]></category>
		<category><![CDATA[gmail]]></category>
		<category><![CDATA[google mail]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-gmail-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%97/</guid>
		<description><![CDATA[( clip ด้านบนนี้ไม่มีเสียงน่ะครับ ไม่ต้องพยายามเปิด volume หรอกครับ ) คนทีใช้ Gmail ถ้าหากว่าอยากจะทำให้ Gmail เป็น Center ของทุกๆเมล์ จะได้ไม่ต้องไป check email ที่อื่นทีไหนอีกต่อไป (ยกเว้น hotmail น่ะครับเพราะว่าผมยังหาวิธีการทำไม่ได้ครับ) ก็ใช้ วิธีการที่ผม upload เอาไว้ให้ดูน่ะครับ ทำแค่นี้ก็ส่ง email ก็สามารถเลือกได้ว่าจะส่งเป็น email อันไหน แล้วก็การรับเนี่ยะ มันก็จะส่งไปที่ Gmail ที่เดียวทุกครั้งไปครับ ลองดูแล้วกันนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Pld6GYeU4E4&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/Pld6GYeU4E4&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p><em>( clip ด้านบนนี้ไม่มีเสียงน่ะครับ ไม่ต้องพยายามเปิด volume หรอกครับ )      <br /></em></p>
<p>คนทีใช้ Gmail ถ้าหากว่าอยากจะทำให้ Gmail เป็น Center ของทุกๆเมล์ จะได้ไม่ต้องไป check email ที่อื่นทีไหนอีกต่อไป (ยกเว้น hotmail น่ะครับเพราะว่าผมยังหาวิธีการทำไม่ได้ครับ) ก็ใช้ วิธีการที่ผม upload เอาไว้ให้ดูน่ะครับ ทำแค่นี้ก็ส่ง email ก็สามารถเลือกได้ว่าจะส่งเป็น email อันไหน แล้วก็การรับเนี่ยะ มันก็จะส่งไปที่ Gmail ที่เดียวทุกครั้งไปครับ ลองดูแล้วกันนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/gmail-center-email/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประมวลพฤติกรรมการซื้อของ online คนไทยที่(ไม่)เหมือนกับชาวโลกประเทศอื่น</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/ecommerce-thailand-special-case/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/ecommerce-thailand-special-case/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 11:26:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[ecommerce]]></category>
		<category><![CDATA[online shop]]></category>
		<category><![CDATA[shopping online]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมร้านค้า online]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; e-commerce เปลี่ยนพฤติกรรมการขายและซื้อแบบไทยจากโลกจริงกันอยู่หลายประเด็นมากทีเดียว และพฤติกรรมการซื้อและขายของคนไทยก็มีเอกลักษณ์จากคนประเทศนอกอีกต่างหาก ถ้าหากว่ารู้อย่างงี้ก็ทำไปตั้งนานแล้ว แต่ผมเองก็ไม่ได้ถึงกึ๋นคนไทยสักเท่าไหร่หรอกครับ ต้องให้คนอื่นเค้ามาบอก และ ก็ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้น่ะครับเรื่องแบบนี้ แยกเป็นประเด็นๆได้ต่อไปนี้น่ะครับ คนไทยไม่ใช้ระบบ shopping cart : อันนี้วัดได้จากการซื้อสินค้าผ่านหน้าร้าน online ที่ผม set up เอาไว้การซื้อการขายเกิดขึ้น โดยคนซื้อไม่ได้เข้าไปกดปุ่มๆ ที่ซับซ้อน (สำหรับเค้าเหล่านั้น) ซึ่งตัวผมเองมีมุมมองว่า เป็นเรื่องจำเป็นน่ะครับ ที่จะต้องกรอกข้อมูลแล้วเลือกซื้อสินค้าจากระบบที่ทางเว็ปไซท์มี ซึ่งผมก็คิดของผมไปคนเดียวน่ะหละ คนอื่นเค้าไม่ได้คิดแบบผมน่ะครับ คนไทยใช้โทรศัพท์คุยกันเพื่อความอุ่นใจ : เพราะประเทศเราการขายของยังคงต้องการความอุ่นใจว่าสินค้าเหล่านั้นมีผู้ขายอยู่จริง หรือ มีตัวตนอยู่จริง ต้องการการต่อรอง เหมือนกับได้คุยกันปกติ การโทรศัพท์ หรือลงเบอร์มือถือเอาไว้ที่หน้าแรกของร้านค้ากลับกลายเป็นเรื่องจำเป็น มันไม่เหมือนกับประเทศนอก ตรงนี้น่ะครับ คือ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/ecommerce-thailand-special-case/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/03/ecommerce.jpg"><img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: inline; margin-left: 0px; border-top: 0px; margin-right: 0px; border-right: 0px" title="ecommerce" border="0" alt="ecommerce" align="left" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/03/ecommerce_thumb.jpg" width="239" height="240" /></a>&#160;
<p>e-commerce เปลี่ยนพฤติกรรมการขายและซื้อแบบไทยจากโลกจริงกันอยู่หลายประเด็นมากทีเดียว และพฤติกรรมการซื้อและขายของคนไทยก็มีเอกลักษณ์จากคนประเทศนอกอีกต่างหาก ถ้าหากว่ารู้อย่างงี้ก็ทำไปตั้งนานแล้ว แต่ผมเองก็ไม่ได้ถึงกึ๋นคนไทยสักเท่าไหร่หรอกครับ ต้องให้คนอื่นเค้ามาบอก และ ก็ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้น่ะครับเรื่องแบบนี้ แยกเป็นประเด็นๆได้ต่อไปนี้น่ะครับ </p>
<p><strong>คนไทยไม่ใช้ระบบ shopping cart </strong>: อันนี้วัดได้จากการซื้อสินค้าผ่านหน้าร้าน online ที่ผม set up เอาไว้การซื้อการขายเกิดขึ้น โดยคนซื้อไม่ได้เข้าไปกดปุ่มๆ ที่ซับซ้อน (สำหรับเค้าเหล่านั้น) ซึ่งตัวผมเองมีมุมมองว่า เป็นเรื่องจำเป็นน่ะครับ ที่จะต้องกรอกข้อมูลแล้วเลือกซื้อสินค้าจากระบบที่ทางเว็ปไซท์มี ซึ่งผมก็คิดของผมไปคนเดียวน่ะหละ คนอื่นเค้าไม่ได้คิดแบบผมน่ะครับ </p>
<p><strong>คนไทยใช้โทรศัพท์คุยกันเพื่อความอุ่นใจ</strong> : เพราะประเทศเราการขายของยังคงต้องการความอุ่นใจว่าสินค้าเหล่านั้นมีผู้ขายอยู่จริง หรือ มีตัวตนอยู่จริง ต้องการการต่อรอง เหมือนกับได้คุยกันปกติ การโทรศัพท์ หรือลงเบอร์มือถือเอาไว้ที่หน้าแรกของร้านค้ากลับกลายเป็นเรื่องจำเป็น มันไม่เหมือนกับประเทศนอก ตรงนี้น่ะครับ คือ ต่างประเทศเช่น US ถ้าหากว่าโทรไปยังเบอร์ที่อยู่นอกเขตตัวเองจะโดนการ เรียกเก็บเงินสำหรับการโทรครั้งนั้นๆได้ครับ ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ขายก็ต้องมี online chat หรือ เป็น Live chat เอาไว้คุยได้ทันที หรือไม่ก็ต้องเสียเงินเอาเบอร์ TOLL FREE มาน่ะครับ ซึ่งเป็นความแตกต่างอย่างแรงกับคนไทยมาก เพราะประเทศเราเป็นประเทศที่การโทรศัพท์ติดต่อกันด้วยมือถือถูกที่สุดในโลกแล้ว (คนรับบางประเทศต้องเสียเงินอีกน่ะครับไม่อยากจะบอก) เพราะฉะนั้นการโทรเพื่อถามราคา หรือ เพื่อพิจารณาว่ามีตัวตนจริงเป็นเรื่องที่คนไทยจะทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับผม </p>
<p><strong>ความดูดีของหน้าร้านไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญนัก</strong> : เนื่องจากพฤติกรรมสองข้อที่กล่าวเอาไว้แล้วว่า shopping cart ก็ไม่มีคนใช้ โทรศัพท์คุยกันดีกว่ามั้ยง่ายดี แล้วก็รู้อีกว่ามีคัวตนเว็ปไซท์กันอยู่จริงแล้ว หน้าตาของเว็ปไซท์ ไม่ต้องแตกต่างอะไรกับคนอื่นมากนักก็ได้ เพราะยังไง้ยังไงก็ต้องได้คุยกันดูก่อนอยู่ดี แค่ว่าเอาสินค้าไปแสดงให้เห็นก็พอแล้ว คุณจะใช้เว็ปไซท์สำเร็จรูปที่เหมือนๆกับคนอื่น ก็ไม่ได้ว่าอะไร เหมือนว่าโลกนี้มีแต่เว็ปสำเร็จรูปกันทั้งหมดน่ะหละ เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนเค้าทำๆกัน </p>
<p><strong>คนขายไม่ update สตีอกสินค้า </strong>: ไม่ใช่เพราะว่า back office ของระบบสำเร็จรูปไม่มีให้ update แต่เป็นเพราะคนซื้อต่างหาก มีการติดต่อสั่งซื้อผ่านวิธีการอื่นๆ เช่น การโทรศัพท์ เข้าไปแล้วก็สั่งซื้อเอาสินค้าออก คนที่จัดส่งสินค้าก็ไม่ได้เป็นคนทำระบบหลังร้าน อาจจะเป็นแค่ลูกจ้างเพื่อให้จัดการเรื่องสต้อกแล้วส่งของเท่านั้น หน้าร้าน online เลยทำหน้าที่เหมือนเป็นแค่ catalogue เฉยๆ จำนวนหรือปริมาณของพร้อมขายก็จะไม่มีความแน่นอนถูกต้องแต่อย่างใด อันนี้จะเป็นทั้งเหตุและผล ทำให้คนซื้อต้องโทรมา check สินค้าก่อนทุกครั้งว่า สินค้าที่เค้าสนใจมันมีหรือไม่ (ถ้าหากว่าใช้ shopping cart ไปแล้วก็เสียเวลาเปล่า เพราะว่าของอาจจะมีหรือไม่ก็ไม่รู้) พฤติกรรมการซื้อ เลยถูก form ตัวขึ้นมาว่าต้องโทรคุยกันครับ </p>
<p><strong>สินค้าที่วางขายหน้าร้านเป็นแค่ภ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/ecommerce-thailand-special-case/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เราสามารถที่จะส่ง SMS เข้ามือถือเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่อยู่ที่อเมริกาได้แล้วน่ะครับ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/sms-send-free-to-phone-number-in-us/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/sms-send-free-to-phone-number-in-us/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 09:33:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[gmail sms]]></category>
		<category><![CDATA[send sms]]></category>
		<category><![CDATA[sms]]></category>
		<category><![CDATA[ส่ง email]]></category>
		<category><![CDATA[ส่ง sms]]></category>
		<category><![CDATA[ส่ง sms gmail]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87-sms-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[เราสามารถที่จะส่ง SMS เข้ามือถือเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่อยู่ที่อเมริกาได้แล้วน่ะครับ เมื่อเช้านี้ผมเพิ่งทดสอบกับน้องผมน่ะครับ เค้าบอกว่าได้รับ SMS ครับ วิธีการส่ง SMS free (เฉพาะขาส่งน่ะครับผมไม่รู้ว่าขารับเค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับผู้ให้บริการเหรอป่าวอันนี้ผมไม่ sure ครับผมถ้าหากว่าใครรู้ก็ comment บอกเอาไว้หน่อยครับ) ตอนที่ส่งเนี่ยะผมส่งด้วย Google SMS น่ะครับ วิธีการส่ง SMS Free ผ่าน Google นี่ก็ไม่ยากอะไรน่ะครับ แค่ว่าคุณ(คนที่จะส่ง sms ไปหาเพื่อนคุณที่อเมริกา) ก็ต้องมี Account Gmail น่ะครับแล้วก็ที่ด้านซ้ายล่างจะมี Chat list ครับ ถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้ add เพื่อนคุณใน Contact List &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/sms-send-free-to-phone-number-in-us/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> เราสามารถที่จะส่ง SMS เข้ามือถือเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่อยู่ที่อเมริกาได้แล้วน่ะครับ เมื่อเช้านี้ผมเพิ่งทดสอบกับน้องผมน่ะครับ เค้าบอกว่าได้รับ SMS ครับ    </p>
<p><img style="display: block; float: none; margin-left: auto; margin-right: auto" src="http://img683.imageshack.us/img683/7060/sms1.jpg" /> </p>
<p>วิธีการส่ง SMS free (เฉพาะขาส่งน่ะครับผมไม่รู้ว่าขารับเค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับผู้ให้บริการเหรอป่าวอันนี้ผมไม่ sure ครับผมถ้าหากว่าใครรู้ก็ comment บอกเอาไว้หน่อยครับ) ตอนที่ส่งเนี่ยะผมส่งด้วย Google SMS น่ะครับ วิธีการส่ง SMS Free ผ่าน Google นี่ก็ไม่ยากอะไรน่ะครับ แค่ว่าคุณ(คนที่จะส่ง sms ไปหาเพื่อนคุณที่อเมริกา) ก็ต้องมี Account Gmail น่ะครับแล้วก็ที่ด้านซ้ายล่างจะมี Chat list ครับ ถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้ add เพื่อนคุณใน Contact List ก็ต้อง add เข้าไปก่อนครับ พิมพ์เบอร์เพื่อนคุณที่อยู่เมกา โดยพิมพ์ +1xxxxxxxx น่ะครับ (+1 นี่คือ รหัสประเทศอเมริกาครับ) กดที่หน้าแรกจะมีของ Gmail ก็จะมีให้กด Send SMS ครับเท่านี้เอง ลองใช้ดูแล้วกันนะครับแล้วก็โทรไป check เพื่อนสักหน่อยว่าเค้าได้รับ SMS เหรอปาวน่ะครับ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/sms-send-free-to-phone-number-in-us/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
