<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Rackmanager personal blog note &#187; Bloging life</title>
	<atom:link href="http://www.rackmanagerpro.com/category/bloging-life/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.rackmanagerpro.com</link>
	<description>ก็แค่ ... อยากจะบอก</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2010 16:23:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>เพิ่มสติในการใช้งาน internet ในที่ทำงานทำยังไง</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 14:00:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=915</guid>
		<description><![CDATA[น้องผมเค้าบอกผมมาว่า &#8220;อ่านทความนึงเค้าว่า .. คนที่ใช้ internet ทำให้ความฉลาดด้อยลงไป..&#8221; ผมฟังแล้วก็ ฟังหูไว้หูน่ะครับเพราะว่าผมไม่คิดว่าตัวผมเองที่ใช้งาน internet มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ตามสัดส่วนของ internet speed ที่มากขึ้น และอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผมมากขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดซะทีเดียวว่า มันทำให้ผมโง่ลงตามเวลา Chat ทำให้ฉลาดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ? บังเอิญว่าผมก็ไม่ได้รับ link ของบทความแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าให้ผมมองในมุมของผมเองแล้วนั้น &#8220;การใช้งาน internet จะทำให้คนมีจิตที่ติดกันมากขึ้น&#8221; ที่ว่าจิตติดกันมากขึ้นมันมีเหตุผลมาตั้งแต่สมัยที่ Thaipoint ดังเพราะเป็นระบบ chat แรกๆตอนที่ผมอยู่ ม.2 แล้วล่ะครับ ต่อมาผมก็ utilize การ chat เรื่อยมาครับ จิตติดกันมากขึ้นหมายถึง &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste"><img class="aligncenter size-full wp-image-920" title="อินเตอร์เน็ต" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/07/internetworld.jpg" alt="อินเตอร์เน็ตทำให้คนฉลาดน้อย" width="252" height="200" /></div>
<div>น้องผมเค้าบอกผมมาว่า &#8220;อ่านทความนึงเค้าว่า .. คนที่ใช้ internet ทำให้ความฉลาดด้อยลงไป..&#8221; ผมฟังแล้วก็ ฟังหูไว้หูน่ะครับเพราะว่าผมไม่คิดว่าตัวผมเองที่ใช้งาน internet มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ตามสัดส่วนของ internet speed ที่มากขึ้น และอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผมมากขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดซะทีเดียวว่า มันทำให้ผมโง่ลงตามเวลา</div>
<div><strong>Chat ทำให้ฉลาดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ?</strong></div>
<div id="_mcePaste">บังเอิญว่าผมก็ไม่ได้รับ link ของบทความแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าให้ผมมองในมุมของผมเองแล้วนั้น &#8220;การใช้งาน internet จะทำให้คนมีจิตที่ติดกันมากขึ้น&#8221; ที่ว่าจิตติดกันมากขึ้นมันมีเหตุผลมาตั้งแต่สมัยที่ Thaipoint ดังเพราะเป็นระบบ chat แรกๆตอนที่ผมอยู่ ม.2 แล้วล่ะครับ ต่อมาผมก็ utilize การ chat เรื่อยมาครับ</div>
<div><strong>จิตติดกันมากขึ้นหมายถึง .. อะไร ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">ตรงประเด็นง่ายๆ คือ คนคิดถึงกันได้มากขึ้นครับ เพราะ internet ้เป็นประเภทหนึ่งของการสื่อสารเท่านั้นเอง การสื่อสารด้วย text เสียง เนื้อความ email และอื่นๆอีกมากมายที่ใช้อยู่ครับ ยกตัวอย่างชัดๆกันเลยดีกว่า คุณคงแปลกใจว่า ทำไม BB หรือเจ้าแบรคเบอร์รี่มันถึงได้ขายดีเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับ mobile phone ต๊อกต๋อยเหมือนๆกัน ผมต้องบอกว่ามือถือพวกนี้มัน low tech เมื่อเทียบกับ smart phone เอามากๆน่ะครับ เรียกว่ามันไม่ได้ฉลาดอะไรแต่ มันฉลาดที่ทำให้คนมีจิตคนต่อติดถึงกันได้มากขึ้นจาก promotion ที่จำเป็๋นต้องใช้ครับ เพราะ BB นั้นขายได้เพราะ การ online ในระบบ chat ของ BB เองที่แยกจะระบบอื่นโดยเด็ดขาด เราคุยกันได้มากขึ้นกว่าเก่าแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน คือ เมื่อคุณรถติดไฟแดง คุณก็พิมพ์ text ไว้ (เหมือนกับ SMS แต่ว่ามันยาวได้ไม่อั้นเท่านั้นเอง) แล้วอีกฝ่ายปลายทางก็ไม่จำเป็นต้องอ่านเดี๋ยวนั้น เค้าอาจจะนั่งอึอยู่ในห้องน้ำ หรือปฏิบัติกิจอะไรอยู๋ก็ได้ แค่มี time delay นิดหน่อยในการตอบเท่านั้นเองครับ</div>
<div>มีคนบอกผมว่า พอใช้ BB ต่อเน็ตแล้ว online msn ตลอดแล้วแอดผมไว้ ก็จะออกอาการราวกับว่า ไปไหนมาไหนก็เหมือนผมไปด้วยเลย อย่างงั้น (เพราะว่าผมก็ทำงานหน้าคอมและก็ online เยอะน่ะครับ) ซึ่งผมก็ว่า เป็นไปได้ที่จะรู้สึกอย่างงั้นครับ เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้จิตเชื่อมต่อกันนั่นเอง</div>
<div>ย้อนกลับมาประเด็น การ chat เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้งาน internet และแน่นอนว่ามันก็เป็นแค่การสื่อสาร ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คนโง่ลงแต่อย่างใด งั้นไปดูประเด็นอื่นต่อว่าใช้งาน internet แล้วโง่ลงได้ด้วยประเด็นอะไรมั้ย ?</div>
<div><strong>Google ทำให้โง่ลงอย่างงั้นหรือ ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">ประโยคแรกๆเวลามีคนถามอะไรแล้วผมไม่รู้คือ &#8220;ไม่รู้.. ถามกูเกิ้ลดู..&#8221; ทำให้คนเราฉลาดน้อยลงหรือไม่ ถ้าหากว่าองคิดกันดีๆแล้ว Google ทำให้คนฉลาดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะต้องการรู้อะไรก็จะสามารถที่จะรู้ได้ทันควัน ถ้าหากว่ามี iPhone ต่อเน็ตตลอดแล้วไซร้อยากรู้อะไรก็จะรู้ได้ทั้งหมด ยิ่งกว่ามีสาระนุกรมติดตัวหลายเท่าตัวนัก แล้วอย่างงั้นแปลว่า ผมจะอ่านหนังสือน้อยลง หรือ สนใจเรื่องประวัติศาสตร์น้อยลงหรือ ไม่หรอกครับ เพราะคนที่สนใจเรื่องอะไรแล้ว ก็จะ Google ในสิ่งเหล่านั้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆได้มากขึ้นกว่าการไม่มี Google เป็นอันมาก เอางี้น่ะครับถ้าหากว่าผมไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์อะไรอยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพวกนั้นอยู่ดี ไม่ว่าจะมี Google หรือไม่มี Google ก็ตามทีครับ ถ้าเปิดเจอบนทีวีก็จะเปลี่ยนช่องเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย คืดอย่างงั้นจริงๆน่ะครับ เรื่องอะไรที่ไม่สน เราก็จะไม่เอามาใส่ใจแม้แต่น้อย</div>
<div>ผมชอบคิดเสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องรู้ไปหมด เพราะมันเป็นไปไม่ได้โลกเรามี information มากเกินกว่าที่เราจำเป็นต้องรู้มากนัก คุณมีสิทธิในการเลือกรับข้อมูลได้ และ Google ก็ไม่ได้ทำให้คณอ่านน้อยลงแต่อย่างใด เพียงแต่มันเปิดให้คุณอ่านข้อมูลที่เชื่อได้น้อยลง ด้วยแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการได้มากขึ้น ศึกษาเรื่องราวต่างๆได้ผ่านทุกแง่มุมกว่าเก่ามากนัก ฟันธงเลยครับว่า Google ไม่ได้ทำให้คนใช้งาน Google ฉลาดน้อยลงแต่ประการใด</div>
<div><strong>Blog Feed ทำให้สมาธิ (แหล่งที่ทำให้เกิดปัญญาตามวิถีพุทธ) น้อยลงมั้ย ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">คนอ่าน Blog พิมพ์ Blog อย่างผมก็รับ Feed มากกว่าปกติมากนัก แต่เวลาที่เอามาอ่านเป็น surplus time หรือเป็นพวกส่วนเกินที่คุณไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ด้วยครับ เช่น อ่าน Feed ใน iPhone ตามเดินทาง รอคิว หรือแม้กระทั่งเดินเล่นช้าๆ เพื่อเป็นการออกกำลังกาย แน่นอนว่าอ่านเยอะขึ้น มันเป็นการทำให้รู้รอบ รู้กว้างกว่าเดิม และเป็นเหตุทำให้ฉลาดขึ้นได้นั้นเองครับ</div>
<div id="_mcePaste">แต่ประเด็นที่มีการตีโจทย์คือ เนื่องจาก Blog content ส่วนมาก แต่ละเรื่องจะมีเนื้อหาที่ไม่ยาวมากนัก ไม่เหมือนกับหนังสือ ประเด็นนี้มีความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นครับ เพราะ หนังสือก็คือ การเอาความคิดมาเรียบเรียงเข้าเรื่อง เข้าเล่มและจัดระเบียบ หมวดหมู่ให้กับมันเท่านั้นเอง (ยกเว้นพวก fiction หรือเรื่องแต่งทั้งหลายแหล่นะครับซึ่งผมไม่อ่านครับ ไม่ใช่แนว) หรือ มองให้สุดขอบกว่านั้นได้ไม่ยาก หนังสือก็เหมือนกับการเอาเนื้อ Blog มาพิมพ์เรียบเรียงต่อกันไป หรือทางกลับกัน หนังสือสามารถแยกเป็น blog content ได้ถ้าอยากจะทำครับ</div>
<div>ผมเห็นหนังสือหลายเล่มที่แต่งโดย Blogger หรือ writer ที่พิมพ์ Blog ออกมาด้วยทั้งหมดเป็นพวกนักคิดแทบทั้งสิ้น ซึ่งไม่ว่าสื่อนั้นจะออกมาเป็นรูปแบบ Blog ผ่าน Feed ที่มีเนื้อหาสั้น (แต่จะไม่สั้นเลยถ้าเอามาต่อเรียบเรียงรวมกัน) หรือเป็นหนังสือออกมาเพื่อจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ (สำหรับฝรั่ง) ขอให้แค่อ่านได้มากที่ขึ้นบนเวลาที่คุณไม่เคยอ่านได้มาก่อนเท่านั้นก็จะเป็นการเพิ่มพลังฉลาด เพิ่มทักษะการคิดเรื่องราวที่ซับซ้อนได้มากขึ้นแล้ว เพราะงั้นแล้ว FEED ไม่ได้ทำให้คุณฉลาดน้อยลงแต่ประการใด</div>
<div>ส่วนเรื่องของสมาธินั้น มีเหตุว่า เนื่องจากเนื้อหา Feed สั้นทำให้คนอ่านเกิดสมาธิได้น้อยลงไป และความอดทนในการอ่านลดน้อยลงไป ไม่สามารถที่จะอ่านเนือความยาวๆได้เหมือนแต่ก่อน ก่อนที่จะมีระบบ Rss Feed อันนี้ก็เป็นความเห็นน่ะครับว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันสักเท่าไหร่ ผมก็ยังอ่านหนังสือได้ด้วยสมาธิที่จะหลับจะหลับเหมือนเดิม (อ่านก่อนนอน) แล้วก็ไม่ได้รู้สึกวอกแวกแต่อย่างใด อันนี้ถ้าหากว่าจะพิสูจน์ได้ต้องออกแบการทดสอบอย่างจริงจังว่า สมาธิที่สั้นลงจะนิยามว่าอย่างไร และ ทดสอบได้อย่างไรกันครับ</div>
<div><strong>Twitter และ Facebook เป็นตัวก่อกวนสมาธิในการทำงานมั้ย ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">อันนี้ผมว่ามันเป็นทางเลือกมากกว่า แล้วแต่คน เพราะถ้าหากว่าเค้ารับ Twitter หรือเปิด Facebook ตอนทำงาน หรือ ตอนที่สมองกำลังแล่นอยู่ หรือ มีสมาธิกับอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างงั้นก็เป็นการทำลายสมาธิตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัยอยู่แล้วล่ะคับ แต่ก็อีก คนเราเมื่อคิดอะไรบางเรื่องอยู่ เราก็จะคิดได้แค่เรื่องเดียว ณ เวลาหนึ่งๆได้เท่านั้น ไม่สามารถที่จะคิดสองอย่างสองอารมณ์ได้ในเวลาเดียวกันแต่อย่างใด เน้นก็หมายถึงว่า เมื่อมีคน Twitter มาแล้วเราอยู่ในสมาธิกับงานใดอย่างหนึ่ง เราอาจจะเลือกปิด Twitter ไว้แต่แรกอยู๋แล้วก็ได้ หรือถ้าหากว่าเปิดไว้เราก็อาจจะต้อง ..มองข้ามมันไปไม่ได้ใส่ใจอะไรครับ เท่านั้นก็จะทำให้พวำทวีต มาทำอะไรเราได้น้อยลงไปอีกน่ะครับ</div>
<div><strong>การจด Note ไว้ในมือถือและ Evernote ทำให้เราจำอะไรน้อยลงอย่างงั้นหรือ ?</strong></div>
<div><strong><br />
</strong></div>
<div id="_mcePaste">ผมคิดว่ามันไมได้ทำให้เราโง่หรือว่าใช้สมองน้อยลงหรอกครับ สมองเรามันแบ่งออกเป็นส่วนของความจำระยะยาว และ ความจำระยะสั้นอยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลอะไรที่มันจำสั้นๆ แบบไม่จำเป็น มันก็จะหายไปอยู่ดีนั้นแปลว่า ถ้าหากว่าเราจดเอาไว้แทนจะทำให้ความจำ หรือข้อมูลนั้นอยู่กับเราแม้ว่าเราจะลืมไปแล้วก็ตามครับ เรียกว่า เป็นการจัดการข้อมูลได้ฉลาดกว่าครับ แต่ก็อีกการจดใน Evernote แนะนำว่าต้องพิมพ์ tag หรือ keyword ที่เราคิดว่าถ้าหากว่าเราจะกลับมาหาเราจะค้นหาด้วยคำว่าอะไร เพราะ ลักษณะการจดใน Evernote จะไม่ได้มีการตั้งเป็น folder ไปเรื่อยๆไม่มีวันจบ เพราะเรื่องราวใดๆ มันจะเยอะมาก มากขนาดที่ว่าเราไม่สามารถที่จะใช้ระบบการตั้งชื่อ Folder เพื่อแยกเรื่องได้ทั้งหมดเพื่อให้ครอบคลุมการใช้ข้อมูล แต่ระบบการพิมพ์ tag หรือพิมพ์เนื้อหาหรือคำที่เราคิดว่าถ้าหากว่าเป็นเราจะมาค้นหา เราก็จะมาค้นหาด้วยคำนี้ จะทำให้เราเจอเนื้อความหรือ Note ที่เราจดได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรครับ</div>
<div>เอาล่ะครับบนมาเสียตั้งมากมายโดยรวมแล้ว ผมมองว่าการใช้งาน internet และ Tools ใดๆที่มี เราต้องรูจักเลือกที่จะใช้และเข้าใจที่จะใช้มันได้อย่าง make sense กับตัวเราเองให้มาก ผมไม่สามารถบอกได้ทั้งหมดหรอกว่า คุณควรจะใช้มันอย่างไร เพราะมันก็แล้วแต่ Life Style ที่แตกต่างกันออกไป และความสามารถในการคิดใช้งาน (utilize) อุปกรณ์เหล่านี้ครับ</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/internet-utility/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทดสอบ Default Theme ของ WordPress 3.0</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/test-default-install-wordpress/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/test-default-install-wordpress/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2010 02:15:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/?p=913</guid>
		<description><![CDATA[ผมกำลังคิดว่าอยากจะหา Theme WordPress ใหม่มาใช้งานกับ rackmangerpro.com จากเมื่อก่อนดูอาการแล้ว มันจะโหลดช้ามาก แม้ว่าจะไม่ได้มีเนื้อหาที่เป็นภาพอะไรให้เห็นหรือให้โหลดมากมายที่หน้าแรกครับ มีช่วงนึงที่คนบอกใน internet กันหนาหูเอามากๆ ว่า วิธีการประเมินคิดที่จะให้ Google Bot เข้ามาเก็บเนื้อหา และ เข้ามาให้อันดับ website เพื่อให้ได้ PR ที่ดี มันจะมีการพิจารณาถึงความเร็วในการเปิดหน้า website ด้วย หลักการนี้ผมว่า  .. Google เค้าก็คิดอย่างงั้นมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วอย่างไม่ต้องบอกกันให้จะๆก็ได้ ครับ ก็สังเกตดูซิครับว่าหน้าแรกของ Google มีอะไรกะเค้าซะที่ไหนกันล่ะครับ นั้นแปลว่า ถ้าหากว่าคุณจะเลือก Theme สัก Theme เพื่อเอามาทำ Blog &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/test-default-install-wordpress/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="_mcePaste">ผมกำลังคิดว่าอยากจะหา Theme WordPress ใหม่มาใช้งานกับ rackmangerpro.com จากเมื่อก่อนดูอาการแล้ว มันจะโหลดช้ามาก แม้ว่าจะไม่ได้มีเนื้อหาที่เป็นภาพอะไรให้เห็นหรือให้โหลดมากมายที่หน้าแรกครับ มีช่วงนึงที่คนบอกใน internet กันหนาหูเอามากๆ ว่า วิธีการประเมินคิดที่จะให้ Google Bot เข้ามาเก็บเนื้อหา และ เข้ามาให้อันดับ website เพื่อให้ได้ PR ที่ดี มันจะมีการพิจารณาถึงความเร็วในการเปิดหน้า website ด้วย หลักการนี้ผมว่า  .. Google เค้าก็คิดอย่างงั้นมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วอย่างไม่ต้องบอกกันให้จะๆก็ได้ ครับ ก็สังเกตดูซิครับว่าหน้าแรกของ Google มีอะไรกะเค้าซะที่ไหนกันล่ะครับ</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">นั้นแปลว่า ถ้าหากว่าคุณจะเลือก Theme สัก Theme เพื่อเอามาทำ Blog คุณก็อาจจะดูๆซะหน่อยว่าเมื่อ เอา Theme ครอบ WordPress ของคุณแล้วมันจะไม่ได้ทำให้หน้าแรกของคุณโหลดช้ามากนัก</div>
<div id="_mcePaste">นอกจากนี้เรื่องความช้าในการโหลดหน้าแรกอาจจะเป็นเรื่องของการใช้ Plug in ที่ใส่เข้าไปเยอะๆ แต่ก็ไม่ได้ใช้มันเท่าไหร่ครับ ผมสังเกตว่าตอนนี้ผมทำการทดสอบ Theme ใหม่ เป็น Default ของ WordPress verion 3.0+ ขึ้นไป มันจะไม่มีอะไรเลย หรือ แทบไม่มีอะไรเลย มีแค่ภาพ Header ด้านบนเท่านั้นเองนอกนั้นก็จะเป็นเนื้อหาของเราแล้วทั้งหมดครับ Column เป็นแบบ Two Column ครับที่ใส่ Widget เข้าไปได้ (แต่ผมก็ไม่ได้เอาอะไรไปใส่เพิ่มน่ะครับ) เพื่อดูอาการว่ามันจะโหลดเร็วกี่มากน้อย</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">สรุปผลคือ เพราะผมไม่ได้มี install Plug in อะไรเลย (เรียกว่าล้างบาง) แล้วก็ใช้ Default Theme WordPress ที่ชื่อ &#8220;Twenty Ten&#8221; มันก็เร็วดีครับ</div>
<div></div>
<div id="_mcePaste">เอาเป็นแค่อยากจะย้ำไว้เฉยๆว่า ตอนที่เลือก Theme พยายามเลือกอันที่คาดว่าจะโหลดได้เร็ว เพราะ ความเร็วเป็นประเด็น Google สนใจเพื่อจัดอันดับให้กับ webpage หรือ web Blog ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ก็แล้วกันครับ</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/test-default-install-wordpress/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอนที่ผมเลือก Web Hosting ผมเลือกจากอะไรบ้าง ? : วิธีการเลือก web Hosting ของผม</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jun 2010 01:32:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[bluehost]]></category>
		<category><![CDATA[hosting service]]></category>
		<category><![CDATA[internet bluehost]]></category>
		<category><![CDATA[internet host]]></category>
		<category><![CDATA[internet hosting]]></category>
		<category><![CDATA[ipage]]></category>
		<category><![CDATA[ipage host]]></category>
		<category><![CDATA[web host]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[webhost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/</guid>
		<description><![CDATA[คุณอาจจะเปิดมาหน้านี้แล้วสงสัยว่า ทำไมต้องพิมพ์อธิบายว่า กะการแค่เลือก Web Hosting สักที่มันมีอะไรให้คิดมากมายอย่างงั้นเลยล่ะครับ ก็เพราะว่า ผมไม่อยากจะให้คุณเจอเรื่องเจอราวอันเลวร้ายอย่างผมยังไงล่ะครับ เพราะถ้าหากว่าคุณเลือกไม่ดี แล้วเจอของดีกว่า การย้ายจะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่เหนื่อยเอาการน่ะครับ ! ซึ่งผมก็เคยเหนื่อยมาแล้ว .. สองรอบครับ แล้วการย้ายก็ไม่สมบูรณ์อีกต่างหาก ผมก็คิดว่าถ้าหากว่ามีคนบอกผมเสียหน่อย เราควรเลือก Hosting แบบไหนยังไงดีแล้วล่ะก็จะดีเอามากๆเลย ไม่ต้องเสียเวลา หลงทาง และต้องมาทำเรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นต้องทำ เพระมันหลีกเลี่ยงได้เช่นการย้าย Host ครับ เนื้อความนี้คุณสามารถ copy แจกจ่ายได้อย่างไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย ส่งต่อ email และอื่นๆได้ไม่อั้น เพราะผมไม่ได้กั้กเนื้อความไว้อยู่แล้วครับ ยิ่งคนรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับคนอื่นๆน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณรู้จักเพิ่อนๆที่เค้ากำลังจะเลือก Host อยู่ล่ะก็ ส่ง link &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img title="web-hosting-recommended" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-left: 0px; margin-right: auto; border-bottom: 0px" height="347" alt="web-hosting-recommended" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/WebHostingServerRoom.jpg" width="510" border="0" /> คุณอาจจะเปิดมาหน้านี้แล้วสงสัยว่า ทำไมต้องพิมพ์อธิบายว่า กะการแค่เลือก Web Hosting สักที่มันมีอะไรให้คิดมากมายอย่างงั้นเลยล่ะครับ ก็เพราะว่า ผมไม่อยากจะให้คุณเจอเรื่องเจอราวอันเลวร้ายอย่างผมยังไงล่ะครับ เพราะถ้าหากว่าคุณเลือกไม่ดี แล้วเจอของดีกว่า การย้ายจะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่เหนื่อยเอาการน่ะครับ ! ซึ่งผมก็เคยเหนื่อยมาแล้ว .. สองรอบครับ แล้วการย้ายก็ไม่สมบูรณ์อีกต่างหาก ผมก็คิดว่าถ้าหากว่ามีคนบอกผมเสียหน่อย เราควรเลือก Hosting แบบไหนยังไงดีแล้วล่ะก็จะดีเอามากๆเลย ไม่ต้องเสียเวลา หลงทาง และต้องมาทำเรื่องอะไรที่ไม่จำเป็นต้องทำ เพระมันหลีกเลี่ยงได้เช่นการย้าย Host ครับ เนื้อความนี้คุณสามารถ copy แจกจ่ายได้อย่างไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย ส่งต่อ email และอื่นๆได้ไม่อั้น เพราะผมไม่ได้กั้กเนื้อความไว้อยู่แล้วครับ ยิ่งคนรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับคนอื่นๆน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณรู้จักเพิ่อนๆที่เค้ากำลังจะเลือก Host อยู่ล่ะก็ ส่ง link นี้ไปให้เค้าเหล่านั้นก็ยังไงผมหวังว่า คุณก็จะได้ช่วยเพือ่นๆคุณประหยัดพลังงานไปได้มากโขครับ ^_^ </p>
<h2>เริ่มจากรู้เสียก่อนว่าจะทำเว็ปไซท์ประเภทไหนกัน</h2>
<p>คนที่ใช้งาน internet เพื่อการสร้างรายได้ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้จาก e-commerce หรือว่าการสร้างรายได้จากวิธีการอื่นๆตามร้านหนังสือทั่วไปจะมีให้เลือกมากมายก่ายกองว่าคุณจะสร้างด้วยวิธีอะไร จุดสำคัญจุดหนึ่งที่จะต้องเลือกคือ Web Hosting น่ะครับ เรียกได้ว่ากว่าเลือกกันได้ก็ต้องดูแล้วดูอีกว่าจะเอาอะไรยังไงดี แล้วมันต้องดูอะไรบ้าง มันเหมาะกับเราหรือไม่ แล้วมันจะทำให้ชีวิตลำบากหรือเปล่าในภายหลัง จริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่ลักษณะการใช้งานทึ่คุณต้องการน่ะหละครับ บอกชัดเจนเอาไว้ได้หรอกว่าจะเลือกแบบไหน แต่ประเด็นที่ผมมีประสบการณ์ตรงๆ คือ การเลือก web hosting เพื่อ Blogging (ก็ พิมพ์ blog เหมือนกับ web นี้น่ะหละครับ) แล้วก็ การเลือก web hosting เพิ่มทำ e-commerce ครับ แค่สองอย่างนี้ก็ผมว่ามันก็เกือบทั้งหมดของคนไทยอย่างเราๆท่านๆแล้วน่ะครับ อ้อแล้วก็การเลือก Host เพื่อเอาไว้ปะแหมะ หน้าเว็ปประเภท โบรชัวร์เว็ปไซท์ครับ</p>
<h2>เลือก &quot;เว็ปโอสติ้ง&quot; เพื่อโบรชัวร์เว็ปไซท์</h2>
<p>เริ่มจากการเลือกเว็ป hosting เพื่อโบรชัวร์เว็ปไซท์ก่อนดีกว่าครับ ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจก่อนว่าโบรชัวร์เว็ปไซท์มันคืออะไร มันเป็นศัพท์ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักกันเท่าไหร่น่ะครับถ้าหากว่าคุณไม่ได้ฟังพวกมนุษย์หาเงิน online เค้าคุยกันน่ะครับ จริงๆแล้วมันก็คือเว็ปประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ทำหน้าที่ขายของครับ มันบอกแค่ว่า บริษัทคุณทำอะไร หรือว่าบริษัทคุณรับทำอะไร มี product อยู่บ้าง มีแต่ก็ไม่ได้ครบครันเยอะแยะอะไร แล้วก็บอกว่าถ้าหากว่าคุณสนใจสินค้าหรือบริการที่เรานำเสนออยู่นั้นก็ติดต่อเราผ่านทางโทรศัพท์หรือ email นี่ๆนั่นๆ เท่านั้นเองรน่ะครับ ซึ่งเว็ปแบบนี้อาจจะเรียกว่าเป็นเว็ปหนึ่งจุดศูนย์ก็ได้น่ะครับ เพราะมัน นิ่งเอาเหลือเกินไม่ได้ต้องการความสามารถพิเศษอะไรมากมาย แล้วก็ไม่ได้มีคนทีจะไปจัดการบริการปรับเปลี่ยนมันสักเท่าไหร่ (อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีคนดูแล ไม่มึคนมีความรู้ในเรื่องนี้ หรือว่าไม่ใส่ใจน่ะครับ )</p>
<p>เว็ปประเภทนี้ถ้าหากว่าจะเลือกดูแค่ว่า &quot;Hosting ที่ไหนถูก&quot; เท่านั้นเองครับ เพราะ อะไรน่ะครับ เรื่องอื่นๆแทบไม่ต้องระวังกันเท่าไหร่ เนื่องจากเนื้อหาของเว็ปประ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/web-hosting-complete-select-method/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทดสอบ การใช้งาน iPage Web Hosting นอกที่คนไทยชอบแนะนำกัน</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2010 01:27:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[ipage]]></category>
		<category><![CDATA[ipage web host]]></category>
		<category><![CDATA[ipage webhosting]]></category>
		<category><![CDATA[recommend web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/</guid>
		<description><![CDATA[Web Hosting หนึ่งที่ผมแนะนำเพราะว่าผ่านเงื่อนไขทีผมใช้ในการเลือกซื้อ (เช่า) hosting เกือบทั้งหมดตัวนึงก็คือ iPage (เข้าไปดู promotion ตอนนี้ได้จาก link นี้ครับ) สำหรับ Content นี้ผมอยากจะพิมพ์เนื้อหาเก็บเอาไว้ว่า หลังจากที่เข้าไปที Control Panel (มันก็คือตัวควบคุมการใช้งาน web hosting ของ iPage ทั้งหมด) แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง แล้ว มันทำอะไรยังไง และ สะดวกมากแค่ไหนครับ ไปดูเป็นหัวข้อๆกันเลยดีกว่าน่ะครับ เมื่อคุณ Login แล้วเราก็จะเห็น WiZard แต่ว่าผมไม่เลือกที่จะใช้มันครับ งั้นเราก็ปิดแล้วก้ไปดูกันเลยดีกว่าน่ะครับ ว่าหน้า Control Panel เป็นยังไงกันครับ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Web Hosting หนึ่งที่ผมแนะนำเพราะว่าผ่านเงื่อนไขทีผมใช้ในการเลือกซื้อ (เช่า) hosting เกือบทั้งหมดตัวนึงก็คือ <a title="ipage web hosting สำหรับ Blogger" href="http://www.rackmanagerpro.com/go/ipage.php" target="_blank"><strong>iPage</strong></a> (เข้าไปดู promotion ตอนนี้ได้จาก link นี้ครับ) สำหรับ Content นี้ผมอยากจะพิมพ์เนื้อหาเก็บเอาไว้ว่า หลังจากที่เข้าไปที Control Panel (มันก็คือตัวควบคุมการใช้งาน web hosting ของ iPage ทั้งหมด) แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง แล้ว มันทำอะไรยังไง และ สะดวกมากแค่ไหนครับ ไปดูเป็นหัวข้อๆกันเลยดีกว่าน่ะครับ </p>
<p>เมื่อคุณ Login แล้วเราก็จะเห็น WiZard แต่ว่าผมไม่เลือกที่จะใช้มันครับ งั้นเราก็ปิดแล้วก้ไปดูกันเลยดีกว่าน่ะครับ ว่าหน้า Control Panel เป็นยังไงกันครับ</p>
<p> <a title="iPage website" href="http://www.rackmanagerpro.com/go/ipage.php"><img title="screen shot iPage" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="383" alt="screen shot iPage" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/screenshotiPage.jpg" width="527" border="0" /></a>
<p>จากภาพด้านบนนี้จะเห็นได้ว่า Control Panel ก็จะเหมือนๆกับของที่อื่นๆ (เพราะว่ามันเป็นแบบที่เราดูแล้วเข้าใจกันง่ายมากที่สุดแล้วล่ะครับ จะกดมั่วๆที่ด้านบนเอาหรือว่าจะกดมั่วๆที่ด้านข้างซ้ายเอาก็ได้ เพราะมันก็เรียงตัวแสดงหน้า user interface ได้ดีอยู่แล้วครับ เรียกได้ว่าจะกดไปไหนเพื่อทำอะไรก็ไม่งงเลยครับผม งั้นเราจะเริ่มจากสร้าง email กันใหม่ก่อนแล้วกันครับ สำหรับ Domain name ตัวอย่างที่ผม register ไว้ (เพราะว่าอาจจะใช้ในอนาคตอีกไม่เกินหนึ่งปีข้างหน้าก็คือ palmyarn ครับผม)</p>
<h1>Create Email address&#160; : เริ่มสร้าง Email กันในนี้กันเลยครับผม</h1>
<p>ผมเคยบอกอยู่หลายครั้งน่ะครับ ว่าถ้าหากว่าเรามี website เป็นของตัวเอง และมี Domain name เป็นของตัวเองก็เพราะมันสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเราได้ค่อนข้างมาก เมื่อเราคิดจะติดต่ออะไรกับใครเพื่อการค้า เพื่อแลก link และ .. อื่นๆอีกมากมาย ถ้าหากว่าเราใช้ Gmail หรือว่า Hotmail มันจะดูกะหรั่วรุนแรงสุดๆ จนถึงขั้นอาจจะไม่มีการตอบกลับมาเลยก็ว่าได้ หรือว่า ถ้าหากว่าคุณจะเอาไปสมัคร affiliate program ใดๆแล้ว คุณจะโดน rejected โดยทันที จากระบบ auto น่ะครับ เพราะเค้าถือได้ว่าพวกนี้ไม่ได้มีหน้าเว็ปเป็นของตัวเอง แค่ email ก็ยังจะไม่มี domain name เป็นของตัวเองเลยแล้วนี่น่ะหรือ จะทำ Business ด้วยชิๆ&#160; .. </p>
<p>ว่าแล้วที่ด้านบนเราจะเห็นปุ่ม Create email ครับ หน้าตาก็ประมาณนี้น่ะครับ    </p>
<p><img title="create email" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="83" alt="create email" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/createemail.jpg" width="182" border="0" />&#160; <br />กดแล้ว เราก็สามารถที่จะพิมพ์ email แล้วก็ใส่ password เข้าไปได้ทันทีน่ะครับ อ้อ เรื่องของ password ผมสังเกตมาตั้งแต่ตอนแรกที่เข้าแล้วน่ะครับว่า เค้าต้องการ password ที่มีความแข็งของ password มากเอาการถ้าหากว่าเป็นไปได้ แนะนำว่า ใช้ website ที่ Generate password มาใช้จะดีกว่า และมันก็ดีกว่าการที่เรามาพิมพ์เองด้วยน่ะครับ มันไม่ควรจะเป็นคำใดเลยที่คนจะเดาได้ สำหรับผมแล้วผมใช้ ที่นี่ครับ <a title="Free password Generator" href="http://www.freepasswordgenerator.com/" target="_blank" rel="nofollow">freepasswordgenerator.com</a> Email แรกสุดที่คุณควร create ขึ้นมาก็คือ “webmaster” ครับผม เพราะ มันแสดงพลังว่าคุณเป็นเจ้าของ domain name นั้นๆจริงๆและเป็นคนที่ดูแลเว็ปอีกต่างหาก เพราะงั้นแล้ว ใครจะติดต่อเพื่อแลก&#160; Banner กับคุณเค้าก็ติดต่อผ่าน webmaster ยังไงล่ะครับ</p>
<p><img title="create new inbox" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-right-width: 0px" height="364" alt="create new inbox" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/06/createnewinbox.jpg" width="472" border="0" />     <br />แค่นี้เราก็ได้ email มาใช้งานกันแล้วน่ะครับ สร้างง่ายนิดเดียวเอง แต่ว่าถ้าหากว่าผมไล่หาดู (แล้วผมก็ลองถาม Live chat ของ iPage เค้าน่ะครับ) ว่าจะปรับเปลี่ยน default ของ mailbox size ได้หรือไม่ก็พบว่า “ไม่ได้ครับ” และนี่ก็เป็นตัวนึงที่ไม่ผ่านเกณฑ์อย่างโหดของผมสำหรับการเลือก Web hosting ครับ อย่างไรก็ดีค่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/ipage-web-hosting-service-recommended/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Analytics Opt-out : add on เพื่อการหยุดส่งข้อมูลไปเก็บใน Google Analytics</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 23:44:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[extension]]></category>
		<category><![CDATA[Google addon]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out-add-on-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ล่าสุด Google เพิ่งออก extension ของ Browser รุ่นที่ฮิตๆทั้งหลายให้สามารถที่จะทำการ Opt-Out ไม่ให้ Google Analytics ติดตามข้อมูลได้ นั่นก็แปลว่าถ้าหากว่า คุณคิดมากว่า ตอนที่คุณเข้าหน้าเว็ปคนอื่นเค้า แล้วเค้ารู้ได้ว่า คุณมาจาก link หน้าเว็ปไหน หรือว่าคุณดูเนื้อหาในเว้ปไซท์นานแค่ไหน แล้วก็คุณดูไปกิ่ page กัน และอื่นๆที่อีกมากมายที่ Google Analytics จะเก็บข้อมูลได้แล้วส่งไปที่ webmaster หรือคนที่ดูแล website นั้นๆอยู่เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์การใช้งานหน้า website ของเค้าเหล่านั้นเพื่อเป็นการปรับปรุงติดตามผล (tracking) ของหน้าเว็ปไซท์ได้ หลักๆแล้ว Google Analytics จะใช้เพื่อให้คนดูแลเว็ปเห็นข้อมูลหรือผลงานในการ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="Get Google Analytics Opt out" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" rel="nofollow"><img title="PrtScr capture_5" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-right-width: 0px" height="183" alt="PrtScr capture_5" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/PrtScrcapture_5.jpg" width="240" align="left" border="0" /></a>&#160; ล่าสุด Google เพิ่งออก extension ของ Browser รุ่นที่ฮิตๆทั้งหลายให้สามารถที่จะทำการ <a title="Opt out Google Analytics" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" target="_blank" rel="nofollow">Opt-Out</a> ไม่ให้ Google Analytics ติดตามข้อมูลได้ นั่นก็แปลว่าถ้าหากว่า คุณคิดมากว่า ตอนที่คุณเข้าหน้าเว็ปคนอื่นเค้า แล้วเค้ารู้ได้ว่า คุณมาจาก link หน้าเว็ปไหน หรือว่าคุณดูเนื้อหาในเว้ปไซท์นานแค่ไหน แล้วก็คุณดูไปกิ่ page กัน และอื่นๆที่อีกมากมายที่ Google Analytics จะเก็บข้อมูลได้แล้วส่งไปที่ webmaster หรือคนที่ดูแล website นั้นๆอยู่เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์การใช้งานหน้า website ของเค้าเหล่านั้นเพื่อเป็นการปรับปรุงติดตามผล (tracking) ของหน้าเว็ปไซท์ได้ </p>
<p>หลักๆแล้ว Google Analytics จะใช้เพื่อให้คนดูแลเว็ปเห็นข้อมูลหรือผลงานในการ promote หน้าเว็ปจากความอุตสาหะต่างๆนานาในการ promote ครับไม่ว่าจะเป็นการ แลกลิงค์ ปะ Banner submit site เพื่อให้ได้ขึ้นหน้าแรกๆ ของ Google ด้วย Keyword ที่อยากจะได้มาเป็นของตน (เหมือนกับว่าเป็นของได้เลยยังไงอย่างงั้น)&#160; หรือ ยึดพื้นที่ในการ search ทั้งหมดด้วย Keyword นั้นด้วยการ post เนื้อความไปยังหน้าเว็ปที่ดังๆต่างๆครับ จะทำให้เห็นได้ว่า มีคนเข้ามามากน้อยแค่ไหนด้วยวิธีการไหน ถ้าหากว่าไม่มี Google Analytics แท้ที่จริงแล้วก็มีตัว Tracking จากสำนักอื่นๆมากมายอยู่เหมือนกันแต่ว่ามันไม่ได้ Complete สมบูรณ์และแสดงผลได้เจ๋งเหมือนกับ Google Analytics เท่านั้นเองครับ </p>
<p>ทั้งนี้ Google จะเก็บข้อมูล IP ของคุณเอาไว้แต่ว่าคนทั้งโลกนี้จะมีแค่ไม่กี่คนที่ทำงานที่ Google จะเข้าถึงข้อมูลนั้นได้และจะต้องได้รับอนุญาต (จากใคร) เสียก่อนเพื่อที่จะเข้าไปดูได้ครับ </p>
<p>จริงๆแล้วผมก็ไม่อยากให้คนทั่วไปเอา <a title="Google Analytics Opt-Out extension" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" target="_blank" rel="nofollow"><strong>extension Google Analytics Opt-out</strong></a> ไปติดสักเท่าไหร่เพราะว่าผมก็เป็น webmaster คนนึง ถ้าทุกคนร่วมใจไม่ให้ข้อมูลผม แล้วผมจะเห็นมันได้ยังไงล่ะว่าผมจะต้องทำอะไรต่อ คนเข้าเยอะแค่ไหน หมดกำลังใจไปเสียอย่างงั้นก็เป็นไปได้น่ะครับ </p>
<p>แต่ในทางกลับกันถ้าหากว่าคุณเป็น webmaster แล้วคุณก็ไม่ได้ทำอะไรมาก วันๆก็เข้าแต่เว็ปตัวเองทดสอบ Keyword ที่ link เข้าหน้าตัวเองด้วย Google หน้าหลักเหมือนกับคนอื่นๆ มันก็จะเป็นเก็บข้อมูลของตัวคุณเองไปด้วยน่ะครับ นั้นก็แปลว่า ถ้าหากว่า ผมแนะนำให้คนที่เป็น webmaster เอา extension นี้ไปใส่ที่เครื่องหรือ Browser ตัวเอง แล้วก็เล่น internet ว่อนไปทั่วโดยไม่ให้ข้อมูล Google Analytics แล้วก็วอนขอให้ user ที่ไม่ได้เป็น webmaster ก็ไม่ต้อง install extension นี้น่ะครับ เพราะว่าก็สงสาร webmaster เค้าหน่อยก็แล้วกัน หรือถ้าหากว่าไม่สนอยากลองก็ไม่ว่าอะไรเพราะว่าคุณในฐานะ internet surfer โต้คลื่นท่องเว็ป เมื่อคุณ <a title="opt out Google Analytics" href="http://tools.google.com/dlpage/gaoptout" target="_blank" rel="nofollow">install extension</a> ไปแล้วคุณไม่รู้สึกว่า มัน privacy ขึ้นสักเท่าไหร่หรอกมั้ง แล้วก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกแตกต่างจากเดิมแต่อย่างใดครับผม </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/google-analytics-opt-out/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้ไว้ก่อนจะลงมือ Create เนื้อความใน Blog : Basic Blogging พื้นฐานการ Blog ที่น่าทำ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-create-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-create-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 May 2010 05:11:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[Blog อย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[blogger]]></category>
		<category><![CDATA[Blogging content]]></category>
		<category><![CDATA[blogging process]]></category>
		<category><![CDATA[content Blogger]]></category>
		<category><![CDATA[internet blogging]]></category>
		<category><![CDATA[คิดก่อน Blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-create-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้น้องๆผมก็ต้อง Blog ซะอย่างงั้น แต่อยากจะ list ออกมาสักหน่อยว่า เราจะต้องคิดเรื่องอะไรบ้างเพื่อที่จะทำให้การ Blog ครั้งนั้นๆ ดูดีแล้วก็น่าจะมีประโยชน์ต่อการทำ ON Page SEO สักหน่อยน่ะครับ งั้นมาดูดีกว่าว่าถ้าหากว่าจะ Blog ให้ได้หน้า page หรือหน้า post นั้นได้ดีเนี่ยะ น่าจะทำยังไงกัน ? คิดก่อนว่าจะมุ่งเป้าคีย์เวริ์ดอะไรดีและหาว่าคนค้นคำนั้นเยอะแค่ไหน ? เรื่องของ Keyword นี้คุณต้องหาเสียก่อนว่าจะเลือกเอา Keyword อะไรน่ะครับ แล้ววิธีการได้มาซื้อ Keyword นั้นก็มีเยอะแยะหลากวิธีการครับ ถ้าหากว่าผมพูดสั้นๆก็จะได้ความว่า เราก็คิด Keyword List ออกมาเป็นกระตั้ก เป็นปึกๆ แล้วก็ทำการ &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-create-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="border-bottom: 0px; border-left: 0px; display: block; float: none; margin-left: auto; border-top: 0px; margin-right: auto; border-right: 0px" title="Blog" border="0" alt="Blog" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/Blog1.jpg" width="400" height="300" />ตอนนี้น้องๆผมก็ต้อง Blog ซะอย่างงั้น แต่อยากจะ list ออกมาสักหน่อยว่า เราจะต้องคิดเรื่องอะไรบ้างเพื่อที่จะทำให้การ Blog ครั้งนั้นๆ ดูดีแล้วก็น่าจะมีประโยชน์ต่อการทำ ON Page SEO สักหน่อยน่ะครับ งั้นมาดูดีกว่าว่าถ้าหากว่าจะ Blog ให้ได้หน้า page หรือหน้า post นั้นได้ดีเนี่ยะ น่าจะทำยังไงกัน ? </p>
<h2>คิดก่อนว่าจะมุ่งเป้าคีย์เวริ์ดอะไรดีและหาว่าคนค้นคำนั้นเยอะแค่ไหน ? </h2>
<p>เรื่องของ Keyword นี้คุณต้องหาเสียก่อนว่าจะเลือกเอา Keyword อะไรน่ะครับ แล้ววิธีการได้มาซื้อ Keyword นั้นก็มีเยอะแยะหลากวิธีการครับ ถ้าหากว่าผมพูดสั้นๆก็จะได้ความว่า เราก็คิด Keyword List ออกมาเป็นกระตั้ก เป็นปึกๆ แล้วก็ทำการ List เข้า Google adwords แน่นอนว่าในนั้นจะ estimate ประมาณการ search ด้วย Keyword นั้นๆไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าผมก็จ่ายเงินจริงเอาเลย ตั้งค่าใช้จ่ายต่อวันแล้วก็เปิดให้คนค้นหาจริง เราจะได้ impression ของ Keyword นั้นๆออกมาจริงๆอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมทั้งเสียเงินน่ะครับ ถ้าหากว่าคุณอยากรู้เร็วก็ปรับตังค์ให้เยอะหน่อย แล้วก็เข้ามาดูถี่มากๆน่ะครับ เราจะรู้น่ะครับ คนค้นหาคำๆไหนมากสุดๆแล้วที่มัน มีความความสัมพันธ์กับ website ของเราจริงๆน่ะครับ วิธีการดูแบบนี้เราจะได้ข้อมูล impression (ปริมาณการแสดงผลที่หน้า Google Search Result page) ได้ทันทีทันใดครับ อ้อ ถ้าหากว่าไม่อยากยุ่งยากมาก และเพื่อให้ได้ stats จริง เราปรับ max Bid สำหรับ Keyword ทั้งหมดให้เยอะหน่อยแล้วกันนะครับ จะได้ไม่หลุดหน้าแรก แล้วมันก็ไม่ show เอาซะอย่างงั้น </p>
<h2>ทำตัวหนาเป็น H1 และ H2 ให้กับ Keyword นั้นๆ </h2>
<p>ถ้าหากว่าคุณทำอย่างข้อตะกี้ ผมว่าเราก็น่าจะได้ Keyword มาแล้ว ว่าคนค้นหาคำไหนกันเยอะแค่ไหน แล้วก็คู่แข่งมันโหดร้ายแค่ไหน (แนนอนว่ามันสะท้อนจากค่าเงิน ! ที่คุณจ่ายไปต่อ Click น่ะหละครับ &gt;&lt; ถาหากว่าแพงจัดๆ ก็เดาเอาไว้ได้ว่า คำๆนั้นมีการแข่งกันเย้อะแยะอย่างจริงจัง แล้วถ้าหากว่า keyword ไหนนี่ไม่เก็บตังค์เราเท่าไหร่ แสดงว่าชิวเอามากๆ แล้วก็ไม่ได้แย่งอะไรสบาย แฮ ..) ทีนี้เราก็เอา Keyword เหล่านั้น มาใส่ tag H1 , H2 เพื่อให้เหมือนกับว่ามันเป็นหัวเรื่อง หัวพารากราฟ ครับ อากู๋ ( Google ) แกก็จะมองว่า เรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด ก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆน่ะครับ แล้วก็เหมือนกับว่า คนเค้าเล่าต่อกันมาว่าถ้าหากว่า อยากจะเน้น Keyword ไหนก็เอาไปไว้เป็นคำแรกๆของหัวเรื่องด้วย ยังกะ Google จะขี้เกียจอ่านให้มันยาวๆซะอย่างงั้นน่ะครับ เฮอะๆ </p>
<h2>ในเนื้อความใส่รูปด้วยแล้วก็ใส่ Properties อื่นๆให้ครบ </h2>
<p>รูปภาพที่ใส่ คุณอาจจะเอาภาพที่โหลดได้เร็วมาใช้งานจะดีกว่า ภาพที่ใหญ่โตโหลดได้ช้า วิธีการสร้างภาพที่โหลดเร็วก็คือ เปิด Photoshop แล้วก็ Save as web site ในนั้นก่อนที่จะทำการ save มันก็จะบอกว่า Size ของภาพมันใหญ่แค่ไหน ยิ่งเล็กยิ่งดี เพราะว่า ถ้าหากว่าคุณขายเนื้อความไม่ได้เป็นเนื้อภาพ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากที่จะทำให้ภาพมันละเอียดใหญ่โตครับ นอกจากนี้ผมก็แนะนำว่าใส่ ALT ให้ครบ ด้วย Keyword ที่เรากำหนดเป็นเป้าหมาย เข้าไป แม้ว่ามันจะไม่ได้เกี่ยวซะตรงๆครับ </p>
<p>ภาพนั้นๆ ควรจะเป็นภาพที่แสดงเต็มๆ โดยไม่มีการย่อ เพราะ อากู๋ชอบมองว่า ภาพก็ออกจะใหญ่แต่ว่าอยากจะแสดงให้เล็กๆแค่นี้ ทำไมต้องมาย่อล่ะ นอกจากหนักแล้วยังจะถึกอีกด้วย ภาพก็บี้ๆไม่สวยอีกตะหาก เพราะงั้นแล้ว ส่วนตัวผมจะไม่ย่อภาพครับ ถ้าอยากจะใส่ภาพก็แนะนำย่อจากด้านนอกมาให้ได้ขนาดพอดีมาเลยจะดีกว่าครับผม</p>
<h2>ใส่ตารางซะบ้างในเนื้อความก็ไม่เสียหา<br />
ยอะไร </h2>
<p>เค้าเล่ากันว่า ถ้าหากว่าหน้าที่มีอะไรต่อมิอะไรครบ อากู๋เหมือนจะชอบมากกว่าหน้าที่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ เพราะงั้น เราใส่ตารางเข้าไปบ้าง เพื่อเป็นกั้นภาพกับ text ออกจากกันบ้างครับ ผมขอบอกอีกหน่อยว่าหน้า page ที่คนเข้าเยอะสุดใน website rackmanagerpro.com นี้ หน้านั้นมีตารางน่ะครับ แต่ก็อีก ผมบอกไม่ได้หรอกว่ามันมาจากเรื่องนี้ตรงๆเท่านั้นน่ะครับ แต่ว่าเราสร้างไว้บ้างมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรจริงเหรอป่าวล่ะครับ</p>
<h2>สร้าง internal Link กันเองใน Blog บ้างก็ดีนะ </h2>
<p>พอพิมพ์จบก็มาดูเสียหน่อยว่า Keyword ที่อยู่ในเนื้อความเรานั้น มันมีคำๆไหนเหรอป่าวที่อยากจะ link ไปหน้าไหนของเราเอง (ไม่ใช่ของคนอื่นน่ะครับ) แล้วก็จัดการ link ไปซะเลยน่ะครับ แต่ว่าอย่าทำให้มันมาก มันดูน่าเกลียด เอาแบบว่าให้มันอ่านรู้เรื่อง แล้วก็ link ไม่เยอะเกินไปจะดีกว่าครับ ทำให้คนที่หลงเข้ามาอ่าน อ่านรู้เรื่องครับ</p>
<h2>link ออกนอก website ตัวเองใน NoFollow ด้วยครับ </h2>
<p>มันไม่ได้เป็นการเห็นแก่ตัวอะไรหรอกกับการแค่ส่ง Traffic ไปแต่ว่าไม่ได้ส่งพลังลมปราชญ์ตามไปด้วย เพราะการใส่ NoFollow เป็นการตัดสายพลังที่ไหลผ่านเข้าหน้า website เรา แล้วออกไปหน้าคนอื่นครับ ยกเว้นว่าเป็นเว็ปพันมิตร หรือเว็ปตัวเองแต่ว่าเป็น URL อื่นๆครับ สั้นๆคิดแค่นี้แล้วกันนะครับว่า เป็น external link (ไปหาคนอื่น) ก็ใส่ NoFollow ด้วยล่ะครับกันนะครับอย่าลืม </p>
<p>ใส่ตัวหนา ตัวเอียง ใส่สีในเนื้อความบ้างก็ได้กับคำที่คุณเน้น </p>
<p>การใส่ตัวหนาเอียงแล้วก็ใส่สีมันเป็นการทำให้เนื้อความอ่านได้ง่ายขึ้น แล้วคนอ่าน ก็ get idea ได้เร็วกว่าเดิมว่า เราเน้นอะไร! ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมไม่ค่อยจะทำน่ะครับ (ความขี้เกียจเข้าแทรกว่าอย่างงั้น ลมปราญไหลออก พลังชี่ลด .. โม้ไปนั่น ) </p>
<h2>กด Enter เพื่อเว้นย่อหน้า สร้าง paragraph ใหม่ </h2>
<p>อันนี้เอาไว้ดักคนอ่านน่ะครับ ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับ SEO เหรอป่าว เกี่ยวตรงว่าถ้าหากว่าคนอ่าน อ่านได้นานมันก็จะทำให้หน้า page นั้นหรือ post นั้นมันมีอะไรดี คนเข้ามาผ่านทาง อากู๋ Google แล้วก็อากู๋แกก็รับรู้ได้ว่า ส่งคนมาถูกทีเพราะว่าอ่านกันเยอะคน เหลือเกินแล้วก็นานเหลือเกินเหมือนว่า เนื้อความโดนใจน่ะครับ </p>
<p>ผมว่าคงต้องหยุดเพียงเท่านี้ก่อนเพราะ มันมีอีกเรื่องก็คือ คุณไม่ควรจะพิมพ์เนื้อความเป็น text ยาวเป็นกิโลๆ เหมือนกับที่ผมทำสักเท่าไหร่ แนะนำว่า อาจจะเป็นเป็น post หลายๆอันแล้วก็ ทำเหมือนเป็น POST เพื่อสรุป แล้วก็ link ไปแทน เพื่อให้เกิดจำนวน page เฉลี่ยตัวหัวต่อคนมากขึ้นนะครับ ซึ่งผมไม่ทำสักเท่าไหร่เพราะว่า ไม่มีพลัง แต่มันเป็นพฤติกรรมที่ดีในการ Blogging น่ะครับแนะนำๆ (สอนคนอื่นบอกคนอื่นแต่ว่าตัวเองไม่ทำซะงั้น ฟังดูไม่ค่อยมี credit สักเท่าไหร่เนาะ เฮอะๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-create-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีคิด : Blog ยังไงให้มีเนื้อหาเอามา Blog กันอยู่เป็นประจำ</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/how-to-get-blog-content/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/how-to-get-blog-content/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 May 2010 14:59:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[thinking process]]></category>
		<category><![CDATA[how to blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/how-to-get-blog-content/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ถ้าหากว่าคุณถามผมแบบนี้แสดงว่า เว็ป Blog ที่คุณกำลังเขียนอยู่นั้นไม่ได้มาจากความสนใจของคุณแม้แต่น้อยย ทำไมผมบอกได้อย่างงั้นน่ะเหรอครับ ? ไม่แปลกหรอก ลองคิดกลับทางกันดูดีกว่าว่า ถ้าหากว่า เรื่องราวเฉพาะเจาะจงใดๆ คุณชอบและสนใจมันอยู่แล้ว คุณแทบไม่ต้องออกแรง เพื่อหาข้อมูล ศึกษา หรือความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ แต่อย่างใด แล้ว สิ่งที่คุณทำ ก็จะทำอยู่ตลอดเวลา เสียด้วยซิ ไม่ว่ากำลังจะนอน หรือเพิ่งตื่นมาตอนเช้า หรือ เวลาว่างหลังจากงาน หรือ แม้กระทั่งเวลางาน เมื่อคุณว่างจากงาน (มันก็ต้องว่างหน่อยน่ะครับมันถึงจะอ่านนู้นอ่านนี้ได้จริงเหรอป่าวล่ะครับ) เพราะแท้ที่จริงแล้วการ Blogging ก็เป็นการบอกต่ออย่างหนึ่งเท่านั้น ผ่านแนวคิดและความคิดของเรา ในการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นภาพเสียงหรือตัวหนังสือ ข้อมูลคุณก็มีแล้วถ้าหากว่าคุณชอบหรือสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างว่า เรื่อง source ที่จะได้เรื่องราวมาเป็น &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/how-to-get-blog-content/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img title="blog board" style="border-right: 0px; border-top: 0px; display: inline; border-left: 0px; border-bottom: 0px" height="376" alt="blog board" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/blogboard.jpg" width="530" border="0" />&#160; <br />ถ้าหากว่าคุณถามผมแบบนี้แสดงว่า เว็ป Blog ที่คุณกำลังเขียนอยู่นั้นไม่ได้มาจากความสนใจของคุณแม้แต่น้อยย ทำไมผมบอกได้อย่างงั้นน่ะเหรอครับ ? ไม่แปลกหรอก ลองคิดกลับทางกันดูดีกว่าว่า ถ้าหากว่า เรื่องราวเฉพาะเจาะจงใดๆ คุณชอบและสนใจมันอยู่แล้ว คุณแทบไม่ต้องออกแรง เพื่อหาข้อมูล ศึกษา หรือความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ แต่อย่างใด แล้ว สิ่งที่คุณทำ ก็จะทำอยู่ตลอดเวลา เสียด้วยซิ ไม่ว่ากำลังจะนอน หรือเพิ่งตื่นมาตอนเช้า หรือ เวลาว่างหลังจากงาน หรือ แม้กระทั่งเวลางาน เมื่อคุณว่างจากงาน (มันก็ต้องว่างหน่อยน่ะครับมันถึงจะอ่านนู้นอ่านนี้ได้จริงเหรอป่าวล่ะครับ) </p>
<p>เพราะแท้ที่จริงแล้วการ Blogging ก็เป็นการบอกต่ออย่างหนึ่งเท่านั้น ผ่านแนวคิดและความคิดของเรา ในการนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นภาพเสียงหรือตัวหนังสือ ข้อมูลคุณก็มีแล้วถ้าหากว่าคุณชอบหรือสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างว่า เรื่อง source ที่จะได้เรื่องราวมาเป็น unlimited แน่นอน และอีกเรื่องที่อาจจะต้องคิดต่อก็คือ คุณจะทำอย่างไรเพื่อให้เนื้อหาของคุณมีคุณค่าต่อคนอื่น </p>
<p>วิธีคิดต่อนั้นก็ไม่ยากเย็นอะไรมากมายนักหรอกครับ วิธีการคิดของผมเพื่อให้ผมพิมพ์เนื้อหาออกมาให้คุณๆได้อ่านกันก็คิดแค่ว่า &quot;มีคนมาบอกคุณแบบนี้ซะแต่แรกมันก็น่าจะดีเนาะ&quot;&#160; มันแปลว่าอะไร วิธีการคิดแบบนี้จะทำให้คนอื่นที่ชอบเนื้อหาแบบเดียวกันกับคุณหรือ ค้นหาเรื่องราวที่เกี่ยวกับเรื่องใดๆที่คุณเขียนได้เจอ &quot;เนื้อหา&quot; ของคุณแล้วมันก็เป็นการประหยัดเวลาในการ research ข้อมูลเหล่านั้น เพราะมันได้ผ่านการย่อยทางความคิด และกลั่นออกมาเป็น content ที่มีการบันทึกเอาไว้ และ อ่านได้ด้วยความเร็วในการรับรู้และเรียนรู้ของตนเองครับ&#160; ผมไม่อยากให้คุณคิดมาก ว่าถ้าหากว่าคนอื่นเข้ามาอ่านแล้วจะได้อะไรจากมัน คิดแบบว่า ถ้าหากว่าผมรู้แบบนี้ก่อนมันก็น่าจะดี เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้คุณบอกคนอื่นต่อเอาไว้ก่อนล่วงหน้า แม้ว่าเค้าเหล่านั้นจะไม่ได้คิดสงสัยในประเด็นต่างๆเหล่านั้นมาก่อนก็ตามที </p>
<p>ยิ่งถ้าหากว่าเนื้อหาของคุณใน blog ของคุณมี theme เรื่องราวที่น่าสนใจเฉพาะเจาะจงได้ชัดเจน มันจะทำให้คนที่คิดแบบคุณ และสนใจแบบคุณๆจะกลับเข้ามาอ่านหรือก็<a title="feed register rackmanagerpro.com" href="http://feeds.feedburner.com/rackmanagerproductivity"><strong>สมัคร feed </strong>เพื่อรับ content ใหม่</a>ที่พิมพ์ออกมาครับ </p>
<p>อีกวิธีการหนึ่งที่ผมเห็นว่าดีไม่ใช่น้อยก็คือ เนื้อหาเชิงที่คนเห็นด้วยได้ง่าย ใครๆก็ชอบอ่านเรื่องราวที่คิดว่า เหมือนกับที่ตัวเองคิดเอาไว้หรือว่าเป็นเนื้อหาที่มีความคิดในแบบเดียวกับตน ถ้าหากว่าอ่านแล้วกินใจ แบบประมาณว่า ใช่เล้ย &gt;&lt; อะไรแบบนั้น ก็จะเกิดการ share ต่อไปได้ดีกว่า เนื้อหาที่ขัดกับความคิดของคนอ่านเป็นแน่แท้ครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากว่าคิดอะไรไม่ออกก็ลอง พูดถึงเรื่องที่คนอื่น (ใน theme คนอ่านเดียวกันกับคุณ) จะเห็นด้วยได้ง่าย หรือว่าโดนใจครับ case นี้รู้ไว้ใช่ว่าเพราะเราก็ไม่สามารถประเมินได้จริงๆหรือว่า คนอื่นเค้าจะคิดเหมือนกับเราหรือไม่ แต่ก็อีก เราก็ออกแรงเดาเท่าที่เราจะทำได้น่ะหละครับ </p>
<p>และวิธีการสุดท้ายที่เป็นต้นกำเนิดของการ Blogging ที่ <a title="rackmanagerpro.com" href="http://rackmanagerpro.com"><strong>rackmanagerpro.com</strong></a> นี้ก็ว่าได้ก็คือ การบันทึกเพื่อให้ตัวเอง search กลับมาได้น่ะครับ เนื้อหานี้จะเหมาะกับเนื้อหาแนว how to หรือ บอกกล่าววิธีการแก้ปัญหาใดๆ ครับ เช่น ถ้าหากว่าผมมี เคร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/how-to-get-blog-content/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากแนะนำว่าร้านอาหารหรือ Shop offline ขายของควรมี Wifi Free ไว้สร้าง WOM</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 14:33:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[gadget talk]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[online productive]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[online marketing]]></category>
		<category><![CDATA[wifi]]></category>
		<category><![CDATA[wifi free]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/</guid>
		<description><![CDATA[เขียนหัวเรื่องแบบนี้อาจจะคิดแค่ว่า เอา Wifi มาปะไว้หน้าร้าน เพื่อให้คนเข้าร้านมาใช้ มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมด ผมคิดว่า ประเด็นอีกเรื่องที่คุณๆอาจจะยังไม่คิดหรือคิดไม่ถึงนั้นก็คือ โลกของเราเป็นโลกของการ share ข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือกันแล้วครับ ตอนนี้อย่างที่คุณๆรู้กันว่าผมเปลี่ยนจาก Windows Mobile Phone (HTC Diamond) มาเป็น iPhone 3GS ตัว TOP สุดเท่าที่มันจะมีได้ คือ 32 GB (ไม่รู้ทำไมมันพื้นที่เยอะอย่างงั้น แล้วก็คิดไม่ออกอีกต่างหากว่าจะเอาพื้นที่เยอะๆไปทำไมเพราะเนื้อหาทั้งหมดผมอยู่บน internet อยู่แล้ว) แล้วก็มาสังเกต พฤติกรรมตัวเองว่า ผมใช้มันเพื่ออะไร ทำอะไรกับมันบ้าง มีข้อสังเกตประการหนึ่งก็คือ ถ้าหากว่าผมเดินทางไปร้านอาหารหรือว่าร้านค้า ถ้าหากว่าเค้าบอกว่า Free Wifi &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/freewifi.jpg"><img title="free-wifi" style="border-top-width: 0px; display: inline; border-left-width: 0px; border-bottom-width: 0px; margin-left: 0px; margin-right: 0px; border-right-width: 0px" height="140" alt="free-wifi" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/freewifi_thumb.jpg" width="240" align="left" border="0" /></a> เขียนหัวเรื่องแบบนี้อาจจะคิดแค่ว่า เอา Wifi มาปะไว้หน้าร้าน เพื่อให้คนเข้าร้านมาใช้ มันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เป็นคำตอบทั้งหมด ผมคิดว่า ประเด็นอีกเรื่องที่คุณๆอาจจะยังไม่คิดหรือคิดไม่ถึงนั้นก็คือ โลกของเราเป็นโลกของการ share ข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือกันแล้วครับ </p>
<p>ตอนนี้อย่างที่คุณๆรู้กันว่าผมเปลี่ยนจาก Windows Mobile Phone (HTC Diamond) มาเป็น iPhone 3GS ตัว TOP สุดเท่าที่มันจะมีได้ คือ 32 GB (ไม่รู้ทำไมมันพื้นที่เยอะอย่างงั้น แล้วก็คิดไม่ออกอีกต่างหากว่าจะเอาพื้นที่เยอะๆไปทำไมเพราะเนื้อหาทั้งหมดผมอยู่บน internet อยู่แล้ว) แล้วก็มาสังเกต พฤติกรรมตัวเองว่า ผมใช้มันเพื่ออะไร ทำอะไรกับมันบ้าง </p>
<p>มีข้อสังเกตประการหนึ่งก็คือ ถ้าหากว่าผมเดินทางไปร้านอาหารหรือว่าร้านค้า ถ้าหากว่าเค้าบอกว่า Free Wifi ก็จะควัด iPhone ออกมาแล้วถ่ายภาพ ร้านค้า ร้านอาหารไว้ แล้วก็จัดการ update Twitter + Facebook เพื่อ Share Location บอกพิกัดว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน บอกว่าร้านค้าร้านอาหารนี้อยู่ทีไหน แล้วก็ ถ่ายภาพอาหารหรือของที่คิดว่าน่าสนใจ น่ารักอยากจะบอกคนอื่นครับ </p>
<p>นั้นแปลว่า &quot; <strong>นี่เป็นโอกาสทางการตลาดอย่างแรง !</strong> &quot; ว่าคนที่จะทำหน้าที่ในการโปรโมตร้านค้า สินค้า หรือ ร้านอาหารของคุณ คือ คนที่ควัก iPhone ออกมานั่นเองครับ </p>
<p>ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ ถ้าหากว่ามี Wifi Free กับไม่มี พฤติกรรมผมจะแตกต่างกันออกไป คือ ถ้าหากว่าไม่ Wifi ผมจะรู้อยู่แก่ใจว่า ผมต้องเปิด EDGE เสียก่อนแล้วก็อยากจะ share อาหารที่ผมกินเพื่อเอาไปอวดคนอื่นเค้า ที่เป็นเพื่อนฝูงใน Facebook หรือ Twitter เพราะว่าอาหารมันน่ากินเหลือเกินหรือว่าของหรือสินค้ามันน่ารักอยากให้คนอื่นได้ซื้อเหลือเกิน&#160; แต่ว่า มัน connect เป็น EDGE แปลว่ากระบวนการ upload file ต่อ EDGE จะเริ่มเป็นอุปสรรคกับผม หรือ เค้าเหล่านั้นที่ชอบมีอาการเหมือนกับผม (sharaholics) แล้วก็อาจจะตัดสินใจไม่กระทำการอะไรก็ได้ครับ นั้นก็แปลว่า อดที่จะ promote ร้านค้าของคุณนั่นเอง (เสียใจด้วยน่ะครับ) </p>
<p>ผมว่าเหตุผลของการได้ promote สินค้าหรือบริการด้วยคนอื่น เหมือนกับที่เป็นลักษณะการบอกต่อ ผ่าน Gadget ปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และ ถ้าหากว่าคุณเห็นโอกาสนี้ แน่นอนว่า อยากจะเปิด Wifi ให้กันแบบไม่ต้อง Lock password กันเลยก็่ว่าได้ลองเอาไปคิดดูเองแล้วกันน่ะครับ </p>
<p>ถ้าหากว่าคุณๆเห็นด้วยกับผมรบกวน share Twitter หรือแม้กระทั่ง Copy เนื้อความนี้ไปเผยแพร่กันได้เลยน่ะครับผมไม่หวงห่วง content แต่ประการใดครับ กะว่าเอาให้พวกร้านอาหาร ผู้ประกอบ ห้างร้านรู้เรื่องนี้ เราจะได้มี Wifi ใช้มันทุกที่ที่เราไปเลยดีกว่าน่ะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/wifi-free-shop/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องง่ายๆที่ต้องระวังและเรื่องที่พึงกระทำถ้าคุณมีร้าน offline และมี website Online</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 May 2010 12:52:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[business IDO]]></category>
		<category><![CDATA[online life]]></category>
		<category><![CDATA[Blogging marketing]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[marketing with Blog]]></category>
		<category><![CDATA[offline marketing]]></category>
		<category><![CDATA[offline marketing tips]]></category>
		<category><![CDATA[online tools]]></category>
		<category><![CDATA[tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากว่าคุณมีหน้าร้านค้าจริงๆ แล้วอยากจะทำการ promote ผ่านหน้า web online แล้วล่ะก็สิ่งที่จะต้องระวังที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงนั้นมีอยู่เยอะประการครับ ทีนี้ผมจะทำการสรุปเอาไว้เป็นประเด็นๆเลยดีกว่าว่า ถ้าหากว่าอยากจะทำนั้น คุณจะต้องระวังเรื่องอะไรกันมั่ง หรือ มีเรื่องอะไรที่น่าทำมั่งมั้ยน้อ .. อ่านได้จากบทความนี้เลยอ่ะครับ Domain name ไม่ได้สื่อถึงร้านของคุณ เช่นถ้าหากว่าคุณชื่อร้านกิ้กกู่คุณก็ต้องหา Domain name อะไรที่เกี่ยวข้องครับ เพื่อสื่อสารให้คนที่หลงเข้ามาที่หน้าร้านของคุณนั้น รู้แน่ชัดว่าเข้าถูกร้าน และ มันมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับร้านค้าโลกจริงของคุณครับ ไม่ใช่ว่าชือ่ domain name อย่างนึงแล้ว ชื่อหน้าร้านโลกจริงของคุณเป็นอีกชื่อนึงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้อง หรือเหมือนกันแม้แต่น้อยก็จะทำให้เกิดความสับสนได้งวยงงได้น่ะครับ ความคิดนี้แม้ว่าจะเป็นความคิดพื้นฐาน แต่ก็มีคนงงๆ ตั้งมันคนละแบบแล้วน่ะครับ แอบเห็นพวกผู้ประกอบการบางคนทำอย่างงั้นน่ะครับ แปลกดีไม่เข้าใจเหมือนกันว่าละเมอหรือว่าไม่ระวังกันแน่ ?&#160; แล้วก้ไม่แนะนำ ชื่อร้านแล้วต่อคำหน้าด้วย The &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าหากว่าคุณมีหน้าร้านค้าจริงๆ แล้วอยากจะทำการ promote ผ่านหน้า web online แล้วล่ะก็สิ่งที่จะต้องระวังที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงนั้นมีอยู่เยอะประการครับ ทีนี้ผมจะทำการสรุปเอาไว้เป็นประเด็นๆเลยดีกว่าว่า ถ้าหากว่าอยากจะทำนั้น คุณจะต้องระวังเรื่องอะไรกันมั่ง หรือ มีเรื่องอะไรที่น่าทำมั่งมั้ยน้อ .. อ่านได้จากบทความนี้เลยอ่ะครับ </p>
<h3>Domain name ไม่ได้สื่อถึงร้านของคุณ</h3>
<p>เช่นถ้าหากว่าคุณชื่อร้านกิ้กกู่คุณก็ต้องหา <a title="domain name เลือกยังไง" href="http://www.rackmanagerpro.com/basic-web-hosting-domain-name/" target="_blank">Domain name อะไรที่เกี่ยวข้องครับ</a> เพื่อสื่อสารให้คนที่หลงเข้ามาที่หน้าร้านของคุณนั้น รู้แน่ชัดว่าเข้าถูกร้าน และ มันมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับร้านค้าโลกจริงของคุณครับ ไม่ใช่ว่าชือ่ domain name อย่างนึงแล้ว ชื่อหน้าร้านโลกจริงของคุณเป็นอีกชื่อนึงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้อง หรือเหมือนกันแม้แต่น้อยก็จะทำให้เกิดความสับสนได้งวยงงได้น่ะครับ ความคิดนี้แม้ว่าจะเป็นความคิดพื้นฐาน แต่ก็มีคนงงๆ ตั้งมันคนละแบบแล้วน่ะครับ แอบเห็นพวกผู้ประกอบการบางคนทำอย่างงั้นน่ะครับ แปลกดีไม่เข้าใจเหมือนกันว่าละเมอหรือว่าไม่ระวังกันแน่ ?&#160; แล้วก้ไม่แนะนำ ชื่อร้านแล้วต่อคำหน้าด้วย The หรือ Siteตามหลังน่ะครับ เพราะมันทำให้ดูเว็ปเป็นเว็ปรองๆกว่าเว็ปที่ไม่มีคำเหล่านั้นครับ ถ้าหากว่าเป็นไปได้ แนะนำในทางกลับกันคือว่าให้เลือก Domain name เสียก่อนแล้ว ค่อยตั้งชื่อร้านจะดีกว่าครับ&#160; </p>
<table cellspacing="0" cellpadding="2" width="527" border="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="49"><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip.png"><img title="1273063625_ktip" style="border-top-width: 0px; display: block; border-left-width: 0px; float: none; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; margin-right: auto; border-right-width: 0px" height="64" alt="1273063625_ktip" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip_thumb.png" width="64" border="0" /></a> </td>
<td valign="top" width="476"><strong>TIP </strong>: ถ้าหากว่า domain name ของคุณมีเจ้าของแล้ว ไม่ว่าจะเป็น dot com หรือว่า dot net แนะนำว่าถ้าลูกค้าคุณเป็นคนไทยและคุณเป็นคนไทยแล้ว จะมีอีกทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อยก็คือ การใช้ สกุล ดอทไอเอ็นดอททีเอชครับผม (.in.th) มันจะอ่านได้ อินไทย หรือสื่อความได้ว่า มันอยู่ในประเทศไทยน่ะครับ เพราะว่า ถ้าอยากจะใช้ dot นี้คุณต้องเป็นคนไทยเท่านั้นน่ะครับ </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p> <span id="more-815"></span><br />
<h3>Theme ของเว็ปไซท์ ควรเป็นอารมณ์เดียวกับร้านค้าจริง</h3>
<p>Theme website มันก็จะเป็นเหมือนกับหน้ากากหรือกรอบ ความรู้สึกของร้านค้าครับ ถ้าหากว่าเราทำการตกแต่งร้านค้าแบบหนึ่งแล้วเราออกแบบ website อีกแบบหนึ่ง มันก็จะทำให้คนที่เข้ามาที่ร้าน แล้วไปดูเว็ป หรือว่าดูเว็ปแล้วไปที่ร้านจะให้อารมณ์ขาดตอนยังกะเป็นคนละร้านกันอย่างงั้น (อาจจะอาการเหมือนกับ domain name เมื่อสักครู่นี้น่ะครับ ) เช่น ถ้าหากว่าร้านคุณหวานซะเหลือเกิน แล้วปรากฏว่า ร้านค้าจริงของคุณออกมาดูเป็นแบบขายส่งสุดๆ ไม่ได้หวานเหมือนกะในเว็ป ผมว่ามันก็แปลกๆอยู่ เหตุการณ์นี้จะทำให้คนที่มาเจอเราทาง website แล้วเดินทีไปร้านหลุดอารมณ์ไปได้น่ะครับ</p>
<table cellspacing="0" cellpadding="2" width="527" border="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="49"><a href="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip.png"><img title="1273063625_ktip" style="border-top-width: 0px; display: block; border-left-width: 0px; float: none; border-bottom-width: 0px; margin-left: auto; margin-right: auto; border-right-width: 0px" height="64" alt="1273063625_ktip" src="http://www.rackmanagerpro.com/wp-content/uploads/2010/05/1273063625_ktip_thumb.png" width="64" border="0" /></a> </td>
<td valign="top" width="476"><strong>TIP :</strong>&#160; แท้ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ยากเย็นอะไรถ้าหากว่าอยากจะทำให้ Theme ร้านและ Theme online website ให้เหมือนกันก็แค่ใช้ Logo โทนสี และ คนวาดภาพ Graphic คนเดียวกันทั้งหมด หรือ ใช้ Graphic ชุดเดียวกันในการทำ Theme online ครับ เท่านั้นเองครับ </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong></strong></p>
<h3>การเดินทางมาและแผนที่จะมาร้านต้องมาได้จริง</h3>
<p>ตอนแรกผมคิดว่าแผนที่ Google maps จะช่วยเราได้ แต่แท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/marketing-offline-shop-combine-online-website/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พื้นฐานความเข้าใจเรื่อง Domain name และ Web Hosting</title>
		<link>http://www.rackmanagerpro.com/basic-web-hosting-domain-name/</link>
		<comments>http://www.rackmanagerpro.com/basic-web-hosting-domain-name/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 04:23:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rackmanagerpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bloging life]]></category>
		<category><![CDATA[domain name]]></category>
		<category><![CDATA[domain register]]></category>
		<category><![CDATA[registration domain]]></category>
		<category><![CDATA[web host]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>
		<category><![CDATA[webhost]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rackmanagerpro.com/basic-web-hosting-domain-name/</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง Domain name และ Web Hosting เป็นเรื่องแรกๆสำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจว่า ถ้าหากว่าจะทำเว็ปสักเว็ปจะต้องมีอะไรแล้วทำอย่างไรบ้าง วันนี้ก็เลยอยากพิมพ์เก็บเอาไว้สักหน่อยครับ ถ้าหากว่าคุณไม่เคยมีเว็ปไซท์กะเค้าเลยก็อ่านไปไม่เสียหลายครับ ไว้วันไหนอยากเว็ปเป็นของตัวเองแล้วก็จะได้รู้ไว้ก่อนล่วงหน้าครับ Web Hosting พื้นที่เก็บ File ใดๆในโลก internet สิ่งแรกที่คุณต้องรู้จัก ถ้าหากว่าคุณอยากมีเว็ปสักเว็ปเป็นของตัวเองและ รู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าของจริงๆไม่ใช่ให้คนอื่นเค้าสร้างให้แล้วตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย แบบนั้น มันก็ดูจะลำบากสักหน่อยถ้าหากว่าอยากจะทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไรนะครับ การสร้างเว็ปสักเว็ป สิ่งที่จะต้องมีแน่นอน คือ Web Hosting ครับ และ คุณอาจจะไม่มี Domain name ก็ได้ (แต่ว่าส่วนตัวแล้วผมแนะนำว่าจะต้องมีครับ แล้วจะอธิบายไว้ว่าทำไมผมถึงคิดว่าต้องมีแล้วกันนะครับ) Web Hosting มันก็เหมือนกับที่ฝากข้อมูลเอาไว้ใน internet แปลว่าข้อมูลในเว็ปไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง &#8230; <a href="http://www.rackmanagerpro.com/basic-web-hosting-domain-name/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่อง <strong>Domain name</strong> และ <strong>Web Hosting</strong> เป็นเรื่องแรกๆสำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจว่า ถ้าหากว่าจะทำเว็ปสักเว็ปจะต้องมีอะไรแล้วทำอย่างไรบ้าง วันนี้ก็เลยอยากพิมพ์เก็บเอาไว้สักหน่อยครับ ถ้าหากว่าคุณไม่เคยมีเว็ปไซท์กะเค้าเลยก็อ่านไปไม่เสียหลายครับ ไว้วันไหนอยากเว็ปเป็นของตัวเองแล้วก็จะได้รู้ไว้ก่อนล่วงหน้าครับ     </p>
<h4>Web Hosting พื้นที่เก็บ File ใดๆในโลก internet สิ่งแรกที่คุณต้องรู้จัก</h4>
<p>ถ้าหากว่าคุณอยากมีเว็ปสักเว็ปเป็นของตัวเองและ รู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าของจริงๆไม่ใช่ให้คนอื่นเค้าสร้างให้แล้วตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย แบบนั้น มันก็ดูจะลำบากสักหน่อยถ้าหากว่าอยากจะทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไรนะครับ การสร้างเว็ปสักเว็ป สิ่งที่จะต้องมีแน่นอน คือ Web Hosting ครับ และ คุณอาจจะไม่มี Domain name ก็ได้ (แต่ว่าส่วนตัวแล้วผมแนะนำว่าจะต้องมีครับ แล้วจะอธิบายไว้ว่าทำไมผมถึงคิดว่าต้องมีแล้วกันนะครับ) </p>
<p><strong>Web Hosting</strong> มันก็เหมือนกับที่ฝากข้อมูลเอาไว้ใน internet แปลว่าข้อมูลในเว็ปไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง ตัวหนังสือ และอื่นๆ มันจะไม่ได้อยู่ที่คอมพิวเตอร์เราหรอกครับ แต่ว่ามันอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นที่เค้าเรียกว่า เค้า server ครับผม เครื่องพวกนี้จะต้องเปิดเอาไว้ตลอดเวลาครับเพื่อให้คนอื่นเข้าถึงข้อมูลที่คุณเก็บเอาไว้ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงไม่เวน้วันหยุดราชการแต่อย่างใด&#160; ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าหากคุณมีเนื้อหาและข้อมูลของเว็ปคุณอยู่ที่เครื่องที่บ้านของคุณแล้วคุณปิดคอมไปแล้วใครจะมาเข้าถึงข้อมูลได้ จริงมั้ยล่ะครับ ? </p>
<p>ในไทยเราจะมีผู้ให้บริการเว็ป hosting เยอะรายมากๆ ทั้งที่ดูแล้วกระจอกงอกง่อย จนถึงดูเวอร์หวือหวาอลังการงานสร้าง และมีอีกพวกที่จะเป็น service ที่ผูกกับการเปิดหน้าร้านค้า online ครับ ผมเรียกพวกนี้ว่า Easy web แล้วกันนะครับ หรือ <strong>เว็ปไซท์สำเร็จรูป</strong> ครับ (เหมือนกับบะหมีกึ่งสำเร็จรูปสร้างง่ายใช้สะดวก (มั้ง) แต่ไม่เป็นมาตราฐานครับ เพราะ ถ้าหากว่าจะเปลี่ยนที่ก็แปลว่าเราต้องทำใหม่ทั้งหมด แล้วอยู่ๆถ้าหากว่าเค้าอยากเพิ่มราคาเป็นสองเท่าหรือแปดเท่า เค้าก็ทำได้ทันทีโดยที่คุณก็ต้องจ่ายเพราะว่า คุณใช้งานระบบของเค้านี่ครับ ผูกเอาไว้อย่างจริงจัง ย้ายหรือหนีไปไหนก็ไม่ได้อีก ตกเป็นเบี้ยล่างอย่างเห็นได้ชัดครับผม) </p>
<p><strong>Web Hosting</strong> ก็เป็นแค่พื้นที่เพื่อฝากไฟล์เท่านั้นเองครับ โดยพวกนี้จะคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปีก็แล้วแต่ที่ตกลงกันไว้ โดยมากถ้าหากว่าคณซื้อเหมาเป็นแบบรายปีก็จะถูกกว่ารายเดือนแน่นอนเพราะว่าเราเอาเงินให้เค้าไปใช้ก่อนยังไงล่ะครับ ได้เป็นก้อนๆครับ ซึ่งจะต้องถูกกว่าจ่ายรายเดือนครับ แนะนำว่า เราไม่ได้ทำการเปลี่ยน web hosting กันบ่อยมากนัก หรืออาจจะไม่ได้ย้ายเลยถ้าหากว่าคุณยัง happy กับราคาและการบริการของเค้าเหล่านั้นอยู่ หรือว่าคุณไม่ได้เจออะไรที่ดีกว่า แล้วเกิดกิเลสอยากย้ายครับ พวกที่ให้เช่า web hosting ก็จะกินเงินยาวๆไปเรื่อยๆ เป็น Business หนึ่งที่น่าสนใจ (ถ้าคู่แข่งมันไม่ได้เยอะเหมือนตอนนี้น่ะครับ เพราะตอนนี้ผู้บริโภคเป็นต่อเอามากๆ และก็ไม่ได้แข่งกันเองแค่คนไทยน่ะครับ เรื่องแบบนีเป็น international แปลว่าก็ต้องแข่งกับคนที่เค้าทำ web hosting ทั่วโลกครับผม)</p>
<p>การเลือก <strong>Web Hosting</strong> เป็นเรื่องที่พิจารณากันได้เยอะแบบมาก เยอะปัจจัยมากมายครับไว้ถ้าหากว่าผมเขียนไว้แล้วผมจะเอามาปะ Link ไว้ที่นี่แล้วกันนะครับ     </p>
<h4>Domain name โดเมนเนมอาจจะต้องมีถ้าหากว่าคุณจะมี Brand    </p>
</h4>
<p>ถ้าห</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rackmanagerpro.com/basic-web-hosting-domain-name/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
