ได้ iPhone 3GS เอามาเล่นแล้วล่ะครับ app อะไรใช้งานดีก็จะเอามาบอกต่อแล้วกันครับ

iphone3gs ตอนนี้ผมได้ iPhone ใหม่มาเครื่องนึงน่ะครับ เข้าใจว่าเป็นเครื่องมือสองแม้ว่าดูภายนอกจะเหมือนใหม่มากๆก็เถอะครับ เพราะใช้ๆแล้วเหมือนกับว่ามันก็มีอาการอะไรแปลกๆหน่อย เช่น มีการค้าง หรือว่า มีอาการเครื่องดับ ราวกับว่าถ่านหมดแต่ว่ามันก็ไม่ได้หมดอะไร(นี่หน่า) แสดงว่า เครื่องที่ใช้อยู่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อยสักเท่าไหร่ เอาเถอะครับ ผมก็จะใช้กันไปเพราะว่า ดูๆแล้วมันก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะอยู่ครับไม่ว่าจะเป็น application ที่แปลกๆ ไม่เคยเห็นว่ามันจะมี (เพราะว่าแต่ก่อนผมก็ไม่ได้อ่านอะไรเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนี่ ก็ผมไม่มี iPhone นี่หน่า) หรือว่า เป็น app อะไรนี่เจอแล้ว น่าสนใจแนะนำก็อาจจะเอามา post กันในหน้า rackmanagerpro.com ครับผม

เครื่องโทรศัพท์ iPhone เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่คนไหนใช้คนนั้นก็ชอบครับ แต่ว่าสำหรับผมแล้ว มันก็เป็นอีกเครื่องหนึ่งทีมีแล้วก็ต้องปรับตัว ปรับการทำงาน และ ต้องมาศึกษาลองดูว่า มันทำอะไรยังไงได้บ้าง เรียกได้ว่า เมื่อวานนี้ แล้วก็เมื่อวานก่อนก็เอามือจิ้มมือถือ iPhone ตัวนี้กันทั้งวี่วัน ต้องเอาแท่น charge ติดไว้กะตัว แล้วก็เอาเดินทางในรถด้วยน่ะครับเพราะว่า "ถ่านมันหมดเร็วเอามากๆ!" 

ที่ถ่านมันหมดเร็วอาจจะเป็นเพราะว่า เราใช้งาน wifi และก็เปิด on Bluetooth เอาไว้ก็เป็นไปได้ มีคนบอกว่า อุปกรณ์พวกนี้ถ้าหากว่าเปิดไว้ จะทำให้กินถ่านอย่างรุนแรง หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเครื่องผมมีปัญหาก็ได้น่ะคัรบ (อันนี้ไม่แน่ใจ) เพราะว่าผมเองก็ไม่เคยใช้เครื่องอื่นที่เป็นเครื่องปกติมือหนึ่งที่ไม่มีอะไรเสื่อมเลยครับ

สำหรับคนที่ใช้ Windows Mobile ก็อย่างเพิ่งตกใจว่าผมจะไม่เอาเรื่องนั้นมาเล่าแล้ว เพราะผมก็ไม่ได้ทิ้งเครื่อง WM ไปซะเฉยๆหรอกครับก็เก็บเอาไว้ แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะต้องเอามาใช้อีกต่างหาก เพราะผมเองก็มี Mobile number 2 เบอร์น่ะครับ แล้วก็ยังอยากใช้งาน WM เพื่อต่อ internet กับ Netbook อยู่ซึ่ง iPhone เองก็ยังหาวิธีการทำไม่ได้ครับ ไว้ถ้าหากว่าหาได้แล้วก็จะเอา post ไว้ให้ก็แล้วกันนะครับ

เอาล่ะครับไม่ว่า iPhone จะอยู่ในสภาพอะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับผมแล้วมันก็ถือได้ว่าเป็นเครื่องใหม่ และเป็นเรื่องใหม่ที่ผมใส่ใจ สนใจที่จะทำอะไรกับมันให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณว่างกหน่อยน่ะครับ) ไว้มีอะไรที่น่าสนใจก็จะบอกต่อในเว็ป rackmanagerpro.com แห่งนี้ไว้แล้วกันเนาะ ^^

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • app iphone น่าสนใจ
  • app iphone 3gs แนะนํา
  • app iphone แนะนํา
  • app iphone 3gs
  • iphone 3gs app แนะนํา
  • iphone app แนะนํา
  • iphone 3gs app
  • app iphone3 แนะนํา
  • iphone3GS ทำอะไรได้บ้าง
  • แนะนำ app iphone 3gs

Post การเมืองหรือศาสนา ใน Wall บน Facebook = Delete account

facebook delete button

ผมสังเกตว่าพักนี้มีคนโดนไล่ออกเพราะว่า post comment อะไรแปลกๆที่ไม่น่าจะ post เพราะไม่ฉลาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือ เรืองศาสนา (แต่ว่าตอนนี้เรื่องศาสนาก็ไม่ได้มีใครไป post กันหรอกครับเพราะว่ามันก็ไม่ได้เป็นประเด็นร้อนแรงอะไรเป็นพิเศษ) ซึ่ง ตั้งแต่เด็กๆ เราๆ ก็รู้อยู่แล้ว เรื่องใดบ้างไม่ควรพูดในที่สาธารณะไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้ว อันได้แก่ เรื่องความคิดเห็นทางการเมือง (ในกรณีที่มีความรุนแรงมั่วมากมายเกิดขึ้นก็ยิ่งไม่ต้องพูดเข้าไปใหญ่) และ เรื่องศาสนา เพราะทั้งสองเรื่องเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ ที่ไม่สามารถจะปรับจูนกันได้ง่ายครับ สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าสองเรื่องนี้ไม่ควรพูด หรือ กล่าวถึง ก็แนะนำว่ารู้ไว้หน่อยก็ดี เพราะเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่สอนต่อๆกันมาครับ

เหตุผลว่าทำไมไม่ควรพูดนั้นมันก็เพื่อการรักษาน้ำใจ และ การรักษาสถานภาพทางสังคมที่ตัวเองนั้นมีอยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติที่แปลกไปถ้าหากว่า เรารู้ว่าคนๆนั้นคิดไม่เหมือนกันเรา (จริงถ้าหากว่าไม่รู้ซะ เราก็ยังคิดกับเค้าเหล่านั้นเหมือนเดิมครับ) หรือว่า เพื่อเป็นการป้องกัน อุบัติภัยอันอาจจะเกิดกับตัวเองได้ครับ เพราะ คนเมื่อมีการคุยเรื่องอะไรพวกนี้ คนจะมีอารมณ์ได้ง่ายมาก อย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะเป็นธรรมชาติของวิธีการประมวลผลทางความคิดของคนอยู่แล้วครับ เพราะ ถ้าหากว่าเราเชื่ออะไรแล้วไซร้ เราก็คิดอย่างงั้นโดยเปลี่ยนแปลงได้ยาก และหลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ และตกใจ อาการนี้ สมมุติฐานนี้ อาจจะออกแนวจิตๆนิดหน่อย แต่ก็เป็นเรื่องที่คนในวงการ การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ รับรู้กันมาได้สักพักใหญ่ๆแล้วครับ ผมไม่ได้มั่วคิดเอง มันเป็น Theory ที่ใช้ได้กับการ reseach สินค้าใหม่ หรือ การสื่อสารโฆษณาสินค้า ครับ และ มันก็เกี่ยวเนื่องกับการรับรู้สิ่งใหม่ที่ตนไม่เคยรู้มาก่อนด้วยเช่นเดียวกันครับ เราเรียกทฤษฏีนี้ว่า "Knowledge gap"

วันก่อนผมก็เพิ่งอ่านเกี่ยวกับ ความคิดสุดโต่งที่เราไม่รู้ตัวว่ามันสุดโต่ง เพราะ เราอยู่ในกลุ่มคนที่คิดเหมือนๆกัน และมีการปฏิสัมพันธ์ (contact) ติดต่อสื่อสาร ผ่านสื่อ และ การพูดคุยกับคนที่มีแนวคิดเดียวกัน แล้วเมื่อออกจากกลุ่มที่คิดเหมือนกัน และ รับฟัง หรือในทางตรงกับข้ามอธิบายเกี่ยวกับ เรื่องที่เราคิดว่ามันเป็นอย่างงั้น และ เรื่องที่เราคิดว่าเรารู้อย่างงั้น ให้กับคนที่ไม่เคยรู้เรื่องราวเหล่านั้น ปรากฏว่า "ความคิดและสิ่งที่เรารู้กลับเป็นเรื่องสุดโต่ง" ที่อีกกลุ่มฟังแล้วตกใจ คิดและรู้ ไม่เหมือนกันอย่างรุนแรง ทำให้เกิด Knowledge GAP ขนาดใหญ่ สำหรับทั้งสองฝ่ายที่รับรู้ เรื่องราว ความคิดที่ไม่เหมือนกันนั้น แน่นอนว่าการเกิด Knowleadge gap แบบใหญ่ๆนั้นทำให้คนตกใจ มีอารมณ์ โทสะ และสถาวะกลัวได้

ลองคิดกลับมาที่เรื่อง online แบบ rackmanager บ้าง ? แล้วมันเกี่ยวอะไร ?

เกี่ยวอย่างแรงน่ะครับ ว่าตอนนี้เรามีปฏิสัมพันธ์กันอย่าง online ไม่ว่ากับเพื่อนจริงๆ หรือเพื่อน online ของเราผ่านเนื้อความที่พิมพ์ และ บันทึกเอาไว้อย่างเป็นระบบ สะดวกต่อการเผยแพร่มากที่สุดตั้งแต่ ประวัติศาสตร์มนุษยชาติจะกระทำได้ นั่นก็คือ การใช้ social media ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter

เหตุผลทางความคิดก็ต้องคิดและกระทำเกือบเหมือนกับโลกจริงนั่นน่ะหละ (ก็ online มันก็โลกจริงเหมือนกันแค่ว่าคนไม่ได้เจอกัน

พื้นฐานความเข้าใจเรื่อง Domain name และ Web Hosting

เรื่อง Domain name และ Web Hosting เป็นเรื่องแรกๆสำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจว่า ถ้าหากว่าจะทำเว็ปสักเว็ปจะต้องมีอะไรแล้วทำอย่างไรบ้าง วันนี้ก็เลยอยากพิมพ์เก็บเอาไว้สักหน่อยครับ ถ้าหากว่าคุณไม่เคยมีเว็ปไซท์กะเค้าเลยก็อ่านไปไม่เสียหลายครับ ไว้วันไหนอยากเว็ปเป็นของตัวเองแล้วก็จะได้รู้ไว้ก่อนล่วงหน้าครับ

Web Hosting พื้นที่เก็บ File ใดๆในโลก internet สิ่งแรกที่คุณต้องรู้จัก

ถ้าหากว่าคุณอยากมีเว็ปสักเว็ปเป็นของตัวเองและ รู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าของจริงๆไม่ใช่ให้คนอื่นเค้าสร้างให้แล้วตัวเองไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย แบบนั้น มันก็ดูจะลำบากสักหน่อยถ้าหากว่าอยากจะทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไรนะครับ การสร้างเว็ปสักเว็ป สิ่งที่จะต้องมีแน่นอน คือ Web Hosting ครับ และ คุณอาจจะไม่มี Domain name ก็ได้ (แต่ว่าส่วนตัวแล้วผมแนะนำว่าจะต้องมีครับ แล้วจะอธิบายไว้ว่าทำไมผมถึงคิดว่าต้องมีแล้วกันนะครับ)

Web Hosting มันก็เหมือนกับที่ฝากข้อมูลเอาไว้ใน internet แปลว่าข้อมูลในเว็ปไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง ตัวหนังสือ และอื่นๆ มันจะไม่ได้อยู่ที่คอมพิวเตอร์เราหรอกครับ แต่ว่ามันอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นที่เค้าเรียกว่า เค้า server ครับผม เครื่องพวกนี้จะต้องเปิดเอาไว้ตลอดเวลาครับเพื่อให้คนอื่นเข้าถึงข้อมูลที่คุณเก็บเอาไว้ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงไม่เวน้วันหยุดราชการแต่อย่างใด  ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าหากคุณมีเนื้อหาและข้อมูลของเว็ปคุณอยู่ที่เครื่องที่บ้านของคุณแล้วคุณปิดคอมไปแล้วใครจะมาเข้าถึงข้อมูลได้ จริงมั้ยล่ะครับ ?

ในไทยเราจะมีผู้ให้บริการเว็ป hosting เยอะรายมากๆ ทั้งที่ดูแล้วกระจอกงอกง่อย จนถึงดูเวอร์หวือหวาอลังการงานสร้าง และมีอีกพวกที่จะเป็น service ที่ผูกกับการเปิดหน้าร้านค้า online ครับ ผมเรียกพวกนี้ว่า Easy web แล้วกันนะครับ หรือ เว็ปไซท์สำเร็จรูป ครับ (เหมือนกับบะหมีกึ่งสำเร็จรูปสร้างง่ายใช้สะดวก (มั้ง) แต่ไม่เป็นมาตราฐานครับ เพราะ ถ้าหากว่าจะเปลี่ยนที่ก็แปลว่าเราต้องทำใหม่ทั้งหมด แล้วอยู่ๆถ้าหากว่าเค้าอยากเพิ่มราคาเป็นสองเท่าหรือแปดเท่า เค้าก็ทำได้ทันทีโดยที่คุณก็ต้องจ่ายเพราะว่า คุณใช้งานระบบของเค้านี่ครับ ผูกเอาไว้อย่างจริงจัง ย้ายหรือหนีไปไหนก็ไม่ได้อีก ตกเป็นเบี้ยล่างอย่างเห็นได้ชัดครับผม)

Web Hosting ก็เป็นแค่พื้นที่เพื่อฝากไฟล์เท่านั้นเองครับ โดยพวกนี้จะคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปีก็แล้วแต่ที่ตกลงกันไว้ โดยมากถ้าหากว่าคณซื้อเหมาเป็นแบบรายปีก็จะถูกกว่ารายเดือนแน่นอนเพราะว่าเราเอาเงินให้เค้าไปใช้ก่อนยังไงล่ะครับ ได้เป็นก้อนๆครับ ซึ่งจะต้องถูกกว่าจ่ายรายเดือนครับ แนะนำว่า เราไม่ได้ทำการเปลี่ยน web hosting กันบ่อยมากนัก หรืออาจจะไม่ได้ย้ายเลยถ้าหากว่าคุณยัง happy กับราคาและการบริการของเค้าเหล่านั้นอยู่ หรือว่าคุณไม่ได้เจออะไรที่ดีกว่า แล้วเกิดกิเลสอยากย้ายครับ พวกที่ให้เช่า web hosting ก็จะกินเงินยาวๆไปเรื่อยๆ เป็น Business หนึ่งที่น่าสนใจ (ถ้าคู่แข่งมันไม่ได้เยอะเหมือนตอนนี้น่ะครับ เพราะตอนนี้ผู้บริโภคเป็นต่อเอามากๆ และก็ไม่ได้แข่งกันเองแค่คนไทยน่ะครับ เรื่องแบบนีเป็น international แปลว่าก็ต้องแข่งกับคนที่เค้าทำ web hosting ทั่วโลกครับผม)

การเลือก Web Hosting เป็นเรื่องที่พิจารณากันได้เยอะแบบมาก เยอะปัจจัยมากมายครับไว้ถ้าหากว่าผมเขียนไว้แล้วผมจะเอามาปะ Link ไว้ที่นี่แล้วกันนะครับ

Domain name โดเมนเนมอาจจะต้องมีถ้าหากว่าคุณจะมี Brand

ถ้าห

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เรื่อง domain
  • ผูก โดเมน กับ โฮส
  • ผูกโดเมน กับ เครื่องโฮส

ข้อสังเกตแปลกๆที่เจอเจอในประเทศเวียดนาม (สงกรานต์ปี 2553)

กุ้งเผาในน้ำมะพร้าวที่เวียดนาม
วันสงกรานต์ที่ผ่านมาผมไม่ได้พักผ่อนอยู่บ้านตามแผนการณ์ที่ประเมินเอาไว้ว่าอยากจะทำ (แน่นอนว่าผมไม่ได้วางแผนว่าจะนอนเฉยๆหรอกนะครับ ทำอะไรนั้นมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้ได้ว่าผมจะทำอะไร ) แต่มีรับ assignment มาให้ไปออกงานแฟร์เสนอสินค้าของที่บริษัทครับ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากสักเท่าไหร่หรอกครับ ก็ผมเป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้อยู่แล้ว ไม่ค่อยคิดมากอ่ะครับ (มีคิดอะไรมั่งเหรอป่าว่อะครับ ชีวิต แหม จะเอาอะไรมาหนักอกหนักใจให้มากมาย ทำลายสุขภาพจิตโดยไม่จำเป็นน่ะครับ คิดอย่างงั้นไม่ดีหรอกครับ)

ก็เลยอยากจะบันทึกเรื่องการเดินทางมาที่เวียดนามที่สักหน่อย ซึ่งปกติแล้วผมจะ Blog เนื้อหาประมาณนี้ที่ Blogspot ของผมครับ แต่ตอนนี้ผมมี Policy ใหม่แล้วว่า Blogger content ใดๆ จะเอาไว้ที่เดียวให้หมดคือ ที่ Rackmanagerpro.com แห่งนี้เท่านั้นครับ

ที่เวียดนามไม่ได้เป็นประเทศที่ดูแล้วเจริญแต่อย่างใด ไกด์ท้องถิ่นก็ยังบอกว่า ถ้าหากว่าประเทศไทยเราอยู่เฉยๆ เพราะการเมืองแล้วล่ะก็ก็ต้องรอเวียดนามให้ตามกันอีกประมาณ 10-15 ปีเห็นจะได้ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยเราจะไม่ได้หยุดนิ่งนานเท่านั้นหรอกครับ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ สภาพบ้านเมืองก็เหมือนกับบ้านเมืองเราเมื่อประมาณ 20 ปีย้อนหลังน่าจะได้ตอนนั้นผมว่าผมเกิดแล้วล่ะครับ คือ โดยรวมเพราะว่าประเทศเค้าผ่านสงครามมามากทำให้โดนถ่วงความเจริญ แทนที่จะเอาเวลาไปพัฒนาประเทศก็ต้องมารบๆกัน เสียเวลาไปโดยใช่เหตุไม่เกิด productivity มวลรวมในประเทศครับ

คนที่นี่ส่วนมากแล้วจะเป็นคนผอมบาง ทั้งชายและหญิง เข้าใจเอาเองว่าประเทศนี้ไม่มีอาหารไขมันให้กินมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลยน่ะครับ Loliria pizza และ KFC ก็มี แถมห้าง Big C และ CP จะมีเปิดกันให้เห็นกันทั่วไป แต่ข้อจำกัดสำหรับการสร้าง modern trade จะเป็นแนวว่า มีการจำกัดว่าเขตหนึ่งๆจะต้องมีได้แค่ที่เดียวเท่านั้น  เขตที่นี่ผมไม่รู้หรอกครับ ว่ามันใหญ่มากน้อยแค่ไหน แต่ที่นี่เค้าไม่มีชีเขตเหมือนกับบ้านเมือเราครับ มีแต่เลขเขคตเท่รนั้นครับ (หรือมีแต่ว่าผมไม่รู้ก็ไม่แน่ใจครับ) ที่ห้าง Modern trade ไม่ได้เปิดเยอะมากมายเหมือนกับเมืองไทยก็เพราะว่า เค้าไม่อยากจะให้กระทบธุรกิจของคนระดับรากหญ้าของเค้าน่ะครับ ไม่ใช่เงินทั้งหมดไปเป็นของนายทุนซะอย่างงั้น ทางรัฐเค้ามีความต้องการให้ทุกบ้าน ที่หน้าบ้านต้องเป็นธุรกิจ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งอย่าเอาเป็นแค่บ้านพักอาศัยเฉยๆครับ เพราะงั้นแล้วสิ่งที่คนที่นี่ทำได้ไม่ยากก็คือ การรับของมาขาย ที่เป็นแบบ Location base ครับ คือ แถวไหนไม่มีร้านอะไร ก็ฌอาของประเภทนั้นมาขาย มันก็เหมือนกับประเทศไทย กทม แต่ก่อนยังไงอย่างงั้นน่ะหละครับ Continue reading

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • facebook เวียดนาม
  • เวียดนาม facebook
  • สาวประเทศเวียดนาม
  • เที่ยวสาวเวียดนาม
  • สาว เวียดนาม facebook
  • เวียดนาม block facebook
  • เวียดนาม เล่นเฟซบุคไม่ได้
  • facebook เล่นเวียดนาม
  • เรื่องแปลกในเวียดนาม
  • เวียดนาม สงกรานต์

SEO YOUTUBE CLIP ยึด Keyword ด้วย Youtube

building-keyword-lists วิธีลัดการในขึ้นอันดับการค้นหาของ Google วิธีหนึ่งที่คนไม่ค่อยจะสังเกตกันเท่าไหร่ว่าเป็นไปได้คือ การเอา vdo content ใน Youtube ขึ้นให้ตรงกับ Keyword ที่เราต้องการอยากจะได้มาเป็นของตัวเองครับ

ตอนนี้ผมยังไม่รู้หรอกว่าเงื่อนไขอะไรจะทำให้ Clip Youtube มันขึ้นใน SERP (search engine result page) แต่ก็เห็นอยู่หลายครั้งแล้ว ที่สินค้าหรือบริการจะมีการกล่างอ้างถึงใน Youtube Clip ครับ

คุณอาจจะสงสัยว่า อืม ทำไมไม่สนใจที่ image results ตอนที่ค้นหาด้วยล่ะ ก็เพราะว่า ผมคิดไม่ออกว่าจะมีคนที่อยากจะซื้อสินค้าหรือบริการที่อยากจะซื้อด้วยเหตุผลเพราะเห็นรูปเหรอป่าว ยกเว้นสินค้าที่ รูปลักษณ์จะเป็นตัวตัดสินใจให้กับคนที่ทำการค้นหาข้อมูลเหล่านั้นอยู่ครับ เช่น ถ้าหากว่าคุณรับติดตั้งแอร์ คุณอาจจะไปดัก youtube clip ด้วยวิธีการติดตั้งแอร์แบบมือไม่อาชีพทิ้งเอาไว้ แต่ว่าสุดท้ายคุณก็อาจจะบอกว่าถ้าหากว่าจะให้คนอื่นติดตั้งให้ เพราะว่ามันยุ่งยากมากมายแล้วล่ะก็เข้าไปที่ link นี้หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ มันจะตรงประเด็นมากกว่าน่ะครับ

ส่วนมากแล้ว คนที่จะทำการค้นหา Youtube ในประเทศไทยผมเดาเอาก่อนว่า จะดูพวกละครย้อนหลัง หรือไม่ก็รายการโทรทัศน์ ย้อนหลัง เพราะบ้านเมืองเราไม่มี website ที่เป็นสายตรงทางด้านนี้ครับ ไม่เหมือนกับประเทศนอกที่เค้ามีเอาไว้เป็นพิเศษเลย ซึ่งจะไม่ต้องพึ่งพา youtube ในการแสดงผลการค้นหาเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด และอีกเหตุผลคือ บ้านเมืองประเทศนอกนี่เค้าคิดมากเรื่องความเป็นลิขสิทธิ์ครับ แต่บ้านเรา เรื่องนี้ไม่ได้ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่ แม้ Google Youtube จะ serious เรื่องนี้อยู่ก็ตาม แต่ถ้าหาก่วาไม่มีใครมา active อะไรแล้วไซร้ ฤา Google จะออกแรงเพื่อ remove content เหล่านั้นออกไปเองอย่างงั้นเหรอ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าคุณ Google ว่า โคนัน ก็จะเจอการ์ตูนโคนันให้ดูทั้งที่เป็น Conan the Movie และที่เป็นตอนๆ ที่ภาคภาษาไทยเสร็จศัพท์ ซึ่งผมก็ชอบดูน่ะครับไม่อยากจะให้ remove ออกสักเท่าไหร่ ว่างๆผมก็เอา Conan มาดูซะห่นอยเพิ่มความโหดให้กับตัวเองเข้าไปในสายเลือดว่าอย่างงั้น (ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นการ์ตูนให้เด็กๆดูน่ะครับ แต่ถ้าหากว่าคุณผู้ใหญ่ไม่เคยดู ก็จะไม่รู้หรอกว่า มันไม่ค่อยจะเหมาะกับเด็กมากสักเท่าไหร่ ลองดูเองแล้วกันแล้วจะรู้ว่ามันไม่เหมาะน่ะครับ )

นอกจากพวกละคงละครแล้วก็จะเป็น MV เพลงต่างๆครับ พวกนี้จะค้นหาเป็นพวก Karaoke กันเลยซึ่งผมก็ชอบอีกน่ะหละ เพราะว่าจะได้เอาไปฝึกร้องได้ครับ โดยการปรับเสียงให้ออกลำโพงด้านเดียวเท่านั้นจะก็ได้ยินเฉพาะเพลงแล้วเราก็ร้องได้ไม่อั้น ได้อย่างไม่สนใจเรื่องลิขสิทธิ์อีกเหมือนเดิม (ดีเนาะบ้านเมืองเรา เฮ้อ ..)

สุดท้ายแล้ว Youtube จะเป็นแหล่งของข้อมูลพวก How to ทั้งหลายแหล่ เพราะว่า การอธิบายเรื่องราวใดทำเป็น vdo clip เพื่อบอกคนอื่น มันจะทำได้ง่ายและ เข้าใจได้ดีกว่า (แต่ว่าเสียเวลาในการดูเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกับที่เป็น text เอาไว้ มันจะอ่านตรงไหนเมื่อไหร่ เร็วแค่ไหนก็ไม่มีคนว่าอะไรน่ะครับ)

เกริ่นมาเสียยาว ก็ผมกำลังจะบอกว่าถ้าหากว่าคุณขายของหรือคุณขายบริการใดๆที่พอจะเล่าเรื่องราวเชิง how to ได้ก็อยากจะให้ทำ content เป็น Youtube file เอาไว้น่ะครับแล้วก็ Post ขึ้นไปเลยครับ โดยวิธีการก็ไม่ยาก คุณอาจจะเลือก TOPIC ที่คุณมีความเป็นมืออาชีพมากๆ เอามาอธิบายให้คนที่ไม่ได้เป็นมืออาชีพเข้าใจ เช่น ถ้าหากว่าคุณขาย wine คุณก็บอกคนอื่นซิครับ ว่าคุณเล
ือกซื้อ wine เพราะเหตุผลอะไรและแนะนำตัวไหน แล้วก็สุดท้าย หรือ ก่อนเข้า clip ก็บอกซะหน่อยว่าคุณเป็นร้านขายไวน์อยู่ไหนอย่างไร มี link website ให้เสร็จคนดูจบก็จะได้เข้าไปดูที่เว้ปคุณยังไงล่ะครับ

เทคนิค และ TIP เล็กๆน้อยเพื่อให้ได้ Keyword ที่อยากได้ด้วย Youtube

นอกจาก content ที่คุณจะต้องคิดว่า อะไรเหมาะกับสินค้าหรือบริการของคุณแล้ว คุณต้องคิดมากเรื่อง SEO เพื่อ Youtube Clip อีกด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรหรอกครับ ก็คือ คุณจะต้องมี Keyword ที่อยากจะเอามาเป็นพระเอก อยู่ที่ตอนแรกของ Title ของ clip คุณ แล้วก็ประมาณว่าปิดท้ายด้วย Keyword เดียวกันนั้นในเนื้อหาของ Title คุณเช่น "วิธีการเลือกไวน์ — ประโยชน์ของวิธีเลือกไวน์ง่ายๆว่าไวน์ไหนดีไม่ดี"ประมาณนี้น่ะครับแต่ว่าจริงๆแล้วผมว่าช่องมันจะให้กรอกข้อมูลน้อยกว่านี้น่ะครับก็ต้องปรับแต่งคำให้เหมาะแล้วกันแต่ว่าอยากมี Keyword อะไรก็ใส่เข้าไปเป็นคำแรก แล้วก็ในเนื้อหาของ Title มีอีกสักหน่อยซ้ำกันก็เป็นเรื่องดีครับ

ใน Tag  ก็ต้องใส่ Keyword นั้นๆด้วยครับอันนี้เป็น sense อยู่แล้วแต่ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ใส่ก็เสียโอกาสไปซะงั้นครับ

ที่แรกสุดท้าย Description ของ Youtube Clip ของคุณ ผมสังเกตมานักต่อนักแล้วว่า แม้แต่ตัวผมเอง ผมจะกด Link ทันทีที่เข้าไปที่หน้า Youtube ที่แสดง vdo ที่ผมสนใจเพื่อดูว่า เว็ปของตาคนนี้ที่สร้าง Youtube Content เนี่ยะมันหน้าตาเป็นยังไงเผื่อว่าอาจจะมีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้อีก เพราะงั้นแล้ว สรุปคือว่า คุณต้องเอา http ลิงค์ของคุณใส่ไว้ที่ Description ไว้ตอนแรกเลยครับ เพราะถ้าหากว่าอยู่ไกลว่าตอนแรกแล้ว มันจะโดนย่อหดหายไม่เห็น link ครับ (เหตุผลก็เท่านี้เอง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ถ้าหากว่ามันย่อคนไม่เห็น link แล้วจะไปกดได้ยังไงล่ะครับ จริงเหรอป่าวอ่ะ ..)

ถ้าหากว่าคุณโชคไม่ดีที่ Keyword ของคุณดั้นมีการทำ Clip youtube ไปเยอะมากแล้ว คุณก็อาจจะตกอันดับ ในการค้นหาด้วย youtube ได้น่ะครับ เพราะงั้นแล้ววิธีการที่คุณจะไปโผล่หน้าแรกได้ก็อาจจะต้องทำการ Post ใน Comment แทนทั้งของ Clip Youtube ที่ keyword ที่คุณอยากจะได้แสดงอยู่ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีการนี้ผมว่าเป็นวิธีการรองมากกว่า เน้นพิมพ์ Title และก็บอกคำอธิบายอะไรให้ดีๆจะเป็นการดีมากกว่ามากน่ะครับเพราะผมเชื่อว่าตอนนี้ไม่มีคนทำอะไรเกี่ยวกับเรื่อง Youtube กันเลยก็ว่าได้

ถ้าหากว่าอยากจะยึดจริงจังกันเลยแบบว่าไม่ต้องให้คนอื่นเข้ามาข้องแวะอาจจะทำ file Youtube ให้มากไว้ เช่น เรื่องเดียวกันทำมัน 5 แบบเลย แล้วก็พิมพ์ title ที่แตกต่างกันก็ได้ เพื่อยึด keyword แบบทั้งหาด เอามันให้หมดว่าอย่างงั้น แต่ว่าข้อสำคัญก็คือว่า "Google รู้นะครับว่า Clip ใดเหมือนกัน" จะโดนเรื่องเป็น เนื้อหาซ้ำซ้อนได้ แต่วิธีการแก้ผมว่าตอนนี้ technology ของ Google เอายังไม่น่าจะทำการเปรียบเทียบภาพ VDO ได้หรอกครับ เค้าก็แค่ดูว่า เนื้อความมีวินาที ที่เท่าๆกันแป้ะเลยเหรอป่าวแค่นั้นเองแล้วก็ดูเวลา post ว่าเพิ่งจะ post เหมือนกันเหรอป่าว แน่นอนว่า มันป้องกัน legitimate duplicate content จริงๆน่ะครับ แต่ว่าเราจะโกงนิดหน่อยก็แค่ว่าใส่ title ให้แตกต่าง ใส่ title ตอนแรกเหมือนกับที่บอกว่า เว็ปไหนเข้าไปในตอนแรกของ vdo ด้วยวินาทีที่ไม่เท่ากันก็เป็นวิธีการแก้ไขแล้วครับ เอาเป็นว่าทำให้มันขนาด file ไม่เท่า ความยาวของ clip ไม่เท่าแค่นี้ Google จะให้หุ่นยนต์หรือ Logic ในการตรวจสอบว่ามันเหมือนกันก็ทำไม่ได้แล้วน่ะครับ (แต่ก็อีกสุดท่าย Google ก็จะพยายาทำมันน่ะครับ แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่าจะทำยังไงได้น่ะครับถ้าไม่ให้คนมามองเองซึ่งแน่นอนว่าคนไม่ทำอยู่แล้วมันถึกเกิน) ความยาวไฟล์เวลาไม่ควรจะเกิน 3 นาที หรือว่าถ้

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • keyword ใน youtube
  • Google YouTube
  • keyword youtube seo
  • keywordในyoutubeอยู่ไหน
  • seo เพื่อ youtube
  • การใส่ keyword ของ youtube
  • ทำ keyword ใน youtube
  • เทคนิค seo youtube

จะตั้งชื่อภาพหรือ Permalinks ใช้ขีดกลาง แทนขีดล่างซะนะ

hyphen การใช้ (-) ขีดกลาง เพื่อการเชื่อมต่อประโยคหรือเนื้อความใดๆที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จะทำให้ Google แยกแยะคำเหล่านั้นออกมาได้ ดังนั้น ถ้าหากว่าคุณอาจจะ Post อะไรก็ตามที่หน้า WordPress แล้วล่ะก็ การตั้ง Slug ด้วยคำหลายคำแล้วขั้นด้วย ขีดกลาง จะเป็นวิธีการหนึ่งที่คนนิยมทำกันมาก และมันเป็นค่า Default ของ WordPress ด้วยซ้ำ ถ้าหากว่าคุณเลือก Postname มาเป็น รูปแบบ Default permalinks

นอกจากนี้ผมยังแนะนำว่า เราสามารถใช้ ขีดกลาง เพื่อใช้กับ alt tags และใช้กับ ชื่อภาพได้อีกด้วย เพราะว่า Google ก็มองเรื่องพวกนี้ด้วยวิธีการเดียวกันทั้งสิ้นครับ อันนี้เหมือนว่าผมจะอ่านมาจากที่ไหนสักแห่งไม่นานมานี้ แต่ว่าผมก็จำไม่ได้อ่านเจอมาจากที่ไหนเหมือนกันน่ะครับ ถ้าหากว่าอ้างอิงได้ เพราะว่านึกออกขึ้นมาเมื่อไหร่ผมจะ linkback ไปที่หน้านั้นแล้วกันนะครับ (แต่ว่าตอนนี้นึกไม่ออกจริงๆครับ)

นั่นก็แปลได้อีกความหมายหนึ่งว่า ถ้าหากว่าคุณตั้งชื่อภาพแล้ว ปกติ WordPress จะเอาชื่อภาพเป็น alt tags ซะงั้น ก็แนะนำว่าแทนที่จะใช้ under scroll หรือ ขีดล่าง ก็เลือกใช้เป็นขีดกลางแทนให้หมดก็แล้วกันนะครับ

ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ไม่เสียหายที่จะรู้ไว้จริงเหรอป่าวล่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ขีดกลาง
  • ขีดกลาง ภาษาอังกฤษ
  • ขีดล่างภาษาอัง

promote Blog วิธีการไหนที่ผมยังไม่ได้ทำแต่อยากจะทำอีกถ้ามีเวลา

promote-your-blog
จากเนื้อความคร่าวก่อนที่ผมบอกว่าจริงๆแล้ว Blog เราสามารถที่จะทำการ Promote ได้เยอะแบบมากๆถ้าหากว่าอยากจะทำผมพิมพ์เอาไว้เป็น List ก่อนดีกว่า เผื่อว่าวันไหนอยากทำอะไรก็เลือกเอาจาก List นี้มาทำกันเลยก็ได้น่ะครับ

ถามเองตอบเอง :

ถ้าหากว่าคุณมีสินค้าหรือบริการใดๆเพื่อทำการขายเป็นพิเศษแล้วล่ะก็หรืออาจจะเป็นเนื้อหาที่คุณเคยสร้างเอาไว้ ก็ไปจัดการสร้างคำถาม หรือเปิดกระทู้ไว้แล้วก็จัดการตอบเอง หรือว่า post comment เองด้วย IP ตัวเองตัวเดียวกันหรือว่า IP คนอื่นเค้าก็ได้น่ะครับไม่ว่ากัน

อ้างอิงถึงเนื้อหาตัวเองในการถามตอบ และกระทู้ แบบไม่ได้ถามเองตอบเอง :

ถ้าหากว่าคุณเลือกถามตอบเป็นแหล่งที่จะทำให้คนหลงไหลเข้าหน้าเว็ปคุณแล้วล่ะก็การถามหรือตอบนั้นอาจจะอ้างอิงหน้าเนื้อหาที่คุณอยากจะ promote เป็นพิเศษก้ได้น่ะครับ วิธีการนี้ทำได้จากการ Google ด้วย keyword ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เคยพิมพ์เอาไว้ เช่น ถ้าหากคุณทำการ promote Skype ก็จัดการ Google ดูที่เว็ปที่คนเข้าไปกันเยอะๆ เช่น guru.google.co.th ก็ได้ โดยการค้นหา ก็พิมพ์ในช่อง Google search ซะว่า "site:guru.google.co.th skype" ประโยคนี้แปลว่า ให้ทำการค้นหาเฉพาะหน้าเว้ป Google guru ของคนไทย โดยให้ค้นว่าในเว็ปทั้งเว็ปมีคำว่า Skype อยู่ที่ page หรือไหนบ้างครับ ถ้าหากว่าเค้าเปิดให้ comment หรือเปิดให้ตอบต่อ ก็จัดการไปตอบปล่อยไข่เอาไว้น่ะครับ

สร้าง Google Alert เอาไว้ถ้าหากว่าคุณอยากขายของอะไรเป็นพิเศษ :

คำว่าขายของของผมก็รวมถึงขายเนื้อหาด้วยล่ะหละครับ เนื้อหาก็เหมือนกับของที่อยู่ที่หน้าเว็ปของคุณที่อยากจะเสนอให้คนอื่นได้อ่านครับ ทีนี้ประเด็นก็คิอว่า ถ้าหากว่าของของคุณมี keyword ที่เป็น niche และชัดเจนมากๆ เช่น ผมยกตัวอย่าง case ผมต่อดีกว่า  "Skype Unlimited call" คุณอาจจะ Generate Set Keyword เอาไว้สักปึกนึงไม่ต้องมากก็ได้ แล้วก็เข้าไปที่ Google Alert แล้วก็ทำการตั้งไว้ว่า "ถ้าหากว่า Google น้าไป index หน้าไหนมาแล้วเจอคำนี้เป้ะๆ ให้ email หรือแจ้งผมผ่าน feed หน่อยครับ" Google Alert จะมีหน้าที่แบบนี้จริงๆน่ะครับ แล้วผมก็ได้ใช้ด้วย แต่ว่าผมใช้กับการติดตามข่าวซะมากกว่าครับ คือ ที่ผมใช้เนี่ยะ ก็เพื่อที่จะรู้ว่าถ้าหากว่ามีการ update Garmin maps version ใหม่ที่เรียก TSM 10.0 แล้วไม่ว่ามีคนพูดถึงที่หน้าเว็ปไหนก็แล้วแต่ให้แจ้งผมด้วย เพราะผมก็อยากจะ update version แผนที่ Garmin ทันทีถ้าหากว่ามันมีการเปิดให้ update แล้วยังไงล่ะครับ วิธีการนี้เป็นจุดประสงค์หลักของ Google Alert น่ะครับ แต่ว่าอย่างว่าล่ะ เราเอามาใช้อย่างอื่นก็ไม่ได้มีคนว่านี่หน่าว่าเหรอป่าวล่ะครับ

วันนี้เวลาน้อยผมคงคิดและพิมพ์ทิ้งเอาไว้ได้เท่านี้น่ะครับ ยังไงเดี๋ยวจะต้องกลับมาพิมพ์ทิ้งไว้อีกสัก post สอง post เกี่ยวกับเรื่องการ Promote เว็ป Blog ที่ผมไม่ได้ทำเพราะว่าขี้เกียจ ต่อแล้วกันครับผม ^_^ (ธาตุความขี้เกียจ promote เข้าแทรกจริงๆเลยเรา ว้าๆ ไม่ดีนะเนี่ยะ )

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • promote blog
  • how to promote in google guru
  • promoteblog

คิดจะเปลี่ยนสีผม ลองเปลี่ยนเองใน Photoshop ดูก่อนน่ะครับจะได้รู้ว่าจะเลือกสีไหนครับ

ตะกี้นี้ผมเพิ่งไปจะร้านตัดผมมาหมาดๆ แล้วตอนที่ตัดก็นั่งคิดว่าอยากจะทำสีผมกะเค้ามั่งก็น่าจะดี แต่ว่าไม่แน่ใจว่าสังคมจะรับผมได้เหรอเปล่า หรือว่า หน้าตาผมถ้าหากว่าเปลี่ยนสีไปจะเป็นอย่างไร เพราะว่า ผมคิดว่าการที่คนเราเปลี่ยนสีผมถ้าหากว่าเลือกผิด ก็เป็นการสิ้นเปลืองเงินไปเปล่าๆ แล้วถ้าหากว่าทำออกมาแล้วไม่ได้ดั่งใจ ก็มีทางเลือกไม่มากก็คิอ ทำสีอื่นแทนเท่าที่สีจะทำได้ เช่น อาจจะเอาเข้มลงทับแทน (อันนี้ผมเดาเอาอ่ะนะครับไม่รู้ว่ามันทำได้จริงเหรอป่าวอ่ะครับ เพราะว่าผมคิดกับการย้อมผ้าซะมากกว่าเฮอะๆ) แล้วก็อีกวิธีก็คือ ยอมรับมันซะ แล้วก็รอให้มันเลือนหายไปซะงั้นครับ

คิดได้อย่างงั้นแล้วก็เลยเข้าใจว่า ถ้าหากว่าเราเห็นตัวเองมีสีผมที่อยากจะมีก่อน ที่จะทำการย้อมก็น่าจะดีกว่ามั้ย แน่นอนว่าถ้าหากว่าเป็นอย่างงั้นได้ก็จะดีกว่าอยู่แล้วล่ะครับ แต่ก็อีก ร้านทำผมไม่ได้มีอุปกรณ์ทาง computer ใดๆหรือ software ใดๆเพื่อเอาภาพเราทำสีผมจำลองซะก่อน เพือให้ลูกค้าดู (ถ้าหากว่าร้านตัดผมร้านไหนอยากทำจุดเด่นให้กับร้านก็อาจจะเอา idea เรื่องการปรับสีผมให้ลูกค้าดูก่อนล่วงหน้า ก็อาจจะเป็นจุดขายได้เหมือนกันน่ะครับ คิดว่าน่าจะมี software พวกนี้ขายอยู่แล้วล่ะครับ) สิ่งที่ผมทำได้ก็คือ หาว่ามี tutorial ใดๆที่สอนการ เปลี่ยนสีผม ด้วย photoshop เหรอป่าวก็ youtube Google กันดูได้ไม่นานนักก็มาเจอ clip youtube อันนี้น่ะครับ ใช้ได้เลยเลยนอกจากสอนเปลี่ยนสีผมแล้วยังสอนการเปลี่ยนสีตามด้วย Photoshop อีกต่างหาก เจ๋งไปเลย ว่าแล้วถ้าหากว่าผมมีเวลาอยากจะเปลี่ยนสีผมอีก ผมก็คงเปิด tutorial นี้แล้วก็หาภาพตัวเอง (มีถ่ายเอาไว้จาก studio ชั้นนำของประเทศ) แล้วก็จัดการเปลี่ยนสีผมตัวเองซะ ก็จะรู้แล้วละครับว่า คนหน้าตาลูกครึ่งเกาหลีอย่างผมเนี่ยะจะเหมาะกับสีผมแบบไหนครับ ^_^

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ลองเปลี่ยนสีผม
  • ทดลองเปลี่ยนสีผม
  • เปลี่ยนสีผม photoshop
  • ย้อมผม photoshop
  • ลองสีผม
  • เปลี่ยนสีผมเอง
  • ตัดผมใน photoshop
  • ยูทูปการทำสีผม
  • เปลี่ยนสีผมที่ไหนดี
  • photoshop เปลี่ยนสีล้อ

update จำนวน Page ที่ Google Bot มาคืบคลานที่หน้า Blog

Google-crawl-stats
ไม่เกิน 1 week ที่ผ่านมาผมทำการปรับความถี่ในการ update Blog content Post ของผมขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1 Post ต่อ 2 วัน เพื่อดูพฤติกรรมการ Crawl ของ Google Bot ว่าจะมีผลหรือไม่ ถ้าหากว่าเราทำการเพิ่มความถี่ในการ update เนื้อหา ทั้งนี้ความถี่ในการ Post ผมเคยได้ยินมาว่า น่าจะทำการ update ด้วยความถี่ประมาณนี้ (เท่าๆกับที่ผมไป Fitness น่ะหละ อารมณ์แบบว่าวันเว้นวันได้ ) หลังจากครบ 7 วันแล้วผมก็มาดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้างครับ

สิ่งที่สังเกตได้ไม่ยากผ่าน Google Webmaster Tools ก็เห็น Google Spider มาเก็บหน้า Page มากขึ้นครับ อันนี้ก็ส่วนหนึ่งที่อาจจะเป็นคำตอบก็ได้ แต่ก็อีก ผมทำอย่างอื่นไปด้วยในเวลาเดียวกันนั่นก็คือ การปรับ robots.txt ที่ดูๆแล้ว ครั้งก่อนหน้าผมว่าผม Block Google Bot มาเกินไปครับ ทำให้หน้าที่ index โดย Google มันก็หายไปด้วยเช่นเดียวกันครับ

อย่างว่าล่ะครับว่าทำไมผมต้อง care Google Spider ที่มาคืบคลืนในหน้าเว็ปผมด้วย เหตุผลก็เพราะว่าหน้าเว็ปผมไม่ได้มีการ promote ใดๆผ่าน Submit page มากนัก ถ้าหากว่าผมทำอย่างมากที่สุด ผมก็ใช้ชีวิตไปตามปกติ อ่านนู้นอ่านนี่แล้วก็ post comment เท่านั้นเอง แล้วก็ทำ Link จากที่ comment ไปเนี่ยะกลับมาที่หน้าผม ซึ่ง comment เหล่านั้นก็ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาที่เป็นเชิงเดียวกับเว็ปผมสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ผมก็จะไปตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้งานโทรศัพท์บ้าง เล็กน้อยถ้าหากเจอน่ะครับ แต่ว่าถ้าไม่ได้เจอเนี่ยะผมก็ไม่ได้สร้างคำถามแล้วก็ตอบเองหรอกครับ มันเป็นการ promote แบบตั้งใจเกินไป (สำหรับผมน่ะครับไม่อยากจะทำแบบนั้นสักเท่าไหร่เพราะว่าอยากรู้ว่าถ้าไม่ทำแล้วมันจะไม่เกิดกันเลยอย่างงั้นเหรอ ?) ทำให้คนที่เข้ามาที่หน้าเว็ป page ผมก็จะมาจาก Seach Engine Result page อย่างเดียวครับเรียกว่าเกือบทั้งหมดก็ว่าได้ เลยเดาเอาก่อนว่ามันก็น่าจะเกี่ยวกับการที่ Google มาเจอเนื้อหาเราแล้วเอาไป index ให้คนอื่นหลงค้นหาแล้วมาเจอ ก็จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดไปซะอย่างงั้นครับ ทั้งนี้แท้ที่จริงแล้วการ promote website หรือ web Blog ทำได้เยอะแยะตาแป้ะไก๋ แต่ผมก็ไม่ทำน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • crawl url google
  • stat bot google

product that fail : โดนตีจากสินค้าประเภทอื่นที่ทำงานแทนกันได้

มีอีกเหตุผลหนึ่งที่สินค้าใดๆที่ออกมาแล้วกลับขายไม่ได้ก็เพราะว่า "มันมีสินค้าอื่นมาทดแทนแล้วมันก็ใช้การได้เหมือนกันซะดว้ยซิ" อาการแบบนี้ผมเจอกับตัวเองเลยน่ะครับ (แต่ว่าเป็น product ของคนอื่นน่ะครับ) นั่นก็คือ กระดาน electronic 

มีอยู่พักหนึ่งที่ผมเคยเห็นสินค้าประเภทนี้วางขายคือมันเขียนขึ้นไปแล้วมันก็ทำการบันทึกเป็น file ภาพออกมาให้ด้วย มันอาจจะทำงานจากแรงกดของปากกาก็ได้อันนี้ผมไม่แน่ใจ หลักการทำงานของมันสักเท่าไหร่หรอกครับ หลักๆจะเอาไว้เขียนเพื่อ present งานกันหรือว่าเพื่อระดมสมองบนกระดาน whiteboard กันน่ะครับ ซึ่งนานๆทีผมก็จะทำน่ะครับ แต่ว่าส่วนมากผมจะใช้เขียนสรุปความและ action ที่จะกระทำมากกว่า แต่ว่าประเด็นคือ สินค้าเหล่านี้จะตายไปในทันที โดยโดนสินค้าที่อยู่คนละหมวดแบบหลุดโลกทดแทนกันได้อย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือ "มือถือ" ครับ

เพราะว่าตอนนี้มือถือมันถ่ายภาพได้ชัดเจนมากขึ้นครับ แล้วหน่วยความจำก็เหลือเฟือซะด้วยซิ วิธีการใช้ก็เหมือนกับที่คุณๆคิดออกนั่นน่ะหละ ก็คือ ว่าเมื่อเขียนกระดานจบก็ควักมือถือออกมาถ่ายซะงั้น แล้วก็กดส่งไฟล์ไปให้ทุกคนทันทีก็ได้ครับ หรือว่าจะกดสั่ง print ออกมาเลยก็สุดแล้วแต่ว่าคุณทำการเชื่อมต่อ wifi หรือ Bluetooth เหรอป่าวครับ แปลว่า กระดานแบบนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป แล้วก็กลับไปใช้กระดานธรรมดาที่เจอที่ไหนก็ได้ หรือว่าเป็นกระดาษก็ยังได้เล้ย ไม่ต้องเป็นกระดานหรอกถ้าหากว่ากลุ่มมันเล็กมากแล้วสุมหัวกันได้น่ะครับ

เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าสินค้าใดๆ ก็จะโดนสินค้าอื่นๆ ที่อยู่คนละโลกเข้าโจมตีได้อย่างไม่น่าเชื่อเพราะว่ามันแทนการใช้งานกันได้ครับ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำสินค้าอะไรก็แล้วแต่ มันหยุดไม่ได้ครับ คุณก็ต้องหาทางปรับสินค้าของคุณให้ไปตีการใช้งานอื่นๆ ครับ ไม่ใช่มารอให้สินค้าอื่นๆ มาตีคุณซะงั้นครับผม .. ไปตีคนอื่นซะนะ ><

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...