ทำไมผมยังติดที่จะใช้ Windows Mobile อยู่ แม้ว่าอย่างอื่นจะดูเจ๋งกว่าก็ตามที ?

Skype-windows-mobile ผมไม่ได้งกอะไรหรอกครับ ไม่ได้ไม่อยากเปลี่ยนมือถือ แล้วก็ไม่ได้คิดมากเรื่องยว่าจะต้องเป็น microsoft เพื่อที่จะทำให้ดู Geek (หรือ nerd ก็สุดแล้วแต่จะเรียก) แต่ว่าที่ไม่อยากจะไปใช้อย่างอื่นเพราะมีปัจจัยอะไรต่อมิอะไรที่คนอื่นๆอาจจะมองข้าม แต่ผมไม่ได้มองอย่างคนอื่นเค้าซะด้วยซิ ว่ากันเป็นเรื่อยๆกันเลยดีกว่า ทำไม้ ทำไมยังติดอยู่กับ HTC Diamond ตัวเก่าของผม หรือถ้าหากว่าผมจะเปลี่ยนอย่างมากก็จะเปลี่ยน เป็น Windows Mobile Version 6.5

เหตุผลหลักๆ แล้วที่ไม่ได้ใช้เครื่องอื่น หรือ ไมมีแนวโน้มที่จะย้ายค่าย OS เพราะ ผมบางครั้งใช้ Garmin Mobile XT version ปัจจุบันครับ แล้วคุณอาจจะถาม ก็ Android มันก็มี maps นี่ หรือว่า iPhone มันก็มี maps นี่หน่าทำไมจะใช้แทนกันไม่ได้  …. เหตุผลก็คือว่า …มันใช้แทนกันไม่ได้ยังไงล่ะครับ ตรงๆเลย คืออย่างนี้น่ะครับ Garmin ที่ผมใช้อยู่ในเครื่องจะเป็น version ที่มีคน update กันได้ครับ หลายความว่าถ้าหากว่าคุณไม่ได้ update เอง คุณก็เอาไปที่หน้าร้าน update ให้ได้ หรือถ้าหากว่าพูดกันจริงๆแล้ว คุณสามารถที่จะให้ศูนย์ของ Garmin เอง update version ได้อีกครับ อย่าเพิ่งคิดว่าการ update ไม่สำคัญนะครับ เพราะส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการ update เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียวครับ เพราะ การ update แต่ละครั้งแปลว่า คุณจะได้ข้อมูลของถนนที่แตกต่างออกไปจากเดิมที่คุณเองก็ไม่รู้หรอกครับว่าถนนมันไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างดีกว่า เช่น version ก่อนหน้า และ version ปัจจุบันชื่อ ห้างร้าน มันก็แตกต่างออกไปจากเดิม ร้านอาหารเปลี่ยนเจ้าของ สะพานใหม่เปิดใช้บริการ อย่างเช่นวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นต้น หรือแม้กระทั่ง version ก่อนหน้าที่ผมเคยใช้งานมันยังไม่มี สนามบินสุวรรณภูมิเลยครับ (ผมเคยใช้บน Garmin c320 เป็นเครื่องติดตั้งในรถน่ะครับ แต่นั่นน่ะหละแค่อยากจะเล่าว่า มันแตกต่างกันได้มากมายถึงเพียงนี้ครับ) การที่ถนนหนทางมันแตกต่างออกไป แล้วคุณไม่ได้ update แปลว่าคุณอาจจะพลาดที่จะ optimize เส้นทางของคุณยังไงอย่างงั้นครับ

เรื่อง GPS นำทางเป็นเรื่องที่ผมคิดมากครับ ><

แน่นอนว่าถ้าหากว่าคิดแบบที่ว่า "การ update ได้เป็นเรื่องสำคัญ" Andriod มันไม่ต้อง update กันเลยเพราะว่าทุกอย่างโหลดจาก Google maps ทำให้มันใช้งานเมื่อไทยไม่ได้ครับ ! ในเรื่องของแผนที่เนี่ยะ เรื่องแรกต้องขอบอกก่อนว่า การโหลดทุกอย่างผ่าน Internet ไม่ว่าจะเป็นการคิด การประเมินผล และ การแสดงแผนที่ที่หน้าจอ Andriod มันกินอัตราการไหลผ่านข้อมูลผ่าน EDGE ได้เท่านั้น ณ เวลานี้ (ตอนที่เสื้อแดงบุก กทม เพื่อให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี .. อืมไม่เกี่ยวกันน่ะครับ แค่อยากจะอ้างอิงเรื่องเวลาเท่านั้นเอง) Google maps ถ้าหากว่าโอนข้อมูลผ่าน internet แบบความเร็วต่ำ (ช้า) แบบนั้นจะทำให้คุณอยู่รอดในถนนที่คุณไม่เคยไปได้ครับ มันออกแบบสำหรับระบบ 3G น้าครับ (ประเทศที่เค้าพัฒนาแล้วจะได้ใช้ครับ) แล้วก็ 3G นี่ก็มีค่าบริการรายเดือนแล้วที่ผมยังหนักใจที่จะใช้อยู่น่ะครับ ต้องรออีกนานแค่ไหนก็ว่าจะได้ใช้ก็ไม่รู้ครับ คุณเลือกซื้อ Android เพื่อการนี้ โดยที่ระบบ 3G ยังงูๆปลาๆ หรือว่าเป็นเด็กหัดเดินอยู่ไม่ได้แน่นอนครับ มันไม่ make sense ที่จะกระทำ เพราะ 3G เป็นตัวแปรที่เราควบคุมไม่ได้ครับ (คุณไปประท้วงให้เกิดมันก็ไม่ได้เกิดทันทีหรอกครับ)

นอกจากเรื่อง 3G แล้วยังมีอีกเรื่องว่า ทำไมมันใช้งานกันไม่ได้ ก็คือ คุณพึ่งข้อมูลตำแหน่งพิกัดจาก Google maps ทันท
ีไม่ได้ครับ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ ? ถ้าหากว่าคุณสงสัยแบบนี้แสดงว่าคุณยังไม่เคยวางแผนท่องเที่ยวโดยใช้ Google maps ครับ แผนที่ของกูเกิ้ลนี่มันบอกตำแหน่งพิกัดได้อย่างต้องใช้วิจารญาณอย่างสูงครับ ต้องดูว่า จุด หรือ ตำแหน่งที่แสดงนั้นมันเป็นไปได้เหรอป่าว หรือว่ามันมีมากกว่า 1 ที่เหรอป่าว ? เพราะว่าเยอะครั้งเลยน่ะคัรบที่ผมพิมพ์หาตำแหน่งร้านอาหารร้านใดสักร้านแล้วมันมีมากกว่า 1 ที่ (ซึ่งมันควรจะมีที่เดียวซิ) แต่ว่าดั้นมีคนไม่หวังดี หรือหวังดีแต่ว่าบอกพิกัดผิดพลาดครับ แม้ว่าจะพลาดไปซอยเดียวก็ตาม มันทำให้คุณไปไม่ถึงครับ ! ดังนั้นแล้วคุณต้องการข้อมูลประกอบการตัดสินใจอีกหลายเรื่องอยู่ครับ ไม่เหมือนกับข้อมูล POI ที่ทำการค้นหาจาก Garmin POI น่ะครับ เพราะว่าพวกนี้ตำแหน่งแน่นอนแล้วก็ไปถึงครับ ถ้าหากว่าค้นไม่เจอก็คุณก็ไม่ได้ครับ (ได้อย่างเสียอย่างยังไงล่ะครับ)  เรื่องนี้ทาง Google maps เองผมเห็น (แอบเห็น) พัฒนาการว่าจะมีให้ user บอกว่าตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็นตำหแน่งพิกัดจริงเพื่อที่จะเอาข้อมูลนั้นๆออก คนจะไม่ได้สับสนครับ ก็พยายามกันต่อไป ถ้าหากว่าข้อมูล %แม่นยำมีเยอะๆแล้ว เรื่องนี้ผมอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้น่ะครับ

เอ่อ .. เรื่องขนาดเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณผู้ชาย ..

.
iPhone เป็นเครื่องที่ถูกคิดมาเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายครับ ซึ่งดีมากครับ แล้วมันก็ต้องทำให้หน้าจอใหญ่ (ตัวเครื่องใหญ่) แม้ว่ามันไม่ได้หนาอะไรเลย แต่มันใหญ่ครับ ผมก็โดนคนอื่นบ่นว่า ทำไมไม่ใช้ iPhone ล่ะ ผมก็มักจะบอกเหตุผลง่ายนี้ไปว่า "ก็มันใหญ่น่ะครับ" เท่านั้นเอง

ใหญ่แล้วไม่ดียังไง ใครๆก็ชอบของใหญ่ไม่ใช่เหรอ แต่ว่าถ้าหากว่าคุณไปถามจริงๆแล้ว คุณจะรู้ได้ว่าความใหญ่ไม่ผลต่อความรู้สึกของคุณผู้หญิงมากเท่าไหร่ เค้าไปตระหนักคิดมากเรื่องลีลาซะมากกว่า (เกี่ยวตรงไหน) คืออย่างนี้ครับ คือผมเป็นพวก optimal น่ะครับ ถ้าหากว่าลดอะไรก็ลดครับ มือถือผมมีสองเครื่องครับแล้วก็ไม่อยากลดด้วย เพราะไม่อยากจะใช้พวกมือถือ 2 sims ที่น้องปอยเค้าใช้อยู่ครับ ทำให้ผมคิดมากเรื่องขนาดยังไงล่ะครับ เล็กไว้ก่อนพกพาง่าย เอาเข้าออกได้สะดวก ไม่หนักอีกตะหากเนาะ ถ้าหากว่า iPhone ทำแบบเล็กหน่อย ผมว่าน่าสนใจอยู่น่ะครับ แต่ว่าผมไม่ได้โทรไปบอกว่าจ๊อบได้นี่ครับว่าผมอยากจะได้โทรศัพท์ iPhone mini หรือ iPhone nano (ซึ่ง version จีนจะมีทำออกมาแล้วน่ะครับ หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นอนาคตของ iPhone กันเลย เมืองจีนมี เทคโนโลยีที่ทาง Apple ไม่มีอะไรอย่างงั้นน่ะครับ … )

โม้มาเยอะแล้ว เพราะว่าวันนี้ตื่นเช้าไปหน่อยก็เลยมีเวลามาทีมานั่งพิมพ์อะไรเรื่อยเปื่อย  .. แล้วไว้โม้ให้ฟังเรื่องอื่นๆต่อวันหลังน่ะครับ สำหรับวันนี้เอาแค่ก่อน กลับไปนอนต่อได้อีกหน่อยนึงไปและครับ ^_^

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • garmin xt windows 6 5 ได้มั้ย
  • google chrome for windows mobile
  • google chrome ใช้กับ window mobile 6 5 ได้หรือไม่
  • skype for wm ใช้ยังไง
  • windows mobile อัพเดทยังไง
  • ก windows mobile
  • ฮั้วโภชนา เบอร์โทร พุทธบูชา
  • เบอร์โทรฮั้วโภชนาพุทธบูชา

แปลงค่าเงินต่างชาติเป็นค่าเงินบาทด้วย Chrome Currency Converter

หลายต่อหลายคนถ้าหากว่าอยากจะซื้อของต่างประเทศ มักจะอยากเห็นเงินที่ตัวเองจะเสียไปเป็นเงินไทย เพื่อมาเปรียบเทียบว่า ถ้าหากว่าซื้อแล้วขนมาจากเมืองนอกจะถูกกว่าเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่จะถูกกว่าถ้าหากว่าฝากเพื่อนหรือญาติพี่อู๋ขนมือเข้าประเทศครับ แต่มันจะแพงกว่าก็ต่อเมื่อ คุณเอาสินค้านั้นส่งมาทางเครื่องบิน แล้วของนั้นๆมันไม่ได้เป็นของเบาหรือเล็กครับ)  หลักๆแล้วเราต้องการจะเปรียบเงินเป็นเงินไทย เพราะ เข้าใจว่าถ้าหากว่าเท่านี้หรือเท่านั้นบาทแปลว่า มันมีมูลค่าแค่ไหนได้ไม่ยากครับ

amazon price นอกจากนี้คนที่หาเงินทาง Net แบบพวกที่เกาะกินกับพวก commission ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ขายของ Amazon หรือว่าขายสินค้าหรือบริการใดผ่านทาง cj.com แล้วนั้น คนไทยเหล่านี้ส่วนมากจะอยู่ประเทศไทยและก็ใช้จ่ายเป็นเงินไทย แน่นอนอีกเหมือนกันว่า อยากจะรู้ว่าวันนี้ตัวเองได้เงินผ่านการหาเงินแบบนี้ได้มูลค่าเท่าไหร่เป็นเงินบาทไทยครับ

cj_commission สรุปแล้วไม่ว่าทั้งตอนจ่ายและตอนซื้อ คนไทย อยากเห็นเงินตัวเองเป็นเงินไทยเพื่อทำให้การเปรียบเทียบมูลค่าทำได้ง่ายครับ โชคดีที่ว่า วันนี้ผมใช้ Google Chrome แล้วก็มีตัว convert ค่าเงินแบบอัตโนมัติมาแสดง โดยการเอา rate การแปลงมาจาก website Pathfinder Stocks (ไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่) มาใช้ในการอ้างอิงเพื่อการ convert ครับ มันแสดงผลที่หน้าเว็ปออกมาได้ดีมากน่ะครับ

ประเด็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัว convert ค่าเงินตัวนี้บน Google Chrome

- ผมลองทดสอบกับ cj.com แล้วก็ amazon.com แล้วว่ามันแสดงค่าเงินเป็นไทยได้  นอกจากนี้ผมว่า เว็ปใดๆถ้าหากว่ามีเงินแสดงขึ้นมามันก็จะแปลงให้ได้ทั้งหมดน่ะหละครับ แค่ผมยังไม่ได้ลองเยอะ website กว่านี้เท่านั้นเอง
- สามารถเลือก option ได้ว่าอยากจะให้แสดงแต่สกุลเงินที่เราต้องการเท่านั้นหรือว่าอยากให้แสดงคู่กับค่าเงินที่เป็น original ด้วยก็ได้ (ผมว่าเลือกให้มันแสดงสองอย่างจะดีกว่าน่ะครับ)
- สามารถที่จะกด clt+shift+alt+c เพื่อที่จะแสดง mini convertor หรือตัวแปลงค่าเงินแบบเล็กๆขึ้นมาได้ (ผมว่าอันนี้ไม่ได้ใช้เท่าไหร่ แต่อาจจะมีประโยชน์อย่างอื่นที่ผมคิดไม่ถึงก็เป็นไปได้น่ะครับ)

เอาล่ะครับถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้ใช้ Google Chrome ก็ไปโหลดได้จากที่นี่ครับ
แล้วก็ถ้าหากว่าคุณใช้ Chrome อยู่แล้วก็ไป download extension ตัวนี้ได้ที่นี่เลยครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • แปลงค่าเงิน
  • แปลงค่าเงินบาท
  • เปรียบเงิน
  • แปลค่าเงินบาท
  • ตัวแปลงค่าเงิน
  • การเปรียบเทียบเงินไทยกับต่างประเทศ
  • ตัวแปลค่าเงิน
  • แปลค่าเงิน
  • การเทียบสกุลเงินไทยกับต่างประเทศ
  • แปลงเป็นเงินไทย

เอาเสียง mp3 แสดงที่หน้า Blog ด้วย Plugin audio-player

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

 

การใส่ audio file ไว้ที่หน้า wordpress จะทำได้โดยการโหลด plug in ชื่อ audio-player เมื่อลงแล้วก็ activate (เรื่องเก่าๆเดิมๆไม่ต้องพูดถึง) แล้วทีนี้การใข้งานก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรครับ ก็แค่เอา code นี้ไปลงครับ

 
หน้าตาก็จะได้เหมือนกับที่ด้านล่างนี้ยังไงลองเอาไปเล่นดูน่ะครับถ้าหากว่า อยากจะ share เนื้อหาอะไรที่เป็นเสียง (หรือว่าขีเกียจพิมพ์) แต่ข้อเสียของการ share นี้หาแบบนี้จะทำให้ Google index ไม่ได้เลยน่ะครับ ก็มีข้อดีข้อเสียครับ ยังไงซะถ้าหากว่าอยาก post ก็แนะนำว่าต้องพิมพ์เนื้อความที่เกี่ยวข้องเอาไว้เสียหน่อย เพื่อให้ Google เค้ารู้ว่าเราจะพูดเกี่ยวกับอะไรหรือเนื้อด้านใน mp3 เนี่ยะมันเกี่ยวกับอะไรน่ะครับ

โดดไปโหลด Plug-in ได้จากที่นี่เลยน่ะครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • mp3 ลง blogger
  • เอาเสียงลง blogger
  • เอาmp3ลงblogspot
  • เอาmp3ลงblog
  • เอา mp3 ลง blog
  • การใส่ audio player wordpress
  • plugin ชื่อ audio blogspot
  • plugin ชื่อ audio
  • music player wordpress
  • ใส่ mp3 ลง blogger

สร้าง shortcut เพื่อการปิดหน้าจอทำอย่างไร ? แล้วทำไปเพื่ออะไร ?

 

วิธีการปิดหน้าจอแบบนี้จะเหมาะกับคนที่ไม่มีปุ่มหน้าจอให้ปิดหรือว่าต้องปิดหน้าจอด้วยเหตุผลบางอย่างถ้าหากว่าคิดไม่ออกผมจะแจงเป็นข้อๆเลยน่ะครับว่าทำไม้ทำไมเราต้องปิดหน้าจอด้วยปุ่ม ?

- คุณใช้ Monitor เยอะตัวมาก ถ้าหากว่าคุณเป็นพวก Geek จริงแล้วหรือว่าเป็นพวกเล่นหุ้นบ้าระห่ำคุณคงหนี้ไม่พ้นหรอกที่จะมี หน้าจอ มากกว่า 1 จอ แต่ถ้าหากว่าคุณจะปิดหน้าจอทั้งหมด มันก็มีปุ่มอยู่ที่หน้าจอแต่ละตัวแล้ว คุณก็กดไปซิครับ กดไปมันทุกหน้าจอเพื่อให้ปิดทั้งหมด วิธีการปิดหน้าจอด้วยปุ่ม shortcut นี้เมื่อคุณกดเข้าไปแล้วหน้าจอจะดำมืดทุกหน้าจอทันที ทีเดียวกันหมดน่ะครับ ไม่ต้องไปคลำล้วงหาปุ่มปิดหน้าจอมันทุก monitor ( save เวลาไปได้อีกบ้างเล็กน้อยถึงปานกลางน่ะครับ )

- คุณใช้ Netbook เพื่อฟัง audio Book อย่างที่คุณๆรู้กันว่าผมเป็นคนฟัง podcast และ audiobook แต่ว่าผมไม่ได้ฟังผ่าน iphone หรือเครื่องมือถืออะไรเพราะว่าถ้าหากว่าผมใช้พวกนั้นมันก็กินถ่าน อีกอย่างผม browse audio book จะ web น่ะครับก็ไม่ได้ใช้ระบบ podcast อะไรจริงจังเท่าไหร่หรอกครับ ทำให้ถ้าหากว่าคุณใช้เป็นพวก Netbook แบบใส่ถ่าน คุณก็อยากจะ save พลังงานเพื่อให้คุณฟัง audio book ได้นานเท่านาาน เท่าที่ Netbook จะมีพลังงานให้คุณใช้ได้ วิธีการก็คือ ผมก็คิดหน้าจอมันซะครับ แค่นี้มันก็ save พลังงานไปเยอะแล้วน่ะครับ อ้อ แถมอีกหน่อยถ้าหาก่วาอยากจะให้ประหยัดพลังงานกว่าก็ผมใช้ Bluetooth เพื่อ connect กับ Netbook ตัวจิ๋วของผมอีกทีก็ทำให้เครื่องไม่ต้องออกแรงกระจายเสียงออกอีกด้วยครับ (แต่ว่าอันนี้ผมไม่ sure น่ะครับระหว่างพลังงานที่ใช้เพื่อให้มีเสียงออกมาในหูฟัง กับพลังงานที่ใช้เพื่อกระจายสัญญาณ bluetooth อันไหนมันใช้พลังงานน้อยกว่า แต่ก็อีกผมเดาเอาว่า case 2 จะใช้น้อยกว่าน่ะครับ ลองดูเองแล้วกันนะครับ)

- คุณใช้ Notebook ที่ไม่ปุ่มปิดหน้าจอ หลายต่อหลายครั้งเราแต่ต้องการจะเดินออกจาโต้ะทำงานเพื่อไปเข้าห้องน้ำกินน้ำ หรือว่าไปเอาเอกสารที่เครื่องพิมพ์ printer เราก็ไม่ได้อยากจะให้คนอื่นเห็นเท่าไหร่ว่าหน้าจอตอนนี้เราทำอะไรอยู่  แต่ก็ไม่ได้อยากจะ log out เพราะว่าการ log out นั้นเป็นการเสียเวลาครับ เพราะถ้าหากว่า log out เราก็ต้องกรอกรหัสผ่านเข้ามาใหม่แล้วเครื่องก็ต้องโหลดข้อมูล personal ของ user นั้นขึ้นมาใหม่อีก เรียกว่า มันเกินกว่าที่เราต้องการ เพราะเราต้องการแค่จะปิดหน้าจอไม่ให้คนที่เดิมผ่านไปผ่านมาเห็นเท่านั้นเองนี่ครับ หลายคนผมก็เห็นว่าเอากระดาษมาบังเอาก็ทำเหมือนกันน่ะครับแต่ว่าเป็นวิธีการที่ดูไม่เท่ห์เท่าไหร่แล้วก็ดูแล้ว เห็นเลยว่าต้องปิดหน้าจอไม่ให้คนอื่นเห็นเท่านั้น มันไม่เนียนว่าง่ายๆน่ะครับ ก็ใช้วิธีการสร้างปุ่ม shortcut เพื่อการปิดหน้าจอจะดีกว่ามั้ยน้อ …

- คุณใช้ Notebook แบบที่โดนตั้งคำสั่งว่า พับหน้าจอลงมาแล้ว หน้าจอจะดับ ใช่ครับ มันจะมีปุ่มทางกายภาพให้กดถ้าหากว่ามีการพับหน้าจอลง หน้าจอก็จะดับ ฟังแล้ว make sense มากๆที่จะทำน่ะครับ แต่ว่าผมอยากจะบอกว่าเครื่อง Notebook ของผมเครื่องนึงพังเพราะการพับหน้าจอครับ แปลว่า ถ้าหากว่าผมจะแนะนำแล้วเนี่ยะ ผมไม่อยากให้คุณพับหน้าจอลง จากการกิจกรรมใดๆที่ไม่จำเป็นหรือหลีกเลี่ยงได้ครับ การพับหน้าจอถ้าหากว่า Notebook ของคุณคอไม่แข็ง (พับไม่มากก็คอพับคออ่อนแล้ว) สายไฟด้านในอาจจะมีปั
ญหาได้น่ะครับถ้าหากว่าคุณเปิดๆ แล้วก็พับๆ พับๆเปิดๆอยู่เยอะครั้ง เหตุการณฺ์นี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับ Notebook น่ะครับ มันเกิดกับ talking dic. ของผมด้วยครับ เพราะว่าจุดที่เกิดการเคลื่อนไหวทางกายภาพใดๆจะทำให้เกิด “ความล้า” บนวัตดุครับ เลี่ยงก็เลี่ยงแล้วคอมคุณจะอยู่ได้นานขึ้นอีก เพราะว่าเรื่องเล็กแค่นี้น่ะหละครับ

พล่ามมานานแล้วโหลดไปโหลด file ที่ผม pack ไว้ให้ได้จากที่นี่แล้วก็ทำตามขึ้นตอน (ลวกๆ) ที่ผมบันทึกเอาไว้ที่ youtube ด้านบนน่ะครับ ลองดูแล้วกันครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ปิดหน้าจอ
  • วิธีปิดหน้าจอ notebook
  • ปุ่มปิดจอคอม
  • sdm-hs95p ปิดหน้าจอ
  • ปุ่มพับหน้าจอ
  • วิธีการพักหน้าจอ โน๊ตบุ๊ค
  • วิธี shortcut turn off
  • พับหน้าจอเเล้วดำทำไง
  • วิธี ปิดจอคอม
  • วิธีการสร้างshortcut ยุบหน้าจอบน desktop

Pixel Ruler : ไม้บรรทัดวัดหน่วย Pixel

 

image ruler ไม้บรรทัดวัดหน่วยเป็น pixel

ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ไม้บรรทัดเอาไว้วัดขนาดหน้าจอเป็นประจำ จริงๆแล้วอย่าเรียกว่าวัดหน้าจอจะดีกว่า ถ้าจะให้เรียกให้เหมาะ มันจะเหมือนกับอุปกรณ์ตลับเมตรที่เอามาวางทาบที่หน้าจอแล้วก็บอกหน่วยออกมาเป็น pixel ครับ

เหตุผลที่ผมใช้งานนี้ก็เพราะว่า ผมอยากจะเอาโฆษณาไปติดไว้ที่ website ใดๆที่ผมสร้างขึ้นมาครับ ถ้าหากว่ามีไม้บรรทัดซะหน่อยเราก็ไม่ต้องเดาเอาว่าจะกำหนดขนาดแบบมั่วๆขึ้นมาเองครับ ทำให้การวาง layout ของโฆษณาทำได้สะดวกกว่าเดิมมากครับ

การใช้งานไม้บรรทัดดิจิทอลอันนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร คือ เปิดโปรแกรมมันขึ้นมาแล้วก็ลากไม้บรรทัดไปทาบ ณ ตำแหน่งที่อยากรู้ว่าความกว้างครับ ถ้าหากว่าอยากรู้เป็นความสูงแทนก็กด click ที่ด้านซ้ายสุดของไม้บรรทัดมันก็จะทำการปรับแนวทาบจากแกนเอ็กซ์เป็นแกนวายไป (แนวนอนเป็นแนวตั้ง) เราก็จะทำการวัดขนาดตำแหน่งภาพใดๆได้ทั้งความกว้างและความสูงแล้วล่ะครับ ไม่ยากเล้ย อ้อ ถ้าหากว่าจะปิดโปรแกรมไม้บรรทัดให้ click ขวาครับมันก็จะหายวับไปเลย

ยังไงก็โหลดไปลองใช้งานได้จากที่นี่เลยน่ะครับ
(แน่นอนเป็น Freeware เหมือนเคยไม่ต้องเสียเงินครับ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ไม้บรรทัดออนไลน์
  • ไม้บรรทัด ออนไลน์
  • ไม้บรรทัดขนาดจริง
  • โปรแกรมไม้บรรทัด
  • ไม้บรรทัด ขนาดจริง
  • หน่วยพิกเซล
  • ไม้บรรทัด
  • ลบsocialbox
  • วัด pixel
  • หน่วยไม้บรรทัด

ประมวลพฤติกรรมการซื้อของ online คนไทยที่(ไม่)เหมือนกับชาวโลกประเทศอื่น

ecommerce 

e-commerce เปลี่ยนพฤติกรรมการขายและซื้อแบบไทยจากโลกจริงกันอยู่หลายประเด็นมากทีเดียว และพฤติกรรมการซื้อและขายของคนไทยก็มีเอกลักษณ์จากคนประเทศนอกอีกต่างหาก ถ้าหากว่ารู้อย่างงี้ก็ทำไปตั้งนานแล้ว แต่ผมเองก็ไม่ได้ถึงกึ๋นคนไทยสักเท่าไหร่หรอกครับ ต้องให้คนอื่นเค้ามาบอก และ ก็ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้น่ะครับเรื่องแบบนี้ แยกเป็นประเด็นๆได้ต่อไปนี้น่ะครับ

คนไทยไม่ใช้ระบบ shopping cart : อันนี้วัดได้จากการซื้อสินค้าผ่านหน้าร้าน online ที่ผม set up เอาไว้การซื้อการขายเกิดขึ้น โดยคนซื้อไม่ได้เข้าไปกดปุ่มๆ ที่ซับซ้อน (สำหรับเค้าเหล่านั้น) ซึ่งตัวผมเองมีมุมมองว่า เป็นเรื่องจำเป็นน่ะครับ ที่จะต้องกรอกข้อมูลแล้วเลือกซื้อสินค้าจากระบบที่ทางเว็ปไซท์มี ซึ่งผมก็คิดของผมไปคนเดียวน่ะหละ คนอื่นเค้าไม่ได้คิดแบบผมน่ะครับ

คนไทยใช้โทรศัพท์คุยกันเพื่อความอุ่นใจ : เพราะประเทศเราการขายของยังคงต้องการความอุ่นใจว่าสินค้าเหล่านั้นมีผู้ขายอยู่จริง หรือ มีตัวตนอยู่จริง ต้องการการต่อรอง เหมือนกับได้คุยกันปกติ การโทรศัพท์ หรือลงเบอร์มือถือเอาไว้ที่หน้าแรกของร้านค้ากลับกลายเป็นเรื่องจำเป็น มันไม่เหมือนกับประเทศนอก ตรงนี้น่ะครับ คือ ต่างประเทศเช่น US ถ้าหากว่าโทรไปยังเบอร์ที่อยู่นอกเขตตัวเองจะโดนการ เรียกเก็บเงินสำหรับการโทรครั้งนั้นๆได้ครับ ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ขายก็ต้องมี online chat หรือ เป็น Live chat เอาไว้คุยได้ทันที หรือไม่ก็ต้องเสียเงินเอาเบอร์ TOLL FREE มาน่ะครับ ซึ่งเป็นความแตกต่างอย่างแรงกับคนไทยมาก เพราะประเทศเราเป็นประเทศที่การโทรศัพท์ติดต่อกันด้วยมือถือถูกที่สุดในโลกแล้ว (คนรับบางประเทศต้องเสียเงินอีกน่ะครับไม่อยากจะบอก) เพราะฉะนั้นการโทรเพื่อถามราคา หรือ เพื่อพิจารณาว่ามีตัวตนจริงเป็นเรื่องที่คนไทยจะทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับผม

ความดูดีของหน้าร้านไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญนัก : เนื่องจากพฤติกรรมสองข้อที่กล่าวเอาไว้แล้วว่า shopping cart ก็ไม่มีคนใช้ โทรศัพท์คุยกันดีกว่ามั้ยง่ายดี แล้วก็รู้อีกว่ามีคัวตนเว็ปไซท์กันอยู่จริงแล้ว หน้าตาของเว็ปไซท์ ไม่ต้องแตกต่างอะไรกับคนอื่นมากนักก็ได้ เพราะยังไง้ยังไงก็ต้องได้คุยกันดูก่อนอยู่ดี แค่ว่าเอาสินค้าไปแสดงให้เห็นก็พอแล้ว คุณจะใช้เว็ปไซท์สำเร็จรูปที่เหมือนๆกับคนอื่น ก็ไม่ได้ว่าอะไร เหมือนว่าโลกนี้มีแต่เว็ปสำเร็จรูปกันทั้งหมดน่ะหละ เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนเค้าทำๆกัน

คนขายไม่ update สตีอกสินค้า : ไม่ใช่เพราะว่า back office ของระบบสำเร็จรูปไม่มีให้ update แต่เป็นเพราะคนซื้อต่างหาก มีการติดต่อสั่งซื้อผ่านวิธีการอื่นๆ เช่น การโทรศัพท์ เข้าไปแล้วก็สั่งซื้อเอาสินค้าออก คนที่จัดส่งสินค้าก็ไม่ได้เป็นคนทำระบบหลังร้าน อาจจะเป็นแค่ลูกจ้างเพื่อให้จัดการเรื่องสต้อกแล้วส่งของเท่านั้น หน้าร้าน online เลยทำหน้าที่เหมือนเป็นแค่ catalogue เฉยๆ จำนวนหรือปริมาณของพร้อมขายก็จะไม่มีความแน่นอนถูกต้องแต่อย่างใด อันนี้จะเป็นทั้งเหตุและผล ทำให้คนซื้อต้องโทรมา check สินค้าก่อนทุกครั้งว่า สินค้าที่เค้าสนใจมันมีหรือไม่ (ถ้าหากว่าใช้ shopping cart ไปแล้วก็เสียเวลาเปล่า เพราะว่าของอาจจะมีหรือไม่ก็ไม่รู้) พฤติกรรมการซื้อ เลยถูก form ตัวขึ้นมาว่าต้องโทรคุยกันครับ

สินค้าที่วางขายหน้าร้านเป็นแค่ภ

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • พฤติกรรมการซื้อ
  • พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์
  • พฤติกรรมการซื้อโทรศัพท์มือถือ
  • การซื้อของออนไลน์
  • พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์
  • พฤติกรรมการซื้อสินค้า
  • พฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทย
  • พฤติกรรม shopping online
  • ปัจจัยในการซื้อสินค้าออนไลน์
  • พฤติกรรมการซื้อแบบซับซ้อน