SiteLauncher : Firefox addon เพื่อความเร็วในการเปิดหน้าเว็ปที่ใช้ประจำ

อย่างที่ทราบกันอยู่ว่าตอนนี้ผมใช้ Firefox (ในร่างของ Flock) อยู่มากได้สักพักแล้ว ผมก็เริ่มใช้งาน Facebook บ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง ทีนี้ผมก็เลย rearrange ปรับเปลี่ยน Bookmark ที่ผมมีอยู่ไม่เอามาจาก FIrefox เก่าของผมเพราะว่า ผมคิดว่ามันเยอะไป ไม่จำเป็น ก็จะเหลืออยู่ไม่กี่ตัว แต่ว่าภาพที่เอามาแสดงนี่ไม่ได้เป็นภาพ Link ที่เหลืออยู่ของผมหรอกนะ แต่ว่าเป็น Default ของ Firefox addon ที่ชื่อว่า SiteLauncher ที่ผมก็เพิ่งใช้งานไม่ถึงวัน ผมก็ทำความคุ้นเคยกับมันไม่ยากนัก จากการสังเกตการใช้งาน internet เพื่อการ Browsing ทั่วๆไปผมจะใช้อยู่แค่ไม่กี่อย่างเองครับ คือ sanook, kapook ,noknok ,google reader, google notebook,gmail ,google calendar หมดแล้ว .. (นอกนั้นผมไม่นับว่าใช้งานมากครับ ) เพราะฉะนั้นผมก็เลย setup ปุ่ม shortcut ใหม่โดยใช้ FIrefox addon SiteLauncher นี่หละครับ

การใช้งานก็ไม่ยากหลังจากที่ add Firefox addon ตัวนี้เข้าไปแล้ว หากว่าจะใช้ ค่า Default ก็ตามที่เห็นนี่ได้เลย แต่ว่าผมไม่อยากใช้ตามเค้าหรอกครับเพราะ ความคิดผมกับการกดปุ่ม(ท่าทางของมือ) บาง site ที่เค้าเอามาแสดงเป็นค่าตั้งต้นมันไม่เหมาะกับมือผม อีกอยาง site ที่ผม visit บ่อยๆก็ไม่เหมือนกันกะที่เค้าเอามากำหนดไว้ด้วย ครับ ดังนั้นผมก็เปลี่ยนมันซะใน option วิธีการกดเรียกเพื่อเข้า web site ที่เรากำหนดเอาไว้แล้วนั้น ผมก็ใช้เป็น default เหมือนเดิม คือ เป็นการกดปุ่ม ctrl + spacebar + “ปุ่มตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็ก” มันก็จะทำการเปิด tab ใหม่ออกมาแล้วแสดงหน้าต่างของ site นั้นออกมาทันทีครับ ผมว่าผมคงใช้งานตัวนี้เป็นมาตราฐานอีกตัวสำหรับการใช้งาน Firefox (Flock) ของผมแล้วล่ะครับ แนะนำเช่นเคย ..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • sitelauncher
  • วิธีใช้sitelauncher

ทำ Desktop ให้ว่างเปล่า .. (เหลือแต่ว่า wallpaper)

ว่างๆก็จัดห้องไม่ให้โต้ะมีของเยอะแยะมากมายอะไร  ดูแลมันสะอาดดี ไม่รกตา ไม่รกหัว ไม่ต้องประมวลผลเยอะว่าสิ่งที่เราเห็นมันมีอะไรมั่ง ไม่คิดมาก สบายใจกว่าเดิมเยอะครับ

ผมเคยได้ยินมาว่าการจัดบ้านหรือว่าจัดห้องให้เป็นระเบียบจะทำให้ทำงานทำการได้ดีกว่า เป็นลักษณะของความเชื่อทาง ฮวงจุ้ย แต่ผมว่ามันก็มีส่วนจริงอยู่ตามที่ผมบอกไปตะกี้ก็คือว่า มันไม่รกหูรกตา ไม่ทำให้หัวเราต้องเคยรับภาพแล้วจับรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไรทั้งๆที่เราไม่จำเป็นต้องไปคิดอะไรมัน แต่ว่าหัวมันก็ทำงานอยู่วันยันค่ำ

ไม่ใช่แค่โต้ะทำงานจริงๆเท่านั้นที่น่าจะทำให้มันให้มัน clean and clear มากที่สด ถ้าหากาว่าเป็นคนที่ใช้ computer เพื่อทำงานหรือว่าเพื่ออยู่อาศัย (กับหน้าจอ คอมพิวเตอร์) ก็ควรอีกเช่นกันที่จะทำให้ Desktop สะอาดไม่รก มั่วซั่ว เหมือนกับของผม ผมเอามาให้ดูว่า Desktop ผมไม่มีอะไรให้เห็นทั้งนั้นนอกจากภาพ wallpaper ที่ปกติแล้วผมจะไม่มีด้วยซ้ำ แต่ว่า ตอนนี้ผมเอามาปะไว้เพราะว่ามันดูโล่งเกินไปครับ ก็หาภาพอะไรที่มันน่า inspire มาปะเอาไว้ก็โอเคอยู่ครับ จาก http://www.interfacelift.com

ส่วนพวก shortcut ทั้งหลายแหล่จะไม่เห็นเพราะว่าผมเอาไปเก็บไว้ใน folder ที่ผมให้ Launchy มันทำการ index เอาไว้แล้ว ทำให้พอผมอยากจะทำอะไรก็ผมพิมพ์เอาสั้นๆ ก็เข้าไปใช้งาน program นั้นได้แล้วน่ะครับ นอกจากนี้จะเห้นว่าผมไม่มี my computer , my document  หรือแม้กระทั่ง my recycle bin ถังขยะ โดยการทีจะเอาถังขยะก็ต้องมีลีลานิดหน่อย แต่ว่าถ้าไม่อยากให้ clean มากขนาดนี้ก็ไม่เอาถังขยะออกก็ได้ แต่ สำหรับผมแล้ว การเอาถังขยะวางไว้หน้าบ้านหรือวางเอาไว้ที่ desktop นี่มันไม่น่าจะดีนะครับเพราะถังขยะเป็นที่เก็บของเสีย หรือสิ่งที่ไม่เอาแล้ว ก็หากคิดเป็นแบบฮวงจุ้ย มันก็ไม่น่าจะดีน่ะครับ สำหรับการเอา recycle bin ออกนั้นก็มีคนเขียนเอาไว้เยอะแล้วครับ search Google ก็น่าจะหาเจอ ผมไม่เอามาพิมพ์บอกไว้ที่ตรงนี้หรอกนะครับ

สำหรับ taskbar ผมเอา Quick Launch มาแสดงด้วยเพราะบางครั้งผมก็ไม่อยากจะพิมพ์ก็เอา mouse ไปกดที่ icon เล็กๆแทนก็ยังโอเคอยู่ไม่ต้องไปลุยหาจาก start กันซะทีเดียว สังเกตนะครับผมจะมีแต่ Launchy แล้วก็ Internet (Flock) เพราะ มันเป็นโปรแกรมที่ผมใช้มากที่สุด สำหรับ Launchy เอามาปะไว้ที่นี่ก็ด้วยก็เพราะ บางครั้ง มันมีการทำงานผิดพลาดของโปรแกรมอะไรสักอย่างแล้ว มันจะปิด Launchy ผมก็ไม่ต้องเข้าไปหาที่ start ออกต่อไปน่ะครับ สะดวกกว่าที่จะกดจากที่นี่  สำหรับที่ด้านขวาล่าง อะไรที่ซ่อนได้ผมก็ซ่อนครับเพราะเหมือนเดิมจะไม่ได้รกตา โดย click ขวาที่ taskbar แล้ว check เอา Hide inactive icons แล้วเลือก Customize… ผมเลือกเกือบทุกอย่างที่ไม่จำเป็นต้องโชว์ให้มันซ่อนเอาไว้ครับ ซ่อนไว้แบบ "Always Hide" ไม่ต้องแสดงออกมาเลยครับ สำหรับที่เหลือ ผมว่ามันมีประโยชน์ที่จะ show เอาไว้ที่หน้า desktop ให้เห็นครับ ไม่ว่าจะเป็น master volume control หรือว่าเป็น icon Live msn แล้วก็ clock (อันนี้จำเป้นพวกเพราะผมไม่มีนาฬิกาให้เห็นในรัศมีจากการนั่งที่หน้า computer เลยแม้แต่ตัวเดียว ก็อีกถ้าหากว่ามีเอาไว้ที่หน้า computer แล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรเอาไว้ทีอื่นๆอีกให้หนักตา) เอาเป็นว่าไหนๆ ก็ข้ามปีแล้ว clean and clear ทั้งโต้ะจริงแล้วโต้ะ Desktop กันไปซะทีเดียวเลย ก็น่าจะรู้ว่าอะไรๆมันดูเบาๆกว่าเดิมเยอะเหมือนผมได้ไม่ยากครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • wallpaper ฮวงจุ้ย
  • วิธีทํา desktop ว่างเปล่า
  • ทำ desktop ให้โล่ง
  • วิธีทำให้desktopว่าง
  • ทำ Desktop โล่ง
  • ทํา desktop ให้โล่งๆ
  • ทำให้ desktop โล่ง
  • clear background desktop
  • ทำ desktop ให้ว่าง
  • ห้องไม้รกๆ

มาใช้ Picasa เป็นที่เก็บภาพเอาไว้โชว์เพื่อนๆจะดีกว่ามั้ย?

ผมเห็นน้องผม ผมเห็นเพื่อนบางคนของผม upload ภาพเพื่อเอาไว้โชว์กันโดย multiply.com แต่ว่าผมว่ามันดูไม่สะดวกเท่าไหร่นัก( แต่ว่าผมก็พูดไม่ได้เต็มปากนักหรอกว่ามันไม่สะดวกเพราะว่าผมก็ไม่ได้ใช้งานมันอย่างจริงๆสักที ) แต่ว่าผมรู้อยู่อย่างหนึ่งน่ะครับ ว่า ตอนนี้ผมใช้ Picasa แล้วมันสะดวกมากเลยอยากจะแนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนสักหน่อยเพื่อ ให้คนอื่นที่ไม่เคยเห็นไมเคยรู้จักได้ใช้งานกันได้จริงๆจังๆสักกะที

ทำไมต้อง Picasa ?

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพราะว่าผมรู้ว่า Picasa เป็นโปรแกรม หนึ่งที่โดนซ้ำไปโดย Google Inc ด้วยราคาระดับหนึ่ง ซึ่งผมก็เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกๆแล้วว่า Google ซื้อไป แล้วก็ซื้อไปนานมากแล้วด้วย ผมว่า Google เองก็คงเห็นว่ามันดียังไงเหมือนกับที่ผมเห็นอยู่ ณ เวลานั้นเหมือนกัน เพราะว่านจะทำการ scan ภาพทั้งหมดที่เราจัดเก็บสะเปะสะปะไม่ระเบียบทำให้มันมีระเบียบมากขึ้น แล้วเอามาแสดงที่หน้าจอในโปรแกรมออกมาได้อย่างสวยงามแล้วเคลื่อนไหวพริ้วไหวดั่งสายน้ำ ตั้งแต่ version แรกสุดที่ Google ซื้อไปแล้วน่ะครับ แล้วเมื่อ Google ซื้อไปก็เอาไปพัฒนาเป็น Picasa version 2 และออกมาเป็น 3 ณ เวลานี้ซึ่งมีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเรื่องที่นี่สนใจสำหรับคนสมัยนี้ก็คือการ Blogging out ภาพที่เราได้ถ่ายเก็บเอาไว้ออกผ่านสู่สายตาคนทั่วโลก(แหมแต่ว่าคนทั่วโลกเค้าก็ไม่ได้ดู blog เราหรอกเนาะ ก็มีแต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเราเนียะหละนะที่เค้าดูเค้าอ่านกัน เฮอะๆ)

Picasa ทำการ edit ภาพได้อย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Blur หรือ Focus ภาพบางส่วนปรับแต่งสีภาพให้มี contrast สูงหรือต่ำได้ตามต้องการ และมี effect เล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นลูกเล่น(ที่ไม่สำคัญ) เพื่อเป็นให้เป็นที่ดึงดูดคนมาใช้งานได้มากขึ้น และที่สำคัณอย่างที่ได้บอกเอาไว้แล้ว มีการ เพิ่ม ปุ่ม BLog ของ Blogspot.com เข้าไปด้วยใน version 2 แล้ว ทำให้คนที่ไม่เคยมี Blog เป็นของตัวเอง แล้วอยากประกาศ หรือเขียนเรื่องราวให้กับคนอื่นได้รู้ผ่านทาง Picasa ร่วมกับ BLogspot.com ได้ไม่ยากนัก .. เรียกได้ว่า ลองดูแล้วก็จะรู้ว่ามันไม่ยากจริงๆครับ เพราะไม่ต้อง hosting อะไรไม่ต้องรู้เรื่อง wordpress แล้วก็ไม่ต้องคิดมากกับ back office ที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกว่าอะไรเป็นอะไร เพราะมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนหรือจากการลองผิดลองถูกด้วยเวลาอันน้อยนิดเท่านั้นเองครับ ดูตัวอย่างของผมก็ได้ http://rackmanager.blogspot.com แหมแต่ว่าอายไม่อยากจะเอามาโชว์ เท่าไหร่เนาะ (แต่ก็อีกล่ะ ไม่มีคนเข้ามาดูสักเท่าไหร่น่ะครับ อิอิ .. ดีแล้วไม่อยากให้คนดูเยอะอาย น่ะนะ )

เริ่มต้นจากใช้งานต้องทำอะไรยังไงเหรอ ?

เอา GMAIL มาเป็นของตัวเองสักรหัส : ผมแนะนำก่อนว่า เริ่มต้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี email ของ Google ที่เรียกว่า Gmail ครับมันจะเป็นตัวแทน account ที่เราตั้งมาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน product ใดๆก็ตามที่เป็นของ Google ไม่ว่าจะเป็น Picasa หรือว่า Blogspot ก็ตาม ดังนั้น เริ่มต้นประการแรก สมัคร Gmail ด้วยชื่อจริงสกุลจริงเอาไว้สักอันน่ะครับ เพราะว่าที่ผมบอกว่าข้อมูลจริงนั้น หากว่าอีกหน่อยคุณอยากจะทำอะไรเกี่ยวกับการใช้ advertising ผ่านระบบ Google แล้วล่ะก็ชื่อจริงนามสกุลจริงเป็นสิ่งที่เอาไว้อ้างอิงได้ในที่สุดครับ ไปที่ http://mail.google.com แล้วกดสมัครกันเลยดีกว่าครับ บทความนี้ผมจะไม่บอกหรอกว่า gmail มันดียังไง เพราะว่าผมก็เคยเขียนเอาไว้แล้วที่ blog แห่งนี้ครับ ลอง search site นี้ดูว่า gmail ก็จะเจอครับ

โหลด Picasa : เมื่อได้ gmail account มาแล้วก็ให้ไปโหลด picasa ที่

>http://picasa.google.com/ กันเลยดีกว่า โหลดมาแล้วลงที่เครื่อง มันก็จะทำการ scan ภาพจาก คอมพิวเตอร์ตำแหน่งใดๆที่เราระบุเอาไว้ว่าให้เครื่อง scan ดูว่ามีภาพอะไรบ้างครับ สำหรับคนที่สะสมภาพศิลป์ แม้ว่าคุณจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนก็ตาม scan ภาพของ Picasa ก็จะเห็นแล้วเอามาเรียงไว้หลาเลยล่ะครับ ระวังไว้ด้วยแล้วกันนะครับ แต่เมื่อ scan แล้วเราก็เลือกออกได้ว่าจะไม่ให้แสดง Folder นั้นที่ Picasa อีกได้น่ะครับ ไม่ต้องกลัวซะอย่างงั้นครับผม

ทีนี้เราก็จะมี program Picasa installed อยู่ที่เครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ทำอะไรต่อกันดีล่ะ .. สำหรับผมนั้นผมใช้ Picasa ทำอยู่สองอย่างครับ คือ

1. ทำการ upload ภาพที่ผมไปเที่ยวมาไม่ว่าจะเป็นเที่ยวในประเทศ ต่างประเทศ หรือว่ากิจกรรมอะไรๆพิเศษที่ผมถ่ายภาพเอาไว้ (แต่ว่าผมไม่ได้งาน motor expo น่ะครับ) เอาเป็นว่าส่วนมากจะเป็นเรื่องเที่ยวซะมากกว่าน่ะครับ ที่จะ upload ภาพขึ้นไปที่ Picasa online web album วิธีการก็ไม่ยาก แค่เลือกภาพโดยการกด ctrl แล้วเอา mouse แตะภาพที่เราอยากจะทำการ upload ไปเรื่อยๆ หรือว่าถ้าเลือกเป็น album ก็เอา mouse แตะที่ folder นั้นที่ผมพูดนี่คือเปิด Picasa อยู่น่ะครับ ภาพใดๆหรือว่า Folder ใดๆที่เราเลือกเอาไว้จะต้องแสดงไว้ที่ด้านขวาล่าง เพื่อบอกว่า เราได้เลือกภาพอะไรไปแล้วบ้างสำหรับการที่จะ upload มันหรือว่า email มันหรือว่า Blog มันน่ะครับ สำหรับกรณีที่จะทำการ upload ก็กดที่ “Upload” ที่เป็นลูกศรสีเขียวชี้ขึ้นฟ้าเท่านั้นเองครับ แล้วก็พิมพ์ชื่ออัลบั้มซะหน่อยครับ ถ้าหากว่าเรายังไม่เคย login Picasa web album ระบบโปรแกรมก็จะถามว่า เรา gmail อะไรหรือ account อะไรก็ให้พิมพ์ mail เราแบบเต็มๆแล้วก็รหัส mail นั้นด้วย มันก็จะ login ได้แล้วน่ะครับ การโหลดภาพขึ้นไปนั้น จะกินพื้นที่ของเราเองแต่ว่าไม่เกี่ยวกับบริการอื่นๆ ของ Google ไม่ว่าจะเป็น gmail หรืออะไรก็แล้วแต่เหมือนว่าจะมี limit ว่าภาพทั้งหมดที่ upload ไปโดยอ้างอิง account หนึ่งๆจะได้อยู่หลายกิ้กอยู่ แต่ผมไม่คิดอะไรมากเรื่องนี้เพราะว่าผมก็แค่ create gmail account อันอื่นมากอีกถ้าหากว่ามันเต็มครับ แล้วก็หาดูว่าภาพอะไรอยู่ทีไหน หรืออยากจะเสียเงินก็ไม่ยากครับ เค้าเก็บเงินเรา 25 เหรียญสหรัฐ เราก็จะได้ พื้นที่เพื่อการเก็บภาพเพิ่มเติมอีกเยอะอยู่ครับ แต่ว่าผมเลือก create new account แล้วก็แบ่งเก็บน่ะครับ ไม่อยากเสียเงินเท่าไหร่ โดยเฉพาะการเสียเงินเป็นแบบต่อเวลานี่ไม่ชอบเลยครับ

2. การ blogging ด้วย Blogspot.com ที่ปุ่มด้านล่างจะมีปุ่มที่เป็นสีส้มตัว B ใหญ่ๆ แล้วเขียนเอาไว้ว่า Blog this นั่นก็แปลว่าแค่เราเลือกภาพแล้วก็กดปุ่ม Blog This เท่านั้น มันก็จะเปิดหน้าต่างเพื่อถาม Gmail account เราก็กรอกเข้าไปแล้วมันก็พาเราไปหน้าปัดแผงควบคุมการ Blog แบบฟรีๆของเราแล้วน่ะครับ

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะใช้ Picasa หันมาใช้กันบ้างไม่มากก็น้อย(แน่หละซิไม่มากก็ต้องน้อยอยู่แล้วน่ะครับ) ไม่หรอกอีกอย่างก็คือว่า อยากจะเห็นภาพคนอื่นๆที่เดินทางไปที่ต่างๆทั่วโลกเค้าทำการ upload ภาพมาโชว์ให้ดูซะหน่อยน่ะครับ ก็เท่านั้นเอง ลองดูแล้วกันนะครับ สำหรับผมแล้ว Picasa Highly recommended เลยครับผม..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • picasa คือ
  • picasa คืออะไร
  • สมัคร picasa
  • วิธีใช้ picasa
  • สมัครpicasa
  • picasa web albums คืออะไร
  • การใช้ picasa
  • การใช้งาน picasa
  • Picasa Web Album คืออะไร
  • วิธีใช้picasa

Flock อีกทางเลือกสำหรับคนรัก Firefox ที่ชอบ Social Networking ONLINE

ตอนนี้ผมได้ทำการลองใช้งาน Firefox ในรูปแบบของ Flock มาได้สักพักหนึ่งแล้ว รู้สึกว่า อืม .. มันดีนะ ทำอะไรมันก็สะดวกกว่าการใช้ Firefox ธรรมดา แล้วตอนนี้ผมก็เลยอยากแนะนำคนอื่นๆต่อไปว่า ให้ลองใช้งานดูเหมือนกับผม ทำไมน่ะเหรอครับเพราะว่า Flock มันก็เป็น Firefox ดีๆนี่หละนั่นก็หมายความว่า firefox addon ไม่ว่าคุณใช้อะไรอยู่ก็ตามที่คุณใช้แล้วชอบ มันก็จะเอามาใช้กับ FLock ได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ว่ามันจะดีกว่าตรงที่ Flock ออกแบบ user interface หรือหน้าตาเพื่อการใช้งานสำหรับ คน social networking ได้สะดวกกว่ามากๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Blogging ผ่านทาง Blogger,Blogsome,LiveJournal,Typepad หรือว่า WordPress.com เอง หรือแม้กระทั่งBlog ที่เราหา host เองเป็นของตัวเองโดยแท้เหมือนกับของผมนี่น่ะคับ แต่ว่าผมชอบตรงที่มันแสดงว่า ตอนนี้ผม log in อะไรมั่ง แล้วก็มีระบบการแสดงภาพ หรือ medai อื่นๆ เป็นแถบด้านบนเหมือนกับเป็น tab อีกแบบหนึ่งโผล่ออกมาด้วย ทำให้คนที่เรา Network แบบ online กันเอาไว้ จะมีการ update ภาพแล้วเราก็เห็นได้สะดวก หรือว่ากรณีของการแสดงผลการ update จากเพื่อนๆ ผ่านทาง Facebook ก็จะมี tab พิเศษเพื่อแสดงหน้าตา ข้อความ หรือเนื้อความล่าสุดว่าเพื่อนๆทีใช้งาน Facebook เค้ามีการ update อะไร โดยจะแสดงคนที่มีการ update ล่าสุดไว้ด้านบนสุดครับ

นอกจากนี้ผมก็ชอบที่ว่า เราสามารถ upload รูปภาพไปที่ FlickR หรือว่า ที่ Photobucket.com (เป็นที่ที่ใช้เป็นประจำ) ได้ทีละมากๆรูปแล้ว เป็นลักษณะของการ drag and drop ภาพจากเครื่อง desktop ของเราเข้าไปที่หน้าต่างของ Flock ได้ด้วย ทำให้การ upload ภาพเพื่อการ Blogging ทำได้สะดวกกว่าเก่ามากนัก

พวกที่ชอบ Twitt กันเยอะๆก็จะเห็นการ update ของ เพื่อนๆที่กลุ่มที่ใช้ Twitter กันเป็นรายตัวที่หน้าต่างด้านข้างของ Flock อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็น Browser ที่เหมาะสำหรับพวกของ Twitter เป็นยิ่งนักครับ

สรุปคือ FLock เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ใช้ Firefox กันจนเจนแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะอยากใช้งาน Social Network แบบฝรั่งๆได้สะดวกกว่าเก่ามากๆ แนะนำครับหันมาใช้ Flock กันดูแล้วจะรู้ว่ามันดียังไง .. ผมอธิบายประโยชน์ของการใช้ FLock ณ ที่นี้หมดคงไม่ไหว เค้าจะมี vdo เพื่อสรุปว่า มันทำอะไรได้มั่งหลังจากที่ install โปรแกรมไปแล้วน่ะครับ ดูไม่ยากครับ โหลดไปเล่นกันเลยดีกว่าครับ

update wordpess เป็น version 2.7 แล้วดูดีกว่าเดิมเยอะเลย

wordpress update 2.7

wordpress update 2.7

ปกติผมไม่ค่อยจะได้ update wordpress สักเท่าไหร่นักหรอกเพราะว่าแค่รู้สึกเอาเองว่าปรับไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีกว่าเดิมหรือว่าแตกต่างอะไรกว่าเดิมมากนัก แต่ว่าำำสำหรับ WordPress version 2.7 พอผมทำการ update แล้วระบบ backoffice ของ WordPress ให้อารมณ์และความแตกต่างจากเดิมมากโขอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Dashboard ที่ดูดีกว่าเดิมเอามากๆ แล้วก็มี ช่องเพิ่มที่หน้าแรก คือ QuickPress มันจะเหมือนกะช่องที่ให้เราพิมพ์อะไรเหมือนกับการ Blog ออกไปแบบสั้นๆเร็วๆ ไ่ม่คิดมาก ไม่มีอะไรยุ่งยาก แค่พิมพ์ content ในช่อง content พิมพ์ tag เอาไว้แล้วก็ กด “Publish” ที่หน้าแรกนี้เลย post นี้ผมก็พิมพ์จาก QuickPress นี่หละครับหลังจากที่ไม่ค่อยได้ทำการ update blog เท่าไหร่นัก (อันเนื่องมาจากว่า ยังไม่ได้เจอเรื่องอะไรเด็ดๆเท่าไหร่ที่จะเอามาโม้ได้ รวมทั้งมีปัญหาเรื่องตาเล็กน้อยถึงปานกลางทำให้ต้องละๆการพิมพ์มองหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ด้วยครับ แต่ว่าตอนนี้ก็สบายดีแล้ว ก็คิดว่า่น่าจะกลับ update ด้วยความถี่ที่มากกว่าเก่า)

ยังไงถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ใช้ WordPress แล้วยังไม่ได้ทำการ update version เป็น 2.7 ก็แนะนำครับผม ลองดูได้เลยครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • อัดเสียง จาก skype ไม่ให้อีกฝั่งรู้

เก็บเสียงที่ออกจาก speaker ด้วย PCWin Speaker Record

เก็บเสียงที่ออกจาก speaker ด้วย PCWin Speaker Record

โปรแกรมนี้สามารถที่จะทำการบันทึกเสียงที่เราได้ยินผ่านทาง speaker ออกมาให้เป็น format ของ mp3 หรือว่า wav ได้โดยคุณภาพเสียงอยู่ที่ระดับ 128 Kbps หรือคุณภาพเสียงระดับ CD กันเลยก็ว่าได้

แล้วจะเอาไปใช้ทำอะไรได้มั่ง?

- คุณอาจจะทำการอัดเสียงจากสิ่งใดๆก็ตามที่เอามาไม่ได้ด้วยวิธีการปกติ เช่น อยากจะได้เสียง ringtone จังแล้วคุณคิดว่าเอาแค่สั้นๆเท่าที่เค้าเปิดให้ฟังก็พอแล้วก็. อัดเสียงมาเลยก็แล้วกันนะครับ

- ทำการบันทึกเสียงรายการวิทยุ หรือพวก podcast : สำหรับกรณีนี้คิดว่าคนน่าจะทำน้อยเพราะตอนที่จะกดอัด เราก็ฟังไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะฟังซ้ำไปทำไม ยกเว้นจะเป็นรายการที่ต้องการแอบเผยแพร่ต่อให้คนอื่นได้รู้หรือได้ฟังต่อๆไปครับ

- เอาไปอัดเสียงตอนที่คุยผ่าน msn หรือว่า skype ตอนที่คุยกับลูกค้าหรือว่าสาวๆก็แล้วแต่ครับ กรณีที่คุยกับลูกค้า ดูเหมือนว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิ์เหรอป่าวอันนี้ผมไม่แน่ใจเพราะว่า ลองคิดดูนะครับถ้าคุณคุยโทรศัพท์แล้วอีกฝั่งหนึ่งบันทึกเสียงได้มันก็ดูน่ากลัวอยู่เหมือนกันครับ 

- บันทึกเสียงตอนคุยโทรศัพท์ผ่าน VOIP จากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปโทรศัพท์ธรรมดา อาจจะดูเหมือนข้อตะกี้แต่ว่าข้อตะกี้ผมหมายถึงการโทร com to com น่ะครับแต่ว่าถ้าหากว่าโทรจาก computer ไปยังมือถือ แล้วทำการบันทึกไว้ ก็น่ากลัวอีกอยู่ดีครับ เพราะอีกฝั่งไม่รู้หรอกครับว่า มันบันทึกได้

ดังนั้นสำหรับการคุยกันผ่านทางโทรศัพท์หากว่ารับหรือดูทีมือถือแล้ว มันจะขึ้นเป็นเบอร์ประหลาดๆหรือว่าขึ้นเป็น private ขอให้พึงระวังไว้ก่อนได้เลยว่า คุณสามารถถูกบันทึกข้อความเสียงที่คุยๆกันอยู่นี้ได้ครับ แต่แย่หน่อยหากว่าคุณรับขึ้นมาโดยใช้โทรศัพท์บ้านเพราะมันไม่มีอะไรฟ้องได้ครับ สำหรับการอัดเสียงตอนสนทนานี่ผมยังไม่ได้ลองหรอกนะครับ เพราะไม่มีคนคุยด้วยเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าอัดแล้วจะได้ยินเสียงเราพูดด้วยเหรอป่าวเพราะว่า โปรแกรมมันบอกน่ะครับ ว่ามันจะอัดเสียงใดๆที่ออกผ่านลำโพงครับ แต่ว่าเสียงที่เราพูดเข้าไปมันไม่ได้ออกนี่หน่า .. แล้วจะอัดรู้เรื่องเหรอป่าวเนาะ .. ยังไงก็ลองๆดูแล้วกันนะครับ โดดไปโหลดโปรแกรมมาลองเล่นกันได้ที่นี่เลยครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • อัดเสียง speaker

ฟังเพลงพร้อมกับคนอีกซีกโลกด้วย radiobeta.com

ช่วงนี้เป็นช่วงคริสต์มาสถ้าเป็นวิทยุของประเทศนอกที่เค้านับถือคริสต์กับซะมาก ที่หน้าปัดวิทยุไม่ว่าจะเปิดที่คลื่นไหนๆ ก็มักจะได้เจอกับแนวเพลงที่เกี่ยวกับเรื่องคริสต์มาส เรียกได้ว่าเปิดเกือบตลอดเวลา แล้วก็เปิดเกือบทุกช่องคลื่นกันก็ว่าได้ แต่ว่าฟังแล้วไม่เบื่ออะไรหรอกครับ เพราะ ภาพของเทศกาลนี้ มันให้อารมณ์ของการให้สิ่งดีๆแก่กันและกัน แล้วก็เป็นเทศกาลของการที่คนในครอบครัวจะได้พบเจอกันอีกครั้ง (เหมือนกับงานไหว้จ้าวเคารพบรรพบุรุษของคนจีนยังไงอย่างงั้นที่ คนในครอบครัวจะต้องมารวมตัวกัน เพื่อทำอะไรบางอย่าง แต่ว่าที่ต่างกันก็ตรงที่ .. เพื่อทำอะไรบางอย่างนั่นน่ะหละครับ แตกต่างราวฟ้ากะดิน เพราะวัฒนธรรมมันต่างน่ะครับ)  เอาเป็นว่าบรรยากาศช่วงเดือนธันวาคมจะให้อารมณ์หนาวๆแล้วก็มอบความรักให้แก่กันครับ ตามห้างใหญ่ๆก็จะเปิดเพลงแนวนี้เหมือนกันเพราะว่ามันฟังดูแล้วสบายใจดี เหมาะกับการซื้อของให้คนอื่นเป็นที่สุด 

แต่ว่าตอนนี้เราก็สามารถที่จะฟังเพลงหรือสร้างบรรยากาศโดยการเปิดวิทยุของต่างประเทศได้โดยฟังผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงนี่หละครับ ง่ายๆแค่เข้าไปที่ http://radiobeta.com ถ้าอยากจะฟังแนวคริสต์มาสเหมือนกะที่ผมว่าตะกี้นี้ก็แค่เลือกไปที่ประเทศ North America เท่านั้นก็จะมีให้เลือกอีกเยอะช่องเลย ก็ต้องลองดูว่าชอบคลื่นไหนก็ฟังคลื่นนั้นก็แล้วกันนะครับ อ้อ..เว็ปนี้เปิดเพลงฟังได้เฉพาะ Internet Explorer หรือว่าเป็น Firefox เท่านั้นน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • โชว์เพลงใน skype
  • skype เปิดเพลงให้เพื่อนฟัง
  • เปิดเพลงใน skype
  • โชว์เพลง skype
  • เปิดเพลงให้เพื่อนฟังผ่าน skype
  • โชว์เพลงในskype
  • วิธีโชว์เพลงใน skype
  • โชว์เพลงที่ฟังใน skype
  • ขึ้นเพลงโชว์ในskype
  • โชว์เพลงบนskype

อย่าเอามือถือจ่อหัวเด็ก..

เคยสังเกตกันเหรอป่าวครับว่า ตอนที่โทรศัพท์มือถือจะดัง ถ้าหากว่ามือถือนั้นโดนวางไว้ที่ข้างคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอไม่ว่าจะเป็นแบบ LCD หรือ CRT หน้าจอจะสั่นสะท้านราวกับมีจ้าวจะเข้าทรงที่หน้าจอเรา อาการนี้จะเป็นมากกับจอ CRT หรือจอแบบไม่แบนแบบเก่าๆ แสดงว่าตอนที่มีคนเรียกเข้า มันต้องมีการส่งผ่านสัญญาณอะไรบางที่มันระบบกวนกับระบบไฟฟ้าที่หน้าจออย่างแนวนอนไม่ด้วยวิธีการใดก็วิธีการหนึ่ง

ลองคิดอีกทางหากว่าเราเอามือถือผูกไว้กะหัวเด็กแล้วโทรศัพท์คุยกัน เด็กนั้นก็น่าจะได้รับคลื่นแบบเดียวกับที่เข้าไปรบกวนการทำงานของหน้าจอคอม (ก็มันมือถือตัวเดิมนี่เนาะ) เราไม่รู้หรอกว่าคลื่นนั้นมันทำงานอย่างไร มันจะมีผลอะไรต่อหัวหรือสมองเราหรือไม่ หรือแม้แต่สมองเด็ก แต่ผมเคยรู้มา สมองเราก็เป็นแค่เนื้อเยื่อที่เวลาบันทึกก็มีการเชื่อมต่อของโครงข่ายประสาทแล้วติดต่อกับด้วยอะไรบางอย่าง แต่ไม่นานมานี้คนเราเริ่มมีการศึกษาพบว่า มันมีผลกระทบต่อความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสมองหากว่าให้เด็กใช้มือถือ มันแค่เพิ่มความเสี่ยง แต่ไม่ได้บอกว่าจะเป็นน่ะครับ ดูๆแค่นี้ก็น่ากลัวอยู่น่ะครับ ทางที่ดีแล้วเด็กๆลูกเล็กๆ ไม่น่าจะเอามือถือไปปะไว้ที่หัวเด็กแล้วคุยเล่นกัน ไม่รู้ซิครับว่าผมต้องคิดแบบนี้กับการที่เอามือถือมาปะคุยกับหัวผมเองด้วยเหรอป่าว แต่ว่า ฟังๆดูมันก็น่ากลัวใช้ได้น่ะครับ เพราะมันใช้กันอยู่ทุกวัน

ไม่นานมานี้ผมก็มีอ่านเจอบทความเกี่ยวกับการทดสอบเอาคลื่นที่ไหลผ่านโทรศัพท์ตอนที่มีคนโทรไปฉายใส่ตัวอสุจิ อาการของเจ้าหนอนน้อยพวกนี้ดูเหมือนกับว่ามันจะอ่อนกำลังลงไปและลดความกระตือรือร้นลงไปบ้าง นั้นก็แปลว่า มันน่าจะทำให้เพิ่มโอกาสก็เป็นหมันหรือการมีบุตรยากได้น่ะครับ เพราะฉะนั้นพฤติกรรมการที่เอามือถือวางไว้ในกางเกง แนบเอว แล้วคุย bluetooth คลื่นมือถือก็จะผ่านบริเวณนั้น แต่ว่ามันก็ไกลจากหัวเรา ได้อย่างเสียอย่างน่ะครับแบบนี้ อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าจะใช้งานมือถือก็ต้องเลือกเอาสักอย่างว่าจะให้มันเพิ่มความเสี่ยงอะไร หรือว่า อยากจะเลี่ยงก็ต้องไม่ใช้มันซะก็น่าจะได้น่ะครับ  

ที่ผมเล่าๆผมไม่ได้กลัวอะไรมากมายหรอกนะครับเพราะว่าผมไม่ได้ใช้มือถือเยอะแยะอะไรเท่าไหร่เพื่อการพูดคุย แต่ผมกลัวเรื่องที่ว่าเด็กๆเอาไปใช้งานซะมากกว่ายังไงถ้าหากว่ามีน้องๆตัวเล็กๆก็บอกๆเค้าแล้วกันนะครับ .. ว่าให้เลี่ยงการเอามือถือไปจ่อที่หัวเด็กครับ

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...