ข้อสังเกตเล็กๆ สำหรับปุ่ม 6 ปุ่ม โซน Home, End , Pageup, Page Down, Insert, Delete

ตอนนี้ผมใช้งาน keyboard ที่มีการเรียงปุ่มอาจจะแปลกตาออกไปสักหน่อย แต่ว่า มันดู make sense มากๆสำหรับผมน่ะครับ  หน้าตาก็เหมือนกะรูปที่เอามาแสดงไว้ตรงนี้น่ะหละคับ ทำไมผมว่ามัน make sense น่ะเหรอครับ? ก็เพราะว่า home มันก็ควรจะเป็นปุ่มที่ให้ความรู้สึกว่าเมื่อกดแล้ว มันจะเลื่อนไปทางด้านซ้ายสุด แล้วก็ End ก็ต้องเป้นปุ่มเพื่อให้ความรู้สึกว่า มันต้องเลือนไปทางขวาสุด แล้วแน่นอน ว่า มันควรจะเรียงตามแนวนอนน่ะครับ (ไม่น่าจะเป็นแนวตั้งได้เพราะว่ามันขัดกับ sense น่ะคัรบ) แล้วก็อีกน่ะครับสำหรับ page up , page down มันก็ควรจะอยู่แนวตั้งถึงจะถูกครับ แล้วสองปุ่มที่เหลือ ก็คือ delete จะเป็นปุ่มที่ไม่ได้ใช้งานมากมายอะไรนัก แล้วก็ ปุ่ม Insert เนี่ยะใช้งานน้อยสุดๆ สำหรับผมเองหรือว่า คนปุถุชนทั่วไปน่ะครับ มันจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ไม่ได้ serious อะไรหรอกนะครับ ยังไงถ้าหากว่าจะซื้อ keyboard ใหม่สักอันลองดูว่า นอกจากกดได้นุ่มมาหรือว่าถนัดนิ้วเราแล้วล่ะก็ .. .ก็ของให้ดูชุด 6 ปุ่มนี้ด้วยว่า .. มันเป็นแบบที่ผมว่านี้หรือเปล่านะครับ ถ้าหากว่าใช่แล้วล่ะ ก็ แนะนำซื้อครับ นอกเหนือไปกว่านั้นเนียะ ผมว่านะ .. .การเรียงปุ่มแบบนี้น่าจะเป็นมาตราฐานใหม่ด้วยซ้ำไปครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ปุ่ม page up
  • ปุ่มPage up คือ
  • page down คือปุ่มอะไร
  • ปุ่มinserของโน๊ตบุappleอยู่ตรงไหน
  • ปุ่ม Page Up ใช้สำหรับ
  • ปุ่ม page up อยู่ตรงไหน
  • ปุ่ม page up yulgang
  • ปุ่ม end ใช้ทำอะไร
  • page down คือปุ่มไหน
  • ปุ่ม insert home

SmartShutdown ปิด computer แบบฉลาด (แอ้ะหรือว่าโง่นะ)

โปรแกรม SmartShutdown เป็น Freeware ตัวหนึ่งที่ผมรันเอาไว้ มันจะอยู่ที่ System tray (อะไรก็ตามที่มันอยู่ใกล้ๆนาฬิกาทางด้านขวาล่างน่ะครับ) การใช้งานก็คือ เอาไว้กดปิด หรือ shutdown เครื่องครับ แต่ว่าวัตถุประสงค์ของมันที่แท้จริงแล้ว จะเป็นการใช้งานประเภทตั้งเวลาซะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเวลาแบบ “อีก x นาที(หรือชั่วโมง)ปิดหลังจาก activate ” หรือว่าเป็นการระบุเวลาเข้าไปเลยก็ได้ครับ โดยมากแล้ว ผมก็ใช้งานแบบนี้ก็คือ ถ้าหากว่าผม download อะไรนานๆ เนี่ยะ ผมจะไม่ได้โหลดตอนทีผมเล่นเน็ตน่ะครับ มันจะเป็นหน่วงเวลาการโหลดข้อมูลที่ผมจะแค่อ่านหรือว่าดูวิดิโออะไรก็ตาม ผมก็จะเก็บเอาไว้โหลดทีหลัง พอผมเลิกเล่นคอมแล้ว ผมก็จะรันให้ download file มันทำงาน แล้วผมก็ตั้งเวลาปิดครับ ก็เช่นอีกสองชั่วโมงก็ให้ปิดเป็นต้นครับ (เวลาเนียะแล้วแต่น่ะครับ ว่าคิดว่าจะโหลดเนียะมันนานแค่ไหน ) แต่ว่าที่แน่ๆจะต้องเผื่อเวลาเอาไว้ แน่นอนล่ะครับมันจะเป็นการเปลืองไฟนิดหน่อย แต่ว่าการปิดหน้าจอไปเลยก็เป็นการลดค่าไฟฟ้าไปได้บ้าง (แต่ว่ามันก็เปลืองอยู่ดีน่ะครับ) เอาเถอะครับ ผมไม่ได้ช่วยโลกร้อนมากนัก ถึงแม้ว่าจะเป็นห่วงก็ตามที เอาเป็นว่าโหลดๆเอาไปใช้กันแล้วกันนะครับ โดดไปที่โหลดกันได้ฟรีๆที่นี่น่ะครับ (เฮอะๆ มันก็ฟรีอยู่แล้วน่ะนะ ก็มันเป้น Freeware นิ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • กด Browse แล้วcopy ตัวนี้ไปวาง ไง ครับ

Batch psd to Jpg แปลง psd เป็น Jpg แบบรวดเดียวจบ

ผมเคยพูดถึง batch psd to jpg ครั้งหนึ่งแล้วที่เว็ปเก่า แล้วก็มันก็ได้รับการตอบรับจากคนที่เข้าเว็ปเป็นอย่างมากเพราะว่า มันทำให้ประหยัดเวลาได้จริงๆ หากว่าคุณเป็นคนที่ทำงานกับ Photoshop แล้ว แน่นอนว่า ปกติไฟล์ที่จะ save ก็จะเป็น psd file แต่ว่าพอจะเอาให้คนอื่นดู คนอื่นก็อาจจะเป็นลูกค้าหรือว่าจะเป็นคนที่คอยว่าอยากจะเห็นผลงาน แล้วก็คอยติงว่า เอ.. มันต้องปรับเปลี่ยนอะไร ก็ต้องให้เค้าดูเป็น jpg file เพราะว่าเปิดได้ทุกเครื่องครับ แล้วก็ มันก็เปิดได้สะดวกอีกด้วย เรียกว่า ไฟล์มันจะไม่หนักหนาสาหัดอะไร ทำให้ส่งผ่าน email หรือว่าใส่ cd ไปได้ง่ายๆ
เอ้า..ย้อนกลับมาว่า ยังไงๆ ก็ต้องแปลงไฟล์เป็น jpg เพื่อเอาไว้ให้คนอื่นได้ดูผลงานเรา ก็หากว่าเป็นวิธีเก่าๆที่ไม่รู้มาก่อนว่ามันแปลงหมู่ได้ ก็ต้อง save as jpg ทำทีละ file ๆไปทำให้เบื่อและรู้สึกว่าเป็นงานไร้สาระเอามากๆครับ แต่ว่า .. ต่อจากนี้ไม่ต้องแล้วครับ ผมไม่ได้ต้องทำงานซ้ำๆแบบนี้นานแล้วล่ะ เพราะว่าผมใช้ Batch PSD to JPG มาได้มากกว่าปีแล้ว แต่ว่าที่ผมเอามาพูดใหม่นี่ก็เพราะว่าผมเข้าไปโหลดใหม่แล้ว interface ของ program มันเปลี่ยนไป ให้มันดูดีขึ้นกว่าเดิมมากครับ (จริงๆก็ไม่ได้จำเป็นหรอกนะครับ เพราะว่าโปรแกรมมันไม่ได้ต้องการความซับซ้อนอะไรเลยคับ) เข้าไปโหลดกันดูแล้วกันนะครับ ถ้าหากว่าใช้ได้แล้วชอบก็ comment ไว้ด้วยแล้วกันนะครับ

อ้อ ตอนที่เข้าไปจะโหลดมันก็จะถาม อีเมล์นิดหน่อยน่ะครับไม่ต้องให้ของจริงก็ได้เพราะว่ามันก็ไม่ได้ส่งลิงค์อะไรให้โหลดไปที่อีเมล์หรอกนะครับ มันโหลดได้ที่ตรงนั้นเลยครับ (หากว่ากดโหลดแล้วไม่เห็นมีอะไรก็ให้ปลด block pop up ออกด้วยครับ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • psd to jpg
  • แปลงไฟล์ psd เป็น jpg
  • แปลง psd เป็น jpg
  • convert psd to jpg
  • โปรแกรมแปลงไฟล์ psd เป็น jpg
  • วิธีแปลงไฟล์ psd เป็น jpg
  • Batch PSD to JPG
  • โปรแกรมแปลงไฟล์ PSD
  • psd เป็น Jpg
  • แปลงไฟล์ psd

ทำอีเมล์ให้เบา.. ส่งสะดวกลดความเสี่ยงของการส่งไม่ถึงผู้รับ


คนเราส่วนมากหากว่าต้องการส่งไฟล์เอกสารหรือส่งไฟล์ภาพไปหาคนรับ ไม่ว่าคุณกะลังใช้งาน Outlook หรือ Thunderbird หรือว่าเป็น hotmail ธรรมด้าธรรมดา มันก็จะต้องมีการ upload files นั้นเข้าไปที่ mail server ที่ใช้อยู่ครับ แต่ว่าคนรับนี่สิ .. เค้าก็จะได้รับเมล์นั้น พร้อมกับการกินพื้นที่เมล์ที่หนักอึ้งนั้นตามไปด้วยน่ะครับ ถ้ามองให้เป็นภาพให้ง่ายกว่านี้อาจจะบอกว่า คุณส่งอีเมล์โดยเปิดซองจดหมายเขียนข้อความเข้าไปแล้ว ก็เอาหินเอาก้อนอิฐยัดลงไปในซองด้วยครับ พอตอนส่งบุรุษไปรษณียก็จะก็รับซองที่หนักอึ้งนั้นไป แล้วก็เดินไปที่ไปรษณีย์จากสาขาย่อยไปไปรษณีย์กลาง แล้วก็ขนขึ้นรถไปที่ไปรษณีย์ปลายทางอีกทีหนึ่ง ก้อนอิฐนั้นก็จะเดินทางไปด้วยแบบหนักๆนั่นหละครับ นอกจากนี้พอถึงกล่องรับจดหมายหน้าบ้านของคนรับ เค้าก็พยายามที่จะยัดลงไปด้วยครับ อาจจะทำให้กล่องรับจดหมายนั้นบิ่นงอได้ อืม.. (ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเค้าจะพยายามอย่างงั้นหรือเปล่านะครับหรือว่าพยายามที่จะหาคนมารับกับมือซะมากกว่า) ย้อนกลับมาดูที่อิเล็คโทรนิกส์แล้วมันก็เหมือนกันน่ะครับ .. เอาไฟล์ใหญ่ๆใส่เข้าซองมันก็จะทำให้หนัก หนักตั้งแต่คนส่ง คนรับแล้วก็กล่องจดหมายของคนรับนั้นด้วยครับ

ดังนั้นแล้ว .. หากว่าต้องการที่จะให้คนรับเค้าไม่ต้องมาหนักกล่องจดหมายเค้าแล้วล่ะก็. upload file ไปที่ไหนก็ได้แล้ว ส่งไปแค่ลิงค์ครับ ให้เค้าเดินไปเอาของจากไปรษณีย์กลางขาที่เราส่งเนี่ยะหละครับ เป็นการลดน้ำหนักของซองจดหมายแล้วก็ เป็นการลดความเสี่ยงในการ tranfer ไฟล์ด้วยครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมก็จะแนะนำว่า hosting file ที่ผมใช้งานอยู่จริงๆแล้ว มีดังต่อไปนี้ครับ

divshare.com ตอนนี้ไม่ค่อยจะแนะนำสักเท่าไหร่เพราะว่าคนอื่นเค้าจะโหลดไฟล์เอาไม่ได้ เค้าเหมือนกะว่าจะปิดไม่ให้คนเอเชียเข้ามาโหลดน่ะครับ

localhostr.com อันนี้เหมือนกับ yousendit.com หากว่าใครเคยรู้จัก แต่ว่าอันนี้จะไม่ได้เก็บบันทึกอะไรไว้ครับ  upload แล้วมันก็จะอยู่ไว้ คิดว่าไม่น่าจะนานมากครับ แต่ว่าการทำงานสะดวกดีเอามากๆ ครับ แค่กด Browse files แล้ว กด upload เท่านั้นเอง แล้วก็ด้านล่างก็  copy link เอาไว้ แล้วก็กรอก link ใส่ email เท่านั้นเองครับ

Mediafire.com อันนี้ผมก็ไม่ได้ใช้งานเยอะสักเท่าไหร่นักแต่ว่า ใช้ได้ดีเหมือนกับ Divshare.com น่ะหละครับ เพราะว่ามีการ สร้าง account สร้าง folder ได้แล้วก็ ไฟล์ที่ upload อยู่ในนั้นมันก็จะอยู่อย่างถาวรการนานจนกว่า web เค้าจะเจ้งนั่นหละครับ อันนี้ก็เป็นความเสี่ยงอยู่เหมือนกันหากว่า จะคิด upload file สำคัญเก็บเอาไว้ที่ไหนก็แล้วแต่ครับ

คร่าวๆเอาเป็นว่า หากว่าจะส่งไฟล์หนักๆ ให้ทำการ upload files หนักๆนั้น แล้วก็ส่งไปแค่ link ผ่านทาง email ครับ เท่านั้นเอง เพียงแค่นี้น้ำหนักของ email จะเบาเอามากๆแล้วน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ภาพไอคอน อีเมล์
  • ส่งข่าวสารผ่าน อีเมลล์
  • วิธีรับไฟล์จากskype
  • วิธีเอา save devilmaycry4 ลง
  • ไอคอน อีเมล์

แสดง serial number วินโดว์ตัวเองที่ใช้อยู่ด้วย Keyfinder

หลายๆครั้งที่เราลงโปรแกรมใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะถ้าหากว่าต้องลง windows ใหม่ ก็ต้องมานั่งหาว่า cd-key หรือว่า serial number มันเลขอะไรกัน วิธีที่ผมใช้งานก็ไม่ยากครับให้จดเอาไว้ใน pda หรือว่า Google Notebook ถ้าหากว่าที่บ้านมีหลายเครื่องเพราะว่าเครื่องอื่นๆก็เข้า internet เพื่อเข้าไปดูข้อมูลชีวิตที่ตัวเองจดเอาไว้ได้น่ะครับ แต่ถ้าหากว่าตอนนี้ไม่รู้แล้วว่า serial number ของ Windows ที่เราใช้งานอยู่เนี่ยะคืออะไรกันแน่ ต้องใช้ Program Keyfinder ครับ มันจะเอาตัวเลขออกมาแสดงให้เห็นกับจะๆแล้วทีนี้เราก็บันทึกไว้ที่อื่นๆได้ต่อไปครับ ลองโหลดดูแล้วกันนะครับ มันไม่ต้องลงโปรแกรมด้วยซ้ำเพราะมันเป็นแค่ไฟล์ exe ตัวเดียวเท่านั้นเอง อ่อ.. ไม่มีไวรัสและมันก็เป็น Freeware เหมือนเคยครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ซีเรียลนัมเบอร์คืออะไร
  • ซีเรียลนัมเบอร์ คืออะไร
  • keyfinder คือ
  • วิธีใช้ keyfinder
  • ซีเรียลนัมเบอร์ 8nv
  • วิธีตรวจสอบ serial number ของ windows xp
  • วิธีเช็ค ซีเรียลนัมเบอร์ วินโดว์
  • วิธีใช้ key finder
  • วีธีดูซีเรียลนัมเบอร์เครื่อง
  • อีเมล์ ซีเรียลนัมเบอร์ window xp

Google Chrome โครมๆ ไม่ได้สุดยอดอย่างที่อยากจะให้เป็นมากนัก

หรือว่าตัวผมใช้งาน Firefox 3  มาอย่างดุเดือดแล้วก็ใช้งาน Firefox มาตั้งแต่แรกแล้ว เหมือนกะว่า่ตั้งแต่ัมันไม่ได้เป็น Firefox 2 ด้วยหละมั้ง จำ่ไม่ได้เหมือนกันว่า ผมหันมาใช้ Firefox ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อวานที่ผ่านมานี้ื ทาง Google เล่นประกาศอยู่ที่หน้าแรกของ Google.com เลยว่า ให้โหลด Google โครม! นี้มานั่งเล่นได้ แล้วก็บอกอีกว่ามันเป็น beta เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า อะไรที่ทำออกมาใหม่ๆ ทาง Google เค้าก็จะบอกว่าเป็น Beta ตลอดน่ะหละครับ เพราะตัวอย่าง Gmail ซิโห .. กว่าจะเอา Beta ออก(แอ้ะหรือว่ายังอยู่หว่าไ่ม่ทันสังเกต) มันก็เป็นเวลานานมากๆ เหมือนว่าสามปีเห็นจะได้ เพราะผมจำได้ว่า ตอนผมเรียนอยู่เืมืองนอกเมืองนา ผมก็เพิ่งได้ Account Gmail น่ะครับ โหยตอนนั้นเนี่ยะคนที่จะได้ Gmail เนี่ยะต้องมาขอ invitation กันใหม่ควั่ก ทำให้เหมือนกะว่า Gmail account นั้นมันมีค่าขนาดหนัก .. (อาจจะเป็นแผนการตลาดเค้าก็ได้ หรือว่าเค้าอยากจะไม่ให้คนขยาย account ออกไปเร็วเกินไปก็เป็นได้ไปเหมือนกัน ) เอาเถอะครับกลับมาที่กูเกิ้ลโครมของเราดีกว่า .. ผมใช้ดูแล้วพักหนึ่งก็รู้สึกว่ามันเร็วดี แต่ว่า ที่แน่ๆ การ Zoom ภาพหรือว่า Text โดยการคลึงเม็ด mouse กลางโดยที่กด ctrl ค้างเอาไว้ มันก็จะทำให้แค่ว่าตัวหนังสือใหญ่โตขึ้นมาเท่านั้นไม่ได้รวมไปถึงภาพหรือว่า lay out ส่วนๆอื่นๆแต่อย่างใด ซึ่งมันถือได้ว่าเป็น tecnology ของ Browser โบราณไปแล้วน่ะครับ เ้พราะว่า IE7 Firefox Opera หรืออื่นๆ ก็ทำได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเด่นของการใช้งาน Browser สมัยใหม่จริงๆ นอกจากนี้ Chrome ยังคงต้องพัฒนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ add on และ extension ต่างๆที่ยังขาดไปอีกเยอะ คิดว่าหากว่าทำตัวดีๆพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็อาจจะทำให้คนหันมาใช้มากขึ้นก็ได้ในอนาคตครับ เพราะทุกคนก็คิดว่า Google ก็น่าจะทำอะไรได้ดีไม่แพ้คนอื่นๆเค้าน่ะครับ ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมกูเกิ้ลต้องอยากที่จะทำ Browser เป็นของตัวเองหรือว่าไม่อยากจะเสียเงินให้กับ Firefox แล้ว(รู้เหรอป่าวครับว่า Firefox ที่บอกว่าเป็นมูลนิธิเนี่ยะเค้าได้เงินจาก Google มามายโขอยู่มากพอที่จะจ้างพนักงานทั้งหมด ตอ่ไปได้อีกสามปีล่วงหน้าโดยไม่ต้องเอาคนออกเลยแม้แต่คนเดียว ที่เค้าให้เงินกันก็เพราะว่า Google search box ที่อยู่ที่หน้าแรก หรือว่าที่อยู่ที่ด้านชวาบนของ Firefox น่ะหละครับ รู้หรือเปล่าครับว่าทุกๆครั้งที่กดคน้หาผ่านชอ่งนั้น ทำให้ FIrefox ได้เงินครับ )

เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วผมว่าผมก็ัยังจะปักหลักกะ Firefox อยู่เหมือนเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะว่ายังไม่มี Browser ตัวอื่นที่จะมีการ customize ได้ดีและสะดวกกว่าที่ผมลงไว้ที่ Firefox ที่ผมใช้อยู่แล้วครับ แต่ว่า เจ้าโครมเนี่ยะมันก็มีดีเหมือนกันนะครับ คือว่ามันโหลดโปรแกรมได้เร็ว( ก็ที่โหลด Firefox ช้าก็เพราะว่าผมมี addon เยอะอยู่เหมือนกัน) แล้วก็ข้อดีอื่นๆ ก็คือว่ามันดูดีด้วยครับ เท่านั้นเองหละครับ ยังไงก็ลองโหลดใช้งานโครมดูกันได้ครับ

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • google โครม
  • กรูเกอร์โครม
  • สมัค google โครม
  • อันตรายกรูเกอร์โครม
  • โครมช้า