Quarkbase บอกข้อมูลอื่นๆที่น่ารู้ของ weblog หรือ website

Quackbase เป็น web tool อย่างหนึ่งที่แค่ว่า พิมพ์ Url หรือว่า web blog ของเราเข้าไปมันก็จะไปค้นๆหาๆ ข้อมูลเกี่ยวกับ web นั้นมาแสดงหลาอยู่ให้อ่านได้รู้กันง่ายๆ ไมว่าจะเป็น whois หรือว่า ความ pop ของ website ครับ หรือมันบอกไปได้ถึงกับว่า host กับใคร ขื่อ domain ในเป็นเจ้าของกันแน่ เอาเป็นว่าข้อมูลอะไรที่มันพอจะหามาแสดงได้ที่เป็นข้อมูลชอง web หนึ่งๆมันก็เอามาแสดงครับ ทำให้เรารู้จักเว็ปของคนที่แวะเวียนมา comment ของเรามากขึ้นอีกนิสก็ยังดี ลองเข้าไปดูแล้วกันนะครับ Quarkbase.com

(แต่ว่าเข้าไปแล้วพอกด search บางทีมันเหมือนกะว่ามันเอ๋อเจ้งๆสักอย่าง ก็ให้รอวันหลังเข้าไปดูอีกทีนะครับเหมือนกะว่ามันยังไม่เสถียรยังไงอย่างงั้นน่ะนะ)

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • iphone 3 สมัคร skype ยังไง
  • ie6เดี๋ยวนี้uploadphotoไม่ได้แล้วหรือ
  • บอกตําแหน่งskype

ดีเนาะ .. post ทีไหนๆก็มีภาพ Avatar เราขึ้นที่นั่นทันทีเลย

บังเอิญว่าผมรับ feed จาก Keng.com มีพูดถึง  Gravatar ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกลางเวลาที่เราไป Post comment เอาไว้ที่ไหนๆที่ base มาจาก WordPress ( จำเป็เนหรอป่าวที่ต้องเป็น wordpress เท่านั้น.. อันนี้ไม่แน่ใจ) แล้วมันก็จะเอาภาพ Avatar เราไปปะไว้ทันทีครับ โดยมันน่าจะอ้างถึง email ที่เราใช้ใส่เข้าไปครับ … เอ .. อย่างงั้นคนอื่นเค้าก็แสดงรูปเราได้น่ะซิ.. อันนี้ไม่รู้น่ะครับ แต่ว่าเอาเป็นว่าพอผมทำแบบนี้ได้เนี่ยะผมก็เริ่ม post comment ไปทั่วเลยล่ะครับ เอาเป็นว่า ไปทำ Profile เอาไว้กะ Gravatar.com ก็ดีน่ะครับ สะดวกดีครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • การไรท์แผ่น ใน nero presentation วนไปเรื่อย

วันนี้คุณรู้เหรอป่าวว่าใช้เวลาทำอะไรที่หน้าคอมไปเยอะแค่ไหน?

rescuetime เป็นโปรแกรมเล็กๆที่เปิดเองตอนที่เข้า windows มาเพื่อเป็นตัวบ่งบอกว่าเราใช้เวลากับการทำอะไรมากที่สุด หรือใช้เวลากับคอมพิวเตอร์ไปทำอะไรบ้างในแต่ละวัน แล้วมีการสรุปออกมาเป็นกราฟ แสดงให้เห็นได้อย่าหน้าตาดีซะด้วย คุณๆสามารถที่จะระบุไว้ว่าเว็ปไซท์ที่คุณๆเข้าไปนั้นจะเป็นหัวเรื่องเกี่ยวกะอะไรด้วยการ tagging ครับ การจับเวลานั้นจะพิจารณาดูว่า program ที่ active อยู่นั้นคือโปรแกรมอะไร แล้วถ้าหากาว่าเป็น Firefox หรือ พวก Web browser แล้วล่ะก็.. มันจะเข้าไปดูอีกว่าเว็ปที่เปิดน่ะมันคือเว็ปอะไร ทำให้เรารู้ตัวได้ระดับหนึ่งว่า เราใช้เวลาทำอะไรมากน้อยแค่ไหนอยู่กับคอมพิวเตอร๋ของคุณ นอกจากนี้คุณก็สามารถเอา embed code ออกมาแสดงที่หน้าเว็ป Blog ของตัวเองได้อีกเพื่อโชว์ว่า วันๆทำอะไรให้คนอื่นเห็นอีกตะหาก หน้าไม่อายเนาะ.. ผมว่าเวลาส่วนใหญ่น่าจะใช้ไปกับการเล่น msn หรือไม่ก็ blogging ซะมาก สำหรับการใช้ computer ส่วนตัวที่บ้านผม แล้วก็เป็นอย่างงั้นจริงๆน่ะหละ ส่วนของ news ก็จะเป็นการอ่านข่าวจาก Blog อื่นๆผ่านทาง Google reader ซะมาก

การใช้งาน rescuetime สามารถลงได้หลายเครื่องครับ เช่น ถ้าหากว่าต้องการ track การใช้เวลารวมกันเป็น account เดียวก็จะได้ผลของกราฟเป็นการสรุปของการใช้งานมากกว่าหนึ่งเครื่องได้

หรืออยากจะ track งานลูกน้องหรือว่าเพื่อนๆร่วมงานของคุณว่าเค้าเอาเวลาที่อยู่หน้าจอคอมเอาไปทำอะไรมีสาระหรือไม่ก็ให้แอบลงโปรแกรมนี้ไปซะ แล้วตอนเปิดเครื่องให้ทำการ “Always hide” โปรแกรมนี้เข้าไป คนอื่นเค้าไม่หรอกเพราะว่าเค้าไม่เห็นว่ามันมีอะไรแตกต่างจากเดิม เพียงเท่านี้เอาก็แอบติดตามการใช้งานได้อย่างลับๆแล้วล่ะครับ ลองเอาไปใช้ดูนะครับผมว่า เจ๋งมากๆเลยล่ะ

ค้นหา Dead Pixel แล้วนวดมันให้กลับมาดีเหมือนเดิม ทำได้ด้วยรึ?

เวลาที่เราซื้อจอตอมพิวเตอร์ หากว่าเป็นพวกที่คิดว่าจะต้องได้ของที่ดี่ที่สุดและไม่มีตำหนิแล้วนั้น นอกจากดูว่าที่กรอบรอบนอกของตัวเครื่องไม่มีริ้วรอยแล้ว ยังต้องเข้าไปดูถึงว่า Pixels ของหน้าจอเนี่ยะมันโอเคดีเหรอป่าว ตอนที่ผมไปซื้อ Monitor มาจาก Fortune เค้าก็เปิดโปรแกรมเพื่อแสดงสีแบบเต็มจอให้ดู แล้วให้เราดูได้ว่า เมื่อปรับเป็นสีแดง น้ำเงิน เหลือง ขาว และดำนั้น ไม่มีจุดสว่างๆอะไรแปลกๆ ณ ตำแหน่งใดๆในหน้าจอเลย
แต่ถ้าบางร้านเค้าไม่ได้ทำแบบนี้ เราก็เอาโปรแกรมไปเองเลยก็ได้ครับ โปรแกรมมันเป็นโปรแกรมเล็กๆที่ถูกสร้างเมื่อปี 2004 นี้เอง(ก็สี่ปีที่แล้วเนาะ) เข้าไปโหลดได้ที่นี่ครับ

http://www.laptopshowcase.co.uk/downloads.php?id=1

แต่ว่าคุณไม่ได้เป็นคนที่จะซื้อ monitor computer ใหม่แล้วล่ะก็.. ก็เอาโปรแกรมไปดูก็ได้ว่า เครื่องจอที่เราใช้งานอยู่นี้น่ะ มันมีอะไรไม่ดีเหรอป่าว (หรือว่ามันก็ดี เพราะว่าไม่ได้สังเกตอะไรอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปทำอะไรมันน่ะครับ) รันโปรแกรมแล้วก็คอยมองหาจุดสว่างแปลกๆ จุแปลกๆที่ว่านี้เค้าเรียกกันว่า dead pixel ครับ แต่ว่าพอเจอแล้ว เราก็เอา file Gif ที่หาได้จาก
http://www.killdeadpixel.com/ เพื่อเอาไปนวดตำแหน่งที่มันมีจุดสว่างนั้น (ผมก็เพิ่งจะรู้ว่ามันนวดได้ด้วยเหรอ ผมไม่ได้ลองน่ะครับเพราะว่าจอผมปกติดีไม่มีจุดอย่างว่า .. ) ถ้าเกิดว่าใครมีจุด dead pixel แล้วเอา file gif นี้ไปนวดได้ผลยังไงก็บอกด้วยแล้วกัน อ้อ .. เค้าบอกว่าให้นวด 1 ชั่วโมง เปิดหน้าจอค้างเอาไว้ แล้วก็สำหรับตำแหน่งอื่นๆก็เปิดให้เป็นสีดำไว้ครับ หรือว่าเค้ายังบอกอีกว่าถ้าไม่ได้ล่ะก็ … เอามันซะ 12 ชั่วโมงไปเลย ก็ไม่แน่ว่ามันจะหายเหรอป่าวนะครับ ยังไงคนที่เจอจุด dead pixel ลองดูให้หน่อยนะครับ ว่ามันได้ผลจริงๆเหรอป่าวครับ

หันมาใช้ ArtWeaver โปรแกรม Freeware ใช้แทน Photoshop ดูกันมั้ย?


สำหรับคนที่อยู่ในบริษัทแล้วนั้น การแอบใช้งาน software ทีผิดกฏหมายเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำเพราะ อาจจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีเอาเรื่องนี้ไปติดต่อกับสำนักงานเจ้าของลขิสิทธิ์ทำให้เกิดความเดือดร้อนให้กับคนในองค์กรได้ โดยเฉพาะเจ้าของ ส่วนมากแล้ว window ที่ใช้งานอยู่จะใช้เป็นของจริง หรือไม่ก็ใช้เป็น Linux ไปเลยหากว่าจะ save งบในส่วนนี้ไปได้อีก แต่ว่าแปลกอยู่อย่างว่า “Photoshop” กลับเป็น software ที่ดูเหมือนว่าเป็น software ที่เหมือนจะจำเป็นสำหรับการ edit ภาพไม่ว่าเพื่อการนำเสนอ หรือเพื่อการทำ promote ผ่าน website ต่างๆนาๆ แท้ที่จริงแล้ว สำหรับการใช้งานแค่เพื่อ ตัดภาพ ต่อภาพ ปรับขนาด ย่อขนาด ปรับสี ทำพื้นหลังและการเอาตัวหลังไปปะไว้กับภาพนั้น เป็นงานพื้นๆมาก ไม่ถึงกับต้องใช้ Photoshop ก็ได้ครับ มันมีโปรแกรมอื่นๆที่ใช้งานได้เหมือนกันครับ แต่สำหรับคนที่เผลอใช้ Photoshop จนคล่องมือไปแล้ว ก็ต้องหา software ทีเป็นของ Free มาลงใช้แทนก็น่าจะได้อยู่เหมือนกันครับ

โปรแกรมที่แนะนำวันนี้ก็คือ “Artweaver” เป็น program เพื่อการ edit ภาพทำได้ทุกอย่างว่ามาตะกี้นี้แล้วก็ที่แน่ๆ มันเป็น Freeware ครับใช้แจกจ่ายได้อย่างไม่อั้นและไม่มีข้อจำกัดเฉพาะส่วนของการใช้งานครับ ที่ผมแนะนำเป็นตัวนี้เพราะว่า คุณๆจะเอาไปลงเครื่องในสำนักงานได้อย่างอิสระ ไม่มีอะไรต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังกันอีกต่อไป แล้วก็การทำงานเป็น Layer แบบเดียวกัน Photoshop แป้ะ เรียกได้ว่า copy มากันซะงั้นน่ะครับ ใช้ตอนแรกๆอาจจะดูเทอะๆทะๆหนืดๆหน่อยเพราะว่า shortcut , hotkey ต่างๆจะไม่เหมือนและไม่มี แต่ว่าเหมาะสำหรับคนทีไม่ได้คิดว่าจะต้องใช้หรือว่าคนที่ไม่ได้เคยใช้กะเค้าอยู่แล้วครับ นอกจากนี้ save file เพื่อเป็น file ประเภท psd ก็ได้( photoshop document) เพื่อเอาไปเปิดที่ photoshop ก็ได้ถ้าหากว่าอยากจะใช้ขึ้นมาจริงๆ หรือว่าตอนหลังเกิดว่าไปซื้อมาแล้วก็ใช้ร่วมกันได้เลยครับ แต่คิดว่าน่าจะมีปัญหาเรื่อง Font อยู่บ้าง แต่ก็ครับ .. แหม กับแค่ว่าการเอา photoshop จาก CS1 มาใช้กับ CS3 ยังต้องมีการ update layer อะไรกันเล้ยครับ มันไม่ได้สมบูรณ์แบบได้อย่างงั้นน่ะครับ ยังไงก็สรุปว่าให้ติดถึงข้อดีที่แสนจะวิเศษไว้ข้อเดียวเอาก็แล้วกัน คือ มัน Free โดยแท้ครับ

โดดไปโหลด Artweaver ได้จากทีนี่เลยน่ะครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • artweaver วิธีใช้
  • โปรแกรมแทน photoshop
  • วิธีใช้ artweaver
  • โปรแกรมใช้แทน photoshop
  • โปรแกรม แทน photoshop
  • artweaver 1 2 วิธีใช้
  • วิธีใช้ Artweaver 1 2
  • วิธีใช้artweaver 1 2
  • วิธีการใช้โปรแกรม artweaver
  • วิธีใช้โปรแกรมartweaver

My Lockbox ไฟล์ลับนักก็ล็อคมันซะจะได้ไม่ีมีคนมายุ่งครับ

หากว่าคอมพิวเตอร์มีการใช้งานมากกว่า หนึ่งคน แต่ว่าทุกคนเป็น admin เหมือนกันหมดเลย แปลว่าใช้ user เดียวกันทำให้ทุกคนเข้าไฟล์ของกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีอะไรต้องปิดบังและไว้เนื้อเชื่อใจกันมากๆ คิดว่าเค้าคงไม่ทำให้ไฟล์เราพังอะไรไปได้แล้วล่ะก็.. ไม่จำเป็นต้องป้องกันไฟล์อะไรน่ะครับ แต่ว่าที่เอามาพูดวันนี้ก็คือ ถ้าหากว่าคุณไม่ได้คิดอย่างงั้นล่ะ คุณหวาดระแวงเหลือเกินที่คนอื่นจะเข้าดูไฟล์หรือว่ามาแก้ไขไฟล์ของคุณ ทำให้เกิดอาการว่าอยากจะ lock folder เอาไว้ด้วย password เพื่อไม่ให้คนอื่นเค้าเข้ามาทำอะไรกะไฟล์ของคุณได้แล้วล่ะก็ ไปโหลด My Lockbox มาใช้งานก็น่าจะดีน่ะครับ ผมลองลงดูแล้วมันก็ไม่ได้ใช้ยากอะไรครับ ยังไงลงแล้วก็เอาไฟล์ที่อยากจะล็อคทั้งหมดมาเก็บเอาไว้ที่ folder ที่ตั้งรหัส lock เอาไว้เพียงเท่านี้ก็ไม่มีจะมายุ่งกับไฟล์คุณๆได้อีกและน่ะครับ (สำหรับ user ธรรมดาน่ะคัรบ แต่ว่าถ้าพวกที่มีคาถาอาคม ความสามารถ และอื่นๆในการเข้าถึงไฟล์คุณได้อีกก็ปล่อยเค้าไปแล้วกันนะครับ)

อ่านวิธีการติดตั้งซึ่งไม่จำเป็นต้องอ่านก็ได้เพราะมันง่ายเหลือเกินได้ที่นี่ครับ

โดดไปโหลดโปรแกรมมาลงที่เครื่องที่มี folder ที่อยากจะ lock ไว้ได้ที่นี่เลยครับผม

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • วิธีใช้ my lockbox
  • my lockbox วิธีใช้
  • my lockbox
  • วิธีใช้โปรแกรม my lockbox
  • วิธีการใช้โปรแกรม my lockbox
  • วิธีใช้ lockbox
  • วิธีใช้my lockbox
  • การใช้ my lockbox
  • my lockbox ล็อกยังไง
  • วิธีใช้ mylockbox

สุดยอดการนำเสนอภาพถ่ายมุมมองใหม่เจ๋งกว่าเดิมด้วยที่ http://photosynth.net


ภาพถ่ายที่เราถ่ายเก็บเอาไว้แบบถ่ายต่อๆกัน โดยการหมุนตัวเองไปรอบๆเพื่อเป็นการเก็บบรรยากาศนั้นปกติ มากที่สุดด้วยโปรแกรมที่ผมเคยเห็นมาก็จะเป็นการเอาภาพมาต่อกันเพื่อให้ออกเป็นภาพแบบ Panorama ซึ่งมันก็เป็นแค่การแปลงภาพให้เหลือเพียงภาพเดียวแต่ว่าความกว้างหรือความยาวมันขยายออกไปตามส่วนที่เราถ่ายภาพเอาไว้ หรือถ้าดีไปกว่านั้นก็อาจะทำเป็นมุมเงยมุมก้มอะไรได้มาก แต่.. วันนี้เจอผลงานของ Microsoft Lab ที่ปล่อยออกมาให้เล่นกันแล้วก็อึ้งไประดับหนึ่งเลยครับ เพราะภาพที่ถ่ายออกมาทั้งหมดไม่ได้เอามาต่อกันแล้วแปลงเป็นภาพเดียวเหมือนกับ Panorama program อีกต่อไปครับ เบื้องหลังแล้วเหมือนโปรแกรม PhotoSynth จะสามารถที่จะประมวลวัตถุของภาพออกมาเป็นสามมิติได้ ดังนั้นทำให้รู้ได้ว่าภาพที่ถ่ายนั้น คือการย้ายมุมถ่ายจากตำแหน่งไหนไปตำแหน่งไหน ทำให้สามารถที่จะเลื่อนหรือกดเหมือนกับเกมส์ RPG 3 มิติสมัยแรกๆได้ครับ อธิบายยากอยู่เหมือนกันว่า มันเป็นไงต้องเข้าไปดูของจริงน่ะครับ ว่าที่ผมพิมพ์มานั่นมันแปลว่าอะไรกันแน่ครับ

ถ้าหากว่า โหลดโปรแกรมเค้ามาแล้ว ให้ไปถ่ายภาพห้องตัวเองหมุนๆให้ทั่วๆครับ นอกจากหมุนแล้วลองเดินๆดูก็ได้หรือไม่ก็ zoom เข้าๆออกตอนที่ถ่ายภาพครับแล้วก็ทำการ Upload ภาพทั้งหมดผ่านโปรแกรม PhotoSynth นี้ครับ ระบบเบื้องหลังมันก็จะทำการประมวลผลอย่างที่ว่าไป ลองดูแล้วจะซึ้งว่า Microsoft ก็ทำอะไรเจ๋งๆได้เหมือนกันไม่ใช่ Google คนเดียวที่ทำได้น่ะครับเรื่องความเจ๋งเนี่ยะ

ผมว่าประโยชน์อื่นๆที่น่าจะทำได้ต่อไปอีกก็น่าจะเป็นเรื่องการบอกขนาดจริงจากภาพหรืออะไรทำนองนี้ แต่ว่าที่แน่ๆดูๆแล้ว Microsoft คงไม่ได้เอาไปผนวกกับ Google map เป็นแน่แท้ครับ แต่ก็ไม่แน่น่ะครับอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นน่ะครับ

หากว่ามองในเชิงประโยชน์ที่น่าจะใช้ได้ทันทีตอนนี้ก็คือการโปรโมตสถานที่ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือว่า สถานที่พักผ่อน อาจจะเอาไว้ใช้ในการประกาศขายบ้านเช่า ห้องเช่าหรือประกาศขายรถก็ยังได้ หากว่าถ่ายภาพวัตถุนั้นเอาไปรอบๆหมุนๆดู ก็ทำให้เหมือนกับคนที่เข้ามาดูสินค้า เดินดูสินค้าได้รอบๆได้

tip : เล็กน้อยนะครับตอนที่เรากดเดิมๆดูภาพนั้น ให้กดปุ่ม p แล้วมันจะแสดงจุดเสมือนวัตถุสามมิติ (มันก็คือจุดที่ระบบเอาไปประมวลผลแล้วระบุว่ามันอยู่ ณ ตำแหน่งไหนเป็นสามมิติน่ะหละครับ )

ลองเข้าไปดูห้องญี่ปุ่นที่บ้านผมแบบเดินๆมองๆแบบสามมิติที่นี่เลยครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • photosynth xp
  • การนำเสนอภาพถ่าย
  • การเสนอภาพถ่าย
  • นำเสนอ ภาพถ่าย อย่างไร

สร้าง avatar หน้าคล้ายๆตัวเองได้ด้วย FaceYourManga.com

Avatar คือภาพตัวแทนของบุคคลเพื่อใช้ใน internet เพื่อให้คนอื่นที่เค้าจำภาพตัวแทนเราได้และเป็นการแยกแยะความเป็นบุคคลได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพแบบสามมิติหรือสองมิติก็ตาม ส่วนใหญ่แล้ว Avatar จะถูกใช้ในการ post ใน Forum (กระทู้) หรือว่าใช้กับ community (สังคม online )ครับ เราสามารถที่จะใช้ Avatar เดียวกันตลอดเวลาในทุกๆ community ได้ เพื่อให้คนจากที่หนึ่งรับรู้และรู้จักเราผ่านภาพตัวแทนหรือชื่อตัวแทนได้

โดดเข้าไปสร้างหน้าตาตัวเองเป็นการ์ตูนได้ที่นี่เลยครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • สร้าง avatar ตัว เอง
  • สร้าง avatar ตัวเอง
  • faceyourmanga
  • สร้าง avatar ของตัวเอง
  • สร้าง avater ตัวเอง
  • แอบทำavatar iphone
  • อวาตาร์หน้าเหมือน
  • อวตาร หน้าคน
  • สร้าว avater หน้าตัวเอง
  • สร้างavatar online

สรุปภาพรวมใช้คอมยังไงให้เร็ว

ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามการใช้งานคอมพิวเตอร์เราควรจะใช้ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเราต้องทำงานกับมันอยู่ซ้ำๆ การทำงานให้เร็วนั้นไม่ได้แปลว่าต้องทำลวกๆหรือว่าทำแบบมั่วๆไป แต่ว่าหมายความว่าเราต้องลดการเคลื่อนที่ของ mouse ให้น้อยลงครับ โดยหันมาใช้ short cut มากขึ้น และต้องหาโปรแกรมสนับสนุนการใช้งานที่เร็วมากขึ้นครับ

ภาพโดยรวมเพื่อการใช้งานคอมให้ได้ไว้อาจจะแบ่งเป็นประเด็นๆได้ดังต่อไปนี้ครับ

คอมนั้นก็ต้องไว : หากว่าคอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่นั้นรู้สึกว่าอะไรๆมันก็เดินช้าๆหน่วงเป็นไปได้ว่าติด spyware หรือ virus ก็ได้ทำให้การทำงานอะไรทีมันก็ดึงๆดูด ดูเหมือนว่ามันช้าๆยังไงพิกล หากว่าแก้แบบโหดร้ายหน่อยก็คือการลง windows เข้าไปใหม่เพราะเราจะได้เครื่องที่สุดแสนจะสะอาดและเร็วที่สุดเท่าที่เครื่องจะทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการ Boot เครือ่งหรือว่า การวิ่งโปรแกรมต่างๆครับ

คอมนั้นต้องแรง : คำว่าแรงในที่นี้ไม่ต้องแรงถึงระดับเล่นเกมส์สามมิติโหดๆอย่าง Devil May Cry4 ได้ที่ computer น่ะครับเพราะว่ามันกินทรัพยากรสูงเกินไป คำว่าแรงของผมนิยมตอนนี้ก็แค่เอาแรมใส่เข้าไปเยอะๆแล้วก็ CPU ก็เป็นพวกราคาปกติๆเนี่ยะหละครับ แค่นี้ก็แรงแล้ว สำหรับแรมนะครับ ให้ใส่เยอะไว้ก่อนเพราะ หากว่าเราไม่ใช้ตัวนี้แล้ว แรมเราก็เอาไปให้คนอื่นหรือว่าเอาไปใฃ้กับเครื่องอื่นๆต่อได้อีก แล้วมันทำให้คอมเหมือนจะไวขึ้นจริงๆ ตอนที่เราเริ่มเปิดหน้าจอหลายๆหน้า หรือมีการเปิดโปรแกรมเยอะโปรแกรมพร้อมๆกัน

ต้องหันมาใช้ ShortCut : อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น การใช้งาน mouse เป็นเรื่องที่พึงหลีกเลี่ยงครับ แปลอีกความหนึ่งก็คือ ต้องใช้งาน ShortCut ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยหลักๆ แล้วการใช้งานลัดจะทำได้สองทางคือ ทางแรก เป็น shortcut ที่มีมาอยู่แล้วกับ Windows และอีกพวกหนึ่งคือ เป็นพวกทีต้องลงโปรแกรมเพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีการลัดๆเหล่านั้นครับ ShortCut สำหรับ Windows ที่ใช้งานบ่อยมาก คือ
- Windows + E เปิดหน้า my computer
- Windows + D หุบหน้าต่างทั้งหมดลงที่ taskbar
- ctrl + W ปิดหน้าต่างที่ active อยู่
- Alt + tab สำหรับการ Switch หน้าต่างไปมาระหว่างหน้าต่างทีเปิดครั้งล่าสุดและหน้าต่างที่เรากำลังทำงานอยู่

หันมาใช้ Opera หรือไม่ก็ Firefox แทนการใช้งาน Internet Explorer : หากาว่าคุณเป็นคนที่ใช้ internet แล้วยังใช้ Internet Explorer อยู่ ณ ตอนนี้ผมว่าคุณก็พลาดอะไรไปเยอะเหมือนกัน เพราะ มันไม่ได้มีการออกแบบหรือ add on เพื่อเพิ่มการใช้งาน Browser ให้เร็วขึ้นได้เท่าไหร่นัก สำหรับตัวผมเองแล้วเพื่อการใช้งาน Browser firefox ได้เร็วขึ้นมากๆ แนะนำ FIrefox3 ที่ลง add-on  : FireGestures และ Grap and Drag คิดว่าแค่สองตัวนี้ก็จะทำให้การใช้งานเร็วขึ้นมากแล้ว ขออธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อยว่ามันเร็วขึ้นไดยังไง เช่น เมื่อลง FireGesture แล้ว เราสามารถที่จะปรับแต่งการทำงานของ “การลากเมาส์ขวา” (การที่เรากดปุ่ม mouse ขวาค้างเอาไว้แล้วลากเป็นเส้นหรือรูปร่าง) แล้วโปรแกรมก็จะแปลการลากเส้นนั้นเป็นคำสั่งเช่น อย่างที่ผมทำก็คือ หากว่าลากไปทางขวาเป็น Next Tab หรือว่า ลากขึ้นข้างบนตรงๆเป็น Full Screen เป็นต้น

ทำการเปลี่ยนภาษาไปมาด้วย Alt + shift : ผมว่ามันสะดวกกว่าการที่เรากด “`” กว่าเป็นไหนๆ แต่ว่าผมตั้งการเปลี่ยนภาษาให้กดที่ alt + shift เพื่อเป็นการเปลี่ยนภาษาไปมาแล้วก็ทำตัวให้คุ้นกับมันครับ มันดีกว่าตรงที่ว่าเราสามารถที่จะตั้งว่าแต่ละภาษาจะให้กดกับปุ่มอะไรได้ เช่น ผมตั้งเอาไว้ว่า alt + shift + 1 เป็นการเลือกภาษาอังกฤษ และการกด alt + shift + 2 เป็นการเลือกภาษาไทย (เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องสังเกตว่า ตอนนี้เราใช้ภาษาอะไรอยู่ครับ แล้วก็ไม่ต้องปรับไปปรับมาด้วย อยากจะพิมพ์ภาษาอะไรก็กดไปเลยว่ามันจะเป็น หนึ่งหรือสองครับ ) และสำหรับคนที่ใช้มากกว่า สองภาษานั้นการตั้งตัวเลขกำกับมันเข้าไปด้วยเนี่ยะ จะเป็นเรื่องทีมีประโยชน์อย่างมาก เพราะหากว่าเต้าไม่รู้ว่ามันทำแบบนี้ได้ นั่นก็แปลว่า กว่าจะเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งเป็นภาษาหนึ่งจะต้องกดเปลี่บยนวนรอบกว่าจะได้มาพิมพ์กันก็อีกนานน่ะครับ กดเกินก็ไปวนมาอีกรอบ เห็นแล้วเหนื่อยแทนน่ะครับ

ลงโปรแกรมเพื่อลดการทำงานซ้ำซาก : อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น การลดการใช้ mouse เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อเป็นการเพิ่มความเร็วให้กับการใช้งาน computer ครับยิ่ง Notebook นี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะว่าถ้าหวังพึ่ง mouse ก็แปลว่า จะต้องพก mouse ไปด้วยอีก โปรแกรมที่ผมแนะนำใช้งานก็คือ (อ้อ..ทุกโปรแกรมเป็น Freeware ทั้งหมดครับ)
- Launchy version สักประมาณ 1.25 (อย่างไปใช้ Version2 น่ะครับเพราะว่ามันจะหนึดกว่านิดหน่อย) โปรแกรมนี้เพื่อเป็นไปเปิด Program ต่างๆ รวมทั้งเข้าไปที่ control panel ได้จากการพิมพ์อะไรสั้นๆเข้าไป โปรแกรมนี้ครับ การใช้งาน program นี้ให้เราสร้าง Folder ทีเป็นที่รวม shortcut ออกมา เราต้องกำหนดให้ Launchy รับรู้ว่าเราจะใช้ Folder นี้เป็นตัวที่ให้โปรแกรมอ่านว่าในนั้นมี shortcut อะไรบ้างครับ แล้วเราก็เปลี่ยนชื่อ shortcut เหล่านั้นให้มัน make sense สำหรับเรา เช่น Nero เราก็ตั้งเป็น “burn” ก็ได้เพื่อให้เราไม่ต้องบอกว่า เอ.. มันชื่อโปรแกรมอะไรนะ แต่ว่าเราตั้งชื่อเป็น action ที่เราจะกระทำแทนเป็นต้น ดังนั้นการเปิดโปรแกรม Nero เพื่อการ “Burn” แผ่นก็จะเหลือการกดแค่ว่า กด alt+space bar แล้วพิมพ์คำว่า burn เข้าไปครับเร็วมากครับผม
- Winmover ปรับย่อหดขยายหน้าต่างแบบเร็วเป็นพิเศษ
- Volmouse ปรับเสียงทันทีโดยการกด alt + “เลื่อน mouse wheel ขึ้นหรือลง”
- Deskpins ปักหมุดให้หน้าต่าง (คล้ายๆกับการกำหนดให้หน้าต่างนั้นเป็น always on top)

พิมพ์ให้ไว : หากว่าคุณยังนั่งจิ้มอยู่ล่ะก็ทั้งหมดข้างต้นก็ไม่ได้ช่วยอะไรคุณสักเท่าไหร่นัก เพราะการทำงานโดยมากแล้ว หากว่าเป็นคนทีต้องพิมพ์เพือ่เก็บบันทึก หรือทำเอกสารแล้วล่ะก็ เวลาจะโยนทิ้งไปกันการพิมพ์ดีดครับ จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องพิมพ์สัมผัส สิ่งนี้ทำได้อย่างเดียว ก็คือ ฝึกครับ และใช้เป็นประจำ อาจจะเริ่มฝึกแล้วสักพักเราก็เล่นเอ็มแบบ hyper active หน่อย คือ ไม่มีอะไรก็พิมพ์อะไรก็ได้ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องสนหรอกครับว่าเค้าจะตอบว่าอะไรพิมพ์ๆเข้าไป ให้เยอะๆ ให้เร็วๆ ฝึกๆ ๆๆ เท่านั้นเอง แค่นี้คิดว่าไม่น่าจะเกินเดือนจะพิมพ์สัมผัสได้อย่างแน่นอนน่ะครับ

จะเห็นได้ว่าเพื่อความเร็วในการใช้งาน computer โดยรวมแล้วจะมีประเด็นให้นั่งคิดนั่งทำอยู่เยอะแต่ว่าจริงๆแล้ว มันก็แค่ดูเหมือนเยอะ มันไม่ได้เยอะไรอะไรหรอกครับ เริ่มต้นใช้แนวคิดที่ว่าลดการใช้ mouse ไว้ในใจอะไรไม่ใช้ได้เป็นดี เพียงเท่านี้ก็คิดว่า คุณๆก็น่าจะใช้งาน computer ได้เร็วขึ้นเป็นกองแล้วล่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • deskpins – pin any window as alway on top

ปวดคอนี่ต้องระวังเอาไว้เลยครับว่า เล่นคอมด้วยท่าทางไม่เหมาะสมเหรอป่าว?

ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายด้วยการ "วิ่ง" มาได้พักใหญ่ๆ แล้วแต่ก็ทำตัวกระป้อกระแป้เหมือนเดิม เหมือนกับว่าไม่ได้เป็นคนที่ออกกำลังเป็นประจำ ปรากฏว่า แค่การวิ่งแค่นี้ยังไม่พอ สำหรับคนที่ทำงานหน้าคอม ที่ออกแรงน้อย แต่ว่าออกแรงสมองเยอะหน่อยครับ เพราะ คนทีทำงานหน้าคอม แรงที่ออกทางกายภาพกลับกลายเป็นเรื่องของการประคองน้ำหนักแขนทั้งสองข้างเอาไว้ หากว่าเก้าอี้ไม่มี แขน ที่มีระดับเหมาะสมกับ keyboard ครับ ซึ่งโอกาสแบบนี้คิดว่าน่าจะหาได้ยากเพราะ คนที่เค้าทำงานคอม เค้าก็ไม่ได้เป็นคนลงทุนซื้อโต้ะ หรือว่าซื้อเก้าอี้แบบเหมาะกับการยศาตร์สักเท่าไหร่ ต่อให้รู้ว่าต้องปรับให้มันเหมาะ ก็ปรับได้จากการอื่นๆ เท่านั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนเก้าอี้หรือว่าเปลี่ยนโต้ะ เพื่อให้ระดับเหมาะกันที่สุด

นอกจากนี้ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ระดับของจอมันไม่ได้เหมาะกับระดับหัวของคนใช้งานเอาซะเลย ไม่ว่าด้งยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น เค้าไม่ได้ใช้ monitor ทีมันปรับเงยได้ หรือว่าจอมันตั้งเอาไว้ไกลเกินไปติดปลั้กไฟ เอามาใกล้ให้เหมาะหรือถนัดเราไม่ได้ หรือว่าเป็น Monitor ทีมีการออกแบบมาให้ฝังไว้ใต้โต้ะเพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ก็ตามที จะเห็นได้ว่าตัวแปรพวกนี้เป็นตัวแปรที่เราควบคุมและปรับเปลี่บนมันไม่ได้เอาซะเลยครับ หากว่าการปรับระดับของ keyboard ไม่เหมาะสม และยังไม่มีที่รับแรงแขนพาดไปที่แขนเก้าอี้ได้ และ หน้าจอก็ไม่ได้ถูกกะระดับสายตาเราเท่าไหร่สัก ความกดดันของกล้ามเนื้อน่าจะกระทบไปสองส่วนหลักๆ ก็คือ ช่วงหัวไหล่ และต้นคอครับ อาการอาจจะไม่รู้หรือดูไม่ออกว่ามันเป็นเพราะเจ้าสาเหตุของการใช้คอมที่ไม่เหมาะสมนักนี้ มันก็จะสะท้อนออกมาราวกับว่า เรานอนตกหมอนครับ ผมเคยเป็นมาแล้วครับ ผมถึงรู้ว่านี่มันเป็นเพราะการใช้งานคอมต่างหาก นอกจากนี้ผมยังได้ยินจากคนอื่นเค้าเล่าเรื่องที่พนักงาน programer คนหนึ่ง เค้าเป็นคนทีทำงานอย่าเดือดมาก และไม่ได้สนใจที่จะดูแลตัวเองเอาซะเลย ทำให้เค้าเกิดอาการปวดคอ จนสุดท้ายเป็นอาการเรื้อรังและต้องรักษา และออกจากบริษัทไปในที่สุดครับ เรื่องมันก็ดูน่าเศร้าอยู่เพราะว่าเราไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักนิด

เมื่อไม่นานมานี้น้องสาวผมก็บอกผมว่า เค้าเริ่มปวดคอๆเหมือนกัน ผมก็บอกเค้าไปว่า เอ.. นี่มันเป็นอาการของการใช้คอมไม่ถูกหลัก แล้วนะ แล้วก็แนะนำไปว่า จะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้อย่างไรบ้าง

ดังนั้นหากว่ามันทำการปรับระดับปรับแก้อะไรไม่ได้ตามที่ผมบอกมา ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ .. สิ่งที่ทำได้คือ ออกกำลังส่วนนั้นๆให้แข็งแรงเพื่อรับงานหนักนี้ให้ได้ครับ การออกกำลังส่วนหัวไหล่ โดยการยกตุ้มน้ำหนักกางแขนออกไปให้สุดแล้วยกขึ้นลงทางด้านข้าง ด้านหน้า และยกตุ้มนำหนักชูขึ้นฟ้าคือสามสิ่งที่ผมทำเพื่อให้หัวไหล่และต้นคอรับแรงได้มากชึ้น และสำหรับผมแล้วผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำ เพราะหากว่าไม่ทำนานๆเข้า อาการก็จะสะท้อนผ่านการนอนเหมือนอาการตกหมอนได้ แล้วกว่าจะหายก็เจ็บปวดไปหลายวันครับ ไม่คุ้มกันเลยระหว่างอาการที่มันเป็นกับการแค่ออกกำลังกันเอาไว้ก่อนครับ ยังไงผมคงบอกให้ทำไม่ได้หากว่า อาการปวดนี้ไม่ได้ไปเจอกับคัวเองน่ะครับ ขอให้โชคดีแล้วกันครับชาวโลกคอมพิวเตอร์

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • เล่นคอม ปวดคอ
  • เล่นคอมนาน ปวดคอ
  • เล่มคอมแล้วปวดต้นคอ
  • นั่งเล่นคอมมากคอล็อคปวดมาก
  • นั่งเล่นคอมแล้วปวดไหล่
  • ปวดไหล่ เล่นคอม
  • เล่นคอม แล้ว ปวดหัวไหล่