ข้อมูลบนเน็ตเชื่อได้อย่างงั้นหรือ?

ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย หรืออ้างว่าเป็นงานวิจัย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับอาหาร โรค และการลดน้ำหนัก ที่เห็นในเน็ตจะไม่ได้มีการรองรับว่ามันมีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด มันเป็นเพียงแต่การแต่งเรื่องขึ้นมาก็ทำได้ หรือแม้ว่ามันจะเป็นความจริง เราก็แทบไม่รู้หรอกว่ามันเป็นความจริง งานวิจัยใดๆหากว่าเป็นงานวิจัยจริง มันจะมีเหตุผลต่อคนๆหนึ่งได้สองทางด้วยกัน คือ เป็นไปตามที่คนอ่านคิดไว้ หรืออีกกรณี คือ ขัดกับความคิดเห็นของคนอ่านนั้น หากตกกรณีที่งานวิจัยหรือบทความนั้นเหมือนหรือสอดคล้องกับความคิดของคนอ่าน เค้าก็ย่อมมั่นใจกับแนวคิดนั้นมากยิ่งขึ้น โดยสามารถบอกคนอื่นต่อไปได้อีกว่า อืม.. ผมเคยเจอเรื่องนี้จากที่อ่านมา ..(ที่ไหนก็ว่าไป.. ) แล้วก็บอกให้คนอื่นเชื่อหรือทำตาม มากไปกว่านั้นความคิดแบบนั้นก็ส่งผ่านไปหาคนอื่นต่อไปอีกได้ แล้วถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่น่าเชื่อถือเข้าไปอีก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ มันก็จะทำให้เนื้อความที่คุณบอกต่อคนอื่นเค้านั้น ยิ่งดูน่าเชื่อและน่าเป็นไปได้ขึ้นไปมากๆกว่าเดิมเป็นอันมากครับ หรือพิจารณาในทางกลับกัน หากว่าเราได้ยินมาแล้วมันไม่ตรงกับความคิดของคนฟัง คนที่รับข้อมูลจะคิดได้สองทางคือ กลับความเชื่อเดิมแล้วเชื่อสิ่งใหม่ที่ได้ยินได้ฟังได้อ่าน หรืออีกกรณีก็คือ คนๆนั้นไม่เชื่อและพยายามหาข้อมูลเพื่อยืนยันความเชื่อของตนต่อไป

แหล่งที่มาของข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือหรือดูน่าเชื่อถือ หรือ .. แทบดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย ..ทั้งหลายทั้งปวง มันกระจายตัวอยู่ทั่วไปในเน็ต ตั้งแต่การ forware mail ต่อกัน หรือการทีมีคนมาปะเอาไว้ที่หน้าเว็ปไม่ว่าจะเป็น blog หรือ web ประเภทให้ข้อมูลข่าวสารก็ตามทั้งที่ดูเป็นทางการ และที่ดูแบบชิวๆหน่อย คนอ่านไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า ข้อมูลนั้นเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน “แต่โดยทั่วไปแล้ว่สิ่งที่เป็นข้อเขียนมักจะทำให้คนเชื่อได้มากกว่าการบอกเล่าสู่กันฟัง” (สังเกตุประโยคนี่เพิ่งผ่านมา ผมก็ไม่ได้ว่ามันมีการวิจัยหรืออะไรมายืนยันนะครับ กรณีแบบนี้ก็ตกอยู่ในหมวดของการอ้างอิงเนื้อความแบบไม่ได้มีอะไรมารองรับไว้เลยในเรื่องข้อเท็จจริง) เพราะเราโดนความคิดที่ว่าเราต้องรักการอ่าน แล้วการอ่านนี่หละจะทำให้เราเก่งและฉลาดรู้ไปหมด ในจิตใต้สำนึกคงคิดแบบนี้อยู่ทำให้มีแนวโน้มที่จะเชื่อสิ่งใดๆที่ถูกเขียนเอาไว้มากกว่า การได้ยินได้ฟังมาเท่านั้น ข้อมูลพวกนี้สุดท้ายแล้ว มีเพียงคนเดียวที่จะตัดสินใจว่าเชื่อหรือไม่ก็คือ คนอ่านเนื้อหาจากเน็ตหรือคนที่รับข่าวสารข้อมูลเหล่านั้น จะต้องมีความคิด และมีวิจารณญาณอย่างแรงกล้า และต้องเข้าใจว่าเค้านั้นไม่ต้องเชื่อทุกอย่างที่เห็นหรือที่ได้อ่านมา ขอให้รู้ได้ทันทีว่า สิ่งที่คุณเห็นหรือสิ่งที่คุณรู้นั้น มันเป็นความจริงหรือเป็นความเท็จก็ได้ทั้งนั้นอย่างไม่มีสิ่งใดบอกได้ว่ามันถูกต้องหรือไม่ประการใด มันเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ ? อืม..ถ้าหากลองคิดๆดูนะครับ ถือแม้ว่ามันจะมีการวิจัยมาจริงๆด้วยวิธีการต่างๆนานา มันก็จะเป็นความจริงแค่ ณ เวลานั้นๆเท่านั้น หรือเรียกง่ายๆว่าความจริงนั้นเรายังหาไม่ได้แน่แท้เท่าไหร่ ทุกอย่างมันแค่ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นเท่านั้นเอง อย่างล่าสุดบทความที่แสดงทีหน้าเว็ปสนุกมีเรื่องเกี่ยวกับการลดน้ำหนักโดยการเอายางหนักสติ้ก(หรือที่มัดผม)ผูกพันนิ้วโป้งเท้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแล้วนอนออกแร]
]>

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ข้อมูลที่เชื่อถือได้น้อย
  • skype show my desktop คือ

present powerpoint online ได้ด้วย AutorPoint Lite (Freeware อีกแล้วครับท่าน)

Uploaded on authorSTREAM by rackmanager

เดี๋ยวนี้โลกเราแคบและแบนราบจนแทบไม่น่าเชื่อว่า การนำเสนอ (presentation) ผ่านโปรแกรม Powerpoint จะสามารถที่ได้ถึงขนาดนี้ครับ (ดูตัวอย่างด้านบนได้) มีการอัดเสียงเข้าไป แล้วก็บันทึกเก็บเอาไว้ นอกจากนี้แล้วยังสามารถที่จะ convert ผ่าน Freeware authorPOINT Lite เพื่อทำการ convert file จาก PPT เป็น Flash แล้วก็ในนั้นมี ปุ่มให้กด upload ได้ด้วย โดยมันจะเชื่อมต่อข้อมูลไปยัง website : http://www.authorstream.com หลังจากที่เรา upload เราก็ set ได้ว่า presentation ที่เราทำนั้นจะให้เป็น private หรือว่า public แล้วก็ copy embedded code เพื่อเอาปะไว้ที่หน้าเว็ป หรือหน้า BLog ได้เหมือนกะที่ผมทำอยู่นี่ยังไงล่ะครับ เจ๋งสุดๆ แล้ว (แต่ว่าสังเกตนะครับว่า presentation นี้จะแสดงผลภาษาไทยไม่ได้จะเป็น text ตัวประหลาด ซึ่งผมเองนั้นก็ยังไม่ได้ทดลองหาว่า มันจะต้องทำยังไงเพื่อให้แสดงผลภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง) ก็อีกน่ะหละครับ สำหรับคนที่ใช้ไ้ด้ตรงๆเลยก็คือ พวกที่ต้องทำการ present แบบ interๆ นิดๆ โดยไม่ีมีการนำเสนอ text ไทยไว้ที่ presentation แต่ว่าเราพูดไทยบรรยายเอาก็แล้วกันครับ นอกจากนึ้ผมยังแนะนำอีกวิธีสำหรับคนทีต้องการ present powerpoint แบบ real time แต่ว่ามันเป็นวิธีลัดๆยังไงก็ไม่รู้น่ะครับผมก็เคยแนะนำวิธีนี้กับน้องผมที่เค้าเรียนที่อเมริกาอยู่ครับ (แต่ว่าไม่ได้ใช้หรอกเพราะว่ารู้จักภาพจะเยอะทำให้การ present ตะกักนิดหน่อย แต่ว่าถ้าจำเป็นจริงๆ มันก็เป็นทางเลือกที่ใช้ได้ดีเหมอืนกันครับ) วิธีการก็คือ ให้ทำการ present หน้าจอผ่าน โปรแกรม Mikogo โดยจะต้องลงทั้งสองฝั่งคือ computer ของคนที่ทำการ present และอีกเครื่องก็คือ computer ของคนที่จะฟังการ present การ present โดยคนที่ฟังการ present จะใช้ computer กี่เครื่องก็ได้ เราก็ลงMikogo ทุกเครื่องที่เราจะใช้ในการรับฟังการ present

Mikogo นั้นจะสามารถทำการ present ได้แบบ one to many หรือแปลไทยได้ว่า present คนเดียวแล้วคนฟังเยอะคนครับ ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างงั้นหละครับ ไม่ใช่คน present คนนึงคนฟังคนเดียวมันก็กระไรอยู่น่ะนะ ..

Mikogo มันจะแสดงภาพให้เห็นข้ามกันได้ แต่ว่ามันจะไม่สามารถที่จะแสดงเสียงหากันได้น่ะครับ เพราะฉะนั้น ทาง Mikogo เองเค้าก็แนะนำว่า ถ้าหากว่าต้องการได้ยินเสียงกัน ก็ให้ไป skype หากันเองครับ เพราะว่า skype จะมีโหมด conference เพื่อคุยกันพร้อมๆกันได้มากคน (ผมไม่รู้ว่าได้มากสุดเท่าไหร่น่ะครับ แต่ว่าเคยคุยกันระหว่างเพื่อนที่เรียนอยู่อังกฤษ อีกสองคนอยู่เมืองไทย อีกคนอยู่เมกา แล้วผมก็อยู่เมกาเหมือนกันทั้งหมดสี่ซ้าห้าคนได้ ก็ยังคุยกันรู้เรื่องนะ) เพียงเท่านี้การ present ผ่าน online แบบ real time ก็จะกระทำได้ แต่ว่าอาจจะดูสลับซับซ้อนไปบ้างครับ หากว่าบังเอิญผมหาวิธีการที่ดีกว่านี้ได้แล้ว ผมก็จะเอาเขียนเอาไว้หรือว่าคนอื่นมีวิธีการที่ดีหรือว่าสะดวกกว่านี้ก็แนะนำมาได้น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ตัวอย่าง powerpoint presentation
  • ตัวอย่างpowerpoint presentation
  • present powerpoint
  • ตัวอย่าง presentation powerpoint
  • powerpoint online
  • powerpoint presentation ตัวอย่าง
  • present online
  • โปรแกรม prentation ฟรีแวร์
  • skype presentation
  • พรีเซนต์ พาวเวอร์พอยต์

update wordpress ไปเป็น version 2.6 แล้วครับ


ไม่รู้ว่าทำไม wordpress ต้องมา update version กันบ่อยๆด้วย แต่สำหรับตัว 2.5 นั้นมัน work กับ Windows Live writer ไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ใช้งานเหมือนกับผมล่ะก็ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง update version ครับ การ Update นั้นผมทำครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ไม่ต้องอ่านคู่มือแล้วครับ เพราะว่าเคยทำมาแล้วหนหนึ่งปรากฏว่ามันง่ายเอามากๆซะด้วยซิครับ สิ่งที่ผมทำทำเป็นขั้นๆมั่วๆได้ดังนี้ครับ

- โหลด wordpress 2.6 แล้ว unzip ไว้ที่ desktop ที่คอมตัวเองครับ

- เข้า FTP program (Filezilla) 

- delete wp-admin กับ wp-includes ทั้งสอง folder ครับ(ผมไม่ backup เลยน่ะครับงวดนี้เพราะว่าทำแล้วไม่มีปัญหาอะไรนิ)

- ไปเอา folder wp-admin และ wp-includes อันใหม่จาก wordpress 2.6 ที่เพิ่งละโหลดมาเอาไปปะแทนทีอันเดียวที่เพิ่งจะลบไปครับ

- copy file ที่เหลือทั้งหมดยกเว้น folder wp-content เอาไปแทนไฟล์เก่าให้หมด

- เสร็จแล้ว .. อืม เร็วมากๆ (แต่ว่าจริงน่าจะเร็วกว่านี้หากว่ามีการ update auto ไปเลยได้ก็ดีนะ )

เอาเป็นว่าตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่ามันต่างยังไงระหว่าง 2.5 กับ 2.6 เนี่ยะ แต่ว่าที่ดีใจก็คือว่า ผมสามารถใช้ Windos Live Writer ได้กับ wordpress 2.6 นี้อีกครั้งครับ (ดูซิครับผมมา update blog ใหญ่เลยเฮอะๆ)

งั้นก็ Update version กับเลยแล้วกันนะครับ

Statpress แสดงข้อมูลสถิติคนเข้า blog แบบ real-time

ถ้านับตั้งแต่เปิด rackmanagerpro.com มาได้ก็หลายเดือนแล้ว บอกตรงๆว่าผมยังไม่ได้ทำการเก็บข้อมูลสถิติแต่อย่างใดครับ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าหากว่าเพิ่งเปิดเว็ป blog ใหม่ได้ไม่นานมากแล้วก็ยังไม่ทำการ promote อะไรอย่างจริงจังคนเข้าก็ยังไม่เยอะหรอก แต่วันนี้ผมเพิ่งจะเริ่มลง plug-in ของ wordpress ที่ชื่อว่า “Statpress” เพื่อเอาไว้ติดตามการเข้ามาของ visitor และเพื่อดูว่าวันๆหนึ่งมีคนเข้ามาดูหรือเปิดหน้าเว็ปจาก rackmanagerpro.com มากน้อยแค่ไหน แล้วเค้าเหล่านั้นหลงเข้ามาแล้วดูอะไรกันครับ

จาก Overview ที่แสดงอยู่นี้ มันสามารถบอกได้ว่า Visitors เข้ามากี่คน แล้ว Pageviews ที่มีคนเปิดมาทั้งหมดมีการเปิดกี่ครั้ง และที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็คือว่า มี “
แมงมุม” มาคลานดูเว็ปเราทั้งหมดกี่ตัวครับ

การแสดงผลแบบข้อมูลรายวันนี้มีข้อดีทีว่า เราสามารถดูกราฟเทียบกับระหว่างจำนวน visitors , Pageviews และคนที่สมัคร Feeds เราเทียบกันได้อย่างสะดวกมากครับ

นอกเสียไปจากนี้แล้วยังแสดงรายละเอียดของคนที่เข้ามาว่าเค้าใช้ Browser อะไร และมาจากระบบปฏิบัติการอะไรได้ด้วยครับ

การติดตั้งก็แสนจะง่ายดาย (แต่ว่าผมลองผิดลองถูกมานิดหน่อยน่ะครับ) เริ่มต้นโดยการที่ไปโหลดมาได้จาก statpress แล้วกด download ครับ สิ่งที่ได้จะเป็น file zip แล้วให้แตกไฟล์ออกมาครับ หลังจากนั้นให้กดเข้าไปที่ folder นั้นๆลึกเข้าไปถึง folder ที่ชื่อว่า wp-statpress แล้ว copy folder นั้นเข้าไปที่ folder plug-in ของเราที่วางไว้ที่ host ครับ เท่านั้นก็เป็นอันเสร็จสำหรับการติดตั้งครับ

มาถึงตอนนี้ก็เข้าไปที่ backoffice ของ wordpress ของเราเอง แล้วก็ไป activate มันซะระบบก็จะเริ่มทำงานได้ทันทีครับ ลองดูนะครับ ผ่านไปสักวันหนึ่งเราก็จะรู้แล้วว่าเมื่อวานนี้มีคนเข้ามากี่คนแล้ว เค้าเหล่านั้นเข้าไปดูอะไรที่ไหนบ้าง คุณจะเริ่มรู้เลยล่ะครับว่า เว็ปคุณน่ะมีคนประโยชน์กับคนอื่นแค่ไหนบ้าง

สำหรับเว็ปผมตอนนี้คนที่เข้ามา มีการกระจายดูเนื้อหาเก่าๆของผมอย่างเท่าๆกัน โดยไปดูว่า Last referrers แล้ว มันเข้าไปยังหน้าไหนครับ แล้วส่วนมากคนที่เข้ามาผ่านทางการค้นหาโดย Google ทั้งนั้น (ราวกับว่าไม่มีคนใช้ search engine อื่นจริงๆน่ะหละ)

สรุปเป็นว่า plug-in นี้ถือว่าทำงานได้ดีมาก แล้วก็การติดตั้งก็สะดวกสุดๆ แนะนำให้สำหรับคนทีใช้ wordpress ในการทำ Blog จริงๆครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • ข้อมูลแสดงสถิติ
  • วิธีใช้ statpress

Option SKype ที่น่าจะปรับตั้งเอาไว้แทนค่าที่ได้กำหนดเป็น Default

ค่า Default หรือค่าที่ได้ตั้งมาแต่แรกของ Skype นั้นสำหรับผมแล้วบางอบ่างคิดว่าไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะมันไม่เหมือนกับสัญชาติญาณที่คิดว่ามันควรจะเป็นครับ ข้อมูล setting ที่ผมปรับใน Options มีดังต่อไปนี้ครับ (การ setting ทั้งหมดที่ทำ Tools> Options ครับ)

1. ที่ General settings  : When I double click on a Contact or use the address field ผมเลือกเป็น start a chat ครับ เพราะส่วนมากแล้ว เราจะทักทายกันโดยการ chat เสียก่อนก่อนที่จะโทรไปหาครับ อีกอย่างปุ่ม โทรไปหาเนี่ยะ มันจะมีอยู่ที่ด้านล่างอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นการตั้งค่าว่า "start a call" ตอนที่ double click นั้นถือว่าเป็นการตั้งค่าที่ซ้ำซ้อนครับ

2. ที่หน้า Video Settings.. ให้ปลด "Start my cideo automaticall when I am in a call" ออกครับ อย่างน้องสาวผม เค้าไม่รู้ว่ามันไปตั้งที่ไหน เวลาเค้าคุยกับคนอื่นแล้วกล้องมันก็ต่อออโต้มานี่ วิธีที่น้องผมทำก็คือ เค้าเอากระดาษไปปะไว้เพื่อบังกล้องแทนน่ะครับ ไม่แนะนำทำแบบนี้หรอกนะครับ

3. ให้มั่นใจว่าที่หน้า Video Settings.. "Automaticall receive video from.." ให้เลือกเป็น no one ครับ ไม่มีเหตุผลว่าจะต้องเปิดกล้องให้ใครดูทันที เค้าควรจะต้องให้เรา accept การเปิดโชว์กล้องเสียก่อนมันถึงจะถูกนะครับ

4. ที่หน้า Notifiacations > Notification settings > "When someone calls me…" ให้เลือกเป็น "show windos tray alert" แทนครับ เพราะ ถ้าเป็น default มันเนี่ยะ เวลามีคนโทรมาหา มันจะแสดงเหมือนกะเป็น pop up เกะกะน่ารำคาญมากน่ะครับ แต่เลือกให้มันแสดงที่ Tray มันจะแสดงเหมือนกะว่ามันกระพริบๆอยู่ด้านล่างเท่านั้น (เหมือน msn น่ะหละครับ)

5. ที่หน้า Notifiacations > Notification settings > Display a notification in the windos tray when someone… ให้ check ติ้กเอา Comes online ด้วยครับ เพราะพอมีคนโผล่มาเราก็จะเห็นครับ (ไม่งั้น มีใคร online โผล่มาใหม่เราก็จะไม่รู้เลยครับ )

6. ที่หน้า Notifiacations > Alert & Messages >  ให้ปลด Show meessages about … ออกให้หมดครับไม่ว่าจะเป็น help หรือว่า Promotions.

นอกจากนั้นผมก็ไมได้ setting อะไรที่แตกต่างไปจากค่า Default แล้วครับ หลักๆที่เห็น คือผมพยายามทำการตั้งค่าให้มัน make sense กับการใช้งานมากขึ้นครับ อย่างการแสดง Nonification ว่ามีคนใหม่ Online เข้ามามันน่าจะเป็น Default ซะมากกว่า สุรปว่าอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ใครจะปรับตามก็ได้ครับ เพราะการปรับค่าพวกนี้ผ่านกระบวนการคิดมาแล้วทั้งหมดครับผม ..

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • skype เปิดกล้องไม่ได้
  • เปิดกล้อง skype ไม่ได้
  • เปิดกล้องใน skype ไม่ได้
  • เปิดกล้องskypeไม่ได้
  • ตั้งค่า skype
  • skype กล้องไม่ขึ้น
  • เปิดกล้องในskypeไม่ได้
  • skype ตั้งค่า
  • ตั้งค่ากล้อง skype
  • วิธีเปิดกล้องใน skype

ส่ง SMS ให้คนในองค์กรหรือลูกค้าด้วย NokNok.in.th

ผมเล่นนกๆได้สักพักแล้วก็พอจะรู้ได้ว่า มันเอาไว้ทำอะไรบ้าง และ อีกส่วนผมก็หาอ่านจากบล็อคที่มีการเขียนเกี่ยวกับ Twitter (เพราะว่า NokNok ก็เห็น copy concept มาโจ้งๆครับ แต่ว่ามันไม่มี Tools มากมายให้เล่นและใช้งานได้เหมือน Twitter เท่านั้นเอง) โดยมากแล้วการใช้งานจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆด้วยกันก็คือ
ประเภทแรก เพื่อเป็นการบอกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ก็เป็นวิธีการใช้งานตรงๆสำหรับเว็ปประเภทนี้ครับ คนพวกนี้อยากจะบอกเพื่อนๆ(หรือว่าไม่ได้เป็นเพื่อนก็ตาม แต่ว่าอยากจะบอก)ว่าวันนี้ไปไหนมา เช่น ตอนนี้อยู่บิ้กซี ตอนนี้จะไปกินข้าวเที่ยง หรือบอกว่า ตอนนี้หิวแล้วเป็นต้นผมก็เป็นคนประเภทนี้อยู่เหมือนกัน เพราะแค่คิดว่าบางคนอาจจะตามผมจากระบบ SMS ทำให้ต้องบอกด้วยความระมัดระวังว่ามันจะกวนเค้าหรือเปล่า หากว่าส่งเยอะเกินไปหรือถี่เกินไปมันก็น่ารำคาญแล้วก็ ทำให้คนที่ติดตามระดับที่ว่าติดตามด้วย SMS เค้าจะเลิกรับข่าวจากเราไปซะก่อนได้ครับ
ประเภทที่สอง คือ พวกที่คาดหวังว่าจะนกๆหรือ Twitter จะถูกใช้ไปเพื่อการโปรโมตเว็ปครับ มันมีความเป็นไปได้สูงมากว่าถ้าหากคนที่ใช้งานนกๆแล้วหาเพื่อนๆที่มีความสนใจแนวเดียวกันได้จริงๆแล้วล่ะก็.. เค้าก็สามารถที่จะทำการโปรโมตเว็ปของเค้าเองได้ไม่ยาก ทั้งนี้เว็ปของเค้าก็ต้องพูดถึงเนื้อหาที่คนอื่นๆที่อยู่ในวงที่ติดตามกันสนใจด้วยครับ นอกจากนี้คนประเภทนี้อาจจะคิดได้อีกแบบว่าถ้าเค้าทำธุรกิจหรือขายอะไรออนไลน์เช่น ขายอาหารแมว หรือว่าเป็นหมอหมา เค้าก็ต้องหาคนที่เลี้ยงสัตว์ แมวหรือหมา แล้วก็ต้อง Continue reading

โชว์ Skype status online ที่หน้า Blog ตัวเองได้ด้วยล่ะครับ



My status Blogger คนที่ใช้ Skype บ่อยๆอาจจะไม่เคยรู้มาว่า เราสามารถเอา Skype status (สถานะของ Skype) ของเราเองมาปะเอาไว้ที่หน้าเว็ปได้ โดยเข้าไปที่ http://www.skype.com/share/buttons/wizard.html แล้วเลือกว่าจะให้โชว์หน้าตาออกมาเป็นแบบไหนแล้ว copy code ที่อยู่ด้านล่างสุดไปปะไว้ที่เว็ปเราครับ โดยการปะก็ให้ปรับเป็นการ html mode ตอนที่เราเขียนเนื้อความครับ 

ต่อไปเราก็เปิดโปรแกรม Skype แล้วเข้า account ของเรา เข้าปุ้บไปกดที่

Tools>Options…>Privacy> กด Show advance Options > แล้วติ้กที่”Allow my status to be shown on the web”

เพียงเท่านี้สถานะ Skype ก็จะแสดงที่หน้าเว็ปได้ไม่ยากครับ ลองดูแล้วกันนะครับ อ้อ.. สถานะผมตอนนี้คืออย่างนี้น่ะัครับ ถ้าเห็นเป็นเขียวๆแล้วเขียนไว้ว่า Online กดแล้วมันจะเข้ามาคุย(Chat)กะผมผ่านโปรแกรม Skype ได้น่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • Skype สาวโชว์
  • โชว์ผ่าน skype
  • skype ออนไลน์
  • สถานะ skype
  • สาวโชว์ skype
  • วิธีตั้งสถานะskype
  • ตั้งสถานะ skype
  • วิธีเขียนสเตตัส skype
  • ตั้ง status skype
  • สาว โช skype

วิธีการเอา Favicon ปะไว้ที่หน้า url บน wordpress ทำได้ไม่ยากครับ

Favicon คือ icon เล็กๆขนาด 16 x 16 pixels ที่โชว์อยู่หน้า url ของเราที่ Browser สมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็น Opera,Firefox และอื่นๆ การทีมี Favicon ไม่ได้ทำให้เว็ปเราแตกต่างอะไรหรอกครับ แต่ว่า มันจะดีตรงที่ว่าพอคนที่เค้า Bookmark เว็ปเราเข้าไป เค้าก็จะสังเกตเห็นเว็ปเราไม่ได้ง่ายกว่า เพราะมันเป็นภาพทีเป็นตัวแทนเว็ปเราแสดงเอาไว้ที่ Bookmark ด้วยนั่นเอง ผมก็เลยลองหาวิธีการ upload Favicon แล้วทำให้มัน work กับ wordpress ที่ใช้งานอยู่ เนื้อความหาอ่านได้ไม่ยากครับ หรือไม่ก็ทำตามวิธีที่ผมว่านี้เลยก็ได้ครับผม ..

ขั้นตอนการเพิ่ม Favicon เข้าไปที่ wordpress blog วิธีง่ายๆตามนี้ครับผม..

step 1: สร้าง Favicon
โดยการเข้าไปที่ http://tools.dynamicdrive.com/favicon/ แล้วก็ Browse ภาพที่เราสร้างไว้ เน้นภาพออกมาเป็นแนวจัตุรัสซะหน่อยก็จะดีครับ แล้วกด download ก็จะได้ไฟล์ Favicon.ico กลับมา

step 2: เอา header.php ออกมาจาก Theme ที่เราใช้อยู่โดยการ เปิด FTP program มาเข้าไปที่ wp-content>themes>theme ที่เราใช้อยู่ เข้าไปจนถึงที่ที่มี file header.php แล้วโหลด header.php มาเก็บไว้ที่เครื่องเราก่อน(เพราะว่าเดี๋ยวจะต้อง edit นิดหน่อย)

step 3: อัพโหลดไฟล์ Favicon.ico ที่เราได้มาจากขั้นตอนแรก เข้าไปที่ folder ที่มี header.php อยู่

step 4: แก้ไข file header.php โดยการเพิ่มบรรทัดนึงเข้าไปใต้ <head> (ใช้ตามหาดูก็ได้แล้ว) อ้อตอนเปิด header.php เปิดด้วย notepad นะครับ ก็คือให้ ดับเบิ้ล click file header.php มาแล้วก็เลือกโปรแกรม notepad เพื่อเปิดไฟล์ครับ หลังจากเปิดไฟล์แล้วให้ copy

<link rel=”shortcut icon” href=”<?php bloginfo(‘template_directory’); ?>/favicon.ico” />

และ paste text นี้ใต้ <head> แต่ว่าไม่เกิน </head> สักบรรทัดนึงครับ อันไหนก็ได้ไม่คิดมาก

step 5: กลับไปที่หน้าเว็ปตัวเองแล้วลองเปิดดู..ก็จะมี Favicon โผล่ออกมาแล้วน่ะครับ

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • favicon wordpress
  • favicon แปล
  • วิธีใส่ faviconลงในเครื่องที่เรา
  • wordpress icon url
  • เอา favicon ใส่หน้าไหน
  • ใส่ favicon wordpress

Google Guru อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนถามตอบ

ไม่นานมานี้ผมได้แวะเข้าไปดูว่า Google มีอะไรใหม่โดยการกด ที่ เพิ่มเติม หลังจากที่ได้ Login เข้า Google account ของผมแล้ว และพบหัวข้อที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนหรือว่ามันอาจจะได้เห็นแล้วแต่ว่าไม่ได้สังเกตก็ไม่ทราบได้ นั่นก็คือ Google Guru (หรือแปลว่ากูเกิ้ล กูรู้ แต่ไม่คิดว่ามันจะอ่านแบบนี้จริงๆหรอกนะ) เจ้าเว็ปนี้เนี่ยะอยู่ในรูปแบบของ Beta version ซึ่งก็คิดว่ามันจะ Beta ตลอดไปเพราะว่าทางกูเกิ้ลเค้าไม่ได้หยุดทำการพัฒนาหรอกหากว่ามันไปได้ดี หรือไม่มันก็จะดับไปหากว่ามันไปไม่ได้สักเท่าไหร่ หรือไม่มีคนใช้บริการมากนัก

Google Guru จะเข้าใช้บริการได้จากการ Login ผ่าน Google Account เหมือนกับบริการอื่นๆ ของ Google หน้าจอก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเลย แถมดูง่ายดีซะด้วย เพราะแนวคิดของ Google เค้าจะทำให้มันง่ายเข้าไว้และทำหน้าตาของบริการเกือบทั้งหมดให้เหมือนๆกัน เพื่อไม่ให้คนที่ใช้งานตกใจและทำให้รู้สึกได้ว่า ..อืม.. มันก็เป็นแค่อีกบริการหนึ่งของกูเกิ้ลนะไม่ต้องศึกษาอะไรใหม่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ฉลาดมากๆของกูเกิ้ล นอกจากนี้การถามตอบในนี้จะมีระบบการให้คะแนนแบบเดียวหรือคล้ายๆกับการใช้ answers.yahoo.com ซึ่งเอาแบบเป็นโจ้งๆโดยเฉพาะ concept แบบนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการถามตอบกันมากขึ้นได้

ทั้งนี้ได้ทดสอบใช้งานดูแล้ว แล้วก็ตอบคำถามไปซะหลายข้ออยู่เหมือนกันเพื่อดูว่าอารมณ์การใช้งานมีอะไรสะดุดหรือไม่ ผลออกมาว่า.ใช้งานง่ายจริงๆน่ะหละ.แล้วก็ไม่มีอะไรทำให้หงุดหงิดแม้กระทั่งโฆษณาตอนนี้ก็ไม่เห็นมี (แต่ว่าผมไม่ได้หงุดหงิดอะไรง่ายๆหรอกนะคัรบ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด) มันจะมีข้อเสียอยู่อย่างว่า เค้าจะไม่มีคนที่ทำหน้าที่เหมือนผู้ดูแลระบบ หรือว่าคนที่คอยคุมกฏปรากฏตัวให้เห็นอยู่ในการถามตอบเลย เหมือนกับว่าเว็ปนี้ run ได้โดยไม่ต้องให้คนเฝ้า (หรือจริงอาจจะมีคนเฝ้าแต่ว่าอยู่ไกลๆไม่เห็นตัว หรือไม่มีตัวตนให้เห็น) ซึ่งประเด็นนี้จะแตกต่างจาก Yahoo เป็นอย่างมาก เพราะ Yahoo ไม่ว่าจะเป็นของประเทศอะไรจะมีคน dedicate หรืออุทิศตัวที่ทำหน้าที่นี้ เพื่อคอยดูแลความสงบและเพื่อทำตัวให้เป็นนักกิจกรรมถามตอบ และสร้างอารมณ์ของผู้ใช้งานให้เป็นกับว่าเป็น สังคม ให้มากขึ้นได้ไม่ยาก เพราะฉะนั้นตอนนี้ ส่วนตัวผมยังคิดว่า การใช้งานที่ Google Guru อาจจะเป็นรองอยู่บ้าง เพราะคนใช้ก็ยังไม่เยอะมาก แม้ว่าเค้าจะเปิดตัวมาได้นานระยะหนึ่งแล้วก็ตาม(ผมว่าน่าจะนานกว่าปีแล้วมั้งเพราะว่าไปดูที่นโยบายการให้บริการเค้าเขียนไว้ ณ วันที่ 16 เมษายน 2007 นู้นแน่ะ) การที่ไม่มีคนดูแลจะทำให้เกิด spam ได้ไม่ยากและทำให้การถามตอบไม่มีคุณภาพและสุดท้ายจะก่อไปถึงการทำให้เว็ปออกมาดูไม่มีคุณภาพในท้ายที่สุด ไม่เชื่อลองเข้าไปดูแล้ว ดูคนที่ตอบเยอะที่สุดดูซิครับ เค้าจะตอบคำถามที่เหมือนกันของคำถาม แล้วคนที่ Post สองคำถามที่เหมือนกันก็แปลกๆน่ะครับ สรุปว่าจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่มีใครเฝ้ามันก็ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ครับ (เป็นการทำให้คนที่เค้าตั้งใจตอบเพื่อให้ได้คะแนนไปถึงระดับเค้าก็เสียกำลังใจไป หรือคิดไปใหญ่กว่านั้นก็คือการที่ได้เป็นกูรูมันก็เท่านั้น คิดแบบนี้เป็นไปได้เหมือนกันนะครับ)

ข้อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งก็คือ การกรอกหมวดหมู่ของคำถาม จะใช้ระบบ Tag แทนซึ่งเว็ปถามตอบหลายเว็ปก็ใช้ลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ซึ่ง yahoo ไม่ได้ใช้ครับ อย่างไรก็ตามระบบ Tag จะทำให้การจัดหมวดหมู่ไม่มีรูปแบบหรือเรียกได้ว่าไม่มีหมวดหมู่มากนัก และเป็นไปอย่างอิสระสุดๆ อาจจะทำให้คนที่ตอบเยอะๆไม่ได้ให้อารมณ์ว่าตัวเองเป็น contributor หรือว่าคนที่อุทิศตัวให้กับ community ในการถามหรือตอบมากเท่าที่ควร ข้อสังเกตนี้อาจจะทำให้แนวโน้มของนักตอบคำถามหรือผู้รู้ประจำเรื่องนั้นๆ ดูเบลอๆไปสักนิด แต่ก็ทาง Google เรียกพวกนี้ว่า Guru ซึ่งก็เป็นไปได้อีกทางหนึ่งว่า เค้าเหล่านั้นก็จะมีความภูมิใจกับการได้ชื่อว่าเป็นกูรูได้เช่นกัน

เอาเป็นว่าวิเคราะห์ได้ .. แต่ผลการใช้งานจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการทดลองใช้ครับ ถามแล้วได้คำตอบดี ก็จะดีไป แต่ถ้าถามไม่มีคนมาตอบหรือว่าตอบแล้วก็ไม่ได้เข้าท่าทางเข้าทางไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาได้ก็..นั่นหละครับ จะเป็นการไล่แขกโดยแท้

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • googo guru คือ
  • google guru คือ
  • google guru คืออะไร

ตอนนี้ WordPress ได้มีการ update จากเวอร์ชั่น 2.3 เป็น 2.5.1 แล้วครับ

ตอนนี้เว็ป Rackmanagerpro.com ได้มีการ update version ของ WordPress จากเวอร์ชั่นเก่ามาใช้ตัวที่ Update ทีสุด ณ วันที่ 4 กรกฏาคม 51 แล้วครับ แต่ว่าตอนนี้ผมยังมองอะไรไม่ออกว่า มันดียังไงน่ะครับ เห็นว่า คนอื่นเค้า Update เราก็ Update เหมือนกัน แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกของการ Update ซึ่งวิธีการอะไรก็อ่านได้จาก wordpress.com ตรงๆน่ะครับ(แต่ว่ามันเป็นภาษาปะกิต ที่ผมก็..อ่านออกน่ะครับ เฮอะๆ มันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากมายน่ะครับ )

Instruction ที่อ่านแล้วทำตามทำได้ง่ายมากๆครับ มันมีแค่ สาม steps เองซึ่งผมก็คงไม่ได้เอามาเขียนไว้ ณ ที่นี่ตอนนี้น่ะครับ ตอนนี้ผมก็แค่ดีใจว่า .. เย้.. upgrade version ได้เองครับ

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...