มหกรรมแสดงสินค้าคอมพิวเตอร์!

สังเกตได้ว่างานแสดงสินค้าประเภท Hardware คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น computer desktop หรือ notebook  หรือพวกสินค้าประกอบอื่นๆเช่น Printer หรือพวก Scanner ต่างๆนานาที่ปกติเราจะซื้อได้ตาม Pantip , Fortune ก็จะมารวมตัวกันที่งานมหกรรมแสดงสินค้าตอมพิวเตอร์กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง คนเรามักจะคิดว่าเมื่อมีการรวมตัวกันก็คือจะมีการเสนอราคาที่ต่ำกว่าปกติเป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่สำหรับสินค้าประเภท IT นี้ครับ
ปกติแล้วร้านค้าที่ขายสินค้าประเภทนี้ก็จะรวมตัวกันเป็นกระจุกอยู่แล้วเพราะหากอยู่โดดเดี่ยวก็จะไม่ค่อยดึงดูดคนซื้อมากนัก สำหรับคนกรุงเทพเองแล้วก็มีแค่สองที่ตามที่ว่ามานั่นหละ ก็คือไม่พันทัพย์ก็ฟอร์จูนเท่านี้เอง แล้วก็นอกนั้นถือได้ว่ายังไม่ได้รับความนิยมมากนักสำหรับคนที่ติดต่อซื้อสินค้าประเภทนี้เป็นประจำ เมื่อมีมหกรรมสินค้าก็ร้านพวกนี้อีกนั่นหละที่เอาสินค้าตัวเองขนขึ้นรถมาแสดงเหมือนกับเป็นการยกเอามารวมตัวกันเหมือนเดิม แต่ว่าเป็นแค่สถานที่ใหม่ๆเท่านั้น นอกจากนี้ตามมหกรรมจะมีการออกบู้ทของทางเจ้าของแบรนด์เองด้วย แล้วก็จะมี pretty มา present สินค้าอีกต่างหากทำให้น่าไปผิดปกติเมื่อเทียบกับห้างร้านปกติครับ
แต่สำหรับคนที่คิดว่าจะได้สินค้าที่ถูกกว่าปกติอาจจะต้องผิดหวังเล็กน้อยเพราะสินค้าต่างๆที่แสดงในงานหากเป็นเรื่องราคาแล้วมันไม่ได้ถูกลงแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าโดยเซ้นท์เราแล้วเราจะรู้สึกว่ามันจะถูกกว่าปกติก็ตาม ที่เรารู้สึกแบบนี้ก็เพราะ เราคิดไปเองว่าการที่มีการรวมตัวกันมากๆทุกคนจะต้องแย่งกันขายโดยลดราคาลงมามากกว่าปกติเป็นอย่างมาก แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างงั้นครับ ราคาได้มีการกำหนดไว้แล้วและไม่สามารถที่ลดลงมาได้มากผิดปกติเพราะ ร้านค้าทั้งหมดต้องรักษาระดับราคาเอาไว้เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาของสินค้าของเจ้าของแบรนด์ได้ หากว่าลดก็เป็นการต่อรองลดได้บ้างเหมือนกับที่เราต้องต่ออยู่แล้วสำหรับการซื้อขายปกติ นอกจากเหตุผลดังกล่าวที่เค้าจะไม่ลดราคาลงมากมาย ก็ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่น่าคิดเป็นประเด็นเหมือนกันก็คือ เค้าเหล่านั้นก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แทนที่จะอยู่เฉยๆที่ร้านต้องมาเสียเงินเพื่อเข้างานแสดงนี้ เช่าสถานที่ระดับชาติเพื่อรองรับการมาของผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาที่งาน นั่นเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งที่จะต้องเพิ่มเข้าไปสำหรับผู้ที่เอาของมาขายครับ แต่การที่คนขายเหล่านี้อยากที่จะเอาของมาขายก็เพราะเมื่อได้เข้ามาแล้วจะเกิดยอดขายเป็นปริมาณที่มากกว่าปกติที่ร้าน เหมือนเป็นรายได้เพิ่มเพราะที่ร้านก็เปิด แล้วที่มหกรรมก็มาเปิดร้านอีกเหมือนมีร้านเพิ่มอีกร้านหนึ่งในช่วงเวลาไม่กี่วัน เป็นการเพิ่มช่องทางระบายสินค้า ทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อขายได้ยอดก็จะได้ผลตอบแทนจะตัวแทนจำหน่ายมากขึ้นตามลำดับ สรุปคือ คนขายได้ยอด คนซื้อไม่ได้ราคาที่ดีกว่าปกติเท่าไหร่
คนซื้อมักจะรู้สึกไปเองว่าราคามันจะถูกกว่า หากว่าไม่ได้มีการศึกษาเรื่องราคามากก่อน ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยมีการประชาสัมพันธ์โดยเอาราคามาเป็นตัวล่อ เช่น สินค้าราคา 9999 บาทจากราคาปกติ 16666 บาท แล้วก็มีการกาดอกจันเอาไว้ จะเห็นอาการแบบนี้ได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งสินค้าเหล่านี้ถือได้ว่าเอามาล่อเพื่อประชาสัมพันธ์เท่านั้น ปีนี้ปีหน้าหากไปก็คงไปดู pretty เท่านั้นเองหละครับ ?

คำค้นหาของคุณที่มาเจอหน้าเว็ปนี้:

  • งานแสดงสินค้า คอมพิวเตอร์กราฟฟิก
  • งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี 2555

ลดต้นทุนการ Blog โดย Hosting กับ NearlyFreeSpeech.net

rackmanager pro

การใช้งาน WordPress กับ Hosting NearlyFreeSpeech.net หากว่าต้องการแสดงรูปให้โหลดหรือฝากรูปไว้ที่อื่นเอาไ้ว้ เช่น ตอนนี้ผมได้สร้าง Blog สำเร็จรูปเอาไว้อีกที่ก็คือ rackmanger.terapad.com แล้วพอจะเอารูปมาแสดงที่นี่ก็แค่ กดที่รูปต้นไม้(เพื่อ insert picture) ต่อไปก็ไปดูว่ารูปที่เราฝากเอาไว้นั้นมันมี  url ว่าอะไร วิธีการก็คือ ให้ click ขวาที่รูปที่แสดงไว้ที่หน้าเว็ปอื่นๆ หรือกรณีของผมก็คือ ไป click ขวาที่ Blog ตัวเองที่ terapad.com แล้วกด view image ( ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า Internet Explorer จะต้องกดแบบนีเ้หมือนกันหรือเปล่า แต่ว่าผมใช้ Firefox ครับ ยังไงก็แนะนำว่าใช้ Firefox แล้วกันครับ ข้อดีมีเยอะมากๆ) กด view image เสร็จมันก็จะแสดง url copy มาซะ .. แล้วกลับมาทีหน้า wordpress เราเอง แล้วกดที่รูปต้นไม้เพื่อ insert ภาพ แล้วก็กรอก url ของภาพที่เราต้องการแสดงลงไปครับกล่าวคือ ภาพไม่ได้ upload ขึ้น hosting ตัวเอง แต่ว่าเหมือนกับเป็นการฝากภาพไว้ที่อื่น แล้วเอามาแสดงที่หน้าเว็ป Blog นี้ครับ ก็จะเป็นการประหยัดตังค์ไปได้อีกส่วนด้วยครับ

Blog ยังไงให้คนอื่นอ่านรู้เรื่อง?

เพิ่งจะรู้สึกว่าผมเขียนอะไรไปแล้ว.. กลับมาอ่าน คนอ่านน่าจะงงๆอยู่เหมือนกันครับ อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่มีวิธีการเรียบเรียงคำที่ดีนักแล้วก็ .. ่เขียนติดกันเป็นพืดๆเกินไปหรือป่าวครับ เอ.. หรือว่าคิดไปเองคนเดียวไม่รู้ว่าคนที่อ่านๆแล้วเข้าใจดีหรือเปล่าหรือว่า อ่านแล้วก็งงสับสน หาเนื้อความไม่ได้เลยอะไรแบบนั้นเลย..หากว่าผมจะพัฒนาการเขียนเนื้อความที่ หน้าเว็ปนี้ผมว่าน่าจะทำดังต่อไปนี้นะครับ

ใช้ tab บ้างเพื่อให้เกิดระยะที่แตกต่าง คนที่เข้ามาอ่านก็จะอ่านข้ามๆแล้วพอเจอเนื้อความที่ Tab เข้ามาก็เค้าก็หยุดอ่านเนื้อความนั้นๆครับ เพราะว่าคนอ่านจะคิดว่า พออ่านเนื้อความที่พารากราฟอื่นๆไม่เข้าใจแล้ว หากว่าเริ่มต้นที่ tab ให้ปุ้บก็เหมือนกับว่าเป็นเรื่องๆใหม่แล้วถ้าเริ่มอ่านตั้งแต่ตรงนั้นก็พอจะ เข้าใจเรื่องที่เขียนได้ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด คนเราน่าจะคิดว่า เนื้อความที่เขียนติดกันเป็นพืดๆก็จะเป็นเนื้อความที่ติดกันยังไม่มี idea หรือ topic ใหม่อะไร เพราะฉะนั้น พารากราฟไหนที่เขียนยาวๆอ่านๆแค่หัวก็น่าจะเข้าใจหมดแล้ว พอหลังก็ไม่จำเป็นต้องอ่านเนาะ ..

กด enter ให้มันเว้นบรรทัดบ้าง การกด enter ทำให้เกิดบรรทัดช่องว่าง และทำให้คนอ่านรู้ว่า เนี่ยะ มันคนละเรื่องเดียวกันแล้ว มันก็จะทำหน้าที่เหมือนๆกับ tab นะ่หละครับแต่ว่ามันจะแบ่งให้ชัดเจนได้มากกว่า เพราะฉะนั้น หากว่าต้องการที่แบ่งให้ clean and clear แล้วล่ะก็ ก็กดมันทั้ง enter เพื่อเว้นบรรทัดและตั้ง tab ออกมาเพื่อให้เนื้อความเยื้องและเด่นครับ คนก็จะมาอ่านที่พารากราฟนั้นได้ไม่ยาก

ใช้ตัวหนาที่ใจความหลักของแต่ละบรรทัด อันนี้สำหรับคนที่อ่านแบบ Skim จริงๆเค้าไม่ได้อ่านหมดหรอกนะครับถึงแม้ว่าเราจะเขียนหมดก็ตาม (แอ้ะยังไงอ่านแล้วงงๆ) คนที่เค้าไม่ได้อยากจะอ่านทั้งหมดเค้าก็จะหาแต่ประเด็นลวกๆอ่าน แต่ว่าก็ได้เนื้อความและใจความครบเหมือนกัน และเกือบได้เนื้อความทั้งหมดครบเหมือนกับคนที่อ่านทั้งหมดของเนื้อความ เพียงแต่อรรธรสของการอ่านจะไม่เท่ากันเท่านั้นเอง แต่ว่าก็ช่างเถอะครับ คนอ่านก็เลือกได้อยู่แล้วว่าเค้าต้องการจะรับรู้เนื้อความนั้นมากน้อยเพียง ใด และมีเวลาเพื่อที่จะเสียไปกับการอ่านเนื้อความตามหน้า Blog มากน้อยเพียงใดครับ

ถ้ามีรูปก็จะดีกว่ามากๆ เหมือนกับข้อมูลคุณวินเคยบอกผมอยู่เหมือนกันว่าเค้าจะสนใจรูปภาพซะมากกว่า ซึ่งแตกต่างจากผมนะครับว่าผมจะสนใจ header ซะมากกว่า อันนี้ก็ขึ้นกะคนน่ะหละ แต่ดูจากแนวโน้มแล้วที่ว่า คนไทยชอบเล่น Hi5.com แสดงว่าน่าจะสังเคราะห์ความคิดออกมาได้ว่า คนไทยน่าจะชอบที่จะเห็นเป็นแบบซะมากกว่า และไม่ชอบที่เขียนอะไรมากมายนัก (ทำให้ Hi5 ดังกว่า Facebook และ website อื่นๆที่ทำหน้าที่คล้ายๆกันครับ ) แต่ผมไม่ใส่ที่จะเอารูปลงมากนักเพราะกว่าจะเอารูปลงได้เนี่ยะผมต้องหาภาพ โหลดภาพลงมาแล้วก็ upload ภาพขึ้น server อีกทำให้กระบวนการมันยืดเยื้อออกไปมากครับ .. พูดง่ายก็คือ ขี้เกียจนั่นเองหละครับผม

มีหัวเรื่องที่ดึงดูดซะหน่อย ผมว่าอันนี้ยากอยู่นะ ครับ ถ้าหากว่าสังเกต header พาดหัวแต่ละเรื่องของผมดู จะดูออกว่าผมตั้งชื่อเรื่องได้ไม่เอาอ่าวเอาซะเลย ก็.. คนมันคิดไม่ออกนี่หน่า .. แต่ว่าเรื่องแบบนี้ฝึกกันได้น่ะครับ ยังไงก็ต้องพยายามที่จะตั้งหัวเรื่องให้มีความดึงและดูดสายตาและความสนใจของ คนอ่านให้ได้อยู่ดีน่ะครับเพราะว่าเนื้อความมันได้รับการอ่านเพิ่มมากขึ้น ครับ

เมื่อเสร็จแล้วอ่านซ้ำดูด้วย ก็อีกน่ะหละครับอัน นี้ผมก็รู้นะครับว่าต้องอ่านซ้ำเพื่อให้การสะกดคำตัวถูกต้องแล้วก็ทำหน้าที่ เหมือนกะตัวเองเป็นคนอ่านเพื่อจะได้ดูว่าเนื้อความที่ตัวเองพิมพ์ออกไปนั้น มันอ่านแล้วเข้าใจกันได้หรือไม่ แต่ก็เหมือนเดิมน่ะหละครับ ไม่ค่อยได้ทำเพราะว่าคิดว่าตัวเองแน่แล้วพิมพ์ไป คนอื่นอ่านก็น่าจะรู้เรื่องนะ ก็ตั้งใจพิมพ์ให้อ่านรู้เรื่องตั้งแต่แรกแล้วนี่ .. ไม่อยากจะแก้ด้วยน่ะหละ

สรุปก็ืคือว่า ผมก็พอจะรู้หรอกนะครับว่าจะทำให้เนื้อความที่ผมพิมพ์ออกมาสามารถที่จะ Upgrade ขึ้นไปได้อีก แต่ด้วยความที่ไม่ขยันมากนักก็ทำให้เนื้อความที่แสดงมันจะดูไม่หรูหราและไม่ เป็นมืออาชีพเท่าไหร่ ยังไงก็.. รู้ตัวแล้วกัน แล้วก็.. จะปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อๆไปน่ะครับผม ..

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...